17 ตุลาคม 2560

“STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่ครบครันที่สุดในภูมิภาค



เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่กับ “STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ ที่รวม 3 เทรดแฟร์ระดับประเทศ BIFF&BIL, BIG+BIH และ TIFF ไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรก  จัดโดย DITP รวมผู้ประกอบการไทย-เทศ
กว่า 2,000 คูหา ร่วมจัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ ต่อสายตานักธุรกิจและผู้นำเข้าจากทั่วโลก คาดเงินสะพัดมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท  เปิดเวทีเจรจาการค้าการส่งออกดึงผู้ซื้อจากทั่วโลกกว่า 60,000 ราย
พร้อมดันไทยเป็นศูนย์กลางสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาค


การส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ (แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ไม่รวมอัญมณีและเครื่องประดับ) ปี 2559 คิดเป็นมูลค่าราว 11,260 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 377,000 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 5  ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยโดยช่วง 8 เดือนแรกของปี 2560 มีมูลค่าการส่งออก ประมาณ 7,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือ 256,000 ล้านบาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่
สิ่งทอ ผ้าผืน เส้นใยประดิษฐ์ และเฟอร์นิเจอร์  ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมั่นใจว่า ปี 2560  การส่งออกสินค้าดังกล่าวจะขยายตัวต่อเนื่อง และเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ร้อยละ 3 จากที่เคยติดลบ
ในปีก่อนหน้านี้



ภายในงาน STYLE 2017 มีกิจกรรมบริการและนิทรรศการที่หลากหลาย มุ่งเน้นตอบโจทย์ความต้อง
การของทุกฝ่ายและจัดบริการพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกผู้ที่ทำธุรกิจ อาทิ การบริการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ ณBuyer Lounge พร้อมล่ามภาษาต่างๆ เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น อารบิค เป็นต้น ทั้งยังมีศูนย์ให้คำปรึกษาด้านโลจิสติกส์การค้าและ DITP SERVICE CENTER รวบรวมบริการต่างๆ ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไว้ ณ จุดเดียว เพื่อให้คำปรึกษาผู้ประกอบการในการขยายตลาดส่งออก

งาน STYLE 2017 กับนิทรรศการที่น่าสนใจกว่า 20 นิทรรศการไว้ด้วยกัน ทั้งนิทรรศการที่เน้นการ
สร้างแรงบันดาลใจ อัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ เพื่อให้เกิดการต่อยอดสู่การทำธุรกิจ อาทิ นิทรรศการแนวโน้มแฟชั่น ปี 2561 (Trend Forum 2018), นิทรรศการโครงการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการสินค้าแฟชั่น (QURATED Fashion Incubation Project),  มีนิทรรศการที่กรมได้ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อส่งเสริมให้นักออกแบบ และผู้สร้างสรรค์ได้มีพื้นที่แสดงออกและต่อยอดความคิดให้เป็นรูปธรรมนอกจากนี้กรมฯ ยังได้ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาจัดนิทรรศการเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร มีกิจกรรมการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จากหญ้าแฝกภายในงานด้วย

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในพิธีเปิดงานว่า “อุตสาหกรรมไลฟ์
สไตล์เป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นอุตสาหกรรม
ครบวงจร โดยมีผู้ประกอบการไทยทั้งที่เป็นรายเล็ก หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) จำนวนมาก และที่เป็นสตาร์ทอัพ (Start-Up) อยู่มากกว่าร้อยละ90 ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ก่อให้เกิดการจ้างแรงงานกว่าหนึ่งล้านคนรัฐบาลจึงมีแนวคิดที่จะผลักดันให้
ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต การตลาด และการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาค กอปรกับการที่รัฐบาลไทยมีนโยบาย ส่งเสริมการเป็นสังคมสร้างสรรค์ ภายใต้นโยบาย “Creative Thailand”

จึงเห็นว่าอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตเป็นหนึ่งในสินค้าและบริการส่งออก
อันดับต้นๆ ได้ โดยมุ่งสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการออกแบบ นำเสนอแนวคิดใหม่ๆ  ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องกล้านำความเสนอคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ และมีการสร้างแบรนด์ของตัวเอง” 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

ด้านนางจันทิรา ยิมเรวัต  วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า งาน “STYLE 2017”เป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาค เป็น  การยกระดับงานแสดงสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่เป็นที่นิยมของกรม ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่น
และงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง  (Bangkok International Fashion Fair and Bangkok International Leather Fair: BIFF&BIL) งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (Bangkok International Gift Fair and Bangkok International  Houseware Fair: BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Thailand International Furniture Fair: TIFF) ในงานเดียว จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Life+Style และเป็นส่วนหนึ่งของ Creative Thailand

ระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคม 2560 โดยได้รับความร่วมมือจาก 24 สมาคมที่เกี่ยวข้อง มีผู้ประกอบการ
ทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 1,000 บริษัท2,000 คูหาเต็มพื้นที่กว่า 40,000 ตร.ม.
ภายในศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา



“STYLE 2017” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาค
จัดขึ้นระหว่างวันนี้ ถึง 21 ตุลาคมนี้ (สำหรับวันเจรจาธุรกิจ คือวันที่ 17-19 ตุลาคม 2560
ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. 


ส่วนวันจำหน่ายปลีก วันที่ 20- 21ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 -21.00 น.)
ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

16 ตุลาคม 2560

โอโหหห กินเจปีนี้ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป !!

บลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ เครื่องดื่มนมอัลมอนด์คุณภาพระดับโลก

บลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ ต้อนรับเทศกาล กินเจ
ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษตลอด เดือน ตุลาคม นี้!!!

บลูไดมอนด์โกรเวอร์ส สหกรณ์ผู้ผลิตอัลมอนด์จากเมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนียประเทศสหรัฐอเมริกาจัดโปรโมชั่นพิเศษรับเทศกาลอาหารเจ ด้วย บลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ เครื่อง
ดื่มนมอัลมอนด์คุณภาพระดับโลก 4 รสชาติ ได้แก่ รสออริจินอล, สูตรไม่เติมน้ำตาล,รสวานิลลา
และ รสช็อกโกแลต ในราคาพิเศษ 1 แพ็ค (3 กล่อง) ขนาด 180 มิลลิลิตร จากราคาปกติ 59 บาท
ลดเหลือ 49 บาท และขนาด 946 มิลลิลิตร 

จากราคาปกติ 99 บาท ลดเหลือ 85 บาท ให้ผู้ทานเจได้อิ่มบุญ อิ่มใจ และสุขภาพดีกันถ้วนหน้า
พร้อมจำหน่ายแล้ว ตลอดเดือนตุลาคม 2560 ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ
ได้แก่ เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, วิลล่า มาร์เก็ต, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, โฮม เฟรช มาร์ท,
ริมปิง ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ฟู้ดแลนด์, แม็คโคร, บิ๊กซี, ลอว์สัน108 และเลมอนฟาร์ม

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และรายละเอียดได้ที่
www.facebook.com/Bluediamondthailand
IG: Bluediamondthailand
โทรศัพท์ 02-621-6126-7

12 ตุลาคม 2560

นวัตกรรมรถ BUS & TRUCK ’17


เปิดศึก! ประชันนวัตกรรมรถเพื่อการพาณิชย์และกิจการพิเศษ แบรนด์ชั้นนำแห่ร่วมโชว์ของเด็ด



BUS & TRUCK ’17 เป็นงานใหญ่ในรอบปีที่รวบรวมเอาเหล่าขุนพลรถใหญ่แบรนด์ดังมาจัดแสดงไว้ในที่เดียวให้ได้ตื่นตาตื่นใจ พร้อมด้วยนวัตกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ และอุปกรณ์ติดตั้งต่างๆ ของรถเพื่อการพาณิชย์และกิจกรรมพิเศษ ที่เหล่าผู้ผลิตและผู้จำหน่ายระดมขนกันมาจัดโปรโมชั่นในแบบสุดพิเศษเพื่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ และเป็นช่องทางให้ผู้ผลิตยานยนต์และผู้ประกอบกิจการขนส่งได้มีโอกาสดำเนินธุรกิจร่วมกัน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจระดับประเทศ


งานแสดงรถเพื่อการพาณิชย์และกิจการพิเศษ งานรถใหญ่ระดับอาเซียนที่จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 14 ปีนี้เรียกว่าฮอตกันตั้งแต่กลางปี เพราะมีแบรนด์ชั้นนำอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์, ไดสตาร์เทค และกู๊ดเท็มพ์ ที่ปักธงพร้อมร่วมโชว์นวัตกรรรมเด็ดในงานทั้งนี้ 3 แบรนด์ดังอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์, ไดสตาร์เทค และกู๊ดเท็มพ์ ได้แสดงความเชื่อมั่นในงาน BUS & TRUCK ’17 ด้วยการเซ็นสัญญาเข้าร่วมงานแสดงสินค้า และมีการเตรียมนวัตกรรมและของเด็ดของดีมาเปิดตัวและร่วมโชว์ในปลายปีนี้ โดยทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เผยว่า ทางบริษัทฯ จะมีการนำนวัตกรรมรถใหญ่เบนซ์ 3 รุ่น 3 แบบ อย่าง รถบัส รุ่น 917 รถตู้สปรินเตอร์ และรถหัวลากรุ่น Actrosโฉมใหม่มาให้ได้ชม มั่นใจว่าจะได้รับความนิยมจากลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนส่งแน่นอน นอกจากนี้ ไดสตาร์เทค ซึ่งเคยร่วมงานนี้ในก่อนและได้รับฟีดแบ็คที่ดีเนื่องจากกลุ่มรสบัสได้เข้ามาซื้อ Cloud Servers เพราะมีราคาถูกและทำงานได้หลายรูปแบบ ก็คาดว่าจะปีนี้จะมีกลุ่มลูกค้ามาเยี่ยมชมเพิ่มขึ้น โดยได้เตรียมสินค้ารุ่นใหม่และโปรโมชั่นมาให้แบบจัดเต็ม รวมถึงกู๊ดเท็มพ์ ที่ร่วมแสดงสินค้าติดต่อกันมาสองปี และได้รับความสนใจเกินคาดทุกครั้ง ทั้งห้องเย็นและแอร์ติดรถโดยสาร มั่นใจในศักยภาพของลูกค้าที่เข้าร่วมชมงาน ทั้งชาวไทยและในอาเซียนว่าจะมีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

คิมเมอร์ นำไฮดรอลิคยกสูงเปิดตัวในงาน BUS & TRUCK ’17 หวังให้กลุ่มขนส่งใช้เป็นช่องทางใหม่ในการลงทุน พร้อมนำวินซ์ตัวลากกระบะให้ลูกค้าได้เลือกใช้งาน มั่นใจสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มขนส่ง

คุณคิม คาทัสมา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิมเมอร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายไฮดรอลิคและกระบอกไฮดรอลิค เปิดเผยว่า ด้วยทางบริษัทฯ ได้ทำการนำเข้าและจำหน่ายไฮดรอลิคยกสูงยี่ห้อ HIDROMAS จากกลุ่มประเทศยุโรป จึงได้นำมาเปิดตัวในงาน BUS & TRUCK ’17 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2560 ที่ไบเทค กรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ตรงกลุ่มเป้าหมายของบริษัทฯ มากที่สุด

คุณภาพการทำงานของไฮดรอลิคยกสูงยี่ห้อ HIDROMAS สามารถยกน้ำหนักสิ่งที่บรรทุกมาได้มากกว่า 40 ตัน ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยในเมืองไทยมีเพื่อนพันธมิตรที่จำหน่ายไฮดรอลิคยกสูงอยู่เพียงยี่ห้อเดียว จึงถือว่าเป็นช่องทางเลือกใหม่ให้กับกลุ่มขนส่ง ที่จะช่วยประหยัดต้นทุนและช่วยเพิ่มผลกำไรได้เป็นอย่างมาก

“ด้วยทางบริษัทฯ มองว่าในปี 2560 เป็นต้นไป จะมีโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ทั้งของทางเอกชนและรัฐบาลเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก การนำไฮดรอลิคยกสูงที่ช่วยในการขนถ่าย อิฐ หิน ปูน ทราย ให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงทางบริษัทฯ ยังให้บริการทำการติดตั้งให้อีกด้วย”

นอกจากนี้ยังมีสินค้าอีกตัวที่ทางบริษัทฯ จะนำไปให้เป็นทางเลือกแก่กลุ่มขนส่งก็คือ วินซ์ ที่สามารถใช้ลากจูงกระบะที่บรรทุกสินค้าอยู่ริมถนนให้ขึ้นมาบนถนนได้ เพื่อให้การขนส่งใช้เวลาที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย

สำหรับสินค้าที่บริษัทฯ จำหน่ายอยู่เดิมนั้นคือ ไฮดรอลิคและกระบอกไฮดรอลิค ที่เห็นอยู่จนชินตาก็คือกระบอกไฮดรอลิคทีใช้ในรถขนขยะ อย่างเมื่อเทขยะลงไปในกระบะ ไฮดรอลิคก็จะดูดขยะให้ไปเก็บไว้ท้ายกระบะ ซึ่งสินค้าทุกอย่างที่บริษัทฯ ทำการจำหน่ายล้วนแต่มีคุณภาพระดับสูงทั้งสิ้น

ทีวีพี ส่งตัวโม่ 5 คิว พร้อมติดตั้งบนรถใหญ่ทุกยี่ห้อ ตอบโจทย์ลูกค้า งาน BUS & TRUCK ’17

ทีวีพี ออโต้พาร์ท มั่นใจนำตัวโม่ขนาด 5 คิว เข้าร่วมแสดงในงาน BUS & TRUCK ’17 ใช้จุดเด่นด้านราคาที่ประกอบในประเทศ พร้อมทั้งทำการติดตั้งให้กับลูกค้า หากลูกค้าไม่มีรถใหญ่สามารถซื้อได้ที่บริษัทฯ ซึ่งมีการนำเข้ารถใหญ่มือสองนิสสัน ยูดี ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่าย

คุณสมนึก มงคลภิญโญภาส ประธานกรรมการ บริษัท ทีวีพี ออโต้พาร์ท จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยทางบริษัทฯ ทำธุรกิจจำหน่ายโม่ปูนมาอย่างยาวนาน และในช่วงปลายปีนี้ได้ทำการขยายโรงงานเพื่อจะได้ประกอบตัวโม่เพิ่ม ซึ่งตรงกับช่วงเดียวกันที่งาน BUS & TRUCK ’17 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2560 ที่ไบเทค กรุงเทพฯ จึงทำให้ทางบริษัทฯ ได้เข้าร่วมแสดงในงานนี้

ดยสินค้าที่ทางบริษัทฯ จะนำไปแสดงในงาน BUS & TRUCK ’17 ก็คือ ตัวโม่ขนาด 5 คิว ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดก่อสร้างเป็นอย่างมาก และสิ่งที่สำคัญที่ทางบริษัทฯ จะทำการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มลูกค้าได้ทราบก็คือ ตัวปั๊มและมอเตอร์ ซึ่งได้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น สามารถใช้งานได้นานโดยไม่มีปัญหาใด ๆ และเมื่อนำมาใช้กับตัวโม่ขนาด 5 คิว ก็จะช่วยผลักดันให้งานที่ทำอยู่ไม่มีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น และสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน

“สิ่งหนึ่งที่เป็นที่ต้องการของลูกค้าเป็นอย่างมากก็คือ การให้คนขายตัวโม่ทำการติดตั้งในตัวรถให้ด้วย ซึ่งทางบริษัทฯ ก็ทำตามที่ลูกค้าต้องการ สามารถติดตั้งได้ในรถใหญ่ทุกยี่ห้อ และหากในงาน BUS & TRUCK ’17 มียอดขายเกินที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ก็พร้อมที่จะให้ทางโรงงานเพิ่มเวลาทำงาน เพื่อให้สามารถผลิตตัวโม่ได้ตามที่ลูกค้าต้องการภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด”

ส่วนธุรกิจอีกแผนกหนึ่งก็คือ การนำเข้าและจำหน่ายรถใหญ่มือสองจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อฮีโน่ และนิสสัน ยูดี ซึ่งมีคุณภาพสูงกว่ารถเก่าที่จำหน่ายในเมืองไทยเป็นอย่างมาก เพราะตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นได้กำหนดอายุการใช้งานของรถใหญ่ไม่เกิน 8 ปี และการทำงานก็ไม่สมบุกสมบันเหมือนในเมืองไทย หากลูกค้ารายใดมีรถใหญ่ไม่เพียงพอกับงานที่ได้ทำสัญญามาก็สามารถซื้อรถใหญ่จากบริษัทฯ เพื่อประกอบตัวโม่ได้ในทันที



Hino 500 Victor Limited Edition รุกตลาดแค่ 500 คัน พร้อมโชว์สมรรถนะ งาน BUS & TRUCK ’17

รถใหญ่ฮีโน่ ฉลองต่อเนื่องในโอกาสที่ทำตลาดขนส่งในเมืองไทยครบรอบ 55 ปี และสามารถทำยอดขายได้มากถึง 3.5 แสนคัน ส่งHino 500 Victor Limited Edition ที่มีเพียง 500 คัน เข้าร่วมแสดงในงาน BUS & TRUCK ’17 ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2560 ที่ไบเทค กรุงเทพฯ

Hino 500 Victor Limited Edition ปฏิวัตินวัตกรรมรถบรรทุกกับ 500 Victor ที่รวบรวมจุดเด่นต่าง ๆ ไว้มากมายใน ทั้งรูปโฉมโฉบเฉี่ยวล้ำสมัยและเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละประเภท ทั้ง Off road & On road มาพร้อมความสะดวกสบาย ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เช่น หัวเก๋งแบบลอยตัวและระบบถุงลมที่นั่งคนขับ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ระบบยกหัวเก๋งด้วยไฟฟ้าสะดวกง่ายดายในการซ่อมบำรุงรักษา พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในเก๋ง เช่น เปิด-ปิดกระจกหน้าต่างด้วยไฟฟ้า พร้อม central lock แผงหน้าปัด LCD ทันสมัยง่ายในการสังเกตุและมองเห็น ส่วนเรื่องความแข็งแรงทนทาน แชสซีใช้เหล็กที่แข็งแรงทนทานขึ้น ออกแบใหม่ให้สะดวกรวดเร็วและลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง

ตัวถังและอุปกรณ์พิเศษ หมดห่วงกับความปลอดภัยเต็มพิกัด ฮีโน่ Victor ทุกรุ่น จะติดตั้งระบบเบรค แบบ Full Air Brake และ Air bag เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อม มี ABS ให้ลูกค้าเลือกใช้ พิเศษสุดกับระบบปฏิบัติการขนส่งอัจฉริยะ iQ-san ที่ให้มากกว่า ระบบ GPS ทั่วไป เพราะได้เพิ่มระบบ Safety และ ระบบ training ให้กับคนขับ ที่แสดงทั้งภาพและเสียงเตือนขณะขับขี่ และรายงานผลให้กับผู้เกี่ยวข้อง มาพร้อมกับเครื่องรูดใบขับขี่ ตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก

พิเศษ ในโอกาสที่ฮีโน่ฉลองครบรอบ 55 ปี กับ Hino 500 Victor Limited Edition มีทั้งหมด 2 รุ่นได้แก่ HINO 500 VICTOR – FM1AK1B (Truck Tractor) ; หัวลาก 344 แรงม้า และ HINO 500 VICTOR – FM2PK1B (Truck Tractor ) ; หัวลาก 380 แรงม้า ปรับเปลี่ยนรูปโฉมทั้งภายในและภายนอกสุดทันสมัย ที่สำคัญเอกลักษณ์พิเศษอย่างนี้ มีเพียง 500 คันเท่านั้น


นอกจากนี้ ทางฮีโน่ยังได้วางกลยุทธ์ที่จะดึงให้กลุ่มขนส่งต้องนึกถึงยี่ห้อฮีโน่เมื่อต้องการซื้อรถใหญ่เพื่อใช้งาน โดยจะมีโปรโมชั่นพิเศษที่เหมาะกับการขนส่งในช่วงปลายปี ซึ่งตรงกับช่วงของงาน BUS & TRUCK ’17 เพราะจะทำให้ลูกค้าของฮีโน่ทำหน้าที่เพียงแค่ใช้รถในการขนส่งเท่านั้น แต่การดูแลรักษารถจะเป็นทางฮีโน่ที่ช่วยดูแลให้





คาร์แทรคโชว์ GPS ระดับ Cloud พบของจริงในงาน BUS & TRUCK ’17

คาร์แทรค เทคโนโลยี ให้บริการด้านการติดตามยานพาหนะ (GPS Tracking) และการจัดการระบบขนส่งอุปกรณ์จีพีเอสของคาร์แทรคมีคุณภาพสูง พร้อมรับประกันอุปกรณ์ตลอดอายุการใช้งาน สามารถติดตั้งคู่กับเครื่องรูดใบขับขี่แบรนด์มาตรฐานของโลก

คุณสมบัติเด่นของคาร์แทรค GPS Real-Time Monitoring การติดตามและตรวจสอบยานพาหนะแบบเรียลไทม์ด้วยระบบ 3G คาร์แทรคใช้ระบบคลาวด์ในการให้บริการ ผู้ประกอบการสามารถล็อกอินผ่านอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตได้ทุกที่ทุกเวลา

Unlimited User ID คาร์แทรคให้จำนวนผู้ใช้งานอย่างไม่จำกัด จะแบ่งกันดูแลรถเป็นกลุ่ม ๆ ตามประเภทรถ ตามหน่วยธุรกิจ ตามระดับการบังคับบัญชา ตามสาขาต่าง ๆ ฯลฯ Live Position Streamingทราบทันทีว่ารถอยู่ที่ไหนด้วย GPS ของคาร์แทรคสภาพรอบ ๆ ณ สถานที่นั้นเป็นอย่างไร เชื่อมโยงผ่านgoogle earthและgoogle street view

Route Replayเรียกดูเส้นทางวิ่งย้อนหลัง ได้ถึง6เดือนจากหน้าฟลีท และสามารถขอข้อมูลย้อนหลังได้ถึง5ปี Geofenceการสร้างกรอบพื้นที่เพื่อให้ระบบแจ้งเตือนผ่านอีเมล์เมื่อรถไปถึงจุดหมายนั้น การใช้จีโอเฟนซ์อย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้ประกอบการติดตามเส้นทางและสถานที่ที่รถต้องจอดแวะรายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Point of Interest การสร้างจุดสนใจ แลนด์มาร์กไว้ตามเส้นทาง เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านกาแฟ ร้านอาหาร สถานที่ที่ต้องลงสินค้า สี่แยกสำคัญ ๆ ป้อมตำรวจ ฯลฯ การใช้จุดสนใจควบคู่กับจีโอเฟนซ์อย่างสอดคล้องกัน จะช่วยให้ผู้ประกอบการควบคุมดูแลเส้นทางของรถขนส่งได้อย่างสบายใจDriving Behavior& Driving Performanceการติดตามดูพฤติกรรมคนขับ ทั้งในรูปแบบreal-timeและการส่งเป็นAlerts/Reportsเมื่อคนขับกระทำพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ทำให้ผู้ประกอบการทราบความเป็นจริงที่เกิดขึ้นทุกอย่างทุกเรื่อง ทุกเวลา

และ Report Generationรายงานของคาร์แทรคมีทั้งแบบมาตรฐาน เกือบ200แบบ และแบบที่สร้างเอง (customized report) ตามแบบที่ผู้ประกอบการต้องการโดยเฉพาะ ได้อีกหลากหลายไม่จำกัดจำนวน

โดยกลุ่มบริษัทคาร์แทรคได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 ที่ประเทศอัฟริกาใต้ โดยเริ่มต้นจากธุรกิจกู้คืนรถที่ถูกโจรกรรม (Stolen Vehicle Recovery) โดยมีทีมวิจัยและพัฒนามืออาชีพทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ (Eco-System) เป็นของตัวเอง ทำให้สามารถกู้คืนรถที่ถูกขโมยได้ถึง 94% ต่อมาจึงได้ขยายธุรกิจในด้านการติดตามยานพาหนะในองค์กรธุรกิจ (Corporate fleet management)

ปัจจุบันเปิดดำเนินการใน 24 ประเทศทั่วโลก มีลูกค้าไว้วางใจใช้บริการมากกว่า 658,000 ราย และได้จดทะบียนในตลาดหลักทรัพย์โจฮันเนสเบอร์ก (Johannesburg Stock Exchange – JSE) โดยมีมูลค่าตลาด 8,000 ล้านบาท

ไอวีโก้ ส่ง 3 รุ่นเด่น เอาใจผู้ประกอบการฯ จัดเต็มโปรโมชั่นเฉพาะงาน BUS & TRUCK ’17

ค่ายไอวีโก้ เตรียมเปิดตัวรถหัวลากรุ่นใหม่ 410 แรงม้า ให้งาน BUS & TRUCK ’17 เป็นเวทีเปิดตัว เจาะกลุ่มขนส่งที่ต้องวิ่งทางไกลทั้งในและประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมนำรถหัวลาก 380 แรงม้า และรถมิกเซอร์ 290 แรงม้า เพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าในงาน เน้นอย่าพลาดมีโปรโมชั่นเด็ดแน่นอน

คุณสุขสมเกียรติ เสือกลิ่นศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.เอส.เค. กรุ๊ป เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถไอวีโก้ ประเทศอิตาลี เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมแสดงงาน BUS & TRUCK ’17 ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2560 ที่ไบเทค กรุงเทพฯ ทางบริษัทฯ ได้ตัดสินใจที่จะจัดงานเปิดตัวรถหัวลากรุ่นใหม่ขนาด 410 แรงม้า ขับเคลื่อนสองเพลา ซึ่งเหมาะกับกลุ่มขนส่งที่ต้องขนส่งทางไกล ไม่ว่าจะเป็น ทั้งในประเทศ หรือประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

พร้อมทั้งยังมีรถหัวลากรุ่นเด็ด ขนาด 380 แรงม้า ซึ่งเหมาะกับการบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ทั้งเพื่อการนำเข้า-ส่งออก รวมถึงวิ่งขนส่งในประเทศด้วย เท่าที่ผ่านมาพบว่ารถหัวลากรุ่น 380 แรงม้านี้เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก สามารถทำยอดจำหน่ายได้มากสุด


ส่วนรุ่นมิกเซอร์ 290 แรงม้า เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ผู้รับเหมาก่อสร้างต่างต้องการเป็นอย่างยิ่ง เพราะในโครงการเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ ต้องใช้รถมิกเซอร์เพื่อผสมปูนในการก่อสร้างถนนและอาคารต่าง ๆ อย่างมากมาย

“ด้วยทางบริษัทฯ ถือได้ว่าเป็นพันธมิตรที่ดีกับงาน โเดยเข้าร่วมแสดงติดต่อกันแทบทุกปี ในปีนี้ถือได้ว่า ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นกลับคืนเต็มที่แล้ว งานขนส่งก็มีตามมา ดังนั้นจึงคาดว่ายอดขายรถใหญ่ที่ทางบริษัทฯได้นำเข้าร่วมในงาน BUS & TRUCK ’17 จะต้องขายได้ดีแน่”

และสิ่งที่ขาดไม่ได้ ที่รถใหญ่ไอวีโก้ได้ร่วมงาน BUS & TRUCK ทุกครั้ง จะต้องมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มานำเสนอเสมอ และงานในปีนี้ ค่ายไอวีโก้ก็ได้เตรียมแคมเปญเด็ด ๆ ที่เหนือกว่าทุกปีมานำเสนอให้กับกลุ่มขนส่งด้วย พลาดไม่ได้เพราะจะมีเฉพาะในงาน BUS & TRUCK ’17 เพียงงานเดียวเท่านั้น

ไดสตาร์ ส่งเครื่องเสียงใหม่ 24 V

เจาะกลุ่มลูกค้ารถทัวร์ BUS & TRUCK ’17


ไดสตาร์ เทค เปิดตัวเครื่องเสียง 24 V ในงาน BUS & TRUCK ’17 รายแรกของเมืองไทย ราคาถูกกว่าแบบเดิม 12 V ที่ต้องนำมาดัดแปลงใหม่ มั่นใจกลุ่มรถทัวร์ต้องนำไปติดรถสร้างความบันเทิงให้ผู้โดยสาร พร้อมเป็น One Stop Service เพื่อสร้างแบรนด์รอยัลตี้ให้ติดตลาด


แหล่งข่าวระดับสูง บริษัท ซูเล็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับงาน BUS & TRUCK ’17
 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2560 ที่ไบเทค กรุงเทพฯ ทางบริษัทฯ ได้ตกลงใจที่เข้าร่วมแสดงในงานครั้งนี้ด้วย และได้นำสินค้าตัวใหม่เข้าเปิดตัวในงานคือ เครื่องเสียงรุ่นใหม่ 24 V

เครื่องเสียง 24 V ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับรถบัส รถบรรทุกโดยเฉพาะ เนื่องด้วยในตลาดปกติทั่วไปจะใช้เครื่องเสียงรถบ้าน 12V ไปติดในรถบัสหรือรถบรรทุกที่ใช้ไฟ 24V การติดตั้งนั้นจึงต้องดัดแปลงหรือเพิ่มอุปกรณ์ ซึ่งก็ทำให้เกิดผลเสียหลายอย่าง ทาง Distarจึงคิดค้นสินค้านี้ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ และถือเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทไทย

Distar เป็นผู้ให้บริการแบบ One Stop Service ครบทุก ไลน์โปรดักช์ สำหรับรถเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ เช่น GpsTracking ,ระบบ MDVR, ระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบ(MOD) รวมทั้ง

กล้องติดรถต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งจุดเด่นของสินค้านอกจากเรื่อง ฟังก์ชั่นการใช้งานแล้ว ยังเน้นเรื่องความแข็งแรงทนทานของวัสดุอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในยานพาหนะโดยเฉพาะ

“ทางบริษัทฯ มีความมั่นใจว่ากลุ่มลูกค้าทุกราย โดยเฉพาะกลุ่มรถทัวร์ 30 เมื่อได้มาพบสินค้าทุกตัวที่บริษัทฯ นำมาแสดง จะต้องเกิดความมั่นใจว่าเมื่อนำสินค้าที่สามารถสร้างความบันเทิงให้กับผู้โดยสารไปติดภายในรถ ผู้โดยสารรายนั้นก็จะกลับมาใช้บริการของบริษัทฯ อีกอย่างแน่นอน”

ด้วยประสบการณ์มากกว่า 25 ปี และมีทีมงานทั้งในและต่างประเทศที่มีมากกว่า 800 ชีวิต จึงสามารถให้บริการครบวงจรในรูปแบบ one stop service พร้อม Monitoring Service 24 ชั่วโมง อีกทั้งสินค้ามีความหลากหลายตามความต้องการของประเภทธุรกิจซึ่งออกแบบมาเพื่อรถเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ และผ่านมาตรฐานจากกรมขนส่งทางบก สามารถช่วยลดต้นทุนการจัดการให้กับธุรกิจพร้อมสร้างความแตกต่างให้กับการบริการ นั่นคือเหตุผลที่ต้องเลือก Distar

“ทางบริษัทฯ ได้เข้าร่วมแสดงในงาน BUS & TRUCK ’17 ซึ่งเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องหลายปี ก็เป็นเพราะต้องการที่จะสร้างแบรนด์รอยัลตี้ให้ติดตลาดรถทัวร์ให้ได้ เมื่อลูกค้าที่จะใช้อุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้โดยสารภายในรถก็ต้องคิดถึงยี่ห้อไดสตาร์เป็นหลัก

ทางบริษัทฯ ได้เข้าร่วมแสดงในงาน BUS & TRUCK ’17 เข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องหลายปี  เพื่อต้องการที่จะสร้างแบรนด์รอยัลตี้ให้ติดตลาดรถทัวร์ เมื่อลูกค้าที่จะใช้อุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้โดยสารภายในรถก็ต้องคิดถึงยี่ห้อไดสตาร์เป็นหลัก

โปรโมชั่นพิเศษที่จะมีในงาน BUS & TRUCK ’17 บริษัทฯ จะประกาศให้ทราบก่อนงานเริ่มอย่างแน่นอน เพื่อให้กลุ่มลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดเฉพาะในงาน BUS & TRUCK ’17 นี้เท่านั้น
เมอร์เซเดส-เบนซ์, ไดสตาร์เทค และกู๊ดเท็มพ์
ปักธงพร้อมร่วมโชว์นวัตกรรรมเด็ดในงาน จัดขึ้นช่วงปลายปี 2560 บนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร 
วันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2560  ณ ไบเทค กรุงเทพฯ

ใกล้ชิดกับนักบินชื่อดังระดับโลกในงาน Air Race1 World Cup Thailand 2017

ชิงความเป็นที่หนึ่งในโลกแห่งความเร็วของการบิน ที่อู่ตะเภา

Air Race1 การแข่งขันเครื่องบินสูตรหนึ่งที่มีการแข่งขันกันมายาวนานกว่า 70 ปี โดยการแข่งขัน เครื่องบินสูตรหนึ่งจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบสูตรหนึ่ง(Formula 1) มีกฎข้อบังคับหรือ “สูตร” เหมือนกัน การแข่งขันดำเนินการและควบคุมโดย สมาคมการแข่งขัน เครื่องบินสูตรหนึ่งระหว่างประเทศ (IF1) ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกีฬาชนิดนี้ สมาคมการแข่งขัน เครื่องบินสูตร (FARA) ในอังกฤษ และสมาคมนักบินเครื่องบินสูตร (APAF) ในฝรั่งเศส ทุกการ แข่งขัน เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจะทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่าการแข่งขันมีความปลอดภัยและมี การรับรองตำแหน่งแชมป์โลกของผู้ชนะ สำหรับคุณสมบัติของนักบินที่สามารถเข้าแข่งขัน จะต้องผ่านมาตรฐานและข้อกำหนดระดับสูง รวมทั้งผ่านการสอบและการบินทดสอบ ก่อนจะได้รับอนุญาตให้เข้าแข่งขันได้ เพื่อความมั่นใจ ในความปลอดภัยของนักบินทุกคน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เครื่องบินสูตรหนึ่ง เป็นเครื่องบิน ประเภทเดียวในโลกที่สร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขัน โดยการผลิตมีเป้าหมายเพียงประการเดียว คือ ทำความเร็วในเพดานบินต่ำและสามารถเลี้ยวไปตามเส้นทางสนามแข่งขันได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งโดยปกตินักบินและวิศวกรจะสร้างเครื่องบิน แข่งขันสูตรหนึ่งด้วยตนเอง ซึ่งอาจใช้เวลามาก กว่าสองปี เครื่องบินทุกลำสร้างขึ้นด้วยมือและแตกต่างจากเครื่องลำอื่น หรืออาจใช้เครื่องบิน ทั่วไปที่ได้รับความนิยมอย่างรุ่น “Cassutt”
จากการที่ประเทศไทยได้รับสิทธิให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันการบิน Air Race1 ระดับชิงแชมป์ โลกอย่างเป็นทางการ ในปี 2017 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ประเทศไทยเสนอ ตัวเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน การบิน Air Race1 World Cup Thailand 2017 ในงานมหกรรม ทางเรือนานาชาติ โดยจะใช้ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดระยอง เป็นสนามจัดการ แข่งขันในวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2560 ตามที่การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ได้แถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 15 กัยายน 2560 ที่ผ่านมา
คณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขันโดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานได้เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งจากส่วนกลางและ ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองการบินทหารเรือ เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตาม ความก้าวหน้าพร้อมจัดการแข่งขัน Air Race1 World Cup Thailand 2017 presented by Chang ณ ห้องประชุมม้าน้ำ อาคารกิจการอาคารรับรองสัตหีบ สวัสดิการอาคารรับรอง กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเรียนเชิญ รองนายกรัฐมนตรี พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นประธานในการประชุม รองนายกรัฐมนตรีจะนำคณะลงพื้นทีตรวจเยี่ยมความพร้อมของสนาม บินนานาชาติอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน Air Race1 World Cup Thailand 2017 presented by Chang
สนามบินนานาชาติอู่ตะเภากองการบินทหารเรือและคณะกรรมการจัดการแข่งขันยืนยันว่าสนาม บินนานาชาติอู่ตะเภา มีความพร้อมทั้งด้านสถานที่ การรักษาความปลอดภัย ระบบควบคุมการ จราจรทางอากาศ และการให้ความช่วยเหลือในกรณีเกิดอุบัติเหตุ การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบกับการให้บริการของสายการบินต่างๆ ที่ร่วมใช้พื้นที่อยู่ในปัจจุบัน
พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เตรียมความพร้อมของการแข่งขัน Air Race 1


พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการการเตรียมความพร้อมของ การแข่งขัน Air Race 1 ในครั้งนี้ว่า “การแข่งขันการบิน Air Race 1 เป็นการแข่งขันเครื่องบินที่ ยิ่งใหญ่ และนับเป็นกีฬาประเภทมอเตอร์สปอร์ตที่มีความเร็วที่สุดในโลก หรือ อีกนัยหนึ่งคือกา รแข่งขัน Formula1 ของเครื่องบิน การดำเนินการของคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ ถือว่ามีความ พร้อม เรียบร้อยเป็นไปด้วยดี และตรงตามกำหนดเวลาในแผนปฏิบัติการ รวมถึงการปรับปรุง พื้นที่โดยรอบ การก่อสร้างอัฒจันทร์ และห้องวีไอพี สำหรับรองรับประชาชนที่จะเข้ามาชม การแข่งขันในสนาม ซึ่งจะเริ่มดำเนิน
การก่อสร้างในวันที่ 15 ตุลาคม นี้ ส่วนเครื่องบินที่เข้าแข่งขันจะเดินทางมาถึงประเทศไทย ในวันที่ 28 ตุลาคม นี้ นอกจากนี้สนามบินนานาชาติอู่ตะเภายังเป็นสนามบินที่ก่อสร้าง โดยความร่วมมือทางทหารของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีความแข็งแรง พร้อมด้วยระบบ สาธารณูปโภคที่ครบครัน ระบบการควบคุมการจราจรทางอากาศ รันเวย์ และโรงจอดเก็บ
เครื่องบินที่กว้างขวาง ทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถรองรับนักแข่ง เครื่องบินที่เข้าแข่ง
คณะกรรมการชาวต่างชาติ ประชาชนที่เข้าร่วมชมการแข่งขันได้เป็นจำนวนมากได้
อย่างสมบูรณ์แบบ สมกับที่ประเทศไทยได้รับการคัดเลือกให้เป็นสนามแข่งขัน Air Race1 ระดับ World Cup แห่งแรกในทวีปเอเซีย แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทย ในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลกได้ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายๆ ด้านรวมถึง การท่องเที่ยว ทั้งในพื้นที่เองและพื้นที่ใกล้เคียงพลเรือเอกพลเดช เจริญพูล รองผู้บัญชาการ ทหารเรือ ในฐานะเจ้าของสถานที่กล่าวว่า “กองทัพเรือ เตรียมความพร้อมทั้งในด้านสถานที่ การจัดการจราจรทางอากาศ มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ในบริเวณงานและ พื้นที่โดยรอบ จัดให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทั้งในและรอบบริเวณพื้นที่ การจัดงาน เตรียมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาร่วมงานครั้งนี้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ จอดรถที่รองรับได้หลายพันคัน บริการรถสุขาเคลื่อนที่หลายจุด การรักษาความสะอาดในพื้นที่ กิจกรรม ปี 2560 นี้เป็นวาระสำคัญที่รัฐบาลไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน มหกรรมทาง เรือนานาชาติ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560 ณ บริเวณอ่าวสัตหีบ จ.ชลบุรี เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี การก่อตั้งสมาคมอาเซียน โดยการจัดงานดังกล่าวมีเรือรบจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกจำนวน มากเข้าร่วมสวนสนามทางเรือ ตั้งแต่แหลมฉบัง อ่าวพัทยา ไปจนถึงท่าเรือจุกเสม็ด และยังมี
กิจกรรมการแข่งขัน Air Race1 World Cup Thailand 2017 presented by Chang ที่เป็นการแข่งขันกีฬาระดับโลก ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมภาคประชาชน ซึ่งจะ
ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Thailand Sport Hub
of Asian และเป็นภารกิจที่สำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น
ด้านผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย นายสกล วรรณพงษ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการจัดเตรียมการ
จัดงาน ขอขอบคุณ รัฐบาล บุคลากร ตลอดจนหน่วยงานทุกภาคส่วน และผู้สนับสนุนการแข่งขัน ทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันฟันฝ่าอุปสรรคและสามารถจัดการแข่งขันนี้ให้เกิดขึ้นได้ และขอ เป็นตัวแทนในนามการกีฬาแห่งประเทศไทย ต้อนรับนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ทุกท่านด้วยความยินดี รวมถึงอยากชักชวนประชาชนให้มาร่วมติดตามชมการแข่งขัน เนื่องจากการจัดการแข่งขัน Air Race 1 World Cup Thailand 2017 presented by Chang ในครั้งนี้นับเป็นการจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลกรายการแรกของปีแห่งการท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ อย่างยั่งยืน ที่จะได้แสดงให้นานาประเทศเห็นถึงศักยภาพความพร้อมในการจัดมหกรรมกีฬาระดับโลก รวมถึงความสามารถในการรองรับผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลกที่ชื่นชอบกีฬา และต้องการเดินทางเข้ามาชม การแข่งขันกีฬาไปพร้อมๆ กับการท่องเที่ยววิถีไทย ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอก
ประเทศหลั่งไหลมายังอู่ตะเภาประมาณ 150,000 คน








ผู้ที่สนใจ ขอเชิญเข้าร่วมชมการแข่งขันจะได้พบกับช่วงเวลาเอ็กซ์คูลชีฟ เปิดโอกาสให้ใกล้ชิดกับนักบินชื่อดังระดับโลกในกิจกรรม Pit Walk (สำหรับผู้ซื้อบัตร Pit Walk) โดยนักบินทั้ง 16 คน ที่ผ่าน
เข้ามาสู่การชิงความเป็นสุดยอดในโลกแห่งการบิน Air Race1 World Cup Thailand 2017 ล้วนเป็นนักบินที่มีอันดับ1ใน 22 อันดับโลก ไม่ว่าจะเป็น จัสติน มีเดอร์ส (Justin Meaders), สตานิสลาส ดามิรอน (Stanislas Damiron), ฟิลิป โกฟอร์ธ (Philip Goforth), จัสติน ฟิลิปสัน (Justin Phillipson) หรือ สตีฟ เทมเพิล (Steve Temple) เป็นต้น

การแข่งขัน Air Race1 World Cup Thailand 2017 Presented by Chang แข่งขันในวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2560 ณ สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จ.ระยอง ราคาบัตร : 3 Day pass (VIP Room Package) : 10,000 Baht
1 Day Pass (VIP Room Package) : Fri 3,000 Baht/Sat 5,000 Baht/Sun 5,000 Baht
3 Day Pass PACKAGE (GRAND STAND) : 1,000 Baht
1 Day Pass (GRAND STAND) : Fri 300 Baht / Sat 300 Baht / Sun 500 Baht
1 Day Pass (STAND) 100 Baht
1 Day Pass (PIT WALK) : 500 Baht (พร้อมรับผ้าพันคอที่หน้างาน)
โดยจะมีการถ่ายทอดสด การแข่งขัน รอบตัดสินในวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 14.00-16.00 น. ทางไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32 นอกจากนี้ภายในงาน จะมีกิจกรรมหลากหลายตลอดการจัดงาน 3 วัน อาทิ ร้านจำหน่ายสินค้าธงฟ้า จากกระทรวงพาณิชย์ สินค้า OTOP ภาคตะวันออก ชมคอนเสิร์ตจากศิลปินวงดังมากมาย และการแข่งขันสุดสวยมวยไทยโลก ส่วนผู้ที่สนใจ เข้าร่วมชมการแข่งขันแบบเกาะติดขอบสนาม สามารถซื้อบัตรราคา 100, 300, 500, 3,000, 5,000 และ 10,000บาท www.thaiticketmajor.com ซุ้มจำหน่ายบัตรหน้างาน วันจำหน่ายบัตร : ตั้งแต่ 02 ตุลาคม 2560 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของการแข่งขันได้ที่
www.airrace1thailand.com

11 ตุลาคม 2560

โปรแกรมวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์


คลินิกวัคซีนกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอเชิญชวนทุกท่านดูแลสุขภาพ ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงผู้ที่มีโรคประจำตัว อาทิ โรคปอดเรื้อรัง หอบหืด โรคเลือด เบาหวาน มะเร็ง และ ไตวายเรื้อรัง หรือ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ เป็นต้น เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเสียชีวิตอันเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ด้วยวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 4 สายพันธุ์ ราคา 890 บาท*(รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว) *ยกเว้นศูนย์กุมารเวช อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2560 สอบถามเพิ่มเติมโทร. Contact Center 1719

10 ตุลาคม 2560

กรุงไทยชวนเยาวชนร่วมพลิกฟื้นชุมชนด้วยวิถีเศรษฐกิจพอเพียง


โครงการ กรุงไทย ต้นกล้าสีขาว ปี11


ธนาคารกรุงไทย จัดโครงการ กรุงไทยต้นกล้าสีขาว ปีที่ 11 เชิญชวนนักเรียน ม.ปลาย และปวช.
ร่วมสร้างสรรค์ โครงการพลิกฟื้นชุมชนด้วยวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ชิงถ้วยพระราชทาน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลมูลค่ากว่า 2.3 ล้านบาท

นายนนทิกร กาญจนะจิตรา กรรมการบรรษัทภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม ธนาคารกรุงไทย
 เป็นประธานงานมอบรางวัลโครงการกรุงไทย ต้นกล้าสีขาว ปีที่ 11 ชิงถ้วยพระราชทาน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นการปลูกฝังจริยธรรมการดำเนินธุรกิจ
ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมปอดบำบัด โรงเรียนรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ จังหวัดราชบุรี โดยมีนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง

ในฐานะกรรมการบรรษัทภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม
 ณ Banking Hall ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่
 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560

คิดถึงเขา ณ.บ้านระเบียงดาว


ธรรมชาติจะโอบกอดเราไว้ตามรอยสถานที่ท่องเที่ยวสุดฟิน
 เมืองเชียงใหม่ ณ. บ้านระเบียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เราขึ้นไปนอนที่เชียงดาว ที่พักที่เหมาะกับการหลีกหนีจากความแออัดในเมืองหลวงไม่อยากพลาดชมแสงอาทิตย์อาบขุนเขา เพราะว่าที่แห่งนี้ ขึ้นชื่อว่าจองยากมากๆ สัญญาณโทรศัพท์แทบไม่มี อีกอย่าง
ที่จองยากไม่ใช่อะไรเป็นเพราะความสวยงาม ของสถานที่ตั้ง เป็นที่สุดของวิว Panorama มองเห็นดอยหลวงเชียงดาวได้ในระยะอันใกล้ เลยกลายเป็นที่ทำให้ความต้องการของหลายๆ คนอยากจะไปพักที่
บริเวณนี้มีจำนวนมาก และบ้านระเบียงดาว มีจำนวนห้องพักมีน้อยไม่เพียงพอกับนักม่องเที่ยว เลยเป็นที่มาของการจองล่วงหน้ากันหลายเดือน เน้นๆ วัน ศ-ส-อา ส่วนใหญ่จะเต็ม ส่วนค่าที่พักก็คนละ 500
บาท (ราคา ณ.เดือนกันยายน 2560 ) รวมอาหารเย็น (สะอาดและอร่อย)  และอาหารเช้าแบบชาวเขา

ข้าวต้มแบบเติมได้ไม่อั้น ข้าวต้มร้อนๆ กับกาแฟ และที่สุดของวิว !! ชอบจังเติมได้ไม่อั้น







วันนี้จะพาไปนอนชมวิวสวยๆกับที่ เที่ยวเชียงดาว ดูหมอกและดาว โฮมสเตย์สุดชิว บรรยากาศสุดชิค
ชื่อสุดเลิฟ “บ้านระเบียงดาว” ที่พักซึ่งตั้งอยู่แนบชิดดอยหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่  ทางไปบ้านระเบียงดาว จากถนนสายหลักถึงสีแยก เลี้ยวขวาจะไปตัวอำเภอเชียงดาว แต่เราจะเลี้ยวซ้ายขับเข้าไปจนถึงวัดถ้ำเชียงดาว ให้เริ่มต้นที่นี่เลยเลี้ยวขวาขับเข้าไปตามทางที่คดเคี้ยว ผ่านหน่วยพิทักษ์ป่าสบห้วยผาตั้ง -นาเลา ผ่านจุดเริ่มเดินดอยหลวงเชียงดาว-อ่างสลุง จ่ายค่าผ่านทางด้วยนะ  ขับไปเรื่อย บีบแตไปยาวๆ ตลอดเส้นทางเพื่อความปลอดภัย ในขณะเดียวกันมีรถสวนทางมาบ้าง และแล้ว.....จนในที่สุดก็มาถึง!!! ขับรถผ่านเส้นทางด้วยใจระทึก ถึงแล้วบ้านระเบียงดาว บ้านระเบียงดาวตอนนี้มีไฟฟ้าแล้ว ส่วนอากาศยามค่ำคืนหน้าฝนก็เย็นๆ มอง เห็นดาวนิดๆ อากาศฟิน สบายๆ ไม่ถึงกับหนาวมาก

ชีวิต คือ การเดินทางเพื่อสะสมความทรงจำ ที่พักที่เหมาะกับการหลีกหนีจากความแออัดในเมืองหลวง




การเดินทางบ้านระเบียงดาวทริปนี้ บินไปลงที่สนามบินเชียงใหม่ จากนั้นก็เช่าของ Avis เป็นรุ่น Suzuki Swift ราคา 600 บาท ใครที่มา 3-5 คน แนะนำว่าให้เช่ารถขับไปเอง ไม่ยาก และสะดวกดี แวะซื้อผลไม้ตามทางสบายๆ  และยังแวะเที่ยววัดสวยๆ คุมเวลาเองได้กว่าการไปด้วยรถสาธารณะ ทางไปดอยหลวงเชียงดาวขับไม่ยากเลย  เอาจริงทางหลวงหมายเลข 107 จากตัวเมืองขับตรงอย่างเดียว เราใช้กูเกิล
แมพนำทางขับไม่ยากเท่าไหร่สามารถทำความเร็วได้


พูดได้แลย บ้านระเบียงดาว เป็นที่พักที่เหมาะเหลือเกินกับการหลีกหนีจากความแออัดในเมืองหลวง ออกจาก เชียงดาว ก็ขับย้อนกลับมาทางเดิมมุ่งตรงไปยังเส้น อ.แม่ริม เลี้ยวขวาเข้าสายแม่ริม-สะเมิง ขับไปประมาณ 15 กิโลแล้วเลี้ยวขวาตรงบ้านโป่งแยก และขับต่อไปอีกประมาณ 6 กิโล เส้นทางช่วงนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนะ เพราะเป็นทางเข้าหมู่บ้านม้ง ถนนพอสวนกันได้  บีบแตรรัวไปค่ะ มีโค้งหักศอกแคบๆอยู่ประมาณ 2-3 จุดก่อนถึงยอดม่อนแจ่มแวะกราบลาศาลเจ้าหลวงคำแดง ที่อยู่ตรงจุดเริ่มเดินขึ้นยอดดอยหลวง แวะถ่ายภาพวัดถ้ำเชียงดาว ก่อนที่จะวิ่งเข้าตัวอำเภอเพื่อไปกินร้านข้าวขาหมูชื่อดังของเชียงดาว




ค่าบริการนั้นจะคิดเป็นรายหัว ราคา 500 บาท สำหรับที่พัก  1 คืน พร้อมอาหาร 2 มื้อ
บ้านระเบียงดาว เห็นดอยหลวงชัดมาก ไปเที่ยวกับเพื่อนคือที่สุดแล้ว สภาพอากาศวันนั้นค่อนข้างอบอ้าวไปสักนิด

บ้านระเบียงดาว เบอร์ โทร 089-998-0712 , 089-903-0083
เว็บไซต์ bannrabeangdao.blogspot.com