31 มีนาคม 2569

วิริยะประกันภัย คว้า 2 รางวัล “สุดยอดแบรนด์ – องค์กร”


ดร.อรรชกา สีบุญเรือง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายธนเดช กุลปิติวัน บรรณาธิการบริหารนิตยสาร BrandAge ร่วมแสดงความยินดีกับ นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในโอกาสเข้ารับรางวัล “2026 Thailand’s Most Admired Brand” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 (2004-2026) จากผลวิจัยความนิยมโดยนิตยสาร BrandAge ที่ศึกษาความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศ ร่วมกับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ สะท้อนความไว้วางใจของผู้บริโภคที่เชื่อมั่นให้วิริยะประกันภัยดูแลความเสี่ยงในทุกสถานการณ์ ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้รับรางวัล “2025-2026 Thailand’s Most Admired Company” โดยได้รับรางวัลดังกล่าว เป็นครั้งที่ 5 (2020 และ 2023-2026) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้เอาประกันภัย คู่ค้า และสังคมไทยอย่างยั่งยืนบนพื้นฐาน “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” ณ Prestige Hall Grande Centre Point Prestige Bangkok


ดร.อรรชกา สีบุญเรือง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายธนเดช กุลปิติวัน บรรณาธิการบริหารนิตยสาร BrandAge ร่วมแสดงความยินดีกับ นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในโอกาสเข้ารับรางวัล “2026 Thailand’s Most Admired Brand” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 (2004-2026) จากผลวิจัยความนิยมโดยนิตยสาร BrandAge ที่ศึกษาความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศ ร่วมกับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ สะท้อนความไว้วางใจของผู้บริโภคที่เชื่อมั่นให้วิริยะประกันภัยดูแลความเสี่ยงในทุกสถานการณ์ ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้รับรางวัล “2025-2026 Thailand’s Most Admired Company” โดยได้รับรางวัลดังกล่าว เป็นครั้งที่ 5 (2020 และ 2023-2026) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้เอาประกันภัย คู่ค้า และสังคมไทยอย่างยั่งยืนบนพื้นฐาน “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” ณ Prestige Hall Grande Centre Point Prestige Bangkok



ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งมอบมาตรฐานบริการด้วยหัวใจ จนได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยยังคงครองความเป็น “แบรนด์ประกันภัยที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุด” อย่างต่อเนื่อง ด้วยคะแนนสูงสุดร้อยละ 29.30 ขณะเดียวกัน ยังได้รับการยอมรับว่าเป็น “บริษัทประกันวินาศภัยที่คนไทยชื่นชมมากที่สุด” ด้วยผลคะแนนรวมสูงสุด 7.52 และมีคะแนนโดดเด่นในด้าน Corporate Image, Management, Sustainable Development และ Excellence Service โดยในปี 2026 นี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งพัฒนานวัตกรรมงานบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการสูงสุดของผู้บริโภค ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายบุคลากรทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่เป็นหลักประกันความเสี่ยงให้สังคมไทยอย่างมั่นคงและเข้มแข็งทุกสถานการณ์ ภายใต้แนวคิด “เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต มุ่งเสริมสร้างสังคมไทยสู่ความยั่งยืน”





[evian] evian® เฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปี


[evian] evian® เฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปี ร่วมมือกับ ‘เจฟฟ์ คูนส์’ รังสรรค์ขวดลิมิเต็ด พร้อมมอบประสบการณ์ด้านไฟน์ไดนิ่งทั่วเอเชียแปซิฟิก

31 มีนาคม 2026 - กรุงเทพฯ ประเทศไทย - evian® เฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปี นับตั้งแต่เริ่มบรรจุขวดน้ำแร่ธรรมชาติครั้งแรกในปี 1826 เพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้ evian® เปิดตัวภาพถ่ายพอร์ตเทรตชุดใหม่ที่โดดเด่น โดยมี เจฟฟ์ คูนส์ ศิลปิน เข้าร่วมเป็นหนึ่งในครอบครัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ พร้อมด้วยสมาชิกเดิม ได้แก่ คาร์ลอส อัลการาซ, เอ็มมา ราดูคานู, ฟรานเซส เทียโฟ และ เซลีน บูติเยร์ ร่วมกันสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่าง evian® กับโลกของวัฒนธรรม เทนนิส และกอล์ฟ โดยมีฉากหลังเป็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะของเทือกเขาแอลป์ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำแร่ธรรมชาติ evian® ที่ผ่านกระบวนการกรองตามธรรมชาตินานถึง 15 ปี โดยสมาชิก Live Young Collective ปรากฏตัวเคียงข้างรถส่งน้ำ evian® รุ่นวินเทจ สื่อถึงการเดินทางตลอด 200 ปีของแบรนด์ จากแหล่งน้ำท้องถิ่นที่ได้รับการปกป้อง สู่การเป็นไอคอนระดับโลก

ไอคอนปะทะไอคอน
เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบนี้ evian® ร่วมมือกับศิลปินระดับโลก เจฟฟ์ คูนส์ เปิดตัวขวดแก้วลิมิเต็ดเอดิชั่น 2 ดีไซน์ เพื่อเป็นเกียรติแก่วาระ 200 ปีของแบรนด์ ขวดแก้วลิมิเต็ดเอดิชั่นสีชมพูสำหรับ still และสีฟ้าสำหรับ sparkling ถ่ายทอดผลงานไอคอนิก “Balloon Dog” (บอลลูน ด็อก) ในมุมมองที่สนุกสนาน สะท้อนความสุข ความขี้เล่น และการเฉลิมฉลอง ซึ่งสอดคล้องกับตัวตนของ evian® และจิตวิญญาณ Live Young ได้อย่างลงตัว พร้อมเติมเต็มบรรยากาศบนโต๊ะอาหารทั่วโลก


เจฟฟ์ คูนส์ กล่าวถึงความร่วมมือกับ evian® ว่า “เมื่อ evian® ติดต่อผม แนวคิดเรื่องความเยาว์วัยเป็นสิ่งที่แมทช์กับความคิดของผมในทันที เพราะผมเชื่อว่าความอ่อนเยาว์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ แต่คือทัศนคติ ผมชื่นชอบน้ำแร่ธรรมชาติ evian® มาโดยตลอด และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเฉลิมฉลอง 200 Years Young ของแบรนด์ผ่านการออกแบบขวดลิมิเต็ดเอดิชั่นนี้ ผมเลือกนำ Balloon Dog มาเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ เพราะมันไม่เพียงสะท้อนความไอคอนิคของแบรนด์ แต่ยังถ่ายทอดจิตวิญญาณของการเฉลิมฉลอง ความขี้เล่น ความอยากรู้อยากเห็น และความสุขของการสร้างสรรค์ที่เติมเต็มชีวิตและสร้างพลังบวก”
การเฉลิมฉลองระดับภูมิภาคในวงการอาหาร
น้ำแร่ธรรมชาติ evian® มีบทบาทในการยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหาร ผ่านความร่วมมือกับเชฟชั้นนำระดับโลก แร่ธาตุในน้ำแร่ช่วยปรับสมดุลการรับรส และเตรียมต่อมรับรสให้สามารถสัมผัสรสชาติที่ละเอียดซับซ้อนได้อย่างเต็มที่
การเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปีของ evian® ทั่วเอเชียแปซิฟิก จะถูกถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ด้านอาหารที่น่าจดจำโดยบรรดาเชฟชั้นนำที่ช่วยต่อยอดเรื่องราวของแบรนด์สู่วัฒนธรรมการรับประทานอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งในแต่ละพื้นที่ตลอดปี 2026 โปรแกรมไฟน์ไดนิ่งจะนำเสนอขวดแก้ว evian® still และ sparkling จากความร่วมมือกับเจฟฟ์ คูนส์ บนโต๊ะอาหารระดับพรีเมียม พร้อมไฮไลต์เมนูมิกโซโลยีซิกเนเจอร์ และดินเนอร์รูปแบบ Four-Hands ระหว่างเชฟและ evian® Chef Ambassadors
การเฉลิมฉลองในประเทศไทย
การเฉลิมฉลองในประเทศไทยจะถูกถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นร่วมกับความเป็น evian® 200 ปี ณ สถานที่ชั้นนำด้านไฟน์ไดนิ่งและเครื่องดื่มของภูมิภาค โดยเปิดโอกาสให้นักชิมและนักดื่มสัมผัสผลงานสร้างสรรค์จากมิกโซโลจิสต์ระดับโลกของ Diageo World Class อย่าง กอล์ฟ กิตติบดี ที่จะถ่ายทอดการเฉลิมฉลองครั้งนี้ออกมาในรูปแบบที่ร่วมสมัย เหนือระดับ และเต็มไปด้วยความสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมี evian® Chef Ambassadors ในกรุงเทพฯ ได้แก่ เชฟนิค พาวาภาไพบูลย์ จากวังหิ่งห้อยและเชฟระดับมิชลินสตาร์ อาร์โนลด์ ดูนองด์ จาก Maison Dunand Bangkok เข้าร่วมด้วย แหล่งกำเนิดแห่งความจริง
ตลอดระยะเวลา 200 ปี evian® ยืนหยัดผ่านกาลเวลาด้วยเอกลักษณ์ของน้ำจากแหล่งกำเนิดในเทือกเขาแอลป์ ผ่านกระบวนการกรองตามธรรมชาติยาวนาน 15 ปีผ่านชั้นหินธารน้ำแข็ง ผสานกับความมุ่งมั่นในการรักษาความบริสุทธิ์และคุณภาพระดับสูง มรดกอันยาวนานนี้ทำให้ evian® กลายเป็นไอคอนของการเติมความสดชื่นแบบพรีเมียมที่อยู่เหนือกาลเวลา ประวัติศาสตร์ตลอด 200 ปีของแบรนด์ยังเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความมุ่งมั่นในการปกป้องระบบนิเวศธรรมชาติขนาด 125 ตารางกิโลเมตรที่หล่อเลี้ยงแหล่งน้ำ evian® ซึ่งเป็นความรับผิดชอบที่ดำเนินร่วมกับเทศบาลท้องถิ่น 13 แห่งมานานกว่า 30 ปี โดยยึดหลักการสำคัญสามประการ ได้แก่ การส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การอนุรักษ์ระบบนิเวศธรรมชาติ รวมถึงพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ และการสนับสนุนการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบในภูมิภาค
ในสัปดาห์นี้ evian® จะเริ่มต้นการเฉลิมฉลอง 200 Years Young ด้วยงานพิเศษที่ Évian-les-Bains โดยเชิญพันธมิตรของแบรนด์เดินทางสู่แหล่งกำเนิดน้ำแร่ธรรมชาติ เพื่อสำรวจภูมิทัศน์ธรรมชาติที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองเป็นอย่างดี สถานที่สร้างสรรค์องค์ประกอบแร่ธาตุอันเป็นเอกลักษณ์ของ evian® และดื่มด่ำกับโลกของวัฒนธรรมที่หล่อหลอมตัวตนของแบรนด์มาตลอดสองศตวรรษ


ดาวิด โบโรเวียค ผู้อำนวยการระดับโลกของ evian® กล่าวว่า “ตลอดสองศตวรรษที่ผ่านมา เรายังคงดำเนินต่อไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความอ่อนเยาว์ การเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปีถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ evian® ที่สะท้อนรากฐานอันแข็งแกร่งของแบรนด์ และความมุ่งมั่นในการปกป้องแหล่งน้ำเพื่ออนาคต การต้อนรับแขกกลับสู่ Évian-les-Bains ทำให้เราได้แบ่งปันความเชี่ยวชาญและการดูแลปกป้องน้ำแร่ธรรมชาติของเราที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และยืนยันความมุ่งมั่นในการปกป้องทรัพยากรนี้ต่อไปในอนาคต โอกาสครบรอบนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองการได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกวัฒนธรรมที่เราภาคภูมิใจ ตั้งแต่เทนนิส กอล์ฟ ไปจนถึงไฟน์ไดนิ่ง พร้อมก้าวสู่ภารกิจบทต่อไปของ evian® Live Young”

อันยองไทยแลนด์ เปิดตัว No Brand ร้านสแตนด์อโลนแห่งแรกในไทย

อันยองไทยแลนด์ เปิดตัว No Brand ร้านสแตนด์อโลนแห่งแรกในไทย ปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการค้าปลีก ยกทัพสินค้ากว่า 2,200 รายการ เสิร์ฟประสบการณ์ช้อปกระแสใหม่ K-Value Retail ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ยุค Smart Value – Smart Shopper เปิดแล้ววันนี้

· เซ็นทรัล รีเทล จับมือ Emart วางโรดแมปขยาย ‘No Brand’ สู่ 10 สาขาทั่วประเทศ ภายในปี 2571 ต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เสริมแกร่งพอร์ตธุรกิจค้าปลีกด้านอาหาร และมุ่งสู่เป้าหมายการเป็น Thailand’s Daily K-Flavour Destination พร้อมตอกย้ำ No Brand ในฐานะร้านค้าที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภค นำเสนอสินค้าคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงได้
กรุงเทพฯ 31 มีนาคม 2569 – บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ผนึก Emart สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่สะเทือนวงการค้าปลีกไทย เปิดตัว “No Brand” ร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค (Grocery store) ชื่อดังจากเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 250 ตารางเมตร ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา ภายใต้โมเดล Value Retail ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหา “คุณภาพและความคุ้มค่า” ควบคู่กับการมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่สามารถเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน
พร้อมสะท้อนกลยุทธ์การต่อยอดพอร์ตธุรกิจค้าปลีกด้านอาหารของเซ็นทรัล รีเทล สู่การเป็น World-Class Grocery Destination เสริมความแข็งแกร่งในตลาดค้าปลีกไทยอย่างต่อเนื่อง และภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าวนี้ เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด เดินหน้าสร้างการเติบโตครอบคลุมระบบนิเวศกลุ่มธุรกิจอาหาร ด้วยการตั้งเป้าขยายสาขา No Brand รวม 10 สาขา ภายในปี 2571 เพื่อมุ่งสู่การเป็น Thailand’s Daily K-Flavour Destination ควบคู่กับการเป็นร้านค้าที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภค ด้วยการนำเสนอสินค้าคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่า เข้าถึงได้สำหรับทุกคน พิเศษ! พบกับโปรโมชันฉลองเปิด No Brand แห่งแรกในไทย กับดีลสุดคุ้ม เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 14 เมษายน 2569 เท่านั้น


สำหรับ “No Brand” ตั้งอยู่บริเวณชั้น B1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา บนพื้นที่กว่า 250 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ร้านที่ออกแบบให้มีขนาดพอเหมาะและใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนแนวทางที่เน้นการใช้งานจริงและเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน โดยวางกลยุทธ์ทำเลใกล้ TOPS FOOD HALL สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา หนึ่งใน 5 สาขา ที่มียอดขายสูงสุด เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าเดิมและขยายสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมมุ่งสู่การเป็น Thailand’s Daily K-Flavour Destination หรือจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งสำหรับสินค้าเกาหลีในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย พร้อมทั้งวางตำแหน่งให้เป็นร้านค้าที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภค ด้วยการนำเสนอสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่า ด้วยสินค้าอุปโภคบริโภค ในชีวิตประจำวันกว่า 2,200 รายการ ภายใต้โมเดล Value Retail และแนวคิด “คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” (Smart Value) ครอบคลุมหมวดสินค้าหลัก อาทิ K-Street Food, Trendy Snacks, K-Beauty และ K-Cuisine พร้อมกลยุทธ์หมุนเวียนสินค้าอย่างต่อเนื่อง (Fast-Changing Assortment) และการพัฒนาสินค้าใหม่ (NPD) จากความเชี่ยวชาญของ Emart เพื่อสร้างความสดใหม่ กระตุ้นการกลับมาใช้บริการซ้ำ และตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่ม Convenience Seekers, K-Food Lovers, Trend Seekers และ Self-Care Conscious Consumers โดยมีสินค้าไฮไลต์ ได้แก่
· Trendy Korean Snacks ขนมเกาหลีสุดฮิตที่ต้องลอง พบกับความอร่อยหลากรสชาติที่ทั้งเข้มข้น หอมมัน และมีเอกลักษณ์ในแบบเกาหลี อาทิ No Brand Cheddar Cheese Balls ชีสบอลกรอบเคลือบชีสเชดดาร์ รสเข้มข้น หอมมันเต็มคำ, Purple Sweet Potato Chips มันม่วงอบกรอบรสหวานธรรมชาติ เคี้ยวเพลิน, Gorgonzola Cheese Soft Corn ข้าวโพดเนื้อนุ่มผสานชีสกอร์กอนโซลาหอมละมุน ให้รสสัมผัสแปลกใหม่, Sweet Chocochip Cookies คุกกี้ช็อกโกแลตชิพกรุบกรอบ หอมหวานลงตัว และ Potato Stick Truffle มันฝรั่งแท่งกรอบปรุงรสทรัฟเฟิลหอมละมุน สไตล์พรีเมียม
· K-Street Food & Ready-to-Eat อร่อยง่าย สไตล์สตรีทฟู้ดเกาหลี ยกความอร่อยแบบดั้งเดิมสู่มื้ออาหารในชีวิตประจำวัน ผ่านเมนูยอดนิยมพร้อมทาน อาทิ คิมบับ (Kimbap) ข้าวห่อสาหร่ายไส้แน่น หลากหลายวัตถุดิบ ทานสะดวกในคำเดียว, ต็อกบกกี (Tteokbokki) เค้กข้าวเนื้อนุ่มหนึบในซอสหวานเผ็ดเข้มข้น พร้อมมอบประสบการณ์สไตล์โซลแท้ที่เข้าถึงได้ในทุกวัน
· K-Beauty & Self-Care อัปเกรดรูทีนความงามสไตล์เกาหลี ด้วยการคัดสรรสินค้า Health & Beauty Care แบบเอ็กซ์คลูซีฟจาก Emart ภายใต้แบรนด์ Glow Up ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมยกระดับการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน อาทิ Collagen Bakuchiol Firm&Glow Toner โทนเนอร์ที่ผสานพลังของคอลลาเจนและ Bakuchiol ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูเรียบเนียน กระจ่างใส และ Collagen Firming Night Mask Cream ครีมมาสก์บำรุงผิวเข้มข้นสำหรับกลางคืน ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มฟู กระชับยิ่งขึ้นในทุกเช้า
พิเศษ! ร่วมฉลองการเปิดตัว No Brand สาขาแรกในประเทศไทย กับโปรโมชันสุดพิเศษ รวมถึงข้อเสนอซื้อ 1 แถม 1 สำหรับ No Brand Cheddar Cheese Balls ขนมชีสบอลเคลือบชีสรสเข้มข้น และ No Brand Thicker Wipes ทิชชู่เปียกเนื้อหนานุ่ม อ่อนโยนต่อผิว พร้อมเพลิดเพลินกับราคาพิเศษสำหรับสินค้าหลากหลายรายการ อาทิ No Brand Purple Sweet Potato Chips, No Brand Gorgonzola Cheese Soft Corn ขนมข้าวโพดรสชีสเข้มข้น หอมมันครีมมี่, No Brand Hash Browns มันฝรั่งทอดกรอบนอกนุ่มใน และ No Brand Sweet Chocochip Cookies คุกกี้ช็อกโกแลตชิพแพ็กใหญ่คุ้มค่า รวมถึงไอเทมดูแลตัวเอง และของใช้จำเป็นในทุกวัน เช่น No Brand Memory Foam Neck Pillow หมอนรองคอเมมโมรีโฟมเพื่อความสบายระหว่างการเดินทาง, No Brand Glow Cream Mask แผ่นมาสก์บำรุงผิว และ No Brand Daily Fresh Shampoo แชมพูสูตรอ่อนโยนสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่วันนี้ – 14 เมษายน 2569 เท่านั้น

“เรามุ่งนำเสนอทางเลือกใหม่ที่สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้บริโภคไทย ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของอีโคซิสค้าปลีกด้านอาหารในทุกมิติ พร้อมก้าวสู่ก้าวต่อไปของการเติบโต ผ่านการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น World-Class Grocery Destination อย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าขยายสาขา No Brand ในประเทศไทยเพิ่มอีก 10 สาขาภายในปี 2571” นายธนวัตรกล่าวสรุป
สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งสไตล์เกาหลีได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องบินไกลถึงกรุงโซล ที่ร้าน ‘No Brand’ สแตนด์อโลนสาขาแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา ชั้น B1

30 มีนาคม 2569

ไม่พัก! กรมการท่องเที่ยวล็อคเป้า “ลิตเติ้ลทัวร์” ลักลอบจัดทัวร์เถื่อนพัทยา-เกาะล้าน

กรมการท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ชลบุรีตรวจสอบและจับกุมทัวร์เถื่อน ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสการจัดนำเที่ยวผ่านแอปพลิเคชันไลน์

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรี) ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีผู้จัดรายการนำเที่ยวโดยใช้ชื่อ “ลิตเติ้ลทัวร์” จัดนำเที่ยวพื้นที่พัทยาและเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 28–30 มีนาคม 2569 โดยมีการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนนักท่องเที่ยวผ่านกลุ่มในแอปพลิเคชันไลน์ จากการตรวจสอบพบว่า “ลิตเติ้ลทัวร์” ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว และบุคคลที่ดำเนินการนำเที่ยวก็ไม่ได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาต 

นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออก พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยว จึงร่วมกันลงพื้นที่ติดตามพฤติการณ์พบว่า “ลิตเติ้ลทัวร์” ได้นำนักท่องเที่ยวประมาณ 40 ราย เดินทางมายังเกาะล้าน พัทยา โดยใช้รถบัสหมายเลขทะเบียน 30-0336 จึงได้ดำเนินการเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าวในข้อหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับสูงสุดถึง 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” พร้อมจัดทำบันทึกการจับกุมส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวย้ำว่า “กรมการท่องเที่ยวขอย้ำเตือนผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และขอให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาต เพื่อความปลอดภัยและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย หากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่กรมการท่องเที่ยว สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาทั้ง 8 สาขา หรือศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) โทร 0 2141 3200”

ทาโร x สำนักหอสมุดกลาง มศว จัดเวิร์กชอปครูนิวเทรนด์จาก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ

สร้างสรรค์บอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ยุคใหม่ ตอบโจทย์การพัฒนาเด็กเจนแอลฟาแบบรอบด้าน

ทาโร ผนึกความร่วมมือกับ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)) สำนักหอสมุดกลาง มศว เดินหน้าสร้างสรรค์โลกแห่งการเรียนรู้ ยกระดับห้องเรียนยุคใหม่ในรูปแบบ Edutainment  ภายใต้โครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์” เปลี่ยนห้องเรียนให้ “สนุก คิดเป็น ทำเป็น” สไตล์ Active Learning  มอบบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้100 โรงเรียนทั่วประเทศ  พร้อมจัดกิจกรรมเวิร์กชอป เสริมไอเดียคุณครู เสริมทักษะพร้อมสุขภาพที่ดี สอดแทรกแนวคิดรักษ์โลกรับกระแสโลกร้อน พร้อมเปิดเวทีเสวนาบอร์ดเกมกับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ตอบโจทย์การพัฒนาเด็ก เจนแอลฟาแบบรอบด้าน

นางสาวรุ่งนภา ดีพยุงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ทาโร” (TARO)  ผู้นำขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพที่อยู่คู่กับคนไทยมากว่า 40 ปี มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมขนมขบเคี้ยวที่ทำมาจากปลาทะเลแท้ ๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทาโรได้ดำเนินกิจกรรมที่สอดแทรกทั้งสารประโยชน์และความสนุกสนานไปยังกลุ่มเด็ก ๆ และยังคงเดินหน้าพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชนไปพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ทาโร ได้ผนึกความร่วมมือกับ สำนักหอสมุดกลาง มศว จัดโครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์” ขึ้น โดยมีคุณครูจากโรงเรียนทั่วประเทศให้ความสนใจสมัครเข้ามาจนเต็มโควตา 100 โรงเรียน ภายใน 3 ชั่วโมง สะท้อนถึงความสำคัญในการพัฒนาห้องเรียนยุคใหม่ในรูปแบบ Edutainment เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกสนาน สอดรับแนวทางการพัฒนาเด็กยุคดิจิทัล               

“ท่ามกลางเทคโนโลยีที่หมุนเร็ว เด็ก ๆ ในปัจจุบันอาจใช้เวลากับ  Gadget มากเกินไปจนทำให้เกิด ภาพเด็กๆ ก้มหน้าอยู่กับจอมือถือ หรือแท็บเล็ต จนขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ส่งผลไปถึงปัญหาสุขภาพตา ตลอดจนปัญหาสมาธิสั้นที่เพิ่มขึ้นทุกวัน บอร์ดเกมเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนบทเรียนยาก ๆ หรือเรื่องที่น่าเบื่อให้สนุกและเข้าใจได้ง่ายขึ้น ช่วยให้การเรียนการสอนน่าสนใจมากขึ้น รวมทั้งช่วยลดช่องว่างระหว่างครูและเด็กไปพร้อม ๆ กัน” นางสาวรุ่งนภา กล่าว

ชู Edutainment สอดแทรกความรู้ด้านสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม 
นางสาวจิราภรณ์ แสงอรุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า เพราะสุขภาพที่ดีมาจากการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม เนื้อหาสำคัญในสื่อบอร์ดเกม สารอาหาร เชื่อมร่าง สร้างอวัยวะ (Nutrition Pathway) ที่พัฒนาขึ้น จึงสอดแทรกสาระเรื่องสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เชื่อมโยงถึงประโยชน์ในการซ่อมแซม และการสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะต่าง ๆ ส่งผลต่อการเลือกกินอาหารที่ถูกต้องตามโภชนาการ ปริมาณที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาการที่ดีของเด็ก  ๆ ตอกย้ำจุดยืนของเราที่ต้องการให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดี   

นางสาวรุ่งนภา กล่าวเสริม นอกจากนี้ ทาโร ได้ต่อยอดพันธกิจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้กิจกรรม  “ทาโร รักษ์โลก กับการ์ดเกม 3R จับคู่กู้โลกกับทาโร” ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้เรื่อง 3R (Reduce, Reuse และ Recycle) โดยใช้การ์ดเกมเป็นสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจได้ง่าย สนุก และสามารถนำไปต่อยอดสร้างพฤติกรรมการจัดการขยะให้ถูกวิธี ช่วยลดปัญหาขยะ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะ ลดโลกร้อน ลดมลภาวะได้อย่างยั่งยืน  บอร์ดเกมของเราได้รับการพัฒนาและออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ Edutainment ที่สนุก และมีสาระสอดแทรกไปพร้อมกัน ตลอดจนกระตุ้นให้เด็กๆ รู้จัก สังเกต คิด วิเคราะห์ วางแผน รวมถึงการเล่นเป็นทีม จึงมั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยทำให้ครูนิวเทรนด์มีเครื่องมือสำหรับช่วยการเรียนการสอนที่สนุก มีประสิทธิภาพ ไม่จำเพาะเจาะจงเนื้อหาพื้นฐาน แต่จะยังพัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้มีทักษะรอบด้าน พร้อมวิ่งไปในโลกที่หมุนเร็วขึ้นใบนี้ได้” 


สำนักหอสมุดกลางมศว ย้ำภารกิจหนุนครูนิวเทรนด์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพล อร่ามรัศมีกุล ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ชูจุดยืนหอสมุดสีเขียว ของ มศว ที่เป็นศูนย์รวม e-book มากมายที่นิสิตนักศึกษาสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ได้โดยง่าย ลดการใช้กระดาษ ลดต้นทุนการดูแลรักษา ภายใต้บรรยากาศหอสมุดที่เป็น Green Library โดยเราใช้ไฟฟ้าที่ผลิตด้วย Solar cell ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ที่มีการจัดแบ่งโซนนิ่งสำหรับ Multimedia มี Netflix ให้ดู มีเกมส์ให้เล่น มีห้องคาราโอเกะให้ผ่อนคลาย มีโซน co-space ในการประชุม ทำงานกลุ่ม รวมถึงมีโซนบอร์ดเกมมากมายหลากหลายประเภท หอสมุดกลางวันนี้จึงเป็น Safe zone ของนิสิตของเรา 

ทางด้าน อาจารย์ ดร.ชิษณุพงศ์ อินทรเกษม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ท่ามกลางการเติบโตทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพฤติกรรมของเด็กในเจนแอลฟา ที่เติบโตในยุคดิจิทัล “ครูนิวเทรนด์” หรือ ครูยุคใหม่ จึงต้องปรับบทบาทในการพัฒนาการเรียนการสอน ด้วยการหาเครื่องมือหรือตัวช่วยต่าง ๆ ที่สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ที่สนุกและมีสาระ (Our Edutainment Community) เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างสนุก รู้จักการทำงานเป็นทีม สร้างการมีส่วนร่วมกับคลาสเรียน  สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้ง 4 ด้าน ทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม

สำนักหอสมุดกลาง มศว มีบทบาทเป็นสถาบันทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มุ่งเน้นการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้เพื่อสังคม อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ โครงการห้องสมุดสีเขียว ที่มุ่งเน้นจัดการสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน ผ่านมาตรการต่าง ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การบริหารจัดการขยะ ด้วยการส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะให้กับอาจารย์ นักศึกษา และบุคลากร สอดคล้องกับพันธกิจ “ทาโร รักษ์โลก” ซึ่งมีกิจกรรมสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือ ระหว่าง ทาโร และ หอสมุดกลาง มศว ในครั้งนี้ จะเป็นหนึ่งในแนวทางสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ  สู่สังคม ร่วมเพาะบ่มความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไปยังเยาวชนรุ่นใหม่ อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน  



เวิร์กชอปบอร์ดเกม จุดประกายไอเดียครู 100 โรงเรียนทั่วประเทศ โครงการ “บอร์ดเกม นวัตกรรมเสริมทักษะ สอนสนุก สำหรับครูนิวเทรนด์”  จัดขึ้นที่ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) มีคุณครูจาก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ อาทิ โรงเรียนเตรียมอุดมน้องเกล้า, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี, โรงเรียนหัวหินวิทยา, โรงเรียนอนุบาลสารคาม, โรงเรียนเซนต์โยเซฟระยะอง เป็นต้น เข้าร่วมเวิร์กชอปสื่อการสอนผ่านบอร์ดเกมและเกมการ์ด ภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน ผ่านการคิดและทดลองเล่นจริง พร้อมรับใบประกาศนียบัตรที่รับรองร่วมกันจากทาโร และสำนักหอสมุดกลาง มศว นอกจากนั้นทุกโรงเรียนยังได้รับสื่อบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ เพื่อนำไปต่อยอดในห้องเรียนได้ทันที   ภายในงานยังได้เปิดเวทีเสวนาพิเศษ "การเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมบอร์ดเกมการศึกษา" เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เกี่ยวกับการนำบอร์ดเกมมาเป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพล อร่ามรัศมีกุล ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ , อาจารย์ ดร.ชิษณุพงศ์ อินทรเกษม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นอกจากนั้น ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "เตรียมความพร้อมสู่โลกบอร์ดเกมการศึกษา" โดย อาจารย์ ดร. ไตร อัญญโพธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  โดยได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดของบอร์ดเกมเพื่อการศึกษา เทคนิคการใช้เกมเป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้คุณครูที่เข้าร่วมเวิร์กชอปในครั้งนี้นำไปประยุกต์ใช้กิจกรรมรมการเรียนการสอนต่อไป  ร่วมด้วย นางสาวรุ่งนภา ดีพยุงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด และ นางสาวจิราภรณ์ แสงอรุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ในฐานะภาคเอกชน ที่ร่วมสนับสนุนโครงการนี้   

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ จากจากทาโรได้ที่
Facebook:ทาโร กินสนุกดี https://www.facebook.com/Tarokinsanookdee 

#บอร์ดเกม #การ์ดเกม #ทาโรกินสนุกดี #ทาโรปลาเส้นแซ่บ #ทาโรปลาแผ่นแซ่บ 

29 มีนาคม 2569

หมอเพื่อน ภูมิใจหลัง Premier Life Center รับรางวัล Health and Wellness Initiative of the Year – Thailand

หมอเพื่อน พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี นำ ศูนย์ Premier Life รพ.พญาไท 2 คว้ารางวัลระดับเอเชีย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสุขภาพองค์รวม

พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี หมอเพื่อน สร้างความภาคภูมิใจให้ประเทศไทย หลัง Premier Life Center ได้รับรางวัล Health and Wellness Initiative of the Year – Thailand จากเวที Healthcare Asia Awards 2026 ซึ่งยกย่ององค์กรด้านสุขภาพชั้นนำทั่วเอเชีย

รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของศูนย์ Premier Life โรงพยาบาลพญาไท2 ในการพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ครอบคลุมทั้งการป้องกัน ดูแล และส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ

ซึ่งนำโดย พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี แพทย์ผู้ชำนาญการ ทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาตร์วิถีชีวิต  (Preventive Medicine, Lifestyle Medicine ) และผู้อำนวยการศูนย์ Premier Life โรงพยาบาลพญาไท 2 (ว.40965) ขึ้นรับรางวัลนี้ 


ความสำเร็จดังกล่าวเป็นอีกก้าวสำคัญของ Premier Life Center โรงพยาบาลพญาไท 2 ในการก้าวสู่ศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับภูมิภาค พร้อมเดินหน้าพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง ด้าน Wellness เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพของคนยุคใหม่อย่างแท้จริง ลงลึกถึงระดับ Longevity ที่เน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา เพื่อให้สุขภาพยืนยาวอย่างสมดุล

27 มีนาคม 2569

India Ink อยู่ในโครงการ Green Connect สุขุมวิท 31

เพราะคิ้วเป็นมงกุฎของหน้า India Ink อีกหนึ่งร้านสักคิ้วที่คิวแน่น ชอบผลลัพธ์ที่ได้ เพราะเราก็คิ้วบาง คิ้วโล้น คิ้วบาง คิ้วไม่มีขน และการที่มีขนคิ้วบาง ช่างเหมียวให้คำแนะนำเรื่องรูปทรง และผสมสีน้ำตาลบางเบา ให้เหมือนกับการแต่งคิ้วบาง ๆ แต่คงไว้ซึ่งกรอบคิ้วคมชัดเหมือนการแต่งคิ้วแบบธรรมชาติ เพราะเรามีขนคิ้วน้อยพอประมาณ  เป็นอีกที่ที่สักคิ้วได้ธรรมชาติและเหมือนขนจริง การออกแบบให้ดูธรรมชาติตามโครงหน้า ผลที่ได้ความสมบูรณ์แบบของคิ้ว ดูสวยรรมชาติ ดูหน้าอ่อนเยาว์ และสมบูรณ์แบบมากที่สุด

ร้าน India Ink ให้บริการดูแลเฉพาะด้านเกี่ยวกับดวงตา คิ้ว ปาก เรื่องสักคิ้วของที่นี่โด่งดังมากเนื่องจากเค้าใช้เทคนิคพิเศษเฉพาะการลงสีคิ้ว การฝังเม็ดสีสู่ผิว มีความเป็นธรรมชาติช่างที่นี่ใช้เทคนิคในการไล่สีทำให้ดูมีมิติกว่าการสักคิ้วแบบธรรมดา ใช้อุปกรณ์นำเข้าจากต่างประทเศ ที่มีความแม่นยำสูง โดยช่างของร้านออกแบบดีไซน์ทรงคิ้วให้เข้ากับรูปหน้าและการฝังสีคิ้ว ส่วนใครที่กลัวเจ็บที่นี่เค้ามีการลงยาชาก่อน



**อุปกรณ์ใหม่ทุกเคส เน้นความสะอาด

**เทคนิคบางเบา ไม่บวม ไม่ช้ำ รับรองเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย และความชำนาญ

**เข็มคือตัวช่วยพรีเมี่ยมแทบไม่รู้สึก สีสวยน้ำตาลละมุน

**เป๊ะปังกันไปแบบมั่นหน้ากัน สีออแกนิคนำเข้า สีติดทุกเคส

**ร้านมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

**ช่างมีใบประกอบวิชาชีพช่างสักคิ้วโดยตรง

**ทำกับช่างเหมียว ที่มีประสบการณ์สูง

**แค่สักคิ้วชีวิตก็เปลี่ยน สวยธรรมชาติ แถมราคาไม่แพงอีกด้วย 

ใครที่เคยสักคิ้วมาแล้วไม่สวยไม่พอใจ หรือสักมานานอยากเปลี่ยน อยากปรับแก้ ปรึกษาช่างเหมียว ร้าน India Ink สามารถแก้ไขหรือให้ออกแบบคิ้วใหม่ ออกแบบโดยโดยยึดหลักธรรมชาติ หรือใครคิ้วบาง ก็แก้ไขปัญหาด้วยการสักคิ้วง่าย ๆ ขอบอกว่า สักเถอะ! แต่งหน้าได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลากับคิ้ว! อีกต่อไป



ใครที่สนใจติดต่อเข้าไปจองล่วงหน้า
ร้าน India Ink อยู่ในโครงการ Green Connect สุขุมวิท 31
(ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ มีที่จอดรถสะดวกสบาย)

ปรึกษา Line: @indiaink
Tel: 098 4242694, 088 6554194

#indiaink #ริมฝีปาก #สักคิ้ว #สักปาก #อาจารย์หมึก 

26 มีนาคม 2569

สวย เริ้ด แตกแตน! 77 นางงามฟาดออร่าสนั่น “Miss Grand Thailand 2026”

ซัดจัดเต็มโค้งก่อนสุดท้ายในรอบ Preliminary ที่บอกเลยว่าสุด!!


เรียกได้ว่า “สวย เริ้ด แบบไม่เกรงใจใคร!” เมื่อ 77 สาวงามจากทั่วประเทศ ขนความปังมาแบบจัดเต็ม อวดออร่าหน้าผมเป๊ะทุกองศา บนเวทีสุดอลังการของ Miss Grand Thailand 2026 ในรอบ Preliminary (รอบอุ่นเครื่อง) แต่ละคนหวังโกยคะแนนเข้ากระเป๋าให้ได้มากที่สุดก่อนถึงรอบตัดสินจริง! งานนี้ไม่มีใครยอมใคร ทั้งตัวเต็ง ตัวแม่ ม้ามืด นางปาด ไปจนถึงนางนอนมง ต่างพาเหรดขึ้นโพล “เพจนางงาม” กันอุตลุด แฟนคลับเชียร์จนโซเชียลลุกเป็นไฟ ด้านบิ๊กบอสตัวจริงเสียงจริง คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ และ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกโรงเตือนชัดๆ ว่า “อย่าชะล่าใจ หาซีน หาแสง ให้ถูกที่ เพราะพลาดเพียงนิด ตัวเต็งอาจมีสิทธิ์ ‘มงเคลื่อน’ เหตุนี้สาวงามทุกคนต้องเร่งเครื่องสุดพลัง ฟาดทุกจริต ทุกสเต็ป เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทองในช่วงโค้งสุดท้ายนี้





บรรยากาศภายใน MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK ถนนพระราม 9 วันนี้แน่นขนัดไปด้วยแฟนนางงาม PD แฟนด้อม และกองเชียร์ ที่มาร่วมส่งพลังแบบติดขอบเวที ขณะเดียวกันแฟนนางงามทางบ้านเกาะหน้าจอรับชมผ่าน YourTube : Grand TV กันอย่างคึกคัก ค่ำคืนนี้ยังได้ 2 พิธีกรพ แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ และ กชเบล ศรัณรัชต์ เผือกพิพัฒน์ มารับหน้าที่สร้างสีสัน ก่อนเปิดเวทีให้สาวงามได้เฉิดฉายในชุดราตรีสุดหรู ต่อด้วยชุดว่ายน้ำสุดแซ่บ แบรนด์ MGI Swimwear อวดรูปร่าง ความมั่นใจ และพลังความเป็นควีนแบบไม่มีพัก! ตอนนี้คะแนนเริ่มขยับ ตัวเต็งเริ่มสั่น ม้ามืดเริ่มมา เกมพลิกได้ทุกวินาที!

มาร่วมลุ้นกันว่าสาวงามจากจังหวัดใด จะคว้ามงกุฎและตำแหน่ง มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ คนที่ 14 ไปครอง ค่ำคืนวันตัดสิน เสาร์ที่ 28 มีนาคม เวลา 19.00 น. ณ MGI Hall บอกเลยว่า…ศึกนี้ “สวย เริ้ด เชือดเฉือน” จนวินาทีสุดท้ายแน่นอน!

ปฏิวัติวงการไข่ไก่ไทย! “ชัยพรฟาร์ม” ทุบกรงตับ สู่ “เคจฟรีฟาร์ม”


ปฏิวัติวงการไข่ไก่ไทย! “ชัยพรฟาร์ม” ทุบกรงตับ สู่ “เคจฟรีฟาร์ม” ทรานส์ฟอร์มอาณาจักร 200 ไร่ สู่ฟาร์มไก่ไม่ขังกรงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!

[สุพรรณบุรี] – ปิดตำนานฟาร์มไก่คอนโด! เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการปศุสัตว์อย่าง “ชัยพรฟาร์ม” ประกาศก้องความมุ่งมั่นครั้งประวัติศาสตร์ ตัดสินใจยุติการเลี้ยงไก่แบบกรงตับ (Battery Cage) เพื่อส่งไม้ต่อให้ “บริษัท เคจฟรีฟาร์ม จำกัด” เนรมิตพื้นที่กว่า 200 ไร่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้กลายเป็นสรวงสวรรค์ของไก่ไข่ภายใต้ระบบ “ไม่ขังกรง” (Cage-Free) ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย!

ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ระดับโลก นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนวิธีเลี้ยง แต่คือการ “ปลดปล่อย” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์ (Animal Welfare) อย่างแท้จริง เคจฟรีฟาร์มประกาศโรดแมปสุดท้าทาย เริ่มต้นเดินเครื่องเลี้ยงไก่ไม่ขังกรงเฟสแรก 200,000 ตัว ภายในปี 2569 และปักธงพุ่งทะยานสู่เป้าหมายมหาศาลที่ 1,000,000 ตัว ภายในปี 2570 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในระบบการเลี้ยงแบบไร้กรงของไทย

ฟาร์มสีเขียว พลังงานสะอาดเพื่อโลกที่ยั่งยืน
โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่นี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่สวัสดิภาพสัตว์ แต่ยังมุ่งเน้นการเป็น “Smart & Green Farm” ด้วยการผสานพลังงานจากธรรมชาติเข้ากับระบบการผลิต:


Solar Power Revolution: เตรียมติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เต็มรูปแบบ เพื่อใช้พลังงานสะอาดในการบริหารจัดการฟาร์ม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

Circular Economy: การจัดการของเสียจากฟาร์มจะถูกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฟองไข่จากที่นี่ คือผลผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด

“เราไม่ได้แค่ผลิตไข่ แต่เราสร้างมาตรฐานใหม่ให้โลกจำ”
คุณชัยพร สีถัน ผู้ก่อตั้ง ชัยพรฟาร์ม เผยว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้คือการตอบสนองต่อเสียงเรียกของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการอาหารที่ปลอดภัยและมีที่มาอย่างมีจริยธรรม การเปลี่ยนจากระบบกรงตับสู่ระบบไม่ขังกรงบนพื้นที่ 200 ไร่ จะทำให้ไก่ได้ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ มีความสุข และส่งต่อความสุขนั้นผ่าน “ไข่ไก่คุณภาพพรีเมียม” ถึงมือคนไทยทุกคน

นับจากนี้เป็นต้นไป ชื่อของ “เคจฟรีฟาร์ม” จะไม่ใช่แค่ฟาร์มไก่ แต่คือสัญลักษณ์แห่งการปฏิรูปเกษตรกรรมไทยสู่เวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ!

สำหรับบริษัท ผู้ซื้อ และธุรกิจอาหารที่สนใจจัดหาไข่ไก่ cage-free Happy Egg Connect
เป็นสะพานเชื่อมระหว่างฟาร์มที่ผ่านการรับรอง กับผู้ซื้อทั่วประเทศไทยและเอเชีย
ติดต่อเราได้ที่ info@catalystintercorp.org

25 มีนาคม 2569

เปิดฉาก ASEE & ARHC 2026 งานแสดงสินค้าเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ ด้านพลังงาน ระบบปรับอากาศ และห้องปลอดเชื้อ

ด้านพลังงาน ระบบปรับอากาศ และห้องปลอดเชื้อ

ตอบรับแผนพลังงานภูมิภาค ตั้งเป้าปี 2030 พลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วน 30% ของพลังงานหลัก ขับเคลื่อนพลังงานสะอาด รวมถึงธุรกิจระบบปรับอากาศและสภาพแวดล้อมที่สะอาดเติบโตได้ต่อเนื่อง ภาครัฐ-เอกชนของประเทศไทยและจีนผนึกกำลังจัดงานแสดงสินค้าเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ เพื่ออุตสาหกรรมพลังงานอัจฉริยะ เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ระบบปรับอากาศ ทำความเย็นและห้องปลอดเชื้อ รวมถึงโซลูชันอาคารประหยัดพลังงาน นำทัพผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศกว่า 400 รายร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและบริการพร้อมกันสองงานภายใต้ชื่อ ASEE 2026 : ASEAN Smart Energy & Energy Storage Expo ซึ่งมุ่งเน้นโซลูชันพลังงานอัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงาน และ ARHC 2026 : ASEAN RHVAC & Cleanroom Industry Expo ที่เน้นเทคโนโลยีระบบปรับอากาศ เครื่องทำความเย็น และห้องปลอดเชื้อ คาดตลอด 3 วันจัดงานระหว่างวันที่ 25–27 มีนาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีผู้ร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 18,000 คน




รองศาสตราจารย์ ดร.ขวัญชัย ลีเผ่าพันธุ์ อุปนายกสภาวิศวกร กล่าวระหว่างพิธีเปิดงานแสดงสินค้าเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ เพื่ออุตสาหกรรมพลังงานอัจฉริยะ เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ระบบปรับอากาศ ทำความเย็น และห้องปลอดเชื้อ รวมถึงโซลูชันอาคารประหยัดพลังงาน ภายใต้ชื่อ ASEAN Smart Energy & Energy Storage Expo หรือ ASEE 2026 และ ASEAN Refrigeration, Heating & Cooling Expo หรือ ARHC 2026 ซึ่งเป็นการรวม 2 งานใหญ่มาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมนวัตกรรมเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากหลากหลายประเทศทั่วโลก เปิดโอกาสให้เกิดการแลกปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต่อยอดสู่การพัฒนาด้านพลังงานอย่างยั่งยืน

งาน ASEE & ARHC 2026 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ครั้งแรกในอาเซียน โดยรวมผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำจากไทยและต่างประเทศกว่า 400 รายจัดแสดงเทคโนโลยีและบริการ ตอบรับการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะด้านพลังงานอัจฉริยะ เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ระบบปรับอากาศ ทำความเย็นและห้องปลอดเชื้อ โซลูชันอาคารประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย และเป็นปัจจัยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ความยั่งยืน ทางสภาวิศวกร พร้อมให้การสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว ผ่านความร่วมมือขององค์กรพันธมิตร ซึ่งเป็นโอกาสอันดี ที่จะเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจไทย ได้พบปะผู้ผลิต ผู้เชี่ยวชาญ ด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลก

นายณรงค์ วัชรเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. (EGAT) กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็วทั่วโลก กฟผ. ในฐานะองค์กรด้านพลังงานหลักของประเทศไทย ไม่เพียงแต่ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันพลังงานอัจฉริยะ ระบบกักเก็บพลังงาน แนวทางการลดคาร์บอน รวมถึงเทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

"งาน ASEE 2026 ครั้งนี้ถือเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่สำคัญ ซึ่งได้รวบรวมเหล่าผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและโซลูชันพลังงานอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน นวัตกรรมเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับโครงสร้างทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศไทยไปสู่ความทันสมัยและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น ทาง กฟผ. พร้อมให้การสนับสนุนการจัดงานเต็มกำลังและคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมพลังงาน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนสำหรับเราทุกคน"



นายหวัง เจ้าหยุน ประธาน บริษัท กวางตง แกรนเดอร์ เอ็กซิบิชั่น

นายพิเชษฐ วงษ์เคี่ยม รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. (PEA) กล่าวเสริมถึงการร่วมสนับสนุนการจัดงาน ASEE & ARHC 2026 ด้วยความสอดคล้องอย่างยิ่งกับภารกิจของ PEA ในฐานะองค์กรที่รับผิดชอบด้านการจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าครอบคลุมเกือบทั้งประเทศ บทบาทสำคัญอย่างหนึ่งของเราคือการสร้างความมั่นใจว่า เทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน หรือนวัตกรรมโครงข่ายดิจิทัล จะสามารถนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง เพื่อขับเคลื่อนไปในทิศทางนี้ PEA ได้รุดหน้าโครงการสำคัญหลายประการ อาทิ ระบบโครงสร้างพื้นฐานการวัดขั้นสูง (AMI), ระบบบริหารจัดการโครงข่ายจำหน่ายไฟฟ้าขั้นสูง (ADMS), การพัฒนาไมโครกริด (Microgrid) รวมถึงโครงการนำร่องระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ความพยายามเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบไฟฟ้า และสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในระดับที่สูงขึ้นทั่วประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

นายถัง ชางเจียง เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่กวางตุ้ง กล่าวว่า กระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำทั่วโลกกำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้า อุตสาหกรรมกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ได้กลายเป็นเสาหลักสำคัญของระบบไฟฟ้าแบบใหม่ ขณะที่ตลาดอาเซียนมีความโดดเด่นในฐานะกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญของภาคพลังงานใหม่ระดับโลก ซึ่งมอบโอกาสอันมหาศาลในการสร้างความร่วมมือ อุตสาหกรรมพลังงานใหม่ของจีนได้สร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ พร้อมด้วยเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานที่ล้ำสมัยและประสบการณ์การผลิตขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในกวางตุ้งที่ได้รวบรวมจุดแข็งตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงผ่านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

งาน ASEE & ARHC 2026 ถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ไม่เพียงแต่จะรวบรวมทรัพยากรที่มีคุณภาพ เช่น หน่วยงานจัดซื้อของรัฐบาลไทยและผู้ซื้อรายหลักจากทั่วโลก แต่ยังช่วยให้สถานประกอบการต่างๆ มีเส้นทางที่รวดเร็วขึ้นในการจัดการกับความท้าทายด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบในการขยายตัวไปยังต่างประเทศ และบรรลุความร่วมมือที่แม่นยำ บริษัทสมาชิกของเรายังได้นำนวัตกรรมล้ำสมัยมาจัดแสดง อาทิ โซเดียมไอออนแบตเตอรี่ (Sodium-ion batteries), แบตเตอรี่แบบโซลิดสเตต (Solid-state batteries) และระบบกักเก็บพลังงานรูปแบบต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมของภาคพลังงานใหม่

นายหวัง เจ้าหยุน ประธาน บริษัท กวางตง แกรนเดอร์ เอ็กซิบิชั่น กรุ๊ป กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลกกำลังเร่งตัวขึ้น และการก้าวไปสู่การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนต่ำได้กลายเป็นฉันทามติร่วมกันของนานาประเทศ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมศูนย์พลังงานอาเซียน (ASEAN Center for Energy) ได้รับรองแผนพลังงานภูมิภาคฉบับใหม่สำหรับปี 2026–2030 ซึ่งกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่า ภายในปี 2030 พลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วนเป็น 30% ของแหล่งพลังงานหลัก และ 45% ของกำลังการผลิตติดตั้ง ทิศทางนโยบายเหล่านี้ได้ฉีดแรงขับเคลื่อนอันมหาศาลให้กับความร่วมมือสีเขียวในภูมิภาค และเป็นเวทีที่กว้างขวางสำหรับสองนิทรรศการเฉพาะทางในวันนี้ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ “พลังงานสะอาด” รวมถึง “ระบบปรับอากาศและสภาพแวดล้อมที่สะอาด (HVACR and Cleanroom)”

งาน ASEE & ARHC 2026 ได้รวบรวมสถานประกอบการจัดแสดงโซลูชันพลังงานอัจฉริยะล้ำสมัย ผลิตภัณฑ์กักเก็บพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีระบบปรับอากาศและห้องสะอาดขั้นสูง นอกเหนือจากการจัดแสดงเทคโนโลยีแล้ว ยังมีการจัดสัมมนาตามหัวข้อต่างๆ และเซสชันการจับคู่ทางธุรกิจที่ตรงจุด จากภาพรวมงานนี้ได้การตอบรับอย่างดีจากคณะผู้จัดซื้อหลักจากหลายประเทศ อาทิ ไทย, จีน, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, สหรัฐอเมริกา, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และเวียดนาม ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น สาธารณูปโภคไฟฟ้า, นิคมอุตสาหกรรม, ศูนย์ข้อมูล (Data Center), โรงงานเซมิคอนดักเตอร์ และวิสาหกิจแปรรูปอาหาร โดยคาดว่าผู้ซื้อในท้องถิ่นอาเซียนจะมีสัดส่วนมากกว่า 45%




ภายในงาน ยังมีการจัดสัมมนาให้ความรู้ ผ่านเวทีสัมมนา ASEE Smart Energy & Energy Storage Summit: อัปเดตเทรนด์พลังงานจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก นำโดย Dr. Andy Tirta จาก ASEAN Centre for Energy (ACE), ตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), Dr. Gopal Energy Foundation, และ Global Wind Energy Council เวทีสัมมนา ARHC ASEAN RHVAC & Cleanroom Summit: อัดแน่นด้วยช่วง Innovation Sharing Session และ Insight Exchange จากวิทยากรชั้นนำ เช่น สภาวิศวกร (Council of Engineers Thailand) และสมาคมคุณภาพอากาศในอาคาร (Indoor Air Quality Association Thailand) และ ฟอรัมพิเศษ (Featured Forum): ภายใต้ธีม "Beyond Smart Grids - Powering AI and Data Centers in Southeast Asia"

นายหวัง เจ้าหยุน กล่าวอีกว่า ASEE & ARHC 2026 เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ของไทยและต่างประเทศ พร้อมเข้าร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ อาทิ ศูนย์พลังงานอาเซียน สภาวิศวกร (ประเทศไทย) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. รวมถึงสมาคมและองค์กรด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เช่น สถาบันวิจัยและนโยบายพลังงานแห่งฟิลิปปินส์ สภาพลังงานลมโลก สมาคมผู้เจรจาด้านพลังงานระหว่างประเทศ สมาคมผู้ผลิตกังหันลมแห่งอินเดีย สมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE100) สมาคมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นแห่งมาเลเซีย สมาคมคุณภาพอากาศในอาคารประเทศไทย สมาคมผู้ค้าเครื่องปรับอากาศไทย เป็นต้น













อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลอด 3 วันของการจัดงานระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 18,000 คน โดยเป็นผู้นำอุตสาหกรรม นักนวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญจากกว่า 80 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งจะสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่สูง เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด HVACR, คลีนรูม และพลังงานที่มีศักยภาพการเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่องในอาเซียน




สำหรับผู้สนใจติดตามข้อมูลของทั้งสองงาน ASEE & ARHC 2026
เพิ่มเติมหรือลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ผ่านทาง www.aseancleanenergyexpo.com
ลงทะเบียน https://wg.hwvips.com/t.php?i=3 และ www.aseanhvacexpo.com
ลงทะเบียน https://wg.hwvips.com/t.php?i=4