แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

01 ตุลาคม 2569

เครือ รพ.พญาไท และเครือ รพ.เปาโล ผนึก สถาบันอาหาร


เครือ รพ.พญาไท และเครือ รพ.เปาโล ผนึก สถาบันอาหาร ปั้นนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพจากงานวิจัยสู่การใช้จริง ตอบโจทย์ Personalized Nutrition

กรุงเทพฯ – เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโล ร่วมกับ สถาบันอาหาร (National Food Institute: NFI) กระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition Innovation) เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการแพทย์ การวิจัย และเทคโนโลยีอาหาร เพื่อพัฒนาผลงานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) และโภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) สนับสนุนแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Medicine) และสร้างทางเลือกด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ โดย นายอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโล และ นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (NFI) 

นายอัฐ ทองแตง กล่าวว่า "ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำองค์ความรู้ด้านอาหาร โภชนาการ และการแพทย์มาเชื่อมโยงกัน เพื่อช่วยให้ผลงานวิจัยสามารถพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้จริง เรามองว่าอาหารและโภชนาการมีบทบาทสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคและการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลมากขึ้น 

การเชื่อมต่อระหว่าง ‘อาหาร–โภชนาการ–การแพทย์–ตลาด’ อย่างเป็นระบบ จะช่วยเปิดโอกาสให้นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารทางการแพทย์เดินทางจากงานวิจัยไปสู่ผู้บริโภคได้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลพร้อมสนับสนุนการนำผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาและประเมินอย่างเหมาะสมเข้าสู่ช่องทางของเครือโรงพยาบาลฯ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในอนาคต และสะท้อนบทบาทของเราในฐานะ ‘Partner for Life’ พันธมิตรด้านสุขภาพที่พร้อมดูแลและเติบโตไปพร้อมกับผู้คนในทุกช่วงของชีวิต"

ด้าน นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล กล่าวว่า "สถาบันอาหารจะนำศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิเคราะห์ รวมถึงโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) มาทำงานร่วมกับองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เพื่อพัฒนางานวิจัยและสูตรผลิตภัณฑ์จากระดับห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตต้นแบบ พร้อมตรวจสอบด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และคุณค่าทางโภชนาการ ก่อนพิจารณาต่อยอดสู่การผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์" ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 2 ปี ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัย ตลอดจนการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ

สำหรับผลิตภัณฑ์นำร่องภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ได้แก่ คุกกี้ปราศจากกลูเตน (Gluten-Free Cookie) ไอศกรีมพลังงานสูง เครื่องดื่มคาร์โบไฮเดรต และน้ำสมุนไพรพร้อมดื่ม โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนาตั้งแต่การคิดค้นและปรับสูตร การผลิตต้นแบบ การทดสอบคุณภาพและความปลอดภัย ไปจนถึงการประเมินศักยภาพทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค

ความร่วมมือระหว่างเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กับสถาบันอาหาร (NFI) ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวของการเชื่อมโยงภาคการแพทย์ งานวิจัย และอุตสาหกรรมอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการเฉพาะบุคคลจากองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริง สนับสนุนแนวทาง Preventive Medicine และ Personalized Healthcare ตลอดจนรองรับแนวโน้ม Healthy Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่กับคุณภาพชีวิตที่ดี สอดคล้องกับแนวคิด “Partner for Life” ของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล ที่มุ่งเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพและร่วมดูแลผู้คนอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของชีวิต พร้อมสร้างโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพของไทยในระยะยาว

04 กันยายน 2569

“ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่”

“ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” ผิวอ่อนเยาว์ ข้อเข่าแข็งแรง ผม เล็บเงางาม ปริมาณเพิ่มแต่ราคาคงเดิม รสองุ่นขาวผสมสตรอเบอร์รี่ อร่อยดื่มง่าย โปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่ร้านเซเว่นฯ

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามมากกว่า 15 ปี เดินหน้ารุกตลาดส่งท้ายปี เปิดตัว “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” อัปเกรดความพรีเมี่ยมเพิ่มปริมาณคอลลาเจนสูงถึง 10,000 มิลลิกรัมต่อซอง ช่วยบำรุงผิวให้สวยเนียนใส ตึงกระชับ ลดริ้วรอย ทั้งยังบำรุงผมและเล็บให้แข็งแรงสุขภาพดี พร้อมเสริมข้อเข่าให้แข็งแรง ลดอาการปวดเข่าจากข้อเข่าอักเสบ มาพร้อมรสชาติใหม่ “รสองุ่นขาวผสมสตรอเบอร์รี่” หอมอร่อย ดื่มง่ายกว่าเดิม ไม่คาว 0% ไขมัน และไม่เติมน้ำตาล

พิเศษสุดคุ้มรับการเปิดตัว! บีไชน์จัดหนักให้คุณดูแลตัวเอได้ง่ายขึ้นกับโปรโมชั่นแรง “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท) และสิทธิพิเศษเฉพาะ
สมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 28 บาท เท่านั้น! หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 กันยายน 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ใกล้บ้านคุณ

สำหรับ “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” ขั้นสุดของคอลลาเจนที่ดี โดดเด่นด้วยการผสานคุณประโยชน์จากสารสกัดพรีเมี่ยมถึง 9 ชนิด ได้แก่ คอลลาเจนนำเข้าจากญี่ปุ่นรวม 10,000 มก. (ไดเปปไทด์ 7,000 มก. + เปปไทด์ 3,000 มก.) โมเลกุลเล็กดูดซึมไว ช่วยบำรุงผิวพรรณตึงกระชับ พร้อมตรงเข้าฟื้นฟูข้อต่อ บรรเทาอาการปวดเข่าและเพิ่มมวลกระดูก ผสาน แอล-กลูตาไธโอน 100% สูงถึง 250 มก. ช่วยผิวกระจ่างใส, ซิงค์ ช่วยลดสิวและรอยแผลเป็นจากสิว และ มีไบโอติน สูงถึง 2 เท่า (จากค่า Thai RDI) ช่วยบำรุงผม รากผม แข็งแรง ลดการหลุดร่วงของเส้นผม เล็บเงางาม พร้อมสารสกัดซูเปอร์ฟรุตธรรมชาติ อาทิ

- อะเซโรลา เชอร์รี่ วิตามินซีธรรมชาติ ไม่ระคายเคืองกระเพาะ ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ผิวใส

- สารสกัดจากเมลอน ช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น เนียนนุ่ม ฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส

- สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ ทำให้ผิวแลดูกระจ่างใสอมชมพู

- น้ำองุ่นขาว และสตรอเบอร์รี่ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอย ผิวดูเด็ก

นอกจากนี้ “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” ยังมีขนาดแบบกล่องบรรจุ 6 ซอง ราคาเพียง 229 บาท มีจำหน่ายที่ Shopee: Bshine Nutrition Plus, Lazada: บีไชน์นูทริชั่นพลัส และ Tiktok: Bshine Nutrition Plusรับประทานวันละ 1 ซอง ชงละลายน้ำดื่ม 1 แก้ว (150 มล.)

ติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://bshine.co.th/DipeptideCollagenPlus/, FB : B Shine, Line : @Bshine, TikTok : bshine.official, และ IG : bshinenutritionplus

27 สิงหาคม 2569

รพ.พญาไท 2 ชูความเชี่ยวชาญ Advanced GI Care เชื่อม “ความแม่นยำ–นวัตกรรม–ทีมสหสาขา”

สู่การรักษาโรคทางเดินอาหารและตับเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าสำหรับผู้ป่วย

กรุงเทพฯ – โรงพยาบาลพญาไท 2 ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการดูแลโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ผ่าน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับ (Advanced GI Care) ที่ผสานความเชี่ยวชาญของแพทย์ เทคโนโลยีการส่องกล้องขั้นสูง และการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ เชื่อมการดูแลตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการติดตามผล โดยมุ่งสร้างคุณค่าจากการรักษาที่ผู้ป่วยสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการวินิจฉัยที่แม่นยำ ลดขั้นตอนและการรักษาที่ไม่จำเป็น ลดผลกระทบต่อร่างกาย และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น ภายใต้แนวคิด Value-based Healthcare ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นหัวใจของการดูแล

โรคระบบทางเดินอาหารและตับมีความซับซ้อน ครอบคลุมตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับ ตับอ่อน ไปจนถึงระบบทางเดินน้ำดี ขณะที่อาการในระยะแรก เช่น จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด แสบร้อนกลางอก หรือการขับถ่ายที่เปลี่ยนแปลง อาจถูกมองว่าเป็นเพียงอาการเล็กน้อย จนทำให้ความผิดปกติบางอย่างถูกตรวจพบล่าช้ากว่าที่ควร


นพ.โชติ เหลืองช่อสิริ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า “หัวใจของ Advanced GI Care ไม่ได้อยู่ที่การมีเทคโนโลยีมากที่สุด แต่อยู่ที่ความสามารถในการนำความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกัน เพื่อให้เราเห็นความผิดปกติได้ละเอียดขึ้น วินิจฉัยได้แม่นยำ และเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายตั้งแต่ต้น เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็ว ไม่เพียงช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น แต่ยังเพิ่มโอกาสให้คนไข้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมในช่วงเวลาที่เหมาะสม และกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น”

จาก Precision Diagnosis สู่การรักษาที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม
ปัจจุบันการส่องกล้องไม่ได้มีบทบาทเพียงเพื่อ “ตรวจหาโรค” แต่ในหลายกรณียังสามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาความผิดปกติได้ภายในขั้นตอนเดียวกัน

โรงพยาบาลพญาไท 2 นำระบบส่องกล้องและเทคโนโลยีประมวลผลภาพความละเอียดสูงจากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาสนับสนุนการตรวจ เพื่อช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดของรอยโรคได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิดว่า “การตรวจที่ละเอียดและแม่นยำ คือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที”

เทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ Endoscopic Ultrasound (EUS) ที่ช่วยประเมินอวัยวะและรอยโรคซึ่งอยู่ลึกกว่าพื้นผิวของทางเดินอาหาร เช่น ตับอ่อนและท่อน้ำดี รวมถึง Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography (ERCP) สำหรับการตรวจและรักษาความผิดปกติของท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน ซึ่งในผู้ป่วยบางรายสามารถให้การรักษาผ่านการส่องกล้องโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ ช่วยลดผลกระทบต่อร่างกายและระยะเวลาการฟื้นตัว


หากพบความผิดปกติระหว่างการส่องกล้อง เช่น ติ่งเนื้อหรือภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร แพทย์ยังสามารถประเมินและให้การรักษาที่เหมาะสมได้ในคราวเดียวกัน ช่วยลดการกลับมาทำหัตถการซ้ำ และลดระยะเวลาจาก “การตรวจพบ” ไปสู่ “การรักษา”

Advanced GI Care ในมุมของพญาไท 2 จึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามาใช้ แต่คือการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพื่อสร้าง Patient Value ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งความแม่นยำในการวินิจฉัย ความเหมาะสมของการรักษา และลดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

Connected Care เชื่อมการรักษาอย่างต่อเนื่อง ลดภาระผู้ป่วยและครอบครัว
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือการออกแบบระบบให้การดูแลไม่ได้จบลงหลังการตรวจหรือส่องกล้อง แต่สามารถเชื่อมต่อไปยังแพทย์และทีมที่เกี่ยวข้องได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคซับซ้อน เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ผ่าน 4C Program – Colorectal Cancer Collaborative Care Program ที่เชื่อมข้อมูลการวินิจฉัยและการวางแผนรักษาร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ช่วยลดภาระที่ผู้ป่วยและครอบครัวต้องประสานการรักษาด้วยตนเอง และสร้างความต่อเนื่องของการดูแลตลอด Patient Journey

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังนำเสียงสะท้อนจากผู้เข้ารับบริการมาพัฒนากระบวนการเตรียมลำไส้ก่อนการส่องกล้อง ให้สามารถลดระยะเวลาเตรียมตัวจากหลายวันเหลือภายในวันเดียวในผู้ป่วยที่เหมาะสม ช่วยลดผลกระทบต่อ

ชีวิตประจำวัน และทำให้ประสบการณ์ในการเข้ารับการตรวจสะดวกขึ้น

นพ.โชติ กล่าวว่า “เทคโนโลยีจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อถูกใช้โดยทีมที่สามารถนำข้อมูลไปสู่การรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน สิ่งที่เราอยากสร้างไม่ใช่เพียงศูนย์ที่คนไข้มาตรวจแล้วกลับบ้าน แต่เป็นระบบที่มีทีมพร้อมดูแลต่อ ตั้งแต่การตรวจเพิ่มเติม การรักษา การส่งต่อ ไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้คนไข้และครอบครัวมั่นใจว่าไม่ต้องเดินผ่านกระบวนการเหล่านี้เพียงลำพัง”

สำหรับเครือโรงพยาบาลพญาไท Value-based Healthcare จึงไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนเทคโนโลยีหรือขั้นตอนการรักษา แต่คือการเลือกใช้สิ่งที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายกับผู้ป่วยมากที่สุด ตั้งแต่การวินิจฉัยที่แม่นยำ การเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม ลดการรักษาที่รุกล้ำร่างกายโดยไม่จำเป็น ช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น และมีความต่อเนื่องในการดูแล

ความเชี่ยวชาญด้าน Advanced GI Care ของโรงพยาบาลพญาไท 2 จึงสะท้อนการนำ Medical Expertise, Advanced Technology และ Connected Care มาทำงานร่วมกัน เพื่อให้ความก้าวหน้าทางการแพทย์ไม่ได้จบอยู่ที่เทคโนโลยี แต่เปลี่ยนเป็นคุณค่าที่ผู้ป่วยสัมผัสได้จริง ทั้งผลลัพธ์การรักษา คุณภาพชีวิต และความมั่นใจว่ามีทีมพร้อมดูแลอย่างต่อเนื่องเพราะการดูแลสุขภาพที่ดี ไม่ควรจบเพียงวันที่อาการดีขึ้นหรือการรักษาสิ้นสุด แต่คือการมีพันธมิตรด้านสุขภาพที่เข้าใจ พร้อมดูแล เชื่อมต่อการดูแล และพร้อมอยู่เคียงข้างผู้ป่วยในทุกช่วงของชีวิต

โรงพยาบาลพญาไท — Partner For Life
พันธมิตรด้านสุขภาพที่พร้อมดูแลคุณในทุกช่วงชีวิต

03 กรกฎาคม 2569

“คิทโด้” ชวนคุณแม่เสริมพัฒนาการเรียนรู้และภูมิคุ้มกันลูกน้อย

ด้วยวิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร จัดโปรแรง “ซื้อ 1 แถม 1” เพียง 49 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น


หลังจากเปิดเทอมและลุยเรียนกันมาสักพักใหญ่ เด็กๆ วัยเรียนต่างต้องใช้พลังงาน สมองและสายตา ในการเรียนรู้และทำกิจกรรมในแต่ละวันอย่างเต็มที่ คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพรอบด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ลูกน้อยมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ที่ดี ควบคู่ ไปกับร่างกายที่แข็งแรง “คิทโด้” (KITDO) วิตามินเม็ดเคี้ยว จึงเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งในการบำรุงสมอง สายตา และเสริมภูมิคุ้มกัน ให้น้องๆ พร้อมรับมือกับการเรียนและเล่นสนุกได้อย่างเต็มศักยภาพในทุกๆ วัน

“คิทโด้” อร่อย ทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ โดยไม่เติมน้ำตาลและไม่ใส่สารกันเสีย มีให้เลือก 2 สูตร 2 รสชาติ ได้แก่ รสส้มเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน และรสมิกซ์เบอร์รี่เพื่อบำรุงสมองและสายตา ที่อัดแน่นไปด้วย คุณประโยชน์ที่จำเป็นสำหรับเด็กวัยเจริญเติบโตและทุกคนในครอบครัว บรรจุซองละ 12 เม็ด พิเศษเพิ่มปริมาณแถมฟรีอีก 3 เม็ด (รวมเป็น 15 เม็ดต่อซอง) มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดคุ้มต้อนรับฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ “ซื้อ 1 แถม 1” (คละรสชาติได้) ในราคาพิเศษเพียง 49 บาท (จากปกติ 98 บาท) ตั้งแต่วันนี้ - 23 กรกฎาคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ


เริ่มต้นการปกป้องลูกน้อยด้วย “คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” (KITDO IMU Acerola C Plus Multivitamin) วิตามินเม็ดเคี้ยวรสส้ม ช่วยดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัดและภูมิแพ้ ชูจุดเด่นด้วยปริมาณวิตามินซี คุณภาพสูง โดย คิทโด้ IMU เพียง 2 เม็ด ให้คุณค่าวิตามินซีธรรมชาติ เท่ากับส้ม 1 ผล ผสานคุณประโยชน์จากวิตามินซีธรรมชาติ (Acerola Cherry Extract 150 mg.) นำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดูดซึมไวและอยู่ในร่างกายได้นาน อ่อนโยนไม่ระคายเคือง กระเพาะอาหาร เสริมทัพความแข็งแรงด้วย ซิงค์สูง (High Zinc) ที่ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ วิตามินดี และวิตามินรวมถึง 13 ชนิด เพื่อร่างกายที่แข็งแรงพร้อมลุยทุกกิจกรรม สำหรับน้องๆ ที่ต้องเรียนหนักและใช้สายตากับหน้าจอแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนตลอดทั้งวัน แนะนำ “คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” (KITDO Pro DHA Plus Bilberry) วิตามินเม็ดเคี้ยวรสมิกซ์เบอร์รี่ สูตรสำหรับเด็กวัยเรียนรู้ที่ช่วยบำรุงสมองและสายตาโดยเฉพาะ อุดมไปด้วยดีเอชเอสูง (High DHA) จากน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์นำเข้าจากออสเตรเลีย โดย คิทโด้ โปร ดีเอชเอ เพียง 1 เม็ด มีปริมาณ DHA ผเทียบเท่ากับการดื่มนมถึง 2 กล่อง ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์สมอง เพิ่มความจำ และการเรียนรู้ พร้อมผสานพลังจากสารสกัดบิลเบอร์รี่และวิตามินเอสูง (High Vitamin A) ที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น ลดความอ่อนล้าของสายตา เสริมด้วยโอเมก้า 3, 6, กรดโฟลิก (Folic Acid) ช่วยบำรุงเลือดและระบบประสาท รวมถึง วิตามินบีรวมอีก 7 ชนิด (บี 1, บี 3, บี 5, บี 6, บี 12,
โฟลิก, ไบโอติน) เพื่อการดูแลที่สมบูรณ์แบบในทุกๆ วัน แนะนำให้เด็กๆ รับประทานวันละ 1-3 เม็ดต่อสูตร เคี้ยวอร่อย ได้ ประโยชน์เต็มๆ คำ “คิทโด้” เป็นวิตามินเม็ดเคี้ยวที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ รับประทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ ไม่เติมน้ำตาล และไม่ใส่สารกันเสีย จึงเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ และน้องๆ 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ “คิทโด้” ทั้ง 2 สูตรเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ www.bshine.co.th/kitdo/, FB Page : kitdoclub,
Line : @Kitdo, TikTok : bshine.official, และ IG : bshinenutritionplus

18 พฤษภาคม 2569

โรงพยาบาลซีจีเอช ลำลูกกา จัดกิจกรรม “CGH Lamlukka Agent Contract 2026”

โรงพยาบาลซีจีเอช ลำลูกกา จัดกิจกรรม “CGH Lamlukka Agent Contract 2026” เสริมความร่วมมือเครือข่ายประกันสุขภาพ

โรงพยาบาลซีจีเอช ลำลูกกา จัดกิจกรรม “CGH Lamlukka Agent Contract 2026” ภายใต้แนวทางการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล บริษัทประกันสุขภาพ และตัวแทนประกันชีวิต ในการดูแลผู้ถือกรมธรรม์ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม โดยมี นายแพทย์วันชัย  ศิริเสรีวรรณ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ คุณมณเฑียร สารโภค รองผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ และคุณฐิติภา แย้มกลิ่น ผู้จัดการฝ่ายประสานสิทธิ์ เป็นผู้นำในการดำเนินงานและขับเคลื่อนกิจกรรมในครั้งนี้


โรงพยาบาลซีจีเอช ลำลูกกา มีบทบาทเป็นโรงพยาบาลคู่สัญญากับบริษัทประกันสุขภาพ โดยให้การดูแลกลุ่มผู้ถือกรมธรรม์ พร้อมประสานงานข้อมูลด้านสุขภาพในกระบวนการสำคัญ เช่น การพิจารณาความคุ้มครองเบื้องต้นก่อนการรักษา (Pre-Authorization) การติดตามข้อมูลระหว่างการรักษา (Case Concurrent Review) และการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective Review) เพื่อสนับสนุนการพิจารณาสิทธิ์ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน

สำหรับปี 2569 โรงพยาบาลได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการสร้างความใกล้ชิดกับกลุ่มตัวแทนประกัน ซึ่งมีบทบาทในการให้ข้อมูลและดูแลลูกค้าในความรับผิดชอบของตนเอง โดยกิจกรรม CGH Lamlukka Agent Contract 2026 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการให้บริการของโรงพยาบาล และเปิดโอกาสให้ตัวแทนประกันได้แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลผู้เอาประกัน

ภายในกิจกรรม มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการประสานงานด้านสิทธิ์การรักษา รวมถึงแนวทางการให้บริการของศูนย์ลูกค้าประกัน เพื่อช่วยให้ตัวแทนสามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่ผู้ถือกรมธรรม์ได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งยังมีการจัดตั้งช่องทางสื่อสารผ่าน Line Official สำหรับแจ้งข่าวสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลรายชื่อตัวแทนประกันสุขภาพประจำปี 2569 เพื่อสนับสนุนการติดต่อประสานงานอย่างเป็นระบบ


กิจกรรม CGH Lamlukka Agent Contract 2026 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการของผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพ และเสริมสร้างความร่วมมือกับบริษัทประกันสุขภาพและตัวแทนประกันชีวิตที่เกี่ยวข้อง โดยโครงการมีกำหนดดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานของโรงพยาบาลในการพัฒนาการให้บริการด้านสุขภาพ โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถเข้าถึงบริการตามสิทธิ์ที่กำหนดอย่างเหมาะสมและเป็นระบบ 

27 เมษายน 2569

พญาไทศรีราชา–พญาไทบ่อวิน ร่วมขับเคลื่อนสุขภาพแรงงาน EEC

ผ่านเวที “BDMS EEC Occupational Health Forum 2026”

โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา และโรงพยาบาลพญาไทบ่อวิน ในเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ภายใต้ BDMS ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานสัมมนา “BDMS EEC Occupational Health Forum 2026” เวทีความร่วมมือด้านอาชีวอนามัยที่มุ่งยกระดับระบบการดูแลสุขภาพแรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้มีความครอบคลุม เชื่อมโยง และได้มาตรฐานเดียวกันมากยิ่งขึ้น รองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง การจัดงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของเครือข่ายโรงพยาบาล BDMS ในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพแรงงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน การส่งเสริมสุขภาพ การดูแลรักษา ไปจนถึงการส่งต่ออย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการที่มีแรงงานเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ


ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นประธานในพิธีเปิด โดยกล่าวว่า “พื้นที่ EEC ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ แต่ “แรงงาน” คือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในขณะที่ความท้าทายด้านสุขภาพในยุคอุตสาหกรรม 4.0 มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งโรคจากการทำงาน ปัญหาสุขภาพจิต และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความสามารถในการแข่งขันขององค์กร”
ทั้งนี้ การมีระบบดูแลสุขภาพแรงงานที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ไม่เพียงช่วยให้กระบวนการผลิตดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังสะท้อนศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว และเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการสุขภาพอย่างยั่งยืน
ด้าน นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 3 และกลุ่ม 6 BDMS กล่าวว่า “เวทีดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายโรงพยาบาล BDMS ในพื้นที่ EEC จำนวน 8 แห่ง เพื่อยกระดับบริการด้านอาชีวอนามัยให้สามารถตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นระบบ ครอบคลุม และเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการป้องกัน การรักษา และการส่งต่อภายใต้มาตรฐานเดียวกัน”
การเข้าร่วมในครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของโรงพยาบาลพญาไทศรีราชาและโรงพยาบาลพญาไทบ่อวิน ในฐานะหน่วยบริการสุขภาพหลักในพื้นที่ EEC ที่พร้อมสนับสนุนการดูแลสุขภาพแรงงานอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม และสอดรับกับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด “One Network, One Standard” ของ BDMS ที่มุ่งพัฒนาระบบบริการด้านอาชีวอนามัยแบบบูรณาการ เพื่อให้แรงงานและสถานประกอบการสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การป้องกันไปจนถึงการรักษาและการส่งต่อ


นอกจากนี้ เวทีสัมมนายังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยในการทำงาน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพแรงงานให้สอดคล้องกับบริบทของอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การมีส่วนร่วมในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา และโรงพยาบาลพญาไทบ่อวิน ในการร่วมขับเคลื่อนระบบสุขภาพแรงงานในพื้นที่ EEC อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงาน ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

04 เมษายน 2569

บีไชน์ จัดโปรแรงรับซัมเมอร์! “เนเจอร์ซี สูตรใหม่” วิตามินซีธรรมชาติสกัดเข้มข้น 4 เท่า!

จากสวิตเซอร์แลนด์ ดูแลผิวใส เสริมภูมิคุ้มกว่า เพียง 39 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด มอบความคุ้มค่าต้อนรับฤดูกาลซัมเมอร์ จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับ “บีไชน์ เนเจอร์ซี (B Shine Nature C) สูตรใหม่” วิตามินซีจากธรรมชาติ 100% ช่วยดูแลผิวพรรณให้แลดูสดใสและระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง แค่วันละเม็ด ขนาดซองพกพา (บรรจุ 5 เม็ด แถมฟรี 1 เม็ด ทันทีในซอง) ลดราคาพิเศษเหลือเพียง 39 บาท (จากราคาปกติ 49 บาท) และสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 38 บาท เท่านั้น หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 เมษายน 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ทุกสาขาทั่วประเทศ

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ อะเซโรลาเชอร์รี่สด 4,000 มก.” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจการดูแลสุขภาพและผิวพรรณเชิงป้องกัน โดยมีส่วนประกอบหลักจาก อะเซโรลา เชอร์รี่ สกัดเข้มข้น 1,000 มก. (เทียบเท่าผลอะเซโรลาเชอร์รี่สด 4,000 มก. เข้มข้นถึง 4 เท่า) คุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผสานคุณค่าสารสกัดจากผักและผลไม้หลากหลายชนิด ได้แก่ ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์สูง เพิ่มการดูดซึมได้และเสริมการทำงานของวิตามินซีได้มากกว่า, สารสกัดจากทับทิม, สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่, เบอร์รี่รวม 6 ชนิด และแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยดูแลผิวพรรณให้แลดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ อ่อนเยาว์ และช่วยส่งเสริมการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน 

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยังมีความโดดเด่นด้วยส่วนผสมของ ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น มาในรูปแบบสูตรที่อ่อนโยนต่อทางเดินอาหาร ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย เหมาะสำหรับการรับประทานเป็นประจำทุกวัน เพื่อการดูแลร่างกายให้แข็งแรงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยแนะนำให้รับประทานวันละ 1 เม็ด ทุกวัน หลังมื้ออาหารเช้าหรือกลางวัน เพื่อประโยชน์สูงสุด แข็งแรงทุกวันได้ด้วย บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ วันละเม็ด

ส่วนประกอบสำคัญต่อ 1 เม็ด อะเซโรลาเชอร์รี่สกัด 1,000 มก., ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 100 มก., เบอร์รี่มิกซ์ 120 มก., สารสกัดจากทับทิม 70 มก., สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ 23.75 มก., แคโรทีนอยด์ 7.5% 23.75 มก., 

บีไชน์ นูทริชั่น พลัส ยังคงมุ่งมั่นคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก มากว่า 15 ปี เพื่อมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ให้แก่คนไทยทุกคน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้นทุกเพศทุกวัย 

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.bshine.co.th/NaturC_landingpage/, Facebook Fanpage: B Shine

TikTok : bshine.official, IG : bshinenutritionplus และ Line Official: @Bshine

29 มีนาคม 2569

หมอเพื่อน ภูมิใจหลัง Premier Life Center รับรางวัล Health and Wellness Initiative of the Year – Thailand

หมอเพื่อน พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี นำ ศูนย์ Premier Life รพ.พญาไท 2 คว้ารางวัลระดับเอเชีย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสุขภาพองค์รวม

พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี หมอเพื่อน สร้างความภาคภูมิใจให้ประเทศไทย หลัง Premier Life Center ได้รับรางวัล Health and Wellness Initiative of the Year – Thailand จากเวที Healthcare Asia Awards 2026 ซึ่งยกย่ององค์กรด้านสุขภาพชั้นนำทั่วเอเชีย

รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของศูนย์ Premier Life โรงพยาบาลพญาไท2 ในการพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ครอบคลุมทั้งการป้องกัน ดูแล และส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ

ซึ่งนำโดย พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี แพทย์ผู้ชำนาญการ ทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาตร์วิถีชีวิต  (Preventive Medicine, Lifestyle Medicine ) และผู้อำนวยการศูนย์ Premier Life โรงพยาบาลพญาไท 2 (ว.40965) ขึ้นรับรางวัลนี้ 


ความสำเร็จดังกล่าวเป็นอีกก้าวสำคัญของ Premier Life Center โรงพยาบาลพญาไท 2 ในการก้าวสู่ศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับภูมิภาค พร้อมเดินหน้าพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง ด้าน Wellness เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพของคนยุคใหม่อย่างแท้จริง ลงลึกถึงระดับ Longevity ที่เน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา เพื่อให้สุขภาพยืนยาวอย่างสมดุล

19 มีนาคม 2569

เปิดประสบการณ์ผ่อนคลายเหนือระดับที่ เออเบิ้ล โอเอซิส สปา ทองหล่อ


Urban Oasis Spa by The Oasis Spa เป็นอีกหนึ่งจุดหมายของสายสปาที่อยากได้บรรยากาศสงบใจกลางกรุงเทพ

สปา ความงามที่มาจากภายใน เพราะนอกเหนือสปามีบริการขัดสีฉวีวรรณให้กับผิวจากภายนอกแล้ว สปา ยังทำให้สาวๆ รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดปล่อย จนทำให้เกิดความสบายใจตามมาอีกด้วย 

เออเบิ้ล โอเอซิส สปา ทองหล่อ ตั้งอยู่ที่ย่านทองหล่อ 
สถานที่ผ่อนคลายทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

สถานที่ตกแต่งด้วยสไตล์โอเรียนทอล โดดเด่นสะดุดตาด้วยโทนสีดำ-แดง ที่ประกอบด้วยห้องสปาทรีทเมนต์ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย กว่า 14 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และมีบริการรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ พลิดเพลินไปกับประสบการณ์สปากลางเมือง ที่ตกแต่งด้วยสไตล์โอเรียนทอล โดดเด่นสะดุดตาด้วยโทนขาว ดำ แดง ห้องสปาทรีทเมนต์ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่จะช่วยปลอบประโลมระบบประสาทด้วยน้ำมันหอมระเหยสูตรเฉพาะ  Oasis Spa  และเทคนิคการกดจุดอย่างอ่อนโยน ทันทีที่เดินเข้ามาในร้าน จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความอบอุุ่น 2 ชั่วโมงแห่งการพักผ่อนด้วยหลากหลายบริการจากทางร้าน พิเศษด้วยการปรนนิบัติร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าด้วยน้ำมันกลิ่นหอมจากธรรมชาติ







สปาชั้นนำในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความนิยม พาร่างกายไปคลายความเหนื่อยล้าและชาร์จแบตร่างกายให้เต็มที่ โอเอซิสสปาบรรยากาศสวนสวยที่ร่มรื่นซ่อนอยู่ใจกลางเมือง นอกจากโปรแกรมที่ได้ลอง ที่นี่ยังมีหลากหลายเมนูสปาให้เลือกปรนนิบัติ รวมถึงการนวดระดับพรีเมี่ยม ด้วยประสบการณ์ศาสตร์การนวดขั้นสูงจาก Oasis Spa ทั้งนวดแผนโบราญ และทรีทเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ความผ่อนคลาย ที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัส ไม่ว่าสาขาใดของ โอเอซิส สปามั่นใจได้ถึงมาตรฐานและบริการที่เหนือระดับ แต่ละสาขาตกแต่งอย่างสวยงาม หลากหลายเมนูสปาให้เลือกปรนนิบัติ รวมถึงการนวดระดับพรีเมี่ยม ด้วยประสบการณ์ศาสตร์การนวดขั้นสูงจาก Oasis Spa ทั้งนวดแผนโบราญ และทรีทเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่จะช่วยปลอบประโลมระบบประสาทด้วยน้ำมันหอมระเหยสูตรเฉพาะ  Oasis Spa  





𝙆𝙞𝙣𝙜 𝙤𝙛 𝙊𝙖𝙨𝙞𝙨 ศาสตร์การนวดแผนไทย 2 ชั่วโมง การนวดที่เป็นเอกลักษณ์ของโอเอซิสสปา นวดผสมระหว่างนวดแผนไทยและสวีดิช พร้อมประคบด้วยลูกประคบสมุนไพรร้อน และนวดอโรมาเทอราปี ด้วยน้ำมันร้อน เน้นคลายความปวดตึงของกล้ามเนื้อชั้นลึก บรรเทาอาการออฟฟิสซินโดรม คืนสมดุลให้ร่างกาย รักษาสมดุลธาตุในร่างกาย ที่ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีและช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร บรรยากาศในห้องสำหรับสปา สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สวยงาม และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่





นอกจากโปรแกรมที่ได้ลอง ที่นี่ยังมีหลากหลายเมนูสปาให้เลือกปรนนิบัติ รวมถึงการนวดระดับพรีเมี่ยม ด้วยประสบการณ์ศาสตร์การนวดขั้นสูงจาก Oasis Spa ทั้งนวดแผนโบราญ และทรีทเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ความผ่อนคลาย ที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัส ไม่ว่าสาขาใดของ โอเอซิส สปามั่นใจได้ถึงมาตรฐานและบริการที่เหนือระดับ แต่ละสาขาตกแต่งอย่างสวยงาม





เออเบิ้ล โอเอซิส สปา

59 ซอยทองหล่อ 20 (เอกมัย 21) คลองตันเหนือ, วัฒนา, กรุงเทพฯ 10110

Line ID : @oasisspa

Facebook : @OSBangkokUrbanSpa

www.oasisspa.net

03 มีนาคม 2569

พญาไท–เปาโล คว้า 2 รางวัลใหญ่ด้านการอนุรักษ์พลังงาน

“Thailand Energy Awards 2025” มุ่งสู่ Net Zero 2050

กรุงเทพฯ — เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ตอกย้ำบทบาทผู้นำองค์กรสุขภาพที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม หลัง โรงพยาบาลพญาไท 1 และ โรงพยาบาลเปาโล รังสิต คว้า 2 รางวัล Thailand Energy Awards 2025 ในสาขา รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงาน ประเภทอาคารควบคุม ซึ่งเป็นรางวัลระดับประเทศที่สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นโดยกระทรวงพลังงาน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 1 และ นพ.สยาม พิเชฐสินธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปาโล รังสิต พร้อมคณะผู้บริหารและทีมงาน เข้าร่วมรับรางวัล ท่ามกลางความภาคภูมิใจของบุคลากรทั้งสองโรงพยาบาล

ขับเคลื่อน ESG ในมิติสิ่งแวดล้อม: “ลดพลังงาน = ลดคาร์บอน” บนฐานการดูแลผู้ป่วยอย่างปลอดภัยความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนแนวทางของเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ในการวาง “การอนุรักษ์พลังงาน” เป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อน ESG โดยเฉพาะมิติสิ่งแวดล้อม ควบคู่มาตรฐานการดูแลรักษาที่มีคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วยในทุกกระบวนการ ทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และทิศทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ตามนโยบายของ BDMS


นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย กล่าวว่า รางวัลนี้เป็นมากกว่าความสำเร็จด้านเทคนิค แต่คือ “หลักฐานเชิงประจักษ์” ของการยกระดับโรงพยาบาลให้เป็นพื้นที่การรักษาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงหัวใจสำคัญคือความปลอดภัยและคุณภาพการบริการ “การลงทุนด้านระบบพลังงานและอาคารเขียว ช่วยให้เราบริหารทรัพยากรได้คุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่ Green Hospital อย่างเป็นรูปธรรม”

ด้าน นพ.สยาม พิเชฐสินธุ์ กล่าวว่า การอนุรักษ์พลังงานจะยั่งยืนได้ ต้องเกิดจาก “ระบบ + วัฒนธรรมองค์กร” โรงพยาบาลจึงให้ความสำคัญกับทั้งการยกระดับระบบวิศวกรรมอาคาร และการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงาน เพื่อให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

“พญาไท 1” ยกระดับระบบอาคารเขียวด้วย IoT–AI บริหารพลังงานแบบเรียลไทม์
โรงพยาบาลพญาไท 1 เดินหน้าพัฒนาแนวคิดอาคารเขียวและระบบบริหารจัดการพลังงาน ด้วยการประยุกต์ใช้ IoT & AI Dashboard ร่วมกับระบบ CPMS เพื่อควบคุมและติดตามการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนผ่าน Line Application ช่วยให้ทีมวิศวกรรมสามารถตอบสนองได้รวดเร็ว ลดความสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในภาพรวม มาตรการสำคัญที่ดำเนินการ อาทิ ติดตั้ง Solar Rooftop ขนาด 236.98 kWp, ติดตั้ง VSD ในระบบปั๊มน้ำและ Cooling Tower, ปรับเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ครอบคลุมทั่วอาคาร, พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการพลังงานผ่านแพลตฟอร์ม CILA เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ

“เปาโล รังสิต” ผสานแนวคิดอาคารประสิทธิภาพสูง + ระบบปรับอากาศตามภาระโหลดจริง
โรงพยาบาลเปาโล รังสิต มุ่งเน้นการออกแบบและปรับปรุงระบบอาคารให้มีประสิทธิภาพสูง ทั้งในมิติ “ลดความร้อนเข้าสู่อาคาร” และ “เพิ่มประสิทธิภาพระบบวิศวกรรม” อาทิ พัฒนาผนังและหลังคาเพื่อลดการถ่ายเทความร้อน, ใช้ระบบปรับอากาศ Chiller ที่ทำงานตามภาระโหลดจริง, เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED มากกว่า 2,383 จุด, ติดตั้ง Solar Roof ขนาด 76 kWp, ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกแผนกผ่านการตรวจประเมิน เพื่อให้เกิดการปรับปรุงพลังงานอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ชัดเจน 4 ปี (พ.ศ. 2564–2567): ลดพลังงานกว่า 4.27 ล้านหน่วย ลดคาร์บอนกว่า 1,622 ตัน

จากการดำเนินงานด้านการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบในช่วงปี พ.ศ. 2564–2567 ส่งผลให้

• โรงพยาบาลพญาไท 1 ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 2,673,714.67 kWh และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1,336.59 tCO₂eq

• โรงพยาบาลเปาโล รังสิต ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 1,597,185 kWh และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 286 tCO₂eq

รวมทั้ง 2 โรงพยาบาล สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 4,270,899.67 kWh (กว่า 4.27 ล้านหน่วย หรือประมาณ 4.27 GWh) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 1,622.59 tCO₂eq สะท้อนความสำเร็จเชิงรูปธรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานขององค์กร

ต่อเนื่องสู่มาตรฐานระดับภูมิภาค และมุ่งสู่ Net Zero Hospital นอกจากรางวัลระดับประเทศในปีนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลพญาไท 1 ยังได้รับ ASEAN Energy Awards 2025 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่สะท้อนศักยภาพขององค์กรไทยในเวทีระดับภูมิภาค  เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล จะยังคงเดินหน้าต่อยอดการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การขยายการใช้พลังงานทดแทน การสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ และการสื่อสารด้าน ESG ด้วย “หลักฐานและผลลัพธ์จริง” เพื่อมุ่งสู่การเป็น Net Zero Hospital ภายในปี 2050 ควบคู่พันธกิจสำคัญคือการดูแลสุขภาพคนไทยด้วยมาตรฐานที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และยั่งยืน