30 พฤษภาคม 2561

เบทาโกร เป็นคู่คิด สร้างเครือข่ายพันธมิตร


เบทาโกร  ชูนโยบาย “เป็นคู่คิด สร้างเครือข่ายพันธมิตร”
ส่งต่อผลิตภัณฑ์คุณภาพสู่ผู้บริโภค
ทุกระดับ พร้อมขับเคลื่อน
ศูนย์นวัตกรรมอาหารเบทาโกรเต็มรูปแบบ


เครือเบทาโกร ผู้นำตลาดอุตสาหกรรมการเกษตร และอาหารคุณภาพครบวงจรจัดงานแถลงข่าวเผยทิศทางการขับเคลื่อนนโยบาย “เป็นคู่คิด สร้างเครือข่ายพันธมิตร” และความสำเร็จของศูนย์นวัตกรรมอาหารฯ ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้และบริการ ยกระดับมาตรฐานการจัดการธุรกิจในทุกด้านแก่ผู้ประกอบการด้านอาหาร เพื่อก้าวไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งให้กับภาคธุรกิจอาหารไทย จับมือเจ๊จง – หมูทอดขวัญใจประชาชน ต้นแบบความสำเร็จของ SME ระดับประเทศ ร่วมส่งต่ออาหารคุณภาพและปลอดภัยสู่ทุกระดับ



นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร 
เผยถึงทิศทางนโยบาย “เป็นคู่คิด สร้างเครือข่ายพันธมิตร” ว่า กว่า 50 ปี ที่เครือเบทาโกรมุ่งมั่น และยืนหยัดทำธุรกิจบนแนวคิด “ความถูกต้อง ต้องมาก่อนกำไร” โดยเชื่อว่า หากยึดมั่นในความถูกต้อง เราจะเป็นทางเลือก
ที่ดีของสังคมได้ สิ่งนี้ สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในธุรกิจของเบทาโกรเสมอมา ด้วยอาหารคุณภาพสูง ปลอด
ภัย และเข้าถึงได้ในราคาที่เป็นธรรม

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่เป็นสิ่งที่มนุษย์จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และความมุ่งมั่นของเบทาโกร คือเป็นผู้ส่งมอบอาหารที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภค ผ่านช่องทางต่างๆ หนึ่งในนั้น คือ ผู้ประกอบการร้านอาหาร ความต่างของเบทาโกร คือ เราไม่ได้เป็นเพียงแค่คู่ค้า แต่เรายังเป็นคู่คิด ด้วยการตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหารเครือเบทาโกร (Betagro Food Innovation Center)  เพื่อรองรับเทรนด์อาหารในอนาคต ทำหน้าที่ 1) พัฒนาผลิตภัณฑ์ 2) พัฒนาบรรจุภัณฑ์ 3) พัฒนาองค์ความรู้ด้านอาหาร หรือ Food Solution     4) งานพัฒนาด้านเทคนิค และ 5) งานกฎหมายอาหาร ให้ตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค และหน้าที่สำคัญของงานพัฒนาองค์ความรู้ด้านอาหาร คือ การสร้างทีมที่ปรึกษาในการพัฒนาธุรกิจในทุกมิติและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้ากลุ่มธุรกิจอาหาร ผ่านกลยุทธ 4 สร้าง ได้แก่ 1) สร้างการสื่อสาร – เปิดใจรับฟัง 2) สร้างทางเลือก – ก่อเกิดความสำเร็จทั้งสองฝ่าย 3) สร้างทัพ – สร้างความเชื่อ วินัย และลงมือทำ และ 4) สร้างพันธมิตรยั่งยืน – จริงใจ ไม่เอาเปรียบคู่ค้า

เจ๊จงหมูทอด เป็นหนึ่งใน 60,000 พันธมิตร ที่เราเชื่อมโยงอยู่จากผู้ประกอบการร้านอาหารรายเล็ก รายกลาง และรายย่อยทั่วประเทศราว 400,000 ราย โดยซัพพลายหมูสด และหมูหมัก ทำให้กระบวนการเตรียมอาหารเร็วขึ้น คุณภาพดีขึ้น แต่ยังคงรสชาติ และราคาฉบับเจ๊จงดั้งเดิม สิ่งสำคัญคือการเปิดใจ ใจเขา ใจเรา ไปดูว่าช่องว่างของปัญหาคืออะไร และเราเอาทีม FIC ไปช่วยวิเคราะห์ ไปทำกรณีศึกษา และจะช่วยเปลี่ยนแปลงให้เขาอย่างไร โดยที่ไม่กระทบกับนโยบายของเขา


นางจงใจ กิจแสวง หรือ เจ๊จง หมูทอดขวัญใจประชาชน ขึ้นแท่นหนึ่งในผู้ประกอบการ SME ที่ประสบความสำเร็จ และเป็นหนึ่งในต้นแบบคู่ค้าของเครือเบทาโกร เปิดเผยว่า ที่มาของธุรกิจเกิดจากการที่เจ๊เป็นหนี้ ขณะนั้นขายอาหารตามสั่ง ขายบุฟเฟ่ต์ แต่ยังไม่พอใช้หนี้ ด้วยความบังเอิญที่ไปเห็นข้าวหมูทอด จึงเกิดไอเดียทำหมูทอด
ถึงวันนี้ก็ 15 ปีแล้ว แต่ความสำเร็จในวันนี้จะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะเชื่อว่า ยังสามารถทำได้ดีกว่า  จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างเจ๊จง และเบทาโกร ด้วยความตั้งใจของเราทั้งสองฝ่ายที่อยากให้ผู้คนทั่วไปได้รับประทานอาหารที่ดี อร่อย ที่สำคัญมีคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึง จากเดิมที่เจ๊ใช้หมูเขียงที่ซื้อจากตลาดสดเพราะต้องการขายอาหารให้ผู้บริโภคได้ในราคาถูก แต่เราเจอปัญหาว่าไม่สามารถรักษาคุณภาพหมูให้คงที่ได้ทุกวัน
จึงเข้ามาศึกษากรรมวิธีต่างๆ ร่วมกับเบทาโกรเพื่อยกระดับคุณภาพวัตถุดิบให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ประหยัดเวลา รสชาติดีสม่ำเสมอ แต่ยังสามารถขายอาหารได้ในราคาเท่าเดิม “ทุกวันนี้ ชีวิตเจ๊เปลี่ยนไป ไม่ต้องตื่นตีสามแล้ว คุณภาพชีวิตเจ๊ดี คุณภาพหมูเจ๊ก็ดี เจ๊เป็นตัวกลางในการส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพให้ผู้บริโภค ลูกค้าเจ๊สบายใจว่าได้ทานของดี เจ๊สบายใจและมีความสุขยิ่งกว่าค่ะ”




29 พฤษภาคม 2561

เบทาโกร ดัน S-Pure สินค้าคุณภาพระดับพรีเมี่ยม เอาใจตลาดสายสุขภาพ


เบทาโกร ดัน S-Pure 

คุณสมศักดิ์ บุญลาภ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร สายงานปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจอาหาร  เครือเบทาโกร (กลางขวา) ดัน S-Pure เนื้อหมู-เนื้อไก่-ไข่ไก่ คุณภาพระดับพรีเมี่ยม เลี้ยงผ่านกรรมวิธีตามธรรมชาติ  ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช้ฮอร์โมน ไม่ใช้สารเร่งโต ทั้งกระบวนการผลิต เพื่อผู้บริโภคสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำมาตรฐานการผลิตอาหารคุณภาพของประเทศไทย ได้รับการรับรองไม่มียาปฏิชีวนะ จาก NSF เป็นรายแรกของโลก พร้อมรุกตลาดอาหารแปรรูป ลงทุน 750 ล้าน สร้างโรงงานใหม่ Betagro Central Kitchen นวนคร กำลังการผลิต 8,000 ตันต่อปี คาดดันยอดขายอาหารแปรรูปโต 50% สร้างศูนย์นวัตกรรมอาหาร รองรับเทรนด์อาหารในอนาคต พัฒนาสินค้ามากกว่า 1,000 รายการ

เชิดชูความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน ‘THAIFEX 2018’

บริษัท บลู สไปซ์ จำกัด ในเครือ บลู เอเลเฟ่นท์ กรุ๊ปพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน ‘THAIFEX 2018’


‘บลู สไปซ์’ ผู้ผลิต จำหน่าย และส่งออก ผลิตภัณฑ์แบรนด์บลู เอเลเฟ่นท์ อันประกอบไปด้วย ชุดพริกแกงปรุงอาหารสำเร็จ พริกแกง น้ำจิ้ม และเครื่องปรุงรส ร่วมแสดงสินค้าและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน THAIFEX 2018 ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดล้วนเป็นสูตรต้นตำรับจากมาสเตอร์ เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ผู้ก่อตั้ง บลู เอเลเฟ่นท์

ในงาน THAIFEX 2018 นี้ ทางบลู สไปซ์ เชิดชูความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย นับแต่ปีพ.ศ. 2523 บลู เอเลเฟ่นท์ ในฐานะตัวแทนของการปรุงอาหารไทยและส่งเสริมเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาโดยตลอด ด้วยการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทั้งหมด เพื่อเน้นย้ำถึงความเป็นจริงที่ว่าอาหารไทยรสชาติอร่อย เครื่องปรุงต้องถึงรสถึงเครื่องแบบไทยๆ


“ผืนแผ่นดินไทยมีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่หลากหลาย ซึ่งเอื้อต่อการเพาะปลูกพืชหลากหลายพันธุ์ อีกทั้งลักษณะดินในแต่ละจังหวัดจะเหมาะสมต่อการปลูกพืชสมุนไพรหรือพืชผักได้แตกต่างกันไป การ
ที่เราเลือกใช้ความอุดมสมบูรณ์นี้ เฉกเช่นกับการเลือกองุ่นให้เหมาะสมกับการบ่มไวน์ในแต่ประเภท เราเองก็เลือกสรรเอาวัตถุดิบที่ดีที่สุดในผืนแผ่นดินไทยมาใช้ในการปรุงอาหารของเรา” มาสเตอร์ เชฟนูรอ กล่าว




ด้วยปรัชญาของการยึดเอา “เอกลักษณ์ของท้องถิ่น” และ “วัตถุดิบจากธรรมชาติ” ทางบลู สไปซ์ จึงได้พัฒนาพริกแกงสูตรใหม่ในงาน THAIFEX ปีนี้ ซึ่งมีส่วนผสมจากวัตถุดิบธรรมชาติล้วนๆ เหมาะสำหรับผู้รับประทานมังสวิรัติและเป็นพริกแกงที่ไม่ใส่การกันบูด ไม่ใส่สี ไม่ใส่ผงชูรส หรือสารเติมแต่ง ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นำมาแสดงในงานนี้ได้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่สะดวกและสามารถรังสรรค์เมนูได้ตามใจชอบ ในปีนี้ บลู เอเลเฟ่นท์ ได้เพิ่มเติมผลิตภัณฑ์เส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีคุณภาพดีและซอสพร้อมปรุงแบบซองพอเหมาะสำหรับการปรุงอาหารในครั้งเดียว

บริษัท บลู สไปซ์ จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ผู้ผลิตสินค้าประเภท ซอส เครื่องปรุงรส พริกแกง ข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว กะทิ และขนมขบเคี้ยว และได้ส่งออกไปมากกว่า 35 ประเทศและจัดจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้ค้าปลีกและกลุ่มผู้ให้บริการด้านการจัดเลี้ยงที่ใส่ใจในคุณภาพและชื่นชอบในการปรุงอาหารไทยสูตรต้นตำรับ




“การเลือกวัตถุดิบและเครื่องปรุงจากท้องถิ่น เพื่อนำมาใช้ในการผลิตบลู เอเลเฟ่นท์ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด กอปรกับ คุณภาพ รสชาติ และเอกลักษณ์ความเป็นไทย” คุณอิเนส ชาดอนเน่ต์ กรรมการผู้จัดการ บลู สไปซ์ กล่าว “ทุกผลิตภัณฑ์บลู เอเลเฟ่นท์มาจากสูตรต้นตำรับของมาสเตอร์ เชฟนูรอ”

หากถามว่าเคล็ดลับเบื้องหลังความอร่อยของสูตรอาหารของมาสเตอร์ เชฟนูรอคืออะไร
มาสเตอร์ เชฟนูรอก็จะตอบว่า “ดิฉันคัดสรรเครื่องปรุงและวัตถุดิบที่ดีที่สุดของไทยมาโขลกรวมกัน ก็แค่นั้น !”

ทางบลู เอเลเฟ่นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป และ บริษัท บลู สไปซ์ จำกัด ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมและชุมชนรวมทั้งสนับสนุนการอยู่แบบยั่งยืนมาโดยตลอด โดยใช้ผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง อันเป็นโครงการส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการส่งเสริมการปลูกพืชผักและผลไม้แทนการปลูกฝิ่น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งยังมั่นใจได้ว่าได้วัตถุดิบออร์แกนิคคุณภาพดี



โรงงานบลู สไปซ์ ตั้งอยู่ที่  จังหวัดปทุมธานี ได้รับการรับรองทางด้านสุขอนามัย  การจัดการความปลอดภัยของอาหารและรับรองคุณภาพด้านมาตรฐานการจัดเก็บและการจัดจำหน่าย ตามมาตรฐาน BRC (British Retail Consortium) Issue 7 (BRC หรือ สมาคมผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแห่งสหราชอาณาจักร เป็นมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร (food safety)) ในปัจจุบัน มาตรฐาน BRC ได้รับ
ความแพร่หลาย และเป็นที่ยอมรับทั้งในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือ มีบริษัทสถานประกอบการมากกว่า 14,000 แห่ง กว่า 90 ประเทศที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานนี้ นอกจากนี้ บลู สไปซ์ ยัง
ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP, HACCP และเครื่องหมายฮาลาล (Halal)

บริษัท บลู สไปซ์ จำกัด มีการเติบโตมากกว่า 35% ของยอดขาย ภายในระยะเวลา 3 ปี ทุกๆ ปี จะมีการขยายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บลู เอเลเฟ่นท์ไปยังตลาดกลุ่มใหม่ หลังจากทดลองเปิดตัวการจำหน่ายไปแล้วในประเทศจีน เมื่อปีที่ผ่านมา ในปีนี้ 2561 ทางบลู สไปซ์ ก็จะขยายตลาดไปสู่ประเทศเดนมาร์ก เกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา ส่วนตลาดหลักในประเทศไทย สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์บลู เอเลเฟ่นท์ ได้ที่ ร้านอาหาร บลู เอเลเฟ่นท์ โรงเรียนสอนทำอาหาร บลู เอเลเฟ่นท์ สาขากรุงเทพฯ

สาขาภูเก็ต กูร์เมต์ มาร์เก็ต (Gourmet Market) วิลล่า มาร์เก็ต (Villa Market) ทอปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต (TOPS Supermarket) เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ (Central Food Hall) คิง พาวเวอร์ ดิวตี้ฟรี ชอป (King Power Duty Free) บิ๊กซี (Big C)


บริษัท บลู สไปซ์ จำกัด ในเครือ บลู เอเลเฟ่นท์ กรุ๊ป
พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน ‘THAIFEX 2018’
ณ อิมแพค เอ๊กซ์ฮิบิชั่น ฮอลล์ 2 ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2561

ส.ขอนแก่น ร่วมงาน THAIFEX 2018 เปิดตัวหมูยอโบราณ 2 สูตร

 บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน)



SORKON ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์รายใหญ่ของไทย เข้าร่วมมหกรรมงานแสดงสินค้าอาหารนานาชาติ THAIFEX-World of Food Asia 2018 ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งโอกาสนี้ บมจ.ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จะเปิดตัวทายาทรุ่นที่ 2 ที่จะเข้ามาสานต่อธุรกิจ พร้อมพูดคุยแฟลตฟอร์มแนวทางการทำตลาดกลุ่มธุรกิจอาหารพื้นเมืองภายใต้แนวคิด "เพราะทุกคนสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด" เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารพื้นเมืองมานานกว่า 30 ปี และเปิดตัว 'หมูยอโบราณและหมูยอโบราณสูตรเห็ดหอม' 



ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แนวคิดดังกล่าวที่เริ่มทำตลาดในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นสินค้าขายดีที่สุดในร้านสะดวกซื้อ 7-11 นอกจากนี้ ภายในบูทยังมีการนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารอีกมากมาย



ส.ขอนแก่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดอาหารพื้นเมืองในไทยตลอด 30 ปี ด้วยการยกทัพร่วมงาน THAIFEX-World of Food Asia 2018 ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2561 ณ Exhibition Hall 8 อิมแพคเมืองทองธานี

เบทาโกรร่วมแสดงสินค้าอาหารคุณภาพสูง ภายใต้แนวคิด Uncompromising Quality ไม่ดีจริง…ไม่ถึงมือ

ขยายกำลังผลิตอาหารแปรรูป ตอบโจทย์ Life Style
ผู้บริโภคยุคใหม่





เบทาโกร ดัน S-Pure เนื้อหมู-เนื้อไก่-ไข่ไก่ คุณภาพระดับพรีเมี่ยม เลี้ยงผ่านกรรมวิธีตามธรรมชาติ ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช้ฮอร์โมน ไม่ใช้สารเร่งโต ทั้งกระบวนการผลิต ผ่านการแปรรูปที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อผู้บริโภคสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำมาตรฐานการผลิตอาหารคุณภาพของประเทศไทย ได้รับการรับรองไม่มียาปฏิชีวนะ จาก NSF เป็นรายแรกของโลก พร้อมรุกตลาดอาหารแปรรูป ลงทุน 750 ล้าน สร้างโรงงานใหม่ Betagro Central Kitchen นวนคร กำลังการผลิต 8,000 ตันต่อปี คาดดันยอดขายอาหารแปรรูปโต 50% สร้างศูนย์นวัตกรรมอาหาร รองรับเทรนด์อาหารในอนาคต พัฒนาสินค้ามากกว่า 1,000 รายการ


นายสมศักดิ์ บุญลาภ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร สายงานปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจอาหาร เครือเบทาโกร เปิดเผยในงาน Thaifex 2018 ว่า ทิศทางธุรกิจอาหารปีนี้ เบทาโกรจะเน้นตลาดอาหารสดระดับพรีเมี่ยม โดยปัจจุบัน S-Pure ถือครองส่วนแบ่งตลาดถึง 90% โดยตลาดในประเทศ มุ่งขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น ทั้งในเขตเมืองใหญ่ เมืองท่องเที่ยว ผ่านร้านค้าปลีกชั้นนำ อาทิ Gourmet Market, Home Fresh Mart, Central Food Hall, Tops Market และ Villa Market เป็นต้น สำหรับตลาดส่งออก มีแผนขยายตลาดไปในประเทศ บาห์เรน กาตาร์ สเปน และโรมาเนีย โดยปีนี้ตั้งเป้าส่งออกเนื้อไก่ 78,000 ตัน เนื้อหมู 5,800 ตัน เพิ่มขึ้น 17% จากปีที่ผ่านมา

นายสมศักดิ์ บุญลาภ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร สายงานปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจอาหาร เครือเบทาโกร

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อถึง ภาพรวมตลาดอาหารแปรรูปและอาหารพร้อมทานของประเทศไทยในปัจจุบันว่า มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น สำหรับสินค้าอาหารแปรูปของเครือเบทาโกร ไตรมาสแรกปีนี้ มีอัตราเติบโต 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา บริษัทฯ จึงใช้งบลงทุน 750 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตสินค้าแห่งใหม่ หรือ Betagro Central Kitchen ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี พื้นที่ 11,015 ตารางเมตร กำลังการผลิต 8,000 ตันต่อปี เพื่อรองรับตลาดดังกล่าว


จากผลการสำรวจความต้องการผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์แบบชีวิตคนเมือง พบว่า สินค้าประเภทแปรรูป และพร้อมทาน หรือ Ready to Eat กลายเป็นทางเลือกสำคัญของผู้บริโภคเพราะประหยัดเวลา และลดขั้นตอนของการเตรียมอาหาร โดยพบว่า ผู้บริโภคทานอาหารนอกบ้านกว่าครึ่งนึงของมื้ออาหารทั้งหมดต่อเดือน คือ เฉลี่ย 56 ครั้งต่อเดือน และเข้าร้านสะดวกซื้อ 21 ครั้งต่อเดือน1 เพื่อทานอาหารรองท้อง และกลายเป็นไลฟ์สไตล์ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว แม้ว่าผู้บริโภคจะเน้นเรื่องความง่าย สะดวกสบาย แต่ยังใส่ใจสุขภาพ เน้นคุณภาพอาหาร และ รสชาติ


ชม Cooking Show โดย Master Chef จาก Thailand Culinary Academy ตลอดวัน 
ในส่วนของ Betagro Central Kitchen แห่งใหม่ ได้สร้างศูนย์นวัตกรรมอาหาร (FIC) เพื่อรองรับ เทรนด์อาหารในอนาคต ทำหน้าที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย ทั้งวัตถุดิบคุณภาพ ด้านโภชนาการ มากกว่า 1,000 รายการ ใน 6 หมวดสินค้า ได้แก่ 1) อาหารทานเล่นและสินค้าทอด (Appetizer) ประเภทหมู ไก่ 2) ผลิตภัณฑ์ไข่ปรุงสุก (Processed Egg) เช่น ไข่ต้มปอกเปลือก ไข่ตุ๋น 3) ข้าวกล่องพร้อมรับประทาน (Ready Meal) 4) กับข้าวสำเร็จรูป (Cuisine) 5) เบเกอรี่ (Bakery) และ 6) ผลิตภัณฑ์ปรุงรส (Seasoning) เช่น น้ำยำ น้ำจิ้ม เป็นต้นนอกจากนี้ เครือเบทาโกร ยังได้ร่วมกับพันธมิตรคือ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ ในการพัฒนาความหลากหลายของอาหารพร้อมทานเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพ รสชาติ รวมทั้ง ขนาดน้ำหนัก และ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) เพิ่มความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยคาดว่าจะเพิ่มยอดขายให้บริษัทฯ ถึง 650 ล้านบาท



ในส่วนของ Betagro Central Kitchen แห่งใหม่ ได้สร้างศูนย์นวัตกรรมอาหาร (FIC) เพื่อรองรับ เทรนด์อาหารในอนาคต ทำหน้าที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย ทั้งวัตถุดิบคุณภาพ ด้านโภชนาการ มากกว่า 1,000 รายการ ใน 6 หมวดสินค้า ได้แก่ 1) อาหารทานเล่นและสินค้าทอด (Appetizer) ประเภทหมู ไก่ 2) ผลิตภัณฑ์ไข่ปรุงสุก (Processed Egg) เช่น ไข่ต้มปอกเปลือก ไข่ตุ๋น 3) ข้าวกล่องพร้อมรับประทาน (Ready Meal) 4) กับข้าวสำเร็จรูป (Cuisine) 5) เบเกอรี่ (Bakery) และ 6) ผลิตภัณฑ์ปรุงรส (Seasoning) เช่น น้ำยำ น้ำจิ้ม เป็นต้นนอกจากนี้ เครือเบทาโกร ยังได้ร่วมกับพันธมิตรคือ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ ในการพัฒนาความหลากหลายของอาหารพร้อมทานเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพ รสชาติ รวมทั้ง ขนาดน้ำหนัก และ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) เพิ่มความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยคาดว่าจะเพิ่มยอดขายให้บริษัทฯ ถึง 650 ล้านบาท



ในส่วนของ Betagro Central Kitchen แห่งใหม่ ได้สร้างศูนย์นวัตกรรมอาหาร (FIC) เพื่อรองรับ เทรนด์อาหารในอนาคต ทำหน้าที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย ทั้งวัตถุดิบคุณภาพ ด้านโภชนาการ มากกว่า 1,000 รายการ ใน 6 หมวดสินค้า ได้แก่ 1) อาหารทานเล่นและสินค้าทอด (Appetizer) ประเภทหมู ไก่ 2) ผลิตภัณฑ์ไข่ปรุงสุก (Processed Egg) เช่น ไข่ต้มปอกเปลือก ไข่ตุ๋น 3) ข้าวกล่องพร้อมรับประทาน (Ready Meal) 4) กับข้าวสำเร็จรูป (Cuisine) 5) เบเกอรี่ (Bakery) และ 6) ผลิตภัณฑ์ปรุงรส (Seasoning) เช่น น้ำยำ น้ำจิ้ม เป็นต้นนอกจากนี้ เครือเบทาโกร ยังได้ร่วมกับพันธมิตรคือ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ ในการพัฒนาความหลากหลายของอาหารพร้อมทานเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพ รสชาติ รวมทั้ง ขนาดน้ำหนัก และ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) เพิ่มความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยคาดว่าจะเพิ่มยอดขายให้บริษัทฯ ถึง 650 ล้านบาท


สำหรับงาน THAIFEX: World of Food Asia 2018 ซึ่งจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 29 พ.ค. – 2 มิ.ย.นี้ เครือเบทาโกรร่วมแสดงสินค้าอาหารคุณภาพสูง ภายใต้แนวคิด Uncompromising Quality ไม่ดีจริง…ไม่ถึงมือคุณ ชูไฮไลท์ Antibiotics - Free Zone ตอกย้ำความสำเร็จของสินค้าเอสเพียว (S-Pure) เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ คุณภาพระดับพรีเมี่ยม ได้รับการรับรองไม่มียาปฏิชีวนะทั้งกระบวนการผลิต จากเอ็นเอสเอฟ (NSF) เป็นรายแรกของโลก พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ ไส้กรอก S-Pure และ โซน Betagro Central Kitchen โชว์ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป อาหารพร้อมทาน ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หลากหลายรายการ ชม Cooking Show 
โดย Master Chef จาก Thailand Culinary Academy ตลอดวัน 


จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ ณ บูธเบทาโกร SS01, RR01 ฮอลล์ 7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี


เครือเฮอริเทจ เผยเคล็ดลับสู่ความสำเร็จผู้นำอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

เคล็ดลับคนรักสุขภาพที่มีเวลาน้อยแต่ใส่ใจสุขภาพ



เครือเฮอริเทจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานมหกรรมอาหารเอเชีย (THAIFEX - World of Food ASIA 2018) โดยในงานครั้งนี้เครือเฮอริเทจได้นำสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์เฮอริเทจ อาทิ เฮอริเทจ, บลูไดมอนด์, เนเจอร์ เซนเซชั่น, นัทวอล์คเกอร์, ซันคิสท์, วันเดอร์พัฟฟ์ ป๊อบคอร์น, ฟรังซัวส์, โกลด์ฟิช, น้ำแร่แมนเจียโตเรล่า, เลอ-รูท และอื่นๆ อีกหลากหลาย

วิทวัส พลไพศาล รองประธานกรรมการ เครือเฮอริเทจ

วิทวัส พลไพศาล รองประธานกรรมการ เครือเฮอริเทจ ได้กล่าวถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อาหารในงานมหกรรมอาหารเอเชียครั้งนี้ว่า "เครือเฮอริเทจของเรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอไลฟสไตล์อาหารที่ทรงคุณค่า เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา “อาหารดี ชีวีมีสุข” ที่ได้ให้ไว้มาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมยึดแนวทางความสำเร็จ 5H ที่ทำให้เครือเฮอริเทจเป็นผู้นำด้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพรายใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ 1. Heritage ศูนย์รวมของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เราพร้อมส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณและคนที่คุณรัก 2. Heart ทุกวัตถุดิบจากธรรมชาติที่เลือกใช้ถูกคัดสรรด้วยความใส่ใจตั้งแต่รากในดินจนถึงมือผู้บริโภค 3. Healthy เราคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคเป็นหลัก เหมือนคำกล่าวที่ว่า You are what you eat กินอย่างไร ได้อย่างนั้น 4. Happy เมื่อร่างกายเราแข็งแรง สุขภาพกายและใจก็จะแข็งแรงและมีความสุข และ 5. Honest เรายึดหลักความซื่อสัตย์และความจริงใจในกระบวนการผลิตเสมอมา


สำหรับภาพรวมธุรกิจในปีที่ผ่านมา ด้วยความที่เราเป็นผู้นำด้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพราย
ใหญ่ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้เครือเฮอริเทจมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นกว่า 20% ของทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ทั้งการที่เรามีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
มีการขยายฐานการจัดส่งและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เราสามารถดึงดูดความสนใจจากกลุ่มผู้ค้าและนักธุรกิจได้เป็นจำนวนมาก และขึ้นเป็นผู้นำของตลาดได้ในที่สุด



เนื่องจากเครือเฮอริเทจคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคเป็นสำคัญ และเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็กำลังมาแรง  ตอบรับกับกระแสสังคมเมืองที่ต้องใช้เวลาให้คุ้มค่า เราจึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพที่มีเวลาน้อยแต่ยังคงต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อย่าง แบรนด์ Le Root       (เลอ-รูท) เป็นอาหารออร์แกนิกที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพทุกสาย ในสไตล์ grab and go ที่ไม่มีสารปรุงแต่ง ผ่านการ    แปรรูปน้อยที่สุดเพื่อคงคุณค่าสารอาหารไว้ ไม่มีทั้งสารกันเสีย และไม่เติมแต่งอะไรที่ไม่ใช่ธรรมชาติลงไป ที่สำคัญคือปราศจากน้ำตาลอย่างแน่นอน เราเลือกใช้น้ำหวานเกสรดอกมะพร้าวแทนความหวานของน้ำตาลแทน โดยสินค้าที่ขายดีก็จะเป็น พวกขนมปังต่างๆ เช่น โฮลวีตซูเปอร์ซีด, ชาร์โคลโฮลวีต และพวกชาออร์แกนิก เป็นต้น ซึ่งตอนนี้ Le Root มี 2 สาขาแล้ว ที่ Le Root สาขา Dent Chula สยามสแควร์ และ Le Root สาขา KU avenue งามวงศ์วานและต่อเนื่องจากความสำเร็จของเครื่องดื่มนมอัลมอนด์ บลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ ที่ยอดขายเป็นอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา เครือเฮอริเทจ ในนามผู้ผลิตให้แบรนด์ "บลูไดมอนด์" จึงเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคที่ชื่นชอบนมอัลมอนด์ กับ 2 รสชาติใหม่ ได้แก่ "นมอัลมอนด์รสมัทฉะ" ทำจากชาเขียวมัทฉะต้นตำรับแท้ 100% จากญี่ปุ่น ผ่านการคัดสรรผง  มัทฉะคุณภาพจากใบชาชั้นดีผสมกับนมอัลมอนด์แท้ และ "นมอัลมอนด์รสลาเต้"  ทำจากกาแฟชนิดอาราบิก้าแท้ 100%  ปราศจากสารเคมีและไม่มีสารเติมแต่งผสมกับนมอัลมอนด์ที่ให้คุณประโยชน์สำหรับร่างกาย ในกล่องขนาดละ 180 มิลลิลิตร ราคาปลีก 20 บาท
วางจำหน่ายที่ ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่นทุกสาขา และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ



นอกจากนี้ก็ยังมี "เซนเซชั่น กราโนล่า" แบรนด์ เนเจอร์ เซนเซชั่น ธัญพืชอบกรอบผสมถั่วและผลไม้พรีเมียม ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และยังเป็นแหล่งรวมคุณประโยชน์ไว้อย่างครบครัน มีไฟเบอร์สูง และไม่เติมน้ำตาล มีให้เลือกถึง 8 รสชาติเพื่อให้ผู้บริโภคเลือกรสชาติและสรรพคุณที่ถูกใจ ได้แก่ ออริจินอล กราโนล่า (Original Granola), นัตตี้ กราโนล่า (Nutties Granola), โกจิ กราโนล่า (Goji Granola), ซูเปอร์ ซีด กราโนล่า (Super Seed Granola), กราโนล่ารสจืด (Unsweetened Granola), โกโก้ กราโนล่า (Cocoa Granola), ฟรุ๊ตตี้ กราโนล่า (Fruit Granola) และเบอร์รี่ กราโนล่า (Berries Granola) ขนาด 35 กรัม ราคาขายปลีก 28 บาท วางจำหน่ายที่ ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่นทุกสาขา และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ




งานในครั้งนี้ เครือเฮอริเทจ ยังมีอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ได้รวบรวมมาไว้ในงานไทยเฟ็กซ์-เวิลด์ ออฟ ฟู้ดเอเชีย 2018 อีกหลากหลายรายการ อาทิ ผลไม้อบแห้ง ผลไม้แช่แข็ง น้ำผลไม้ หรือรวมถึงสลัดและผักออร์แกนิกต่างๆ พร้อมมอบส่วนลดพิเศษในงานสูงสุดถึง 40 % เอาใจสายเฮลตี้ให้ได้ช็อปกันอย่างจุใจ และพิเศษหากซื้อผลิตภัณฑ์ครบตามรายการที่กำหนด รับของสมนาคุณพรีเมียมจากเฮอริเทจฟรีทันที อาทิ ถุงผ้า แก้วน้ำ ผ้ากันเปื้อน และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสาธิตการประกอบอาหารจากเชฟคนดัง คุณหรีด- รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ ที่จะมาแสดงการทำเมนูสุขภาพในงานวันที่ 2 มิถุนายน 2561 เวลา 12.30 น. ณ บูธเครือเฮอริเทจ
         

พลาดไม่ได้! เพราะมีเพียงปีละครั้งกับการจัดแสดงอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของเครือเฮอริเทจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในงานไทยเฟ็กซ์-เวิลด์ ออฟ ฟู้ดเอเชีย 2018
มาร่วมจัดแสดงไว้ในงาน ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2561 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี (บูธ c2-v01)



จัดแสดงสินค้าในงาน THAIFEX 2018 บูธ c2-v01 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

วันที่ 29 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน เจรจาธุรกิจ 2561 เวลา 10.00 – 18.00 น.
วันที่ 2 มิถุนายน 2561 เปิดให้คนทั่วไป เวลา 10.00 – 20.00 น.


ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ 02-813-0954-5 
หรือติดตามกิจกรรมและข่าวสารของเครือเฮอริเทจได้ที่
www.heritagethailand.com และ www.facebook.com/Heritagegroupth

24 พฤษภาคม 2561

THAILAND HIPHOP FESTIVAL 2018


ชาวฮิปฮอปต้องห้ามพลาด มาร่วมบันทึกประวัติศาสตร์
ครั้งสำคัญวงการ
เทศกาลฮิปฮอปเมืองไทย งานใหญ่แห่งปี

THAILAND HIPHOP FESTIVAL 2018

การรวมตัวฮิปฮอปไทยระดับตำนานจนถึงปัจจุบัน เริ่มต้นในใจ จนกลายเป็นวันนี้...วัฒนธรรมฮิปฮอป
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เจอกัน

“THAILAND HIPHOP FESTIVAL : THE LEGEND” @HARD ROCK CAFÉ ได้มาเจอ B-BOY รุ่นบุกเบิก / DJ. และ  GRAFFITI  ระดับประเทศ อีกทั้งศิลปินฮิปฮอป จะมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ RASTAFAH/ B-KING/ CHOM CHUMKASIAN AND 1 FLOW/ PP’ DREAMS/  CP SMING/ JSR YOUNGBONG/ YOUNGOHM/ FIIXD/ CLEO-P “VKL X Sweed Gangz”/ MAIYARAP/ BOMB AT TRACK/ RAP AKE






สุดติ่ง : โชว์ RAP สดๆ จาก RASTAFAH, B-KING และ RASTAFAH Ft. B-KING
ชม VTR : พูดคุยกับ 4 ELEMENT OF HIPHOP | MC | DJ | B-BOY | GRAFFITI  โดยงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน @JJ Mall JATUJAK (ชั้น 6 เจ.เจ.มอลล์ จตุจักร)ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน
HIPHOP นำทีมโดย THAITANIUM/ DAJIM/ RASTAFAH/ B-KING/ CHOM CHUMKASIAN AND 1 FLOW/ PP' DREAMS/ POK MINDSET/ URBOY TJ/ CP SMING/ JSR YOUNGBONG/ YOUNGOHM/ FIIXD/ CLEO-P “VKL X Sweed Gangz”/ MAIYARAP
B-BOY นำทีมโดย B-BOY OMAN/ B-BOY AJAY/ B-BOY 60ROCK/ B-BOY PRAI-1/ B-BOY GURU

DJ. นำทีมโดย DJ.WHATDATFROG/ DJ.KONG/ DJ.BONNIE/ DJ.DEEBOY/ DJ.DOGGA
GRAFFITI ระดับประเทศมาพ่นบนกำแพงยาว 30 เมตร นำทีมโดย PAKORN/ JESUS103 RUA MHS/  BOWS/ QUCAN/ GHOST TRAPPERS







HEAVY ORGANIZER ร่วมกับ U
PRESENT “Thailand HipHop Festival : The Legend” การรวมตัวฮิปฮอปไทยระดับตำนานจนถึงปัจจุบัน จัดในวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561 ณ JJ MALL HALL
ตั้งแต่เวลา 14.00 - 00.00 น.

นำทีมโดย THAITANIUM / DAJIM / RASTAFAH /
B-KING / CHOM CHUMKASIAN AND 1 FLOW /
PP' DREAMS / POK MINDSET / URBOYTJ /
CP SMING / JSR / YOUNGBONG / YOUNGOHM / FIIXD/ CLEO-P / “VKL X Sweed Gangz”/ MAIYARAP /
BOMB AT TRACK / RAP AKE

B-BOY นำทีมโดยรุ่นบุกเบิกบ้านเรา
และอีกมากจริงๆเวทีน่าจะแน่นๆ
Bboy Oman
Bboy Ajay
Bboy 60Rock
Bboy Prai-1
Bboy Guru

DJ เป็นการรวมตัวกันรุ่นบุกเบิกจนถึงปัจจุบัน บนเวทีวางเครื่องกันเต็มจำนวนและจะมีพี่ๆDJตามสมทบอีก
Dj Whatdatfrog
Dj Kong
Dj Bonnie SWG
Dj Deeboy
Dj Dogga

GRAFFITI ระดับประเทศรุ่นบุกเบิกถึงปัจจุบัน รวมกันพ้นบนกำแพงยาว 30เมตร
PAKORN BNA
JESUS103 RUA MHS
BOWS
QUCAN
Ghost Trappers

เปิดขายบัตรแล้ววันนี้ ที่ 7- Eleven ทุกสาขา
โปรโมชั่น จาก 700 บาท เหลือ 600 บาท จำกัดจำนวนเพียง 1,000 ใบเท่านั้น ชาวฮิปฮอปต้องห้ามพลาด!

ผู้สนับสนุนหลัก U BEER
ติดตามข่าวสารได้ที่
https://www.facebook.com/Thailandhiphopfestival
วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561 ณ JJ MALL HALL
ตั้งแต่เวลา 14.00 - 00.00 น

 #thailandhiphopfestival #hiphop #พลังฮิปฮอป #heavyorganizer #HipHopไทย














.