แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเครื่องดื่ม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเครื่องดื่ม แสดงบทความทั้งหมด

16 มีนาคม 2569

ไซมิส แอสเสท เปิดตำรับ ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง ที่ร้าน “มารี กีมาร์”

เมื่อฤดูร้อนเวียนกลับมาอีกครั้ง ร้านอาหารไทย “มารี กีมาร์” หนึ่งในธุรกิจอาหารของ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ชวนสัมผัสเมนูคลายร้อนแบบไทยแท้กับ “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยชาววังผ่านความประณีตในทุกขั้นตอน โดย เชฟปิ๊ก – คณิน สินพันธ์ Executive Chef ของร้าน ที่คัดสรรวัตถุดิบจากหลายจังหวัดทั่วประเทศมารังสรรค์เป็นสำรับอาหารฤดูร้อนที่งดงามทั้งรสชาติและเรื่องราว





ร้านอาหาร “มารี กีมาร์” ยังเป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพอาหารไทยแท้ในระดับสากล ขณะที่เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” ถือเป็นหนึ่งในเมนูประจำฤดูร้อนที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รอคอยของลูกค้าในทุก ๆ ปี

ในโอกาสนี้ คุณอายุษกร อารยางกูร Group F&B Director บริษัท ไซมิส เทสท์ จำกัด และ เชฟปิ๊ก คณิน สินพันธ์ ได้ร่วมต้อนรับสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติให้ร่วมสัมผัสเมนูข้าวแช่ตำรับพิเศษดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยโบราณผ่านการจัดสำรับอย่างพิถีพิถัน

ข้าวแช่ปีนี้ถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตใน ภาชนะรักษ์โลกจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินท้องถิ่น สะท้อนความงดงามของศิลปหัตถกรรมไทยผ่านภาชนะที่ใช้เสิร์ฟอาหาร พร้อมลำดับการรับประทานแบบโบราณ แบ่งออกเป็น 3 สำรับ

สำรับแรก : ของว่างคลายร้อนจากตำรับอยุธยา

เริ่มต้นมื้อด้วยเมนูโบราณ “แตงโมหน้าปลาแห้ง” ของว่างขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยคัดเลือกแตงโมเนื้อหวานจากจังหวัดสุพรรณบุรี รับประทานคู่กับปลาแห้งที่ใช้ปลาช่อนแดดเดียวจากจังหวัดสิงห์บุรี นำมาย่างด้วยเตาถ่าน ก่อนโขลกให้ฟูและผัดจนแห้ง ปรุงรสด้วยน้ำตาลดอกมะพร้าวจากจังหวัดสมุทรสงคราม ดอกเกลือ และหอมเจียว

สำรับที่สอง : ข้าวแช่ตำรับไทยกับเครื่องเคียง 8 อย่าง

หัวใจสำคัญของเมนูคือ ข้าวแช่ ที่เชฟปิ๊กเลือกใช้ข้าวพันธุ์ “เจ๊กเชย” จากจังหวัดสระบุรี ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหอมและเม็ดข้าวที่สวยงาม นำมาหุงอย่างพิถีพิถัน ก่อนแช่ใน น้ำแร่จากอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ที่ผ่านการต้มและพักในโอ่งดินเผา จากนั้นลอยด้วยดอกไม้หอม 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด กระดังงาไทย กุหลาบมอญ และดอกมะลิ ก่อนอบควันเทียนให้เกิดกลิ่นหอมละมุน





เสิร์ฟคู่กับ เครื่องเคียงโบราณ 8 อย่าง ได้แก่

• ลูกกะปิหอมชุบไข่ทอด รับประทานคู่กระชายอ่อนแกะสลักเป็นดอกจำปา

• หอมแดงสอดไส้ปลา

• พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลา

• พริกหยวกสอดไส้หมูผัดห่อไข่ เอกลักษณ์ของร้านมารี กีมาร์

• ปลาช่อนแดดเดียวฉาบหวาน

• ไชโป๊วผัดหวานน้ำมันหมู

• หมูฝอยทอดกรอบ

• ไข่เค็มชุบแป้งทอด รับประทานคู่มะม่วงเขียวเสวยและผักแนมตามตำรับ
สำรับสุดท้าย : ของหวานฤดูร้อน

ปิดท้ายสำรับด้วยของหวานฤดูร้อน “ส้มฉุนมะยงชิด” ที่ใช้มะยงชิดสดใหม่จากจังหวัดนครนายก โรยด้วยหอมเจียวและขิงอ่อนซอย เพิ่มมิติรสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น เหมาะสำหรับฤดูร้อน

นอกจากนี้ทางร้านยังมี ชุดตะกร้าข้าวแช่สำหรับซื้อกลับบ้าน สำหรับ 2 ท่าน
พร้อมขนมทองมารี 1 กล่อง ในราคา 1,299 บาท

เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ให้บริการในราคา 999++ บาทต่อสำรับ
(รับประทานที่ร้านเท่านั้น)  ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 15 พฤษภาคม 2569






ผู้ที่สนใจสามารถมาลิ้มลองสำรับข้าวแช่ตำรับไทยได้ที่ ร้านอาหารมารี กีมาร์ ชั้น 28

โรงแรม Wyndham Bangkok Queen Convention Centre Hotel 
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น. 

สอบถามข้อมูลหรือสำรองที่นั่ง โทร 090-234-5822
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.marieguimarbkk.com

22 ธันวาคม 2568

ÆTHER ทะยานขึ้นสู่ฟ้า พร้อมดีไซน์ล้ำยุคบนชั้นสูงสุดของ Central Park

ÆTHER ทะยานขึ้นสู่ฟ้า พร้อมดีไซน์ล้ำยุคน่าตื่นตา บนชั้นสูงสุดของ Central Parkค็อกเทลเลานจ์แห่งใหม่ พร้อมวิวพาโนรามาใจกลางกรุงเทพฯ

Watermelon Group ประกาศเปิดตัว ÆTHER (อีเธอร์) ค็อกเทลเลานจ์ที่จะเปลี่ยนภาพจำของรูฟท็อปแบบเดิมๆ ด้วยดีไซน์แบบ Futuristic ที่ไม่ซ้ำใคร ล้อมรอบด้วยเส้นขอบฟ้าและวิวสูงจากชั้น 44 ของอาคาร Central Park Offices โดย ÆTHER จะเปิดมุมมองใหม่ และส่งต่อพลังงานที่จะชวนให้ทุกคนได้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน และสนุกกับการเป็นตัวเองอีกครั้ง ผ่านบรรยากาศแห่งแสง สี เสียง และ โปรแกรมเครื่องดื่มค็อกเทลชั้นยอด

ÆTHER ถูกออกแบบมาเพื่อเติมมิติใหม่ให้กับเส้นขอบฟ้าของย่านสีลม ด้วยลำโพงสีเงินขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านล้อรับกับแสงดวงอาทิตย์ องค์ประกอบของเฟอร์นิเจอร์สไตล์เรียบหรูนั่งสบาย และแสงสีที่ออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนมีลูกเล่นและสีสันที่แปลกตา สะท้อนให้เห็นถึงดีเอ็นเอของ ÆTHER ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทพเจ้าแห่งแสงและชั้นบรรยากาศในตำนานกรีก นำเสนอนิยามความเท่ความผสานกับศาสตร์การทดลอง และความประณีตในทุกรายละเอียด

วิสัยทัศน์ใหม่จาก Watermelon Group
ÆTHER คือคอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุดจาก Watermelon Group กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์และไนท์ไลฟ์ที่มีทั้งร้านอาหารและบาร์อยู่ทั่วกรุงเทพฯ โดยแต่ละแห่งต่างสะท้อนบุคลิกและไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวของพื้นที่นั้นๆ ตั้งแต่ย่านทองหล่อที่เต็มไปด้วยแสงสีและชีวิตชีวา ย่านหลังสวนที่หรูหราทันสมัย ล่าสุด ÆTHER ได้ขยายแผนที่ของ Watermelon Group มาถึงย่านสีลมซึ่งเป็นหัวใจของกรุงเทพฯในด้านวัฒนธรรมและความมีชีวิตชีวา ด้วยรูฟท็อปที่ขับเคลื่อนด้วยดีไซน์และดนตรี นำเสนอประสบการณ์ร่วมสมัย และตอบโจทย์การเข้าถึงอารมณ์ของผู้คนมากขึ้น

“ÆTHER ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ที่ผู้คนได้กลับมามีความสุขกับโมเมนต์ปัจจุบัน” กล่าวโดย คุณบิ๊ง ภัทริสร์ จิตรถเวช ผู้ร่วมก่อตั้ง Watermelon Group “ผมและทีมภาคภูมิใจมากที่ได้แบ่งปันสถานที่แห่งนี้ ที่พวกเราช่วยกันสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้กับผู้ที่ชอบนั่งดื่มให้ได้สนุกสนานกับบรรยากาศใหม่ๆ และแนวดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยความตั้งใจ”



ค็อกเทลโปรเกรสซีฟโดย เดปป์-นพป์เศรษฐ์ หิรัญวาทิต จาก Rabbit Hole การออกแบบโปรแกรมเครื่องดื่มค็อกเทลของ ÆTHER นำโดย เดปป์-นพป์เศรษฐ์ หิรัญวาทิต Head Bartender จาก Rabbit Hole ซึ่งมีความสามารถโดดเด่นด้านการผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่แบบ Progressive  ไม่ว่าจะเป็นการกลั่น  การควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำ และการสกัดรสชาติออกมาจากวัตถุดิบ เพื่อสร้างสรรค์ค็อกเทลที่เหมาะกับแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่กลิ่นและรสชาติเบาๆสำหรับช่วงหัวค่ำ ไปจนถึงเมนูที่มีความเข้มข้นและซับซ้อนมากขึ้นสำหรับยามค่ำคืน

เมนูของ ÆTHER ออกแบบมาให้ทุกคนได้เคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศและอารมณ์ซึ่งแบ่งได้ทั้งหมดเป็น 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่ GROUND STATE อย่าง AWAKEN.ING ที่ใช้เทคนิคการหมัก (fermentation) และการรมควัน (smoke) เป็นหลัก เปิดต่อมรับรสในช่วงหัวค่ำของวันด้วยกลิ่นและรสของสมุนไพร หรือเปรียบเสมือนช่วงแห่งการตื่นรู้ ต่อด้วยเมนูในช่วง TRANCEND หรือช่วงยกระดับความสนุกและลูกเล่นของเครื่องดื่ม เช่น เมนู CITY FLORA    ที่ใช้กลิ่นหอมและรสชาติจากดอกไม้และผลไม้ตระกูลซิตรัส ดังช่วงแห่งความกระจ่างชัด และปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มในเซคชั่น EXOSPHERE . BEYOND ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการหยุดนิ่งซึ่งจะเหลือแค่แสงเท่านั้น ที่ยังคงอยู่ ในสถานะที่ไร้เสียงและแรงโน้มถ่วง เช่นเมนู AETHERIA เสิร์ฟกลิ่นและรสชาติเบาๆของดอกไม้นับเป็นการจบค่ำคืนอย่างสง่างาม

Deep House: เอกลักษณ์ทางดนตรีที่เคลื่อนไหวไปกับค่ำคืน
ดนตรีคืออีกหนึ่งหัวใจหลักของประสบการณ์ที่ ÆTHER ตั้งใจนำเสนอ โดยเป็นแนวเพลงสไตล์ Deep House ให้เข้ากับบรรยากาศ นำโดย Britta Arnold ดีเจผู้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ที่เป็นไฮไลท์ให้กับงานเปิดตัวในวันที่ 19 ธันวาคม ด้วยซาวด์แบบเบอร์ลินอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยสไตล์เพลงแบบ Underground Electronic ที่ปลุกเร้าอารมณ์ให้รู้สึกมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

แขกจะได้พบกับ ไลน์อัป DJ ทั้งไทยและต่างประเทศที่สลับกันมาโชว์เคสดนตรีในสไตล์ของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ถ่ายทอดความรู้สึกโดนใจคนเมืองผ่านเสียงดนตรี ตั้งแต่ท่วงทำนองละมุนหูในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังตก ไปจนถึงพลังงานที่หนักแน่นของจังหวะเทคโนยามดึก.

วิวพาโนรามาเหนือกรุงเทพฯ และสวนลุมพินี
เมื่อขึ้นมาถึง ÆTHER แล้ว จะได้พบกับวิวเมืองแบบพาโนรามา ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ พร้อมทิวทัศน์ของสวนลุมพินีจากมุมสูงที่น่าประทับใจ พื้นที่เลานจ์ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวในระนาบเดียวกับเส้นขอบฟ้าให้ได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ และฟลอร์เต้นรำใต้แสงดาวด้านหน้าบาร์ที่ให้ทุกคนได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่

ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองก่อนเข้าสู่ปีใหม่ พ.ศ. 2569 นั้น ÆTHER เป็นจุดหมายแห่งใหม่ที่พร้อมต้อนรับทุกคนที่กำลังมองหาสถานที่เพื่อการเฉลิมฉลองจากมุมมองใหม่ๆ เพื่อสร้างความทรงจำที่ดีในคืนข้ามปี โดยแพคเกจเริ่มต้นที่ 3,500 บาท++ สำหรับประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใครในเมือง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่ @aether_bkk ในช่องทางอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ค

23 พฤศจิกายน 2568

เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่อย่างมีสไตล์ กับหลากหลายกิจกรรมและโปรโมชั่นสุดพิเศษ

เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่อย่างมีสไตล์ กับหลากหลายกิจกรรมและโปรโมชั่นสุดพิเศษตลอดเดือนธันวาคม 2568 ในบรรยากาศ Merry Moments ที่โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ

โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ (Avani Ratchada Bangkok) บริหารโดย AVANI ในเครือไมเนอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPLAND ขอต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขตลอดเดือนธันวาคม 2568 ด้วยบรรยากาศสุดอบอุ่น เปล่งประกายไปด้วยรอยยิ้ม แสงไฟระยิบระยับ และความรื่นเริงสำหรับทุกโอกาสแห่งการเฉลิมฉลอง ไม่ว่าจะกับครอบครัว เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน ตั้งแต่บ่ายอันแสนสบายไปจนถึงค่ำคืนสุดอบอุ่น ทุกช่วงเวลาถูกออกแบบมาเพื่อให้เดือนสุดท้ายของปีนี้เป็นเดือนแห่งความทรงจำที่คุณจะไม่มีวันลืมเพลิดเพลินไปกับอาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย ตั้งแต่ ชุดน้ำชายามบ่าย Wishing Tree Afternoon Tea และเวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ Sip & Paint: Holiday on Canvas Edition ไปจนถึงบุฟเฟ่ต์มื้อพิเศษในช่วงเทศกาล ทั้งมื้อค่ำคืนคริสต์มาสอีฟ มื้อกลางวันวันคริสต์มาส และมื้อค่ำส่งท้ายปีเก่า เฉลิมฉลองช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของปีในสไตล์อวานี ที่ซึ่งทุกวันคือวันแห่งความสุข

ชุดน้ำชายามบ่าย Wishing Tree Afternoon Tea ตลอดเดือนธันวาคม 2568
ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 13:00 น. – 16:00 น. ที่ เมโทร เลาจน์ ชั้น L

สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งเทศกาล ที่ เมโทร เลาจน์ กับ ชุดน้ำชายามบ่ายสุดพิเศษ ที่รวมของว่าง และขนมหวานในธีมคริสต์มาส เสิร์ฟพร้อมชาและกาแฟคุณภาพพรีเมียม ในบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับ เหมาะสำหรับการจิบชา พูดคุย หรือเติมเต็มช่วงเวลายามบ่ายแห่งความสุขใจกลางกรุงเทพฯ

ราคา 765 บาทสุทธิต่อเซต สำหรับ 2 ท่าน
กิจกรรมเวิร์คช็อป Sip & Paint: Holiday on Canvas Edition
วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568
รอบที่ 1 เวลา 12.00 น. – 14.00 น. | รอบที่ 2 เวลา 15.00 น. – 17.00 น.
ที่ เมโทร เลาจน์ ชั้น L

ร่วมสนุกกับกิจกรรมศิลปะสุดผ่อนคลาย Sip & Paint กับทีมมืออาชีพจาก The Paint Story ที่จะมาช่วยแนะนำเทคนิคการวาดและระบายสีให้คุณสร้างสรรค์ผลงานซานต้า หรือต้นคริสต์มาสในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เพลิดเพลินไปกับเครื่องดื่มและของว่างไม่อั้นตลอดคลาส ชวนเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน มาสร้างสรรค์ผลงานแห่งความสุข และเก็บภาพความประทับใจในช่วงเทศกาลกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
ราคา 1,450 บาทสุทธิต่อท่าน
มื้อค่ำแบบบุฟเฟ่ต์ในค่ำคืนคริสต์มาสอีฟ วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568
ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 22.00 น.
ที่ ห้องอาหารวัน รัชดา ชั้น L
ฉลองค่ำคืนคริสต์มาสอีฟ กับบุฟเฟ่ต์สุดอลังการที่รวบรวมเมนูโปรดแห่งเทศกาลไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็นไก่งวงอบสูตรต้นตำรับ แฮมอบน้ำผึ้ง เนื้ออบชุ่มฉ่ำ หอยนางรมสด ซีฟู้ดออนไอซ์ และบาร์บีคิวเทอเรซ เคล้าคลอบรรยากาศแห่งความสุขด้วยเสียงดนตรีสด พร้อมตัวเลือกพิเศษกับแพ็กเกจเครื่องดื่มไวน์และเบียร์แบบ free-flow สำหรับค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองที่แสนประทับใจ

ฉลองค่ำคืนคริสต์มาสอีฟกับบุฟเฟ่ต์สุดอลังการ รวมเมนูโปรดแห่งเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นไก่งวงอบสูตรต้นตำรับ แฮมอบน้ำผึ้ง เนื้ออบ หอยนางรมสดๆ ซีฟู้ดออนไอซ์ และบาร์บีคิวเทอเรซ เคล้าคลอบรรยากาศด้วยดนตรีสด พร้อมตัวเลือกเพิ่มเติมอย่างแพ็กเกจเครื่องดื่มไวน์และเบียร์แบบฟรีโฟลว์ เพื่อค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองที่น่าจดจำ
ราคา 1,500 บาทสุทธิต่อท่าน รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์
ราคา 580 บาทสุทธิต่อเด็กอายุ 6–12 ปี รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์
แพ็กเกจเครื่องดื่มเพิ่มเติม:
ราคา 900 บาทสุทธิต่อท่าน สำหรับฟรีโฟลว์ไวน์และเบียร์
มื้อกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์
ในวันคริสต์มาส วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568
ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 14.30 น.ที่
ห้องอาหารวัน รัชดา ชั้น L
อิ่มอร่อยกับมื้อกลางวันวันคริสต์มาสในบรรยากาศอบอุ่นกับคนที่คุณรัก เพลิดเพลินกับเมนูตามฤดูกาล สลัดสดใหม่ เนื้ออบสูตรพิเศษ และขนมหวานสุดน่ารักในมุมของหวาน เหมาะสำหรับมื้อกลางวันแสนสบายหลังเช้าแห่งความสุข
ราคา 900 บาทสุทธิต่อท่าน รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์
ราคา 450 บาทสุทธิต่อเด็กอายุ 6–12 ปี รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์
บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำในคืนส่งท้ายปีเก่า วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568
เวลา 18.00 – 23.00 น.
ณ ห้องอาหารวัน รัชดา ชั้น L
ร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับบุฟเฟ่ต์สุดพิเศษ เต็มอิ่มกับซีฟู้ดออนไอซ์ บาร์บีคิวเทอเรซ และเมนูพรีเมียมปรุงสด เติมสีสีนให้ค่ำคืนด้วยดนตรีสด ก่อนร่วมเคานต์ดาวน์พร้อมแก้วแชมเปญในมือ ฉลองคืนแห่งความสุขกับคนพิเศษในบรรยากาศสนุกสนานและมีสไตล์ เพื่อเริ่มต้นปี 2569 อย่างสดใสและเต็มไปด้วยพลังราคา 2,300 บาทสุทธิต่อท่าน
ราคา 800 บาทสุทธิต่อเด็กอายุ 6–12 ปี
ร่วมส่งท้ายปีด้วยความสุขในแบบ Merry Moments ที่ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ จากกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ไปจนถึงมื้ออาหารสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น พร้อมต้อนรับปี 2569 ด้วยบรรยากาศแห่งความสุขและความทรงจำที่คุณจะไม่มีวันลืม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ทาง LINE Official Account @avaniratchada หรือ โทร 02 641 1500 หรืออีเมล dining.vrat@avanihotels.com

03 ตุลาคม 2568

Restoran Rebung Chef Ismail อาหารมาเลเซียแบบดั้งเดิม

เชฟอิสมาอิล เชฟผู้มากประสบการณ์ ต้องลองสักครั้ง

วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปดูกันว่าประสบการณ์ในร้านอาหาร Restoran Rebung Chef Ismail อาหารมาเลเซียแบบดั้งเดิม ในฉบับของเชฟ ครั้งแรกที่ได้พบ เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์ ใบหน้าของเชฟอิสมาอิล เต็มไปด้วยความสุข และรอยยิ้ม ทุกครั้งที่พูดถึงครอบครัวที่ผมรัก เขาเชื่อว่าความรัก คือส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพ แนะนำอาหารมาเลเซีย ใครไปเที่ยวต้องได้ลอง 





อาหารมาเลเซียได้รับการขนานนามว่าเป็น "เอเชียอย่างแท้จริง" (Truly Asia) เนื่องจากมีความหลากหลายของรสชาติและวัฒนธรรมอาหารที่ผสานอิทธิพลจากหลายเชื้อชาติ ทั้งอินเดีย จีน และอาหารมาเลย์ดั้งเดิม ซึ่งสะท้อนผ่านเมนูยอดนิยมอย่าง นาซีเลอมัก, ลักซา, และโรตีจาไน โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญจะนำเสนออาหารเหล่านี้ด้วยวิธีการที่สืบสานภูมิปัญญาดั้งเดิม เพื่อให้ผู้คนได้รับประสบการณ์รสชาติที่แท้จริง 

Restoran Rebung  เสิร์ฟอาหารได้ไม่เหมือนใคร ทั้งรสชาติและประสบการณ์ อาจเพราะวัตถุดิบ เทคนิคการทำอาหาร การนำเสนอเมนูต่างๆ รวมถึงการหยิบอาหารมาเลเซียมาผสมกับวัฒนธรรมชาติอื่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกท่านจะได้สัมผัสอาหารพื้นเมืองของมาเลเซีย พร้อมเมนูพิเศษ “ขนมกล้วยห่อใบตองนึ่ง” ความมุ่งมั่นและความสุขในการนำมรดกทางอาหารของมาเลเซียสู่เวทีโลก สร้างแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง ตั้งแต่ประเพณีดั้งเดิมไปจนถึงนวัตกรรม ยังคงสืบสานจิตวิญญาณของมาเลเซียอย่างแท้จริงแห่งเอเชีย ด้วยความประณีต ความเป็นความแก่นแท้อย่างยั่งยืน 

Chef Ismail 


เมื่อเราพูดถึงความรักที่ดีต่อสุขภาพ ที่มากับการกิน เรามักจะคิดถึงแง่มุมทางกายภาพของการกินปริมาณ แคลอรี่ อาหารที่จำกัดจากข้าวหนึ่งถ้วยเวลาที่เหมาะสม และสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ อย่างไรก็ตาม จากเชฟอิสมาอิลผู้มีชื่อเสียงชื่อดัง เปิดเผยคำจำกัดความของการกินอาหารเพื่อสุขภาพเชฟอิสมาอิลผู้มีชื่อเสียง ว่ามีอะไรมากกว่าที่เราคิด นั่นคือความรักที่เรามี ไม่ว่าจะบริโภคหรือปรุงอาหาร ประโยชน์ต่อสุขภาพที่แท้จริงมาจากสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้สิ่งที่เรามีความสุขในการกินโปรตีนจากการบริโภคไข่ที่เก็บสะอาดและอร่อย และความรักมากมายที่ทำให้ "ชีวิตสวยงาม"  



ปิดท้ายเครื่อง ชาชัก หรือ Teh Tarik (เตห์ ตาริค) คล้ายๆ ชาชัก ที่มาเลเซียจะเป็นเครื่องดื่มยอดนิยม ไปที่ไหนก็เจอ ตั้งแต่ในมิ้ออาหารเช้าตามโรงแรมหรูหราไฮโซ ตลาดข้างถนน ร้านกาแฟในห้าง รสชาติจะออกหวานกว่าบ้านเราสักหน่อย ชากลิ่นหอมมีรสสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้น มีกลิ่นหอม และมีฟองอยู่ด้านบน ดื่มเมื่อไหร่ก็อร่อยละมุน 





𝗥𝗲𝘀𝘁𝗼𝗿𝗮𝗻 𝗥𝗲𝗯𝘂𝗻𝗴 𝗖𝗵𝗲𝗳 𝗜𝘀𝗺𝗮𝗶𝗹
𝗟𝗼𝗰𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻: 5-2, Aras 5, Parking Bertingkat Bukit Aman, No.1, Jalan Tanglin,
Taman Botani Perdana, 50480 KL.
Kalau belum pernah rasa, jangan ngaku food hunter Malaysia! 🇲🇾 




ขอขอบคุณ :
การท่องเที่ยวมาเลเซีย (Tourism Malysia)
การท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย
สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ (Malaysia Airlines)

#TelurItikMasakLemak #MasakLemakCiliApi #MasakanNogori #WarisanKulinerMalaysia #AuthenticMalaysianFood #FoodieMalaysia #ResepiTradisional #MakanMakanMalaysia #SpicyFoodLovers  #nasipanassedap#toptotravel #VisitMalaysia2026
#MalaysiaTrulyAsia #toptotravel
#GlobalMeet2025

21 กันยายน 2568

CTM: Captivating Tea Muse แบรนด์ชาน้องใหม่จากชาตรามือ

อร่อย เป็นเอกลักษณ์ที่จะมาเขย่าวงการชา
CTM ร้านชาแบรนด์ใหม่จากชาตรามือ ร้านชาสไตล์โมเดิร์นที่ชั้น LG โซน Parkside Market ที่ห้าง Central Park Bangkok ที่เพิ่งเปิดตัวไปล่าสุด ไม่ได้ย่อมาจาก Cha Tra Mue แต่แท้จริงแล้วมาจาก Captivating Tea Muse ด้วยคอนเซปต์ ชาที่ไม่ใช่เพียงเครื่องดื่มให้สดชื่น แต่ยังสร้างสุนทรียภาพในการดื่ม ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน
ท่ามกลางพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มชาที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ปัจจุบันที่มีความหลากหลายในการดื่มชา มากกว่าชาร้อน ชานม ยังรวมถึงไปชารสชาติต่าง ๆ ซึ่งแบรนด์ดังสาขาทั้งไทยและต่างประเทศมีมากมาย การที่เจ้าใหญ่เก่าแก่ในวงการชาไทย อย่างชาตรามือ เปิดแบรนด์ CTM นั้น กำลังสะท้อนอะไรบ้าง
คุณพราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช หรือคุณแพรว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์ธารี จำกัด (ร้านที่จำหน่ายเครื่องดื่มชาตรามือ) ทายาทรุ่น 3 ของธุรกิจชาตรามือ เล่าความเป็นมาของ CTM ว่า ชาตรามือคร่ำหวอดอยู่ในวงการชามานานกว่า 80 ปี สิ่งที่เราได้รับเสียงตอบรับจากผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศมาตลอดพบว่า ชาที่ผลิตจากประเทศไทย ที่มีทรัพยากรต่าง ๆ อย่างอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้รสชาติของใบชาสัญชาติไทยมีมิติด้านรสชาติที่แตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนสัญชาติไหน ถูกปากคนดื่มชาไม่แพ้ชาติใดในโลกเหมือนกัน
“ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพฤติกรรมของผู้บริโภคในการดื่มชาเปลี่ยนแปลงไป จากสมัยก่อนดื่มชาร้อน หรือเป็นชาเย็นในรูปแบบต่าง ๆ แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในมิติของการยอมรับรสชาติชาที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น มัทฉะ ที่เป็นประเภทหนึ่งของชาเขียว ดังนั้นเราจึงคิดว่า ชาที่ใช่เวลาที่เหมาะ ถึงเวลาที่ CTM : Captivating Tea Muse เปิดเป็นสาขาแรกที่ ห้าง Central Park Bangkok และมีแผนสำหรับสาขาอื่นๆ ต่อไปภายในปีนี้” คุณแพรวทายาทรุ่น 3 ชาตรามือ เล่าถึงความเป็นมาแบรนด์ใหม่


ไม่เพียงแต่ความเป็นแบรนด์ใหม่ แต่จุดเด่นที่น่าจับตาและโดดเด่นของ CTM นอกเหนือจากชารสชาติแปลกใหม่ คุณแพรว เล่าเพิ่มเติมว่า นอกจากความหลากหลายของรสชาติชาที่คัดสรรมาแล้ว ยังเป็นคอนเซปต์ใหม่จากชาตรามือ ที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านชาเข้ากับแรงบันดาลใจใหม่ๆ เพราะ... “เราไม่ได้มองชา เป็นเพียงแค่เครื่องดื่ม แต่เป็นประสบการณ์และการถ่ายทอดอารมณ์ เพราะทุกแก้วมีเรื่องราวของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนต่างตีความรสชาติที่หลากหลาย และกลายเป็นแรงบันดาลใจที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น บางคนดื่มชารู้สึกผ่อนคลาย บางคนรู้สึกสดชื่น รสชาติ ความรู้สึกสุนทรียภาพเหล่านี้ ที่ CTM ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่เติมสีสันรสชาติให้ลูกค้าของเราในทุก ๆ วันนั่นเอง”
จุดเด่นของ CTM ที่ชาตรามืองัดกลยุทธ์มาเพื่อมัดใจสาวกเครื่องดื่มชาทั้งหลาย ไม่เพียงแต่เรื่องของคุณภาพชาเท่านั้น ทั้งนี้คุณแพรวเล่าอินไซต์เพิ่มเติมว่า นอกจากเป็นการยกระดับรสชาติและสุนทรีย์แห่งการดื่มชา ด้วยชนิดของชาที่หลากหลายและส่วนผสมที่ลงตัวเท่านั้น แต่มีจุดเด่นคือเป็นร้านเครื่องดื่มชาไทยแบรนด์แรก ๆ ที่มีเครื่องสกัดชาแบบสด ๆ แก้วต่อแก้ว จะยิ่งทำให้ได้รับรสชาติชาที่สดใหม่ สัมผัสถึงรสชาติชาที่ไม่เหมือนใคร ดื่มแล้วสดชื่น พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ ความผ่อนคลาย และสุนทรียภาพตามที่ CTM ต้องการมอบให้ลูกค้าทุกท่านด้วย
'ชา' จากไทยในมุมมองใหม่ ๆ ถูก CTM ตีโจทย์ได้มากมายกว่า 40 เมนู ภายใต้แนวคิด “Muse” ที่เป็นการ ผสาน Base ชาต่างๆ ที่มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่าง เข้ากับท้อปปิ้งหรือผลไม้ที่ได้รสชาติอร่อยลงตัวและเป็นรสชาติใหม่ที่แตกต่าง สนุก และยังคงความเป็นตำนานของชาแท้ โดยมีเมนู Signature ที่ CTM ภูมิใจนำเสนอ เรียกว่าเป็น Captivating Series มีทั้งหมด 6 เมนูดังนี้
ชานมอู่หลงนางงาม ชานมอู่หลงนางงาม หอมกลิ่นใบชาคล้ายน้ำผึ้งและผลไม้สุก
ชาจัสมินบลูม ชาเขียวอบดอกมะลิสด หอมกลิ่นมะลิ สดชื่น
ชาต้งติ่งเกาลัด เป็นชานม ที่ใช้ใบชาตงติ่ง มีความหอมเข้มข้นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ท้อปปิ้งด้านล่างเป็นเนื้อเกาลัดบด
ชาขาวไอวอรี่นมปั่น ชาขาวหอมใบชาสด ๆ ปั่นนมหอมกลิ่นชา ละมุน ดื่มง่ายถ้าใส่ข้าวโอ๊ตป๊อปก็จะหนึบหนับ ๆ เคี้ยวเพลิน ๆ
ชาไทยซีทีเอ็มเครมบรูเล่ ชาไทย CTM ที่มีกลิ่นหอมของชาไทยเข้มข้น ท็อปด้วยครีมชีส เบิร์นไฟ รสละมุน
ชาส้มโอทับทิมสยาม ชามะลิผสมกับส้มโอทับทิมสยาม รสชาติเปรี้ยวหวาน สดชื่น มีเนื้อส้มโอใส่ในทุกแก้ว
ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา แต่ในฐานะผู้บริหารชาตรามือวิเคราะห์การตลาดว่า ธุรกิจในวงการตลาดอาหารเครื่องดื่ม ก็ยังคงไปต่อได้ เพราะผู้บริโภคยังต้องบริโภค แม้ว่าจะมีหลายแบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศในวงการเครื่องดื่มชา ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้ตลาดขยายและเติบโตขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาไตรมาสสุดท้ายของปี ยอดขายน่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เพราะการดื่มชา ถือเป็นการเฉลิมฉลองที่เข้าถึงง่ายด้วย และเชื่อว่า มีโอกาสเติบโตได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลดีทั้งกับผู้บริโภคที่มีทางเลือกที่หลากหลายและผู้ผลิตชาได้เติบโตด้วย ซึ่งทาง CTM เตรียมขยายสาขาภายในปีนี้อีกเช่นกัน
แม้ว่าขณะนี้ความนิยมและการแข่งขันในธุรกิจชา ไม่ว่าจะสัญชาติไทยด้วยกันหรือชาสัญชาติจีนที่มาเปิดในไทยอย่างแพร่หลาย คุณแพรวมองการแข่งขันในตลาดนี้ว่า เป็นเรื่องดีกับผู้บริโภคที่มีเครื่องดื่มชาให้เลือกได้หลากหลาย และในฐานะที่ชาตรามือ เชี่ยวชาญด้านชามากว่า 80 ปี รู้จักและเข้าใจในชาเป็นอย่างดี ตั้งแต่ระดับเกษตรกรไทยปลูกไปจนถึงกระบวนการผลิต และนำมาสู่การปรุงเป็นเมนูเครื่องดื่ม จึงภูมิใจในการนำชาที่เป็นผลผลิตของเกษตรกรชาวไทย นำสิ่งดี ๆ มาสู่ผู้บริโภคคนไทยด้วยกันได้ลิ้มลอง
“เป็นโอกาสอันดีที่ผู้บริโภคไทยจะได้เปิดใจ และลิ้มลอง CTM ชาแปลกใหม่จากฝีมือคนไทย ได้ดื่มด่ำชาสัญชาติไทยที่ไม่เคยได้สัมผัสที่ไหนมาก่อน รสชาติเอกลักษณ์เฉพาะตัวผลิตจากไร่ชาในประเทศ ช่วยเกษตรกรไทยอย่างแท้จริง เว้นแต่แค่เมนูชาเขียวที่คัดเกรด Ceremonial จากเมือง นิชิโอะและยาเมะ แหล่งผลิตชามัทฉะชื่อดังของญี่ปุ่น เนื่องจากต้องการให้เมนูนี้มีความอูมามิสูง ที่เราคัดสรรจากต้นตำรับ เพื่อให้ผู้บริโภคไทยได้สัมผัสความอร่อยอย่างมีคุณภาพ”
CTM ชาไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือความหลากหลายทางมิติรสชาติของชา ที่สร้างแรงบันดาลใจในทุกวันให้กับผู้บริโภคทุกคน ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CTM ได้ที่ Facebook: CTM DEmark, Thailand