25 กุมภาพันธ์ 2567

“แพตตี้ – ปภังกร”ปล่อยโฮ! สุดตื้นตัน หลังคว้าแชมป์ “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024”

คว้าแชมป์ “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024” สร้างความสุขให้แฟนกอล์ฟชาวไทย

(ชลบุรี – 25 กุมภาพันธ์ 2567) -  แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ  ทำเบอร์ดี้หลุมสุดท้ายคว้าแชมป์สกอร์รวม 21 อันเดอร์ เฉือนชนะอันดับสองแค่สโตรกเดียว ในกอล์ฟแอลพีจีเอทัวร์ รายการ  “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024” ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พาร์ 72 พัทยา จ.ชลบุรี  เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 

แพตตี้-ปภังกร โปรมือ 43 ของโลก ซึ่งจบรอบสามนำห่างคู่แข่ง 3 สโตรก ทำเพิ่มรอบสุดท้ายอีก 5 อันเดอร์ จาก 6 เบอร์ดี้ รวมถึงเบอร์ดี้หลุมสุดท้าย และ 1 โบกี้ คว้าแชมป์ที่สกอร์รวม 21 อันเดอร์ โดยมี อัลบอน วาเลนซูเอล่า โปรสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งทำรอบสุดท้าย 9 อันเดอร์ จบอันดับสองสกอร์รวม 20 อันเดอร์ ขณะที่อันดับ 3 ร่วมเป็นของ เซ ยัง คิม และ   ฮเย จิน ชอย สองโปรเกาหลีใต้ที่สกอร์รวมคนละ 18 อันเดอร์ 

“ดีใจที่สามารถคว้าแชมป์ต่อหน้าแฟนกอล์ฟชาวไทยและคุณพ่อคุณแม่ ขอบคุณทุกๆ คน รู้สึกโชคดีที่มีแฟนกอล์ฟและครอบครัวคอยสนับสนุน ยอมรับว่าช่วงแรกรู้สึกประหม่า แต่ก็พยายามคุมสติซึ่งก็ทำได้เป็นอย่างดี” แพตตี้-ปภังกร กล่าว

“ก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นผู้ชมและเคยเล่นในฐานะนักกอล์ฟสมัครเล่นมาก่อน เป็นเหมือนความฝันที่ได้แชมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ซาอุดีอาระเบียและสัปดาห์นี้ก็ได้แชมป์ที่ประเทศไทย การได้เล่นกับนักกอล์ฟที่ดีสุดในโลก และสามารถปิดท้ายได้อย่างสวยงาม” 

โปรวัย 24 ปี เป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 2 ที่คว้าแชมป์รายการนี้ ต่อจาก เม-เอรียา จุฑานุกาล ที่ทำได้เมื่อปี 2021 โดยรับเงินรางวัล 255,000 ดอลลาร์ฯ (ราว 9.2 ล้านบาท) สำหรับชัยชนะครั้งนี้ นอกจากจะเป็นแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ รายการที่ 2 ของแพตตี้-ปภังกร ต่อจากรายการเมเจอร์ ดิ เอเอ็นเอ อินสไปเรชั่น 2021 แล้ว ยังนับเป็นแชมป์สัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันอีกด้วยหลังจากสัปดาห์ที่แล้วเธอคว้าแชมป์ในรายการของเลดี้ส์ ยูโรเปี้ยนทัวร์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย

ขณะที่ ซิม-ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ รองแชมป์เมื่อปีที่แล้ว ทำเพิ่มรอบสุดท้าย 7 อันเดอร์ สกอร์รวม 17 อันเดอร์ จบอันดับ 5 ร่วม โดยโปรวัย 21 ปี กล่าวว่า แม้รอบสุดท้ายจะทำได้ดี แต่ก็เป็นเพียงแค่รอบเดียวที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน“ดีใจค่ะที่ได้กลับมาแข่งแบบจริงจังเป็นแมตช์ที่ 2 ในส่วนสภาพร่างกายนั้นดีขึ้นนานแล้วแต่ความรู้สึกในการเล่นนั้นเพิ่งจะกลับมา วันนี้รู้แล้วว่าต้องคิดอะไรก่อนเล่นแต่ละช็อต” ซิม-ณัฐกฤตา กล่าว 


ลิเลีย วู แชมป์เก่าและมือหนึ่งของโลกชาวอเมริกัน จบอันดับ 7 ร่วม สกอร์รวม 16 อันเดอร์  ส่วน ว่าน-จารวี บุญจันทร์  มือ 199 ของโลก ทำ 5 อันเดอร์ จาก 5 เบอร์ดี้ สกอร์รวม 15 อันเดอร์ จบที่ 9 ร่วม เม-เอรียา จุฑานุกาล แชมป์ “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021” จบที่ 13 ร่วม สกอร์รวม 14 อันเดอร์ โดยมี        ฮัท-สุวิชยา วินิจฉัยธรรม นักกอล์ฟสมัครเล่นที่ได้สิทธิ์แข่งขันรายการนี้จากการคว้าแชมป์ Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers จบที่ 18 ร่วม สกอร์รวม 12 อันเดอร์ 

พราว-ชเนตตี วรรณแสน ทำรอบสุดท้าย 1 อันเดอร์ จบอันดับ 31 ร่วม ที่สกอร์รวม 8 อันเดอร์  โม-โมรียา จุฑานุกาล และ แพงกี้-แอลล่า แกลิทสกีย์  นักกอล์ฟสมัครเล่นลูกครึ่งไทย-แคนาดา วัย 17 ปี จบอันดับ 41 ร่วม สกอร์รวมคนละ  7 อันเดอร์ , แหวน-พรอนงค์ เพชรล้ำ จบอันดับ 49 ร่วม สกอร์รวม 5 อันเดอร์  เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ อันดับ 60 ร่วม สกอร์รวม 2 อันเดอร์ และ จูเนียร์-จัสมิน สุวัณณะปุระ อันดับ 65 ร่วม สกอร์รวม 1 อันเดอร์


Go Mongolia - Bangkok Road Show 2024

เตรียมตัวออกเดินทางไปยังใจกลางแห่งมองโกเลีย ดินแดนแห่งการท่องเที่ยวอันแปลกใหม่สุดประทับใจ ที่ซึ่งคุณจะได้ลิ้มรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ดื่มด่ำไปกับความรุ่มรวยทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ยาวนาน อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเราตั้งตารอคอยให้คุณมาร่วมเฉลิมฉลองประเพณีอันงดงามและมีชีวิตชีวาที่ซึ่งเป็นมรดกตกทอดกันมาอย่างยาวนานของชาวมองโกเลีย



จากความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ภายใต้ เซ็นทรัล รีเทล เพื่อเปิดสัมผัสวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวาของมองโกเลียผ่านการแสดงแบบดั้งเดิมและน่าตื่นตาตื่นใจ ค้นพบประวัติศาสตร์อันยาวนานและโอกาสในการไปเยือนสถานที่อันน่าตื่นเต้นร่วมกันมรดกทางวัฒนธรรมมีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับเอกลักษณ์ประจำชาติที่แสดงถึงตัวตนของชาวมองโกเลียอย่างแท้จริง และเรามองเห็นว่าควรนำเสนอความงดงามดังกล่าวไปสู่เวทีโลก พวกเขาจะได้มองเห็นภาพของประเพณีและวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน รวมไปถึงการมองไปยังอนาคต ทั้งหมดเป็นตัวกำหนดเรื่องราวในการเล่าเรื่องชาติของเรา 



มองโกเลียได้พยายามโอบอุ้มแก่นแท้แห่งความเป็นประเทศด้วยคำว่า "GO" อันเป็นอักษรและคำที่มีความหมายตั้งอยู่ตรงกลาง คุณจะได้เห็นการออกแบบอันฝังแน่นที่อยู่ในดีเอ็นเอของความเป็นมองโกเลีย สำรวจและค้นพบสัญลักษณ์และตัวตนอันแสนพิเศษที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจอันแตกต่างให้กับแต่ละเรื่องราวของมองโกเลีย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่คำว่า "GO" ถือเป็นหัวใจและใจกลางสำคัญของชื่อและชาติของเรา อาจมองเป็นคำง่ายๆ แต่มีความหมายลึกซึ้ง เพราะไม่เพียงแต่กำหนดแรงผลักดันและจิตวิญญาณในความเป็นชาติของเราเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนของชาวมองโกทุกคนบนเวทีโลกอีกด้วย เราได้รวม "GO" ไว้ในปรัชญาการสร้างความเป็นชาติของเราในแบบที่ไม่มีใครทำได้

คำว่า “มองโกเลีย” ถูกสร้างขึ้นโดยใช้สัญลักษณ์แห่งอักษรซอยอมโบ หรือ อักษรสวยัมภู ทั้งหมด โดยแต่ละองค์ประกอบนั้น ได้ถูกนำมาใช้อย่างประณีตเพื่อสร้างรูปแบบตัวอักษรที่โดดเด่น ส่งผลให้เกิดคำที่ทันสมัยและทรงพลัง







รูปแบบตัวอักษรมีลักษณะหนาและกว้าง โดยผสมผสานความแตกต่างเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความน่าดึงดูดทางสายตา แม้จะมีองค์ประกอบการออกแบบที่ทันสมัย แต่ค่านิยม ประเพณี และความสมบูรณ์ ยังคงถูกรักษาเอาไว้อย่างแน่นเหนียว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในมองโกเลีย
มองโกเลีย มีทุ่งหญ้าสเตปป์กว้างใหญ่ ภูเขาสูงตระหง่าน และวัฒนธรรมแห่งชนเผ่าเร่ร่อน ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันล้ำค่าสำหรับนักเดินทางที่แสวงหาการผจญภัย ค้นพบประวัติศาสตร์ และความงามของธรรมชาติ จนเราสามารถพูดได้ว่า นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด โดยแต่ละพื้นที่มีเสน่ห์และความดึงดูดเฉพาะตัว:

1. ทะเลทรายโกบี ทะเลทรายโกบี ทอดยาวไปยังทั่วภูมิภาคทางตอนใต้ของมองโกเลีย มีภูมิทัศน์อันน่าหลงใหลของเนินทรายและแนวหิน ดึงดูดนักเดินทางด้วยพืชพันธุ์และสัตว์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับเนินทรายแห่ง Kongoryn Els ที่สูงตระหง่าน ขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ Flaming Cliffs และดื่มด่ำไปกับการต้อนรับแบบพื้นเมืองของชนเผ่าเร่ร่อน

2. ทะเลสาบ Khuvsgul (คุชกุล) ทะเลสาบ Khuvsgul ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ "Blue Pearl" ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาทางตอนเหนือของมองโกเลีย เป็นสถานที่พักผ่อน พร้อมด้วยอากาศอันบริสุทธิ์สำหรับนักเดินทางที่มาตั้งแคมป์ เดินป่า และชมวิถีชีวิตการเลี้ยงกวางเรนเดียร์ Tsaatan อีกทั้งยังมีน้ำทะเลใสดุจคริสตัลและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์โดยรอบ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาสำรวจธรรมชาติพร้อมสัมผัสกับวัฒนธรรมอันงดงามของภูมิภาคแห่งนี้

3. อุทยานแห่งชาติ Terelj (เทเรลจ์) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันงดงามใกล้กับเมืองอูลานบาตอร์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยหินแกรนิตที่ก่อตัวเป็นรูปทรงเต่าอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเงียบสงบเหมาะกับการทำสมาธิท่ามกลางทัศนยีภาพอันสวยงามและลำธารทอดยาว เดินทางเพียงไม่นานจากเมืองหลวงสู่อุทยานแห่งนี้ คุณจะได้ค้นพบความงดงามทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมของมองโกเลีย

4. อนุสาวรีย์เจงกีสข่าน เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับรูปปั้นคนขี่ม้าสูงตระหง่าน โดดเด่น และสง่างาม ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงริมแม่น้ำตูล หรือเป็นที่รู้จักในนามอนุสาวรีย์รูปปั้นเจงกีสข่าน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติของมองโกเลีย ด้วยทัศนียภาพอันงดงามและความโดดเด่นทางวัฒนธรรม ทำให้สถานที่เหล่านี้ดึงดูดผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์และนักท่องเที่ยวผู้กระตือรือร้นที่จะเจาะลึกไปยังอดีตของมองโกเลีย

5. Kharkhorin (คาร์คอริน) ในฐานะเมืองหลวงเก่าแห่งจักรวรรดิมองโกล Kharkhorin เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น พระอาราม Erdene Zuu และซากปรักหักพังแห่ง Karakorum เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสำรวจมรดกและประวัติศาสตร์อันยาวนานของมองโกเลีย อีกทั้งยังมี พิพิธภัณฑ์ Kharkhorin ที่จัดแสดงมรดกของอดีตผู้นำเจงกีสข่าน ซึ่งทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์

6. ทะเลสาบ Ugii (อูกี) ทะเลสาบ Ugii ในจังหวัด Arkhangai อันเงียบสงบและงดงาม ดึงดูดผู้รักธรรมชาติด้วยผืนน้ำอันราบเรียบเงียบสงบ เหมาะแก่การดูนกและกิจกรรมสันทนาการ เช่น ตกปลาและพายเรือ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบเร่ร่อนของชาวมองโกเลียดั้งเดิม ช่วยเพิ่มสีสันและความรู้ให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างแท้จริง







จากสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวที่เรานำเสนอ เป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศที่หลากหลาย วัฒนธรรมอันเก่าแก่ และประวัติศาสตร์อันยาวนานของมองโกเลีย ทำให้ดินแดนแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าจดจำอย่างแท้จริงสำหรับนักเดินทางที่มาเยือน



ผู้เข้าร่วมงาน
The Mongolian TourismOrganization (MTO), องค์กรการท่องเที่ยวมองโกเลีย (MTO) ก่อตั้งขึ้นในปี 2566 รับหน้าที่ดูแลนโยบายภาคการท่องเที่ยว ประกอบด้วยสมาชิกคณะกรรมการ 27 คนที่ได้รับเลือกจากภาคการท่องเที่ยว MTO ให้บริการสมาชิกเกือบ 300 รายจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาคเอกชนและองค์กรภาครัฐเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวมองโกเลียทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ร่วมสำรวจประสบการณ์อันน่าจดจำ ในวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลา 11.00น. เป็นต้นไป
ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิร์ล

พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลา 16:00 – 18:00น.

24 กุมภาพันธ์ 2567

TQM จับมือ BKI เปิดตัวประกันภัยคุ้มครองโรคจากมลพิษทางอากาศ PM 2.5

บมจ.ทีคิวเอ็ม อัลฟา โดย บจก.ทีคิวเอ็ม อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ (TQM) ร่วมกับ บมจ.กรุงเทพประกันภัย (BKI) เปิดตัวประกันภัยคุ้มครองโรคจากมลพิษทางอากาศ PM 2.5 เพื่อเพิ่มความคุ้มครองแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก      ค่าฝุ่นที่สูงเกินมาตรฐาน ด้วยกรมธรรม์คุ้มครองโรคร้ายที่มีสาเหตุมาจากการได้รับผลจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด (TQM) กล่าวว่า ภัยของฝุ่น PM 2.5 รุนแรงขึ้นทุกปีและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแบบไม่รู้ตัว จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานว่า พบค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาพรวมของประเทศที่สูงเกินมาตรฐาน โดยมีระดับสีแดงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่หลายจังหวัด ประกอบกับข้อมูลด้านการแพทย์    ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าในปี 2566 คนไทยป่วยด้วยโรคจากมลพิษทางอากาศรวมกว่า 9 ล้าน 2 แสนคน (ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ยิ่งสะท้อนให้เห็นความรุนแรงของฝุ่น PM 2.5 ซึ่งกำลังเป็นปัญหา    ที่ทั่วโลกต่างเผชิญร่วมกัน อยู่ ด้วยค่าฝุ่น PM 2.5 ที่ประเทศไทย ต้องประสบปัญหานี้ ล้วนส่งผลกระทบต่อร่างกายและ   อาจทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ รวมถึงโรคร้ายแรงต่างๆ ทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจว่าจะป้องกันและดูแลสุขภาพช่วงนี้อย่างไรให้ห่างไกลอันตรายจากการสูดดมฝุ่นละอองนี้เข้าไป รวมถึงความกังวลในเรื่องการแบกรับ  ค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จึงได้นำมาเป็นแนวคิดในการร่วมมือออกกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรคจากมลพิษทางอากาศ PM 2.5


ด้าน ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI กล่าวว่า จากความห่วงใยสุขภาพของประชาชนที่กำลังเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพประกันภัย และ TQM จึงร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยคุ้มครองโรคจากมลพิษทางอากาศ PM 2.5 นี้ขึ้นมา โดยบริษัทฯ ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ให้ความคุ้มครองผู้มีความเสี่ยงจากการได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่น     PM 2.5 ซึ่งครอบคลุมถึงการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ โรคตาแดง โรคเยื่อบุตาอักเสบ  รวมถึงโรคร้ายแรงที่อาจเป็นผลจากการได้รับฝุ่น PM 2.5 เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคถุงลมโป่งพอง และ โรคมะเร็งปอด เป็นต้น

กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรคจากมลพิษทางอากาศ PM 2.5 จะช่วยคลายความกังวลใจและช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ด้วยความคุ้มครองที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก (OPD) เงินชดเชยรายได้รายวันสูงสุด 30 วัน และการชดเชยด้วยเงินปลอบขวัญ (เงินก้อน) กรณีเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ไม่น้อยกว่า 5 วัน       

โดยวงเงินคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับแต่ละแผนความคุ้มครองที่มีให้เลือกถึง 4 แผน สามารถทำประกันภัยได้ตั้งแต่อายุ 6 - 59 ปี เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 1,400 บาทต่อปี  สำหรับผู้ที่มีอายุ 60 – 65 ปี เบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 1,700 บาทต่อปี 

ด้าน ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด (TQM) กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาการรักษากลุ่มโรคที่อาจจะมีสาเหตุจากฝุ่น PM 2.5 นั้น เราสามารถใช้ประกันสุขภาพ   ที่ครอบคลุมทุกโรคได้ แต่เนื่องด้วยประกันสุขภาพมีเบี้ยประกันภัยค่อนข้างสูง การมีกรมธรรม์ระบุโรคที่เกิดจากความเสี่ยง แบบเฉพาะ เช่น ความคุ้มครองโรคจากมลพิษทางอากาศ PM 2.5 เช่นนี้ จะทำให้เบี้ยประกันภัยถูกลง จึงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงประชาชนได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความร่วมมือกับ BKI ยังสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และเน้นความคุ้มครองโรคที่น่าจะเกิดจากผลของฝุ่น PM 2.5 ปัจจุบันแม้ภัยของฝุ่น PM 2.5 จะเหมือนเป็นภัยเงียบ แต่จริงๆ แล้วส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรคจากมลพิษทางอากาศ PM 2.5 บริษัทฯ จึงได้หารือร่วมกับ BKI เพื่อออกแบบกรมธรรม์ ประกันภัยที่เหมาะสมกับลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อเพิ่มความคุ้มครองและ พร้อมช่วยคลายความกังวลในการแบกรับค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากมลพิษทางอากาศ PM 2.5 ด้วย กรมธรรม์ที่มีรูปแบบความคุ้มครองที่หลากหลาย เข้าถึงง่าย

โดยสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันภัยทางออนไลน์และออฟไลน์ ได้ที่

www.tqm.co.th, Application TQM24 หรือโทรสายด่วน 1737 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

"หมอข้าวโพด" มิสแกรนด์มุกดาหาร2024 อ่วม!!! มือมืดเล่นสกปรก กดรีพอร์ทช่องหลัก-สำรอง รัวๆ


     เรียกว่าสงครามนางงามที่แท้ทรู สำหรับ "หมอข้าวโพด ณัฎฐา อินต๊ะซาว" มิสแกรนด์มุกดาหาร2024 ลูกสาวPDป้ายแดงอย่างพ่อยักษ์ "เก่ง  ธชย" ที่ถือว่าเป็นที่จับตามองของเหล่าแฟนนางงาม ด้วยดีกรี ความสามารถ และการได้เข้าสู่แคมเปญหลาย ๆ แคมเปญของทางกองแม่ อย่าง มิสแกรนด์ไทยแลนด์ (MGT) แสงจับจนโดน "มือมืด" ป่วน เล่นสกปรก กดรีพอร์ทช่องติ๊กต๊อก ทั้งช่องหลักและช่องสำรองที่เพิ่งตั้ง ที่คนติดตามเพิ่งครบจำนวน และเริ่มต้นไลฟ์ ไปไม่ถึง 10 วิ. ช่องก็ปลิว โดนแบนไปเป็นที่เรียบร้อย

     ครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับช่องหลัก ตอนที่น้องทำแคมเปญ  Swimming PHU Bikiny On The Beach ครบยอด 750,000​ บาท สำเร็จพอดิบพอดี ก็มีมือมืดกดตะกร้ารวมราคา 50,000 บาท แล้วยกเลิกพร้อมกับกดรายงาน ทำให้ช่องโดนระงับกาารไลฟ์ ตะกร้าปลิว และโดนแบน แต่น้องก็ได้เข้าเป็นหนึ่งในแคมเปญเป็นที่เรียบร้อยและล่าสุดวันนี้ ทางหมอข้าวโพดได้จัดฟรีคอนเสิร์ตการกุศล YOU ARE MY GALAXY The Charity Concert เพื่อร่วมบริจาคให้กับ "มูลนิธิบ้านพระพร - คริสเตียน เรือนจำ พันธกิจ" ทั้งชุดนักเรียนที่ขาดแคลนและทางมูลนิธิต้องการมาก รวมถึงทุนทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อให้ทางมูลนิธิได้ไปต่อยอดในการดูแลน้อง ๆ  ซึ่งทางช่องสำรองของหมอข้าวโพด มีผู้ติดตามครบตามเกณฑ์พอดิบพอดี จึงสามารถ live ได้ ทางน้องก็ได้ขึ้นไลฟ์ แต่ใช้เวลาแค่ไม่เกิน 10 วินาที ช่องก็โดนรีพอร์ทันที และก็ปลิวไปในบัดนาว 

     ทั้งนี้ทาง "หมอข้าวโพด" รู้ตัวคนกระทำตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอะไร ที่ทำได้คือ รายงานให้กองแม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ต้องรอทางพีดี "เก่ง ธชย" และ "หมอข้าวโพด" ออกมาชี้แจง และเตรียมรับมือกับ พวกเล่นสกปรกแบบนี้ยังไง 

     แว่วว่า มือมืดที่ว่านี้ ยังคงแฝงตัวอยู่ในด้อมป๊อปคอร์น และก็มาร่วมงานคอนเสิร์ตด้วยนะเจ้าคะ แรงมากแม่ อุ๊ปส์!!!

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ จดทะเบียนสมรสฟรี!


คุณภัคชุดา ผลจริต ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ร่วมกับ คุณกรณิศ บัวจันทร์
ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตราชเทวี จัดกิจกรรมงานจดทะเบียนสมรสให้กับคู่รักภายใต้ชื่องาน “Luscious Love เทศกาลรักหวานฉ่ำ” ณ ห้องเดอะ เลาจน์ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ เนื่องในโอกาสเทศกาลวันแห่งความรัก 






การจัดงานจดทะเบียนสมรสที่จัดขึ้นนี้ ถือเป็นครั้งแรกของการจัดงานจดทะเบียนสมรสฟรี! เพื่อฉลองวันวาเลนไทน์ และได้รับเสียงตอบรับจากคู่รักเป็นจำนวนมาก ซึ่งบรรยากาศงานจดทะเบียนสมรสคึกคักไปด้วยคู่รักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมจดทะเบียนกัน โดยมี คุณกรณิศ บัวจันทร์ ผู้อำนวยการเขตราชเทวี มาร่วมเป็นสักขีพยานรัก พร้อมกล่าวอวยพรเเสดงความยินดีกับคู่รัก และภายในงานมีการเเจกรางวัลบัตรกำนัลห้องพัก Pool Villa 3 วัน 2 คืน ที่ เรอเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ต แอนด์ สปา พร้อมดินเนอร์วาเลนไทน์ ที่ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ เพื่อฉลองให้กับคู่รักผู้โชคดีอีกด้วย

23 กุมภาพันธ์ 2567

รฟท. เฉลิมฉลองครบรอบ 13 ปี ก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง ด้วยการให้บริการรถไฟฟ้าตามหลักมาตรฐานสากล

เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสดำเนินกิจการครบรอบเป็นปีที่ 13 พร้อมก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง ด้วยการให้บริการรถไฟฟ้าตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน



นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถือเป็นวันครบรอบการก่อตั้งของบริษัทฯ ซึ่งจากประสบการณ์การดำเนินงานกว่า 13 ปี ที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ดำเนินกิจการในฐานะผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า 

โดยเริ่มจากการบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานกรุงเทพมหานคร หรือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จนมาถึงการได้รับภารกิจสำคัญในการบริหารการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งบริษัทฯมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และหลังจากรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้ขานรับนโยบาย Quick Win ของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม ดำเนินนโยบายอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ในระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 2 เส้นทาง ได้แก่ สายธานีรัถยา ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ - สถานีรังสิต และสายนครวิถี ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีตลิ่งชัน ซึ่งเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในปัจจุบัน รวมถึงสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้บริการสาธารณะมากยิ่งขึ้นนั้น โดยตั้งแต่เริ่มนโยบายดังกล่าวมาเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ในปัจจุบันรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีปริมาณผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีค่าเฉลี่ยผู้ใช้บริการอยู่ที่ 27,564 คน/วัน และให้สามารถทำสถิติผู้ใช้บริการสูงสุด (New High) ได้อีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้บริการอยู่ที่ 39,451 คน และหากนับตั้งแต่รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี มีปริมาณผู้ใช้บริการรวมมากกว่า 15 ล้านคน ซึ่งบริษัทฯขอให้คำมั่นว่าจะไม่หยุดพัฒนาประสิทธิภาพด้านการให้บริการ และด้านอื่นๆในทุกมิติ รวมถึงผลักดันให้องค์กรเป็นผู้นำด้านระบบขนส่งทางรางที่มีความทันสมัย สามารถเข้าถึงความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

สำหรับแผนงานด้านการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการด้วยระบบการขนส่งรอง (Feeder)เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บริษัทฯได้จัดแผนการรองรับ 6 เส้นทาง ได้แก่

1. สถานีตลิ่งชัน –  ถนนบรมราชชนนี 

2. สถานีตลิ่งชัน – บางหว้า 

3. สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – ตลาดนัดจตุจักร 

4. สถานีหลักสี่ – ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 

5. สถานีหลักหก – มหาวิทยาลัยรังสิต

(เริ่มให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566)

6. สถานีรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

ทั้งนี้ บริษัทฯยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการเดินทางระบบการขนส่งรอง (Feeder) อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 13 สถานี ได้อย่างสะดวก และมีความปลอดภัยสูงสุด

นอกจากนั้น บริษัทได้จัดงานทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 13 ปี ในวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 องค์พระผู้ทรงก่อตั้งกิจการรถไฟในประเทศไทย ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ผู้ทรงมีคุณูปการด้วยพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในด้านการคมนาคมขนส่งทางรางในราชอาณาจักรไทย

อีกทั้งในโอกาสพิเศษครบรอบปีที่ 13 เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณผู้ใช้บริการที่ให้การสนับสนุน และไว้วางใจเดินทางโดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงด้วยดีเสมอมา บริษัทฯ จึงได้จัดบูธกิจกรรมส่งเสริมการตลาด โดยมีนักแสดงชื่อดังจากช่อง 7 อาทิ โอ๊ต รัฐธีร์ และ แอนดรูว์ โคนินทร์ มาให้บริการเสิร์ฟเครื่องดื่มจากร้านดัง จำนวนกว่า 1,300 แก้ว อาทิ กาแฟเย็น ชาเขียวเย็น ชาไทยเย็น โกโก้เย็น ให้แก่ผู้โดยสารที่ถือบัตรโดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทุกประเภท ฟรี !!! ในวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณ ประตู 13 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. - 16.30 น. หรือจนกว่าของจะหมด




ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ www.srtet.co.th

และสามารถติดตามข่าวสารของบริษัทฯ ได้ทั้งช่องทาง Facebook , Twitter , Instagram Youtube , Tiktok ในชื่อ “RED Line SRTET”



รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง