แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวประชาสัมพันธ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวประชาสัมพันธ์ แสดงบทความทั้งหมด

06 ตุลาคม 2569

ออน สมฤทัย กับลุคสุดเป๊ะ เผยเสน่ห์และความมั่นใจกลาง Paris Fashion Week 2026

จากกรุงเทพฯ สู่ปารีส “ออน สมฤทัย” Global Content Creator และ Fashion Personality จากประเทศไทย ปรากฏตัวในฐานะหนึ่งในแขกรับเชิญคนสำคัญของ ZIMMERMANN ใน Paris Fashion Week 2026 ร่วมชมโชว์คอลเลกชั่น Spring/Summer 2027 ของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติออสเตรเลีย ท่ามกลางบรรยากาศแฟชั่นระดับโลกของกรุงปารีส

สำหรับฤดูกาล Spring/Summer 2027 ZIMMERMANN ยังคงสะท้อนเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านซิลูเอตที่มีความเป็นเฟมินีน รายละเอียดอันประณีต และภาษาของแฟชั่นที่ผสานความโรแมนติกเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผลงานของ ZIMMERMANN ยังได้รับความสนใจจากเหล่าเซเลบริตี้และแฟชั่นไอคอนระดับโลก ทั้ง Naomi Watts, Oprah Winfrey และ Jessica Chastain

การปรากฏตัวของออนในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่ง Fashion Moment ที่น่าจับตามอง เมื่อเธอถ่ายทอดคาแรกเตอร์ผ่านลุคของ ZIMMERMANN ได้อย่างโดดเด่น พร้อมสะท้อนมุมมองด้านแฟชั่นที่ชัดเจนและเป็นตัวของตัวเอง ท่ามกลางหนึ่งในเวทีแฟชั่นที่สำคัญที่สุดของโลกอย่าง Paris Fashion Week

ด้วยภาพลักษณ์ในฐานะ Global Content Creator ออน สมฤทัย กำลังเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของครีเอเตอร์ไทยที่ก้าวเข้าสู่บทสนทนาของแฟชั่นระดับสากลอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเดินทางสู่ Paris Fashion Week แต่ยังเป็นการปรากฏตัวที่สะท้อนถึงพลังของครีเอเตอร์ไทยบนเวทีแฟชั่นโลกได้อย่างน่าสนใจ




นอกเหนือจากบทบาทในฐานะ Global Content Creator และ Fashion Icon แล้ว “ออน สมฤทัย” ยังเป็นที่รู้จักในฐานะภรรยาของ “หมอสอง นพรัตน์” และคุณแม่ของ “น้องเฟรญ่า (Freyana)” หากแต่การปรากฏตัวครั้งนี้ได้เผยอีกหนึ่งบทบาทที่น่าจับตามองของเธอในฐานะครีเอเตอร์ไทยบนเวทีแฟชั่นระดับสากล ถ่ายทอดตัวตนและมุมมองด้านแฟชั่นผ่านหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของ Paris Fashion Week ได้อย่างเป็นธรรมชาติและโดดเด่น

#AonSomrutai #AonSomrutaiEra #ZIMMERMANN
#ParisFashionWeek #PFW #GlobalContentCreator
#FashionIcon #ThaiFashionIcon #GlobalFashion

แถลงข่าวการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล “โบว์ลิ่ง กลิ้งเพื่อน้อง ได้อิ่มท้อง พี่อิ่มใจ”

ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิร่วม น้ำใจต้านภัยเอดส์ และ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วย คุณสุจิตรา หมวดพล และคุณปิยะวัฒน์ เตชะปฏิมานนท์ จัดแถลงข่าวการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล “โบว์ลิ่ง กลิ้งเพื่อน้อง ได้อิ่มท้อง พี่อิ่มใจ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

ซึ่งจัดโดย มูลนิธิร่วมน้ำใจ ต้านภัยเอดส์ ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569 ระหว่างเวลา 13.00-16.00 น. ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ เพื่อหารายได้สมทบทุน ค่าอาหารสามมื้อ และค่าอุปกรณ์การเรียนให้แก่นักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


05 ตุลาคม 2569

THANN Wellness Destination Ayutthaya

 


ช่วงเวลาที่ดีในการแจก Refreshing Drink สไตล์ THANN เพื่อให้แขกผ่อนคลายจากการเดินทางความพิเศษของ Refreshing Drink สไตล์ THANN อยู่ที่การนำปรัชญา Holistic Wellness (สุขภาวะแบบองค์รวม) มาผสมผสานเข้ากับศาสตร์แห่งสมุนไพรและพฤกษชาติอย่างลงตัวส่วนผสมจากสมุนไพรและพฤกษชาติตามธรรมชาติเมนูเครื่องดื่มเน้นการใช้สมุนไพรไทย ผลไม้สด และชาพรีเมียม โดยไม่มีสารเคมีปรุงแต่งหรือน้ำตาลสังเคราะห์ เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากธรรมชาติแท้ ๆ รสชาติเพื่อการผ่อนคลาย THANN มีความเชี่ยวชาญด้านสุคนธบำบัด (Aromatherapy) นำเอกลักษณ์ของกลิ่นสมุนไพร เช่น ตะไคร้, ใบเตย, ดอกอัญชัน, ส้ม หรือขิง มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นทั้งประสาทสัมผัส รสชาติ และกลิ่น ให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายตั้งแต่จิบแรกสดชื่น
ที่จังหวัดอยุธยา ทริปท่องเที่ยวนี้ ออกแบบมาอย่างสมดุล และดีเยี่ยม ได้ทั้งการทำงานร่วมกับสื่อมวลชนและการพักผ่อนเชิงสุขภาพ (Wellness) ท่ามกลางธรรมชาติของอยุธยา ดื่มด่ำกับความหรูหราที่ผสานอย่างลงตัวกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ บรรยากาศริมแม่น้ำน้อย ที่โอบล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจี
ทุกการพักผ่อนคือการเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่เพียงเติมเต็มความสงบให้จิตใจ แต่ยังช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมามีพลัง ด้วยประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับ ท่ามกลางความสมดุลของธรรมชาติและความสงบอันเป็นเอกลักษณ์
THANN Wellness Destination Ayutthaya ถือเป็นหนึ่งในรีสอร์ทเพื่อสุขภาพระดับลักชัวรียอดฮิตที่หลายคนใฝ่ฝันอยากไปสัมผัสสักครั้ง ด้วยเหตุผล แนวคิด All-Inclusive ด้าน Wellness ที่แท้จริงรวมทุกอย่างไว้ในแพ็กเกจ ทั้งห้องพัก อาหาร 3 มื้อ และทรีตเมนต์สปา/กิจกรรมเวลเนส ทำให้ผู้เข้าพักผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายจุกจิกเพิ่มเติม
สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับสปาและทรีตเมนต์ระดับสากลต่อยอดความเชี่ยวชาญจากแบรนด์ THANN ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยใช้ผลิตภัณฑ์สปาธรรมชาติคุณภาพสูง พร้อมเทอราปิสผู้เชี่ยวชาญ คอยดูแลให้อย่างพิถีพิถัน
Afternoon Tea ที่ THANN Wellness Destination ริมแม่น้ำน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา Afternoon Tea ริมแม่น้ำ….. บ่ายนี้พักใจจากความวุ่นวาย ลองให้เวลาตัวเองกับชุดน้ำชาที่ค่อยๆละเมียดในทุกคำ ทั้งของหวาน ที่ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย แต่ยังร้อยเรียงเรื่องราวทางวัฒนธรรมผ่านขนมและเครื่องดื่มในทุกคำ เหมาะสำหรับการนัดพบคนพิเศษ หรือการใช้เวลาในวันหยุดอย่างมีคุณค่า ความประณีตสะท้อนวัฒนธรรมขนมและของว่าง ในชุดได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน โดยดึงเอกลักษณ์กลิ่นอายท้องถิ่นหรือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาผสมผสาน กับศาสตร์การทำเบเกอรี่ร่วมสมัย
พิเศษสุด….สิทธิ์เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี: เติมเต็มวันหยุดให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยการเดินชมงานศิลปะหรือโบราณวัตถุล้ำค่า ช่วยเพิ่มคุณค่าทางจิตใจหลังอิ่มอร่อยกับชุดน้ำชา
คุ้มค่ากับประสบการณ์ในราคาเพียง 1,000 บาท/ต่อชุด ได้ทั้งความเพลิดเพลินด้านรสชาติและประสบการณ์ทางวัฒนธรรมควบคู่กันไปบรรยากาศริมแม่น้ำ
เงื่อนไขและข้อกำหนด:
- กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า เท่านั้น
- กำหนดให้สั่งชุดน้ำชายามบ่ายท่านละ 1 ชุด
- ให้บริการเฉพาะ วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์
การได้ลองไปสัมผัสโซน Aromatherapy Bath หรือ ออนเซนของ THANN Wellness Destination ด้วยตัวเอง ถือเป็นไฮไลต์เด็ดที่ทำให้การพักผ่อนครั้งนี้สมบูรณ์แบบจริงๆ
การได้แช่น้ำปรับอุณหภูมิสลับไปมา 3 ระดับ พร้อมสูดกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยเอกลักษณ์สไตล์ THANN ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ เป็นประสบการณ์การ "Reset" ร่างกายและจิตใจที่หาจากที่อื่นได้ยากมาก
- Aromatherapy Bath ผ่อนคลายกับบ่อแช่ตัวที่อุณหภูมิต่างกัน 3 ระดับ
พร้อมผ่อนคลายกับกลิ่นหอมจากน้ำมันระเหยที่ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ
การสลับแช่น้ำในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน 3 ระดับ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดสะสมตื่นตัวและผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว
- Salt Therapy Room ศาสตร์การบำบัดด้วยเกลือ (Halotherapy) บรรเทาอาการภูมิแพ้ หอบหืด ไซนัส กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงแก้ปัญหาโรคผิวหนัง หรือผื่นแพ้ต่างๆ
- Spa Treatment เพื่อความผ่อนคลายที่มีให้เลือกกว่า 12 รายการ สถานที่กว้างขวาง ตกแต่งทันสมัย เน้นโทนสีธรรมชาติ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมผลิตภัณฑ์ห้องน้ำเต็มรูปแบบจากแบรนด์ THANN
- คลาสออกกำลังกาย กิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ
เพราะชีวิตที่ดี คือชีวิตที่พบความสมดุลจากภายใน กิจกรรม Wellness ฟรีตลอดวัน: มีตารางกิจกรรมให้เลือกทำหลากหลาย เช่น โยคะ, พิลาทิส, ฟิตเนส, คลาสออกกำลังกายในน้ำ (Aqua Exercise), รวมถึงการทำเวิร์กช็อปต่างๆ



ขอมอบราคาพิเศษสำหรับ toptotravelvariety
เมื่อนำโค้ด DTW-toptotravel
มาจองห้องพักได้ที่ Line OA : @thannwellness
ราคาสำหรับ 2 ท่าน 1 คืน มีแพคเกจให้เลือก 2 แบบ
- ห้อง Deluxe Room แพคเกจ Room with Breakfast ราคา 5,500 บาท
- ห้อง Deluxe Room แพคเกจ All Inclusive ราคา 15,500 บาท
สามารถจองได้ภายใน 15 ตุลาคม 2569 และเข้าพักได้ถึง 20 ธันวาคม 2569

MK Restaurants คว้า 2 รางวัล Gold และ Bronze จาก Marketing Excellence Awards 2026 ตอกย้ำความสำเร็จแคมเปญฉลอง 40 ปี

MK Restaurants ตอกย้ำความสำเร็จด้านการตลาดจากแคมเปญฉลองครบรอบ 40 ปี “40 ปี เอ็มเค ทุกความสุขยังอุ่นเสมอ” คว้า 2 รางวัลจากเวที Marketing Excellence Awards 2026 ได้แก่ รางวัล Gold สาขา Excellence in Anniversary Marketing และ รางวัล Bronze สาขา Excellence in Out-of-Home Advertising สะท้อนพลังของความผูกพันระหว่าง MK และลูกค้าที่เติบโตร่วมกันมาตลอด 4 ทศวรรษ และกลายเป็นคุณค่าของแบรนด์ที่ยากจะลอกเลียนแบบ

หัวใจของแคมเปญ คือการนำ “ความทรงจำที่ทุกคนมีร่วมกับ MK” กลับมาถ่ายทอดใหม่ในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ ภาพยนตร์โฆษณา ที่หยิบอินไซต์จากประสบการณ์จริงของลูกค้ามาถ่ายทอดความสัมพันธ์ของครอบครัว เพื่อน และคนรัก ไปจนถึงการนำ “กรอบรูป MK” ภาพจำที่คุ้นเคย ขยายสู่ Billboard ทั่วประเทศ และ “กรอบรูปยักษ์” หน้าร้าน ชวนผู้คนกลับมาบันทึกช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันอีกครั้ง 

พร้อมทั้งยังพาความทรงจำกลับมาให้สัมผัสได้จริงผ่าน MK Original การรีโนเวทสาขาแรกที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ให้กลับมามีบรรยากาศและประสบการณ์ที่หลายคนคิดถึง ควบคู่กับการนำ “ชุดครอบครัวดั้งเดิม” ที่นำเสนอสุกี้ในรสชาติที่ทุกคนรัก เพื่อให้คนไทยทุกครอบครัวได้มารวมตัวกันอีกครั้งในการสร้างประสบการณ์ที่อบอุ่นเช่นเคย

คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีและภูมิใจที่แคมเปญนี้ได้รับการยอมรับจากเวที Marketing Excellence Awards 2026 ทั้ง 2 รางวัลถือเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับทุกคนที่อยู่เบื้องหลัง และต้องขอขอบคุณลูกค้าที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จครั้งนี้ สำหรับ MK วาระครบรอบ 40 ปีไม่ใช่เพียงการมองย้อนกลับไป แต่เป็นการนำ Brand Legacy ที่เรามี มาต่อยอดและสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้แบรนด์ยังคงเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันต่อไป”

กรมการท่องเที่ยวยินดีผล TTDI 2026 ไทยก้าวขึ้นอันดับ 38 ของโลก


กรมการท่องเที่ยวยินดีผล TTDI 2026 ไทยก้าวขึ้นอันดับ 38 ของโลก ชี้เป็นผลสำเร็จร่วมกันในการสร้างระบบการท่องเที่ยวยั่งยืนของไทยไปสู่สากล ตามโครงการ “Thailand Green Tourism Plan 2030” 

กรมการท่องเที่ยวแสดงความยินดีกับผลการจัดอันดับ Travel & Tourism Development Index (TTDI) 2026 ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดอันดับที่ 38 จาก 110 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก ขยับขึ้นจากอันดับที่ 47 ในการจัดอันดับครั้งก่อน โดยเฉพาะด้านความยั่งยืนของอุปสงค์การท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก สอดคล้องกับแนวทางโครงการ Thailand Green Tourism Plan 2030 ของกรมการท่องเที่ยว ที่มุ่งยกระดับความยั่งยืนของการท่องเที่ยวไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก




นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า “ผลการจัดอันดับ TTDI 2026 เป็นสัญญาณที่น่ายินดีและเป็นกำลังใจสำคัญต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย เนื่องจากดัชนีดังกล่าวไม่ได้พิจารณาเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวหรือรายได้จากการท่องเที่ยว แต่สะท้อนปัจจัยและเงื่อนไขที่เอื้อต่อการพัฒนาการเดินทางและการท่องเที่ยวในระยะยาว ซึ่งการที่ประเทศไทยขยับขึ้นจากอันดับที่ 47 มาอยู่ในอันดับที่ 38 ของโลก โดยเฉพาะจุดแข็งด้านความยั่งยืนของอุปสงค์การท่องเที่ยวอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก ถือเป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ Thailand Green Tourism Plan 2030 ของกรมการท่องเที่ยวที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2025 โดยมุ่งยกระดับระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยอย่างแหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ที่พัก บริษัทนำเที่ยว และชุมชน ให้สามารถพัฒนาสู่มาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เทียบเคียงระดับสากล และสอดคล้องกับทิศทางการท่องเที่ยวโลก ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายนำโดยกรมการท่องเที่ยวและวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล หน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ตลอดจนเครือข่ายความยั่งยืนระหว่างประเทศ ได้แก่ Green Destinations Foundation องค์กรระหว่างประเทศด้านมาตรฐานและการรับรองการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และ Travelife for Tour Operators องค์กรด้านมาตรฐานความยั่งยืนสำหรับธุรกิจนำเที่ยว”


นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า “ผลการจัดอันดับ TTDI 2026 เป็นสัญญาณที่น่ายินดีและเป็นกำลังใจสำคัญต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย เนื่องจากดัชนีดังกล่าวไม่ได้พิจารณาเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวหรือรายได้จากการท่องเที่ยว แต่สะท้อนปัจจัยและเงื่อนไขที่เอื้อต่อการพัฒนาการเดินทางและการท่องเที่ยวในระยะยาว ซึ่งการที่ประเทศไทยขยับขึ้นจากอันดับที่ 47 มาอยู่ในอันดับที่ 38 ของโลก โดยเฉพาะจุดแข็งด้านความยั่งยืนของอุปสงค์การท่องเที่ยวอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก ถือเป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ Thailand Green Tourism Plan 2030 ของกรมการท่องเที่ยวที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2025 โดยมุ่งยกระดับระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยอย่างแหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ที่พัก บริษัทนำเที่ยว และชุมชน ให้สามารถพัฒนาสู่มาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เทียบเคียงระดับสากล และสอดคล้องกับทิศทางการท่องเที่ยวโลก ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายนำโดยกรมการท่องเที่ยวและวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล หน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ตลอดจนเครือข่ายความยั่งยืนระหว่างประเทศ ได้แก่ Green Destinations Foundation องค์กรระหว่างประเทศด้านมาตรฐานและการรับรองการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และ Travelife for Tour Operators องค์กรด้านมาตรฐานความยั่งยืนสำหรับธุรกิจนำเที่ยว”

แผนงานสำคัญของ Thailand Green Tourism Plan 2030 คือการพัฒนา 2 กลไกหลัก ได้แก่ 1) การพัฒนาตราสัญลักษณ์ Thailand Good Travel ให้เป็นเครื่องหมายมาตรฐานด้านความยั่งยืนของประเทศไทย โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ของ Global Sustainable Tourism Council (GSTC) และองค์ความรู้จาก Green Destinations Foundation รวมถึง Travelife for Tour Operators เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการสามารถยกระดับการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เตรียมความพร้อมสู่การรับรองมาตรฐานระดับสากล และ 2) การพัฒนาบุคลากรให้เป็น Thailand Green Master Coach และ Thailand Green Coach เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการและพื้นที่ท่องเที่ยว ให้พร้อมกับการก้าวสู่มาตรฐานระดับโลก 

อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวทิ้งท้ายว่า “การขยับสู่อันดับที่ 38 ของประเทศไทยใน TTDI เป็นผลสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นการทำงานร่วมกันของกรมการท่องเที่ยวกับทุกภาคส่วน ในการสร้างระบบการท่องเที่ยวยั่งยืนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ Thailand Green Tourism Plan 2030 ในการยกระดับระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนระดับสากล ทำให้การท่องเที่ยวไทยมีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในเวทีโลก”

03 ตุลาคม 2569

เปิดใจ ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ “เจ้าของสวนสยาม”

มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต 90 ปี กับวันที่ทุกตารางนิ้วที่สร้างมาด้วยสองมือต้องจมอยู่ใต้น้ำ สวนสยามจะกลับมาได้ หรือจะเหลือเพียงตำนาน?

ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งสวนสยาม (สยามอะเมซิ่งพาร์ค) เปิดใจถึงวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต หลังอุทกภัยครั้งรุนแรงทำให้พื้นที่สวนน้ำและสวนสนุกทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำ ต้องหยุดให้บริการอย่างน้อยครึ่งปี ประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 500 ล้านบาท

46 ปีที่ผ่านมา สวนสยามสร้างความสุขและความทรงจำให้คนไทยมาหลายรุ่น แต่วันนี้…สถานที่ที่สร้างขึ้นด้วยสองมือ กลับต้องจมอยู่ใต้น้ำต่อหน้าต่อตา พร้อมอนาคตของพนักงานและครอบครัวหลายพันชีวิตที่ฝากไว้กับสวนแห่งนี้

ดร.ไชยวัฒน์ ส่งกำลังใจถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมายังสวนสยาม และวอนขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อต่อลมหายใจให้สวนสยามได้มีโอกาสฟื้นกลับมาเปิดประตูต้อนรับคนไทยอีกครั้ง เพราะสำหรับชายคนนี้ สวนสยามไม่ใช่เพียงธุรกิจ .....แต่คือทั้งชีวิตและจิตใจ



จากสถานที่แห่งความสุขที่อยู่คู่คนไทยมา 46 ปี วันนี้เหลือเพียงคำถามว่า…สวนสยามจะกลับมาได้อีกครั้ง หรือจะต้องเหลือไว้เพียงความทรงจำ

ลิ้งค์ เพื่อรับชมคลิป :  https://www.youtube.com/watch?v=bclRiHHdadA


01 ตุลาคม 2569

วู่หลิง ตอกย้ำกระแสตอบรับ DARION เดินหน้าบุกตลาดรถครอบครัวอีกรุ่น เปิดตัว WULING EKSION


วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำกระแสตอบรับ DARION เดินหน้าบุกตลาดรถครอบครัวอีกรุ่น เปิดตัว WULING EKSION รถไฟฟ้า C-SUV 7 ที่นั่ง ชูคอนเซ็ป ‘Go Big Go Eksion’ สนนราคาเริ่มต้น 799,000 บาท  “DARION” กระแสตอบรับแข็งแกร่ง ครองอันดับ 1 กลุ่มรถ MPV-VAN ประตูสไลด์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเปิดตัว “WULING EKSION” รถไฟฟ้า C-Segment SUV 7 ที่นั่ง ชูแนวคิด “Go Big Go Eksion – ใช้ชีวิตให้ใหญ่ขึ้น”

กรุงเทพฯ – 1 ตุลาคม 2569 – บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์ WULING หลังรถยนต์รุ่น DARION สร้างการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย ครองอันดับ 1 กลุ่มรถ MPV-VAN ประตูสไลด์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัว WULING EKSION (วู่หลิง แอ็กชั่น) รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์ C-Segment SUV 7 ที่นั่ง รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวไทย เดิมใช้รถจำพวก PPV ให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอย และความสะดวกสบาย สมรรถนะ จำนวนที่นั่ง รวมถึงภาพลักษณ์ของรถ SUV ขนาดใหญ่ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมสัมผัสของจริงได้ที่ Wuling Mini Motor Show
ณ ศูนย์การค้า Mega Bangna โซน Take Home Lobby ระหว่างวันที่ 1–7 ตุลาคม 2569 และโชว์รูมใกล้บ้านทั่วประเทศ

บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์ WULING หลังรถยนต์รุ่น DARION สร้างการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย ครองอันดับ 1 กลุ่มรถ MPV-VAN ประตูสไลด์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัว WULING EKSION (วู่หลิง แอ็กชั่น) รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์ C-Segment SUV 7 ที่นั่ง รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวไทย เดิมใช้รถจำพวก PPV ให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอย และความสะดวกสบาย สมรรถนะ จำนวนที่นั่ง รวมถึงภาพลักษณ์ของรถ SUV ขนาดใหญ่ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมสัมผัสของจริงได้ที่ Wuling Mini Motor Show ณ ศูนย์การค้า Mega Bangna โซน Take Home Lobby ระหว่างวันที่ 1–7 ตุลาคม 2569 และโชว์รูมใกล้บ้านทั่วประเทศ WULING เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น “DARION” ตอบรับตลาด MPV อย่างต่อเนื่อง





WULING เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น “DARION” ตอบรับตลาด MPV อย่างต่อเนื่อง
นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจและการตอบรับของแบรนด์ในประเทศไทยว่า WULING ยังคงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดขายรถยนต์ WULING ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ที่ทำได้รวม 5,033 คัน แบ่งเป็น BINGO จำนวน 285 คัน, DARION จำนวน 3,298 คัน และ PORTA จำนวน 1,450 คัน โดย DARION ยังคงเป็นรุ่นที่มียอดขายสูงสุดของแบรนด์” 

โดยสถิติที่น่าสนใจในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา DARION ครองอันดับ 1 กลุ่มรถ MPV-VAN ประตูสไลด์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ด้วยยอดจดทะเบียน 897 คัน ส่วนแบ่งตลาด 33.9% สะท้อนความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์ WULING ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ ความคุ้มค่า และประสบการณ์การใช้งานจริง

นายพิทยากล่าวต่อด้วยว่า “ผลตอบรับจาก DARION เป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า ลูกค้าไทยเปิดรับ WULING มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนไทย และในขณะเดียวกันก็เดินหน้าพัฒนามาตรฐานโชว์รูม ศูนย์บริการกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านอะไหล่ และมีการอบรมช่างเทคนิคสำหรับศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวของแบรนด์และผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ในประเทศไทย สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว”

เปิดศึกตลาด SUV ด้วย “WULING EKSION” รถไฟฟ้า C-Segment SUV 7 ที่นั่ง ที่ออกแบบมาด้วยแนวคิดเพื่อ “Go Big Go Eksion – ใช้ชีวิตให้ใหญ่ขึ้น” เทียบไซส์ PPV ในราคาจับต้องได้ 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การเปิดตัว WULING EKSION รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์ C-Segment SUV 7 ที่นั่ง บนสถาปัตยกรรม Tianyu Architecture ซึ่ง WULING พัฒนาขึ้นสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการรถ SUV ที่มีขนาดใหญ่ ใช้งานได้หลากหลาย และรองรับสมาชิกครอบครัวได้ถึง 7 คน โดยมาในแนวคิด “Go Big Go Eksion – ใช้ชีวิตให้ใหญ่ขึ้น”

Mr. Mike Chen รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว EKSION ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ WULING ในการขยายทางเลือกสำหรับผู้บริโภคไทย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่ต้องการความกว้างขวางของรถขนาดใหญ่ แต่ต้องการความคล่องตัวและรูปแบบการใช้งานของ SUV มากกว่ารถตู้

เราภูมิใจนำเสนอ “EKSION” ให้ผู้บริโภคชาวไทย เพราะเราเชื่อว่าครอบครัวยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงรถที่ใหญ่ขึ้น แต่ต้องการรถที่สามารถทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น สนุกขึ้น และใช้ชีวิตได้หลากหลายมากขึ้น EKSION จึงถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องพื้นที่ ความสบาย เทคโนโลยี และความคุ้มค่าในรถคันเดียว”

ใหญ่กว่าที่คิด เติมความสบายครบทั้ง 7 ที่นั่ง
WULING EKSION มีขนาดตัวรถ 4,745 x 1,850 x 1,755 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,810 มิลลิเมตร พร้อมห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง จัดวางแบบ 2+3+2 มีพื้นที่เก็บสัมภาระเริ่มต้น 320 ลิตร ซึ่งสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 1,945 ลิตร เมื่อพับเบาะ 

สำหรับระบบขับเคลื่อน EKSION เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 150 kW หรือ 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ LFP ความจุ 69.2 kWh สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มตามมาตรฐาน CLTC และรองรับ DC Fast Charge โดยสามารถชาร์จจาก 30–80% ได้ประมาณ 20–35 นาที 

WULING EKSION ยังได้รับการออกแบบให้เน้นพื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบาย โดยมาพร้อมหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 12.8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, หน้าจอเรือนไมล์ TFT ขนาด 8.8 นิ้ว, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังครบทุกแถว, Wireless Charger 50W และฟังก์ชัน V2L สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก 

ด้านความปลอดภัย EKSION มาพร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อม Transparent Chassis รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS อาทิ Adaptive Cruise Control, Autonomous Emergency Braking, Lane Keeping Assist และ Blind Spot Detection 

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือโครงสร้างตัวถังที่ใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูงในสัดส่วน 74.9% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการออกแบบเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตัวรถ 

“รถใหญ่ ราคาเข้าถึงง่าย” อีกทางเลือกรถไฟฟ้าสำหรับครอบครัวไทย
วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) วาง EKSION ให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความรู้สึกและขนาดรถในระดับใกล้เคียงรถ PPV ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย แต่ยังต้องการความคล่องตัวของ SUV และพลังงานไฟฟ้า 100% โดยบริษัทต้องการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงรถยนต์ขนาดใหญ่และ 7 ที่นั่งได้ง่ายขึ้น 

EKSION ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวที่ต้องการพื้นที่นั่งสบาย มีจำนวนที่นั่งเพียงพอสำหรับสมาชิกหลายคน แต่ไม่ต้องการหรือไม่สะดวกใช้รถตู้ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังต้องการดีไซน์ SUV ที่มีความคล่องตัวและตอบโจทย์การเดินทางหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ทุกการเดินทางไม่ได้มีเพียง “พื้นที่ที่มากขึ้น” แต่คือโอกาสในการใช้ชีวิตได้มากขึ้นในทุกวัน 

WULING EKSION – “Go Big Go Eksion – ใช้ชีวิตให้ใหญ่ขึ้น”
WULING EKSION ราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
รุ่น Comfort ราคา 799,000 บาท
รุ่น Premium ราคา 859,000 บาท
พร้อมรับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร 

โปรโมชั่นเปิดตัว รวมมูลค่ากว่า 60,000 บาท
1. จองวันนี้ถึง 31 ตุลาคม รับส่วนลดเพิ่มทันที 10,000 บาท
2. รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 มูลค่ากว่า 25,000 บาท
3. รับฟรี! Wallbox 7kw พร้อมติดตั้ง มูลค่ากว่า 25,000 บาท
4. รับฟรี! แพกเกจบริการช่วงเหลือฉุกเฉิน 3 ปี มูลค่ากว่า 3,000 บาท




รถ EKSION ล็อตแรกถึงโชว์รูม WULING ทั่วประเทศแล้ว ผู้สนใจติดต่อนัดหมายเข้าชมและทดลองขับได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บริษัทมีความพร้อมในการเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าทันที โดยตั้งเป้ายอดขายในไตรมาส 4 ของ EKSION ในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 1,000 คัน สำหรับลูกค้าในเชตกรุงเทพมหานคร พบกับรถยนต์ไฟฟ้า WULING ครบทั้ง 4 รุ่น ได้แก่ EKSION EV, STARLIGHT DARION EV, PORTA EV และ BINGUO EV ได้ในงาน Wuling Mini Motor Show ณ ศูนย์การค้า Mega Bangna โซน Take Home Lobby ระหว่างวันที่ 1–7 ตุลาคม 2569

วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) ตั้งเป้ายอดขายรวมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ WULING ปี 2569 ที่ 8,000 คัน หลังจากยอดขายสะสมในช่วง 8 เดือนแรกทำได้แล้วกว่า 5,000 คัน พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์และยกระดับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของแบรนด์ WULING ในประเทศไทย 

#WulingEKSION #GoBigGoEksion #ใช้ชีวิตให้ใหญ่ขึ้น #WulingThailand

เครือ รพ.พญาไท และเครือ รพ.เปาโล ผนึก สถาบันอาหาร


เครือ รพ.พญาไท และเครือ รพ.เปาโล ผนึก สถาบันอาหาร ปั้นนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพจากงานวิจัยสู่การใช้จริง ตอบโจทย์ Personalized Nutrition

กรุงเทพฯ – เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโล ร่วมกับ สถาบันอาหาร (National Food Institute: NFI) กระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition Innovation) เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการแพทย์ การวิจัย และเทคโนโลยีอาหาร เพื่อพัฒนาผลงานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) และโภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) สนับสนุนแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Medicine) และสร้างทางเลือกด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ โดย นายอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโล และ นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (NFI) 

นายอัฐ ทองแตง กล่าวว่า "ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำองค์ความรู้ด้านอาหาร โภชนาการ และการแพทย์มาเชื่อมโยงกัน เพื่อช่วยให้ผลงานวิจัยสามารถพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้จริง เรามองว่าอาหารและโภชนาการมีบทบาทสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคและการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลมากขึ้น 

การเชื่อมต่อระหว่าง ‘อาหาร–โภชนาการ–การแพทย์–ตลาด’ อย่างเป็นระบบ จะช่วยเปิดโอกาสให้นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารทางการแพทย์เดินทางจากงานวิจัยไปสู่ผู้บริโภคได้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลพร้อมสนับสนุนการนำผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาและประเมินอย่างเหมาะสมเข้าสู่ช่องทางของเครือโรงพยาบาลฯ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในอนาคต และสะท้อนบทบาทของเราในฐานะ ‘Partner for Life’ พันธมิตรด้านสุขภาพที่พร้อมดูแลและเติบโตไปพร้อมกับผู้คนในทุกช่วงของชีวิต"

ด้าน นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล กล่าวว่า "สถาบันอาหารจะนำศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิเคราะห์ รวมถึงโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) มาทำงานร่วมกับองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เพื่อพัฒนางานวิจัยและสูตรผลิตภัณฑ์จากระดับห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตต้นแบบ พร้อมตรวจสอบด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และคุณค่าทางโภชนาการ ก่อนพิจารณาต่อยอดสู่การผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์" ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 2 ปี ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัย ตลอดจนการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ

สำหรับผลิตภัณฑ์นำร่องภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ได้แก่ คุกกี้ปราศจากกลูเตน (Gluten-Free Cookie) ไอศกรีมพลังงานสูง เครื่องดื่มคาร์โบไฮเดรต และน้ำสมุนไพรพร้อมดื่ม โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนาตั้งแต่การคิดค้นและปรับสูตร การผลิตต้นแบบ การทดสอบคุณภาพและความปลอดภัย ไปจนถึงการประเมินศักยภาพทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค

ความร่วมมือระหว่างเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กับสถาบันอาหาร (NFI) ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวของการเชื่อมโยงภาคการแพทย์ งานวิจัย และอุตสาหกรรมอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการเฉพาะบุคคลจากองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริง สนับสนุนแนวทาง Preventive Medicine และ Personalized Healthcare ตลอดจนรองรับแนวโน้ม Healthy Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่กับคุณภาพชีวิตที่ดี สอดคล้องกับแนวคิด “Partner for Life” ของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล ที่มุ่งเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพและร่วมดูแลผู้คนอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของชีวิต พร้อมสร้างโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพของไทยในระยะยาว

28 กันยายน 2569

รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่

รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง นำโดย พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทำบุญถวายปัจจัย พร้อมด้วยข้าวสารและอาหารแห้ง ให้แก่ วัดโชติกุนสุวรรณาราม (หมูบุ่น) จังหวัดเชียงใหม่

ในการนี้ พระครูสังฆรักษ์ณัฏฐ์ฐิ์ภัทร ณฏฺฐกโร เจ้าอาวาสวัดโชติกุนสุวรรณาราม ได้เป็นประธานสงฆ์รับมอบปัจจัยและเครื่องอุปโภคบริโภคดังกล่าว เพื่อนำไปส่งต่อและใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของวัดและชุมชนต่อไปกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสานต่อ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่บริษัทฯ ยึดถือและผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง





บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ และร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งความเท่าเทียม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
“มากกว่าการเดินทาง คือ ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง


ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
และ www.srtet.co.th

16 ปี บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กับการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทย เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี ที่ผ่านมา บริษัทได้มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเพื่อเป็นผู้นำในการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานในระดับสากล ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ นับตั้งแต่การให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มาจนถึงการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งมีการพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ประชาชน โดยบริษัทฯ ยึดหลักการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล และหลักสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมบุคลากรทุกคนให้มีความตระหนัก ยึดมั่นการสร้างความยุติธรรมและความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุด บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 13 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับ ”ดีเด่น” ประจำปี 2569 (Human Rights Awards 2026) จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพัฒนาการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนปฎิบัติการขับเคลื่อนและส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรอง (Feeder) ที่สถานีรังสิต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และเทศมนตรีนครรังสิต โดยเพิ่มเส้นทางเดินรถ EV Bus (สมายบัส) จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1.สถานีรังสิต – ถนนเลียบคลองรังสิต - สถานีรังสิต 2. สถานีรังสิต - รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีคูคต – สถานีรังสิต ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงเดือนเมษายน 2570 โดยในระยะเเรกจะเป็นการทดลองให้บริการในเบื้องต้นก่อนพัฒนาไปสู่เส้นทางอื่นๆต่อไป 

ด้านการอำนวยความสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะรอง (Feeder) ในเส้นทางอื่นๆ บริษัทฯยังคงให้บริการเช่นเดิม ทั้งการบูรณาการความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถไฟดีเซลรางในเส้นทาง นครปฐม - ตลิ่งชัน เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดนครปฐมเชื่อมเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก อีกทั้ง รฟฟท. ยังได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) จัดรถขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานไฟฟ้า (Electric Bus) หรือ EV Bus พลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถเชื่อมต่อระหว่าง สถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (สถานีหลักสี่) จุดจอดบริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 ไปยังศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B และ C (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) โดยรฟฟท. ได้คำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีผ่านการให้บริการ และพร้อมเดินหน้าพัฒนาให้เกิดระบบขนส่งสาธารณะรองในสถานีอื่นๆอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ด้านการให้บริการเดินรถไฟฟ้า บริษัทฯยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้าในการให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยในปัจจุบันรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีสถิติความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงตั้งแต่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 99.96% , 99.97% และ 100% ตามลำดับ ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารรวมกว่า 50 ล้านคน ซึ่งจะเห็นได้จากผลการสำรวจความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ซึ่งลงพื้นที่สำรวจโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) และบริษัท รีเสิร์ช ดีไซน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสำรวจและวิจัย โดยผลปรากฏว่าจากคะแนนเต็ม 5 ผู้โดยสารมีความพึงพอใจด้านการให้บริการ 4.59, ด้านความปลอดภัย 4.57, ด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.59, ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.54, ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานี และในขบวนรถ 4.49, ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.51 ซึ่งจากผลสำรวจดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในด้านต่างๆสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมาก สืบเนื่องมาจากการมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯไม่เพียงแต่มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการเดินรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ควบคู่ไปด้วย โดยได้ดำเนินการโครงการต่างๆที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงานกับคนในชุมชน รวมถึงรณรงค์ให้พนักงานทุกคนให้มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการทำกิจกรรม CSR ด้วย

นอกจากนี้ ในด้านส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (สายเหนือ) ช่วงรังสิต - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (สายตะวันตก) ช่วงตลิ่งชัน - ศิริราช - ศาลายา ระยะทาง 20.5 กิโลเมตร ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2572 โดยคาดการณ์ว่า เมื่อเปิดให้บริการในเส้นทางดังกล่าวแล้ว จะเป็นทางเลือกในการเดินทางแก่ประชาชน ช่วยลดเวลาการเดินทางจาก จังหวัดปทุมธานีเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ฝั่งธนบุรี - ศาลายาได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงลดปัญหาการจราจรติดขัด และยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและพื้นที่โดยรอบสถานี รองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืน

สำหรับประเด็นการมอบภารกิจสำคัญให้ รฟฟท. กลับไปบริหารจัดการการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ นั้น บริษัทฯมีความพร้อม เนื่องจากเคยบริหารโครงการดังกล่าวมากว่า 10 ปี มีทีมงานที่มีประสบการณ์ รวมถึงมีการเตรียมแผนการดำเนินการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย หากเล็งเห็นว่า บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด มีความเหมาะสม ก็สามารถดำเนินการได้อย่างไร้รอยต่อ โดยบริษัทฯคำนึงถึงการให้บริการประชาชนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าด้วยมาตรฐานในระดับสากลที่บริษัทนำมาใช้ขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติ จะส่งผลให้สามารถยกระดับการให้บริการแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงบริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพ เพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นที่ผู้โดยสารได้ให้ความไว้วางใจด้วยดีเสมอมา

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม
Facebook Fan Page, X , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ


“RED Line SRTET”
หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

24 กันยายน 2569

AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 นักวิ่งแห่รับอุปกรณ์คึกคัก ผู้จัดยืนยันจัดงานตามกำหนดการเดิม

พัทยา, ชลบุรี 24 กันยายน 2569: คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ขอต้อนรับเหล่านักวิ่งชาวต่างชาติและชาวไทยจาก 58 ประเทศทั่วโลก จำนวน 21,727 คน เข้าสู่สัปดาห์แข่งขันของมหกรรมวิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งภาคตะวันออก รายการ "AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 Presented by MAMA" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 26-27 กันยายน 2569 โดยมีจุดปล่อยตัวและเส้นชัย ณ วงเวียนโลมา ถนนพัทยาเหนือ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

วันนี้ (พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 69) เป็นวันแรกที่เปิดให้นักวิ่งรับเบอร์และอุปกรณ์แข่งขัน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้จัดพื้นที่บริเวณลานอเนกประสงค์ของศูนย์การค้า เทอร์มินอล 21 พัทยา เป็นงาน Expo ที่จะมีผู้ประกอบการต่างๆ มาร่วมออกบูธกว่า 70 ร้านค้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก นักวิ่งทุกระยะเข้ามารับเบอร์และอุปกรณ์วิ่งอย่างคับคั่ง



ในการนี้ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมฯ แจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน คณะกรรมการฯ จึงขอแนะนำให้ทุกท่าน โปรดเตรียมตัวในการเดินทางมารับเบอร์-อุปกรณ์แข่งขัน ณ เทอร์มินอล 21 พัทยา แต่เนิ่น ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยลดความแออัดของจำนวนผู้มารับเบอร์แข่งขัน-อุปกรณ์แข่งขันในกรณีที่ฝนตก

คณะกรรมการฯ ยืนยันการจัดงานตามกำหนดการเดิม และจะติดตามสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่อง ขอให้ท่านนักวิ่งและผู้ติดตามทุกท่านติดตามข่าวสารจากทาง เพจ Pattaya Marathon อย่างใกล้ชิดจนถึงวัน-เวลาที่แข่งขัน และเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โปรดเข้าร่วมกลุ่ม LINE ของการแข่งขัน ตามลิงค์นี้: Link: https://lin.ee/0RGo3O6   หรือ  LINE ID: @pattayamarathon




การแข่งขันในรายการ AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 presented by MAMA จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33 มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 21,727 คน รวมผู้ติดตามเป็นจำนวน 39,323 คน คณะกรรมการจัดงานฯ ใช้อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจำนวน 4,500 อัตรา คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวทั้งทางตรง และทางอ้อมมากกว่า 288 ล้านบาท โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะมาราธอน 42.195 กม. ปล่อยตัวเวลา 03.30 น. สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 10.30 น. มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 2,983 คน ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. ปล่อยตัวเวลา 05.10 น. สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 08.40 น. มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 7,780 คน ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 69 ส่วนระยะ 10 กม. ปล่อยตัวเวลา 05.45 น.จำนวน 7,999 คน และระยะ 4.5 กม. จำนวน 2,965 คน จะปล่อยตัวเวลา 06.25 น. (วีลแชร์) และเวลา 06.30 น. (วิ่งแฟมิลี่รัน) ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 69 สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 08:00 น. โดยจุดปล่อยตัวและเส้นชัย ณ วงเวียนปลาโลมา ถนนพัทยาเหนือ หน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จัดโดยเมืองพัทยา ร่วมกับ จังหวัดชลบุรี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การกีฬาแห่งประเทศไทย, สมาคมกรีฑาโลก, ตำรวจภูธรภาค 2 และไทยแลนด์ไตรลีก

สนับสนุนโดย มาม่า, โตโยต้า, เครื่องดื่มเกลือแร่สปอนเซอร์, หลักทรัพย์บัวหลวง, ผลิตภัณฑ์น้ำมันมวย, ผลิตภัณฑ์คอร์ นิวทริชั่น, อีโก้สปอร์ต, เทอร์มินอล 21 พัทยา, โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.pattayamarathon.go.th หรือทางเฟสบุ๊ค: Pattaya Marathon