21 กุมภาพันธ์ 2562

ไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์ก แห่งใหม่ของชาวไบค์เกอร์


ดอม เหตระกูล ปั้นอาณาจักรบิ๊กไบค์  ย่านวิภาวดี
ให้เป็นไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์ก แห่งใหม่ของชาวไบค์เกอร์

บริษัท มอเตอร์ไซเคิล คิงดอม จำกัด และ บริษัท บริทไบค์ จำกัด โดย ดอม เหตระกูล ผู้ก่อตั้งและ กรรมการผู้จัดการ พลิกกลยุทธ์สร้างดีมานด์จากการสร้างโชว์รูมรถจักรยานยนต์ทั่วไปสู่การสร้างมิกซ์ยูส คอมเพล็กซ์ (mixed-used complex) คอมมูนิตี้ ของคนรักรถมอเตอร์ไซค์ และแหล่งแฮงเอาท์ของ คนทำงานและคอมมูนิตี้ย่านวิภาวดี ด้วยคอนเซ็ปต์ Motorcycle Living Lifestyle เปิดโอกาสให้คนทั่วไป ได้มีประสบการณ์กับรถบิ๊กไบค์ หวังสร้างแพชชั่นขยายเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่

ดอม เหตระกูล กล่าวว่า “ในเรื่องภาพรวมด้านยอดขายรถใหม่ของตลาดปีนี้คาดว่าจะคงตัว ดังนั้น การจะมีแต่โชว์รูมที่ลูกค้าจะมาใช้บริการด้วยวัตถุประสงค์เจาะจงในเรื่องของการซื้อรถ หรือรับบริการ ซ่อมบำรุงเพียงอย่างเดียว จะเหมือนเราอยู่กับที่รอคนเข้ามา ธุรกิจก็จะนิ่ง แต่โมเดลของโชว์รูมแบบ มิกซ์ยูส คอมเพล็กซ์ นี้ คือการสร้าง traffic ให้เกิดการหมุนเวียน ดึงคนเข้ามาใช้บริการภายในอาคาร ทำให้คนเหล่านี้ได้เห็นรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ได้สัมผัสกับวิถีไบค์เกอร์ และวันหนึ่งเขาก็อาจจะเป็นลูกค้า ของมอเตอร์ไซเคิลคิงดอมและบริทไบค์”



จากการคลุกคลีในวงการบิ๊กไบค์มาเป็นเวลานาน ทำให้บริทไบค์และมอเตอร์ไซเคิล คิงด้อม มีโอกาส จัดกิจกรรมระดับโลก The Distinquish Gentleman’s Ride ในนามของ มอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์ต่อเนื่อง
มาหลายปีซึ่งทุกครั้งที่จัดในแต่ละปี มีคนเข้าร่วมกว่า 800 คัน และจำนวนผู้มาร่วมงานอีกกว่า 1,500 คน ทำให้เราค้นพบว่า คนกลุ่มนี้ ต้องการโอกาส สถานที่ๆ จะมาพบปะสังสรรค์พูดคุยในเรื่องมอเตอร์ไซค์
กับคนที่มีแพชชั่นเดียวกัน ดังนั้นโชว์รูมแบบ มิกซ์ยูส คอมเพล็กซ์ ที่เปิดขึ้นนี้ จะตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ได้ เป็นอย่างดี

ทั้งนี้เป้าหมายหลักในปีแรกของการเปิด โชว์รูมแบบมิกซ์ยูส คอมเพล็กซ์ แห่งนี้ คือการสร้างคอมมูนิตี้ ของคนที่รักและมีแพชชั่นในรถมอเตอร์ไซค์เป็นอันดับแรก โดยมุ่งหวังให้คนที่ยังไม่มีบิ๊กไบค์ขับ จะได้ ลองเข้ามาหาข้อมูลความรู้ ทั้งเรื่องรถ และทักษะการขับที่ถูกต้องปลอดภัย รวมถึงการสร้างมิตรภาพ เน็ตเวิร์กของคนในแวดวงบิ๊กไบค์ ซึ่งถือเป็น added value ให้กับลูกค้าที่มาออกรถ หรือมาใช้บริการ ต่างๆ ที่นี่


 “จากการศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของคนที่ใช้ชีวิตบนถนนวิภาวดี ในละแวกที่ตั้งของโชว์รูม แห่งนี้ เราพบว่าส่วนใหญ่จะมีทั้งพนักงานออฟฟิศ ที่มีความเร่งรีบ ในการเข้างานช่วงเช้า ทำให้เราอยาก จะสนองตอบความต้องการในการหาอาหารเช้าก่อนเข้างาน ขณะเดียวกันก็เป็นการใช้พื้นที่ให้เกิด ประโยชน์สูงสุด ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะผุดโครงการตลาดอาหารเช้าแบบฟู้ดทรัคในคอนเซ็ปต์ grab & go โดยจะรวบรวมอาหารดังเจ้าอร่อยมาให้บริการ อาทิ ขนมครก น้ำเต้าหู้ โจ๊ก ต้มเลือดหมู เป็นต้น”
ในโซนของโชว์รูมนั้นแบ่งเป็นโชว์รูมไทรอัมพ์ที่ตกแต่งด้วยคอนเซ็ปต์ Triumph’s World ที่บริเวณชั้น 2 และโชว์รูม เอ็มวี ออกุสต้า (MV Agusta) ตกแต่งในคอนเซ็ปต์ Motorcycle Gallery ที่ผสมผสานงานศิลปะ และการจัดแสดงรถมอเตอร์ไซค์ระดับซูเปอร์พรีเมียม ไว้ด้วยกันซึ่งจะอยู่ที่ชั้น 6


ในขณะที่ชั้น 5 นั้นช่วงกลางวันจะเปิดเป็นร้านกาแฟ และ working space ตอบเทรนด์คนทำงานอิสระ
ที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ และในช่วงเย็นก็จะเปิดให้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบาร์แอนด์เรสเตอรองตอบโจทย์ กลุ่มเป้าหมายที่อาศัยในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งกลุ่มพนักงานออฟฟิศ และผู้บริหารองค์กรต่างๆ ในย่าน ใกล้เคียง

“เชื่อมั่นว่าโชว์รูม และคอมมูนิตี้ มิกซ์ยูส คอมเพล็กซ์ นี้จะเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่สร้างสีสันและ ความคึกคักให้กับตลาด ตลอดจนเซ็ตมาตรฐานใหม่ของการทำ ไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้ ในแบบ subset ที่ตอบโจทย์ความ ต้องการแบบเฉพาะกลุ่มได้อย่างลงตัว”


“ด้วยสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในปัจจุบัน รวมถึงสภาวะทางการเมืองภายในประเทศส่งผลต่อรายได้และ ยอดขายของทุกภาคธุรกิจ รวมถึงตลาดบิ๊กไบค์เช่นกัน อย่างไรก็ดีเรามองว่า เป็นโอกาสดีในการที่เราจะ ใช้เวลาในช่วงนี้ สร้างคอมมูนิตี้ไปพร้อมๆ กับการให้ความรู้ในเรื่องของการขับขี่มอเตอร์ไซค์อย่าง ปลอดภัยตามกฎจราจร ทั้งกับไบค์เกอร์หน้าใหม่ หรือผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วงการสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรี นักบิด ส่วนแนวโน้มของมอเตอร์ไซค์ที่จะไปได้ดีในปีนี้ คงจะเป็นรถขนาดกลาง (มิดไซส์) เครื่องยนต์ ขนาด 250-750 ซีซี  ราคาเฉลี่ยเริ่มต้น 2-4 แสนบาท” ดอม กล่าวสรุป

กลุ่มสามมิตรมอเตอร์ จับมือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านยานยนต์สมัยใหม่

154959.jpgมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยรองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์   แซ่เตีย อธิการบดี
(ลำดับที่ 2 จากซ้าย)ได้ร่วมลงนามความร่วมมือด้านวิชาการกับบริษัท สามมิตร มอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง จำกัด(มหาชน)ผู้นำด้านลอจิสติกส์และการขนส่งระดับประเทศและระดับโลก (ลำดับที่ 2 จากขวา) โดยนายยงยุทธ โพธิ์ศิริสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ เพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านยานยนต์สมัยใหม่ (BEV) และชิ้นส่วนยานยนต์สำหรับผู้ประกอบการลอจิสติกส์ (Logistics Service Provider)  

ซึ่งเป็นการส่งเสริมพลังงานสะอาด ลดปัญหามลพิษและฝุ่นละอองทางอากาศ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสร้างบุคคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรม เมื่อเร็วๆนี้ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

คาลิ-เม็กซ์ บาร์ แอนด์ กริลล์ ซอย11 เพิ่มความพิเศษที่นับเป็นซิกเนอร์เจอร์ของคาลิ-เม็กซ์

คาลิ-เม็กซ์ ไทยแลนด์ ฉลองเปิดสาขา Flagship



ลอส แอทติโก บาร์ สไตลส์ เม็กซิกัน
สุขุมวิท ซอย 11
ม.ร. ไมค์ วาร์ด ผู้จัดการประจำภาคไทย คาลิ–เม็กซ์ ไทยแลนด์ร้านอาหารเม็กซิกัน สไตล์แคลิฟอเนียจัดงานฉลองเปิดร้านอาหาร คาลิ-เม็กซ์ บาร์ แอนด์ กริลล์ ซอย 11 (Cali-Mex Bar & Grill) 
สาขา Flagship และ เปิดตัว (Los Atico) ลอส แอทติโก เม็กซิกัน บาร์ ที่สุขุมวิท ซอย 11 ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา.  คาลิ- เม็กซ์ เป็นเชนร้านอาหารชื่อดังมี 20 สาขาทั่ว เกาะฮ่องกงที่โด่งดังจากเมนูอาหารเม็กซิกัน อเมริกันสไตล์แคลิฟลอเนีย




นาย ไมค์ วาร์ด เปิดเผยว่า “คาลิ-เม็กซ์ ประเทศไทย วางแผนขยายธุรกิจ โดยได้การตอบรับ จากลูกค้าในเมืองไทยอย่างดี.  โดยมี 3 โมเดล คือ Cali-Mex Bar & Grill, Cali-Mex Tequeria, Cali-Mexdelivery ผ่าน Food Panda  และเร่งเปิดสาขาจำนวน 20 แห่งภายในระยะเวลา 3 ปี” 



นาย ไมค์ วาร์ด เปิดเผยว่า “คาลิ-เม็กซ์ ประเทศไทย วางแผนขยายธุรกิจ โดยได้การตอบรับ จากลูกค้าในเมืองไทยอย่างดี.  โดยมี 3 โมเดล คือ Cali-Mex Bar & Grill, Cali-Mex Tequeria, Cali-Mexdelivery ผ่าน Food Panda  และเร่งเปิดสาขาจำนวน 20 แห่งภายในระยะเวลา 3 ปี” 
คาลิ-เม็กซ์ บาร์ แอนด์ กริลล์ ซอย11 เพิ่มความพิเศษที่นับเป็นซิกเนอร์เจอร์ของคาลิ-เม็กซ์ อีกอย่างหนึ่งก็คือ คือ บาร์ Williamburg ที่นำ  Gin และ  Bourbon มากกว่า 30 ชนิด ให้ท่านได้ลิ้มลอง   นอกจากนี้ คาลิ-เม็กซ์ ยังเป็นร้านอาหารเพียงแห่งเดียวในกรุงเทพมหานคร ที่เสริฟ ก๊อกจ่ายเบียร์ (Beer Tap) ทุกโต๊ะ ไว้พร้อมบริการท่าน พร้อมเมนู ประเภท เนื้อคุณภาพอีกหลายหลาย เช่น พอร็คชอป หรือ เป็ดอบ หรือ สเต็ก เนื้อ USDA ที่ ได้ รับ ความนิยม ขณะนี้. 
ส่วนเมนูเมกซิกันหลักเช่น เบอริโต (Burritos) ที่ลูกค้าสามารถเลือกเนื้อ ผักและซอสได้เอง การ์เด้นสลัด (garden-fresh salads), quesadillas, enchiladas, nachos และ house-made guacamole และเมนูมังสวิรัติ ได้แก่ Venice Beach Vegan สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรับประทานเนื้อสัตว์ ยังคงพร้อมเสริฟที่สาขานี้อีกด้วย


นอกจากอาหารเม็กซิกันแล้ว เรายังมีเมนูที่ได้รับความนิยมอย่าง เบอร์เกอร์นานาชนิด และเมนูย่าง อาทิ ริบอาย สเต็ก (rib-eye steak), ฟิช แอนด์ ชิพ Fish & Chips, แอทแลนติค แซลมอนย่าง (grilled Atlantic salmon) และไก่ Parmigiana โดยลูกค้าสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ตั้งแต่เผ็ดน้อยจนถึงเผ็ดมาก คาลิ-เม็กซ์พิถีพิถันเลือกวัตถุดิบหลักที่ใช้ปรุงอาหาร จากฟาร์มและแหล่งผลิตคุณภาพสูงจากทั่วโลกที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเท่านั้น 
  

คาลิ-เม็กซ์ ไทยแลนด์ ฉลองเปิดสาขา Flagship

เปิดตัว ลอส แอทติโก บาร์ สไตลส์ เม็กซิกัน ที่ สุขุมวิท ซอย 11


ม.ร. ไมค์ วาร์ด ผู้จัดการประจำภาคไทย คาลิ–เม็กซ์ ไทยแลนด์ร้านอาหารเม็กซิกัน สไตล์แคลิฟอเนียจัดงานฉลองเปิดร้านอาหาร คาลิ-เม็กซ์ บาร์ แอนด์ กริลล์ ซอย 11 (Cali-Mex Bar & Grill) 
สาขา Flagship และ เปิดตัว (Los Atico) ลอส แอทติโก เม็กซิกัน บาร์ ที่สุขุมวิท ซอย 11 ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา.  คาลิ- เม็กซ์ เป็นเชนร้านอาหารชื่อดังมี 20 สาขาทั่ว เกาะฮ่องกงที่โด่งดังจากเมนูอาหารเม็กซิกัน อเมริกันสไตล์แคลิฟลอเนีย




นาย ไมค์ วาร์ด เปิดเผยว่า “คาลิ-เม็กซ์ ประเทศไทย วางแผนขยายธุรกิจ โดยได้การตอบรับ จากลูกค้าในเมืองไทยอย่างดี.  โดยมี 3 โมเดล คือ Cali-Mex Bar & Grill, Cali-Mex Tequeria, Cali-Mexdelivery ผ่าน Food Panda  และเร่งเปิดสาขาจำนวน 20 แห่งภายในระยะเวลา 3 ปี”

นาย ไมค์ วาร์ด เปิดเผยว่า “คาลิ-เม็กซ์ ประเทศไทย วางแผนขยายธุรกิจ โดยได้การตอบรับ จากลูกค้าในเมืองไทยอย่างดี.  โดยมี 3 โมเดล คือ Cali-Mex Bar & Grill, Cali-Mex Tequeria, Cali-Mexdelivery ผ่าน Food Panda  และเร่งเปิดสาขาจำนวน 20 แห่งภายในระยะเวลา 3 ปี” 
คาลิ-เม็กซ์ บาร์ แอนด์ กริลล์ ซอย11 เพิ่มความพิเศษที่นับเป็นซิกเนอร์เจอร์ของคาลิ-เม็กซ์ อีกอย่างหนึ่งก็คือ คือ บาร์ Williamburg ที่นำ  Gin และ  Bourbon มากกว่า 30 ชนิด ให้ท่านได้ลิ้มลอง   นอกจากนี้ คาลิ-เม็กซ์ ยังเป็นร้านอาหารเพียงแห่งเดียวในกรุงเทพมหานคร ที่เสริฟ ก๊อกจ่ายเบียร์ (Beer Tap) ทุกโต๊ะ ไว้พร้อมบริการท่าน พร้อมเมนู ประเภท เนื้อคุณภาพอีกหลายหลาย เช่น พอร็คชอป หรือ เป็ดอบ หรือ สเต็ก เนื้อ USDA ที่ ได้ รับ ความนิยม ขณะนี้

ส่วนเมนูเมกซิกันหลักเช่น เบอริโต (Burritos) ที่ลูกค้าสามารถเลือกเนื้อ ผักและซอสได้เอง การ์เด้นสลัด (garden-fresh salads), quesadillas, enchiladas, nachos และ house-made guacamole และเมนูมังสวิรัติ ได้แก่ Venice Beach Vegan สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรับประทานเนื้อสัตว์ ยังคงพร้อมเสริฟที่สาขานี้อีกด้วย
นอกจากอาหารเม็กซิกันแล้ว เรายังมีเมนูที่ได้รับความนิยมอย่าง เบอร์เกอร์นานาชนิด และเมนูย่าง อาทิ ริบอาย สเต็ก (rib-eye steak), ฟิช แอนด์ ชิพ Fish & Chips, แอทแลนติค แซลมอนย่าง (grilled Atlantic salmon) และไก่ Parmigiana โดยลูกค้าสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ตั้งแต่เผ็ดน้อยจนถึงเผ็ดมาก คาลิ-เม็กซ์พิถีพิถันเลือกวัตถุดิบหลักที่ใช้ปรุงอาหาร จากฟาร์มและแหล่งผลิตคุณภาพสูงจากทั่วโลกที่
มีความรับผิดชอบต่อสังคมเท่านั้น 
  

20 กุมภาพันธ์ 2562

“ลำปาง ปลายทางฝัน”ผู้ว่าฯ ลั่นกลองยกทัพของดีเมืองลำปางโชว์กลางลานเซ็นทรัลเวิลด์

ยกขบวนของดีโชว์คนกรุงเทพฯ
และนักท่องเที่ยว 
3 วัน  เต็มหน้าลานเซ็นทรัลเวิร์ด


ทำเอาคนกรุงเทพฯ ตื่นตาตื่นใจไม่น้อย สำหรับจังหวัดลำปางที่ได้คัดสรรสุดยอดของดีเมืองลำปาง นำมาจัดแสดง Lampang Open House ยกขบวนของดีที่สุดของจังหวัดโชว์คนกรุงเทพฯและนักท่องเที่ยว พร้อมชวนเดินทางสัมผัสมนต์เสน่ห์ “ลำปาง ปลายทางฝัน” โดยได้รับเกียรติ จาก นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม  ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติในจังหวัดลำปางอีกมากมาย อาทิ คุณชัยวัฒน์ หาญสมวงศ์ ประธานสมาคม SME แห่งประเทศไทย คุณปาลิตา คำปันนา รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลำปาง คุณชูฤทธิ์ อันนารา ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง คุณพากร วังศิราบัตรกรรมการสภาอุตสาหกรรม คุณสุวิทย์ เชิญปัญญา นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัยร่วมด้วยคุณปิติพร ชุติสิริวัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มงานการสื่อสารการตลาดองค์กร ฝ่ายการตลาด บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)




โดยนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า “ สำนักงานจังหวัดลำปาง ได้จัดงาน “เปิดลำปาง…ปลายทางฝัน” Lampang Open House ” ขึ้น 3 วัน ระหว่างวันที่ 20-22  กุมภาพันธ์  2562 ณ  ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  กิจกรรมนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สนองนโยบายของรัฐบาลเพื่อเดินหน้าประเทศไทย เดินหน้าท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ที่บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัดให้ได้มีส่วนในการจัดงานร่วมกัน  งานนี้ถือเป็นการเปิดบ้านโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกิจกรรมทางการท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพของจังหวัดลำปางและเพื่อให้เป็นไปตามทิศทางการพัฒนาภาคเหนือที่มีเป้าเป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง เป็นการส่งเสริม 

ด้านการตลาดท่องเที่ยว สินค้าและบริการ รวมทั้งเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของจังหวัดลำปางที่ว่า  “เมืองน่าอยู่ นครแห่งความสุข” สร้างแรงจูงใจให้ผู้คนทั่วไปได้รู้จักจังหวัดลำปางอย่างกว้างขวางและเลือกจังหวัดลำปางเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยว   



 
ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีและยั่งยืน จังหวัดลำปางเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่หลายคนก็ยังไม่ทราบว่าลำปางยังมีของดีอะไรซ่อนอยู่อีกมากมาย เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางไปยังจังหวัดลำปางมากยิ่งขึ้น จึงได้คัดสรรสุดยอดของดีเมืองลำปางมาจัดกิจกรรมกลางกรุงเทพฯ ผู้มาร่วมงานจะได้รู้จักอีกแง่มุมของ ลําปาง เมืองปลายทางฝัน ซึ่งเป็นเมืองน่าอยู่ เป็นนครแห่งความสุข และจะไม่เป็นเมืองที่แค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปอีกต่อไป”

สำหรับในวันเปิดงานที่ผ่านมา มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างการแสดง “กลองปู่จา” พร้อมพบกับพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการด้วยการตีกลอง โดยมี   นิว ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต นักแสดงที่หลงรักการท่องเที่ยวทุกรูปแบบให้เกียรติมาร่วมงาน"ลำปาง..ปลายทางฝัน" ด้วย




สินค้า Hilight 'ในงาน เปิดลำปาง ปลายทางฝัน 
Lampang Open House ได้แก่

- เซรามิค สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดลำปาง ทั้งของใช้และของตกแต่ง

- ผ้าฝ้ายสายน้ำแร่แจ้ซ้อน ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีกระบวนการการย้อมที่ใช้น้ำแร่ที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาย้อมด้วยกรรมวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีจนได้สีธรรมชาติที่มีเฉดสีสดสวย สว่างกว่า สีธรรมชาติทั่วไป

- บัวดีไซน์ แบรนด์เสื้อผ้าพื้นเมืองสไตล์ล้านนาประยุกต์ เน้นการใช้ผ้าฝ้าย ผ้าไหมทอมือ จากเส้นใยธรรมชาติ มาจากชุมชนทางภาคเหนือตอนบน ตัดเย็บอย่างปราณีต และมีการใช้กระดุมที่ทำจากเซรามิก ตกแต่ง ผสมผสานระหว่างงานผ้าและงานเซรามิกได้อย่างลงตัว

- งานไม้  ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านที่ทำจากไม้ คุณภาพส่งออก 

- กาแฟสด จากบ้านแม่แจ๋ม อ.เมืองปาน ซึ่งกาแฟมีลักษณะเมล็ดค่อนข้างกลม สมบูรณ์ เพราะปลูกในสภาพอากาศที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร และสภาพดินดีเหมาะกับการปลูกกาแฟ ทำให้เมล็ดกาแฟที่บ้านแม่แจ๋มมีกลิ่นหอมกว่า และรสละมุน

แมคคาเดเมีย แมคคาเดเมียจาดบ้านแม่แจ๋มมีคุณภาพดี เม็ดใหญ่กว่าทั่วไป เคี้ยวมันอร่อย




-




ในงานยังมีอาหารประเภทเส้น  เมนูเด็ดจากร้านชื่อดังเมืองลำปาง การันตีด้วยรางวัล The Best of Lampang ลำแต๊ แต๊  เช่น  ก๋วยเตี๋ยว ข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยวและอาหารแปรรูปที่ขึ้นชื่อของจังหวัดลำปาง ใครไปก็พลาดไม่ได้ที่จะซื้อมาเป็นของฝาก



งานนี้ จะยกของฝากชื่อดังจากลำปาง  มาไว้ในงานเดียวที่ได้ทั้งชิมและเลือกซื้อ  - ไส้อั๋วสุภัทรา- ข้าวแต๋นทวีพรรณ - ลูกชิ้น โกไข่ - หมูยอ ป้าปี๋ นอกจากนี้ยังมีศิลปินที่จะสับเปลี่ยนมาสร้างสีสันตลอด 3 วัน ได้แก่ ชาติ สุชาติ,  มาเรียม เกรย์,เอิ๊ต ภัทรวี, ลูกหว้า พิจิกา, นนท์ ธนนท์ และแพรว คณิตกุล อีกด้วย

“สมาร์ทฟินน์” FINTECH STARTUP แพลตฟอร์มแมชชิ่ง

“สมาร์ทฟินน์” ขายฝากอสังหาริมทรัพย์ระหว่างผู้ต้องการเงินกับนักลงทุน 


“สมาร์ทฟินน์”  ตั้งเป้าปี 62 เพิ่มดีลกว่า 1,000 สัญญา มูลค่ากว่า 3,000 ลบ.ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ SMES เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นโดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสนอราคาหรือ Bidding Rate ได้ สร้างความพอใจทั้งสองฝ่าย ภายใต้อัตราที่กฎหมายกำหนด ตั้งเป้าหมายภายในปี 2562 สามารถ Matching Deal ให้ได้มากกว่า 1,000 สัญญา มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือมีภาระหนี้ ที่ไม่สามารถกู้หรือขอวงเงินจากที่ใดได้ รวมถึงช่วยกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

นางสาวปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด เปิดเผยว่า การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ มีมานานกว่า 60 ปี โดยธุรกิจขายฝากมีมูลค่ารวม 30,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งผู้ที่นำทรัพย์ของตนมาขายฝาก มักมีความจำเป็นเร่งด่วน ผู้ขายฝากต้องเผชิญกับข้อเสนอที่ไม่ค่อยเป็นธรรมนัก และมักมีรูปแบบการซื้อฝาก ขายฝาก แบบเรียกดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ส่วนผู้รับซื้อฝากก็อาจติดขัดเรื่องระยะเวลาการเดินทางไปดูทรัพย์ที่จะมาขายฝาก ด้วยช่องว่างจากปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น SMARTFINN จึงสร้างแพลตฟอร์มแมชชิ่ง การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ระหว่างผู้ต้องการเงินกับนักลงทุน โดยนำช่องทางเทคโนโลยีมาใช้ ผ่านช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ www.smartfinn.co.th ให้เกิดประโยชน์กับผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก ใน Deal
(ข้อตกลง) ที่เป็นธรรมและมีมาตรฐาน



ซึ่งจะเป็นการช่วยผู้ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือมีภาระหนี้ ที่ไม่สามารถกู้หรือขอวงเงินจากสถาบันการเงินได้ ให้เป็นทางเลือกของ SMEs ไม่ต้องไปพึ่งนายทุนนอกระบบ โดยนักลงทุนกับผู้ขายฝากสามารถเสนอราคาหรือ Bidding Rate กันได้ สร้างความพึงพอใจให้ทั้ง 2 ฝ่าย (ภายใต้อัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด) นักลงทุนจะมีอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงกว่าเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงิน รวมถึงได้ช่วยเหลือ SMEs ไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ SMEs ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น  นอกจาก SMARTFINN จะเป็นแพลตฟอร์มแมชชิ่ง ที่เสนอราคาแข่งขันกันได้แล้ว ยังมีจุดเด่นที่ การตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สินเป็นหลัก  โดยบริษัทประเมินที่มีมาตรฐาน ใช้เวลาอนุมัติไวไม่เกิน 2 สัปดาห์เท่านั้น


และจากการดำเนินการมาตลอดระยะเวลาร่วม 2 ปี SMARTFINN มีผลตอบรับที่ดี เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงิน เนื่องจากสถาบันการเงินต่างมีหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อ จึงทำให้ SMARTFINN เป็นตัวเลือกที่สำคัญที่ช่วยนำแพลตฟอร์มมาเชื่อมโยง ผู้ที่ต้องการเงินทุนและมีอสังหาริมทรัพย์เข้ากับผู้ที่มีเงินและต้องการผลตอบแทนมาพบกัน โดยผลประกอบการในปี 2561 SMARTFINN สามารถแมชชิ่งดีลให้ลูกค้าได้กว่า 260 ดีล เป็นมูลค่ารวมกว่า 800 ล้านบาท และในปี 2562 SMARTFINN ตั้งเป้าหมาย แมชชิ่งดีลให้ได้มากกว่า 1,000 สัญญา มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้ามาลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม www.smartfinn.co.thและโทรศัพท์เข้ามาด้วยร่วม 5,000 ราย และ SMARTFINN สามารถแมชชิ่งดีลได้แล้วกว่า 300 ดีล โดยยังอยู่ในระยะรอผลอีกประมาณ 200 เคส 


โดยปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่า SMEs มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก ทั้งทำให้เกิดการสร้างงาน และกระจายรายได้ เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้มีการเติบโต และที่สำคัญคือ SMEs ไทยเป็นหน่วยธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศสูงมาก แต่ปัญหาและอุปสรรคของ SMEs ไทยคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่ง SMARTFINN เล็งเห็งถึงปัญหานี้จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน SMEs ไทย ให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในการพัฒนากิจการให้แข็งแกร่ง และเมื่อ SMEs แข็งแรงขึ้น ก็เท่ากับช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นได้อีกด้วย นางสาวปริสุทธิ์ กล่าวปิดท้าย

ชี้พิกัดยอดฮิต กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆ เป็นๆ เผากันสดๆ

บ้านชิดกรุง กุ้งเผา สามโคก ปทุมธานี


เมื่อบ้านชิดกรุง  ร้านอาหารไทย บ้านไม้เก่า ใต้ถุนสูงริมแม่น้ำ ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ภาพวาดขาวดำ และของสะสมโบราณ ระเบียงไม้ยื่นออกไปรับลมแม่น้ำเย็นๆ ทอดสายตาชมบรรยากาศวิถีชีวิตชุมชนริมแม่น้ำ เรือขนทราย ขนข้าว สัญจรผ่านไปมาตัดคุ้งน้ำกว้างใหญ่ นกน้อยบินเอื่อยริมน้ำ  
ชวนมาปักหมุน เช็คอินทานของอร่อย ให้ทุกคนได้ลิ้มลองกันในรูปแบบอาหารไทยแท้ๆ  และสายช้อปวันวันเสาร์-อาทิตย์  Toptotravel  อยากเชิญชวนไปกินกุ้งแม่น้ำราคาหลักร้อยกันคะ และย่านนั้นมีตลาดริมน้ำสามโคก บริเวณทางเข้าร้านบ้านชิดกรุง อิ่มท้อง แล้วเดินย่อยได้อีกด้วย และถ้าอิ่มท้องแล้วในย่านนั้น ยังมีสถานที่เที่ยวใกล้เคียง  แวะนมัสการหลวงพ่อโต และหลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากบ้านชิดกรุง ประมาณ 5 กิโล


ชื่อร้านบ้านชิดกรุงกุ้งเผา บ่งบอกอยู่แล้วว่ามาร้านนี้ไม่ผิดหวังเรื่องกุ้งแม่น้ำแน่นอน สรรหามาจากทั่วทั้งประเทศ ซึ่งหากใครทาน กุ้งแม่น้ำ จะรู้เลยว่า รสชาติหวานกรอบทานได้ทั้งตัว (ยกเว้นเปลือกกุ้ง)



งานนี้ คุณไม่ต้องไปไกลถึงเมือง อยุธยา ก็ได้ทานของดีชั้นเลิศนี่แล้ว   เพราะนอกจาก ความสดอร่อย คุณภาพดี ที่นี่จะครองแชมป์อันดับหนึ่งของโลก ที่ได้รับตำแหน่งเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวมาเยือนมากสุดหลายปีมาแล้ว  มาทานกุ้งเผาและอาหารไทยฝีมือชาวรุ่นคุณย่าคุณยายในบรรยากาศบ้านไม้ริมน้ำสักมื้อ








ตัวร้านเป็นบ้านไม้เก่าแก่ริมน้ำ ตกแต่งทาสีใหม่เป็นสีเขียวอมฟ้าดูน่ารักนุ่มนวล ตั้งโต๊ะเก้าอี้ไม้มีให้เลือกหลายมุม จากระเบียงมองไปเห็นคุ้งน้ำเจ้าพระยาและวัดไผ่ล้อมฝั่งตรงข้าม ร้านนี้เปิดมาได้ 3 ปี ซึ่งก่อนหน้านั้นคุณใหญ่ ปุญชรัศมิ์ แก้ววัฒนะบรวงศ์ เจ้าของร้านเคยทำร้านกัลบกมานาน 6 ปี จนกระทั่งหลังน้ำท่วมครั้งใหญ่จึงย้ายมาที่นี่ ทำเป็นร้านบ้านๆขายเมนูพื้นบ้านทั่วไป ซึ่งที่ ร้านบ้านชิดกรุง  ทางร้านมีเมนูอาหารที่ทำมาจาก พืชผักที่มรีประโยชน์ และสมุนไพรต่างๆ  บอกเลยว่าแต่ละเมูนเด็ดๆ ทั้งนั้น แถมรสชาติก็นัวได้ใจ ว่าแล้วไปเริ่มกันที่เมนูแรกกันเลย






เมนูเด็ด ชั้นเลิศ แถมรสชาติเยี่ยมยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะทางชิงช้า ชาลี เขายังมีเมนูให้คุณเลือกทานกันอีกเป็นกองทัพ สัปดาห์นี้นึกไม่ออกว่าจะทานอะไร ก็แวะไปกันได้นะจ๊ะ รับรองว่าเด็ด จนต้องสั่งกลับบ้านอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่เราอยากแนะนำ เพราะทานแล้ว จากเบาๆ ก็มาหนักๆ กันบ้าง เมนูนี้มีชื่อว่า

กุ้งแม่น้ำทอดราดซอดผัดโหระพา เมนูใหม่ สูตรเฉพาะของบ้านชิดกรุง
ที่ให้คุณได้ลิ้มรสกุ้งแม่น้ำ ในแบบที่แตกต่าง
ต้มยำปลาทูมะดัน
เมนูใหม่ สูตรเฉพาะของบ้านชิดกรุง น้ำพริกโจร น้ำพริกยำ
หอมกะปิ กินกับผักสด สารพัด
ที่ให้คุณได้ลิ้มรสกุ้งแม่น้ำ ในแบบที่แตกต่าง
ผัดสะตอกุ้งสด
ต้มยำปลาทูใส่ใบมะดัน ลอยพริกหนูสวน
รสจัดจ้าน ด้วยเครื่องตำพริกสด จานต่อจาน
ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ปลาเนื้ออ่อน ตัวใหญ่
ราคาตามน้ำหนัก ที่ทานวันนี้ เกือบ ห้าขีด
พริกแกง ทางร้านตำเองทุกเมนู
าวผัดชิดกรุง ข้าวผัดที่ใส่ มันกุ้ง
ปลาตาเดียวทอดเกลือ กินกับเส้นหมี่
และราดด้วยน้ำจิ้มถั่วตัดโบราณ
ห่อหมกทะเล ผัดแห้งกะทะร้อน
หอมครบเครื่องห่อหมก

เมนูออกใหม่ทุกเทศกาล 2-3 เมนูใหม่ๆ เฉพาะร้าน







มาแล้วต้องโดน! กุ้งแน่น้ำเนื้อเด้งๆ ถูกผ่าครึ่งมันเยิ้มสีส้มตักมาราดบนข้าวสวยร้อนๆราดน้ำจิ้มซีฟู้ดอร่อยมากหากจะพูดถึง บ้านชิดกรุง  ร้านอาหารริมน้ำ สบายๆ อาหารอร่อย  น่าลิ้มลอง และหนึ่งในร้านที่เราอยากแนะนำให้ไปลองกัน คือขึ้นชื่อว่าเป็น ร้านอาหารใกล้ชิดติดธรรมชาติแท้ๆ
ที่มีลักษณะสบายๆ มีครบทุกอย่างที่คนเมืองกรุงต้องการ โดยเฉพาะของอร่อยตั้งแต่อาหารไทย รวมความเป็นอาหารไทยต้นตำรับที่มีบนโลกใบนี้ ที่สำคัญนั่งทานไปชมบรรยากาศริมน้ำ ลมพัดเย็นชื่นใจ อากาศดี๊ดี อาหารอร่อยมาก ราคาไม่แพง รสจัดจ้านครบเครื่อง



ปิดท้ายด้วยเมนู ปลาทูต้มมะดัน รสชาติจัดจ้านเปรี้ยวนำปลาทูเนื้อไม่แข็ง  ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ใช้กะทิผัดกับเครื่องพริกแกงกลิ่นหอม  สายบัวผัดกุ้ง สายบัวกรุบกรอบสูตรเฉพาะของทางร้าน ทั้งหมด ทั้งมวลเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากกินต่อไม่รอแล้วนะ เพราะเมนูวันนี้ยังไม่หมดซะทีเดียว เรามีเมนูจากกุ้งแม่น้ำตัวโต ที่อยากชวนให้ทุกคนได้ลองสั่งกัน เพราะคุณจะเลิฟมันมากถ้าได้ลองชิม



การเดินทาง :
บ้านชิดกรุงกุ้งเผา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ขอบอกทางไปร้านโดยละเอียด ให้ขึ้นทางด่วนอุดรรัถยาจากแจ้งวัฒนะไปลงที่บางพูน แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางไปปทุมธานี
ถึงสามแยกบ้านกลางที่มีโรงพยาบาลกรุงสยามเซ็นต์คาร์ลอส ให้เลี้ยวขวาไปตามป้ายปทุมธานี จากนั้นสักพักให้เบี่ยงซ้ายมือไปตามป้ายบอกทางสาย 346 ปทุมธานี วิ่งต่อไปอีก 1 กิโลครึ่ง ขึ้นสะพานปทุมธานีข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา วิ่งไปจนถึงสี่แยกถัดไปชื่อแยกสันติสุข ไม่ต้องขึ้นสะพานข้ามแยก แต่ให้เลี้ยวขวาตรงสี่แยกใต้สะพาน เข้าถนนปทุมธานี-สามโคก สาย 3111 วิ่งมา 4 ก.ม.
ผ่านที่ว่าการอำเภอสามโคกและวัดบางเตยกลาง พอข้ามคลองบางเตย ให้ชิดขวาเลี้ยวเข้าซอย วิ่งมาจนสุดทางที่ตรวจคนเข้าเมืองจ.ปทุมธานี จอดรถแถวนั้น แล้วเดินเข้าซอยข้างตรวจคนเข้าเมือง
สังเกตุเห็นเห็นป้ายทางเข้าร้านบ้านชิดกรุงกุ้งเผาทางซ้ายมือ


www.facebook.com/baanchidkrung
123 หมู่ 9 ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
จองโต๊ะที่ 098-796-3266 / 089-447-5783
ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 11.00 - 20.00 น.