แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเงินการธนาคาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเงินการธนาคาร แสดงบทความทั้งหมด

22 ตุลาคม 2567

มาแล้ว!! SOū& และ RI-NÉ

ทำเลสุดฮอตสะเทือนวงการอสังหาขอนแก่นเปิดให้ชม 26-27 ต.ค.นี้

18 ตุลาคม 2567 – ขอนแก่น, บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย พร้อมแล้วกับการเปิดตัวรอบ VVIP สะเทือนวงการอสังหาริมทรัพย์จังหวัดขอนแก่น ส่ง 2 โครงการคอนโดมิเนียมน้องใหม่ บนพื้นที่ทำเลศักยภาพ ย่านกังสดาล ใจกลางเมืองขอนแก่น  SOū& (โซ-แอนด์) และ RI-NÉ (รี-เน่) ในวันที่ 26 – 27 ตุลาคมนี้ ณ โครงการ SOū& (โซ-แอนด์) และ RI-NÉ (รี-เน่) ขอนแก่น



SOū& หรือ โซ-แอนด์ แบรนด์คอนโดมิเนียม Low-Rise ของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) คอนโดมิเนียมของคนรุ่นใหม่ พื้นที่แห่งชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน สร้างสรรค์เพื่อคนรุ่นใหม่ ทุกสเปซพร้อมสร้างแรงบันดาลใจ ให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขีดจำกัด เติมพลังงานให้ชีวิตด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่ส่วนกลางสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ราคาเริ่มต้น 1.8 ล้านบาท*

และ RI-NÉ หรือ รี-เน่ แบรนด์คอนโดมิเนียม High-Rise ระดับพรีเมียม ของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “น้อยแต่มาก” เพื่อการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่สมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยการผสานงานสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยไว้เป็นหนึ่งเดียว สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่  ราคาเริ่มต้น 2.3 ล้านบาท*

แล้วพบกัน 26 – 27 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 – 18.00 น.* ณ SOū& (โซ-แอนด์) และ RI-NÉ (รี-เน่) ขอนแก่น 2 โครงการคอนโดมิเนียมคุณภาพจาก บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) พร้อมแล้วสำหรับการเปิดให้ชมห้องตัวอย่างเป็นครั้งแรก และจัดเต็มไปด้วยกิจกรรมภายในงานเพื่อต้อนรับลูกค้าคนพิเศษ รอบ VVIP สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ชาวขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียงห้ามพลาด!

ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าชมห้องตัวอย่างก่อนใครได้ที่ https://bit.ly/489bB7A

- ชมห้องตัวอย่าง SOū& และ RI-NÉ  Living Experience สุดเอ็กซ์คลูซีฟทุกรูปแบบ*

- Photo Booth ถ่ายภาพที่ระลึกสำหรับลูกค้าคนพิเศษ*

- อิ่มเอมกับอาหารว่างและเครื่องดื่มสุดพิเศษจาก Trinity Café คาเฟ่ชื่อดัง สไตล์ฝรั่งเศส*

- รับสิทธิพิเศษโปรโมชันและของที่ระลึกที่จัดให้ลูกค้าคนสำคัญในรอบ VVIP โดยเฉพาะ*


***สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น***

#CPLAND #ซีพีแลนด์ #CPLANDคุณภาพทุกชีวิต #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #เจอสุขเจอนั่นเจอนี่ #สุขจริงทุกจินตนาการ #AccessibleCommunitiesforLife #คอนโดใหม่ใจกลางขอนแก่น #คอนโดขอนแก่น #คอนโดย่านกังสดาล #SOū& #RI-NÉ #โซแอนด์ #รีเน่ #VVIPDAY #VVIPPRESALE

03 เมษายน 2567

กรุงศรี SME เดินหน้าด้วยกลยุทธ์ 3GO ‘GO Green – GO Digital – GO Beyond’ ปั้น SME ไทย เติบโตสู่ก้าวที่ยั่งยืน

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สานต่อคำมั่นสัญญาในการยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการ SME ไทยในทุกการก้าวผ่าน เผยกลยุทธ์กลุ่มงานลูกค้าธุรกิจ SME ในปี 2567มุ่งมั่นสนับสนุนลูกค้าในการสร้างมูลค่าควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3GO ประกอบด้วย ‘GO Green, GO Digital และ GO Beyond’ นำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ครอบคลุมทั้งการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม รวมถึงแพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างโอกาสธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวรับโอกาสการเติบโตสู่ก้าวที่ยั่งยืนต่อไป

นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยโอกาสและความท้าทายในหลากหลายมิติในช่วงปีที่ผ่านมา กรุงศรียังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการในการรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นผ่านโซลูชันที่ครบวงจร และองค์ความรู้ต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการและกระแสของโลกธุรกิจ โดยในปี 2566 ยอดสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจ SME มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่กลับสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดของโควิด และมียอดสินเชื่อคงค้างกว่า 339,000ล้านบาท ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นยอดสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับนโยบายด้านความยั่งยืน (ESG Finance) ของกลุ่มลูกค้า SME มีมูลค่ารวมกว่า 6,100 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา”

สำหรับทิศทางการดำเนินงานและกลยุทธ์ในปี 2567 นี้ กรุงศรีพร้อมเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจ SME ไทย ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมผลักดันการดำเนินธุรกิจบนกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์ “3GO” โดยมีรายละเอียดดังนี้



GO Green: มุ่งสนับสนุน SME ในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ กรุงศรี SME ยังคงมุ่งส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ถึงแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG)ผ่านเวทีสัมมนาต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้ลูกค้าได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่อง ESG และมีโอกาสได้พบกับพันธมิตรหรือเครือข่ายที่สามารถช่วยส่งเสริมในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจากผลตอบรับที่ดีในปีที่ผ่านมา กิจกรรม Krungsri ESG Awards ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สอง รวมถึงยังได้เตรียมเปิดโครงการ Krungsri ESG Academy เป็นปีแรกอีกด้วย อีกทั้งในปีนี้ กรุงศรี ร่วมกับ MUFGจัดงาน Krungsri-MUFG ESG Symposium 2024 มุ่งสร้างพลังเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรพันธมิตรที่มี
วิสัยทัศน์และพันธกิจด้าน ESG ทั้งในและต่างประเทศ ในการให้คำปรึกษา แนะนำ ส่งต่อแนวคิด และการนำมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ลูกค้าธุรกิจของธนาคาร 

GO Digital: ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจด้วยโซลูชันและนวัตกรรมดิจิทัลที่ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า SME ในการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์ม Krungsri Biz Online ซึ่งในปีนี้ ธนาคารมีแผนจะพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ การขยายเครือข่ายการให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ Peer-to-Peer Cross Border แบบเรียลไทม์ ให้ครอบคลุมในกลุ่มประเทศอาเซียนมากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้มีแผนที่จะขยายการบริการไปยังประเทศเวียดนาม รวมถึงการยกระดับโซลูชันสำหรับร้านค้าในยุคสังคมไร้เงินสด อาทิ Krungsri EDC Plus บริการรับชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยบัตรเครดิต และบัตรเดบิต ที่มีสัญลักษณ์ VISA MasterCard JCB และ UPI จากทุกสถาบันการเงินทั่วโลก พร้อมรองรับการรับชำระเงินออนไลน์ผ่านแอป กรุงศรี มั่งมี ช้อป เป็นต้น

GO Beyond:  นอกเหนือจากบริการทางเงิน ธนาคารมุ่งเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้า SME ที่มีความพร้อมและศักยภาพในการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกรุงศรี และ MUFG มีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สำคัญของกรุงศรี ที่ช่วยให้ลูกค้า SME ได้มีคู่ค้าที่น่าเชื่อถือ ผ่านแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจ Krungsri Business Link ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 2,000 บริษัท โดยปีนี้เราจะมีกิจกรรมออกบูธทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เพื่อแนะนำบริการนี้ให้กับธุรกิจทั่วไปอีกด้วย เสริมด้วยกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ Krungsri Business Matching กิจกรรมศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น Krungsri Business Journey และ บริการที่ปรึกษาสำหรับลูกค้าที่ต้องการขยายธุรกิจสู่อาเซียนKrungsri ASEAN LINK

“ท่ามกลางสภาวะทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ประกอบกับปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ยังคงมีความท้าทายอยู่อย่างต่อเนื่อง ในปีนี้เราจึงตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจ SME ที่ระดับ 2-3% และกรุงศรีจะยังคงสานต่อการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมากกว่าสถาบันการเงิน ยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจในทุกวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมคว้าโอกาสการเติบโตสู่ก้าวที่ยั่งยืนต่อไป” นางสาวดวงกมล กล่าวปิดท้าย 

Krungsri SME moves forward with the 3GO 

07 เมษายน 2566

ทีเอ็มบีธนชาต มอบรางวัล ‘ttb financial well-being awards’ ให้ 10 องค์กรชั้นนำดีเด่น

ที่ยกระดับสวัสดิการให้พนักงานในองค์กรมีชีวิตทางการเงินดีขึ้นรอบด้าน 

กรุงเทพฯ 7 เมษายน 2566 – ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มุ่งสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการธนาคารกับครั้งแรก!! ของการมอบรางวัล “ttb financial well-being awards 2022” ให้กับ 10 องค์กรชั้นนำดีเด่นที่ได้ยกระดับสวัสดิการให้พนักงานในองค์กรมีชีวิตทางการเงินดีขึ้นรอบด้าน ผ่านการส่งเสริมให้พนักงานมีความรอบรู้ ควบคู่กับการวางแผนบริหารจัดการด้านการเงินทั้งในส่วนของการออมเงิน บริหารจัดการหนี้อย่างเป็นระบบ วางแผนลดหย่อนภาษีด้วยกองทุนและประกันเพื่อให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

นางสาวนันทพร ตั้งเจริญศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์และประสบการณ์ลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า ปัจจุบันธนาคารได้ดูแลสิทธิพิเศษทางด้านการเงินให้กับองค์กรที่มีพนักงานใช้บัญชีเงินเดือนทีทีบี กว่า 6.5 พันองค์กร ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์พร้อมยกระดับประสบการณ์ เพื่อสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าบัญชีเงินเดือนทีทีบี กว่า 1 ล้านคนมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ธนาคารได้ร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ ส่งเสริมให้พนักงานในองค์กรได้รับการดูแลสวัสดิการที่ดีผ่านการให้ความรู้ ควบคู่กับการบริหารจัดการทางการเงินแบบรอบด้าน ถือเป็นเป้าหมายเดียวกันในการทำให้ชีวิตทางการเงินของพนักงานองค์กรดีขึ้นได้จริง โดยในปี 2565 แผนของธนาคารในระยะแรก ธนาคารได้เริ่มเป็นก้าวแรกกับ 1.1 พันองค์กร จากองค์กรทั้งหมดที่มีพนักงานใช้บัญชีเงินเดือนทีทีบี ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

โดยจากแผนระยะแรก ธนาคารได้คัดเลือก 10 องค์กรชั้นนำดีเด่น เพื่อมอบรางวัล “ttb financial well-being awards 2022” ที่ได้ยกระดับสวัสดิการให้พนักงานในองค์กรมีชีวิตทางการเงินดีขึ้น ผ่านการเพิ่มความรู้ ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักในการบริหารจัดการด้านการเงินให้กับพนักงานได้อย่างจริงจัง อาทิ

• ฉลาดออม ฉลาดใช้ (Mindful Spending & Smart Saving) องค์กรที่ส่งเสริมการเก็บออมเงินให้พนักงานในองค์กรมีเงินฝากเพื่อออมที่มากขึ้น ได้แก่ โรงพยาบาลธนบุรี (บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป) และบจก.ยาอินไทย (บริษัทในเครือโรงพยาบาลยันฮี)

• รอบรู้เรื่องกู้ยืม (Healthy Borrowing) ธนาคารและองค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในด้านนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดี ซึ่งองค์กรที่ส่งเสริมวินัยการบริหารจัดการหนี้ที่ดี พนักงานในองค์กรสามารถผ่อนจ่ายได้ตรงเวลา ไม่เกินกำหนดชำระ และมีการบริหารจัดการหนี้อย่างเป็นระบบผ่านการให้ความรู้ควบคู่กับโซลูชันทางการเงินเพื่อลดภาระหนี้ ได้แก่ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ และบจก.วีก้า ออโตเมชั่น (2000)

• ลงทุนเพื่ออนาคต (Investing for Future) องค์กรที่ส่งเสริมและให้ความรู้พนักงานเริ่มวางแผนเพื่ออนาคตผ่านการลงทุนเพื่อต่อยอดเงินให้งอกเงย ได้แก่ บจก.เอฟแอนด์เอส 79 และบจก.เอ็ม บี เค ดีเวลลอปเม้นท์

• มีความคุ้มครองที่อุ่นใจ (Sufficient Protection) องค์กรที่ส่งเสริมให้พนักงานได้เห็นความสำคัญของการมีความคุ้มครองในแต่ละช่วงชีวิต และพนักงานในองค์กรให้การตอบรับครอบคลุมความคุ้มครองในทุกด้าน องค์กรที่ได้รางวัลสาขานี้ ได้แก่ กลุ่มบริษัท เอส ซี และบจก.แวนด้าแพค

• วางแผนลดหย่อนภาษี (Tax Planning) พนักงานบัญชีเงินเดือนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญในด้านนี้ ซึ่งองค์กรที่ส่งเสริมการให้ความรู้ และการวางแผนเพื่อลดหย่อนภาษีผ่านผลิตภัณฑ์กองทุนรวมและความคุ้มครองจากประกันทุกประเภท ได้แก่ บจก.แอดวานซ์ เมดิคอล เซนเตอร์ (โรงพยาบาล ซีจีเอช) และบมจ.ฟาร์อีสท์ เฟมไลน์ ดีดีบี

ด้านนายจักรพันธ์ จารุธีรศานต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารงานขายและเครือข่ายการขายลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากการศึกษาพบว่าพนักงานเงินเดือนกว่า 95% มีภาระหนี้สิน ซึ่งธนาคารมีความเข้าใจและขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น เพื่อให้พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุข ส่งผลให้ประสิทธิภาพของงานมีมากขึ้นและยังเป็นแรงขับเคลื่อนองค์กรได้ดียิ่งขึ้น ทั้งสินเชื่อที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อโดยทั่วไป ดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงกว่าปกติ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ตลอดจนการเข้าร่วมแคมเปญพิเศษเพื่อเป็นของขวัญให้พนักงานบัญชีเงินเดือนทีทีบีที่จัดให้มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ธนาคารได้อยู่ระหว่างหารือกับองค์กรพันธมิตรที่มีความพร้อม เพื่อร่วมกันยกระดับสวัสดิการให้พนักงานในองค์กรมีชีวิตทางการเงินดีขึ้นรอบด้านในแผนระยะที่สองต่อไป”

“ทีเอ็มบีธนชาตเชื่อว่าสุขภาพทางการเงินที่ดี คือ พื้นฐานสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของชีวิต และด้วยความมุ่งมั่นของธนาคารในการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้แต่ละองค์กรเป็นองค์กรที่มองเห็นความสำคัญและช่วยเปลี่ยนชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับพนักงานเงินเดือนได้จริง เราจึงตอกย้ำด้วยการมอบรางวัล “ttb financial well-being award 2022” ให้กับองค์กรชั้นนำดีเด่น เพื่อถือเป็นการสนับสนุนให้องค์กรช่วยส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ ควบคู่การบริหารจัดการทางการเงินที่ดี และส่งผลให้พนักงานมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง” นางสาวนันทพร กล่าวสรุป

#ttbpayroll

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

21 มีนาคม 2566

ธนชาตประกันภัย โชว์ความสำเร็จในปี 2565

ขยายฐานนวัตกรรม รุกทุกช่องทาง ตอบโจทย์งานบริการ ตั้งเป้าดันเบี้ยโตเพิ่ม 16% ในปี 66

ธนชาตประกันภัย โชว์ความสำเร็จในปี 2565 คว้าเบี้ยประกันรับรวม 10,320 ล้านบาท เติบโต 24% ปีนี้ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วย “ขุมพลังที่ให้คุณมากกว่า” (Thanachart Insurance, The Power of Protection) มุ่งคว้าตำแหน่งผู้นำนวัตกรรมประกันภัย รุกหนักทุกช่องทางขาย เจาะตลาดประกันรถยนต์ไฟฟ้า ขยายฐานประกันภัยรถบรรทุก เพิ่มสัดส่วนลูกค้าประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลตอบโจทย์กลุ่มครอบครัว พร้อมยกระดับงานบริการแบบจัดเต็ม เดินเครื่องเทคโนโลยีความปลอดภัยบริหารทุกความเสี่ยง ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรตอกย้ำดีเอ็นเอประกันภัยอันดับ 1 ครองใจลูกค้า ดันเป้าหมายปีนี้เติบโต 16% คว้าเบี้ยรับรวม 12,000 ล้านบาท

นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เป้าหมายการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมในปี 2566 อยู่ที่ 12,000 ล้านบาท หรือเติบโต 16% ด้วยการสนับสนุนจาก บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) ที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง พร้อมผลักดันให้ธนชาตประกันภัยเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจประกันวินาศภัยลูกค้ารายย่อย ด้วยการดำเนินงานผ่านกลยุทธ์ 5 ขุมพลัง (Thanachart Insurance, The power of protection ธนชาตประกันภัยขุมพลังที่ให้คุณมากกว่า)


1. The power of protection. พลังของการดูแลความเสี่ยงให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมและตรงกับความต้องการ ในปีนี้จะมุ่งขยายตลาดประกันภัยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และประกันภัยคุ้มครองรถบรรทุก (Truck) โดยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะบุกทั้งป้ายแดงและปีต่ออายุ เน้นให้ความคุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี ด้วยเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมใกล้เคียงกับรถยนต์สันดาป พร้อมบริการหลังการขายระดับพรีเมี่ยมมาตรฐานของธนชาตประกันภัย โดยเฉพาะความกังวลเรื่องแบตเตอรี่รถหมดระหว่างการเดินทาง มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินประสานรถยกไปจุดชาร์ตที่ใกล้ที่สุดในรัศมี 20 กม. รวมถึงการพัฒนาบริการครบวงจร เพื่อมุ่งสู่ความเป็นผู้นำในตลาดประกันภัยรถไฟฟ้า นอกจากนี้ได้ขยายความเชี่ยวชาญไปยังตลาดรถบรรทุกใหญ่ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถบรรทุกใหญ่ ที่มีทั้งแบบประเภท 1 สำหรับรถบรรทุกใหญ่อายุ 1-10 ปี และประเภท 2+ สำหรับรถบรรทุกใหญ่อายุเกิน 10 ปี ในรูปแบบแพ็กเกจที่เข้าใจง่าย มีความชัดเจนเรื่องทุนประกันภัยและเบี้ยประกันภัย เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่าย ในขณะเดียวกันจะเพิ่มสัดส่วนในผลิตภัณฑ์ประกันภัยคุ้มครองสินเชื่อ ประกันภัยคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับกลุ่มครอบครัว เพื่อช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเงินให้กับลูกค้าด้วย 

2. The power of partnerships. พลังของการเสริมเครือข่ายพันธมิตรให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจร่วมกับพันธมิตรปัจจุบันเพื่อรักษาฐานการตลาด ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมให้กับกลุ่มลูกค้าปัจจุบันของบริษัทและยังขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ด้วย พร้อมกันนี้ ธนชาตประกันภัยยังได้ดำเนินการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพและภูมิภาค ทั้งในกลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่อ โบรกเกอร์ และดีลเลอร์ที่ขายงานรถ EV และรถบรรทุกโดยตรงอย่างต่อเนื่อง

3. The power of ultimate services. พลังของการสร้างประสบการณ์งานบริการที่เหนือกว่า ธนชาตประกันภัยพัฒนางานบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวก รวดเร็ว และง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งด้านเครือข่ายอู่ซ่อมรถยนต์และศูนย์บริการที่มีมาตรฐานครอบคลุมทุกจังหวัดกว่า 1,600 แห่งทั่วประเทศ การขับเคลื่อนองค์กรให้เป็น Digital Insurance โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ การให้บริการผ่าน Line Service  “ธนชาตประกันภัย” ซึ่งลูกค้าสามารถแจ้งอุบัติเหตุไปจนถึงต่ออายุกรมธรรม์ได้ง่ายๆ อีกทั้งยังเพิ่มบริการ Meet and Care ผู้ช่วยส่วนตัวดูแลงานซ่อมรถแทนลูกค้า ตั้งแต่การประสานงานกับอู่ซ่อมรถ รายงานสถานะงานซ่อมทุกระยะ รวมถึงช่วยตรวจคุณภาพงานซ่อมก่อนส่งมอบรถคืนให้กับลูกค้า โดยปีนี้จะขยายพื้นที่บริการ Meet and Care ไปยังสาขาธนชาตประกันภัยเพิ่มเติมอีก 14 แห่ง และยังได้เปิดตัวบริการ “Photo Claim” ซึ่งให้ลูกค้าสามารถจัดการงานเคลมได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่สำรวจภัยให้บริการซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ความสะดวกและรวดเร็วให้กับลูกค้ายิ่งขึ้น

4. The power of technology พลังสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้ข้อมูล ธนชาตประกันภัยให้ความสำคัญกับระบบ Information Security Management System (ISMS) ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ซึ่งได้ผ่านการรับรองตามมาตรฐานระดับสากล ISO/IEC 27001:2013 แล้ว ยังได้พัฒนาระบบการทำงานแบบ Automate โดยใช้เทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA) มาประยุกต์ใช้เพื่อลดเวลาดำเนินการ อาทิ ขั้นตอนการจัดอะไหล่ได้ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาทีม Data Scientist ผนวกกับการลงทุนโครงสร้างด้าน Infrastructure จัดทำ Data - Lake เพื่อพัฒนา AI ของตนเอง เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการด้านผลิตภัณฑ์และบริหารประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง 

5. The power of people พลังของบุคลากร ธนชาตประกันภัยเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยผลสำเร็จของงาน จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า โดยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรผ่าน IDO Culture ทั้งเรื่องของ Insightful มีความเชี่ยวชาญในงานที่ทำ Dynamic ยืดหยุ่น ความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว และ Optimal รู้จักวางแผนพร้อมจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างมาตรฐานการทำงานให้มีความสุข เน้นผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงาน โดยนำเครื่องมือด้านบริหารบุคลากรมาใช้ในหลายมิติ อาทิ การจัดทำ OKR และ KPI, ส่งเสริมรูปแบบการทำงานแบบ Agile, การปรับวิธีการทำงานให้สอดรับกับคนรุ่นใหม่ เช่น การปรับสำนักงานให้เป็นแบบ Hybrid Workplace 

สำหรับภาพรวมความสำเร็จในปี 2565 ที่ผ่านมา ธนชาตประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 10,320 ล้านบาท เติบโต 24%  มีกำไรสุทธิ 697 ล้านบาท โดยมาจากประกันภัยรถยนต์ 89% จากทุกช่องทางการจำหน่าย พร้อมฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง  ส่งผลให้สถาบันทริสเรทติ้งยังคงจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่ระดับ AA- (stable)  สะท้อนมุมมองให้เห็นว่าธนชาตประกันภัยมีศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่อยู่ในระดับที่ดีมาก

“เราเป็นบริษัทประกันภัยที่มีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยความแข็งแกร่งมั่นคงทางการเงิน บริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยสร้างสรรค์คุณภาพงานบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์ธนชาตประกันภัย ที่พร้อมจะมุ่งสู่อันดับ 1 ในใจของลูกค้าด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัย” นายพีระพัฒน์ กล่าว.../

26 พฤศจิกายน 2565

Blockchain Thailand Genesis2022 : Road to Web3” เปิดประตูสู่โลกอนาคต หวังสร้างโอกาสทองเศรษฐกิจไทย

ยิ่งใหญ่ ล้ำสมัย  สมชื่องานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย


ยิ่งใหญ่ ล้ำสมัย !! สมเกียรติที่ได้ชื่อว่าเป็นงานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยกับงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022” ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 ภายใต้ธีม “Road to Web3” ที่งานนี้นับว่าเป็นการสร้างโอกาสให้กับคนไทยได้เรียนรู้โลกยุคใหม่ กับยุควิวัฒนาการ Web 3.0 อนาคตโลกอินเตอร์เน็ตที่ไร้ตัวกลาง โดยคาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นการสร้างโอกาสทองครั้งสำคัญสำหรับคนไทย ธุรกิจไทย เพื่อความมั่นคง ยั่งยืน และดีขึ้นของเศรษฐกิจไทยไทยให้ก้าวขึ้นเป็นอันดับต้นของอาเซียน 

นายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย กล่าวว่า สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เป็นองค์กรหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่แห่งสินทรัพย์ดิจิทัล โดยคาดหวังให้สมาคมฯ เป็น

ส่วนหนึ่งในการให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจในวงการ Cryptocurrency (สินทรัพย์ดิจิทัล) ได้เข้าใจถึงเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการในประเทศไทยได้มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ 

นายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ 

ดังนั้น สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และ เครือบริษัท Cryptomind จึงเกิดการร่วมมือเพื่อจัดงานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย Blockchain Thailand Genesis ขึ้นเป็นปีที่ 5 ภายใต้ชื่องาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 – presented by 100X and Bitazza” ระหว่างวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งงานในปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ทั้งพื้นที่การจัดงานที่ใหญ่ขึ้น รูปแบบของงานที่หลากหลาย การรวบรวมเหล่าคนดังในวงการ Cryptocurrency และ Blockchain ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 80 ท่านมาร่วมพูดคุย เสวนา และให้ความรู้มากกว่า 30 Session บนเวทีทั้ง 3 เวทีภายในงาน  และการร่วมกิจกรรมสนุกๆ ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย รวมถึงห้ามพลาดกับ Workshop อีกกว่า 11 Sessionที่คัดสรรคุณภาพมาอย่างดีและรับประกันความรู้อัดแน่น นอกจากนี้ยังมีบริษัทชั้นนำที่น่าสนใจมาร่วมออกบูธอีกกว่า 40 บูธตลอดทั้ง 2 วัน



สำหรับปีนี้งาน Blockchain Thailand Genesis 2022 จัดขึ้นภายใต้ธีม Road to Web3 โดย Web 3.0 หรืออนาคตโลกอินเตอร์เน็ตที่ไร้ตัวกลาง คือแนวคิดรูปแบบของเว็บไซต์ในอนาคตที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นยุคใหม่ของอินเทอร์เน็ต ที่มีความฉลาดมากขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ รวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้ในเครือข่ายเพื่อเป็นแหล่งเก็บข้อมูลของโลกที่ไร้ตัวกลาง เปิดให้ทุกคนช่วยกันดูแลข้อมูล (Blockchain) และเป็นรากฐานสำคัญของ Cryptocurrency, DeFi, Metaverse และ NFT


นายสัญชัย ปอปลี 

นายสัญชัย ปอปลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด และที่ปรึกษาสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ในฐานะผู้จัดงานหลักของงาน Blockchain Thailand Genesis กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2021 มูลค่าตลาดรวมของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เคยสูงถึงราวๆ 3 ล้านล้านดอลลาร์ มีโปรเจคคริปโตถูกพัฒนาและต่อยอดขึ้นมาใหม่มากมาย ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกมีแนวโน้มสนใจในการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Cryptocurrency ที่มากขึ้น รวมไปถึงเม็ดเงินจากสถาบันการเงินต่างๆ ก็ไหลเข้ามาสู่อุตสาหกรรมสินทรัพย์เช่นกัน ดังนั้นอะไรที่จะทำให้ Blockchain  เกิด Mass Adoption ที่มากขึ้น ทิศทางของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในปีนี้และปีหน้าจะเป็นอย่างไร มาร่วมหาคำตอบได้ภายในงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 – presented by 100X and Bitazza” 




โดยตลอดวันงานทั้ง 2 วันนั้น เราได้ยกผู้มีประสบการณ์ และวิทยากรระดับโลกมาให้กับคนไทยกว่า 100 ท่าน ไม่ว่าจะเป็น คุณศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, คุณสัญชัย ปอปลี จาก Cryptomind Group, คุณจรินทร ฐิตะดิลก จาก GuildFi , คุณกานต์นิธิ ทองธนากุล จาก Merkle Capital, ดร.นที เทพโภชน์ จาก Block Mountain, คุณอดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ จาก 100X, คุณกวิน พงษ์พันธ์เดชา จาก Bitazza, คุณสิทธิณัฐ หาเรือนพืชน์ จาก Inspex, คุณพุทธิพร หงษ์สุรกุล จาก Bitkub Chain, คุณธนศักดิ์ กฤษณะเศรณี จาก XSpring Digital, คุณกัมปนาท วิมลโนท จาก KX Venture Investment, คุณอภิญญา เรืองทวีคูณ จาก Kubix Digital Asset, คุณพุฒิกานต์ เอารัตน์ จาก InnovestX, คุณพรรณธร ลออรรถวุฒิ, CFA จาก Vuca Digital, อ.พิริยะ สัมพันธารักษ์ จาก Chaloke.com และ คุณพลากร ยอดชมญาณ จาก Kulab  และ Speaker ระดับโลก เช่น Sean Hwang จาก MARBLEX, Minh Ho จาก Coin98, Giang Tran จาก Aura Network และ Kris Kay จาก CGame (Meta Utopia) 



และที่ห้ามพลาดเลยสำหรับงานนี้ คือ 11 Workshops คุณภาพ กับผู้เชี่ยวชาญที่มาจะถ่ายทอดเคล็ดลับแบบหมดเปลือก เกี่ยวกับ Blockchain, Digital Asset, NFT, Metaverse ไปจนถึงการวางแผนลงทุน แบบ Step by Step สุดใกล้ชิด และ Exclusive จากบริษัท รวมถึง Community ชั้นนำ อาทิเช่น Bitazza, Merkle Capital, Inspex, TokenX, Crown Token, Local Bitcoin Thailand Community, Bitkub Chain, Coral และ Cryptomind Advisory  

โดยผู้จัดงานได้จัดเต็มกับของรางวัลจากบูทผู้สนับสนุนการจัดงานอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น iPhone 14 Pro Max, iPad Pro, Apple Watch Series 8, Airpods Pro 2, Paragon Gift Voucher เท่านั้นไม่พอ ยังมีไอเท็มเด็ดที่ชาวคริปโตต้องมีอย่าง Hardware Wallet, KASIKORN X Powerbank, KUB Coin, หนังสือ The Bitcoin Standard พร้อมลายเซ็น อาจารย์พิริยะ และ คุณหาญ พีรพัฒน์, หนังสือ Cryptomind Research, GuildFi Notebook รวมถึงเหรียญและของรางวัลอื่นๆ ให้ตามล่าอีกมากมาย นายสัญชัย กล่าวปิดท้าย

เปิดประตูสู่โลกอนาคต หวังสร้างโอกาสทองเศรษฐกิจไทย 


21 พฤศจิกายน 2565

รวมพลคนในวงการ CRYPTO และ Blockchain

โอกาสสุดท้าย...ห้ามพลาดเด็ดขาด !! สำหรับชาวคริปโตและบล็อกเชนทั้งหลาย กับงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022” ภายใต้ธีม “Road to Web3” วันที่ 26-27 พ.ย. 65 นี้ ที่ Royal Paragon Hall ชั้น 5 สยาม พารากอนกับกิจกรรมรับของแจกฟรีอีกมากมายนับไม่ถ้วนนับล้านบาท รับประกันว่างานนี้บัตรหลักร้อยแต่ความรู้และรางวัลที่ได้มูลค่าหลักล้าน!! พิเศษสุด สุด สุด สุด เราแจกส่วนลด 20% บัตรเข้าร่วมงานกันไปเลย

ภายในงานตลอด 2 วัน อัดแน่นไปด้วย 3 เวที จัดเต็มมากกว่า 40 Session รวบรวม Speaker ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 100 ท่าน กับ 11 Workshopsคุณภาพ กับผู้เชี่ยวชาญที่มาจะถ่ายทอดเคล็ดลับแบบหมดเปลือก เกี่ยวกับ Blockchain, Digital Asset, NFT, Metaverse ไปจนถึงการวางแผนลงทุน แบบ Step by Step สุดใกล้ชิด และ Exclusive จากบริษัท รวมถึง Community ชั้นนำ อาทิเช่น Bitazza, Merkle Capital, Inspex, TokenX, Crown Token, Local Bitcoin Thailand Community, Bitkub, Coral และ Cryptomind advisory

Genesis Stageจะเป็นเวทีใหญ่ที่จะนำเอาTopic เด็ดประเด็นดังในวงการคริปโตและ Digital Asset มาพูดคุยกัน มี Speaker ระดับประเทศ เช่นคุณศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย,คุณสัญชัย ปอปลี จาก Cryptomind Group, คุณจรินทรฐิตะดิลก จาก GuildFi , คุณกานต์นิธิ ทองธนากุล จาก Merkle Capital, คุณนที เทพโภชน์ จาก Block Mountain, คุณอดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ จาก 100X, คุณกวิน พงษ์พันธ์เดชา จาก Bitazza, คุณสิทธิณัฐ หาเรือนพืชน์ จาก Inspex, คุณพุทธิพรหงษ์สุรกุล จาก BitkubChain, คุณธนศักดิ์ กฤษณะเศรณี จาก XSpring, คุณกัมปนาท วิมลโนท จาก KX Venture Capital, คุณอภิญญา เรืองทวีคูณ จาก Kubix, คุณพุฒิกานต์ เอารัตน์ จาก InnovestX,คุณ พรรณธร ลออรรถวุฒิ จาก Vuca Digital,อ.พิริยะ สัมพันธารักษ์ จาก Chaloke.com และ คุณพลากร ยอดชมญาณ จาก KulabและSpeaker ระดับโลก เช่น Sean Hwang จาก Marblex, Thanh Le จาก Coin 98, Giang Tran จาก Aura Network และ Kris Kay จาก CGame, Meta UtopiaAdvance Stageเวทีเจาะลึกถึงประเด็น Blockchain และประเด็นที่ Deep Dive ไปกับทั้ง Speaker ไทยต่างประเทศรวมไปถึงบรรดา KOL Influencer Community มาให้จุใจสำหรับชาวคริปโตทุกท่าน พร้อมกับกิจกรรมสนุกๆ กับActivity Stage และ กิยกิจกรรม Quest Hunting ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมายใน ไม่ว่าจะเป็น iPhone 14 Pro Max, iPad Pro, Apple Watch Series 8, Airpods Pro 2, Paragon Gift Voucher เท่านั้นไม่พอ ยังมีไอเท็มเด็ดที่ชาวคริปโตต้องมีอย่าง Hardware Wallet, KX Powerbank, KUB coin, หนังสือ The Bitcoin Standard พร้อมลายเซ็น อาจารย์พิริยะ และ คุณหาญ พีรพัฒน์, หนังสือ Cryptomind Research, GuildFi Notebook รวมถึงเหรียญและของรางวัลอื่นๆ ให้ตามล่าอีกมากมาย

บัตร Early Bird ราคาพิเศษ 750 บาท (จากราคาปกติ 1,000 บาท)

• เข้างานได้ทั้ง 2 วัน (2-Day Pass)

• เข้าฟัง Speaker ที่ Genesis Stage, Advance Stage และ Activity Stage

• ได้รับของ Souvenir และของรางวัลจากกิจกรรมอีกมากมายภายในงาน

• ร่วมกิจกรรม Quest Hunting ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท 

 

บัตร 2 Day Pass + 11 Workshop คุณภาพ ในราคาเพียง 800 บาท

• เข้างานได้ทั้ง 2 วัน (2-Day Pass FREE)

• เข้าฟัง Speaker ที่ Genesis Stage, Advance Stage และ Activity Stage

• ได้รับของ Souvenir และของรางวัลจากกิจกรรมอีกมากมายภายในงาน

• ร่วมกิจกรรม Quest Hunting ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

 

VIP Ticket 

• เข้างานได้ทั้ง 2 วัน (2-Day Pass FREE)

• เข้าฟัง Speaker ที่ Genesis Stage, Advance Stage และ Activity Stage

• ได้รับ Mystery Gift Box, Souvenir และของรางวัลจากกิจกรรมอีกมากมายภายในงาน

• ร่วมกิจกรรม Quest Hunting ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

• เข้า VIP Lounge และ Workshop ได้ไม่จำกัด

• เข้า VIP Networking Partyสุดพิเศษที่ Tichuca Rooftop Bar, Sukhumvit 40 ติด BTS ทองหล่อ

“Blockchain Thailand Genesis 2022”  26 – 27 พ.ย. นี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์

สนใจซื้อบัตรได้ที่  https://www.eventpop.me/e/13845/blockchainth2022
เพียงกรอก Code BCTH20 ลดทันที 20%สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/blockchainthailandevent, www.blockchain-th.com


20 ตุลาคม 2565

กลับมาอีกครั้งกับงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022” ปี 5 ยิ่งใหญ่กว่าเดิม 26-27 พย.นี้

กลับมาอีกครั้งกับงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022” ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 และยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ภายใต้ธีม “Road to Web3” ที่จะพาคุณเข้าสู่ยุค Digital Asset ไปจนถึง Web 3.0 อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมุ่งหวังให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจในวงการ Cryptocurrency (สินทรัพย์ดิจิทัล) ได้เข้าใจถึงเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการในประเทศไทยได้มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงนำพาผู้คนที่อยู่ในวงการเทคโนโลยีบล็อกเชน และสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้มาพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อสร้างโอกาสทองให้คนไทยได้เรียนรู้โลกยุคใหม่ก่อนใคร 

นายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย กล่าวว่า หลังจากที่มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นในวงการ Cryptocurrency ในฐานะองค์กรที่เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่แห่งสินทรัพย์ดิจิทัล สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และ Cryptomind จึงได้จัดงานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย Blockchain Thailand Genesis ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2017 และในการจัดงานปีที่ 5 นี้ สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย พร้อมด้วย คริปโตมายด์ กรุ๊ป, GuildFi, Bitcoin Addict Thailand, Block Mountain และ Blockchain Review ได้จัดงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 – presented by 100X and Bitazza” ระหว่างวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน 

งานบล็อคเชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา เพื่อมุ่งหวังให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจในวงการเทคโนโลยีบล็อกเชน และสินทรัพย์ดิจิทัล ได้เข้าถึงความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

นายสัญชัย ปอปลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด และที่ปรึกษาสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ผู้จัดงานหลัก Blockchain Thailand Genesis กล่าวเพิ่มเติมว่า Web 3.0 ถูกยกมาพูดถึงกันในปัจจุบันว่าเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Web 3.0 มีแนวคิดที่จะรวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้ในเครือข่าย เพื่อเป็นแหล่งเก็บข้อมูลของโลกที่ไร้ตัวกลาง เปิดให้ทุกคนช่วยกันดูแลข้อมูล (Blockchain) และเป็นรากฐาน สำคัญของ Cryptocurrency, DeFi, Metaverse และ NFT 

ซึ่งงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 – presented by 100X and Bitazza” นับได้ว่าเป็นอีเว้นท์แรกของไทยที่จะพาทุกคนก้าวเข้าสู่ยุค Web 3.0 ก่อนใคร เป็นการสร้างโอกาสแห่งอนาคตได้ก่อนใครเช่นกัน 

ภายในงานตลอด 2 วัน อัดแน่นไปด้วย 3 เวที จัดเต็มมากกว่า 30 Session รวบรวม Speaker ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 80 ท่าน อาทิ คุณสัญชัย ปอปลี จาก Cryptomind Group, คุณจรินทร ฐิตะดิลก จาก GuildFi , คุณกานต์นิธิ ทองธนากุล จาก Merkle Capital และ Bitcoin Addict Thailand, คุณศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, คุณนที เทพโภชน์ จาก Block Mountain, คุณอดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ จาก 100X, คุณกวิน พงษ์พันธ์เดชา จาก Bitazza, คุณสิทธิณัฐ หาเรือนพืชน์ จาก Inspex, คุณภาสกร ปานนอก จาก Bitkub, คุณธนศักดิ์ กฤษณะเศรณี จาก XSpring, คุณกัมปนาท วิมลโนท จาก KX Venture Capital, คุณอภิญญา เรืองทวีคูณ จาก Kubix, อ.พิริยะ สัมพันธารักษ์ และ คุณพลากร ยอดชมญาณ รวมทั้ง Speaker ระดับประเทศ จาก Crown Token, InnovestX และระดับโลก เช่น Sean Hwang จาก Marblex, Thanh Le จาก Coin 98, Giang Tram จาก Aura Network ใน Genesis Stage และ Advance Stage พร้อมกับกิจกรรมสนุกๆ ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมายใน Activity Stage 

และสำหรับกิจกรรมห้ามพลาดที่เราคัดสรร  Workshop คุณภาพอีกกว่า 10 session รับประกันความรู้อัดแน่น รวมถึงบูธจากบริษัทชั้นนำที่น่าสนใจกว่า 52 บูธ อาทิ Bitazza, 100x, Cryptomind, GuildFi, Bitcoin Addict, Inspex, Bitkub, XSpring, Coin98, Aura Network, MarbleX, KasikornX, Kubix, Crown Token, InnovestX,TokenX, Sabuy Digital, Apeiron, Pi Securities, Block Mountain, Smart Contract Thailand, Wellios, Stock2morrow, Thai Digital Asset Association, Skyark, Baker & McKenzie, Nitro เป็นต้น รับประกันงานครั้งนี้คุณจะได้กระทบไหล่เหล่าผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน ชาวคริปโตทั้งไทยและต่างประเทศ ได้มาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ไอเดีย แบบตัวต่อตัวกันเลยทีเดียว

คว้าโอกาสและเรียนรู้โลกยุคใหม่ เปิดประตูสู่โอกาสทองในยุค Web 3.0 ก่อนใครได้ที่งาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3” ผู้สนใจซื้อบัตรได้ที่ www.eventpop.me/ blockchainth2022และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/blockchainthailandevent,

www.blockchain-th.com

สำหรับงานแถลงข่าวฯ ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก 3 ผู้บริหารคนสำคัญในวงการคริปโต โดย คุณวิมลพรรณ วิบูลย์มา Chief Communication and Marketing officer บริษัท บิทาซซ่า จำกัด, คุณอดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง 100X และ คุณพุฒิกานต์ เอารัตน์ กรรมการผู้จัดการ และ Cheif Digital Asset บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ร่วมเสวนาในหัวข้อ Road to Web 3 - Limitless Possibilities วิเคราะห์ทิศทางการตลาดและการลงทุนในความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย  

คุณวิมลพรรณ วิบูลย์มา Chief Communication and Marketing officer บริษัท บิทาซซ่า จำกัด กล่าวว่า
“บิทาซซ่าในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลผู้มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อให้คนหมู่มากเข้าถึงบล็อกเชนได้ เล็งเห็นถึงโอกาสและศักยภาพในงาน Blockchain Thailand Genesis ในครั้งนี้และเชื่อว่าวิสัยทัศน์ของทั้งทางผู้จัดและทางบริษัทไปในทิศทางเดียวกัน โดยต่างล้วนตั้งใจทำหน้าที่ผลักดันให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลและบริการทางการเงินควรเข้าถึงทุกคนแบบไร้ขอบเขต บิทาซซ่าพร้อมได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นพร้อมใช้งานที่จะมาเชื่อมต่อทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและภาคธุรกิจเข้าหากัน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมระหว่างการลงทุนและไลฟ์สไตล์ โลกแห่งความจริงและโลกเสมือน และภาคธุรกิจดิจิทัลและการเงินแบบดั้งเดิมในงานนี้”

คุณอดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ - ผู้ก่อตั้ง 100X กล่าวว่า “สิ่งที่ยากที่สุดของเทคโนโลยีใหม่นั้นคือการขับเคลื่อนให้ข้ามช่วง zero-to-one ของเทคโนโลยีนั้นๆ ช่วงเวลาปีกว่าที่ผ่านมา เราสามารถเรียกได้ว่า Web3 ก้าวข้ามช่วงเวลานั้นมาแล้ว เราได้เห็นคนทั่วไปเข้าถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆทั้งในรูปแบบของ DeFi และ GameFi ในฐานะขององศ์กรที่มุ่งเน้นในการพัฒนาและวิจัยเกี่ยวกับ DeFi เราเชื่อมั่นในโอกาสและความเป็นไปได้ของ Web3 และพร้อมที่จะสนับสนุนงานที่ส่งเสริมและให้ความรู้กับชุมชนอย่างเช่น งาน Blockchain Thailand Genesis”






09 ตุลาคม 2565

ก้าวเข้าสู่ WEB3 กับงานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย “Blockchain Thailand Genesis 2022”พร้อมโปร 10.10 /บัตร Super Early Bird ลดกว่า 50%

ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา !! กับที่สุดของงานบล็อกเชนเมืองไทย “Blockchain Thailand Genesis 2022” ครั้งที่ 5 ภายใต้ธีม “Road to Web3 - Limitless Possibilities” ที่จะพาเราวาร์ปเข้าสู่ยุค Digital Asset ไปจนถึง Web 3.0 อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมโปรโมชั่นสุดปัง 10.10 นี้ กับบัตร Super Early Bird ที่ราคาถูกแสนถูก ลดไปเลยกว่า 50% ...บอกเลยห้ามพลาด !!

 “100X and Bitazza present Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 – Limitless Possibilities” งานบล็อคเชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดโดย คริปโตมายด์ กรุ๊ป พร้อมด้วย สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, GuildFi, Bitcoin Addict Thailand และ Block Mountain ซึ่งปีนี้จัดเต็ม 2 วัน กับสถานที่จัดงานที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี วันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กับ 6 เทรนด์มาแรงของโลกแห่งยุค Web 3.0 ในปี 2022 นี้ 

1. Blockchain เทคโนโลยีที่เข้ามาตอบโจทย์คนยุคใหม่ในเรื่องความง่าย และรวดเร็วในการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ ไร้ตัวกลาง มีความปลอดภัยสูง

2. Cryptocurrency หนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายได้บนตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

3. DeFi บริการทางการเงินที่สามารถทำธุรกรรมได้โดยไม่ผ่านตัวกลางอย่างธนาคาร

4. GameFi เกมที่เล่นแล้วได้เงิน หรือเกมในรูปแบบ Play-to-Earn

5. NFT สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก เช่น งานศิลปะ, เพลง, ไอเทมในเกม นำมาซื้อขายได้บนตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

6. Metaverse เทคโนโลยีแห่งโลกเสมือน ที่สร้างสภาพแวดล้อมของโลกแห่งความจริงเข้าด้วยกัน ให้ผู้คนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์และทำกิจกรรมร่วมกันผ่านตัวตนที่เป็นอวตาร (Avatar)


 เตรียมพร้อมคว้าโอกาสก่อนทองใคร !!! กับโปรโมชั่น 10 เดือน 10 เปิดขายกับบัตร Super Early Bird ลดจัดเต็ม 50% มีเพียง 1,010 ใบ ขายเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น (หมดเขตวันที่ 19 ตุลาคม 2565) ที่ http://go.eventpop.me/blockchainth2022 กับสิทธิพิเศษมากมายในบัตรทั้ง เข้างานได้ทั้ง 2 วัน (2 Day Pass), เข้าฟัง Speaker ชั้นนำ เช่น สัญชัย ปอปลี จาก Cryptomind Group, จรินทร ฐิตะดิลก จาก GuildFi , กานต์นิธิ ทองธนากุล จาก Merkle Capital และ Bitcoin Addict Thailand, ศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, นที เทพโภชน์ จาก Block Mountain,อดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ จาก 100X และ กวิน พงษ์พันธ์เดชา จาก Bitazza รวมทั้ง Speaker ระดับโลก จาก Polygon,C98, Aura Network, Hashed, Defiance, Crypto.com Marblex ใน Genesis Stage และ Advance Stage ซึ่งผู้ร่วมงานจะได้รับของ Souvenir, ของรางวัลจากกิจกรรมอีกมากมายภายในงาน และพิเศษสุดๆ ถ้าซื้อบัตร Super Early Bird มีสิทธิ์ได้จอง Workshop ก่อนใครในวันที่ 17-19 ตุลาคมนี้ ผู้สนใจซื้อบัตร และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/blockchainthailandevent , www.blockchain-th.com


https://www.youtube.com/watch?v=Ur4AHU4ZkLk&t=3s

21 กันยายน 2565

เมย์แบงก์ จับมือหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมพัฒนาทักษะผู้ประกอบการรุ่นใหม่

บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จับมือ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมสนันสนุนโครงการ YECX ‘Nect Gen’ 2022 (Young Entrepreneur Chiangmai Chamber of Commerce) พร้อมให้ความรู้ด้านการลงทุน โดยการจัดบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “งบการเงินและการลงทุนเบื้องต้น” โดย คุณอภิญญา องค์คุณารักษ์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายงาน Investment Management นอกจากจะให้ความรู้และส่งเสริมทักษะด้านการลงทุนที่ถูกต้องแล้วยังนำเสนอให้รู้จักกับเครื่องมือเพื่อเปิดโลกแห่งการลงทุนมิติใหม่ แอปพลิเคชัน Maybank Invest ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะผู้ประกอบการรุ่นใหม่และทายาททางธุรกิจให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลง และก้าวสู่การเป็นผู้บริหารมืออาชีพในอนาคต ณ โรงแรมวินทรี ซิตี้ รีสอร์ท เชียงใหม่

04 มีนาคม 2565

JCB พลิกกลยุทธ์โชว์ผลงาน ยอดขายเติบโตกว่า16% พร้อมเผยพฤติกรรมการใช้บัตรเปลี่ยนไป เน้นไร้การสัมผัสมากขึ้น

เมื่อวันนี้ 3 มีนาคม 65 บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จํากัด (บัตรเครดิต JCB) ผู้นําด้านบัตรเครดิตในประเทศไทย แถลงโชว์ผลงานปี 2021 ยอดขายเติบโตสูงกว่า 16% แสดงออกถึงการปรับตัวและปรับกลยุทธ์เท่าทันกับสถานการณ์ และเพื่อให้ลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต JCBได้รับข่าวสาร JCB ได้มีการเปิดตัว JCB Thailand LINE Official Account พร้อมทั้งโปรโมชั่นที่พิเศษโดยเฉพาะ ที่บอกเลยว่าแคมเปญในครั้งนี้ได้รับกระแสตอบรับจากผู้ใช้บัตรเครดิต JCB อย่างล้นหลามเลยทีเดียว

ถือเป็นกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องเมื่อ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)จํากัด (บัตรเครดิต JCB) ผู้นําด้านบัตรเครดิตในประเทศไทย ได้เผยถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตช่วงก่อนหน้าสถานการณ์ Covid-19 ว่า หมวด “ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และการใช้จ่ายเชิงสัมผัส” ยังคงเป็ น 3 หมวด ลําดับต้น แต่ช่วงระหว่างการระบาดของโควิด-19 นั้น ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความต้องการที่ลดความเสี่ยงในการใช้ชีวิตนอกบ้าน ทําให้ลูกค้าใช้เวลาส่วนใหญ่ หรือเวลาเกือบทั้งหมดอยู่ที่บ้านกับครอบครัว ซึ่งในปัจจุบัน ลูกค้าเลือกใช้การซือของออนไลน์ การจัดส่งอาหาร และกิจกรรมการชําระเงินในรูปแบบที่ไม่ต้องสัมผัส หรือไร้การสัมผัสมากยิ่งขึ้น

โดยคุณเรียว โมริตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า ปัจจุบันด้วยข้อจํากัดด้านการเดินทางระหว่างประเทศ จึงทําให้เราเน้นการทําการตลาดในต่างประเทศน้อยลง และมีการวางแผนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มามุ่งเน้นการทําโปรโมชั่นเพิ่มเติมภายในประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของหมวด ช้อปปิ้งออนไลน์ การส่งอาหาร บริการการชําระเงินแบบไร้สัมผัส และส่วนอื่นๆ แทน

จากตัวเลขจะพบว่า ปี 2018-2019 มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนกว่า 55 % แต่ด้วยผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ทําให้ยอดขายในปี 2020 ลดลงไป 7% เมื่อเทียบกันกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ทาง JCB ได้มีการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมและโดนใจกับกลุ่มลูกค้าในไทย ตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภคและลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต JCB จึงทําให้ยอดขายกลับมาเพิ่มขึ้นกว่า 16% ซึ่งกลับมามากกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19





สําหรับด้านจํานวนผู้ถือบัตรในปี 2021 ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นกว่า 8 % ถึงแม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด แต่อย่างไรก็ตามการเพิ่มขึ้นนั้นยังเป็นอัตราที่ช้ากว่าเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ในส่วนของยอดขายมีปริมาณลดลงในปี 2020 ด้วยสถานการณ์โควิด แต่หลังจากนั้นได้มีการดีดตัวสูงขึ้นมาอยู่ในระดับที่สูงกว่าปี 2019 ทําให้ยอดของการใช้จ่ายต่อบัตรนั้นไม่เปลี่ยนแปลงมาก

คุณเรียว โมริตะ เผยว่า “ทางด้านความสนใจของลูกค้าบัตรเครดิต JCB ช่วงก่อนหน้าโควิด-19กับระหว่างสถานการณ์โควิด ความสนใจของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมากในส่วนของการรับประทานอาหารที่ร้าน ปรับเปลี่ยนเป็นการทำกิจกรรมอื่น ๆ ทดแทน เช่น การช้อปปิ้งออนไลน์ ช้อปปิ้งที่ซุเปอร์มาร์เก็ตและการเลือกซื้อของแต่งบ้าน อย่างไรก็ตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เลือกใช้โดยรวมยังคงมีส่วนคล้ายกับยุคก่อนโควิด-19 แต่สิ่งที่แตกต่าง คือ การเลือกใช้วิธีชำระเงินที่เปลี่ยนไป 

ดังนั้นทาง JCB จึงมีการทำงานร่วมกับกลุ่มพันธมิตร เพื่อให้ตอบโจทย์ในส่วนนี้ โดยปรับเปลี่ยนวิธีการชาระเงินให้ตรงกับพฤติกรรมและ ความต้องการของลูกค้ามากที่สุด”

นอกจากนี้JCB (สํานักงานใหญ่ในโตเกียว) ได้มีจัดตั้งแผนกส่งเสริมและสร้างสรรค์ธุรกิจของอาเซียนในสิงคโปร์ เมื่อเดือนมิถุนายน 2564 โดยเปิ ดตัวธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการขยายตัวต่อไปของเราในพื้นที่อาเซียน ความคิดริเริ่มแรกของหน่วยงานนี้เริ่มต้นด้วยการลงทุนใน Soft Space ซึ่งเป็นบริษัทฟินเทคที่ตั้งอยู่ในมาเลเซีย ใช้งบลงทุนประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้เป็นจุดรับชําระเงินและ solution รูปแบบใหม่ โดยได้รับใบอนุญาตสําหรับการดําเนินการออกบัตร JCB และจัดหาผู้ค้าในมาเลเซีย ให้สามารถใช้อุปกรณ์Tap on Mobile (ToM) และรวมเทคโนโลยีของ Soft Space เข้ากับธุรกิจของ JCB ในอนาคต เพื่อเพิ่มการบริการให้เกิดประโยชน์กับลูกค้าปัจจุบันของ JCB และขยายธุรกิจของ JCB ไปทั่วทุกประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มากไปกว่านั้น Platinum Service 2022 ที่เป็นสิทธิประโยชน์หลักยังคงมอบสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ในทุกไลฟ์ สไตล์ของผู้ถือบัตรเครดิต JCB โดยมุ่งเน้นไปยัง 4 หมวดดังนี้

- Platinum Daily Dining อิ่มอร่อยที่ร้านอาหารชื่อดังพร้อมรับส่วนลดพิเศษ 10%* ทุกวันตลอดปี

ที่ Akiyoshi, Chabuton, Dak Galbi, DGB, Gyukaku, Katsuya, On Yasai, Pepper Lunch, See

Fah, Tenya และ Yoshinoya

- Platinum Journey ให้ทุกการเดินทางของคุณพิเศษกว่าใคร กับบริการ Airport loungeพร้อม

ส่วนลดการจองที่พัก บริการรถเช่า ประกันการเดินทาง และ Pocket WiFi ในราคาสุดพิเศษ

ที่ Agoda**, AVIS, MSIG, SKYBERRY และ 4WIFI

- Platinum Lifestyle ช้อปสนุกกันได้ทุกไลฟ์ สไตล์พร้อมสิทธิพิเศษ ในการจองสนามกอล์ฟ และ

ส่วนลดร้านค้าอีกมากมาย ที่ Dolfin, Golfdigg, GrabFood, HomePro Online, Lazada,LINEMAN, Major Cineplex, Tsuruha และ Villa Market

- Platinum Crown Dining สัมผัสประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นเหนือระดับ เมื่อทานครบ 1,000 บาท บฟรีอาหารจานพิเศษ Crown Dish ที่รังสรรค์โดยเชฟมืออาชีพสูตรต้นตํารับ 15 ร้านจากประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ลูกค้าบัตรเครดิต JCB นอกจากจะสามารถติดตามข่าวสาร รวมทั้งโปรโมชั่นในประเทศไทยและต่างประเทศได้จาก

ติดตามทาง Facebook: JCB Thailand

- เว็บไซต์ภาษาไทย http://www.th.jcb/th/

- โปรโมชั่นในประเทศและต่างประเทศ http://www.specialoffers.jcb/th/

- ช่องทางใหม่ล่าสุด JCB Thailand LINE Official Account @JCBThailand

สําหรับการสมัครบัตรเครดิต JCB สามารถติดต่อวันนี้ได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์
บมจ. อิออน นาคารกสิกรไทย บริษัท บัตรเครดิตกรุงศรีและ บริษัท บัตรกรุงไทย

03 พฤศจิกายน 2564

ชวนท่องโลกเสมือนจริงในงาน “Blockchain Thailand Genesis 2021”

หลังจากการจัดงาน Blockchain Thailand Genesis 2020 ประสบความสำเร็จอย่างดีงามและสร้างกระแสตอบรับจากผู้ประกอบการ นักลงทุน และบุคคลทั่วไปอย่างท้วมท้น ในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีบล็อกเชน สินทรัพย์ดิจิทัล นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องให้แก่ประชาชนสาธารณชน และกลับมาอีกครั้งกับการจัดงาน Blockchain Thailand Genesis 2021 ขึ้นเป็นปีที่ 4 ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ในรูปแบบการจัดงานออนไลน์แบบโลกเสมือน สร้างจินตนาการไร้ขอบเขต ซึ่งได้แถลงข่าวการจัดงาน Blockchain Thailand Genesis 2021 : The Era of Metaverse and Digital Asset บล็อกเชนไทยแลน์เจเนซิส ปี 2021 กับดินแดนโลกเสมือนจริง ขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

 นายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย กล่าวว่า ถือเป็นพันธกิจสำคัญของ สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ในส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนไทยสู่ยุคใหม่แห่งสินทรัพย์ดิจิทัลกับงานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย โดยการจัดงานปีที่ 4 นี้ ภายใต้มาตรการพิเศษเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 จัดในรูปแบบออนไลน์เสมือนจริง 

ซึ่งสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ผนึกกำลังร่วมกับ บริษัท คริปโตมายด์ จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงาน Blockchain Thailand Genesis 2021 : The Era of Metaverse and Digital Asset บล็อกเชนไทยแลน์เจเนซิส ปี 2021 ขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งเล็งเห็นว่ากิจกรรมนี้จะสามารถกระตุ้นให้เกิดความสนใจและการเข้าถึงความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจแก่ผู้ประกอบกิจการในประเทศไทย โดยได้รับงานสนับสนุนร่วมจาก Zipmex, 100x, Inspex, Bitazza, KUBIX, Baker Mckenzie, Bitkub Blockchain และบริษัทพันธมิตรอีกมากมายในปี 2021 นี้

สำหรับหัวข้อในงาน Blockchain Thailand Genesis 2021 : The Era of Metaverse and Digital Asset บล็อกเชนไทยแลน์เจเนซิส ปี 2021 กับดินแดนโลกเสมือนจริง ให้คุณได้ปลดล็อคขีดจำกัดโลกเทคโนโลยี กับโลกเสมือนจริง ใช้ชีวิตในรูปแบบที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะการเดินทาง ใช้ชีวิต หรือการได้พบปะพูดคุยกับคนที่เป็นมนุษย์จริงๆ  ผ่าน โลกอินเตอร์เน็ตที่มีตัวตน (embodied internet) มาถึงแล้ว อย่าพลาดโอกาสในการเข้าถึงวิทยากรระดับประเทศ และความรู้ระดับโลกจากตัวจริงในวงการบล็อกเชน

 นายสัญชัย ปอปลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ จำกัด และที่ปรึกษาสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ผู้จัดงานหลัก Blockchain Thailand Genesis กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่โลกจริงไม่สามารถเกิดได้ จะเกิดขึ้นในโลกเสมือนแห่งนี้ งาน Blockchain Thailand Genesis 2021 : The Era of Metaverse and Digital Asset บล็อกเชนไทยแลน์เจเนซิส ปี 2021 โลกเสมือนสุดจินตนาการไร้ขอบเขตเชื่อมต่อ โลกปัจจุบัน สู่ โลกเสมือนจริง ทางดิจิทัล โดยอาศัย Metaverse เป็นประตูสู่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล บวกกับจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ ให้สอดคล้องไลฟ์สไตล์ของทุกคนแบบไร้รอยต่อ ภายใต้ 4 หัวใจหลัก ได้แก่

• บิทคอยน์ (Bitcoin)

Bitcoin Standard Bitcoin Standard and Currency Acceptance บิทคอยน์ กับการเป็นมาตรฐานเงินตรา และโอกาสที่จะกลายเป็นสกุลเงินหลักของโลก แนวโน้มการลงทุนของนักลงทุนสถาบันในตลาด Cryptocurrency

 


• สินทรัพย์ ดิจิทัล และเทคโนโลยีบล็อกเชน (Digital Asset and Blockchain)

Asset Backed Token : สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีหลักทรัพย์ในโลกจริง, นักลงทุนลงทุนใน Cryptocurrency ตอนนี้ทันมั้ย?, CDBC กับโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย, Ethereum Disruption, What next?

 

• ระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi)

DeFi กับธุรกิจธนาคาร เพื่อนรัก หรือเพื่อนร้าย?, DeFi และกฏเกณฑ์  โลกคู่ขนานที่ต้องมาบรรจบกัน, ความเสี่ยงในโลก DeFi ที่รู้ และจัดการได้

 • สินทรัพย์สิทธิต้นฉบับดิจิทัล และเกมมิ่ง (NFT and Gaming) 

NFT โอกาสหรือแค่กระแสชั่วคราว, GameFi กระแสการลงทุน play-to-earn ในโลก Cryptocurrency

 ภายในงานจัดขึ้นภายใต้แพลตฟอร์ม Gather Town ในการสร้างประสบการณ์การร่วมงานอีเว้นท์แบบใหม่ พาคุณไปท่องโลกเสมือนจริงแบบ 2D ใครสนใจ Gathering กันใน Gather Town ที่ออกแบบไว้อย่างล้ำสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ เสริมประสบการณ์โลกเสมือน (Metaverse) สุดชิคอย่าง Gather Town หรือ Gather.town พบปะคนเป็นๆ ได้โดยไม่ต้องเดินทางจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มนุษย์เรามีข้อจำกัดในการเดินทางมาพบปะ รวมถึงประสบการณ์ในการพบปะกันจริงๆ นั้นหายไป แต่ปัญหานั้นจะหมดไปด้วย Platform Gather Town พาคุณไปท่องโลกเสมือนจริง 

โดยทุกคนสามารถเข้าร่วมโลกเสมือนได้ด้วยการกดสร้างตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเองได้ ทั้งหน้าตา สีผม ทรงผม เครื่องแต่งกาย ฯลฯ เข้าโลกเสมือน และสามารถเดินสำรวจพื้นที่ ขึ้นอยู่กับงาน ออฟฟิศ หรือสถานที่ที่เราเข้าไปร่วม (เหมือนโลกจริงๆ เลยใช่มั้ยล่ะ?!) พบปะผู้คนได้ตามห้องประชุม (สามารถเปิดกล้อง และไมค์คุยกันได้ด้วยนะ) หรือมุมพักผ่อนอย่าง Cafe & Games

 ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานสัมผัสโลก Metaverse ในวงการบล็อกเชน ผ่านงาน Blockchain Thailand Genesis 2021 ใน Gather town โดยซื้อบัตรเข้างาน ผ่านทาง zipeventapp.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/blockchainthailandevent ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

01 ตุลาคม 2564

Thailand Sustainability Expo 2021(TSX)

ตอกย้ำความสำเร็จต่อเนื่องปีที่ 2 ชวนร่วมงานแบบ New Normal ในรูปแบบ Virtual Expo
ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย พร้อมจัดเต็ม 11 วัน 30 กันยายน-10 ตุลาคม นี้

“Thailand Sustainability Expo 2021 (TSX)” แพลตฟอร์มของพลังร่วมขององค์กรด้านความยั่งยืนครั้งแรกที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้จัดในรูปแบบการจัดนิทรรศการออนไลน์แบบเสมือนจริง (Virtual Expo) ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) นับเป็นมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ของเมืองไทย ที่มีการรวมตัวของภาคีเครือข่ายด้านความยั่งยืนจำนวนมากที่สุดจากการผสานความร่วมมือครั้งสำคัญของพันธมิตรที่เป็นองค์กรต้นแบบความยั่งยืนระดับโลกของประเทศไทยที่รับที่ได้รับการคัดเลือกเป็น Word Industry leader ในแต่ละสาขาอุตสาหกรรม Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI นำโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย บริษัท เฟรเซอร์ พร็อพเพอตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)  บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจแคน จำกัด  บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และ  อีกหลายองค์กรชั้นนำในเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network)

พบกับนวัตกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมระดับโลก ทอล์คจากวิทยากรและนักปฏิบัติตัวจริง และแหล่งช้อปสินค้าจากธุรกิจยั่งยืนมารวมไว้ในที่เดียว ชมนิทรรศการเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน การเสวนาให้ความรู้ และกิจกรรมอื่นๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2564 – 10 ตุลาคม 2564 รวมทั้งหมด 11 วัน บนโลกออนไลน์ www.tsx2021.thailandsustainabilityexpo.com เรียกได้ว่าเป็นพลังร่วมครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างองค์กรชั้นนำของประเทศไทย ที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน มาร่วมกันเนรมิตงานครั้งนี้ขึ้นมา เพื่อสร้างการรับรู้ต่อคนรุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไปถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่นำไปสู่การปฏิบัติที่ได้ผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

กี่ยวกับรายละเอียดเรื่องนี้ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การจัดงาน Thailand Sustainability Expo 2021 (TSX) ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยได้น้อมนำแนวพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง Sufficiency Economy Philosophy – SEP) ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน มาเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้บรรลุผลแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งไทยเบฟ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ และยังสอดคล้องตามพันธกิจของบริษัทที่มุ่ง ‘สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต’ แม้ในสถานการณ์ COVID-19 ไทยเบฟ และภาคีเครือข่ายพันธมิตรในด้านความยั่งยืนทุกภาคส่วนก็ยัง มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมพลังกันขับเคลื่อน แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนและตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับตัวให้เข้ากับยุค New Normal ด้วยการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบของการจัดงาน Thailand Sustainability Expo ให้อยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ในรูปแบบเสมือนจริง (virtual) ซึ่งนับได้ว่าเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสเพราะจะทำให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้จากทั่วประเทศ โดยไม่ต้องเดินทาง โดยในปีนี้ นอกจากการเสวนาด้านความยั่งยืนแล้ว ในงานยังมีการนำนวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมระดับโลกออกแสดง รวมถึงมีกิจกรรมต่างๆให้กับนักศึกษาและเยาวชนด้วย อาทิ TSX Hackathon และ Waste Hero Award ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมเหล่านี้จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนและลงมือปฏิบัติจริงให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมด้วยตนเอง”

ทางด้าน ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่า “GC ในฐานะของบริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เรามีความเชื่อและความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาวโดยให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) และนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาบูรณาการตามกรอบ SDGs เราตระหนักว่าบทบาทในการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ และต้องทำควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ จึงได้ริเริ่ม “YOUเทิร์น แพลตฟอร์ม” ภายใต้แนวคิด ยูเทิร์นเริ่มต้นที่ยู ที่นำการบริหาร

จัดการขยะครบวงจรด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืนมาปรับใช้ เพื่อนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบ โดยที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ GC ยังมีเป้าหมายในการยกระดับสู่การเป็นองค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้างสมดุลระหว่างกลยุทธ์ทางธุรกิจและผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน โดยมีแผนงานที่ชัดเจนในการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อเดินหน้าสู่เส้นทางที่จะไปถึง Net Zero ในปี 2050 ตามข้อตกลงสนธิสัญญาปารีส นอกจากนี้แล้ว เรายังมีแผนที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงทั้ง Value chain เพื่อให้คู่ค้าและลูกค้าของเรา เข้ามามีส่วนร่วมในความมุ่งมั่นนี้ด้วยกัน ในฐานะพลเมืองโลก เราต้องการส่งต่อโลกใบนี้ที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นต่อไป และแน่นอนว่าเราไม่สามารถทำด้วยตัวคนเดียวได้ ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องหันหน้ามาร่วมมือกัน Together to Net Zero ซึ่งทั้งหมดได้ถูกจัดแสดงไว้ใน GC Virtual Exhibition ภายใต้ธีม ESG: the Path to Sustainability  ในมิติการดูแลสังคม ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 เราได้เร่งช่วยเหลือสังคมด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และความร่วมมือกับพันธมิตร ดำเนินโครงการ ต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือประเทศชาติ และประชาชน อาทิเช่น โครงการล้านความห่วงใย ที่ส่งมอบชุด PE Gown ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศไปแล้ว 4 ล้าน ชุด นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับชุมชน โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้าน ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของชุมชนนั้นๆ ซึ่งภายในงานมีโซน TSX Market Place ที่ผู้เข้าร่วมงานสามารถช่วยสนับสนุนสินค้าชุมชนได้ เช่น ผลิตภัณฑ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่สแนคบาร์ ผลิตโดยวิสาหกิจชุมชนเกาะกก ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและสุขอนามัย LUFFALA ผลิตโดยวิสาหกิจชุมชนหนองแฟบ ผลิตภัณฑ์ผ้าหมักน้ำนมข้าว ผลิตโดยวิสาหกิจชุมชนคลองน้ำหู และแกงหมูชะมวง ผลิตโดยศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยอง ร้านใบชะมวง        เป็นต้น GC มีแนวคิดว่า ความยั่งยืน ต้องยั่งยืนได้ในทุกสภาวะ ซึ่งการจัดงาน TSX 2021 นี้ นับเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย แม้ในช่วงวิกฤตโควิด 19 และในครั้งนี้ยิ่งพิเศษคือ เป็นมหกรรมด้านความยั่งยืนในรูปแบบเสมือนจริงครั้งแรกในอาเซียน ซึ่งเชื่อว่าผู้ที่เข้าชมงานนี้ทุกท่าน จะได้ทั้งแนวคิดและแรงบันดาลใจ เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน”

และ คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะบริษัทอาหารทะเลระดับโลก ไทยยูเนี่ยนได้ตั้งเป้าหมายสู่ความยั่งยืนในการที่จะ ‘สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้คน และดูแลรักษาความอุดมสมบูรณ์ให้กับท้องทะเลของเรา’ หรือ Healthy Living, Healthy Oceans เพื่อสร้างมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจควบคู่กันไป โดยการทำงานผ่านกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® ทั้งในด้านการดูแลห่วงโซ่อุปทาน การจัดซื้อวัตถุดิบจากเรือประมงที่ถูกกฎหมายและมีความรับผิดชอบเราให้ความสำคัญกับการจ้างแรงงานถูกกฎหมาย ดูแลความปลอดภัย และสิทธิแรงงาน ตลอดจนการดูแลชุมชนและสังคมไปพร้อมกัน นอกจากนี้เรายังตั้งเป้าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมีการทำ Blue financing หรือการเงินเพื่อความยั่งยืน  ไทยยูเนี่ยนมีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงาน Thailand Sustainability Expo 2021 และเป็นส่วนหนึ่งของภาคีภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย และให้ประชาชนทั่วไปและเยาวชนได้เห็นภาพการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมของเราได้มากยิ่งขึ้น”

สำหรับงานนี้ ไทยเบฟ ตอกย้ำแนวคิด “Water of Life น้ำแห่งชีวิต” เพื่อสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโตเพื่อให้ชุมชนและสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยยึดหลัก ESG (Environmental, Social และ Governance) เป็นแกนในการขับเคลื่อน ส่งผลให้ทุก ๆ โครงการสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม และสังคม โดยจะนำเสนอเรื่องราวผ่านเสียงสะท้อนจากบุคคลที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพชีวิตจากโครงการต่างๆ อาทิ “โครงการไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาวและโครงการชุมชนดีมีรอยยิ้ม” “บ้านห้วยขาบ” “PHUKET MODEL” และโครงการที่มีกรอบความร่วมมือและวัดผลได้อย่างชัดเจน ที่ขาดไม่ได้ คือร่วมตื่นตาตื่นใจที่สุด เมื่อคลิกลิงค์ ไปชม Water of Life Experience 360∞ Virtual Tour จากไทยเบฟ

Thailand Sustainability Expo 2021 มีกำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน – 10 ตุลาคม 2564 ในรูปแบบนิทรรศการออนไลน์แบบเสมือนจริง (Virtual Expo) โดยในงานแบ่งเป็น 7 โซนหลัก ดังนี้

1. โซน TSX Town Hall  เป็นเวทีสำหรับ พิธีเปิด-ปิดงาน และการมอบรางวัลกับผู้ชนะในกิจกรรมต่างๆ 

2. Innovation Pavilionจุดไฮไลท์ รวบรวมนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนจากทั่วมุมโลก อาทิ SEA BIN  (เครื่องดูดขยะทะเล) PAVEGEN (แผ่นปูพื้นสร้างพลังงาน) และอาหารจากอากาศ (AIR-PROTEIN) เข้าชมนิทรรศการได้แบบ 360 องศา เรียนรู้เรื่องราวทางแก้ไขปัญหาเพื่อโลก และสนุกกับเกมมากมาย แบ่งเป็น 3 โดมสำคัญคือ “เปลี่ยนขยะเป็นคุณค่า” “แปลงเป็นพลังงานสะอาด” “ปรับชีวิตสู่สมดุล” 

3. โซน Corporate Pavilion เป็นการรวบรวมโครงการและกิจกรรมตัวอย่างเพื่อความยั่งยืนขององค์กรภาคีเครือข่าย นอกจากบริษัทเอกชนชั้นนำของไทยแล้ว ยังมีการโชว์นวัตกรรมจากสถาบันการศึกษา และมูลนิธิที่ช่วยเหลือสังคมอีกมากมาย โดยจำลองบรรยากาศให้เหมือนเดินชมนิทรรศการอยู่ในสวนร่มรื่น เป็นกันเอง

4. โซน Marketplace เป็นการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ของธุรกิจรายย่อยมากกว่า 100 ร้านค้าที่มานำเสนอสินค้าหรือแนวคิดด้านการทำธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยสามารถซื้อขายได้จริง แนวสินค้ามี 3 ธีม ได้แก่ ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และพลังงานสะอาด

5. โซน Art for Sustainability  โซนโชว์งานศิลปะ อาทิ งานศิลปะสะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อมจาก Bangkok Art Biennale ภาพถ่ายที่สะท้อน Sustainability จากสมาคมถ่ายภาพฯ และกิจกรรม Art Community จากแบรนด์ SangSom

6. โซน Main Stage ร่วมฟังไอเดีย ตัวอย่างการลงมือทำ การแชร์ประสบการณ์และความสำเร็จจากวิทยากรมากกว่า 50 ชีวิตที่จะมาให้ความรู้เรื่องความยั่งยืน และพบกับทอล์คสร้างแรงบันดาลใจจากองค์กรชั้นนำ และ เหล่า influencers รักษ์โลกและทำเพื่อสังคมอย่างจริงจัง

7.C asean เรียนรู้ข้อมูลของ ซี อาเซียนองค์กรสำคัญที่จัดงาน TSX และเป็นจุดแลกแต้ม TSX Shaper Points 

ทั้งนี้ทุกโซนสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมสะสมแต้ม TSX Shaper Points เพื่อแลกรับส่วนลดร้านค้าในงาน และรางวัลสุดประทับใจ (จำนวนจำกัด) TSX2021 งานเดียวที่ผู้เข้าร่วมชมงานจะได้รับคำตอบเพื่อช่วยให้โลกนี้ดีขึ้น เป็น แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนของประเทศไทยและระดับภูมิภาคอาเซียนแบบออนไลน์ที่มีภาคีเครือข่ายมากที่สุด และเป็นเวทีแห่งโอกาสที่หาจากที่ไหนไม่ได้ เพราะมีกิจกรรมการประกวดเพื่อเชื่อมโยงเยาวชนให้ได้มีส่วนร่วมในการค้นหาทางออกให้โลกน่าอยู่มากขึ้น ทั้งหมดนี้คือความภาคภูมิใจของกลุ่มไทยเบฟที่นำมาสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง สามารถเข้าไปติดตาม TSX2021 ได้ที่ Line และ Facebook: TSXOfficial และเข้าสู่โลกออนไลน์ด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทาง www.tsx2021.thailandsustainabilityexpo.com