22 ธันวาคม 2562

รมว.กระทรวงศึกษาธิการร่วมเปิดตัวกิจกรรม สพฐ. - เอ.พี. ฮอนด้า

วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 15 คัด 77 ทีม 77 จังหวัด
ลุ้นรวมพลังเยาวชนไทยทำลายสถิติโลก

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผนึกกำลังร่วมกับ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด
ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดกิจกรรม “สพฐ. - เอ.พี. ฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 15" ภายใต้แนวคิด “ก้าว กล้า สามัคคี” โดยมีนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเกียรติเข้าร่วมเปิดตัวพร้อมให้กำลังใจน้อง ๆ นักกีฬา โดยรูปแบบการแข่งขันในปีนี้จะคัดเลือกทีมที่ดีที่สุดในแต่ละจังหวัดรวม 77 ทีม เข้ามาคัดเลือกแบบน็อคเอ๊าท์ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี



ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “ในปีนี้ เอ.พี. ฮอนด้า ได้ร่วมกับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินหน้าสานต่อกิจกรรม “สพฐ. - เอ.พี. ฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปี 15" ภายใต้แนวคิด “ก้าว กล้า สามัคคี” ขึ้น เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาเยาวชนผ่านกิจกรรมกีฬา ควบคู่ไปกับการสร้างภาวะผู้นำให้กับเยาวชนไทย นอกจากนี้เรายังเล็งเห็นว่า การแข่งขันกีฬาที่ควบคู่ไปกับความสนุกสนาน ความตื่นเต้น จะทำให้น้องๆ เยาวชนเกิดความสนใจและจะทำให้ได้รับประสบการณ์ที่ดี ๆ กลับไปมากขึ้น โดยตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี ได้รับความสนใจและกลายเป็นกีฬาที่เยาวชนไทยเฝ้ารอคอยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขันทุกปี และในปีนี้ จะเป็นปีแรกที่เราได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันเพื่อให้เยาวชนจากทุกจังหวัดได้มีโอกาสเข้าร่วมอย่างทั่วถึง”


“การคัดเลือกในรอบสุดท้าย เราจะนำทีมที่ดีที่สุดจาก 77 จังหวัด มาคัดเหลือเพียง 8 ทีมสุดท้าย เพื่อแข่งขันในแบบแพ้คัดออก (น็อคเอ๊าท์) โดยมีเวลาเป็นเกณฑ์กำหนด ทีมใดมีสถิติดีที่สุด จะได้เป็นแชมป์ประเทศไทย คว้าถ้วยพระราชทาน ฯ และเงินรางวัลอีกมากมาย ซึ่งในปีที่ 15 นี้เราจะมาร่วมลุ้นกันด้วยว่า จะมีการทำลายสถิติเดิมของปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 08.53 วินาที ได้หรือไม่ และถ้าหากทีมไหนสามารถทำเวลาได้ดีกว่า 08.41 วินาทีซึ่งเป็นสถิติโลก ก็จะได้รับรางวัลพิเศษมูลค่าถึง 200,000 บาท ไปครองอีกหนี่งรางวัล อยากขอเชิญให้ทุกท่านได้มาร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ เยาวชนผนึกกำลังความสามัคคีโชว์ความพร้อมเพรียงกันมาก ๆ ครับ”

สำหรับกิจกรรม “สพฐ. - เอ.พี. ฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 15" จะเป็นการแข่งขันวิ่งในแบบทีม ในแต่ละทีมประกอบด้วยเยาวชน 30 คนผูกขาต่อกันเป็นแถวหน้ากระดาน วิ่งประชันฝีเท้าด้วยความพร้อมเพรียงและรวดเร็วในระยะทาง 50 เมตร แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รอบ เริ่มจากรอบเขตการศึกษา เป็นการคัดเลือกทีมที่ดีที่สุดของแต่ละจังหวัดรวม 77 ทีม ให้เหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าแข่งขันในรอบชิงแชมป์ประเทศไทย และชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา และของรางวัลรวม 1,000,000 บาท ณ สนามกีฬาแห่งชาติ สนามศุภชลาศัย ในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563


กิจกรรม “สพฐ. - เอ.พี. ฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 15" ยังได้รับการสนับสนุนจากร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทั่วประเทศ และภาคเอกชนจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น บริษัท โรงงานฟุตบอลล์ไทย สปอร์ตติ้งกู๊ดส์ จำกัด (FBT), บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ The Pizza Company และ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่ม Milo ที่ร่วมสนับสนุนโครงการ และขับเคลื่อนพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของการแข่งขันได้ที่
เฟซบุ๊กแฟนเพจ
fb.com/Honda31legs

โซฟี ธนะปุระ บิ๊กบอสแห่ง VINIFERA


วันนี้มีโอกาสมาทานอาหารฝรังเศส และร่วมพูดคุย กับคุณพจีสวาท โซฟี ธนะปุระ  บิ๊กบอส VINIFERA กรรมการผู้จัดการ  เธอเป็นหญิงสาวร่างเล็ก ทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่น คุณพจีสวาท โซฟี ธนะปุระให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจของ  ร้านที่มีชื่อว่า VINIFERA รวมไปถึงการตัดสินใจของบรรยากาศร้าน ที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้นานาชนิดเขียวสดใส กลับมาพร้อมเพลง ที่ร้านอาหารฝรั่งเศส VINIFERA แห่งนี้เปิดให้บริการจาก ความตั้งใจและมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม







เมื่อเข้ามาภายในร้าน จะพบว่าร้านแบ่งเป็นสองโซน คือ โซนอาหารภายใน และ โซนโอเพ่นแอร์ด้านนอก มีต้นไม้นานาพันธ์รายล้อม บรรากาศร่มชื่น โดยมีคุณคุณพจีสวาท โซฟี ธนะปุระ  เจ้าของร้าน
เล่าว่า เปิดร้านอาหาร อาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพมหานครที่เข้าตาเรา ไม่ว่าจะเป็นร้านที่ตั้งอยู่แบบสแตนอโลนแต่คงไว้ซึ่งรสชาติอันยอดเยี่ยมในขณะที่ราคาสุดแสนจะคุ้มค่า ร้านอาหารฝรั่งเศสแนวใหม่ หรือร้านอาหารฝรั่งเศสแนวดั้งเดิมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของประเทศอันสุดแสนโรแมนติก โฮมเมด ราคาอาหารเริ่มต้น ตั้งแต่ 100 – 400 บาท เมนูที่จำหน่าย เช่น สลัด พิซซ่า ซุป สปาเก็ตตี้ สเต๊กขนมปังบรัสจนไปถึงไวน์ชั้นดี ร้านอยู่ย่านโชคชัย 4

ร่วมพูดคุยกับคุณพจีสวาท โซฟี ธนะปุระ  บิ๊กบอส VINIFERA กรรมการผู้จัดการ

ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสชวนหลงใหล ความตั้งใจและมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมของ คุณพจีสวาท โซฟี ธนะปุระ กรรมการผู้จัดการร้าน ผู้เป็นอา และหลานชาย ฌอง ลุค ดูชัตเตลเย่ Business development coordinator ที่ใช้หัวใจและความหลงใหลในกลิ่นอายฝรั่งเศสมาทำธุรกิจ  ซึ่งทุกจานคุณโซฟี เจ้าของร้านพิถีพิถัน ในการปรุงทุกจาน เน้นทำสดใหม่จานต่อจาน เช่น ซอสสเต็กจะทำจานต่อจาน ไม่ใช้ซอสสำเร็จรูป  ทั้งยังเลือกใช้วัตถุดิบชั้นดี เช่นเนื้อต้องเป็นเนื้อจากฟาร์ม ชีส โบโลน่า แฮม ล้วนเป็นของนำเข้าจากฝรังเศส เพื่อนำเสนอเสน่ห์ของอาหารฝรังเศส แบบโฮมเมด ที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ของรสชาติ โดยเชฟมีคอนเซ็ปต์ในการประกอบปรุงอาหารแบบวัตถุดิบเน้นการเลือกใช้ส่วนผสมและวิธีปรุงที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งลูกค้าที่มาทานร้าน  VINIFERA  มาทานอาหารต่างประทับใจในรสชาติ และกลับมาทานซ้ำทุกคน นอกจากเมนูประจำร้านที่มีในหลักของร้าน ในแต่ละวันจะมีเมนูพิเศษ ซึ่งเมนูพิเศษนั้น จะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในที่มีในแต่ละวัน ทานคู่กับ ไวน์ของประเทศฝรั่งเศสเป็นที่นิยมมาก ซึ่งได้มีการจัดให้เป็นไวน์ที่มีรสชาติดีที่สุดในโลกเลยทีเดียว





การดื่มด่ำไวน์ฝรั่งเศสรสเลิศ สำหรับเมนูที่ไม่ควรพลาดที่จะลิ้มรส และ ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน โฮมเมดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาติที่แท้จริง

Escargot A La Bourguignonne (300 B.-)
หอยทากฝรั่งเศสอบเนย อร่อยไปกับเนื้อหอยอันอวลอ้วน พร้อมความอร่อยของเนื้อหวาน โดยนำเข้าจากเบอร์กันดีประเทศฝรั่งเศสขนานแท้ พร้อมๆ กันกับนำมาผัดกับคลุกเคล้า
เข้ากับเนยกระเทียม และเครื่องเทศ ชิมแล้วถูกปากโดนใจ ตรงที่ข้าวเคี้ยวมันปากเข้ากับเครื่องธัญพืชต่างๆ ที่ใส่มาได้อย่างลงตัว


Smoked Salmon Salad (190 B.-)
แซลมอนสลัด เมนูเอาใจคนรักสุขภาพ มีให้เลือกหลายรูปแบบเลยทีเดียว ทานคู่กับขนมปังกรอบสูตรเด็ดของร้าน  กินเข้ากันดีกับน้ำสลัดรสกลมกล่อม



Duck Confit (395 B.-)
เป็ดชั้นดีจากฟาร์มออร์แกนิค ตุ๋นเข้มข้นในน้ำมันเป็ดอีกที พักค้างคืนเพื่อความนุ่ม ชุ่ม ซึมลึกในเนื้อเป็ด ก่อนนำมาทอดกรอบพร้อมเสิร์ฟ มีความหอม กรอบนอก นุ่มเนื้อใน ทานคู่มันฝรั่งอบชิ้นโต ดิปความอร่อยในน้ำจิ้มสูตรพิเศษ หวานนิดๆ เข้ากันสุดๆ


Cold Cuts Platter (380 B.-)
เมนูเนื้อเรียกน้ำย่อย แต่มารวมตัวกันแบบนานาชาติ อกเป็ด เบคอน พาม่าแฮม เกรดพรีเมี่ยมสไลด์บางๆ ส่งตรงจากฝรั่งเศส ทานคู่กับขนมปังหรือเมล่อนก็อร่อย


รายการอาหารยังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนลองลิ้มอีกมากมาย ท่านใดที่สนใจและอยากลิ้มลองในความอร่อยของอาหารฝรั่งเศสขนานแท้ อยากชวนเพื่อนๆ มาดื่มด่ำไปกับอาหารฝรั่งเศสเคียงคู่ไวน์เลิศรส คุณภาพเกรดพรีเมี่ยมใจกลางโชคชัย 4 ซอย 54 ลาดพร้าว 53

toptotravel   ขอขอบคุณ Vinifera  คุณพจีสวาท โซฟี ธนะปุระ บิ๊กบอส VINIFERA อำนวยความสะดวกในการถ่ายทำในครั้งนี้



ท่านใดที่สนใจและอยากลิ้มลองในความอร่อยของอาหารฝรั่งเศสขนานแท้
ดื่มด่ำไปกับอาหารฝรั่งเศสเคียงคู่ไวน์เลิศรส คุณภาพเกรดพรีเมี่ยม
ใจกลางโชคชัย 4 ซอย 54 ลาดพร้าว 53 Facebook/viniferabkk หรือ
สำรองที่นั่งได้ที่ 087-328-2090

 #VINIFERA


งานฮาลาลที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดในประเทศไทย

“Thailand Halal Assembly 2019”
งานด้านฮาลาล ที่การตอบแทนบุญคุณประเทศไทย โดยพี่น้องชาวมุสลิม


ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย จัดงาน “Thailand Halal Assembly 2019” การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ปีที่ 6 ภายใต้แนวคิด Algorithmic Touch of Halal เป็นกระบวนการสร้างรูปแบบการพัฒนาฮาลาลอย่างเป็นระบบรอบครอบที่จะนำไปสู่การสร้าง halal blockchain และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ระหว่างวันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา






รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2019 กล่าวว่า ในเวลานี้ กลับมาอีกครั้งกับงานฮาลาลที่กล่าวได้ว่าดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กับ การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ “Thailand Halal Assembly” หรือ THA ซึ่งจัดโดย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.)
ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย โดยปีนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6


 


สำหรับงาน “Thailand Halal Assembly 2019” การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ระหว่างวันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ
ภายใต้แนวคิด Algorithmic Touch of Halal เป็นกระบวนการสร้างรูปแบบการพัฒนาฮาลาลอย่างเป็นระบบรอบครอบที่จะนำไปสู่การสร้าง Halal Blockchain และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ โดยได้รับเกียรติจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาเป็นประธานเปิดงานในวันที่ 20 ธันวาคม 2562 และ  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ศักยภาพฮาลาลประเทศไทย”



การจัดงาน THA มาตลอด 6 ปี ทำให้เราตระหนังถึงการขาดแคลนการเชื่อมต่ออย่างเป็นระบบ ซึ่งคอน
เซปต์แนวคิดของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อบ่งบอกให้ประชาคมโลกให้ได้รับรู้ว่าการดำเนินการธุรกิจ สร้างฐานทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็งนั้นต้องการเชื่อมต่ออย่างเป็นระบบ คิดไตร่ตรองอย่างรอบครอบ ซึ่งประเทศไทยจะถือว่าเป็นประเทศที่นำเสนอ Halal Blockchain ประเทศแรกของโลก และจะเป็นต้นแบบให้กับการประเทศอื่นๆ ทั้งประเทศที่เป็นมุสลิม และไม่ใช่มุสลิม เฉกเช่นที่เราเคยเป็นต้นแบบด้าน “ศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับ” จนทั่วโลกให้การยอมรับมาแล้ว





ซึ่งภายใน การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ “Thailand Halal Assembly” ประกอบไปด้วย งานประชุมวิชาการนานาชาติ HASIB ครั้งที่ 12, งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล, นิทรรศการ “Social Enterprise” หรือ กิจการเพื่อสังคม, กิจกรรมจับคู่ธุรกิจภิวัฒน์, การสร้างเครือข่ายการรับรองฮาลาล ประเทศไทย, การประชุมประชาพิจารณ์มาตรฐานฮาลาล

และส่วนสำคัญที่ผู้ร่วมงานไม่ควรพลาดเด็ดขาด !!! Thailand International Halal Expo 2019 หรือ THIHEX 2019 งานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลทั้งไทยและต่างชาติกว่า 341 บูท ทั้ง ผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร, ผลิตภัณฑ์คอสเมติกส์, การท่องเที่ยว, โลจิสติกส์ และการเงินการธนาคาร รวมถึงไฮไลท์พิเศษที่จะรวมรวมมัสยิด 33 มัสยิด เอาผลิตภัณฑ์ของชุมชนในมัสยิดมานำเสนอ ที่จะทำให้ผู้ร่วมงานได้ ชิม ช้อป ใช้กันอย่างสนุกสนาน และยังเป็นการรวมกลุ่มกันระหว่าง ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ 33 มัสยิดในการทำกิจกรรม “Social Enterprise” หรือ กิจการเพื่อสังคม เพราะ “มัสยิด” คือ สถานที่ซึ่งมุสลิมใช้ประกอบศาสนกิจ โดยจะต้องมีละหมาดทุกวันศุกร์ รวมถึงเป็นสถานที่สอนศาสนาอิสลาม แต่ในทางปฏิบัติ มัสยิดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่ใช้เพียงแต่ปฏิบัติศาสนากิจ แต่มัสยิดยังเปรียบเสมือนหัวใจของชุมชน เป็นศูนย์กลางในการรวมสมาชิกหรืออาจเรียกว่า สัปปุรุษประจำมัสยิด เพื่อการดูแลและรับผิดชอบคุณภาพชีวิตต่อสมาชิกในชุมชน ทั้งในเรื่องการให้การศึกษาเยาวชน การแต่งงาน การหย่าร้าง การดูแลความสงบปลอดภัยของคนในชุมชน รวมไปถึงการเสียชีวิตและการจัดการมรดกอีกด้วย


โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ดำเนินงานด้านกิจการเพื่อสังคม ในการเริ่ม “โครงการ SMEs HERO in town” เพื่อพัฒนาศักยภาพ คุณภาพ ให้ความรู้และเข้าไปให้คำปรึกษาเชิงลึกในการผลิตสินค้า หรือบริการฮาลาล รวมถึงการส่งเสริมการตลาด แก่ผู้ประกอบการกิจการขนาดเล็กหรืออาจเร็ยกได้ว่าระดับ Micro SMEs เพื่อหวังให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง จากการมีผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงและท้ายที่สุดสามารถส่งออกสินค้าไปยังนอกชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ในชุมชนตนเอง ส่งผลให้ปัญหาความเหลื่อมล้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบันลดลงได้ในที่สุด โดยโครงการดำเนินงานไปแล้ว 5 ชุนชนภายใต้ความร่วมมือจากอิหม่าม คอเต็บ และกรรมการประจำมัสยิด คือ มัสยิดอัลอิสตีกอมะห์, มัสยิดบางหลวง, มัสยิดดารุ้ลอะมาน เพชรบุรีซอย 7, มัสยิดนูรุ้ลมู่บีน (บ้านสมเด็จ), มัสยิดนูรุ้ลหุดา (ตลาดมดตะนอย) และกำลังจะเริ่มโครงการ SMEs HERO in town กับมัสยิดอื่นๆ ให้ครบทั้ง 33 มัสยิดภายในปี 2563 นี้
-รศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย



สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสอบถามข้อมูล หรือติดตามข่าวสารต่างๆ
โทร. 02-218-1053
www.Thailandhalalassembly.com
Facebook : Thailand Halal Assembly

21 ธันวาคม 2562

มหกรรมสินค้าส่งท้ายปี ส่งเสริมอาชีพคนพิการในตลาดต้องชม ณ ตลาดหลวงปู่ทวด

https://www.youtube.com/watch?v=zKrrujNPTYc&feature=youtu.be

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดย นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมกับ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 




ถือเป็นครั้งแรกกับการผนึกกำลังเพื่อส่งเสริมอาชีพและยกระดับรายได้คนพิการ  กับงานมหกรรมสินค้าส่งเสริมอาชีพคนพิการในตลาดต้องชม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ถึง 30 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ณ ตลาดหลวงปู่ทวด อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สืบเนื่องจากนโยบายของ พล.อ. ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการส่งเสริมด้านการตลาดภายในประเทศ โดยตั้งเป้าให้มีตลาดชุมชนเกิดขึ้นในทุกมุมเมือง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน SMEs ที่ผลิตสินค้าหัตถกรรม สินค้า OTOPs ได้มีสถานที่จำหน่ายสินค้าโดยตรงแก่ประชาชน
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จึงได้ดำเนินโครงการตลาดชุมชนเพื่อธุรกิจท้องถิ่นขึ้น ภายใต้ชื่อ “ตลาดต้องชม” ด้วยแนวคิด “เอกลักษณ์พาณิชย์ อัตลักษณ์ของชุมชน”

โดยเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2559 โดยพัฒนาตลาดชุมชนที่จำหน่ายสินค้าที่ผลิตโดยเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน SMEs และคนในชุมชนหรือพื้นที่ใกล้เคียง ส่งเสริมเป็น “ตลาดต้องชม” สนับสนุนให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม จำหน่ายสินค้า ที่เที่ยงธรรม โปร่งใส มีการปิดป้ายแสดงราคา เครื่องชั่งเที่ยงตรง และจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพดี ตามเอกลักษณ์พาณิชย์ ควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์ของชุมชน ที่มีศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตชุมชน




ครั้งนี้ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้จับมือร่วมกับ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้พิการ เพื่อให้มีรายได้ที่มั่นคงสามารถดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรีในสังคม โดยเล็งเห็นความสำคัญของการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าจากคนพิการ

สำหรับแนวคิดหลักในการดำเนินงานส่งเสริมอาชีพคนพิการให้มีรายได้ คือ การขจัดการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลความพิการ (Barrier-free) โดยส่งเสริมให้ผู้พิการมีอาชีพสามารถพึ่งพาตนเองได้ (Empowerment and Self-sufficiency)  และยกระดับรายได้ของผู้พิการโดยส่งเสริมให้ผลิตสินค้าและบริการที่ตรงต่อความต้องการของตลาด (Demand-driven) และเข้าถึงนวัตกรรมในการผลิตและบริการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการ





โดยกิจกรรมภายในงานกิจกรรมภายในงาน แบ่งออกเป็น

1.โซนนิทรรศการ เป็นการจัด Show case สินค้าคุณภาพเกรดพรีเมียมจากศูนย์ส่งเสริมอาชีพคนพิการจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ  เช่น งานหัตถกรรม กระเป๋าผ้า ผ้าพันคอ เครื่องหนัง เครื่องโขน งานเป่าแก้ว เป็นต้น

2.โซนกิจกรรมพิเศษ ประกอบด้วย การสาธิต/Workshop เป็นพื้นที่สำหรับสร้างการมีส่วนร่วมให้กับนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้กระบวนการผลิตสินค้าและเห็นคุณค่าของสินค้าที่ผลิตโดยคนพิการ จำนวน 2 กิจกรรม/วัน วันละไม่น้อยกว่า 2 รอบ หรือตามความเหมาะสม เช่น การสอนทำเดคูพาจ การเพ้นท์ภาพหรือเซรามิก การปักผ้า เป็นต้น รวมไปถึงการแสดงหรือการเสวนาโดยผู้พิการที่ประสบความสำเร็จ จำนวน 1 รายการ/วัน

3.โซนจำหน่ายสินค้าและบริการจากคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการในรูปแบบ Pavilion เพื่อจำหน่ายสินค้าของศูนย์ส่งเสริมอาชีพคนพิการ (โรงงานปีคนพิการสากล) ในรูปแบบร้านนารายา เช่น กระเป๋า ถุงผ้า กล่องแว่นตา ถุงมือจับของร้อน โซนให้บริการโดยคนพิการ เช่น บริการนวดแผนไทย ดูดวง และวาดภาพเหมือน โซนจำหน่ายสินค้าในรูปแบบคูหา เพื่อจำหน่ายสินค้าต่างๆ ของผู้พิการและผู้ดูแลคนพิการ จำนวนไม่น้อยกว่า 30 คูหา เช่น เครื่องหนัง กระเป๋าสาน ผลไม้ และโซนให้บริการห่อของขวัญหรือจัดกระเช้าปีใหม่

4.โซนจำหน่ายสินค้าที่ได้รับการส่งเสริมโดยกรมการค้าภายใน อาทิ กุ้งก้ามกราม/ปลากระพงเผา เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามและปลากระพงได้มีช่องทางการจำหน่าย และกระตุ้นการบริโภคสินค้า

5. กิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายสินค้า เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าในงานหรือสินค้าภายในตลาด ในรูปแบบต่างๆ อาทิ เล่นเกมส์ หรือจับรางวัล หรือแจกคูปองสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าครบตามวงเงินที่กำหนด เพื่อแลกสินค้าของพรีเมี่ยมที่ผลิตโดยคนพิการ หรือบริการต่างๆ ที่กำหนด เช่น วาดภาพ ดูดวงโดยคนตาบอด และนวดเท้า เป็นต้น

เตรียมพบความสุข 3 ระดับรับปีใหม่ สุขช็อปปิ้ง สุขกิน สุขรับโชค แล้วพบกันระหว่างวันที่ 26 – 30 ธันวาคม 2562 ณ ตลาดหลวงปู่ทวด อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


ภายในงานพบกับสินค้าคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมจากศูนย์ ส่งเสริมอาชีพคนพิการจากทุกภูมิภาค การจำหน่ายสินค้าและ บริการคนพิการมากมาย กิจกรรม Workshop ที่น่าสนใจ และกิจกรรมความสนุกพร้อมลุ้นรับรางวัลทุกวัน

19 ธันวาคม 2562

อิมแพ็ค ไลท์ติ้งเฟส

โอกาสครบรอบ 20 ปี
เพื่อมอบความสุขให้กับทุกคนด้วยกองทัพไฟแอลอีดี


นับเป็นครั้งแรกของอิมแพ็ค ที่จัดงานเทศกาลไฟ สุด ปี แสง ภายใต้ชื่อ อิมแพ็ค ไลท์ติ้งเฟส เนื่องโอกาสครบรอบ 20 ปี เพื่อมอบความสุขให้กับทุกคนด้วยกองทัพไฟแอลอีดี กว่าแสนดวงประดับประดาบนพื้นที่ 8,500 ตารางเมตรของลานสนามหญ้า อิมแพ็ค อารีน่า พร้อมกิจกรรมพิเศษหมุนเวียนมาสร้างสีสันตลอดทั้ง 4 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 5 เมษายน 2563

นางสาวกุลวดี จินตวร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด 

นางสาวกุลวดี จินตวร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี อิมแพ็ค เมืองทองธานี และต้อนรับปีใหม่ 2020 ทางทีมบริหารได้เตรียมกิจกรรมพิเศษส่งมอบความสุขให้กับลูกค้า ด้วยการจัดงานเทศกาลไฟ "สุด ปี แสง Impact Lighting Fest" เป็นครั้งแรก โดยการสนับสนุนของ ดังกิ้น โดนัท และเครื่องดื่ม AQUANIN เพื่อเชิญชวนทุกท่านได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศดาวบนดิน ส่งสว่างระยิบระยับไม่แพ้ดาวบนฟ้า บนพื้นที่ 8,500 ตารางเมตร ณ ลานสนามหญ้า อิมแพค อารีน่า โดยมีกำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 - 5 เมษายน 2563 รวมแล้ว 129 วัน ซึ่งจากที่เริ่มเปิดให้เข้าชมงาน ที่ผ่านมาถือว่าผลตอบรับดี มีผู้เข้าชมงานเฉลี่ย 1,000 คนต่อวัน








ความน่าสนใจของงานนี้ คือ ตอบโจทย์สร้างความสุขให้กับทุกเพศ ทุกวัย ทั้งกลุ่มเพื่อน คนทำงาน คู่รัก และครอบครัว ด้วยความครบครันให้ทุกคนได้ชม ช้อป ชิม ชิล ในที่เดียว เริ่มต้นกับการชมความตื่นตาตื่นใจของกองทัพไฟ LED ที่ยกมาประดับประดาหลายแสนดวงตกแต่งสวยงามในรูปแบบต่างๆ อาทิ ฝนดาวตก อุโมงค์ไฟ บอลลูน ซุ้มดวงดาว รถม้าเทพนิยาย เห็ดเรืองแสง ทุ่งดอกไม้ ผีเสื้อราตรี หมีสามตัว อีกทั้งมุมสนุกสนานกับเครื่องเล่น LED เช่น รถไฟมหาสนุก ม้าหมุน ชิงช้า ม้าโยก ปุ่มแดนซ์ ปลาโลมา หุ่นยนต์ และการโชว์ BOZO ตัวขายาว เป็นต้น


นอกจาก ชมไฟตระการตาแล้ว ภายในงานยังรวมกิจกรรมพิเศษหมุนเวียนมาสร้างสีสันตลอดทั้ง 4 เดือนเต็ม เช่น โฟล์ค เฟส มุมชิลเอ้าท์ดื่มด่ำบรรยากาศแสงไฟ กรีน มาร์เก็ต เอาใจคนรักสุขภาพกับสินค้าออแกนนิค และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ แคปปิ้ง แอนด์ เอาท์ดอร์ สปอร์ท เพื่อคนรักการท่องเที่ยวและกิจกรรมกลางแจ้ง เพลย์กรราวด์ สำหรับผู้ชื่นชอบความท้าทาย กิจกรรมเอ็กซ์ตรีม และยังมีมุมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย และสามารถเลือกช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ ตั้งแต่เวลา 17.00-23.00 น. ของทุกวัน
 






ปิดท้ายกับ มุมสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการแขวนโคมขอพรโอมจงปังความรักจงบังเกิด โดยเขียนชื่อและข้อความขอพรลงบนโคมไฟ ในราคาเพียง 59 บาท สำหรับโซนชมไฟ บัตรผู้ใหญ่ 70 บาทตั้งแต่วันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ราคา 100 บาทวันเสาร์ และอาทิตย์ แถมเล่นฟรีม้าหมุน 1 ครั้ง บัตรเด็ก 50 บาท ซึ่งสูงไม่เกิน 75 เซ็นติเมตรเข้าฟรี พิเศษโปรโมชั่นปลายปี สำหรับวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม 2562 วันสิ้นปี 31 ธันวาคม 2562และวันปีใหม่ 1 มกราคม 2563



ซื้อบัตรผู้ใหญ่ราคาปกติ รับแท่งไฟน่ารักสดใสเป็นของขวัญฟรี
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทางเฟซบุ๊ค www.facebook/ImpactLightingFest