27 ตุลาคม 2563

กทม.เปิดพื้นที่ทั่วกรุงจัดยิ่งใหญ่ ลอยกระทงวิถีใหม่ สไตล์ New Normal จุดไฮไลท์ สะพานพระราม 8 คลองโอ่งอ่าง และสวนสาธารณะทั้ง 30 แห่ง

กรุงเทพมหานคร เตรียมจัดยิ่งใหญ่ งานเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2563 ภายใต้แนวคิด  “ลอยกระทงวิถีใหม่ สไตล์ New Normal” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมลอยกระทง เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีไทย สืบทอดวิถีชีวิตของชุมชนที่มีต่อสายน้ำ และตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอันดีงาม เผยจุดไฮไลท์ สะพานพระราม 8 คลองโอ่งอ่าง และสวนสาธารณะทั่วกรุง ทั้ง 30 แห่ง  


นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานแถลงข่าว การจัดงานเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2563  กล่าวว่า ปีนี้กรุงเทพมหานครกำหนดจัดงานลอยกระทงโดยเปิดพื้นที่หลักของกรุงเทพมหานคร    ให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรม เพื่อสืบสานประเพณีไทย และสืบทอดวิถีชีวิตของชุมชนที่มีต่อสายน้ำ โดยให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย  มีการเว้นระยะห่าง พร้อมแจกหน้ากากอนามัยฟรี สำหรับประชาชนที่นำกระทงมาลงทะเบียน จำนวน 500 ท่านแรก พร้อมกันนี้ ห้ามจุดพลุ ดอกไม้เพลิง และมีการรณรงค์ใช้วัสดุธรรมชาติในการจัดทำกระทง 1 กระทง 1  ครอบครัว เพื่อลดปริมาณขยะ สำหรับกิจกรรมแต่ละจุดมีไฮไลท์ที่น่าสนใจแตกต่างกัน เช่น บริเวณสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เขตบางพลัด จัดในวันเสาร์ที่ 31  ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น.  มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย เช่น การแสดงเพลงฉ่อย การแสดงรำโทน การแสดงวงโปงลางอินเตอร์ การแสดงวงสุวรรณหงษ์ และ การแสดงจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง อาทิ ลำไย ไหทองคำ  นอกจากนี้ยังมีการจัดโซน ตลาดโบราณย้อนยุค สัมผัสกับของเล่นโบราณ ของกินที่หาทานได้ยาก และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร (Bangkok Brand) ของดี 50 เขต  ทั้งสินค้าหัตถกรรม และอาหารดังจากทุกเขตของกรุงเทพมหานคร 

และอีกหนึ่งจุดสำคัญ คือ บริเวณคลองโอ่งอ่าง ช่วงสะพานหัน ที่สำนักงานเขตพระนคร ร่วมกับสำนักงานเขต สัมพันธวงศ์ จัดงานเทศกาลลอยกระทง ในระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา17.00 น. เป็นต้นไป             


ณ ริมคลองโอ่งอ่าง เขตสัมพันธวงศ์ และเขตพระนคร ช่วงสะพานหัน ถึง สะพานภาณุพันธุ์ ภายในงานมีกิจกรรมการประกวดหนูน้อยนพมาศ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรีไทยและดนตรีร่วมสมัย และการสาธิตประดิษฐ์กระทง และ ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง Street Art และ Street Performance อีกมากมาย

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร มีการเปิดสวนสาธารณะ 30 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ให้ประชาชนลอยกระทง โดยสำนักงานเขต ได้บูรณาการทำงานร่วมกับภาคประชาชนและเอกชน  ในการจัดงานเทศกาลลอยกระทงในพื้นที่ 50 เขต นอกจากนี้ยังได้เปิดสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร จำนวน 30 แห่ง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปลอยกระทง จนถึงเวลา 24.00 น. และยังมีหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงภาคเอกชนจัดงานเทศกาลลอยกระทง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่  งาน River Festival 2020  เทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย  “รื่นเริง แสงศิลป์”  ปีนี้จัดกิจกรรมในวันที่ 29-31 ตุลาคม 2563 ณ 10 ท่าน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ วัดโพธิ์ วัดอรุณฯ วัดระฆังฯ วัดกัลยาฯ วัดประยูรฯ ท่ามหาราช ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค ล้ง1919
สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์  ใกล้ที่ไหน ไปร่วมกิจกรรมได้ที่นั่นเลย

GIT เปิดตัว เครื่องประดับเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ความต้องการ เครื่องประดับที่มากกว่าความสวยงาม

กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เผยโฉมเครื่องประดับ ตอบโจทย์ทั้งทางด้านความสวยงามและทางด้านสุขภาพ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย 


นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มอบนโยบายในปีงบประมาณ 2564 ให้สถาบัน เร่งผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ในทุกมิติ อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รวมทั้งกระตุ้นความต้องการในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ในฐานะการเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก ซึ่งโครงการเครื่องประดับเพื่อสุขภาพ ถือได้ว่าเป็น หนึ่งในโครงการที่ได้มอบหมายให้กับสถาบันบูรณาการร่วมกับสถาบันการศึกษา อย่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อนำงานวิจัยและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ มาสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมเครื่องประดับ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน  ทั้งยังเป็นการต่อยอดงานวิจัยให้สามารถนำมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับอีกด้วย



นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย รองผู้อำนวยการสถาบัน รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ กล่าวว่า ในปี 2563 นานาประเทศทั่วโลก นี้ต้องประสบกับปัญหาวิกฤตไวรัสโควิด 19 และประเทศไทยเองยังเผชิญกับปัญหามลภาวะ PM 2.5 ที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว ซึ่งสภาวะเหล่านี้ ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายสินค้าเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทางสถาบันจึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาเครื่องประดับสุขภาพ เพื่อพัฒนาสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับให้มีประโยชน์ใช้สอย มากกว่าเพื่อความสวยงาม เช่น เครื่องประดับเพื่อสุขภาพ เครื่องประดับเพื่อความทรงจำ เป็นต้น 



สถาบัน ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อนำงานนวัตกรรมที่น่าสนใจมาร่วมพัฒนา
และออกแบบร่วมกับ นักออกแบบเครื่องประดับและผู้ประกอบการ เป็นเครื่องประดับต้นแบบ โดยครั้งนี้
ได้นำเทคโนโลยีที่ใช้ในเครื่องกำจัดฝุ่น PM 2.5 เพื่อนำมาใช้เป็นองค์ประกอบของเครื่องประดับ โดยมีหลักการทำงานคล้ายเครื่องฟอก-อากาศ เพื่อดักจับอนุภาคของฝุ่น PM 2.5 ทำให้อนุภาคฝุ่นเป็นกลาง
หล่นลงสู่พื้น คงเหลือแต่อากาศที่สะอาดปราศจากฝุ่นควัน  กลับสู่ธรรมชาติ มีความปลอดภัยต่อมนุษย์
และสิ่งแวดล้อม และสามารถใช้งานได้จริง ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด โดยผลักดันจุดแข็งด้าน
งานวิจัยมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การออกแบบ สร้างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์ เป็นการสร้างคุณค่า และมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับให้มีคุณสมบัติที่เป็นมากกว่าเครื่องประดับทั่วไป
อีกทั้งยังได้มีการออกแบบเครื่องประดับเพื่อสุขภาพเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ และ ช่วยในการเคลื่อนไหว อาทิ แหวนกันนิ้วล็อค และ เครื่องพยุงกล้ามเนื้อเพื่อช่วยในการเดิน เป็นต้น 



รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยเทคโนธานี  มหาวิทยาลัยมีความยินดีที่ให้การสนับสนุนในด้านการประสานงานการปรับแปลงวงจรของเครื่องฟอกอากาศ โดยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่การผลิต ซึ่งเป็นภารกิจหนึ่งของมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ภาคเอกชน รวมทั้งผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดการพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการนำผลงานวิจัยมาถ่ายทอดให้คำปรึกษาเชิงลึก พร้อมผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้ประโยชน์ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของสังคมและประเทศ ซึ่งการได้ร่วมมือกับ GIT ถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ต่อยอดงานวิจัยให้เกิดผลผลิตที่แท้จริง”





นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ มณีเสถียรรัตนา หนึ่งในนักออกแบบ และ นักวิจัยอิสระ ที่ได้ร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบในโครงการ Beyond Jewelry ได้เสริมถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบว่า “แรงบันดาลใจในการออกแบบครั้งนี้ ถอดแบบจากการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ ที่ใช้หลักการของประจุบวก และ ประจุลบ (ION) ของน้ำ ซึ่งอยู่รอบตัวเรา มาเป็นแรงบันดาลในการออกแบบ สร้องคอ ต่างหู และสร้อยข้อมือ โดยใช้เทคนิคการออกแบบให้มีความน่าสนใจ โดย คอลเลคชั่น Water Harmony I ใช้เทคนิคความสมมาตรทั้งซ้าย และ ขวา ซึ่งส่งให้เครื่องกรองอากาศมีความโดดเด่น และเปล่งประกายดังอัญมณี ส่วน Water Harmony II ใช้แนวคิดของการออกแบบที่ไม่มีความสมมาตร มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน และใช้เทคนิคที่ชื่อ Slice & Lock เพื่อให้ผู้ใส่สนุกกับการสวมใส่เครื่องประดับมากขึ้น 

นอกจากนี้ GIT ยังมีผลงานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมายที่พร้อมเผยโฉมและจะทำให้คุณมอง
เครื่องประดับเปลี่ยนไป 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
02 634 4999 ต่อ 635 - 642


ร่วมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รับเทศกาลจับจ่าย ปลายปี

 

บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ขานรับนโยบายรัฐบาล ร่วมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ“ช้อปดีมีคืน”ชวนลูกค้าช้อปสินค้าภายในร้าน ท็อปส์ ,เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, แฟมิลี่มาร์ท, มัทสึโมโตะ
คิโยชิ ทุกสาขา และท็อปส์ ออนไลน์
รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด
30,000 บาทตามมาตรการของรัฐตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. – 31 ธ.ค. 63

 

ช้อปดีมีคืน ประหยัดสุดคุ้มถึง 3 ต่อ

·          คุ้มที่ 1 ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 30,000 บาท เพียงแสดงใบเสร็จพร้อมบัตรประชาชนที่จุดบริการลูกค้า เพื่อออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบภายในวันที่ซื้อสินค้า

·          คุ้มที่ 2 ประหยัดเพิ่ม กับสินค้า “ล็อคราคา” Red hot ลดสุดขีด สินค้าซื้อ 1 แถม 1 และอื่นๆอีกมากมาย

·          คุ้มที่ 3 ลดแรงแซงทุกโปร ฟรี!!! สติ๊กเกอร์ลดแล้วลดอีก สูงสุด 25% ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.  – 5 พ.ย. 63

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊กTopsThailand,  หรือ
แอปพลิเคชันไลน์
: @TopsThailand, @Topsonlineหรือ เฟซบุ๊ก FamilyMart Thailand
หรือเฟซบุ๊ก Matsumoto Kiyoshi Thailand         

วิริยะประกันภัย ร่วมสนับสนุน “คปภ.เพื่อชุมชน” ปี 63 ชุมชนนาอ้อ จ.เลย

 

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธกิจกรรมของ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายณัฐพงศ์ บุญเย็น ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) พร้อมทีมงาน ร่วมให้การต้อนรับ ในโอกาสที่บริษัทฯ ร่วมสนับสนุนโครงการ “คปภ.เพื่อชุมชน” ประจำปี 2563 (ลงพื้นที่ครั้งที่ 3) ชุมชนนาอ้อ โดยงานจัดขึ้น ณ หอประชุมเทศบาลตำบลนาอ้อ อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย

                สำหรับโครงการ “คปภ.เพื่อชุมชน” ครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดย สำนักงาน คปภ.
ร่วมกับ ภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัยเชิงรุกไปสู่ประชาชนทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือใน
การบริหารความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม พร้อมลงพื้นที่ชุมชนถอดบทเรียนเรื่องราวเกี่ยวกับการประกันภัยที่น่าสนใจ ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับทราบปัญหาและความต้องการของชุมชน เพื่อนำระบบประกันภัยมาใช้ในการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ชุมชนที่ได้รับคัดเลือกจากทั่วประเทศ จำนวน 5 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้ารวังกะ จ.กาญจนบุรี
, ชุมชนบ้านแหลมมะขาม จ.ตราด, ชุมชนนาอ้อ จ.เลย, ชุมชนบ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช และชุมชนปางห้า จ.เชียงราย

“สุขสยาม” สืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า จัดมหกรรมศิลปวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม”

 “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” อลังการประติมากรรมกระทงหลากสไตล์แห่งเดียวในไทย!!  

Ø เชิดชูความงดงามของประติมากรรมกระทงหลากสไตล์ อาทิ กระทงสาย กระทงลอยฟ้า กระทง 4 ภาค และกระทงเซียมซี ผลงานศิลปะไทยอันวิจิตรผสานกับนวัตกรรมใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มเชิงสร้างสรรค์

Ø ตื่นตาการแสดงสุดมหัศจรรย์ลอยกระทงวิถีไทย พร้อมเต็มอิ่มไปกับบทเพลงอันไพเราะจากเยาวชนรุ่นใหม่และลูกทุ่งไอดอลดีกรีแชมป์

Ø ร่วมลุ้นและเชียร์สาวงามของเทศกาลลอยกระทง กับเวทีประกวดนางนพมาศ 2 วัย และชวนแต่งผ้าไทยฉลองเทศกาลสืบสานประเพณีอย่างยั่งยืน



“สุขสยาม” เมืองสารพัดสุข สนุกแบบไทย ผนึกกำลัง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า พร้อมอนุรักษ์เทศกาล “ลอยกระทง” ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำแห่งความรุ่งเรืองของรัตนโกสินทร์ จัดมหกรรมศิลปวัฒนธรรมแห่งสายน้ำสุดยิ่งใหญ่ในงาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม”ระหว่าง 26 ต.ค.- 1 พ.ย. ศกนี้ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม  


            คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม  กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “เพื่อเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของคนไทย และเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และประเพณีไทยของนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติในประเทศ เมืองสุขสยาม จึงจัดงานฉลองเทศกาลลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยในปีนี้เราได้นำเสนอความเป็นไทยแบบร่วมสมัย โดยสอดประสานนวัตกรรมรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงสร้างสรรค์ โดยภายในงาน

ทุกท่านจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศและความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย ในขณะเดียวกันก็จะรู้สึกถึงความร่วมสมัย พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงและกิจกรรมต่างๆ ตลอดการจัดงาน”   

·       ประติมากรรมกระทงหลากสไตล์ นวัตกรรมความงามอันวิจิตร

            ไฮไลท์ของมหกรรมศิลปวัฒนธรรมในครั้งนี้ ผู้ร่วมงานจะได้ตื่นตาไปกับ “กระทงสายประกายแสง”  ส่องสว่างรับคืนวันเพ็ญด้วยกระทงกาบกล้วยจากชุมชนแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ที่นำมาตกแต่งบริเวณท่าน้ำภาคกลางของสุขสยาม ร้อยเรียงเป็นสายสวยงาม และร่วมประดิษฐ์กระทงด้วยกาบกล้วยสำหรับผู้ลงทะเบียน 300 สิทธิต่อวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น.  เฉพาะวันที่ 30-31 ตุลาคม 2563 

            เต็มอิ่มไปกับการแสดง “กระทงลอยฟ้า” ความงดงามของ “กระทง 4 ภาค” ที่รังสรรค์ โดย นักประติมากรรุ่นใหม่ เอกลักษณ์ สระแก้ว นำเทคนิคการตัดติดประกอบ Era foam จากแผ่นยาง เพื่อความงดงามอย่างร่วมสมัย ได้แรงบันดาลใจสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมที่โดดเด่นของหน้าจั่ว ช่อฟ้า ใบระกา ภายใน "วัดไทย" ประดับด้วยดอกไม้ประจำสื่อถึงอัตลักษณ์แต่ละภาค อาทิ ภาคกลาง-ดอกบัวหลวง ภาคใต้-ดอกพะยอม ภาคเหนือ-ดอกทองกวาว และ ภาคอีสาน-ดอกราชพฤกษ์ นอกจากนี้ ยังจัดให้มี “กระทงเซียมซี…สมหวังดวงดีดั่งตั้งใจ” กระทงเสี่ยงทายแบบรับผลทันที ที่นำมาประยุกต์ให้ทันสมัยด้วย ณ บริเวณสายน้ำภาคใต้  

·       ประกวดนางนพมาศ 2 วัย สีสันความสุขคู่ประเพณีลอยกระทง


เวทีประกวดนางนพมาศ อีกหนึ่งความสุขประจำเทศกาลลอยกระทง ปีนี้เมืองสุขสยามเนรมิตเวทีการประกวด  “นางนพมาศ 2 วัย” เชื่อมสายสัมพันธ์  ผู้สมัครจะมาเป็นคู่แม่ลูก หรือคู่ยาย-ย่าของหลานๆ ในคืนวันลอยกระทง 31 ต.ค. 2563 รางวัลชนะเลิศและรางวัลรองชนะเลิศจะได้รับโล่รางวัล พร้อมสายสะพายและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 20,000 บาท

พร้อมกันนี้ยังมอบความสนุกสุขสร้างสรรค์ จากการแสดงมหัศจรรย์กับลอยกระทงวิถีไทย โดยแบ่งเป็น 3 องค์ ซึ่งจัดแสดงทุกวันตลอดระยะการแสดง โดยจัดให้มีรอบการแสดงวันละ 3 รอบ  ได้แก่ วันที่ 30 ต.ค. รอบเวลา 17.30 น. และ 18.30 น. วันที่ 31 ต.ค. รอบเวลา 12.00 น., 15.30 น., 17.00 น. และ 18.30 น.  และวันที่ 1 พ.ย. รอบเวลา 12.00 น., 16.00 น. และ 18.00 น.  เริ่มจาก “แสงนวลผ่องคืนพระจันทร์ 15 ค่ำเดือน 12” เรื่องราวของดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนไป และดวงจันทร์วันเพ็ญเคลื่อนเข้ามาให้ความสุขสว่างแทน ท่ามกลางดวงดาวระยิบระยับ ของคืน 15 ค่ำเดือน 12 ส่วนองค์ที่ 2 “ส่องสะท้อนเด่นประกายสายน้ำ”  เรื่องราวของสายน้ำ อันเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดของคืนวันลอยกระทง เพื่อรำลึกถึงคุณค่าของสายน้ำผู้ให้ชีวิตสุขจนถึงปัจจุบัน องค์ที่ 3 “สุขสยามนำ…อเมซิ่งสุข สู่นภาลัย” เป็นการแสดงที่รวบรวมความสนุกด้วยเสียงดนตรีที่เปลี่ยนเข้าสู่จังหวะของการเฉลิมฉลองเทศกาลลอยกระทงจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ผสมกลิ่นอายของดนตรีในแต่ละภาค โดยมีแสงสีเสียง กระทงลอยฟ้า โดยโดรนประดับไฟที่นำกระทงลอยขึ้นสู่ฟ้า การแสดงนี้ถ่ายทอดลีลาผ่านนักแสดงยิมนาสติกลีลาในอุปกรณ์ที่แตกต่างกันตามคอนเซ็ปท์ของแต่องก์ได้อย่างลงตัว 


            นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีไทยและศิลปะแบบไทยคับคั่งที่หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนตลอดทั้งงาน อาทิ ระนาดเอกมือฉมังเยาวชน จากโรงเรียนเก่งดนตรีอโยธยา ศิษย์ “ขุนอินโหมโรง”ประชัน วง “โปงลางศิลป์สาธร ราชมงคลกรุงเทพ” ซาบซึ้งกับบทเพลงจากนักรองลูกทุ่งเจ้าของรางวัลอันทรงเกียรติจากรายการลูกทุ่งไอดอล เขตต์- ศิรสิทธิ์ พันยา และ แอมมี่ ศิริลักษณ์  ฯลฯ และช้อปกันให้เพลินกับตลาดใต้แสงจันทร์วันเพ็ญ ที่รวบรวมนานาสินค้าไทยที่รังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรที่ได้รับการยกระดับให้เป็นเสน่ห์ภูมิปัญญาและหัตถกรรมอันทรงคุณค่า อาทิ ผ้าไหม, ผ้าลายอย่าง,ผ้าทอไตลื้อ,ผ้าไหมแพรวา และเครื่องประดับไทยแท้ เครื่องเงินเชียงใหม่, ทองสุโขทัย เป็นต้น 


         
            นอกจากนี้เมืองสุขสยามร่วมกับกิจกรรม Bangkok River Festival 2020 “รื่นเริง แสงศิลป์” เทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 6  จัดโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) โดยเปิดให้ประชาชนได้ล่องเรือฟรี  (Free Shuttle Boat) 10 ท่าน้ำสำคัญ ณ จุดลงทะเบียน เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ระหว่างวันที่ 29 - 31 ต.ค. 2563 เวลา 17.00 - 22.00 น. และจัดท่าน้ำเมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ให้เป็นหนึ่งใน 10 ท่าเรือยอดนิยมของนักท่องเที่ยว  และเป็นจุดประทับตรา เพื่อลุ้นรับของรางวัลจากกิจกรรม เมื่อประทับครบ 3 ท่าน้ำ อาทิ "น้ำมนต์มงคล 5 วัด ในถุงผ้าขาวม้าชุมชน" หรือของที่ระลึกอื่นๆ มหัศจรรย์ลอยกระทงวิถีไทย ระหว่างวันที่ 26 ต.ค.-1 พ.ย. ศกนี้  ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม 

 ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทงอันทรงคุณค่า และขอขมาพระแม่คงคาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พร้อมสนุกสนานไปกับงาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” อย่างเต็มอิ่ม โดยขอเชิญชวนทุกท่านร่วมแต่งกายผ้าไทยในเทศกาลลอยกระทง ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายนนี้ 
ณ เมืองสุขสยาม บริเวณชั้น G ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-658-1000 หรือ www.sooksiam.com FB: sooksiam

แฟนคลับฟินหนัก

กลายเป็นคู่จิ้น ที่น่าจับตามองอีกคู่ สำหรับ "ป๊อด ศุภกร" และ"ข้าวตัง ธนวัฒน์" จนมีแฮทแทก #ป๊อดหิวข้าวซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานายอินทร์ ร่วมกับจีเอ็มเอ็มทีวีและ Deep Publishingได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษป๊อด-ข้าวตังMeet&Greet กับเหล่าแฟนคลับ และนักอ่าน อีกทั้งยังมี “นทกร” นักเขียนเจ้าของผลงาน  "ต้นหนชลธี" มาร่วมพูดคุย ภายในงานมหกรรมนิยายนานาชาติ ครั้งที่ 2 (International Novel Festival 2020) ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ โดยงานนี้แฟนคลับให้การต้อนรับกันอย่างอบอุ่น และ
ฟินกันไปถ้วนหน้าเมื่อทั้งคู่โดนแฟนคลับแซว เล่นเอาทั้งเจ้าตัว และแฟนคลับเขินไปตามๆ กันเลยจ้า







สามารถติดตามชมซีรีส์ " ต้นหนชลธี" ได้ทุกวันศุกร์ทาง GMM25 และ AIS PLAY
เริ่มออกอากาศในวันศุกร์ที่  13 พฤศจิกายน2563 นี้ เวลา 21.30 น. 

22 ตุลาคม 2563

“สุขสยาม” เปิดรับสมัครประกวดนางนพมาศ 2 วัย ประชันความสามารถตามวิถีไทย

เทศกาลลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” 
ณ ไอคอนสยาม สมัครด่วน!! ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ตุลาคมศกนี้ 

“เมืองสุขสยาม”  ชั้น G  ไอคอนสยาม เมืองสารพัดสุข สนุกแบบไทย ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและอนุรักษ์วัฒนธรรมแห่งสายน้ำเจ้าพระยาในเทศกาล “ลอยกระทง” ชูมหกรรมศิลปวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ใน

งาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ระหว่างวันที่  30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 ณ เมืองสุขสยาม 
ชั้น G ไอคอนสยาม  พร้อมไฮไลท์ “การประกวดนางนพมาศ 2 วัย” ซึ่งคู่ที่คว้ารางวัลชนะเลิศจะได้รับโล่รางวัล พร้อมสายสะพายและเงินรางวัล มูลค่า 10,000 บาท  ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับสายสะพาย พร้อมเงินรางวัล มูลค่า 7,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2  ได้รับสายสะพาย และเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท 




สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้าประกวดต้องเป็นเพศหญิงคู่แม่ลูก หรือ คู่ยาย-ย่า+หลาน (เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี / ผู้ใหญ่อายุ 35 ปีขึ้นไป) โดยส่งหลักฐานการสมัคร ด้วยการกรอกประวัติส่วนตัว พร้อมภาพถ่ายคู่ เป็นภาพสีจำนวน 1 ภาพ และคลิปวีดิโอแนะนำตัว(คู่) ความยาวไม่เกิน 1 นาที ภายในวันที่ 26 ตุลาคม 2563 โดยจะประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบในวันที่ 27 ตุลาคม 2563 เพื่อขึ้นเวทีประกวดรอบชิงชนะเลิศในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 ณ ลานเมือง 1 เมืองสุขสยาม ชั้น G  ไอคอนสยาม

เกณฑ์การตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาจากการแต่งกาย ความสวยงาม บุคลิกภาพ กิริยามารยาท และความเชื่อมั่นในตนเอง ส่วนรอบชิงชนะเลิศผู้ผ่านเข้ารอบจะต้องเตรียมการแสดงความสามารถพิเศษเพื่อสืบสานประเพณี อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยบนเวที โดยคณะกรรมการจะพิจารณาจาก ทักษะความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ความพร้อมเพรียงของคู่ประกวด และปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม



ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมประกวดนางนพมาศ 2 วัย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานประเพณีลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ในงาน “รื่นเริง แสงศิลป์ อเมซิ่ง สุขสยาม” ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม

กรอกข้อมูลสมัครได้ที่ https://bit.ly/2HlB4CI หรือ QR Code ที่ปรากฏบนแพลทฟอร์ม
Facebook Fanpage :: sooksiam หรือ
สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ คุณณัฏฐ์ธิดา โกสุมขจรเกียรติ์ 062-790-5467 (เวลาราชการ)
ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ตุลาคม 2563