29 กรกฎาคม 2566

ททท. ร่วมกับ สำนักทรัพย์สินจุฬาฯ และลิโด้ จัดงาน “วาร์ป Fest มันส์ ดี ต่อใจ”

กระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้คึกคัก ชวนเจนใหม่มาออกเดินทางเปิดประสบการณ์แบบอะเมซิ่ง ระหว่างวันที่ 28  – 30 ก.ค. นี้


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ สำนักทรัพย์สินจุฬาฯ และลิโด้ เดินหน้าฟื้นฟู ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวชู  Soft Power  ส่งมอบคุณค่าและความหมายของการท่องเที่ยวไทยด้วยการจัดกิจกรรม “วาร์ป Fest มันส์ ดี ต่อใจ”  ที่เนรมิตใจกลางเมืองสร้างสรรค์รูปแบบกิจกรรมกระตุ้นกลุ่มเป้าหมาย  คนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เกิดการอยากเดินทางออกไปกิน ไปเที่ยว ภายในงานพบกับโซนกิจกรรมชวนวาร์ปที่ให้ได้ออกไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทยให้รู้สึกดีต่อใจ พร้อมกิจกรรม Craft Workshop คลาสสอนงานศิลปะแบบไทยๆ อร่อย หวาน สดชื่นไปกับโซนผลไม้ ขนมของดี ของกินเล่น 4 ภาค และพบความมันส์ไปกับ 5 วงศิลปินรุ่นใหม่ พร้อมนักแสดงวัยรุ่นสุดฮอต เฟิร์ส-ข้าวตัง ที่จะมาใกล้ชิดมอบโมเมนต์ประทับใจ พร้อมกิจกรรมแจกของรางวัลที่ระลึกอีกมากมาย ตลอด 3 วันเต็ม  ระหว่างวันที่  28 – 30 กรกฎาคม 2566   เริ่มเวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ณ Lido Connect สยามสแควร์




พิเศษสำหรับผู้ที่ร่วมสนุกภายในงานครบทุกกิจกรรมจะมีสิทธิ์ได้ลุ้นรับรางวัลที่พัก 3 วัน 2 คืน และลุ้นได้สิทธิ์ที่นั่ง VIP Seat ติดเวทีใกล้ชิดกับนักแสดง  

สามารถดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมที่ Facebook: Lido Connect
และ Tiktok: วาร์ป Fest #วาร์ปfest #มันส์ดีต่อใจ

27 กรกฎาคม 2566

SCG Decor โชว์ศักยภาพส่งแบรนด์ COTTO กวาดสุดยอดผู้นำแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ประจำปี 2023

ทั้งกลุ่มกระเบื้องและกลุ่มสุขภัณฑ์ เดินหน้าตอกย้ำนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

SCG Decor  ตอกย้ำความสำเร็จส่งแบรนด์ COTTO คว้ารางวัลแห่งความภาคภูมิใจล่าสุด ““แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย” (MARKETEER No.1 Brand Thailand 2023) โดยได้รับถึง 2 หมวดรางวัล คือหมวดกระเบื้องปูพื้นบุผนัง และ หมวดสุขภัณฑ์ จากผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีความเชื่อถือและความไว้วางใจต่อแบรนด์ชั้นนำของประเทศไทย ที่จัดทำขึ้นโดยนิตยสาร Marketeer ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของกระเบื้องปูพื้นบุผนังคอตโต้ และสุขภัณฑ์คอตโต้ ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าทั้งในเรื่องของดีไซน์  ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมและบริการที่มีคุณภาพเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้กับผู้บริโภค  จนสามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

คอตโต้ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งด้านนวัตกรรม คุณภาพสินค้า ร่วมกับการรักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบความสุขและพร้อมเติมเต็มให้ทุกพื้นที่อยู่อาศัยสมบูรณ์แบบ ให้ลูกค้าทุกท่านได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง  โดยนายสิทธิชัย สุขกิจประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามซานิทารีแวร์ อินดัสทรี จก. และ บริษัท สยามซานิทารีฟิตติงส์ จำกัด เป็นผู้รับรางวัลในหมวดสุขภัณฑ์ และ นายปราบต์ พึ่งรัศมี Marketing Manager บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) 
เป็นตัวแทนรับรางวัล ในหมวดกระเบื้องปูพื้นบุผนัง

International Craft Creation Concept Award 2023 อวดผลงานสร้างสรรค์นวัตศิลป์ร่วมสมัยสู่สากล


26 กรกฎาคม 2566: สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. จัดการตัดสินรอบชิงชนะเลิศและพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระหว่างประเทศ  International Craft Creation Concept Award 2023 (I.CCA.)  พร้อมโชว์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในงาน Crafts Bangkok 2023





นางสาวนฤดี ภู่รัตนรักษ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตกรรมไทย เปิดเผยว่า การประกวด International Craft Creation Concept Award 2023 (I.CCA.) ถือได้ว่าเป็นการจัดการประกวด เพื่อสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ ให้มีเวทีแสดงความสามารถในการออกแบบ โดยนำงานหัตถกรรมดั้งเดิม มาประยุกต์ปรับปรุงให้มีความร่วมสมัย เป็นผลงานนวัตศิลป์ที่มีความน่าสนใจ อีกทั้งยังแสดงอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของไทย ให้ก้าวไกลในระดับสากล และเป็นการต่อยอดจากการประกวดที่นักออกแบบผลิตภัณฑ์ของไทยต่างให้ความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้นนั่นคือเป็นการจัดประกวดออกแบบในระดับนานาชาติ ซึ่งนักออกแบบต้องนำเสนอแนวความคิด และออกแบบผลงาน ตาม แนวคิด “หลอมรวมรากทางศิลปะอันล้ำค่า : Heritage Fusion” โดยผลงานจากแนวคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบเชิงนวัตกรรม ที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสินชิงชนะเลิศ จะได้นำไปการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อตลาดต่างประเทศ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกแบบชั้นแนวหน้าของประเทศ อาทิ ม.ล.ภาวินี สันติศิริ  คุณกมล ทัศนาญชลี คุณนิธิ สถาปิตานนท์ คุณวุฒิชัย หาญพานิช และ Mr.Ito Kish  คัดเลือกให้เหลือเพียง 8 ผลงานสุดท้าย และนำไปผลิตเป็นชิ้นงาน Prototype สำหรับรอบการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ 


โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 คณะกรรมการ และผู้เชี่ยวชาญได้เข้าร่วมตัดสินผลการประกวดจากงานต้นแบบ ในภายในงาน Crafts Bangkok 2023 เพื่อคัดเลือกสุดยอดผลงานการออกแบบจนเหลือเพียง 2ผลงานสุดท้าย ชิงรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ โดยผลงานที่ได้รางวัลมีดังนี้
• รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานที่ชื่อว่า Genesis Collection โดย นางสาวฐิตาภา ตันสกุล และ นางสาวลูเซีย เปราโก รับเงินรางวัลมูลค่า 150,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
• รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ผลงานที่ชื่อว่า Forest for Rest  โดย คุณปัทวี เข็มทอง รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ 





และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการประกวด เราจึงได้จัดกิจกรรมโหวตรางวัล Popular Vote ขึ้นภายในงาน โดยท่านสามารถลงทะเบียนและรับสติกเกอร์เพื่อนำไปติดโหวตผลงานที่ชื่นชอบ ได้จนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 

26 กรกฎาคม 2566

รฟฟท. จัดโครงการอุปสมบทหมู่ เฉลิมพระเกียรติฯ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดโครงการอุปสมบทหมู่ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร 

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า เนื่องในอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 วันที่ 28 กรกฎาคม 2566 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2566 ถือเป็นวันสำคัญของชาติที่เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่งในปีนี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ร่วมกับ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มีกุศลเจตนาจัดโครงการอุปสมบทหมู่ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม – 13 สิงหาคม 2566 รวมเป็นเวลา 19 วัน โดยมีพนักงาน และครอบครัวของพนักงาน แสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น 17 ท่าน โดยประกอบพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ผู้ร่วมเข้าโครงการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด




โครงการดังกล่าว ถือเป็นธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติอย่างหนึ่งของชายไทย ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน จากความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่อผู้ชายไทยอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือที่เรียกว่าอายุครบบวช จึงเป็นค่านิยมในการส่งกุลบุตรเข้าพิธีอุปสมบทเข้าในพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจําชาติ ดังนั้นการอุปสมบทเพื่อเรียนรู้หลักพระธรรม จะช่วยให้เกิดประโยชน์ได้หลายประการ อาทิ ให้มีการปฏิบัติดี มีความประพฤติชอบ และยังเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ เมื่อลาสิกขาแล้วก็เป็นกำลังสำคัญของครอบครัวและสังคมได้ อีกทั้งยังเป็นการสนองพระเดชพระคุณ พระกตัญญูกตเวทิตาคุณแก่สถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ตลอดจนบุพการีหรือผู้มีพระคุณด้วย

“มากกว่าการเดินทาง คือ ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

SACIT พัฒนายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย ต่อยอดงาน“วิจัย”สู่เชิงพาณิชย์


สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT จัด พิธีลงนามสัญญาความร่วมมือในโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย กิจกรรมยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย ต่อยอดงาน “วิจัย” สู่เชิงพาณิชย์ ตอบโจทย์ตลาดสากลอย่างยั่งยืน




นางสาว นฤดี ภู่รัตนรักษ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ได้เผยว่า สศท. ได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น ตามแนวคิดภูมิปัญญาและเทคโนโลยีบูรณาการสร้างสรรค์สร้างมาตรฐานศิลปะหัตกรรมไทย เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย แก้ปัญหาด้านการผลิต การเก็บรักษา และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดการค้าทั้งในประเทศ และ ระดับสากล 






โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถาบันอุดมศึกษา สำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รวมถึง ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และ นักสร้างสรรค์และออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมทั้ง นักศึกษา นักวิจัย โดยมีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ จำนวน 5 ผลงาน ดังนี้ 

1. ชือผลงานวิจัย  คุณปัณณะศลัญ เรืองเลิศตระกูล และ คุณพนิดา สมบูรณ์ 

2. ชื่อผลงานวิจัย  คุณสุรศักดิ์ มณีเสถียรรัตนา และ คุณบุญญารัตน์ ลิ้มวัชราวงศ์

3. ชื่อผลงานวิจัย คุณเรืองยศ หนานพิวงศ์  และ คุณบุญทิวา ชาติชำนิ

4. ชื่อผลงานวิจัย คุณนฤสรณ สโตย พันธสวัสดิ์ และ คุณปัทวี เข็มทอง

5. ชื่อผลงานวิจัย คุณกิติศักดิ์ ขจรภัย และ คุณเกชา มุ่งต่อบัว



โดยได้มีการจัดพิธีลงนามความร่วมมือในโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย กิจกรรมยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย ต่อยอดงาน “วิจัย” สู่เชิงพาณิชย์ เพื่อผลักดันและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบทั้ง 5 ให้สามารถต่อยอดได้ทั้งในด้านการผลิต และด้านการตลาดต่อไป เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ภายในงาน Craft Bangkok 2023

“SACIT Brand” ต่อยอด เชิดชู สร้างมูลค่าเพิ่ม 34 ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตกรรมไทยสู่สากล


26 กรกฎาคม 2566: สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. จัดการแถลงข่าวและพิธีมอบรางวัลเกียรติบัตรตราสัญลักษณ์ “ตราศักดิ์สิทธิ์” (SACIT Brand) เพื่อเชิดชู สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยสู่การยอมรับในระดับสากล



นางสาวนฤดี ภู่รักษ์ รักษาการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ SACIT เผยว่า สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)  มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมและสนับสนุนศิลปหัตถกรรมไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และ ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ รางวัลเกียรติบัตรตราสัญลักษณ์ “ตราศักดิ์สิทธิ์” หรือ SACIT Brand  ได้เกิดขึ้นเพื่อมอบให้กับผลงานผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่มีคุณภาพผ่านการประเมินคุณค่าตามหลักเกณฑ์ของ SACIT Brand  ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น 5 หมวด ดังนี้

- SACIT Globalize กลุ่มตราศักดิ์สิทธิ์ ที่โด่งดังไปทั่วโลก เป็นผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่มีความงามในรูปแบบประยุกต์ศิลป์ มีประโยชน์ใช้สอยได้อย่างมีคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับในสากล 

- SACIT Excellence กลุ่มตราศักดิ์สิทธิ์ ประณีตศิลป์ที่อนุรักษ์เชิดชู ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปะกระบวนช่างไทย มีความวิจิตรบรรจงงดงามอย่างยอดเยี่ยม

- SACIT Masterpiece กลุ่มตราศักดิ์สิทธิ์ ทรงคุณค่างานศิลป์ ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่มีความงามทรงคุณค่าในสุนทรียศิลป์ มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว มีกระบวนการผลิตเชิงช่างที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น 

- SACIT Trend  กลุ่มตราศักดิ์สิทธิ์สมัยนิยม  ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่น มีรูปแบบสมัยนิยม สร้าง soft power ให้มีส่วนร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย

- SACIT Dream กลุ่มตราสานต่อศักดิ์สิทธิ์ ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่เกิดจากผลงานของเยาวชน สถาบันการศึกษาที่สืบสานสร้างความจงรักภักดีใน SACIT เกิดจากความร่วมมือระหว่างองค์กรที่สนับสนุนให้เกิดการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ขยายผลสร้างชื่อเสียงให้กับ SACIT 







โดยในปีนี้มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับรางวัลเกียรติบัตรตราสัญลักษณ์ “ตราศักดิ์สิทธิ์” ทั้งหมด 34 ผลงานซึ่งแต่ละชิ้นงานล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความงาม และอัตลักษณ์ของความเป็นไทยอย่างชัดเจน และนำมาจัดแสดงภายในงาน Crafts Bangkok 2023 ระหว่างวันที่ 26 – 30 กรกฎาคม 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ฮอล 98- 99