แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ช่าว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ช่าว แสดงบทความทั้งหมด

11 มิถุนายน 2567

นายกรัฐมนตรีเร่งขับเคลื่อนศักยภาพ 55 เมืองน่าเที่ยว


นายกรัฐมนตรีเร่งขับเคลื่อนศักยภาพ 55 เมืองน่าเที่ยว ระดมความคิดเห็น พร้อมมอบนโยบาย ภาครัฐและเอกชน กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังปี 2567 บ่ายวันนี้ ( 11 มิถุนายน 2567) ณ ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับภาคเอกชน ทั้งสมาคมท่องเที่ยว สมาคมโรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ รวมถึงการประชุมร่วมกับ 55 ผู้ว่าราชการจังหวัด ในการร่วมกันเร่งเพิ่มศักยภาพ 55 เมืองน่าเที่ยว ขับเคลื่อนนโยบาย IGNITE TOURISM THAILAND จุดพลังการท่องเที่ยวไทยด้วยการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากเมืองหลักไปสู่เมืองรอง หรือ เมืองน่าเที่ยว เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุม



นายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการเป็น Tourism Hub ที่สำคัญของโลก ด้วยนโยบาย IGNITE TOURISM THAILAND โดยมีกลยุทธ์เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรอง ซึ่งจะมีการปรับภาพลักษณ์ยกระดับจากเมืองรองเป็นเมืองน่าเที่ยว ให้เกิดการกระจายนักท่องเที่ยวไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ นำไปสู่การขยายวันพักและเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้ไปยังประชาชนและชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ซึ่งในการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในวันนี้ รัฐบาลด้วยความร่วมมือจากทั้งภาคเอกชนและในส่วนพื้นที่ 55 จังหวัดเมืองน่าเที่ยวจะเพิ่มศักยภาพจังหวัดท่องเที่ยวทั้ง 55 เมืองน่าเที่ยว ด้วยการเร่งพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ระบบขนส่งมวลชน ยกระดับมาตรฐานที่พัก ร้านอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มทางเลือกและความหลากหลายให้แก่นักท่องเที่ยว สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นด้วยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การสนับสนุนทางการเงิน การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ ปรับปรุงเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว และส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในทุกมิติ โดยจะส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยวอย่างเข้มข้น ทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการใช้สื่อดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ รัฐบาลจะเร่งผลักดันบางจังหวัดของประเทศไทยให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวและสร้างชื่อเสียงในระดับสากลต่อไป


การประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับภาคเอกชนในการเพิ่มศักยภาพจังหวัดท่องเที่ยว 55 จังหวัดเมืองน่าเที่ยวยังมีข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนที่ต้องการรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในหลายประเด็น อาทิ การสนับสนุนเงินทุน หรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ธุรกิจ SMEs การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจโรงแรมให้ทันสมัยและเอื้อต่อการดำเนินงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว การจัดทำข้อตกลงด้านการบินที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของสายการบินไทย รวมถึงการลดภาษีและค่าธรรมเนียมสนามบินเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน การสนับสนุนการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น การปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยและสุขอนามัย การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งทางรัฐบาลยินดีที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนสามารถทำงานและส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเร่งผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้บรรลุเป้าหมายทั้งทางด้านจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ทางการท่องเที่ยวตามที่ตั้งไว้ ตลอดจนพัฒนาสู่การเป็น Tourism Hub ที่มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่อไป

20 มีนาคม 2567

กรมการท่องเที่ยวจัดอบรมเพื่อยกระดับผู้ประกอบการด้านสินค้า บริการ แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ

กรมการท่องเที่ยวจัดอบรมมาตรฐานผู้ประกอบการด้านสินค้า บริการ และแหล่งท่องเที่ยว หนึ่งในมาตรการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมาย “Tourism Hub” ของรัฐบาล

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมจัดอบรมเพื่อยกระดับผู้ประกอบการด้านสินค้า บริการ และแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ให้มีมาตรฐาน มีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโลก (Tourism Hub) ภายในปี 2573 ตามเป้าหมายรัฐบาล


นายจาตุรนต์  ภักดีวานิช อธิบดีการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า “รัฐบาลมีเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ต้นปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้กว่า 390,000 ล้านบาท แต่เป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขนักท่องเที่ยวหรือรายได้เท่านั้น แต่มีการตั้งจุดหมายที่ชัดเจน คือ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวโลก เกิดการยอมรับและความเชื่อมั่นทั้งด้านสินค้า บริการ และแหล่งท่องเที่ยวของไทย ซึ่งกรมการท่องเที่ยวมีเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพและยกระดับคุณภาพการให้บริการของผู้ประกอบการ โดยที่ผ่านมากรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานให้สถานประกอบการไปแล้ว ไม่น้อยกว่า 1,900 แห่ง นับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เกิดการพัฒนา และยกระดับคุณภาพให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล


กรมการท่องเที่ยวจึงเร่งผลักดันและยกระดับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐาน ผ่านโครงการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ประจำปี 2567 โดยจะดำเนินการจัดอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการด้านสินค้าบริการ และแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ให้เข้าสู่การประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย อาทิ มาตรฐานเรือรับจ้างเพื่อการท่องเที่ยว มาตรฐานการให้บริการรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว มาตรฐานห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว มาตรฐานบริการร้านอาหารเพื่อการท่องเที่ยว มาตรฐานที่พักแบบพำนักระยะยาว มาตรฐานการให้ความปลอดภัยในศูนย์การค้าเพื่อการท่องเที่ยว มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นต้น ซึ่งสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจะเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่จะทำให้การท่องเที่ยวไทยมุ่งสู่เป้าหมายการเป็น Tourism Hub ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการด้านสินค้า บริการ และแหล่งท่องเที่ยว ตามโครงการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ประจำปี 2567 จะจัดขึ้นในวันที่ 21 – 22 มีนาคมนี้ ผ่านการอบรมแบบออนไลน์ แอปพลิเคชัน Zoom ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมอบรมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานบริการท่องเที่ยว กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว โทรศัพท์ 0 2141 3235 และกลุ่มวิชาการและมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โทรศัพท์ 0 2141 3211

30 สิงหาคม 2563

เทศกาลท่องเที่ยววิถีใหม่ เขาใหญ่ หุบเขาแห่งความสุข ที่ต้องหาคำตอบ

วันที่ 29 สิงหาคม 2563 เวลา 14.00 น.ที่สวนซ่อนศิลป์ ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ นายอำเภอปากช่อง พร้อมด้วย นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผอ.ททท.สำนักงานนครราชสีมา และ นายสุรินทร์ สนธิระติ เจ้าของสวนซ่อนศิลป์ ประธานกลุ่มเขาใหญ่หุบเขาแห่งความสุข ร่วมกันเปิดตัวเทศกาลท่องเที่ยววิถีใหม่ เขาใหญ่ หุบเขาแห่งความสุข

โดยมีการนำ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่เขาใหญ่ จำนวนกว่า 15 ราย มาถ่ายทอดอัตลักษณ์ จุดเด่น ของแต่ละสถานประกอบการผ่านบูธของตนเอง เป็นเส้นทางท่องเที่ยววิถีชีวิตใหม่ อย่างมีความสุข ที่หลายคนยังไม่ทราบว่า ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิเช่น บริษัท กรีนลีฟ ทัวร์ ที่ชาวต่างชาติทั่วโลกมาใช้บริการเดินป่า มีการนําภาพสัตว์ป่าที่ถ่ายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มานานกว่า 10 ปี มาจัดแสดง
โดยจะมีมัคคุเทศก์เป็นผู้นำพา 

ลุงน้อย แห่ง สวนซ่อนศิลป์ ปากช่อง

นายสุรินทร์ สนธิระติ (ลุงน้อย แห่ง สวนซ่อนศิลป์ ปากช่อง) ประธานกลุ่มเขาใหญ่หุบเขาแห่งความสุข เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว ในช่วงประสบวิกฤติโควิด ที่ผ่านมา โดยการเปิดมุมมองแนวคิดใหม่ กับการท่องเที่ยว ที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว นำเสนอจุดเด่นของตัวเอง ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เคยมาท่องเที่ยวเขาใหญ่ อาจไม่เคยทราบมาก่อน เป็นทางเลือกของการสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยเฉพาะหุบเขาแห่งความสุข ที่ใครหลายคนไม่เคยเดินป่าเขาใหญ่เลย จนอาจมองเป็นแค่สวนหลังบ้าน เราจึงท้าทายให้ทุกท่านไปสัมผัสธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ ในผืนป่ามรดกโลกดูสักครั้งหนึ่ง

และมีการมอบ ของขวัญชิงโชค "ผู้สะสมครบ 9 แสตมป์" โครงการพาสปอร์ตเขาใหญ่หุบเขาแห่งความ
สุข ผู้โชคดี คือ แพทย์หญิง ดร.ปิยาอร  นำไพศาล (อาจารย์แพทย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี)
แสดงความรู้สึกหลังรับมอบรางวัลว่า.........

. . . ก่อนมีพาสปอร์ตฯ ขับรถผ่าน เขาใหญ่ตลอด แต่ไม่เคยทราบว่า สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มีอะไรน่าสนใจที่มีมากกว่าร้านกาแฟ หลังจากได้เดินทางท่องเที่ยวตามพาสปอร์ต  #สนุก  #มีความสุข และมีความประทับใจมาก รวมถึงเตรียมการวางแผนเที่ยวให้ครบ  21 แสตมป์  แต่ติดโควิด-19 และ ระยะเวลาโครงการสิ้นสุดพอดีถ้าท่านใดสนใจติดตามได้ตาม

ลิ้งค์เพจเขาใหญ่หุบเขาแห่งความสุข : https://www.facebook.com/KhaoYaiTheValleyofHappiness 


 แพทย์หญิง ดร.ปิยาอร  นำไพศาล (วุ้น)

ด้านสถานประกอบการที่เข้าร่วมงานในวันนี้ อาทิ สวนซ่อนศิลป์ เขาใหญ่ พาโนราม่าฟาร์ม ลีลาวลัย รีสอร์ท แกรนด์สิริ รีสอร์ท เดอะมิวและศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา สวนผักปากช่อง ไร่เคนผาพงศ์ อยู่บ้านแคมป์ เขาใหญ่ วิสาหกิจชุมชนท่าช้าง OTOP เขาใหญ่ กรีนลีฟ เกตส์เฮ้าส์ แอนด์ ทัวร์ เขาใหญ่ ไร่จรัสแสง ชมรมฮักเขาใหญ่ ร้านอาหาร เป็นลาว โครงการพาสปอร์ตเขาใหญ่หุบเขาแห่งความสุข



ลุงน้อย กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการพาสปอร์ตเขาใหญ่หุบเขาแห่งความสุข เป็นการดำเนินการโดย คณะทำงานเขาใหญ่หุบเขาแห่งความสุข และเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัยการประเมินและพัฒนาศักยภาพ
ในการสร้างนวัตกรรมบริการ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของธุรกิจบริการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครชัยบุรินทร์) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยได้รับความร่วมมือจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และสถานประกอบการจำนวน 20 สถานที่ที่ให้บริการท่องเที่ยวคุณภาพที่สร้างเสริมสุขภาพทั้งกายและใจและมีอัตลักษณ์ที่สะท้อนจิตวิญญานความเป็น “เขาใหญ่...หุบเขาแห่งความสุข”








สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ 21 สถานที่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (Khao Yai National Park) อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย
เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ อีกทั้งเป็นแหล่งโอโซน 1 ใน 7 ของโลก

เขาใหญ่ พาโนราม่า ฟาร์ม (Khao Yai Panorama Farm) ฟาร์มเห็ดเชิงท่องเที่ยวที่มีพื้นที่ให้เรียนรู้ กสิกรรมธรรมชาติ มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ดที่ได้รับรางวัลการประกวดสุดยอดนวัตกรรมอันดับ 1 ของโลก จากงาน International Invention & Trade Expo London 2019 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีร้านอาหารเมนูเห็ด ที่ได้รับการรับรองความอร่อยจาก เปิบพิสดาร, ถนัดศรีชวนชิม, และสื่อรายการโทรทัศน์มากกว่า 110 รายการ และยังมีรีสอร์ททรงเห็ดที่มีสระน้ำแร่ออนเซ็นแห่งแรกของไทย

โรงแรมเรนทรี เรซิเดนซ์ เขาใหญ่ (Rain Tree Residence Hotel) ที่พักสไตล์บูติก ห้องพักตกแต่งด้วยธีม จากผลงานนักเขียนทั่วโลก แนบชิดธรรมชาติท่ามกลางเทือกเขาดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มี workshop
งานคร้าฟท์ต่างๆ และกิจกรรมเดินป่า ศูนย์ฝึกอบรม Go Genius Learning Center สำหรับเยาวชน 

ไร่จรัสแสง (Rai Jarus Saeng) ทับทิมพันธุ์จรัสแสงสายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะโดดเด่น รสชาติหวาน เมล็ดสีแดงสด เมล็ดนิ่ม เมื่อถูกแสงแดดจะมีแสงแวววาว และน้ำทับทิมพาสเจอร์ไรซ์ แบรนด์“ยี่ห้อ สรร”

สวนซ่อนศิลป์ (Secret Art Garden) แกลลอรี่ศิลป์สีน้ำโลกในป่าที่ปลูกเอง และได้รับแต่งตั้งเป็นแกลลอรี่สีน้ำโลก มีกิจกรรมการสอนเทคนิคการระบายสีน้ำ มีที่พัก  ร้านอาหารกลางป่า - Home made ส่วนของหวานที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ขนมบุหลันดั้นเมฆ  ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงพระราชนิพนธ์ “บุหลันเลื่อนลอย” ในรัชกาลที่ 2

ไร่เคนผาพงศ์ (Kenpapong Family Farm) สวนผลไม้ปลอดสารเก่าแก่ของครอบครัว สัมผัสความสุขของชีวิตเรียบง่ายและการดูแลพืชผลอย่างใส่ใจ ผลผลิตคุณภาพที่ปลอดภัย เช่น ดอกเก๊กฮวย สตอเบอร์รี่ มะขามยักษ์แช่อิ่ม พร้อมที่พักเต๊นท์กระโจม ครัวกลางและลานบาร์บีคิว ชื่อ “อยู่บ้านฟาร์ม แอนด์ การ์เด้น เขาใหญ่”

เดอะเปียโน รีสอร์ท เขาใหญ่ (The Piano Resort Khao Yai) เสียงดนตรีเคล้าเปียโน ท่ามกลางขุนเขาในยามพักผ่อนกับอากาศบริสุทธิ์  ที่พักรูปแบบเปียโน ความสุขที่อยู่ใกล้คุณ และการรับรองมาตรฐานการจัดสัมมนาห้องประชุม จาก TCEB Standard Convention 

กรีนลีฟ เกตส์เฮ้าส์ แอนด์ ทัวร์ เขาใหญ่ (Greenleaf Guesthouse & Tour Khao Yai) คงน่าเสียดายมากถ้ามาถึงเขาใหญ่หุบเขาแห่งความสุขแล้วไม่ได้ท่องไพร ฟังเสียงป่าและดูสัตว์ป่าออกหากินกับผู้นำทางมืออาชีพประสบการณ์กว่า 20 ปี

ชมรมฮักเขาใหญ่ (Hug Khao Yai Club) ถ้าคุณรักษ์โลก ห่วงใยธรรมชาติ สัตว์ป่า แม่น้ำลำคลอง ต้องมาหาเรา คนจิตอาสา เก็บขยะรักษ์เขาใหญ่-ลำตะคอง

ลีลาวลัย รีสอร์ท (Lilawalai Resort) โรงแรมสีเขียวท่ามกลางธรรมชาติที่มีต้นลีลาวดีมากกว่า 400 สายพันธุ์  จำนวนกว่า 1,000 ต้น ในพื้นที่ร้อยกว่าไร่ 

บ้านหมากม่วง (KhaoYai The Mango House Farm) สวนมะม่วงดั้งเดิมและ Farm Shop ท่ามกลางขุนเขา สิ่งที่พลาดไม่ได้ คือ ข้าวเหนียวมะม่วงคุณภาพคัดสรร และของฝากน้ำมะม่วงเย็นใจ การรักษา
ไว้ซึ่งความภาคภูมิใจในความเป็นแหล่งผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้และภูมิปัญญาจากคุณค่าของผืนดินเกษตรกรรมปากช่อง-เขาใหญ่ 

เดอะมิว (The Mew) ร้านอาหารที่พิถีพิถันสไตล์โฮมเมด เลือกใช้แต่วัตถุดิบที่ปลอดภัยมีคุณภาพสูง
ในบรรยากาศอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ และการปลูกสมุนไพรตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

แดรี่โฮม (Dairy Home) ร้านอาหารสุขภาพสไตล์ตะวันตก นวัตกรรมผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิคจากงาน
วิจัย เช่น นมพาสเจอร์ไรส์ โยเกิร์ต นมอัดเม็ด ไอศกรีมโฮมเมด  เป็นต้น ร้านค้าจำหน่ายสินค้าจากชุมชนเกษตรกรในเขาใหญ่ 

ผาชวนชม เขาใหญ่ (Phachuanchom KhaoYai) รีสอร์ทสวยงามท่ามกลางขุนเขาด้วยบรรยากาศอบอุ่นเหมือนครอบครัว พร้อมสระว่ายน้ำ สนามฟุตบอล และสามารถมองเห็นค้างคาวจำนวนมากออกหากินในช่วงหัวค่ำของทุกวัน 

โรงแรม ภูวนาลี รีสอร์ท เขาใหญ่ และ วิลล่า มูเซ่ เขาใหญ่ (Phuwanalee Resort-Khao Yai , Villa Muse Khaoyai) วันวานที่เขาใหญ่ กับการย้อนอดีตกับสู่สยามประเทศ สืบสานความเป็นไทย แหล่งเรียนรู้การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมบ้านไทยโบราณอายุกว่า100 ปี พร้อมของตกแต่งโบราณ และที่พักร่มรื่นด้วยสไตล์เรือนไทยสุดคลาสสิค กลางป่าในบรรยากาศเงียบสงบ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ ห้องประชุม) 

แกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ (Grandsiri Resort Khao Yai) อบอุ่นครบถ้วนสะดวกหลับสบายเสมือนบ้านที่สองสำหรับทุกคน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องนอน พร้อมสระว่ายน้ำกลางแจ้งและสนามบาสเกตบอลหนึ่งเดียวในเขาใหญ่ท่ามกลางวิวภูเขา

เอฟเวอร์กรีน เขาใหญ่ (Evergreen Khaoyai)
สวนเกษตรไร้สาร ออกแบบแนวคนเมือง เน้นหม่อนพันธุ์
ยูนนาน มะนาวแป้นหอมเขาใหญ่  ไม้ดัดที่ทำมาจากต้นหม่อน ต้นแคคตัส  มีการดูแลสวนและผลผลิต
อย่างใส่ใจ  มีผลิตภัณฑ์แปรรูป สูตรเอกลักษณ์เฉพาะ  เช่น น้ำหม่อนเข้มข้นพร้อมเนื้อหม่อน บราวนี่หม่อน  

ควีน ออฟ เบเกอรี่ (Queen of Bakery)
ราชินีแห่งเบเกอรี่ แห่งเดียวในหุบเขาแห่งความสุข “ความอร่อยในราคาจับต้องได้”  เบเกอรี่โฮมเมด ทำใหม่สดทุกวัน คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ ไม่ใช้วัตถุกันเสีย กระบวนการทำและวัสดุอุปกรณ์ที่พิถีพิถัน
เสิร์ฟพร้อมชา กาแฟ และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เด่น โฮมเมดครัวซองต์ 

บ้านจันทร์งามนวดเพื่อสุขภาพ (Banchanngam Massage)
สถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน สบส. จุดเด่น คือการนวดไทยออยล์ (Thai Oil) ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่าง นวดตัวแผนไทยกับอโรมา ออยล์สถานที่สะอาด แบ่งเป็นสัดเป็นส่วน บรรยากาศสวยงาม

สวนผักปากช่อง (PakPakChong Farm)
แหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้ผลิตผลทางการเกษตรอินทรีย์คุณภาพสูงมานับกว่า 10 ปี โดยเฉพาะสลัดผักอินทรีย์ เช่น กุยช่าย คื่นช่าย ผักกาดกวางตุ้ง หน่อไม้ฝรั่ง ผักชี ผักสลัด รวมถึงเห็ดเมืองหนาวต่างๆ 
มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตและบรรจุส่งออก จนสามารถกลายเป็นแหล่งผลิตรายใหญ่
ที่มีคุณภาพ  บรรยากาศฟาร์มเกษตรท่ามกลางขุนเขาโอบล้อม

วิสาหกิจชุมชนบ้านท่าช้าง OTOP เขาใหญ่
(Baan Tachang OTOP Khao Yai Community Enterprise)
บริการพายเรือคายัคที่น้ำผุด-ลำตะคองเขาใหญ่ ชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติและสายน้ำ ถ้าโชคดี
จะได้พบกับพี่นกเงือกฝูงบิน F16 ที่บินมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

























07 มกราคม 2563

งานฮาลาลที่ดีที่สุดในไทย “Thailand Halal Assembly 2019”

โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) 

ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่และสุดประทับใจ กับ งาน “Thailand Halal Assembly 2019” การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ปีที่ 6 จัดโดย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ซึ่งในปีนี้จัดภายใต้แนวคิด Algorithmic Touch of Halal เป็นกระบวนการสร้างรูปแบบการพัฒนาฮาลาลอย่างเป็นระบบรอบครอบที่จะนำไปสู่การสร้าง halal blockchain และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ โดยเงินสะพัดตลอดงานกว่า 2 ล้าน 6 แสนบาท


รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2019 กล่าวว่า นับว่าเป็นความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ กับงานฮาลาลที่ถูกกล่าวขวัญว่าเป็นงานฮาลาลที่ดีและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นงานฮาลาลที่ชาวมุสลิมด้านกิจการฮาลาลทั่วโลกตั้งตารอ กับ การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ “Thailand Halal Assembly” หรือ THA  ซึ่งจัดโดย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย


โดยปีนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สำหรับงาน “Thailand Halal Assembly 2019” การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ภายใต้แนวคิด Algorithmic Touch of Halal เป็นกระบวนการสร้างรูปแบบการพัฒนาฮาลาลอย่างเป็นระบบรอบครอบที่จะนำไปสู่การสร้าง Halal Blockchain และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ระหว่างวันที่ 20 – 22  ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ซึ่งในช่วงพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมทั้งยังได้อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ศักยภาพฮาลาลประเทศไทย” 

ซึ่งเราคาดหวังว่าการจัดงาน THA ในปีนี้ จะบ่งบอกให้ประชาคมโลกให้ได้รับรู้ว่าการดำเนินการธุรกิจ สร้างฐานทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็งนั้นต้องการเชื่อมต่ออย่างเป็นระบบ คิดไตร่ตรองอย่างรอบครอบ โดยประเทศไทยเราได้นำเสนอแนวคิด Halal Blockchain เป็นประเทศแรกของโลก ซึ่งต่อไปจะถือเป็นต้นแบบให้กับการประเทศอื่นๆ ทั้งประเทศที่เป็นมุสลิม และไม่ใช่มุสลิม เฉกเช่นที่เราเคยเป็นต้นแบบด้าน “ศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับ” จนทั่วโลกให้การยอมรับมาแล้ว

ภายใน THA 2019 ประกอบด้วยงานประชุมวิชาการนานาชาติ HASIB ครั้งที่ 12, งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล ซึ่งมีวิทยากรและผู้เข้าร่วมงานจากต่างชาติ กว่า 300 คน จาก 35 ประเทศทั่วโลก ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือว่ามีการนำเสนอผลงานวิจัยเยอะที่สุดตั้งแต่เคยจัดงานมา จำนวนทั้งสิ้น 65 ผลงาน จาก 6 ประเทศ และยังมี การสร้างเครือข่ายการรับรองฮาลาล ประเทศไทย, การประชุมประชาพิจารณ์มาตรฐานฮาลาล, การประชาพิจารณ์ยกร่างมาตรฐานฮาลาล เรื่องมาตรฐานการท่องเที่ยวและบริการที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิม มีผู้เข้าร่วมกว่า 120 คน จาก 56 องค์กร ทั้งองค์กรศาสนา ภาครัฐ และภาคเอกชน และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจภิวัฒน์ จำนวนกว่า 30 ราย และอยู่ในระหว่างเจรจาซึ่งคาดว่าจะสำเร็จลุล่วงหลังจากการจัดงานครั้งนี้อีกว่านับ 100 ราย



และในปีนี้ยังมีการจัดนิทรรศการ “Social Enterprise” หรือ กิจการเพื่อสังคม โดยศูนย์วิทยาศาสตร์
ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ดำเนินงานด้านกิจการเพื่อสังคม ในการเริ่ม “โครงการ SMEs HERO in town” เพื่อพัฒนาศักยภาพ คุณภาพ ให้ความรู้และเข้าไปให้คำปรึกษาเชิงลึกในการผลิตสินค้า หรือบริการฮาลาล รวมถึงการส่งเสริมการตลาด แก่ผู้ประกอบการกิจการขนาดเล็ก เพื่อหวังให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง จากการมีผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงและท้ายที่สุดสามารถส่ง
ออกสินค้าไปยังนอกชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพให้เกิดขึ้นในชุมชน

ซึ่งดำเนินงานไปแล้ว 5 ชุนชนภายใต้ความร่วมมือจากอิหม่าม คอเต็บ และกรรมการประจำมัสยิด
คือ มัสยิดอัลอิสตีกอมะห์, มัสยิดบางหลวง, มัสยิดดารุ้ลอะมาน เพชรบุรีซอย 7, มัสยิดนูรุ้ลมู่บีน (บ้านสมเด็จ), มัสยิดนูรุ้ลหุดา (ตลาดมดตะนอย) และจะดำเนินงานต่อเนื่องให้ครบทั้ง 33 มัสยิดภาย
ในปี 2563 นี้

ในส่วนของงาน Thailand International Halal Expo 2019 หรือ THIHEX 2019 งานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลทั้งไทยและต่างชาติกว่า 313 บูท ทั้ง ผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร, ผลิตภัณฑ์คอสเมติกส์, การท่องเที่ยว, โลจิสติกส์ และการเงินการธนาคาร และในปีนี้เรายังได้รวบรวม 33 มัสยิด เอาผลิตภัณฑ์ของชุมชนในมัสยิดมานำเสนอห้ผู้ร่วมงานได้ ชิม ช้อป ใช้กัน โดยตลอดการจัดงาน การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ “Thailand Halal Assembly 2019” นั้นมีผู้เข้าร่วมงานตลอดระยะเวลา 3 วัน กว่า 35,645 คน สามารถสร้างเงินสะพัดตลอดการจัดงานกว่า 2,609,409 บาท รศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย

31 กรกฎาคม 2561

แทนความปรารถนาดีในเทศกาลมงคลด้วยขนมไหว้พระจันทร์



สูตรต้นตำรับ ลดน้ำตาลลง 25% จากแอมเวย์

ปีนี้ร่วมสืบสานเทศกาลไหว้พระจันทร์กับ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ด้วย ขนมไหว้พระจันทร์ จากยูเอฟเอ็ม สูตรต้นตำรับ ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตและคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี เพื่อให้ได้ขนมไหว้พระจันทร์แป้งบางนุ่มละมุน เต็มคำด้วยไส้อัดแน่น และพิเศษสำหรับปีนี้ ด้วยสูตรลดน้ำตาลลง 25% จากขนมไหว้พระจันทร์จากแอมเวย์ที่ยังคงความอร่อยกลมกล่อมไม่เปลี่ยนแปลง บรรจุในกล่องลวดลายดอกโบตั๋นสวยหวานสุดประณีตเหมาะเป็นของขวัญแทนความรักและความปรารถนาดีให้คนที่ห่วงใยหรือเป็นของไหว้เสริมสิริมงคลในวันไหว้พระจันทร์ที่กำลังจะมาถึง

อร่อยเต็มคำกับขนมไหว้พระจันทร์สูตรลดน้ำตาลจากแอมเวย์ที่มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ กล่องทุเรียน ประกอบด้วย ไส้ทุเรียนหมอนทอง (สูตรลดน้ำตาล) 2 ชิ้น และไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เดี่ยว (สูตรลดน้ำตาล) 2 ชิ้น และกล่องรวมรส ประกอบด้วย ไส้โหงวยิ้ง (สูตรลดน้ำตาล)  ไส้เมล็ดบัว (สูตรลดน้ำตาล) ไส้แมคคาเดเมียถั่วแดง (สูตรลดน้ำตาล) และไส้ทุเรียนหมอนทอง (สูตรลดน้ำตาล) อย่างละ 1 ชิ้น ในราคาสมาชิก 462 บาท ราคาขายปลีก 485 บาท

เสริมความเป็นสิริมงคลในเทศกาลไหว้พระจันทร์ เพียงสั่งซื้อ “ขนมไหว้พระจันทร์”
จากนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม - 24 กันยายนนี้ หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.amwayshopping.com หรือ Amway Contact Center 0-2725-8000