14 สิงหาคม 2569

กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE เส้นทาง ซิ่ง ลุย ส่อง ล่อง ปั่น : 5 ภารกิจสุดมันส์

 “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart”


กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดโครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart” เพื่อส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ชวนคนทำงาน นักธุรกิจ และนักเดินทางยุคใหม่ ออกไปค้นพบมิติใหม่ของการประชุมและการเดินทาง ที่ไม่ได้มีเพียงห้องสัมมนา แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดตื่นเต้นและแรงบันดาลใจไม่รู้จบ โดยเชื่อมโยง 10 จังหวัด MICE City

ระหว่างวันที่ 13–14 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทาง นครราชสีมา–นครนายก นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route


เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure – Nature – Culture – Community – Sustainability-CSR
เริ่มต้นที่ จ.นครนายก เปิดโหมด Adventure กับกิจกรรม ล่องแก่งเขื่อนขุนด่าน สัมผัสความสนุกและความท้าทายท่ามกลางธรรมชาติ ก่อนต่อยอดสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน ณ หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยว ปั่นจักรยานลัดเลาะสวนหมากและสวนดอกดาหลา เรียนรู้การทำจานกาบหมากเพื่อลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะ และร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว สะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน
ช่วงค่ำเปิดประสบการณ์ Night Safari ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สัมผัสธรรมชาติยามค่ำคืน ก่อนพักผ่อน ณ เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรมจากกรมการท่องเที่ยว
เช้าวันใหม่มุ่งหน้าสู่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จ.นครราชสีมา สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและทัศนียภาพกังหันลมยักษ์และอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง ผ่านกิจกรรมปั่นจักรยานหรือรถกอล์ฟ พร้อมเรียนรู้เรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม ก่อนเติมความสนุกที่ เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ กับกิจกรรม ATV ยิงธนู และปืนเลเซอร์


● Soft Adventure: เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
Activity: ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล

● Soft Adventure “หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี”
(มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน/มาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท)

Activity1: เรียบรู้การประดิษฐ์จานกาบหมากเพื่อช่วยลดโลกร้อน ลดการใช้ขยะเพื่อความยั่งยืน
Activity2: นั่งซาเล้งลุยสวนหมาก ส้มโอ ไร่สวนผสม

CSR Activity: ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่า
● Soft Adventure: “Night Safari” ส่องสัตว์ป่า
ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

● Soft Adventure: “ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง”
ตั้งอยู่ตำบลคลองไผ่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid

Activity 1: ปั่นจักรยาน รับลมชมวิว กังหันลมยักษ์ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง (มาตรฐานการท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ)
Activity 2: นั่งรถขึ้นจุดชมวิวเขายายเที่ยง/ CSR ยิงเมล็ดพันธุ์
Activity 3: เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง

● Soft Adventure “เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ”
(มาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงเกษตร)
"เขาใหญ่ ฟาร์ม วิลเลจ" : สถานที่ท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรสำหรับครอบครัว สัมผัสความน่ารักของเหล่าสัตว์ (แกะ, กระต่าย, หมู, วัว)
Activity: ลุยขับ ATV ยิงธนู ปืนเพนท์บอลและปืนเลเซอร์

● อิ่มอร่อยกับเมนูจากร้านอาหารที่ได้รับการรับรอง มาตรฐานบริการร้านอาหารเพื่อการท่องเที่ยวและพักโรงแรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย จากกรมการท่องเที่ยว




10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart มิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลอมรวม Adventure • Culture • Community ไว้อย่างลงตัว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนในประสบการณ์เดียว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นและยั่งยืน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: กรมการท่องเที่ยว
FACEBOOK: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism

ฮิลตันเปิดตัว “Canopy Bangkok Sukhumvit

นำแบรนด์ Canopy Hotels ปักหมุดแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ฮิลตัน (Hilton) ประกาศเปิดตัว แคโนปี กรุงเทพ สุขุมวิท (Canopy Bangkok Sukhumvit) อย่างเป็นทางการ ปักหมุดแบรนด์ไลฟ์สไตล์อย่าง Canopy Hotels (แคโนปีโฮเทลส์) ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมแนวไลฟ์สไตล์ของฮิลตันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านอโศก หนึ่งในย่านที่มีชีวิตชีวาที่สุดของกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินเพียงไม่ถึง 10 นาทีจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท เชื่อมต่อแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร สถานบันเทิงยามค่ำคืน และย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย



อเล็กซานดรา เมอร์เรย์ (Alexandra Murray) รองประธานและหัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮิลตัน เปิดเผยว่า “กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าหลงใหลที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน การเปิดตัว Canopy Bangkok Sukhumvit จึงได้เข้ามาเติมเต็มมิติใหม่ให้กับพอร์ตโฟลิโอโรงแรมไลฟ์สไตล์ของฮิลตันที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ห้องอาหารที่มีเอกลักษณ์ และประสบการณ์ที่คัดสรรมาจากเรื่องราวของท้องถิ่น โรงแรมแห่งนี้จะนำเสนอวิถีใหม่ในการสัมผัสกรุงเทพฯ ให้กับนักเดินทาง โดยผสานความสะดวกสบายและอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน เข้ากับแรงบันดาลใจในการค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ พร้อมมอบการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของฮิลตัน”
พื้นที่ส่วนกลางของ Canopy Bangkok Sukhumvit รวมถึงล็อบบี้และห้องอาหาร ได้รับการออกแบบโดยสตูดิโอระดับโลกอย่าง AvroKO (อาฟโรโค่) โดยหยิบยกเรื่องราวอันหลากหลายของย่านอโศกมาเป็นแรงบันดาลใจ ตั้งแต่กลิ่นอายมรดกทางอุตสาหกรรม เสน่ห์แห่งยุคทองของโรงถ่ายภาพยนตร์เสียงศรีกรุง ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงถ่ายภาพยนตร์เสียงยุคแรกของประเทศไทย (เคยตั้งอยู่ในย่านอโศก) ไปจนถึงความแตกต่างระหว่างความเก่าและใหม่ที่นิยามความเป็นกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน เรื่องราวเหล่านี้ได้รับการตีความใหม่ในบริบทของการพักผ่อนร่วมสมัย ทั้งในพื้นที่ต้อนรับและพื้นที่สังสรรค์ของโรงแรม ดีไซน์ตึกสีทองแดงที่ได้แรงบันดาลใจจากกล้องฟิล์มวินเทจ ไปจนถึงคอร์ตยาร์ดใจกลางโรงแรมที่เชื่อมต่อผู้มาเยือนจากท้องถนนเข้าสู่หัวใจของพื้นที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ



ห้องพักที่มอบความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน Canopy Bangkok Sukhumvit ให้บริการห้องพัก 174 ห้อง ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลาย ชาร์จพลัง และรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้านระหว่างที่มาเยือนกรุงเทพฯ ห้องพักมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ King และ Twin Canopy Room, Accessible Room, Urban View Room, Courtyard Room, Courtyard Deluxe Room, King Canopy Corner Room รวมถึงห้องสวีท 3 ห้อง ได้แก่ King Suk Jai Suite และ King Asoke Suite
เพื่อสะท้อนถึงคอนเซปต์บูทีคระดับไฮเอนด์ของแบรนด์ Canopy ห้องพักจึงได้รับแรงบันดาลใจจากความอบอุ่นและคุ้นเคยของ "บ้านครอบครัวคนไทย" ที่เคยตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 12 โดยนำมาตีความใหม่ในมุมมองร่วมสมัย รูปทรงโค้งมน ขอบมุมที่ดูนุ่มนวล และการใช้วัสดุโทนสีกลางที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบ ในขณะที่การตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลก็แฝงกลิ่นอายของย่านท่าเรือคลองเตยและวิถีชีวิตเมืองที่กำลังเติบโตของย่านอโศก จุดเด่นที่สะดุดตาที่สุดคือ โครงเตียง (Canopy) ที่ตกแต่งด้วย "ผ้าคราม" โทนสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อยกย่องหนึ่งในงานทอมือที่เก่าแก่ที่สุดของไทย ซึ่งกลายเป็นซิกเนเจอร์ของดีไซน์ห้องพักแห่งนี้ ยังมีตัวเลือกห้องพักที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้ที่เดินทางมาเป็นกลุ่ม โดยมีห้องพักแบบ Interconnecting (9 คู่) ที่เชื่อมถึงกันผ่านประตูระเบียงด้านนอก สร้างความเป็นส่วนตัวพร้อมพื้นที่ที่กว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ยังมีห้องพักแบบ Connecting Room (7 คู่) เพื่อตอบโจทย์ครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือกรุ๊ปเล็ก ๆ ที่ต้องการพักใกล้ชิดกันแต่ยังมีห้องส่วนตัว

นอกเหนือจากห้องพักแล้ว ผู้เข้าพักยังสามารถไปพักผ่อนที่สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า ดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์ของเมืองในมุมที่เงียบสงบกลางย่านที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ และยังมีฟิตเนสที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับสายสุขภาพที่ต้องการฟิตหุ่นอย่างต่อเนื่องแม้ในระหว่างเดินทาง
ประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มครบจบตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เทคนิคการปรุงอาหารด้วยไฟ วัตถุดิบท้องถิ่น และรสชาติอันจัดจ้าน คือหัวใจสำคัญของห้องอาหารและบาร์ทั้ง 4 แห่งภายใน Canopy Bangkok Sukhumvit เริ่มต้นที่ “Cante” ห้องอาหารซิกเนเจอร์ที่นำเสนออาหารย่างสไตล์สเปนรสชาติจัดจ้าน ออกแบบมาเพื่อการแชร์มื้ออร่อยและใช้เวลาสังสรรค์ในยามค่ำคืน ขณะที่ “SoolHaus” เติมสีสันยามค่ำคืนด้วยค็อกเทลบาร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกาหลี ส่วน “Glint” บาร์ริมสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า มอบวิวเส้นขอบฟ้าสุดอลังการของเมือง พร้อมคาบาน่าและคราฟต์ค็อกเทลสุดพิเศษ และเติมเต็มวันดี ๆ ที่ “Luso” คาเฟ่ที่เปิดให้บริการตลอดวัน ชูโรงด้วยเมล็ดกาแฟคั่วบดและชาไทยพรีเมียมจาก ห้องอาหารและบาร์ทั้ง 4 แห่งจะร่วมกันสร้างจุดหมายแห่งการพบปะสังสรรค์แห่งใหม่ใจกลางสุขุมวิทสำหรับทั้งแขกผู้เข้าพักและชาวกรุงเทพฯ อย่างลงตัว

ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ ด้วยความเชื่อของแบรนด์ที่ว่า ทุกจุดหมายปลายทางล้วนมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว Canopy Bangkok Sukhumvit จึงเชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับกรุงเทพฯ ผ่านความร่วมมือกับคนในพื้นที่และประสบการณ์ที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อเผยให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และเรื่องราวที่หล่อหลอมเมืองนี้ขึ้นมา ทางโรงแรมได้ร่วมมือกับ “LaLaLove” แบรนด์ไลฟ์สไตล์ของไทยที่มีค่านิยมทางสังคมและงานคราฟต์ร่วมสมัยสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงแรม ความร่วมมือนี้ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าคอลเลกชันพิเศษช่วงเปิดตัว ไปจนถึงมุมจัดแสดงสินค้าภายในโรงแรม ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของแคมเปญสนับสนุนนักสร้างสรรค์และศิลปินอิสระของกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ แขกผู้เข้าพักยังสามารถออกสำรวจกรุงเทพฯ ผ่านกิจกรรมที่นำโดย “City Curator” ผู้เชี่ยวชาญของโรงแรม ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้สัมผัสกับเสน่ห์ที่แท้จริงของท้องถิ่น ได้แก่ กิจกรรมนั่งเรือเที่ยวคลองแสนแสบ ที่จะพาทุกท่านไปรู้จักกับคาเฟ่ในย่าน พื้นที่สร้างสรรค์ และจุดน่าสนใจริมน้ำ กิจกรรมเดินเล่นยามเช้า ที่ให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตย่านอโศกแบบสโลว์ไลฟ์ แวะร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่อิสระ และคอมมูนิตี้สุดฮิต และ “Postcards from Asoke” กิจกรรมเก็บความทรงจำที่ชวนให้แขกได้ถ่ายทอดความประทับใจของย่านนี้และส่งเป็นโปสการ์ดของที่ระลึกถึงตัวเอง
อเล็กซ์ โคลแมน (Alex Coleman) รองประธานและผู้นำแบรนด์ Canopy กล่าวว่า “Canopy Hotels ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าพักรู้สึกเสมือนอยู่บ้าน ไม่ว่าจะเดินทางไปยังแห่งใดในโลก ผ่านงานออกแบบที่ใส่ใจ จริงใจ และประสบการณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแต่ละจุดหมายปลายทาง Canopy Bangkok Sukhumvit ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ด้วยการนำพลังและสีสันของย่านอโศกมาสู่ทุกรายละเอียด ตั้งแต่งานดีไซน์ อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เข้าพักเชื่อมโยงกับเมืองได้ลึกซึ้งกว่าประสบการณ์ทั่วไป ขณะที่แบรนด์ยังคงขยายเครือข่ายทั่วโลก เราภูมิใจที่ได้ต้อนรับกรุงเทพฯ เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอโรงแรมซึ่งให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง”
ด้าน อิชมิต บาจาจ (Ishmit Bajaj) กรรมการผู้จัดการ LLAN Asset กล่าวว่า “สุขุมวิทซอย 12 มีความพิเศษสำหรับเราเสมอมา ด้วยความอดทน ความมุ่งมั่น และความทุ่มเทของทีมงานที่ยอดเยี่ยม เราได้เปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นจุดหมายปลายทาง ที่ยกย่องจิตวิญญาณของย่านอโศก พร้อมกับสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ผู้คนได้มารวมตัวกัน เชื่อมโยง และสัมผัสประสบการณ์ในย่านที่มีสีสันที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ด้วยการมีฮิลตันเป็นพาร์ทเนอร์ เรามั่นใจอย่างยิ่งว่า การเปิดตัว Canopy Hotels แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โรงแรมนี้คือผลิตภัณฑ์ที่เรารักและตั้งใจนำเสนอสู่ตลาด มีเอกลักษณ์ เน้นประสบการณ์ และออกแบบมาอย่างมีจุดมุ่งหมาย”
Canopy Bangkok Sukhumvit ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ซอย 12 ราคาห้องพักเริ่มต้นคืนละ 5,700++ บาท สำหรับห้องพักเท่านั้น พร้อมเงื่อนไขการจองที่ยืดหยุ่นเต็ม โดยสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการจองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าสูงสุด 24 ชั่วโมงก่อนวันเข้าพัก โรงแรมยังเข้าร่วม Hilton Honors โปรแกรมสมาชิกที่ได้รับรางวัลของฮิลตัน ครอบคลุมโรงแรม 28 แบรนด์ระดับโลก สมาชิกที่จองโดยตรงผ่านช่องทางที่ฮิลตันกำหนดจะได้รับสิทธิประโยชน์ทันที ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชำระค่าห้องพักด้วยคะแนนสะสมและเงินในสัดส่วนที่ยืดหยุ่น ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิก และบริการ Wi-Fi มาตรฐานฟรี นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถใช้เทคโนโลยีแบบไร้การสัมผัสผ่านแอปพลิเคชัน Hilton Honors ตั้งแต่การเช็กอิน เลือกห้องพัก ไปจนถึงการใช้ Digital Key เพื่อเข้าสู่ห้องพัก


“Asoke Unlocked” ข้อเสนอพิเศษฉลองการเปิดตัว
Canopy Bangkok Sukhumvit ชวนร่วมสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ผ่านแพ็กเกจเฉลิมฉลองการเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Asoke Unlocked” จำกัดเพียง 100 การจองแรกเท่านั้น สำหรับการเข้าพักขั้นต่ำ 2 คืน ในห้องพักประเภท Canopy Courtyard ขึ้นไป พร้อมสิทธิพิเศษ ได้แก่ คะแนนโบนัส Hilton Honors 10,000 คะแนน เครดิตอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้บริการที่ห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม และกระเป๋าคอลเลกชันพิเศษ Canopy x LalaLove รุ่นลิมิเต็ด สำรองห้องพักได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2569 โดยเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป


คลิกเพื่อจองห้องพักที่และค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 02 146 2888 หรืออีเมล Canopy_bkk_reservations@hilton.com

12 สิงหาคม 2569

กรมการท่องเที่ยว เปิดเกมใหม่! พร้อมลุย ปลุกตลาด MICE ไทย กับแคมเปญ “10+10

การท่องเที่ยวไทยกำลังจะคึกคักอีกครั้ง เมื่อกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดตัวโครงการใหญ่แห่งปี “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart” ภายใต้โครงการส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ชวนคนทำงาน นักธุรกิจ และนักเดินทางยุคใหม่ ออกไปค้นพบมิติใหม่ของการประชุม และการเดินทาง ที่ไม่ได้มีเพียงห้องสัมมนา แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดตื่นเต้นและแรงบันดาลใจไม่รู้จบ

โครงการนี้ ถือเป็นการพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยครั้งสำคัญ ด้วยการเชื่อมโยง 10 จังหวัด MICE City และจังหวัดเครือข่าย สู่เส้นทางท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) ที่ผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และกิจกรรมสร้างทีม (Team Building) ไว้อย่างลงตัว ตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่ต้องการ “ทำงานอย่างเต็มที่ และใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด”
นอกจากการยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวแล้ว โครงการยังมุ่งสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชนท่องเที่ยว โฮมสเตย์ และผู้ประกอบการท้องถิ่น ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เพื่อยกระดับพื้นที่ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของตลาด MICE ระดับประเทศและนานาชาติ







อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือกิจกรรม FAM Trip ที่จะพาสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ลงพื้นที่สัมผัสประสบการณ์จริงใน 10 เส้นทางนำร่องทั่วประเทศ เพื่อร่วมค้นหาเสน่ห์ใหม่ ๆ และถ่ายทอดมุมมองการท่องเที่ยวไทยในรูปแบบที่แตกต่างและน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม
ภาคใต้
สุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช
สงขลา–สตูล
ภูเก็ต–พังงา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อุดรธานี–หนองคาย
ขอนแก่น–หนองบัวลำภูนครราชสีมา–นครนายก
ภาคเหนือ
เชียงใหม่–ลำพูน
พิษณุโลก–สุโขทัย ภาคกลางและภาคตะวันออก
ชลบุรี–ระยอง
กรุงเทพมหานคร–สมุทรปราการ







ปักหมุด 10 เส้นทางผจญภัยทั่วไทย
กรมการท่องเที่ยวเชื่อว่า “หัวใจของการท่องเที่ยวในอนาคต” ไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่คือการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับชุมชน สร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย และเปลี่ยนแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจสำหรับคนทำงานยุคใหม่ เตรียมพบกับการเดินทางรูปแบบใหม่ ที่จะพาคุณออกจากกรอบเดิม ๆ แล้วไปค้นพบว่า ‘การประชุม’ และ ‘การผจญภัย’ สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้
ติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทางช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรมการท่องเที่ยว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน MICE Adventure แห่งใหม่ของเอเชีย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: กรมการท่องเที่ยว
FACEBOOK: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism

Work Hard แล้วต้อง Play Smart! กรมการท่องเที่ยวชวนเปิดประสบการณ์ MICE Adventure เช็กอิน 10 เส้นทางสุดว้าว!!!

กรมการท่องเที่ยว เปิดเกมใหม่! “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart” ปลุกพลังท่องเที่ยวไทย ดันชุมชนสู่เวที MICE ระดับสากล

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่ ผ่านโครงการ “ส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ภายใต้แนวคิด “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart” มุ่งผสานการเดินทางเพื่อธุรกิจเข้ากับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์

อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของนักเดินทางกลุ่ม MICE ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยไม่ได้มองหาสถานที่ประชุมหรือสัมมนาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการประสบการณ์ที่แปลกใหม่ มีเอกลักษณ์ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจจากการเดินทางได้ โครงการนี้จึงเป็นการต่อยอดศักยภาพของพื้นที่ท่องเที่ยวไทย ผ่านการยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และผู้ประกอบการ ให้สามารถรองรับนักเดินทางคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“หัวใจสำคัญของโครงการนี้ ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่คือการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับชุมชนและพื้นที่ท่องเที่ยวไทย เราต้องการเปลี่ยนแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาส สร้างรายได้ กระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจฐานราก และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นในระดับนานาชาติ” นายจาตุรนต์ กล่าว




ทั้งนี้ กรมการท่องเที่ยวยังได้จัดกิจกรรม FAM Trip นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ลงพื้นที่สัมผัสประสบการณ์จริงใน 10 เส้นทางนำร่องทั่วประเทศ เพื่อร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวไทยในมุมมองใหม่ และสร้างการรับรู้สู่ตลาดนักเดินทางกลุ่ม MICE ทั้งในและต่างประเทศ
โครงการดังกล่าวครอบคลุม 10 เส้นทางใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ สุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช สงขลา–สตูล ภูเก็ต–พังงา อุดรธานี–หนองคาย ขอนแก่น–หนองบัวลำภู นครราชสีมา–นครนายก เชียงใหม่–ลำพูน พิษณุโลก–สุโขทัย ชลบุรี–ระยอง และกรุงเทพมหานคร–สมุทรปราการ ซึ่งล้วนมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับนักเดินทางสายธุรกิจที่แสวงหาประสบการณ์เหนือความคาดหมาย




กรมการท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่า โครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart” จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
กรมการท่องเที่ยว
FACEBOOK: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism

11 สิงหาคม 2569

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure กับ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart”  เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย

ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ที่ผสาน การทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรม Soft Adventure ไว้ในทริปเดียว


ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ที่ผสาน การทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรม Soft Adventure ไว้ในทริปเดียว









เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure • Culture • Community เริ่มที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี มรดกโลกทางวัฒนธรรม ชวนเดินเทรลชมธรรมชาติและภาพเขียนสีโบราณ ก่อนเปลี่ยนโหมดสู่ความมันส์ที่ ชุมชนปะโค จ.หนองคาย ซึ่งได้รับการรับรอง มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากกรมการท่องเที่ยว สนุกกับการล่องแพหนองกวาก พายคายัค และกิจกรรมทางน้ำ พร้อมชิม ปลานิลแม่น้ำโขง GI และปั่นจักรยานรับลมริมโขง












ปิดท้าย  ที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวชุมชน 3 หนองกุดหมากไฟ จ.อุดรธานี เปิดประสบการณ์ Local Experience แบบใกล้ชิด ทั้งนั่งซาเล้งเที่ยวชุมชน ลุยสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง สัมผัสธรรมชาติที่น้ำตกหินตั้ง และสักการะพญานาคราชสีทอง ณ วัดภูตะเภาทอง โดยชุมชนมีศักยภาพและได้รับการพัฒนาสู่ มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน และมาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Homestay Standard) ของกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทั้ง สนุก มั่นใจ และได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นอย่างแท้จริง










“10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart”  
จึงเป็นอีกมิติของการท่องเที่ยวที่รวม Adventure • Culture • Community ไว้ในเส้นทางเดียว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน



#toptotravel