SHEEP แบรนด์เคสและแก็ดเจ็ตสัญชาติไทยที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและรายละเอียด เดินหน้าตอกย้ำการเป็น Lifestyle Brand ผ่านการสร้างสรรค์คอลเลกชันที่นำคาแรกเตอร์ระดับโลกมาผสานเข้ากับงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ เปิดตัวเคสมือถือคอลเลกชันล่าสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SHEEP : SWEET TREAT Final EP.” ถ่ายทอดความหวานผ่าน 2 คาแรกเตอร์ยอดนิยมจาก Sanrio อย่าง Kuromi และ My Melody พร้อมเปิดตัว “ตี๋ตี๋–ป๋อ” คู่จิ้นสุดฮอตในฐานะพรีเซ็นเตอร์คู่ใหม่ของแบรนด์SHEEP
03 ตุลาคม 2569
SHEEP สานต่อความหวาน เปิดตัว Kuromi & My Melody ดึง “ตี๋ตี๋–ป๋อ” เสริมทัพพรีเซ็นเตอร์ พร้อมขยายตลาด OPPO
เปิดใจ ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ “เจ้าของสวนสยาม”
มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต 90 ปี กับวันที่ทุกตารางนิ้วที่สร้างมาด้วยสองมือต้องจมอยู่ใต้น้ำ สวนสยามจะกลับมาได้ หรือจะเหลือเพียงตำนาน?
ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งสวนสยาม (สยามอะเมซิ่งพาร์ค) เปิดใจถึงวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต หลังอุทกภัยครั้งรุนแรงทำให้พื้นที่สวนน้ำและสวนสนุกทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำ ต้องหยุดให้บริการอย่างน้อยครึ่งปี ประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 500 ล้านบาท
46 ปีที่ผ่านมา สวนสยามสร้างความสุขและความทรงจำให้คนไทยมาหลายรุ่น แต่วันนี้…สถานที่ที่สร้างขึ้นด้วยสองมือ กลับต้องจมอยู่ใต้น้ำต่อหน้าต่อตา พร้อมอนาคตของพนักงานและครอบครัวหลายพันชีวิตที่ฝากไว้กับสวนแห่งนี้
ดร.ไชยวัฒน์ ส่งกำลังใจถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมายังสวนสยาม และวอนขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อต่อลมหายใจให้สวนสยามได้มีโอกาสฟื้นกลับมาเปิดประตูต้อนรับคนไทยอีกครั้ง เพราะสำหรับชายคนนี้ สวนสยามไม่ใช่เพียงธุรกิจ .....แต่คือทั้งชีวิตและจิตใจ
จากสถานที่แห่งความสุขที่อยู่คู่คนไทยมา 46 ปี วันนี้เหลือเพียงคำถามว่า…สวนสยามจะกลับมาได้อีกครั้ง หรือจะต้องเหลือไว้เพียงความทรงจำ
ลิ้งค์ เพื่อรับชมคลิป : https://www.youtube.com/watch?v=bclRiHHdadA
01 ตุลาคม 2569
กรมการท่องเที่ยวเผย 9 เดือนปี 2569 กองถ่ายต่างประเทศทะลุ 423 เรื่อง
กรมการท่องเที่ยวเผยสถิติการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2569 (มกราคม–กันยายน) มีการแจ้งขออนุญาตถ่ายทำในประเทศไทยแล้ว 423 เรื่อง คาดการณ์รายได้เข้าสู่ประเทศกว่า 7,510 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถทำลายสถิติรายได้จากการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้แล้ว ทั้งที่ยังเหลือช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตภาพยนตร์จากทั่วโลก และศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็น “Filming Paradise” ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก
นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ตัวเลขการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเติบโตของอุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย โดยมีจำนวนกองถ่ายต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำแล้ว 423 เรื่อง และมีมูลค่าการลงทุนกว่า 7,510 ล้านบาท ที่สำคัญคือสามารถสร้างสถิติสูงสุดครั้งใหม่ได้ตั้งแต่ยังไม่สิ้นสุดปี สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ผลิตภาพยนตร์และบริษัทผู้สร้างจากนานาประเทศที่มีต่อประเทศไทย
“ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการรองรับการผลิตภาพยนตร์ระดับโลก ทั้งด้านสถานที่ถ่ายทำที่มีความหลากหลาย บุคลากรและทีมงานที่มีประสบการณ์ โครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ผลิตจากทั่วโลก” นายจาตุรนต์กล่าว
อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ (Thailand Film Office: TFO) ยังคงเดินหน้าส่งเสริมและอำนวยความสะดวกแก่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางการถ่ายทำระดับโลก ผ่านมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ซึ่งมี Cash Rebate สูงสุดถึง 30% รวมถึงมาตรการสนับสนุนด้านการจ้างงานบุคลากรไทย การถ่ายทำในพื้นที่ต่างจังหวัด และการใช้บริการหลังการถ่ายทำในประเทศไทย
สำหรับสถิติการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ระหว่างเดือนมกราคม–กันยายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 423 เรื่อง คาดการณ์รายได้เข้าสู่ประเทศไทย 7,510 ล้านบาท โดยประเทศที่สร้างรายได้จากการถ่ายทำสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่
1. สหรัฐอเมริกา 38 เรื่อง รายได้ 2,379 ล้านบาท
2. สหราชอาณาจักร 27 เรื่อง รายได้ 1,679 ล้านบาท
3. ฟินแลนด์ 1 เรื่อง รายได้ 448 ล้านบาท
4. เขตบริหารพิเศษฮ่องกงฯ 18 เรื่อง รายได้ 382 ล้านบาท
5. เยอรมนี 15 เรื่อง รายได้ 379 ล้านบาท
6. อินเดีย 44 เรื่อง รายได้ 341 ล้านบาท
7. สเปน 3 เรื่อง รายได้ 336 ล้านบาท
8. จีน 52 เรื่อง รายได้ 253.23 ล้านบาท
9. สิงคโปร์ 24 เรื่อง รายได้ 253.20 ล้านบาท
10. ฝรั่งเศส 17 เรื่อง รายได้ 185 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากแนวโน้มการเติบโตของการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยวคาดว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 จะยังคงมีการถ่ายทำและการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้รายได้รวมทั้งปี ทะลุสถิติ 7,717 ล้านบาทของปี 2568 และมีโอกาสแตะระดับ 8,000–10,000 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ “Filming Paradise” และการเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก
วู่หลิง ตอกย้ำกระแสตอบรับ DARION เดินหน้าบุกตลาดรถครอบครัวอีกรุ่น เปิดตัว WULING EKSION
ณ ศูนย์การค้า Mega Bangna โซน Take Home Lobby ระหว่างวันที่ 1–7 ตุลาคม 2569 และโชว์รูมใกล้บ้านทั่วประเทศ
บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์ WULING หลังรถยนต์รุ่น DARION สร้างการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย ครองอันดับ 1 กลุ่มรถ MPV-VAN ประตูสไลด์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัว WULING EKSION (วู่หลิง แอ็กชั่น) รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์ C-Segment SUV 7 ที่นั่ง รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวไทย เดิมใช้รถจำพวก PPV ให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอย และความสะดวกสบาย สมรรถนะ จำนวนที่นั่ง รวมถึงภาพลักษณ์ของรถ SUV ขนาดใหญ่ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมสัมผัสของจริงได้ที่ Wuling Mini Motor Show ณ ศูนย์การค้า Mega Bangna โซน Take Home Lobby ระหว่างวันที่ 1–7 ตุลาคม 2569 และโชว์รูมใกล้บ้านทั่วประเทศ WULING เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น “DARION” ตอบรับตลาด MPV อย่างต่อเนื่อง
รถ EKSION ล็อตแรกถึงโชว์รูม WULING ทั่วประเทศแล้ว ผู้สนใจติดต่อนัดหมายเข้าชมและทดลองขับได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บริษัทมีความพร้อมในการเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าทันที โดยตั้งเป้ายอดขายในไตรมาส 4 ของ EKSION ในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 1,000 คัน สำหรับลูกค้าในเชตกรุงเทพมหานคร พบกับรถยนต์ไฟฟ้า WULING ครบทั้ง 4 รุ่น ได้แก่ EKSION EV, STARLIGHT DARION EV, PORTA EV และ BINGUO EV ได้ในงาน Wuling Mini Motor Show ณ ศูนย์การค้า Mega Bangna โซน Take Home Lobby ระหว่างวันที่ 1–7 ตุลาคม 2569
เครือ รพ.พญาไท และเครือ รพ.เปาโล ผนึก สถาบันอาหาร
กรุงเทพฯ – เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโล ร่วมกับ สถาบันอาหาร (National Food Institute: NFI) กระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition Innovation) เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการแพทย์ การวิจัย และเทคโนโลยีอาหาร เพื่อพัฒนาผลงานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) และโภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) สนับสนุนแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Medicine) และสร้างทางเลือกด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ โดย นายอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโล และ นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (NFI)
นายอัฐ ทองแตง กล่าวว่า "ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำองค์ความรู้ด้านอาหาร โภชนาการ และการแพทย์มาเชื่อมโยงกัน เพื่อช่วยให้ผลงานวิจัยสามารถพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้จริง เรามองว่าอาหารและโภชนาการมีบทบาทสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคและการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลมากขึ้น
การเชื่อมต่อระหว่าง ‘อาหาร–โภชนาการ–การแพทย์–ตลาด’ อย่างเป็นระบบ จะช่วยเปิดโอกาสให้นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารทางการแพทย์เดินทางจากงานวิจัยไปสู่ผู้บริโภคได้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลพร้อมสนับสนุนการนำผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาและประเมินอย่างเหมาะสมเข้าสู่ช่องทางของเครือโรงพยาบาลฯ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในอนาคต และสะท้อนบทบาทของเราในฐานะ ‘Partner for Life’ พันธมิตรด้านสุขภาพที่พร้อมดูแลและเติบโตไปพร้อมกับผู้คนในทุกช่วงของชีวิต"
ด้าน นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล กล่าวว่า "สถาบันอาหารจะนำศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิเคราะห์ รวมถึงโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) มาทำงานร่วมกับองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เพื่อพัฒนางานวิจัยและสูตรผลิตภัณฑ์จากระดับห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตต้นแบบ พร้อมตรวจสอบด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และคุณค่าทางโภชนาการ ก่อนพิจารณาต่อยอดสู่การผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์" ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 2 ปี ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัย ตลอดจนการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ
สำหรับผลิตภัณฑ์นำร่องภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ได้แก่ คุกกี้ปราศจากกลูเตน (Gluten-Free Cookie) ไอศกรีมพลังงานสูง เครื่องดื่มคาร์โบไฮเดรต และน้ำสมุนไพรพร้อมดื่ม โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนาตั้งแต่การคิดค้นและปรับสูตร การผลิตต้นแบบ การทดสอบคุณภาพและความปลอดภัย ไปจนถึงการประเมินศักยภาพทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค
ความร่วมมือระหว่างเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กับสถาบันอาหาร (NFI) ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวของการเชื่อมโยงภาคการแพทย์ งานวิจัย และอุตสาหกรรมอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการเฉพาะบุคคลจากองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริง สนับสนุนแนวทาง Preventive Medicine และ Personalized Healthcare ตลอดจนรองรับแนวโน้ม Healthy Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่กับคุณภาพชีวิตที่ดี สอดคล้องกับแนวคิด “Partner for Life” ของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล ที่มุ่งเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพและร่วมดูแลผู้คนอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของชีวิต พร้อมสร้างโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพของไทยในระยะยาว
28 กันยายน 2569
รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่
รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่
บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง นำโดย พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทำบุญถวายปัจจัย พร้อมด้วยข้าวสารและอาหารแห้ง ให้แก่ วัดโชติกุนสุวรรณาราม (หมูบุ่น) จังหวัดเชียงใหม่
ในการนี้ พระครูสังฆรักษ์ณัฏฐ์ฐิ์ภัทร ณฏฺฐกโร เจ้าอาวาสวัดโชติกุนสุวรรณาราม ได้เป็นประธานสงฆ์รับมอบปัจจัยและเครื่องอุปโภคบริโภคดังกล่าว เพื่อนำไปส่งต่อและใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของวัดและชุมชนต่อไปกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสานต่อ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่บริษัทฯ ยึดถือและผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง
ฝนตกหนัก รีบเติมภูมิคุ้มกันด่วน! บีไชน์ ส่ง “เนเจอร์ซี สูตรใหม่” วิตามินซีธรรมชาติ เข้มข้น 4 เท่า
เสริมภูมิ-ดูแลผิวใส จัดโปรคุ้มเพียงขวดละ 199 บาท ที่ 7-Eleven, Tops และร้านยา Lotus’s
ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ การดูแลสุขภาพและเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ร่วมส่งต่อความห่วงใยและความคุ้มค่า จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษต้อนรับฤดูฝนกับ “บีไชน์ เนเจอร์ซี (B Shine Nature C) สูตรใหม่” วิตามินซีจากธรรมชาติ 100% ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและดูแลผิวพรรณสดใส แค่วันละเม็ด ขนาดขวด 30 เม็ด แถมฟรี 5 เม็ด ลดราคาพิเศษเหลือเพียง 199 บาท (จากปกติ 249 บาท) พร้อมสิทธิ์สมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 198 บาท ราคานี้สำหรับเฉพาะที่ร้าน 7-Eleven เท่านั้น และยังมีโปรโมชั่น “บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” ขวดละ 199 บาท ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต Tops และร้านยา Lotus’s สามารถซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 ตุลาคม 2569 นี้
“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” เด่นด้วยส่วนประกอบหลัก ใน 1 เม็ด อัดแน่นด้วยคุณค่าสารสกัดหลายชนิด ได้แก่
- อะเซโรลาเชอร์รี่สกัดเข้มข้น 1,000 มก. (เทียบเท่าผลอะเซโรลาเชอร์รี่สด 4,000 มก. เข้มข้นจริงถึง 4 เท่า) คุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดอาการภูมิแพ้
- ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์สูงถึง 100 มก. ช่วยเพิ่มการดูดซึมและเสริมการทำงานของวิตามินซีให้ดียิ่งขึ้น
- สารสกัดจากทับทิม ต้านอนุมูลอิสระสูง ผิวแลดูกระจ่างใส กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น
- สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ ช่วยให้ผิวอิ่มฟู ชะลอการเสื่อมสลายของคอลลาเจนในผิวหนัง ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอย ดูแลผิวให้อ่อนเยาว์
- แคโรทีนอยด์ ช่วยดูแลผิวพรรณให้แลดูสดใสเป็นธรรมชาติเมื่อต้องเผชิญแสงแดด คงความอ่อนเยาว์ พร้อมส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ
- เบอร์รี่รวม 6 ชนิด (สตรอว์เบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ราสป์เบอร์รี่, เอลเดอร์เบอร์รี่, แบล็คเคอร์แรนท์, เรดบีท) จากสวิตเซอร์แลนด์ อุดมด้วยไฟโตนิวเทรียนท์หลากสี ดีต่อสุขภาพผิวและสายตา
ไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ อุดมด้วย ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย มาในสูตรอ่อนโยนต่อทางเดินอาหาร ไม่ตกค้างในร่างกาย เหมาะสำหรับการรับประทานเป็นประจำทุกวัน เพื่อการดูแลสุขภาพและผิวพรรณในระยะยาว โดยแนะนำให้รับประทานวันละ 1 เม็ด หลังมื้ออาหารเช้าหรือกลางวัน เพื่อประโยชน์สูงสุด
ส่วนประกอบสำคัญต่อ 1 เม็ด : อะเซโรลาเชอร์รี่สกัด 1,000 มก., ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ 100 มก., เบอร์รี่มิกซ์ 120 มก., สารสกัดจากทับทิม 70 มก., สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ 23.75 มก., แคโรทีนอยด์ 23.75 มก.
บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่ มีแบบซองพกง่าย บรรจุ 6 เม็ด ราคาเพียง 49 บาท และพิเศษยิ่งกว่า! กับแบบขวดสุดคุ้ม บรรจุ 35 เม็ด ที่กำลังจัดโปรโมชั่นลดราคาแรงเหลือเพียง 199 บาท (จากปกติ 249 บาท) หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ - 23 ตุลาคม 2569 ที่ร้าน 7-Eleven, ซูเปอร์มาร์เก็ต Tops และร้านยา Lotus’s
นอกจากนี้ บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ยังมีผลิตภัณฑ์แบรนด์ “บีไชน์” และ “คิดโด้” จำหน่ายที่ Shopee: Bshine Nutrition Plus, Lazada: บีไชน์นูทริชั่นพลัส และ Tiktok: Bshine Nutrition Plus
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร และรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ https://www.bshine.co.th/NaturC_landingpage/,
Facebook Fanpage: B Shine, TikTok : bshine.official, IG: bshinenutritionplus
และ Line Official: @Bshine











.jpg)























