13 กรกฎาคม 2569

INDECA LIVING ประกาศความร่วมมือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก ยกระดับประสบการณ์ Luxury Living ในประเทศไทย


กรุงเทพฯ 10 กรกฎาคม 2569: บริษัท อินเดก้า ลิฟวิ่ง (INDECA LIVING) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะ Luxury Living Destination แห่งใหม่ของประเทศไทย พร้อมประกาศความร่วมมือกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกจากสหราชอาณาจักร ได้แก่ Timothy Oulton และ Andrew Martin เพื่อนำเสนอประสบการณ์การใช้ชีวิตและการออกแบบระดับสากลแก่ผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการคัดสรรแบรนด์ที่โดดเด่นด้านงานฝีมือ คุณภาพ และเอกลักษณ์การออกแบบที่แตกต่าง ณ โชว์รูม ถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ


ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเกร็ก วัตกินส์ กรรมการบริหาร หอการค้าอังกฤษ-ไทย (British Chamber of Commerce Thailand: BCCT) ร่วมแสดงความยินดี พร้อมด้วยนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบชั้นนำ ได้แก่ แฟรงก์ แคนเซลโลนี, นลินี เทียนศิริพิพัฒน์, วรกร เติมวัฒนภักดี, วัฒนา โควัฒนาภรณ์, เปรมมนัส สุวรรณานนท์ และอินทนนท์ จันทร์ทิพย์ และแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น ๆ มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวครั้งสำคัญ

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ INDECA LIVING ในการก้าวข้ามบทบาทของโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิม สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการตกแต่งภายในระดับลักชัวรี ที่รวบรวมแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกไว้ในพื้นที่เดียว พร้อมสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงการออกแบบ ศิลปะการใช้ชีวิต และแรงบันดาลใจจากนานาชาติเข้าด้วยกัน


คุณพิรพรรณ ภูมิวสนะ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเดก้า ลิฟวิ่ง กล่าวว่า “ผู้บริโภครสนิยมสูงในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงสินค้า แต่กำลังมองหาประสบการณ์ คุณค่า และตัวตนที่สะท้อนผ่านการใช้ชีวิต INDECA LIVING สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบ คุณภาพของวัสดุชั้นเลิศและความเป็นสากล เรามุ่งมั่นที่จะนำแบรนด์ระดับโลกและประสบการณ์ที่ดีที่สุดมาสู่ประเทศไทย พร้อมมีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรฐานของตลาดลักชัวรีไลฟ์สไตล์ไทยในระยะยาว”

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวคือความร่วมมือกับแบรนด์สำคัญคือ Timothy Oulton แบรนด์ลักชัวรีระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านการผสมผสานงานฝีมือ วัสดุแท้ และแรงบันดาลใจจากโลกแห่งของเก่าเข้ากับการออกแบบร่วมสมัยอย่างมีเอกลักษณ์

โอลิเวอร์ โอลตัน ผู้สืบทอดเจเนอเรชันที่สามของแบรนด์ Timothy Oulton กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของ Timothy Oulton คือการรักษาคุณค่าของงานฝีมือ ความดั้งเดิมของวัสดุ และมรดกของแบรนด์ ขณะเดียวกันก็พัฒนาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เรามองเห็นศักยภาพของตลาดไทยและเชื่อว่า INDECA LIVING จะเป็นพันธมิตรสำคัญในการถ่ายทอดประสบการณ์และตัวตนของแบรนด์สู่ลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความเป็นเอกลักษณ์ และความเป็น Authentic Luxury



นอกจากนี้ยังมี Andrew Martin แบรนด์ชื่อดังจากสหราชอาณาจักร ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลจากแนวคิดการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและการเดินทางทั่วโลก

มาร์ติน วอลเลอร์ ผู้ก่อตั้ง Andrew Martin กล่าวว่า “การออกแบบที่ดีควรสะท้อนเรื่องราว วัฒนธรรม และประสบการณ์ของผู้คน เราเชื่อว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความเข้าใจและให้คุณค่ากับงานออกแบบมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับ INDECA LIVING ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอแนวคิดและประสบการณ์ด้านการออกแบบของ Andrew Martin สู่กลุ่มลูกค้าชาวไทยที่มีรสนิยมและเปิดรับมุมมองระดับสากล”

นอกเหนือจากการนำเสนอคอลเลกชันล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกแล้ว INDECA LIVING ยังมุ่งสร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจสำหรับนักออกแบบ สถาปนิก เจ้าของบ้าน และผู้ที่หลงใหลในงานดีไซน์ ผ่านการคัดสรรผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่สะท้อนมาตรฐานระดับสากล

การเปิดตัว INDECA LIVING ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเปิดพื้นที่แห่งใหม่สำหรับการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านแต่ยังเป็นการประกาศบทบาทของประเทศไทยในฐานะตลาดศักยภาพของอุตสาหกรรมลักชัวรีไลฟ์สไตล์และการออกแบบระดับโลก ซึ่งได้รับความสนใจจากแบรนด์ชั้นนำที่มองเห็นโอกาสในการเติบโตของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญ

10 กรกฎาคม 2569

ZEEKR จับมือ ททท. เปิดตัวแคมเปญ "Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way"

ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพด้วยยานยนต์ไฟฟ้า

ZEEKR ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้แคมเปญ "Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way" นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างภาครัฐและ ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี เพื่อนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวไทยรูปแบบใหม่ที่สอดรับยุทธศาสตร์ "Value Over Volume" ของ ททท. และยกระดับมาตรฐานการเดินทางท่องเที่ยวโดยยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่ตลาดในประเทศ  

อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ZEEKR Thailand กล่าวว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ ZEEKR ได้ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจในไทยในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป โดยจะก้าวข้ามจากแบรนด์รถไฟฟ้าพรีเมียม สู่การเป็น Premium Lifestyle Brand ที่เชื่อมโยงผู้คน ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การเดินทางเข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ การจับมือกับ ททท. ในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ (Brand Trust) ได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่า ZEEKR ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ด้วยสมรรถนะชั้นสูงควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งยังเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง สามารถตอบสนองต่อทุกความต้องการเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่จะสะท้อนตัวตนได้ เพราะ ZEEKR เชื่อมั่นว่าทุกการเดินทางควรเป็นประสบการณ์ที่พิเศษไม่แพ้จุดหมายปลายทาง ความร่วมมือกับ ททท. ในการนำเสนอแคมเปญนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศให้แก่คนไทย และเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่จะนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่น่าสนใจด้วยยานยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นจาก ZEEKR” 


นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ปี 2569 ททท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตผ่านนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม     ภายใต้กลยุทธ์ “Value over Volume” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย ควบคู่กับการสร้างความสมดุล ความเข้มแข็ง และความยั่งยืนให้กับระบบการท่องเที่ยวไทยในทุกมิติ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเดินทางทั้งภายในประเทศและจากทั่วโลก  นอกจากนี้ ททท. ยังส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าถือเป็นการเดินทางท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ ที่ตอบโจทย์ด้านการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยังลดภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยความร่วมมือกับ ZEEKR ครั้งนี้ ททท. จะทำหน้าที่คัดสรรเส้นทางและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ "Hidden Destination" ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตท้องถิ่น ขณะที่ ZEEKR จะสนับสนุนการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าตลอดเส้นทาง ภายใต้แนวคิด "ZEEKR คือ Puzzle Piece ของการเดินทางแบบ Premium Experience" โดย ททท. และ ZEEKR จะร่วมผลิตซีรีส์คอนเทนต์ "Travel the ZEEKR Way" ที่นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวด้วยยานยนต์ไฟฟ้า ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่

Northern Escape: การค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางภาคเหนือ ทั้งภูสูงและสายน้ำที่โอบล้อมรอบกาย ช่วยเยียวยาจิตใจพร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ สัมผัสความหมายที่ลึกซึ้งของวัฒนธรรมล้านนาผ่านสถาปัตยกรรมและงานหัตถกรรม ที่จะสร้างความทรงจำสุดประทับใจไม่รู้ลืม

Isaan Stories: สัมผัสเอกลักษณ์ของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา สร้างพลังเชิงบวกไปพร้อมกับเรื่องราวการใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งอดทน ผ่านการบอกเล่าจากวิถีชีวิต ดนตรี อาหารและสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นแดนอิสาน

Southern Serenity: กางมือออกกว้างๆ แล้วหายใจให้เต็มปอด สูดกลิ่นอายแห่งท้องทะเล และชื่นชมความงดงามตระการตาของหมู่เกาะทะเลใต้ ให้เสียงคลื่นและผืนน้ำช่วยฮีลร่างกายและจิตใจไปพร้อมกับการเดินทางที่จะเติมเต็มทุกประสบการณ์ชีวิต

Urban Retreat: ค้นพบมุมมองใหม่ที่ไม่เคยเจอ จากการเดินทางง่ายใช้เวลาเพียงสั้นๆ ครบจบทั้งการเช็คอินจุดถ่ายรูปมุมลับที่โลกยังไม่รู้ สนุกสนานไปกับประสบการณ์ใหม่จากเมืองที่ผสานอดีตกับวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัวของกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง 

ซึ่งการนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวในครั้งนี้ จะถ่ายทอดผ่านยานยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ซึ่งสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยวที่ลงตัวไปกับทุกเส้นทางอย่างเหนือระดับ พร้อมเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อของ ททท. ทั้งอนุสาร อสท. และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ผสานกับความแข็งแกร่งจากการนำ KOLs ผู้มีอิทธิพลทางความคิด ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ The Zecret Revealer, The Zecret Insider และ The Zecret Visualizer มาร่วมสร้างคอนเทนต์ เพื่อขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวของ ททท. ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวคุณภาพระดับภูมิภาค ผสานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับคุณค่าทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทย ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและประสบการณ์เชิงคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ



แคมเปญ Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way จะดำเนินไปเป็นระยะเวลา 7 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 - กุมภาพันธ์ 2570 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งปี 2569 นี้ ททท. ตั้งเป้าหมายไว้ที่จำนวน 202.42 ล้านคน รายได้ 1.07 ล้านล้านบาท พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ ZEEKR ในฐานะแบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนตลาดท่องเที่ยวในประเทศอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ ZEEKR ได้ที่
Website: https://www.zeekrlife.com/th-th/
Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

 

09 กรกฎาคม 2569

บ้านท่ามะปรางค์-บ้านคลองเพล เที่ยวได้ทั้งวัน ทำกิจกรรมสร้างสรรค์จากวัฒนธรรมและวิถีชุมชน

“พันชนะ” นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชวนปักหมุดแหล่งเที่ยวใหม่ “ท่ามะปรางค์” พร้อมปลุกกระแสแคมเปญ ลดทั้ง หุบเขา#2 

สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่  ร่วมด้วยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่ามะปรางค์ คลองเพล ชวนฮีลใจด้วยบรรยากาศสีเขียวเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่อเนื่อง พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวใช้สิทธิในแคมเปญ ลดทั้ง หุบเขา#2 


นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ เปิดเผยว่า ในฤดูฝนปีนี้เพื่อไม่ให้เงียบเหงา เรามีแพคเกจสุดพิเศษ บ้านท่ามะปรางค์-บ้านคลองเพล เที่ยวได้ทั้งวัน ทำกิจกรรมสร้างสรรค์จากวัฒนธรรมและวิถีชุมชน แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ได้เล่นน้ำลำตะคองโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเลย โดยวิสาหกิจชุมชนท่ามะปรางค์ บ้านคลองเพล นอกเหนือจากนั้นการท่องเที่ยวชุมชนนั้นยังมีการปั่นจักรยาน ดูเขาลูกช้าง นอกจากจะมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แล้ว ก็จะมีที่บ้านคลองเพลเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่อยากแนะนำ และการร่วมแคมเปญ ใช้สิทธิลดทั้งหุบเขา ซึ่งเราได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขาสำนักนครราชสีมา มีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมาณ 30 ราย ใช้สิทธิ ละ 200 บาท สามารถดูรายละเอียดได้ที่เพจ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ และประชาสัมพันธ์ทั่วไป

เนื่องจากเดือนสิงหาคมนี้ มอเตอร์เวย์ M 6 เปิดใช้บริการศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สามารถมาใช้บริการกันได้ จะทำให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ ย่นระยะจากสองชั่วโมงนิดๆ เหลือ หนึ่งชั่วโมง ไม่ใกล้ไม่ไกล มาฮีลใจกันด้วยบรรยากาศสีเขียว”ขณะที่ นายประทีป มุ่งยอดกลาง ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่ามะปรางค์ บ้านคลองเพล สองหมู่บ้านที่ได้จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนขึ้นมาเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือน บริเวณอาณาเขตเขาใหญ่  กิจกรรมของเราจะมีการเรียกว่า “ดีท็อกซ์ปอด กอดเขาใหญ่” เข้าไปที่แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนของสองหมู่บ้าน กิจกรรมหลักคือ ปั่นจักรยานเพื่อลดคาร์บอนไดออกไซด์ในหมู่บ้านของเราทั้งสองหมู่บ้าน เป็นเส้นวงกลม 

นอกจากนั้นมีอีกหลายกิจกรรม เช่นนำนักท่องเที่ยวไปที่วัดท่ามะปรางค์เพื่อไหว้ หลวงพ่อใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ มีอายุนับร้อยปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะทางอีสานที่ชาวชุมชนให้ความเคารพนับถือ 

หลังจากนั้นขี่จักรยานต่อไปชมวิวเขาลูกช้างที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และต่อไปยังมีสวนผลไม้ของชาวบ้าน สวนทุเรียนสวนแรกของท่ามะปรางค์ สวนสำเภาทอง มีทุเรียนหมอนทอง  ทุเรียนชะนี มังคุดละมุดและผลไม้อื่นๆ อีกหลากหลาย 

เราจะพานักท่องเที่ยวปั่นจักรยานไปชมสวนผักออแกนิคส์อยู่ในชุมชน ปลูกผักไร้สารพิษ และเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมและทำกิจกรรมตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บผักหรือเก็บไข่ไก่ ต่างๆ เพื่อนำกลับไปประกอบอาหารได้

นอกจากนั้น เราเดินข้ามสะพานลำตะคอง เข้าสู่หมู่บ้านคลองเพล หลังจากนั้นมายังบริเวณท่าน้ำลำตะคองนี้ จะมีกิจกรรม หลากหลาย เช่น การเพ้นท์สีจากใบไม้ การประกอบอาหารต่างๆ 

นายวินัย ขันทีท้าว อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 17 ตำบล หมูสี เสริมว่า การท่องเที่ยวของเราเพื่อลดภาวะโลกร้อนและชี้แนะให้นักท่องเที่ยวได้เห็นว่าชุมชนของเราเป็นชุมชนที่ปราศจากมลพิษ เพราะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งยกฐานะเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2548 

บ้านท่ามะปรางค์-บ้านคลองเพล บ้านคลองเพล เป็นชุมชนเล็กๆ ติดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่มีสายน้ำลำตะคองไหลผ่าน เปิดบ้านต้อนรับนักเดินทางที่ต้องการฮีลใจผ่านความสงบเรียบง่ายสไตล์วิถีคนพื้นถิ่น พร้อมแจกจ่ายประสบการณ์ท่องเที่ยวเขาใหญ่แบบใหม่ไม่ต้องแบ่งกับใคร มาปั่นจักรยานไปตามถนนในชุมชน หายใจรับอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด เที่ยวเล่น สบายๆ ทำกิจกรรมสนุกๆ แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อม  เที่ยวได้ทั้งวัน ทำกิจกรรมสร้างสรรค์จากวัฒนธรรมและวิถีชุมชน กิจกรรมเกี่ยวกับการทำอาหารพื้นบ้าน ซึ่งวัสดุดิบต่างก็หาจากท้องถิ่น เช่นหน่อไม้ กล้วย หรือพืช ผักตามธรรมชาติต่าง ๆ ลำธารแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถเข้ามาเล่นน้ำลำตะคองได้เป็นอย่างดี เพราะถือเป็นหมู่บ้านแรกที่รับน้ำมจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จึงมีความสะอาด นั่นทำให้เราคิดกิจกรรม นักสืบจากสายน้ำด้วย เพื่อให้เยาวชนหรือคนที่สนใจลองใช้กระชอนช้อนภายในสายน้ำที่ไหลมานั้นว่ามีสัตว์อะไรบ้าง 





นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดูนก ในชุมชนแห่งนี้มีนกมากกว่า 38 ชนิด ปัจจุบันนักท่องเที่ยวก็สนใจกิจกรรมนี้มาก แต่ทางชุมชนเราบริการได้เพียงบางส่วน เพราะขาดอุปกรณ์ด้านการใช้กล้อง การดูนกมีในพื้นที่หมู่บ้านและพื้นที่ของททท. หากมีนักท่องเที่ยวเกินหนึ่งร้อยคนขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีการชวนนักท่องเที่ยวขยายพันธ์พืช โดยใช้หนังสติ๊กยิง เช่นเมล็ดมะค่า






จุดตรงนี้จะเป็นเซนเตอร์จุดหนึ่ง รองรับนักท่องเที่ยวเพื่อมาเล่นน้ำลำตะคอง ซึ่งถือเป็นหมู่บ้านแรกที่รับน้ำมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีความสะอาดมาก

ทำความรู้จักของดีโคราช ทุเรียน GI ที่สวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส

สวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส จำหน่าย ทุเรียนคุณภาพสูง ชิมแล้วอร่อย...เกรด AA

สวนบ้านไร่ภูฟ้าใสเป็น 1 ใน 39 สวนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)การรับรองได้รับใบอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาประวัติสวน ประสบการณ์การทำสวนทุเรียนในพื้นที่ปากช่องมายาวนาน ท้าทายสภาพแวดล้อมเพื่อผลิตผลไม้คุณภาพสูง เนื้อแห้ง เนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่แรง หอมกลิ่นดอกไม้ หอม อบอวน ในรสสัมผัส หวานพอดี เนียนละมุนลิ้น ต้องบรรยาย ด้วยรสสัมผัส จริงๆ ในการรับประทาน ต้องลอง จะได้ อรรถรส ที่ไม่เคย ได้สัมผัสมาก่อนทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ที่มีเนื้อสัมผัสเนียน แน่นหนีบ แห้ง ละเอียด เส้นใยน้อย มีสีเหลืองอ่อนสม่ำเสมอทั้งผล กลิ่นหอม อ่อน รสชาติหวาน มัน ปลูกในเขตพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา




นายวาที ทองสัมฤทธิ์ เจ้าของสวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส เป็นหนึ่งในสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและพืชสวน อำเภอปากช่อง คุณน้ำเงิน ยศสูงเนิน เป็นประธาน ข้อดีของทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ เนื่องจากพื้นที่อากาศเป็นมรสุมเขตร้อน ฝนตกดี ประกอบกับเป็นดินที่เป็นป่าเก่า ดงพญาเย็นทำให้ปลูกผลไม้ทุกชนิดอร่อย ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อแห้งเนียนนุ่ม เส้นใยละเอียด และกลิ่นหอมอ่อน  มีประสบการณ์การทำสวนทุเรียนในพื้นที่ปากช่องมายาวนาน ท้าทายสภาพแวดล้อมเพื่อผลิตผลไม้คุณภาพสูงเปิดสวนต้อนรับทุกท่าน มาแบบครบจบในที่เดียว  แต่ตอนนี้เมื่อปลูกทุเรียนแล้วเด่นขึ้นมาเพราะเนื้อสัมผัส เนื้อแห้ง ละมุนลิ้น กลิ่นไม่แรงและมีเนื้อหอมของดอกไม้อ่อนๆ  ขณะที่เราทานอย่าเพิ่งรีบเขาจะมีกลิ่นหอมของดอกไม้ขึ้นจมูก ตรงนี้เป็นลักษณะพิเศษ บ พวงมณี ก้านยาว หลงลับแล รสชาติอร่อยที่สุดของสวนผมเอง คือ ทุเรียนนกหยิบ จะมีลักษณะพิเศษห๊อมหอม ทุเรียนเบญจพรรณ เป็นทุเรียนที่ไม่ใช่หมอนทองเป็นทุเรียนอะไรก็ได้ ทั้งกระดุม นกหยิบ พวงมณี ที่มาใหม่ สวนนี้ปลูก สามไร่ ทั้งหมด 120 ต้น เฉพาะสวนผมเองทำให้ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ได้ส่งล้ง ก็จะขายตรง ขายออนไลน์และไปออกงานเทศกาล ๆ ปัจจุบันเปิดร้านอยู่ที่หน้าร้านธรรมชาติ 

นายวาที ทองสัมฤทธิ์ เจ้าของสวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส




คุณน้ำเงิน ยศสูงเนิน กล่าวถึง ทุเรียนปากช่องโดดเด่นคือ เนื้อแห้ง เนียนละมุนลิ้น กลิ่นไม่แรง ซึ่งได้รับการรับรองเป็น GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งในปีนี้เราจะมีการจัดงานทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ GI  เป็นครั้งที่ 5 ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา กระทรวงพาณิชย์ส่วนหนึ่งและจากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองน้ำแดง ในการอนุเคราะห์สถานที่และอำนวยความสะดวก ในงานการออกร้าน 40 สวนและมีสินค้าเกษตรจากโคราชมา มีของกินดีดีของเขาใหญ่และใกล้เคียง เน้นอาหารการกินที่เป็นของเขาใหญ่และปากช่องโดยตรง ซึ่งเราได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและคนพื้นถิ่นก็มาร่วมงาน เราจัดต่อเนื่องครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 

โดยทุก ๆ ปี จังหวัดนครราชสีมา โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับอำเภอปากช่องและผู้ประกอบการทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ จัดงาน “เทศกาลทุเรียน GI ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ Durian GI Festival Pakchong Khaoyai” เป็นประจำปี โดยได้จัดติดต่อเนื่องจากวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและพืชสวนอำเภปากช่อง


คุณน้ำเงิน   ยศสูงเนิน 

ขอเชิญชวนมาชิมทุเรียนปากช่องของเราระหว่าง วันที่ 24  28 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น.จัดที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองน้ำแดง  ตำบลหนองน้ำแดง เส้นทางถนนธนรัชต์ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เชิญชวนมาชิมทุเรียนปากช่อง

ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย คือ เกษตรกรชาวสวนตัวจริงมาจำหน่าย ไม่ได้ผ่านพ่อค้าคนกลาง เสน่ห์คือ พ่อค้าแม่ขายอาจจะปลอกเก่งบ้างไม่เก่งบ้าง แต่เป็นชาวสวนแท้ๆ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับทุเรียน เราแปรรูปมีทุเรียน กวน ทุเรียนทอด ไอศครีม ผลไม้อื่นๆ เช่น อโวคาโด แก้วมังกร อินทผลัม สะตอ ของที่อยู่ในสวนจะนำออกมาจำหน่าย และได้ชิมของดีเส้นทางเขาใหญที่มาออกร้านกับเรา เป็นงานชม ชิม ช็อป อย่าลืมนะคะ งานทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ GI นอกจากนี้ยังมีดนตรี ศิลปินนักร้องมาแสดง มานั่งฟังรับประทานทุเรียนเคล้าเสียงดนตรี 



เชิญทุกคนมาสัมผัสเสน่ห์ของทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ รสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยเป็นสินค้า GI สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ปลูกเฉพาะในพื้นที่อำเภอปากช่อง (สมบัติพิเศษหรือ
มีลักษณะเฉพาะที่เกิดจากอิทธิพลสิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์) เหตุผลที่ทุเรียนจากแถบเขาใหญ่ (หรือ ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่) ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการอย่างมาก เกิดจากความพิเศษของสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทุเรียนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เริ่มต้น การจำหน่าย ต้นฤดูกาล ด้วยทุเรียนเบญจพรรณ นกหยิบ กระดุม พวงมณี ก้านยาว มูซานคิงส์ ฯล

สวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส สายทุเรียนห้ามพลาด หรือชาวโคราชที่อยากลองอยากชิมความอร่อย
"ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่" ของดีของชาวโคราชที่ต้องไปหาลองกันให้ได้นะคะ

สนใจติดต่อ​ ทุเรียน​ GI​ ทุเรียนเขาใหญ่ปากช่อง​
FB : สวนทุเรียน บ้านไร่ภูผาฟ้าใส

 

อพท. และกรมอุทยานฯ เดินหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงและร่วมผลักดันพื้นที่พิเศษฯ

หมู่เกาะช้าง สู่การเป็น “World Class Destination”

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ร่วมหารือกับ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงความคืบหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง พร้อมรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง และแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อผลักดันสู่การเป็น “World Class Destination”
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมอุทยานมีความยินดีให้ความร่วมมือกับ อพท. ในการขับเคลื่อนโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ผ่านการทำงานร่วมกันของคณะทำงานร่วมทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชน ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับส่วนกลางและพื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกันเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และพร้อมสนับสนุนการทำงานของ อพท. ในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่ รวมถึงการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการจัดการปริมาณนักท่องเที่ยวไม่ให้ขึ้นไปแออัดบนภูกระดึง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยกับทั้งนักท่องเที่ยวและการไม่รบกวนธรรมชาติ
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า ขณะนี้ อพท. มีความคืบหน้าในการดำเนินการศึกษาและออกแบบกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง และได้เข้าพื้นที่ดำเนินการตามขั้นตอนและเป็นไปตามระเบียบกฎหมายของกรมอุทยานฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการกำหนดทิศทางการบริหารจัดการพื้นที่ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง อาทิ การพัฒนาศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือศูนย์เปลี่ยนถ่ายจราจร เพื่อรองรับการดำเนินโครงการฯ จึงได้เข้าหารือเพื่อรับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากกรมอุทยานฯ เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ นี้ เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่ และตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม


พร้อมกันนี้ อพท. ได้หารือและรับฟังข้อคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ปี 2571-2575 รวมถึงโครงการพัฒนาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง กรมอุทยานฯ พร้อมร่วมสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว โดยให้ อพท. เข้ามาสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว การกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน ทั้งนี้ ทั้ง 2 หน่วยงานกำหนดจัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือ (MoU) ในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ฯ พร้อมจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อให้โครงการต่างๆ ภายใต้แผนฯ เกิดผลสัมฤทธิ์ บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ “หมู่เกาะธรรมชาติ ต้นแบบการฟื้นสร้างการท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับนานาชาติ”



การหารือร่วมกันของ อพท. และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในวันนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งในส่วนของการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานอย่างโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการสร้างต้นแบบของแหล่งท่องเที่ยวในระดับ World Class พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป