01 มิถุนายน 2569

การ์ดอย่าตก! เข้าหน้าฝนแถมโควิดระบาดรอบใหม่ ฟิตสุขภาพด้วย “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก.

”สูตรอ่อนโยน ดูดซึมดี พลัสบิลเบอร์รี่ ดูแลสายตา ผิวพรรณ จัดโปรลดสุดคุ้ม 2 ซอง เพียง 69 บาท 

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกลับมาระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยใหม่ที่ชื่อว่า NB.1.8.1 หรือ “โควิดนิมบัส” ซึ่งกำลังระบาดเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในสิงคโปร์และประเทศไทย ประกอบกับเข้าฤดูฝนแล้วที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย จนทำให้หลายคนเริ่มมีอาการหวัดหรือภูมิแพ้ถามหา การเสริมเกราะป้องกันให้ร่างกายจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม 

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด มีตัวช่วยสำคัญของคนยุคนี้ “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” (Bio Pro C Vitamin C 1000 mg. Plus Bilberry) วิตามินซีสูตรพิเศษที่ไม่เพียงแต่ช่วย เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมสู้ทุกสภาวะ แต่ยังตอบโจทย์คนวัยทำงานในยุคดิจิทัล ด้วยคุณสมบัติเด่นในการบำรุงและถนอมดวงตา ลดอาการตาแห้ง ล้า พร่าเบลอจากการจ้องหน้าจอนานๆ พร้อมทั้งช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส แถมยังเป็นวิตามินซีสูตรอ่อนโยน (Non-Acid) ที่ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในเม็ดเดียว 

“ไบโอ โปร ซี’ วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” (Bio Pro C Vitamin C 1000 mg. Plus Bilberry)

ขนาดแบบซองซิบ พกพาสะดวก บรรจุ 7 เม็ด พร้อมจัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ซื้อ 2 ซอง ลดเหลือเพียง 69 บาท จากปกติ 98 บาท (พิเศษสำหรับสมาชิก All Member ลดเพิ่ม 1 บาท เหลือเพียง 68 บาท) หาซื้อได้ ง่ายๆ ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 23 มิถุนายน 2569 นี้

อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์จาก 7 สารสำคัญใน 1 เม็ด ของ “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” ได้แก่

1. วิตามินซี 1000 มก. (Vitamin C 1000 mg.) : วิตามินซีในรูปแคลเซียมแอสคอร์เบท (Buffered Vitamin C) ช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดี อ่อนโยนต่อกระเพาะอาหาร เสริมภูมิคุ้มกัน ลดความรุนแรงและระยะเวลาของอาการหวัด พร้อมช่วยสร้างคอลลาเจนเพื่อสุขภาพผิว

2. สารสกัดจากผลโรสฮิปส์ (Rose Hips Fruit Extract) : อุดมด้วยวิตามินซีธรรมชาติและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงหวัดและภูมิแพ้ พร้อมช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิว

3. สารสกัดจากผลคามู คามู (Camu Camu Fruit Extract) : แหล่งวิตามินซีธรรมชาติสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบ พร้อมสนับสนุนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

4. สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ (Bilberry Extract) : อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน 25% ช่วยบำรุงสายตา ลดอาการตาล้า ตาแห้ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้สายตากับหน้าจอเป็นเวลานาน

5. สารสกัดจากส้มสีแดง (Blood Orange Extract) : อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ลดความหมองคล้ำ และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนสดใส

6. ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ (Citrus Bioflavonoids) : ช่วยเสริมการดูดซึมวิตามินซี และช่วยเสริมความแข็งแรงของผนังเส้นเลือดฝอย

7. วิตามินเอ (Vitamin A) : ช่วยบำรุงสายตา ลดอาการตาฟางและตาบอดกลางคืน พร้อมช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

การรับประทาน เพียงวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร ก็ได้รับคุณประโยชน์ครบถ้วน จึงเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกในการดูแลสุขภาพร่างกาย ดวงตา และดูแลผิวพรรณให้สดใสไปพร้อมกัน

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม “บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” ได้ที่ https://bshine.co.th/bioproc/,
FB : B Shine, Line : @Bshine,  TikTok : bshine.official, IG : bshinenutritionplus

DITP สรุปผลสำเร็จการพัฒนาเครือข่าย Thai SELECT

ผลักดันผู้ประกอบการเชื่อมโยงซัพพลายเชนอาหารไทย ขับเคลื่อนมูลค่าส่งออก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการพัฒนาและสร้างเครือข่ายร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2569 การสร้างเครือข่าย พันธมิตรทางการค้า และเชื่อมโยงผู้ประกอบการร้านอาหารไทยจากทั่วโลกเข้าสู่ซัพพลายเชนภาคการผลิตของไทยโดยตรง เพื่อต่อยอดการส่งออกวัตถุดิบและสินค้าอาหารไทยในเวทีสากล ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ขับเคลื่อนมูลค่าการส่งออกจากซอฟต์พาวเวอร์อย่างยั่งยืน

นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในพิธีปิดโครงการว่า ผลสำเร็จสำคัญของโครงการในปีนี้ คือผู้ประกอบการทั้ง 15 รายจาก 6 ภูมิภาค     ทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้สู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเชื่อมโยงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมผ่านกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ทำให้ผู้ประกอบการในต่างประเทศสามารถเข้าถึงผู้ผลิตได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและขยายมูลค่าการส่งออกของไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ตลอดจนรับฟังประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอาหารไทย ซึ่งล้วนสะท้อนถึงพันธกิจของพวกเราทุกคนในการร่วมกันอนุรักษ์ ส่งเสริม และรักษามาตรฐานความเป็นต้นตำรับของอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติต่อไป




กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการพัฒนาและสร้างเครือข่ายร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2569 การสร้างเครือข่าย พันธมิตรทางการค้า และเชื่อมโยงผู้ประกอบการร้านอาหารไทยจากทั่วโลกเข้าสู่ซัพพลายเชนภาคการผลิตของไทยโดยตรง เพื่อต่อยอดการส่งออกวัตถุดิบและสินค้าอาหารไทยในเวทีสากล ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ขับเคลื่อนมูลค่าการส่งออกจากซอฟต์พาวเวอร์อย่างยั่งยืน

นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในพิธีปิดโครงการว่า ผลสำเร็จสำคัญของโครงการในปีนี้ คือผู้ประกอบการทั้ง 15 รายจาก 6 ภูมิภาค     ทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้สู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเชื่อมโยงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมผ่านกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ทำให้ผู้ประกอบการในต่างประเทศสามารถเข้าถึงผู้ผลิตได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและขยายมูลค่าการส่งออกของไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ตลอดจนรับฟังประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอาหารไทย ซึ่งล้วนสะท้อนถึงพันธกิจของพวกเราทุกคนในการร่วมกันอนุรักษ์ ส่งเสริม และรักษามาตรฐานความเป็นต้นตำรับของอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติต่อไป

“อาหารไทยมิได้เป็นเพียงอาหารที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลกเท่านั้น หากยังเป็นเครื่องมือที่สร้างภาพลักษณ์อันทรงพลังของประเทศไทย เป็นอัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรม และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นเครื่องมือสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ในการสร้างความเชื่อมั่นของรสชาติอาหารไทย และมีคุณภาพในระดับสากล DITP มุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่ารสชาติไทยแท้ คุณภาพ และมรดกทางวัฒนธรรมนั้นจะเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก ซึ่งผู้ประกอบการร้านอาหาร Thai SELECT ไม่ได้เป็นเพียงแค่เจ้าของธุรกิจ แต่ยังเป็น 'ทูตวัฒนธรรม' ที่ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และคุณค่าของอาหารไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลกด้วย”

สำหรับผู้ประกอบการจากร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ที่เดินทางมาร่วมโครงการ   ไม่ว่าจะเป็นร้าน WOKXPRESS จากเดนมาร์ก, ร้าน THAI SQUARE GROUP จากอังกฤษ, ร้าน KRAPPOM จากเกาหลีใต้, ร้าน IT’S THAI จากจีน, ร้าน TÓA 66 จากอินเดีย, ร้าน CHAO PHRAYA THAI FINE CUISINE จากอินโดนีเซีย ส่วนใหญ่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือประทับใจในประสบการณ์ที่ได้พบเจอ ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนกับเครือข่ายร้านอาหารไทยต่างๆ ได้พบกับผู้ผลิตวัตถุดิบ/เครื่องปรุงอาหารไทยที่สามารถส่งออกไปให้ได้ ทำให้เพิ่มความมั่นใจต่อการขยายสาขาในอนาคต นอกจากนี้ การไปลิ้มลองรสชาติทั้งอาหารของแต่ละภูมิภาคและขนมไทยโบราณในรูปแบบต่างๆ ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ตลอดจนเป็นการตอกย้ำแนวทางการบริหารร้านอาหารว่า การรักษา "รสชาติไทยแท้แบบดั้งเดิม" ยังคงเป็นจุดขายหลักและหัวใจสำคัญในการสร้างความสำเร็จของร้านอาหารไทยในต่างแดน



“ความสำเร็จของโครงการพัฒนาและสร้างเครือข่ายร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2569 เป็นหนึ่งในกลไกสร้าง Thai SELECT community สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมฯ ขยายการรับรู้และภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งกำเนิดอาหารไทยคุณภาพระดับโลก ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT รวมทั้งสิ้น 1,419 ร้าน ใน 70 ประเทศทั่วโลก (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2569) โครงการนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการได้นำองค์ความรู้และโอกาสที่ได้รับ ไปขยายผลในการขับเคลื่อนธุรกิจ รักษามาตรฐานอาหารไทยสู่สากล และเสริมสร้างความแข็งแกร่งตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มในการส่งออกของอุตสาหกรรมอาหารไทยได้ต่อไป” นายสุรินทร กล่าวทิ้งท้าย

 

SHEEP ดึง POLCASAN ต่อยอดสู่คอลเลคชั่นเคสมือถือ

เชื่อมแฟนคัลเจอร์  สร้างสีสันตลาดไลฟ์สไตล์

             
SHEEPแบรนด์เคสและแก็ดเจ็ตสัญชาติไทย เผยโฉมเคสคอลเลคชั่นล่าสุด  SHEEP × POLCASAN   โดย SHEEP นำ Polcasan คาแรกเตอร์ชื่อดัง มาพัฒนาเป็น Phone Case Collection ที่เป็นเคสยัยซังครั้งแรกของโลก พร้อมต่อยอดสู่แฟชั่นไลฟ์สไตล์ไอเท็ม ที่สะท้อนตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และวัฒนธรรมแฟนด้อมยุคใหม่                    

อภินันท์ ตรีรัตน์พิจารณ์ (คุณตุ่ย) Founder & CEO บริษัท ชีพ แก็ดเจ็ต จำกัด  กล่าวว่า การร่วมงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงนำคาแรคเตอร์ “โพก้าซัง” มาต่อยอดบนสินค้า  แต่สะท้อนแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์ไทย × คาแรคเตอร์ไทย  ที่มี DNA ร่วมกันอย่างชัดเจน และสามารถเติบโตไปด้วยกันในตลาดไลฟ์สไตล์ Polcasan  เป็นคาแรกเตอร์ที่เป็นลูกของ เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ  เตชะอภัยคุณ ขณะที่ SHEEP คือแบรนด์ที่เชื่อในการแสดงตัวตนผ่านสิ่งของในชีวิตประจำวัน  เรามองว่าสินค้าไลฟ์สไตล์ไม่ควรทำหน้าที่แค่ใช้งาน แต่ต้องสะท้อนตัวตนและความรู้สึกของผู้ใช้ได้จริง         

 “Polcasan” เป็นลูกครึ่งผสมกันระหว่าง หมีโพลาร์-วาฬออร์กา ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มแฟนด้อมคอลเลคชั่น  SHEEP × POLCASAN เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ความทรงจำดี ๆ ของแฟนด้อมที่ได้เห็นยัยซังมาในรูปแบบของเคสมือถือที่อยู่ใกล้ๆตัวทุกคน    SHEEP อยากให้ทุกคนเชื่อในจินตนาการของตัวเองผ่าน Polcasan Collection เพราะทุกไอเดียมักเริ่มจากจินตนาการเล็กๆ   โดยSHEEP ดีไซน์ลายเส้นแบบ Doodle ภายใต้คอนเซ็ปต์ Doodle The Confidence  ที่ได้แรงบันดาลใจจากลายเส้นอิสระของสีเทียนและความกล้าในวัยเด็กที่ไม่กลัวถูกผิด โดยเคส Polcasan ถ่ายทอด ออกมา2 ลายให้เลือก ลาย I am Polcasan กับลาย Polcasan รองรับ iPhone รุ่น 11 – 17 และ Samsung Galaxy S23 Ultra – S26 Ultra  ตอกย้ำกลยุทธ์ของแบรนด์ในการขยายจาก “เคสมือถือ” สู่ “Lifestyle Accessories Brand” ที่ผสานแฟชั่น เทคโนโลยี และวัฒนธรรมป๊อปเข้าด้วยกัน

“เราเชื่อว่า คอลเลคชั่น SHEEP × POLCASAN    คืออีกก้าวสำคัญของแบรนด์ไทยยุคใหม่ ที่นำคาแรคเตอร์มาต่อยอดสู่สินค้าไลฟ์สไตล์  พร้อมผลักดันงานดีไซน์และศักยภาพการผลิตของไทย สู่ระดับสากล”   คุณอภินันท์ กล่าวทิ้งท้าย               



ด้านบรรยากาศภายในงาน SHEEP : Doodle The Confidence  จัดขึ้นที่  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตล์  บางกะปิ ถูกเนรมิตให้กลายเป็น “ห้องเรียนแห่งจินตนาการ” พร้อมผนังกระดาษกราฟสำหรับร่วมสร้างสรรค์ลายเส้น โต๊ะเรียน เก้าอี้ และโซนจัดแสดงเคสในรูปแบบล็อกเกอร์นักเรียน ภายในงานยังมี “เต-ตะวัน” และ “นิว-ฐิติภูมิ” ร่วมพูดคุยพร้อมด้วย POLCASAN และ Special Friend อย่าง “สำรวย” และ “อะโวเชี่ยน”  ที่มาร่วมโชว์พิเศษและสร้างโมเมนต์อบอุ่นกับแฟนคลับสะท้อนพลังของแฟนด้อมที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไลฟ์สไตล์และการสร้างแบรนด์ยุคใหม่

พบกับ SHEEP × POLCASAN เคสยัยซังครั้งแรกของโลก ได้ทั้ง 11 สาขาด้วยกัน ร้าน SHEEP Flagship Store  3 สาขา ที่ขายเฉพาะสินค้าแบรนด์SHEEP เซ็นทรัลเวิลด์,เมกะบางนาและฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

ร้านAppleSheep 8 สาขา  ที่ขายสินค้าในรูปแบบ Multi-Store โดยจะมีทั้งสินค้าแบรนด์SHEEP และแบรนด์อื่น ๆให้เลือกซื้อ ซึ่งจะมีทั้งสินค้า Gadget และไลฟ์สไตล์ ได้แก่สาขา เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ,  ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ,แฟชั่นไอแลนด์ , เซ็นทรัลลาดพร้าว , เซ็นทรัลรามอินทรา, เซ็นทรัลเวสต์วิลล์  , เซ็นทรัลขอนแก่น ,เซ็นทรัลหาดใหญ่ หรือติดต่อช่องทางออนไลน์ได้ที่  www.applesheepth.com, Line: @applesheep, 

Facebook: AppleSheep เคส ipadpro มีที่เก็บปากกา, Instagram: applesheepth, Tiktok: applesheepth 

31 พฤษภาคม 2569

ชิลีมองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว รับการขยายตัวของสินค้าอาหารพรีเมียม

กรุงเทพฯ, 29 พฤษภาคม 2569 ชิลียกระดับความสำคัญของไทยและอาเซียนเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความต้องการสินค้าอาหาร อาหารทะเล และสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายอิกนาซิโอ เฟอร์นันเดซ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออกของชิลี หรือ ProChile กล่าวในพิธีเปิดงานประชุมสุดยอดธุรกิจ Chile–ASEAN Business Summit 2026 ว่า ชิลีมองอาเซียนมากกว่าเพียงตลาดเกิดใหม่ “เราจริงจังกับตลาดอาเซียน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลก มีสัดส่วนราว 7.8% ของการค้าโลก และมีประชากรกว่า 680 ล้านคน เราจึงเล็งเห็นถึงโอกาสอันมหาศาลสำหรับสินค้าและบริการของชิลีในภูมิภาคนี้  “เจตจำนงของเราคือการสร้างความสัมพันธ์บนรากฐานของความเชื่อมั่น และสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมให้กับทั้งสองฝ่าย”

ในงานประชุม ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ กรุงเทพฯ ตัวแทนภาคอุตสาหกรรม ผู้ส่งออก และหน่วยงานด้านการค้าของชิลี ได้ชูประเด็นความต้องการ ที่เพิ่มขึ้น ในภูมิภาคต่อสินค้าอาหารคุณภาพสูงที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน พร้อมชี้ว่าระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานด้านห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ และการเข้าถึงตลาด เป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายความร่วมมือทางการค้าในอนาคต

การประชุมสุดยอดธุรกิจชิลี–อาเซียน จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 โดย ProChile หน่วยงานส่งเสริมการส่งออกภายใต้กระทรวงการต่างประเทศชิลี หลังจากความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม ในปีที่แล้ว เพื่อนำผู้ส่งออกจากชิลีเดินทางเข้าร่วมพบปะผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก ผู้จัดจำหน่าย สมาคมอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจจากทั่วทั้ง  ภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การส่งเสริมการค้า การเชื่อม  โยงตลาด และการจับคู่ธุรกิจ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดอาเซียนต่อชิลีในฐานะคู่ค้าเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตระยะยาว โดยมีไทยเป็นประตูการค้าสำคัญสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวแทนการค้าจากชิลีเน้นย้ำว่า ในมุมมองของชิลี ประเทศไทยไม่ใช่เพียงตลาดเดี่ยว แต่เป็นเวทีที่เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอาเซียนทั้งหมด ไทยมีศักยภาพด้านการค้าปลีก โลจิสติกส์ ธุรกิจบริการ อุตสาหกรรมอาหาร และเครือข่ายการกระจายสินค้าระดับภูมิภาค จึงมีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการค้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือตลอดการประชุม คือ ความสนใจต่อสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์เกษตรจากชิลีในอาเซียนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าคุณภาพสูงระดับพรีเมียม ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร คำนึงถึงความยั่งยืน และมีความมั่นคงด้านอุปทานในระยะยาวตลอดสัปดาห์ของการประชุม มีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ “Meet the Buyers” ร่วมกับกลุ่มค้าปลีกและผู้นำเข้ารายใหญ่ของอาเซียน กิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การศึกษาตลาดและดูงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติ THAIFEX–Anuga Asia

ในการศึกษาดูงาน คณะผู้แทนจากชิลีได้เข้าเยี่ยมชมและพบปะผู้บริหารธุรกิจชั้นนำของไทยและภูมิภาค ได้แก่ GO Wholesale, CP Group, ตลาดไท, ท่าเรือแหลมฉบัง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความรู้  ด้านต่างๆ ทั้งโลจิสติกส์ ระบบห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ นวัตกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนแอตแลนติก และโครงสร้างพื้นฐานด้านการกระจายสินค้าอาหาร โดยประเด็นหารือต่างสะท้อนถึงความต้องการของอาเซียนต่อสินค้าอาหารจากชิลีที่มีคุณภาพสูง ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน

คณะผู้แทนจากชิลีประกอบด้วยบริษัท 28 แห่ง จากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อาหารทะเล ปลาแซลมอน หอยแมลงภู่ ผลไม้สด เนื้อสัตว์ ถั่ว ผลไม้อบแห้ง ธุรกิจเกษตร ผลิตภัณฑ์ป่าไม้ เทคโนโลยีอาหาร และโซลูชันด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากสมาคมอุตสาหกรรมชั้นนำของชิลีเข้าร่วม ได้แก่ นายอีวาน มารัมบิโอ ประธาน Fruits from Chile, นายราฟาเอล เลการอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Faenacar (ChileMeat), นายเอดูอาร์โด ปิกโคโล ตัวแทน  AMI Chile (Chile Mussels), นายมาร์ติน คอร์เรอา ตัวแทน ChileNuts และนายโรดริโก บุสตอส ตัวแทน SalmonChileผู้ส่งออกจากชิลีระบุว่า ความต้องการสินค้าอาหารคุณภาพสูงที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และผลิตอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสสำคัญให้อุตสาหกรรมอาหารของชิลีเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น

นายเฟอร์นันเดซย้ำว่า แนวทางดำเนินธุรกิจของชิลีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระยะยาว มากกว่าการขยายตัวทางการค้าในระยะสั้น “ชิลีมีเครือข่ายการค้าที่แข็งแกร่งทั่วโลก ทำให้เราพร้อมเป็นศูนย์กลางสำหรับธุรกิจอาเซียนที่ต้องการเข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกา และเป็นประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ และการเติบโตในระยะยาว”



นอกจากโอกาสทางการค้า ตัวแทนภาคธุรกิจชิลียังชี้ว่า การพัฒนาประสิทธิภาพด้าน โลจิสติกส์ การขยายโครงสร้างพื้นฐานห่วงโซ่สินค้าควบคุมอุณหภูมิ และการเร่งกระบวนการอนุมัติสินค้าเกษตรเพื่อเข้าถึงตลาดเอเชียตะวันออก  เฉียงใต้ เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านการค้าระหว่างชิลีกับอาเซียนในระยะยาว ข้อมูลการค้าล่าสุดระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างชิลีกับอาเซียนในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 5.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกสินค้าอาหารจากชิลีสู่อาเซียนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา จาก 295 ล้านดอลลาร์  สหรัฐในปี 2558 เป็น 571 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 สะท้อนถึงความสำคัญของตลาดอาเซียนในยุทธศาสตร์การส่งออกระดับโลกของชิลี

ขณะที่อาเซียนมีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในด้านการบริโภคอาหาร การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เป้าหมายของชิลีในภูมิภาคนี้จึงไม่ใช่เพียงผู้ส่งมอบสินค้าคุณภาพสูง แต่ยังต้องการเป็นพันธมิตรระยะยาวที่แสวงหาบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการค้า นวัตกรรม ความยั่งยืน และความร่วมมือทางธุรกิจ

30 พฤษภาคม 2569

ThinkFest 2026 เริ่มแล้ว! ชวนทุกคนมา Creative Hopping ปลุกพลังสร้างสรรค์ตามตรอกซอกซอยทั่วย่านอารีย์

“ThinkFest 2026” เปลี่ยนย่านอารีย์ให้กลายเป็นพื้นที่ Creative Hopping เต็มรูปแบบ ชวนคนเมืองออกมาเดินสำรวจไอเดีย ค้นหาแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงผู้คนผ่านกิจกรรมไฮไลท์ที่กระจายตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยและสถานที่ยอดฮิตทั่วย่านอารีย์ ตลอด 3 วันเต็ม โดยเพื่อความสะดวกในการเดินทางเช็กอิน สื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงานสามารถติดตามตารางกิจกรรมแยกตามรายวันและสถานที่จัดงานได้ดังนี้





วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 (วันแรกของเทศกาล) ทั่วย่านอารีย์ (Ari Neighborhood)

-CheezeLooker: ตราหลาด — ตลาดมีตรา | Flea Market Hopping ชวนค้นพบผู้คนและแฟชั่นสไตล์อารีย์กระจายตัวใน 4 โลเคชัน (BrandThink, White Cloud, GUMP'S Ari, Josh Hotel)

-'SAUCE TOUR' ทัวร์กินได้ | สำรวจอารีย์ผ่านรสชาติกับ 3 โฮสต์ตัวจริงเรื่องอาหาร และ 7 ร้านหลากสไตล์

ในคอนเซปต์ International-Local Culture | บัตร Event Pass 599 บาท

-Art Exhibition of Ari | ชม Installation art โดย Pantang Artwork, ภาพชีวิตคนขับเคลื่อนย่านโดย ปกฉัตร วรทรัพย์, Video Mapping รั้วเฟื่องฟ้าซอย 5 โดย TYJ และโปสเตอร์เล่าการเปลี่ยนแปลง 20 ปีปาร์ตี้กรุงเทพฯ โดย Dudesweet

-Dudesweet x House Lagom x Hush: Silent Disco Pride Month Ari Block Party | สตรีทปาร์ตี้ Silent Disco 3 คลื่น เลือกสลับแชนเนลแนวเพลงที่ชอบได้ตลอดคืน พร้อมโชว์พิเศษจากแดนเซอร์

-GUMP'S Ari

MOODY: Whisper of Change, Embrace of Butterfly | นิทรรศการชวนย้อนสำรวจ 'ผีเสื้อแห่งอารมณ์' และร่องรอยความทรงจำในวัยเด็ก เพื่อทำความเข้าใจบาดแผลและตัวตน


ThinkFest Concert | ฟรีคอนเสิร์ตกระจายความสนุกจาก 3 ค่ายเพลงชั้นนำ What The Duck, WhiteFox และ LOVEiS นำโดยทัพศิลปินชื่อดัง อาทิ 2ECTASY, JEFFY, KAKAGOES BACKHOME, MUTE., MILLIESNOW, SOUNDSLEEP, ARABELLE, CHERIIE, DIDIXDADA, LE7EL, DUMB.RONG, MicMac, NEWERY และ J.RABBIT

White Cloud 

ooca: SOUL RESET | หยุดพักจากความเครียดผ่าน 3 ขั้นตอน: Cacao Ceremony, Vision Board และ Ecstatic Movement (จำกัดวันละ 1 รอบ) | บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | เวทีฟรีคอนเสิร์ตจากค่ายเพลงชั้นนำทัพศิลปินจัดเต็มตลอดวัน

Tempo Bar

-Tempo Bar: Weekend Swap (วันศุกร์: ธีมแลกเสื้อยืด) | กิจกรรมหมุนเวียนของใช้ในบ้านแบบเป็นกันเอง นำของมาเท่าไหร่ แลกกลับไปได้เท่านั้น | บัตร Event Pass 50 บาท (ชำระหน้างาน)

Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | พื้นที่ปล่อยของ ‘Jam Session’ ชวนศิลปินและนักดนตรีมาแจมเพลงสดๆ และเวทีโชว์ศักยภาพของนักดนตรีรุ่นใหม่ทุกแนวเพลง

BrandThink

Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | เวทีเปิดสำหรับคนรักดนตรีและศิลปินรุ่นใหม่ร่วมแจมและโปรโมตวงของตัวเอง

Bew's Act-Things

Bew's Act-Things: Acting Workshop | เวิร์กช็อปสำรวจตัวเองผ่านศิลปะการละครและการฝึกสติ ใน 4 ธีม: 

อยู่กับปัจจุบัน, เกมการละคร, ความเชื่อมโยงรอบตัว และสถานะอำนาจที่มองไม่เห็น | บัตร Event Pass 299 บาท / เวิร์กช็อป


วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569

White Cloud (THINK MODE)

AD ADDICT: Idea Fuel Station | สถานีเติมไอเดียธุรกิจผ่าน 3 เซสชัน: ธุรกิจคลื่นลูกใหม่, เคล็ดลับการอยู่รอด และชีวิตครีเอทีฟ

WORLD CHANGES, DON'T WASTE YOUR TIME by CASIO | ทอล์กแรงบันดาลใจในยุคเทรนด์เปลี่ยนไว ชวนค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ไม่ต้องรีบตาม และแนวคิดปรับตัวเข้ากับโลกโดยไม่สูญเสียตัวตน

ooca: SOUL RESET | กิจกรรมหยุดพักจากความเครียด 3 ขั้นตอน (Cacao Ceremony / Vision Board / Ecstatic Movement) | บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | ฟรีคอนเสิร์ตกระจายความสนุกจากค่ายเพลงชั้นนำ

Josh Hotel

BrandThink: Everybody Changes, Me Too. | วงสนทนาเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง ลักญ-เอกลักญ (MD, BrandThink) และ เหว่ง-ภูศณัฎฐ์ (Co-Founder, เทพลีลา) เจาะลึกเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของผู้นำองค์กร

BrandThink

เงินแบบไหน…ที่เหมาะกับชีวิตแบบเรา? by ธนาคารออมสิน | ทอล์กพิเศษกับ 'เบนซ์ ไกจิน' ว่าด้วยการ

บาลานซ์ชีวิตครีเอทีฟกับความมั่นคง การวางแผนการเงิน และนิยามอิสระทางการเงินของคนเมือง

ธนาคารจิตอาสา x ความสุขประเทศไทย: LISTENING IS SUPERPOWER | เวิร์กช็อปการฟัง เรียนรู้คุณสมบัติ 3 ประการในการฟังเพื่อเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าใจกันมากขึ้น | บัตร Event Pass 199 บาท 

(รายได้บริจาคการกุศล)

Mahaheretonight: Jam Session & Youth Unlabel | เปิดพื้นที่ให้ศิลปินและนักดนตรีรุ่นใหม่มาแจมเพลง

กันสดๆ เป็นวันสุดท้าย

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2026 (วันสุดท้ายของเทศกาล)

White Cloud

RoundShare นิ้วกลม x TCP | วงสนทนาโดย 'นิ้วกลม' แบ่งเป็น 'วงไข่แดง' สำหรับผู้แชร์ และ 'วงไข่ขาว' สำหรับผู้นั่งฟัง เพื่อปลุกพลังและแลกเปลี่ยนเรื่องราวโดยไม่ตัดสิน

ooca: SOUL RESET | เวิร์กช็อปหยุดพักจากความเครียดรอบสุดท้ายของเทศกาล | บัตร Event Pass 299 บาท

ThinkFest Concert | มหกรรมฟรีคอนเสิร์ตส่งท้ายเทศกาลทั่วย่านอารีย์ ร่วมกับเวทีจุด GUMP'S Ari

Josh Hotel

Creative Talk: Change in a Bottle | Deep Talk ริมสระน้ำ เขียนนิสัยที่อยากเปลี่ยนลงขวด ฟังแรงบันดาลใจจาก Speaker แล้วร่วมกันลอยขวดเพื่อเปลี่ยน 'ตัวตนเดิม' รับ 'ตัวตนใหม่' มาแชร์ร่วมกัน | บัตร Event Pass 150 บาท

Tempo Bar

Tempo Bar: Weekend Swap (วันอาทิตย์: ธีมแลกหนังสือ) | ส่งท้ายกิจกรรมหมุนเวียนของใช้ นำหนังสือ

มาแลกเปลี่ยนของรักชิ้นใหม่กลับบ้าน | บัตร Event Pass 50 บาท (ชำระหน้างาน)

กิจกรรมส่งท้ายรอบวัน (จัดต่อเนื่องตั้งแต่วันแรก)

ทั่วย่านอารีย์: ตลาดแฟชั่น CheezeLooker ‘ตราหลาด’ | กิจกรรมกิน ‘SAUCE TOUR’ (Event Pass 599.-) | นิทรรศการศิลปะ Art Exhibition of Ari

GUMP'S Ari: นิทรรศการอารมณ์ MOODY: Whisper of Change

Bew's Act-Things: เวิร์กช็อปการละครและการฝึกสติรอบสุดท้าย (Event Pass 299.-)



กิจกรรมต่อเนื่อง (จัดทุกวันตลอดเทศกาล 29 - 31 พ.ค. 2569)

ทั่วย่านอารีย์: ตลาดแฟชั่น CheezeLooker ‘ตราหลาด’ | กิจกรรมกิน ‘SAUCE TOUR’ (Event Pass 599.-)  นิทรรศการศิลปะ Art Exhibition of Ari | ปาร์ตี้สตรีท Silent Disco (จัดถึงวันนี้เป็นวันสุดท้าย)

GUMP'S Ari: นิทรรศการอารมณ์ MOODY: Whisper of Change และเวทีฟรีคอนเสิร์ต ThinkFest Concert

Tempo Bar: กิจกรรมแลกของ Weekend Swap (วันเสาร์: ธีมแลกของครัว) (Event Pass 50.-) และ Mahaheretonight Jam Session

Bew's Act-Things: เวิร์กช็อปการละครและการฝึกสติ (Event Pass 299.-)

ThinkFest 2026 จัดขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ 29 — วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 ทั่วย่านอารีย์ กรุงเทพฯ

Free Register — เข้าได้ฟรีตลอด 3 วัน ครอบคลุมตลาด Creative Market, Free Talk Sessions, Art Installation, คอนเสิร์ต และ Jam Session ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://restspace.me/thinkfest

Event Pass — สำหรับกิจกรรมพิเศษเฉพาะทาง เช่น Workshop, Party, Soul Reset, SAUCE TOUR 

และ Change in a Bottle สามารถซื้อบัตรเพิ่มเติมในรูปแบบ Event Pass ราคาเริ่มต้น 20 - 2,500 บาท 

กรณีไม่มีบัตร / ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า: สามารถมาลงทะเบียนหน้างานได้ทันทีที่ 4 จุดแลนด์มาร์กหลักทั่วอารีย์: BrandThink | GUMP'S Ari | White Cloud ซอย 3 | Josh Hotel 



#ThinkFest #Thinkเฟส #EverybodyChanges

#BrandThink #AriHopping #CreativeHopping

ททท. จัดกิจกรรมเวียนเทียนตะคันเมืองโบราณสุโขทัย

วันวิสาขบูชา ท่ามกลางโบราณสถานวัดช้างล้อม เสริมสิริมงคลวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 

จังหวัดสุโขทัย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัยร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร จัดกิจกรรมเวียนเทียนตะคัน เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาช่วงวันวิสาขบูชาประจำปี 2569 ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 30 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ณโบราณสถานวัดช้างล้อมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองจังหวัดสุโขทัย ตั้งแต่เวลา 19:00 น. เป็นต้นไป 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันสำคัญ วันวิสาขบูชาโดยได้รับเกียรติจากเรือโทภัทรชัย ขันธหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเป็นประธานในพิธี

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วยพิธีเวียนเทียนตะคัน  “ตะคัน” เป็นลักษณะเทียนที่อยู่ในเครื่องปั้นดินเผา อันสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาวสุโขทัย ที่มีมาแต่โบราณถือเป็นเป็นการอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมประสานกับกิจกรรมความเชื่อในการสร้างสิริมงคลให้กับผู้เข้าร่วมงาน




นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมออกร้าน จำหน่ายอาหารท้องถิ่นรวมทั้งของที่ระลึก จากชุมชนในพื้นที่ กว่า 20 ร้าน รวมทั้งกิจกรรมการแลกรับของที่ระลึกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย และพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักค้างคืนในจังหวัดสุโขทัย ททท. สำนักงานสุโขทัย สนับสนุน คูปองมูลค่าพิเศษเพื่อแลกซื้อของที่ระลึกภายในงาน

ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพิ่มระยะพำนักของนักท่องเที่ยวตลอดจนเพิ่มค่าใช้จ่าย ในช่วง Green Season  รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้มีกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระเสริมสิริมงคลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามของโบราณสถานวัดช้างล้อมยามค่ำคืนที่ประดับประดาตกแต่งไฟอย่างสวยงาม ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจให้กับชุมชนอันจะทำให้เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวลงสู่ชุมชนมากยิ่งขึ้น

ททท. สำนักงานสุโขทัย ขอเชิญนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 30 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ณ วัดช้างล้อมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เพจ Facebook ททท. สำนักงานสุโขทัย โทรศัพท์ 055 616 228-9

#AmazingThailand #เวียนเทียนตะคัน #วันวิสาขบูชา
#เมืองโบราณสุโขทัย #วัดช้างล้อม #สุโขไทม์
#สุโขสุขีที่สุโขทัย

“สายสีแดง” เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ชำระผ่านแอป “เป๋าตัง” เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานซึ่งเกิดจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง พร้อมเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งรัฐบาลจะร่วมจ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชนชำระเอง 40% โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ สามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารผ่านทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 4 เดือน โดยมีเงื่อนไขสำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการที่สำคัญ ดังนี้

- ต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

- ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

- ต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกเฟสที่ผ่านมาในอดีต

- สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส" ใช้ได้สำหรับการซื้อเหรียญโดยสารเท่านั้น

- ไม่สามารถขอคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ (Refund)

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส โทรหมายเลข. 0 2111 1122 (กด 2 สำหรับประชาชน และกด 3 สำหรับร้านค้า) ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง