23 เมษายน 2569

กรมการท่องเที่ยวพร้อมเครือข่าย บุกจับบริษัททัวร์ย่านราชปรารภ

กรมการท่องเที่ยวพร้อมเครือข่าย บุกจับบริษัททัวร์ย่านราชปรารภ “ไม่ทำประกันภัยนักท่องเที่ยว - ต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย”

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากหัวหน้ากลุ่มตรวจและกำกับธุรกิจนำเที่ยวมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยว กรมการท่องเที่ยว ซึ่งได้ร่วมกับกองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบธุรกิจนำเที่ยว (บริษัททัวร์) ย่านถนนราชปรารภ ตามเบาะแสที่ได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพบว่า ไม่สามารถแสดงเอกสารการจัดทำประกันภัยนักท่องเที่ยว รวมทั้งมีการว่าจ้างบุคคลสัญชาติอินเดียทำงานในบริษัททัวร์ โดยไม่มีใบอนุญาตทำงานในราชอาณาจักร เบื้องต้นเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 กรณีไม่ทำประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะถูกปรับพินัยในอัตราไม่เกิน 500,000 บาท พร้อมทั้งโทษทางปกครองถูกพักใช้ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน รวมถึงการดำเนินคดีตามกฎหมายจัดหางาน และการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นคนไทยของบริษัท จากนั้นจึงนำตัวส่งสถานีตำรวจนครบาลพญาไท เพื่อดำเนินคดีต่อไป





อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวขอบคุณเครือข่ายเฝ้าระวังการทำทัวร์เถื่อนไกด์เถื่อนที่ได้ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ จนนำไปสู่การเฝ้าสังเกตพฤติการณ์และจับกุมดำเนินคดีได้ในที่สุด กรมการท่องเที่ยวจะดำเนินการอย่างเข้มงวดกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของนักท่องเที่ยวและรักษามาตรฐานวิชาชีพธุรกิจนำเที่ยวของไทยให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างแท้จริง

ดิ อัลเลียม แบงค็อก ชวนสัมผัส Spanish Heritage เสน่ห์อาหารสเปนใน Mediterranean Series

เชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดส จับมือเชฟมานูเอล อลอนโซ จาก Restaurante Casa Manolo ประเทศสเปนร่วมรังสรรค์ค่ำคืนแห่งรสชาติ ในวันที่ 29 เมษายน 2569 นี้

ดิ อัลเลียม แบงค็อก (The Allium Bangkok) เปิดตัว Mediterranean Series คอร์สดินเนอร์สุดพิเศษภายใต้คอนเซ็ปต์ Four-Hands Dining ในวันที่ 29 เมษายน 2569 นี้ ประเดิมครั้งแรกด้วยธีม Spanish Heritage นำโดยเชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ (Clément Hernandez) เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟของห้องอาหาร ดิ อัลเลียม แบงค็อก ร่วมกับเชฟมานูเอล อลอนโซ (Manuel Alonso) เชฟเจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์จากร้าน Restaurante Casa Manolo เมืองไดมุส แคว้นบาเลนเซีย ประเทศสเปน ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารสเปนผ่านมุมมองร่วมสมัย ไล่เรียงรสชาติอย่างมีชั้นเชิง ตั้งแต่โมเดิร์นทาปาส อาหารทะเล เมนูเนื้อสัตว์ ไปจนถึงของหวาน

สำหรับคอร์สดินเนอร์สุดพิเศษภายใต้ Mediterranean Series จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกไตรมาส ที่ ดิ อัลเลียม แบงค็อก โดยเชิญเชฟชั้นนำจากหลากหลายภูมิภาคมาสร้างสรรค์เมนูพิเศษร่วมกับเชฟเคลมองต์ เพื่อนำเสนอรสชาติที่ยึดโยงกับวัตถุดิบเมดิเตอร์เรเนียน ความลึกซึ้งของรสชาติ และความเรียบง่ายอย่างมีระดับ ทุกเมนูนำเสนอในรูปแบบแชร์ริ่ง เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความอร่อย พร้อมสำรวจรสชาติไปด้วยกันในบรรยากาศที่เปี่ยมชีวิตชีวา

เชฟมานูเอล อลอนโซ เป็นที่รู้จักจากแนวทางการทำอาหารที่เน้นอารมณ์และประสาทสัมผัส โดยแต่ละจานถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อปลุกความทรงจำ ถ่ายทอดเรื่องราวของสถานที่ และมอบประสบการณ์ความรู้สึกให้กับผู้รับประทาน ร้าน Casa Manolo ของเขาได้รับการแนะนำใน Michelin Guide ต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ และยังได้รับรางวัล Repsol Suns ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานความเป็นเลิศทางอาหารอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับตอนเปิดตัวของ Mediterranean Series ในครั้งนี้ เมนูถูกสร้างสรรค์โดยผสานเอกลักษณ์อาหารสเปนร่วมสมัยของเชฟอลอนโซ เข้ากับแนวทางการทำอาหารของเชฟเคลมองต์ที่ได้รับอิทธิพลจากพื้นฐานคลาสสิกแบบฝรั่งเศส

เริ่มต้นด้วยเมนูโมเดิร์นทาปาส ตามด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างทูน่าทาร์ทาร์และฟัวกราส์เทอรีน ก่อนต่อด้วย Fideuà เมนูอาหารทะเลพื้นบ้านของสเปน ประกอบด้วยกุ้งลายเสือ ปลาหมึก ปลากะพง และซอสไอโอลี จากนั้นอิ่มอร่อยกับจานหลักที่เสิร์ฟเป็นปาเอญ่าสไตล์บาเลนเซียแบบดั้งเดิมขนาดใหญ่ และปิดท้ายด้วยของหวาน ได้แก่ Turrón de Jijona นูกัตเนื้อนุ่มเสิร์ฟพร้อมไอศกรีม และ Arroz con Leche หรือพุดดิ้งข้าวสไตล์สเปนโรยหน้าด้วยอบเชยSpanish Heritage ให้บริการเฉพาะมื้อค่ำ ในวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. – 21.00 น. ราคา 2,500++ บาทต่อท่าน สำหรับเมนูแชร์ริ่ง 6 คอร์ส รวมเครื่องดื่มต้อนรับ น้ำดื่ม และชา หรือกาแฟ



สมาชิก Marriott Bonvoy รับส่วนลด 10% และสมาชิก Club Marriott รับส่วนลด 20% ดิ อัลเลียม แบงค็อก ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ห้องอาหารและบาร์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากครัวของสเปน ฝรั่งเศสตอนใต้ อิตาลี และกรีซ โดดเด่นด้วยแนวคิด Social Dining ที่ออกแบบประสบการณ์การรับประทานอาหารเพื่อการแบ่งปัน พร้อมเมนูรสชาติสดใหม่ เครื่องดื่มหลากหลาย และบรรยากาศผ่อนคลายมีชีวิตชีวาที่เชื้อเชิญให้ผู้คนมาพบปะสังสรรค์ร่วมกัน

เส้นทางสายอาหารของเชฟมานูเอล อลอนโซ เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2528 เมื่อครอบครัวของเขาก่อตั้งร้าน Casa Manolo บนชายหาดเมืองไดมุส โดยในช่วงแรกเป็นเพียงร้านอาหารเล็ก ๆ ที่นำเสนออาหารทะเลสดจากท้องถิ่น ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาและยกระดับสู่จุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง ที่ได้รับการยอมรับในด้านความประณีตของอาหาร พร้อมยังคงยึดโยงกับรากเหง้าเมดิเตอร์เรเนียนอย่างลึกซึ้ง

สำรองที่นั่งได้ที่
https://athenee.co/MediterraneanSeries 
โทร. 02 650 8800 หรืออีเมล fb.theathenee@luxurycollection.com

พญาไท–เปาโล ผนึก DKSH ประเทศไทย จัดสัมมนา “SMART Influenza Protection for Smart Organization”


ชูแนวคิด Preventive Healthcare รณรงค์วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ เสริมภูมิคุ้มกันองค์กรยุคใหม่

กรุงเทพฯ – เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ร่วมกับ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานเสวนา “SMART Influenza Protection for Smart Organization” เพื่อผลักดันแนวคิด การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) พร้อมรณรงค์การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ (Trivalent Vaccine) ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) มุ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าองค์กรและพันธมิตรธุรกิจประกันชีวิต ในยุคที่การดูแลสุขภาพเชิงรุกกลายเป็นหัวใจสำคัญของความยั่งยืน


ภายใต้บริบทที่ไข้หวัดใหญ่ยังคงเป็นโรคทางเดินหายใจที่พบได้ต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีผู้ป่วยสะสมกว่า 1.1 ล้านรายในปีที่ผ่านมา การป้องกันเชิงรุกจึงกลายเป็น “กลยุทธ์สำคัญ” ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร ผู้เชี่ยวชาญย้ำ “วัคซีนต้องตรงสายพันธุ์ปัจจุบัน”

รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ กล่าวในเวทีเสวนาว่า  “การป้องกันไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และต้องเลือกวัคซีนให้สอดคล้องกับสายพันธุ์ที่กำลังระบาด ไม่ใช่ใช้สูตรเดิม เพราะการให้ความรู้และการฉีดวัคซีนที่เหมาะสม สามารถช่วยลดการแพร่ระบาดได้ถึง 30–60% และลดภาระต่อระบบสาธารณสุขได้อย่างมีนัยสำคัญ”

ทั้งนี้ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ (Trivalent Vaccine) ได้รับการยอมรับว่าเพียงพอและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากบางสายพันธุ์ไม่ได้มีการระบาดในระดับโลกแล้ว เทรนด์สุขภาพใหม่ ‘Healthspan’ สำคัญไม่แพ้ ‘Lifespan’ เพื่อชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

แพทย์หญิงปุณยนุช จงเจริญใจ แพทย์ประจำศูนย์พรีเมียร์ไลฟ์เวลเนสเซ็นเตอร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า “การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพต้องให้ความสำคัญกับ “Healthspan” ควบคู่ “Lifespan” ผ่านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งโภชนาการที่เหมาะสม  การออกกำลังกายสม่ำเสมอ  การนอนหลับที่มีคุณภาพ  และการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมชี้ว่า Lifestyle Medicine และการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว  โดยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนเกิดโรค เพื่อการป้องกันและดูแลสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ถือเป็นหนึ่งดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่เข้าถึงง่ายและมีต้นทุนต่ำที่สุด” 

“บุคลากรสุขภาพดี” คือรากฐานองค์กรยั่งยืนพันโท พญ.กัณฐรัชญ์ จันรุ่งเรือง ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท 2 และพญาไท พหลโยธิน กล่าวเสริมว่า “องค์กรชั้นนำในปัจจุบันให้ความสำคัญกับสุขภาพของบุคลากรมากขึ้น เพราะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและความต่อเนื่องทางธุรกิจ การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันจึงไม่ใช่เพียงสวัสดิการ แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญขององค์กรยุคใหม่”ยกระดับบริการสุขภาพ สู่ประสบการณ์พรีเมียม

ด้าน นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายบริหารการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล เปิดเผยว่า“เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ได้เตรียมความพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ครอบคลุม 12 สาขาและเครือข่ายทั่วประเทศ พร้อมออกแบบ Corporate Wellness Package สำหรับลูกค้าองค์กรและพันธมิตรประกันชีวิต โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางดูแลแบบ Personalized Service ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้พนักงาน แต่ยังช่วยองค์กรลดต้นทุนที่เกิดจากการลาป่วย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว สำหรับกลุ่ม SVIP (Super Very Important Partner) เรายังมีสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมเพื่อสร้างความประทับใจในระยะยาว”

เดินหน้าสร้าง “สังคมภูมิคุ้มกันเชิงรุก”เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยการผลักดันให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงของบุคคล แต่ยังมีส่วนสำคัญในการลดการแพร่ระบาดในระดับสังคม “สุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่การป้องกันเชิงรุก” ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ และโปรแกรมดูแลสุขภาพ ได้ที่ Call Center 1772 หรือเว็บไซต์ www.phyathai.com

22 เมษายน 2569

เอ็ม บี เค ผนึกจังหวัดปทุมธานีและพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ MBK Green Community

ปลูกต้นโกงกาง ลำพู ฟื้นฟูระบบนิเวศ ริมน้ำเจ้าพระยา ณ ริเวอร์เดล มารีน่าบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม จัดโครงการ MBK Green Community สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน โดยร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรภาคเอกชน ปลูกต้นโกงกาง ต้นลำพู เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากคลื่นลมพายุและสร้างสมดุลทางธรรมชาติ ณ ท่าเรือริเวอร์เดล มารีน่า ศูนย์กลางและผู้ให้บริการด้านเรือและกิจกรรมทางน้ำครบวงจรบนลุ่มน้ำเจ้าพระยา



ทางบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และธุรกิจในเครือ นำโดย นายพงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1 สำนักกรรมการผู้อำนวยการ ได้เป็นประธานร่วมกับ นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และ นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี กิจกรรมปลูกต้นโกงกางในโครงการ MBK Green Community สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน โดยมี ผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา MBK CARE ในเครือเอ็ม บี เค ประกอบด้วย นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) นายแสงสูรย์ แสงประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอพเพิล
ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด นางสาวพิมลรัตน์ จิตต์ภาวนาสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมถึง บริษัท เอ็ม บี เค แอสเซท โซลูชั่น จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท กรีน เอเลเมนท์ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค บางกอก กอล์ฟ โฮเต็ล จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค กอล์ฟ แมเนจเม้นท์ จำกัด บริษัท เดอะไนน์ ติวานนท์ จำกัด ตลอดจนหน่วยงานราชการในจังหวัดปทุมธานี ได้แก่ นายภัทริศ คุณกิตติ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี นายอำนาจ สอนหมวก ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย ปลัดจังหวัดปทุมธานี นายภูไทย กมลวารินทร์ ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี พ.ต.ท.เนติ รุ่งฟ้าแสงอรุณ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต และพันธมิตรสำคัญ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) โดย นายสรศักย์ ชยารักษ์ ผู้อำนวยการกลยุทธ์องค์กรและการลงทุน ร่วมกันปลูกต้นโกงกาง และต้นลำพู กว่า 70 ต้น บนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 70 เมตร เพื่อเป็นปราการทางธรรมชาติในการฟื้นฟูระบบนิเวศริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้สมบูรณ์ในการปกป้องหน้าดิน ซึ่งระบบรากของต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดมีความพิเศษที่ยึดเกาะดินได้อย่างแน่นหนา ลดการปะทะกัดเซาะจากคลื่นลมพายุ รวมถึงยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ในการเติบโตซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมยังช่วยดูดซับสารพิษ กรองเศษขยะและสิ่งเจือปนทำให้น้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำมีความสะอาดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในจังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นหลังต่อไป

นายพงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1 สำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำคัญในโครงการ ฯ นี้ว่า “สำหรับโครงการ MBK Green Community สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน ในปีนี้ เรามุ่งเน้นใน 3 วัตถุประสงค์หลัก ประการแรกคือ การปลูกฝังจิตสำนึกและรณรงค์ให้พนักงานในเครือเอ็ม บี เค ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาธรรมชาติอย่างแท้จริง ประการต่อมาคือการตอบรับนโยบาย ESG เพื่อขับเคลื่อนมิติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตอกย้ำในการเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อโลกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 (Net Zero Emissions) และประการสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อเสริมทัศนียภาพให้กับ ริเวอร์เดล มารีน่า) ซึ่งเราตั้งใจยกระดับให้เป็นแลนด์มาร์คสีเขียวที่ให้บริการด้านกิจกรรมทางน้ำอย่างครบวงจรริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งการสร้างระบบนิเวศที่ดีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ แต่ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และสนับสนุนทุกกลุ่มธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค ให้เติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกด้วย”

นายปราโมทย์ เกตุทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออกแบบและปฏิบัติการงานโครงการ บริษัท กรีน เอเลเมนท์ จำกัด จิตอาสาของ MBK CARE เผยความตั้งใจในการขยายพื้นที่สีเขียวภายในโครงการริเวอร์เดล ดิสทริค ว่า “ทางเอ็ม บี เค เริ่มรณรงค์การปลูกต้นไม้ ที่ใช้ในโครงการริเวอร์เดล ดิสทริค ทั้งในพื้นดินและขยายไปบริเวณริมน้ำบริเวณ ริเวอร์เดล มารีน่า ด้วยการปลูกไม้ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น โกงกาง ลำพู เพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง พร้อมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ตัวเล็ก คืนความร่มรื่นและสมดุลให้กับระบบนิเวศริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน และมอบความร่มรื่นให้แก่โครงการฯ ในระยะยาว”




ทางด้าน นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงการปลูกต้นโกงกางและต้นลำพูบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาว่า “การปลูกต้นไม้ทั้ง 2 ชนิด เป็นแนวทางสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของพื้นที่ชายฝั่งแม่น้ำในจังหวัดปทุมธานี อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมวางแผนบูรณาการแนวคิดดังกล่าวเข้าสู่การบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการปลูกและฟื้นฟูพืชท้องถิ่นให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ของปทุมธานี”
ปิดท้ายที่ นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี กล่าวเสริมว่า “ในส่วนของต้นลำพู ที่ปลูกในวันนี้ ยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เนื่องจากเป็นพืชที่เอื้อต่อการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหิ่งห้อย หากมีการดูแลและส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม จะสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชมหิ่งห้อยริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ในอนาคต ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่
กันไป”

#MBK #MBKGreenCommunity #MBKCARE

20 เมษายน 2569

GIT “การประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับโลก ครั้งที่ 20”

ฉลอง 20 ปีแห่งศิลปะและความเปล่งประกาย  เชิญร่วมส่งผลงานการประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับโลก

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เดินหน้าสานต่อบทบาทสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่เวทีสากล ด้วยการจัด “การประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับโลก ครั้งที่ 20” เนื่องในโอกาสครบรอบสองทศวรรษของโครงการ ภายใต้แนวคิด “Golden Twenty: A Journey of Brilliance and Artistry” ซึ่งสะท้อนการเดินทางแห่งความงดงาม ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี เวทีการประกวดดังกล่าวได้กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการค้นหาและพัฒนานักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์ และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับของโลก 

สำหรับปี 2569 การประกวดออกแบบเครื่องประดับยังคงเปิดกว้างสำหรับผู้สนใจจากทั่วโลก โดยผู้สมัครจะต้องนำเสนอผลงานในรูปแบบ “คอลเลกชัน” จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ชิ้น ซึ่งต้องประกอบด้วยสร้อยคอร่วมกับเครื่องประดับประเภทอื่น เช่น ต่างหู แหวน หรือกำไล เพื่อสะท้อนความสมบูรณ์ของแนวคิดการออกแบบ ผลงานสามารถจัดทำได้ทั้งในรูปแบบภาพวาดลงสี หรือภาพดิจิทัล โดยต้องมีการอธิบายแนวคิดอย่างชัดเจน และที่สำคัญต้องเป็นผลงานใหม่ที่ไม่เคยเผยแพร่หรือได้รับรางวัลจากที่ใดมาก่อน ผู้เข้าประกวดสามารถเลือกใช้วัสดุได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอัญมณี โลหะมีค่า หรือวัสดุร่วมสมัย เช่น ไม้ เรซิ่น หรือเทคนิคผสมผสานต่าง ๆ โดยผลงานจะต้องสามารถพัฒนาไปสู่การผลิตจริงและสอดคล้องกับอุตสาหกรรมได้ ทั้งนี้ ผู้สมัครสามารถส่งผลงานได้ไม่เกิน 3 คอลเลกชันต่อคน ผ่านช่องทางออนไลน์ทางเว็บไซต์ หรือจัดส่งเอกสารและผลงานทางไปรษณีย์ กำหนดเปิดรับสมัครและส่งพลอยเจียระไนเข้าประกวดตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกในรอบแบบวาด และพัฒนาสู่การผลิตผลงานจริงสำหรับรอบชิงชนะเลิศ โดยผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการจัดแสดงและเผยแพร่ในระดับนานาชาติ รวมถึงมีโอกาสได้รับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 7,000 เหรียญสหรัฐ 

นอกจากเวทีการออกแบบเครื่องประดับแล้ว GIT ยังจัด “การประกวดพลอยเจียระไนระดับโลก ครั้งที่ 2” ควบคู่กัน เพื่อส่งเสริมทักษะช่างฝีมือและยกระดับมาตรฐานการเจียระไนสู่ระดับสากล ภายใต้หัวข้อ “Facet Alchemy” โดยเปิดรับสมัครถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ผู้เข้าประกวดจะต้องส่งผลงานพลอยเจียระไนจริงตามประเภทที่กำหนด ทั้งในกลุ่มพลอยเนื้อแข็งที่ต้องใช้พลอยสังเคราะห์ และกลุ่มพลอยทั่วไปที่เปิดกว้างด้านความคิดสร้างสรรค์ ผลงานทั้งหมดจะถูกพิจารณาจากความแม่นยำ ความงดงาม และศักยภาพเชิงศิลปะและเทคนิค ก่อนประกาศผลและจัดแสดงผลงานในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ณ ลาน Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

การจัดประกวดทั้งสองโครงการในปีนี้ จึงไม่เพียงเป็นเวทีการแข่งขัน หากยังเป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่เปิดให้ทั้งนักออกแบบและช่างฝีมือได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงเครือข่าย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ผ่านเว็บไซต์ทางการของการประกวด www.gitwjda.com 

สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของโครงการได้ทาง Facebook Fan Page : GIT’s World Jewelry Design Award

13 เมษายน 2569

คิง เพาเวอร์ ฉลองมหาสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่


ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำTHE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำTHE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” รวมมิตร อภิ ‘มาหา’ ความมันส์” จัดเต็มมหกรรมความบันเทิง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 เม.ย. นี้



กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย, กรุงเทพมหานคร, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และชุมชนย่านรางน้ำ จัดเต็มสีสันความสนุกแบบไทย ชวน ‘มาหา’ โมเมนต์แห่งความสนุกภายในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” รวมมิตร อภิ ‘มาหา’ ความมันส์ เปิดพื้นที่เนรมิต เทศกาลสงกรานต์ผสานเทศกาลดนตรี SUPERFLUID PRESENTED BY KING POWER จากศิลปินตัวท็อปทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 60 ชีวิต พร้อมร่วมเฉลิมฉลองวันมหาสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่กับขบวนพาเหรดจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึง คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ผสานวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยจากนักแสดงและศิลปินชื่อดัง

นำโดย เจฟ- ซาเตอร์, ปอนด์-ณราวิชญ์, ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน, เจมีไนน์-นรวิชญ์, โฟร์ท-ณัฐวรรธน์, แอนนา เสืองามเอี่ยม และ LYKN และพบกิจกรรมความบันเทิงอีกมากมาย นอกจากนี้ อิ่มอร่อยกับโซนอาหารร้านดังจาก ROBINHOOD FOOD และดีลสุดฮอต เริ่มแล้ววันนี้ถึงวันที่ 14 เม.ย. 2569 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ


07 เมษายน 2569

กรมการท่องเที่ยวผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยว ลุยจับบริษัททัวร์ “นอมินีภูเก็ต”

สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569

วันนี้ (7 เมษายน 2569) กรมการท่องเที่ยวร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยว พร้อมบูรณาการความร่วมมือยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 


นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วง High Season ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก กรมการท่องเที่ยวจึงได้มอบหมายให้ นายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ในฐานะนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กลาง พร้อมด้วย นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาภาคใต้ เขต 2 (จังหวัดภูเก็ต) ลงพื้นที่ร่วมกับ พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยกระดับมาตรการเชิงรุกในการควบคุมและป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน โดยมีการประชุมติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมตรวจพนักงานผู้ให้บริการเรือนำเที่ยว ณ ท่าเทียบเรือ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า เพื่อตรวจสารเสพติดกัปตันเรือและพนักงานประจำเรือ สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ขณะที่กรมการท่องเที่ยวได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับมาตรฐานการให้บริการที่เหมาะสม การดูแลนักท่องเที่ยว และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ได้รับรายงานจากนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ซึ่งร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว 2 ราย รายแรกเข้าข่ายเป็นนอมินี ซึ่งมีโครงสร้างกรรมการไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 17 (1) (ก) กำหนดให้กรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย จึงดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาต สำหรับรายที่สอง ประกอบธุรกิจโดยมีสถานที่ตั้งไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 22/2 การประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่มีสาขา ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขาจากนายทะเบียนด้วย จึงดำเนินการปรับพินัยตามกฎหมายต่อไป



อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมการท่องเที่ยวจะร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการของบริษัทนำเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงขอความร่วมมือ

ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนจากการจัดทัวร์ราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และแนะนำให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องได้ที่เว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว www.dot.go.th เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย