15 กรกฎาคม 2569

ประไพพิศ จารุวดีรัตนา บทบาทผู้บริหารโรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่

แกรนด์สิริ​ รีสอร์ท​ เขาใหญ่​-Grandsiri​ Resort​ Khaoyai นอนหลับสบาย…ขยายครอบครัว แกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ ใส่ใจเรื่องคุณภาพการนอน คุณประไพพิศ จารุวดีรัตนา ผู้จัดการโรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ โรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ คุณประไพพิศ จารุวดีรัตนา ในบทบาทผู้บริหารกิจการโรงแรมผู้จัดการโรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ นอกจากนี้ คุณประไพพิศ ยังเป็นเจ้าของธุรกิจผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องนอน Homematt อีกด้วย แกรนด์สิริ​ รีสอร์ท​ เขาใหญ่​-Grandsiri​ Resort​ Khaoyai เริ่มต้นคิดว่าจะทำแค่ที่พักผ่อนเพื่อนๆ ครอบครัว ของคนที่จะมาเที่ยวเขาใหญ่ “หลังจากนั้น เมื่อเปิดใช้บริการ ณ ช่วงนั้นก็จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเริ่มให้ความสนใจ และมีการแนะนำจากเพื่อนๆ ที่เคยมาพัก เข้ามาก็เห็นโลเกชั่นและพื้นที่ไม่ได้ไกลจากเขาใหญ่ ที่นี่มองเห็นทิวเขา มีต้นไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ถูกใจและได้รับความนิยมเพราะห้องพักค่อนข้างหลากหลาย



....หลังจากมีการเปิด ลูกค้ารู้สึกว่ามีความพอใจและกลุ่มลูกค้าแบบครอบครัว และหมู่คณะติดต่อเข้าพักค่อนข้างดี และทางเรามีการปรับเปลี่ยน และเพิ่มเติมห้องพักอยู่เรื่อยๆ มีห้องพัก เน้นด้านการบริการเป็นหลัก มีการเพิ่มเติมในส่วนของอาคาร หลังจากนั้นเราก็มีการเพิ่มเติมในส่วนของห้องพักขนาดใหญ่ขึ้น มีห้องดีลักซ์ ห้องแกรนด์ดีลักซ์ ห้องแฟมิลี มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภายในเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่ ประไพพิศ จารุวดีรัตนา และทีมผู้บริหารยึดมั่นมาโดยตลอดคือการเปิดกว้างและพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทีมงาน ลูกค้า เสมอมา
นอนหลับสบาย…ขยายครอบครัว สโลแกน ใส่ใจเรื่องคุณภาพการนอนของลูกค้าทุกท่าน โรงแรมที่พักผ่อน ที่ตั้งอยู่ในเขาใหญ่ ไทย โรงแรมนี้มีสถาปัตยกรรมที่สมัย และสิ่งอำนวยความสะดวก บริหารงานโดย คุณประไพพิศ จารุวดีรัตนา ผู้จัดการโรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ ผสมผสานกับวิถีการทำงาน ด้านโรงแรมมาต่อยอดในการผลิตภัณฑ์เครื่องนอน Homematt


นอกเหนือจากการให้บริการอย่างมืออาชีพที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า วิถีชีวิตของยุคสมัยนี้มีความขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค หรือสื่อต่าง ๆ การท่องเที่ยวและการเลือกที่พัก ต้องสามารถอยู่ในราคาที่จ่ายได้ โดยที่นักท่องเที่ยวมานอนพักแบบให้มี Wifi ห้องมีการดีไซน์ ที่นอนนุ่มๆ มีฟังก์ชันภายในห้องให้ครบ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็พอใจแล้ว เป็นการตอบโจทย์ในไลฟ์สไตล์ของสิ่งที่เขาต้องการสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ฉีกกฏของการเข้าพักที่มีให้เลือกหลากหลาย ด้วยราคาที่ไม่สูงมาก เน้นกลุ่มครอบครัวและวัยทำงาน โรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ บ้านหลังที่ 2 ของทุกคน ที่พักสไตล์ รร จัดเลี้ยงสัมนา สิ่งสันธนาการ พร้อมสรรพ ในที่นี้ที่เดียวจบ ที่อยู่: 777​ Moo.7 Moo​ si PakChong​, นครราชสีมา 30450 ☎️ 044-300-345 📲 063-749-6868, 063-754-6868 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/64ySFuZMSvhJHUxr6?g_st=ipc

เที่ยวเขาใหญ่ แวะ คาเฟ่โทนเมดิเตอร์เรเนียน มายอร์ก้า เขาใหญ่


ทริปนี้เราอยู่ที่ เขาใหญ่ คาเฟ่เขาใหญ่ บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย  ชาวเมืองทั้งหลายคงอยากย้ายตัวออกไปเที่ยวใกล้กรุงเทพกันในช่วงวันหยุด และหนึ่งในลิสต์ที่ดีและไปง่ายคงหนีไม่พ้น  ที่เขาใหญ่ คาเฟ่น่ารัก น่ารัก ขนมอร่อย ชื่อร้าน Mallorca (มายอร์ก้า) ที่นี่ให้ฟีลยุโรปเห็นครั้วแรกรู้สึกเหมือนในต่างประเทศ วิวภูเขาล้อมรอบ บรรยากาศที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติร่มรื่นของสวนและบ่อน้ำพุ ในแบบที่หลายคนชื่นชอบ  ที่มองแล้ว สร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเหมือนหลุดเข้าไปในบรรยากาศยุโรป รายล้อมด้วยสวนสีเขียวขจี มองแล้วสบายตา ร่มรื่น รวมไปถึงมีมุมถ่ายรูปใกล้ชิดธรรมชาติ  เหมาะกับการนั่งจิบกาแฟหอมกรุ่นพร้อมละเลียดขนมเค้กโฮมเมดแสนหวาน

Mallorka ไลฟ์สไตล์คาเฟ่สุดเก๋ที่เต็มไปด้วยมู้ดสบายๆ ในสวนสวยในแบบฉบับเดียวกับร้านสูท Jin Vondervic ของผู้เป็นเจ้าของร้านเดียวกัน โดยในส่วนของ Mallorka แห่งนี้นั้น มาพร้อมความโดดเด่นด้านการตกแต่งร้านที่ให้กลิ่นอายบรรยากาศเรียบง่าย  สบายๆ ผ่านเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋หลากหลายวัสดุ ทั้งงานไม้ เครื่องหนัง โลหะ ซึ่งคุมโทน สร้างคาแร็กเตอร์ร้านแบบสไตล์ยุโรปได้ราวกับยกคาเฟ่ ตึกรามบ้านช่องของชาวตะวันตกมาไว้ที่นี่เลยทีเดียว

สำหรับที่นี่ เครื่องดื่มหลัก ๆ จะเน้นเสิร์ฟเมนูกาแฟคลาสสิก ที่ดื่มง่าย สามารถดื่มได้ทุกวัน ควบคู่ไปกับเมนูเบเกอรีที่หลากหลาย วางเรียงรายให้เลือกสั่งมารับประทานคู่กับกาแฟ การเสิร์ฟคู่ความอร่อยตามแบบวิถีของชาวยุโรปที่แท้มาให้เหล่าบรรดานักชิมและคาเฟ่ฮอปเปอร์ชาวไทยได้สัมผัสวัฒนธรรมการกินดื่มท่ามกลางบรรยากาศที่ได้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศจริง ๆ





เมนูกาแฟสุดพิเศษ  ที่ถูกรังสรรค์โดยบาริสต้าของที่ร้าน ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงเมนูขนมของว่างต่างๆ ที่ร้านก็มีครบให้คุณเลือกทานได้อีกหลากหลายเมนู รับรองว่าถูกปากถูกใจทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่ามาที่นี่แฮปปี้กันได้ทั้งครอบครัวเลย

Mallorka Khaoyai เป็นคาเฟ่ผสมผสานความสวยงามของสถาปัตยกรรมสไตล์สเปนเข้ากับธรรมชาติของเขาใหญ่ คาเฟ่ที่มีทั้งกาแฟ อาหาร และขนมไว้ในที่เดียว ต้องตามมาเช็คอิน ครอบครัวไหนเป็นสายชิล หรืออยากหาที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุด ร้านถูกล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวแสนร่มรื่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบ ที่ร้านมีที่นั่งทั้งโซน outdoor และ indoor ให้คุณสามารถนั่งจิบกาแฟชิลได้ทั้งวัน นั่งชิลจิบกาแฟหอมๆ ท่ามกลางขุนเขา อากาศบริสุทธิ์สดชื่น 


เมนูต่าง ๆ และของหวาน กาแฟ มีให้เลือกทั้งแบบคลาสสิก (ลาเต้, คาปูชิโน) และ Signature พิเศษ เช่น Tiramisu Latte ​เครื่องดื่ม Non-Coffee มีหลากหลาย ทั้งมัทฉะ ชาผลไม้ และอิตาเลียนโซดา ขนมหวานในตู้โชว์น่าทานมาก ๆ มีทั้ง Tiramisu, Mousse Cake, Panna Cotta, และเบเกอรี่อย่าง Scones, Croissant แถมในเมนูยังมี French Toast ที่เสิร์ฟพร้อมผลไม้สดอร่อยมาก

เมนูกาแฟสุดพิเศษที่ถูกรังสรรค์โดยบาริสต้าของที่ร้าน ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงเมนูขนมของว่างต่างๆ ที่ร้านก็มีครบให้คุณเลือกทานได้อีกหลากหลายเมนู รับรองว่าถูกปากถูกใจทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่ามาที่นี่.....แฮปปี้กันได้ทั้งครอบครัวเลย





สายคาเฟ่คนไหนมาเที่ยวเขาใหญ่ แนะนำ Mallorka Khaoyai ที่ซ่อนตัวอยู่ในเขาใหญ่
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/hRmsvN1nBFHcLY5j8
ที่อยู่ : ตำบล หมูสี อำเภอปากช่อง นครราชสีมา

ร้านเปิดบริการ : 08.30 - 17.30 น.
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Mallorka Khaoyai

#MallorcaKhaoyai #toptotravel
#Mallorka #MallorkaKhaoyai
#คาเฟ่เปิดใหม่เขาใหญ่ 
#CafeKhaoya #ชัญญ่าว่าดี


14 กรกฎาคม 2569

พญาไท-เปาโล เดินหน้าสู่ HealthTech Company

สร้างวัฒนธรรมนวัตกรรม ขับเคลื่อนอนาคตสุขภาพไทย

กรุงเทพฯ – เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น HealthTech Company ด้วยการสร้าง "Innovation Culture" ให้เป็นรากฐานของการพัฒนาองค์กร ผ่านเวที The Ppitch Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่องและต่อยอดผลงานนวัตกรรม ของบุคลากร พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยี งานวิจัย และความคิดสร้างสรรค์ มาพัฒนาประสบการณ์การดูแลสุขภาพ และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับระบบสาธารณสุขไทย

นายอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมสุขภาพกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยี ข้อมูล และนวัตกรรม มีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพการดูแลรักษา องค์กรจึงไม่ได้มุ่งพัฒนาเพียงบริการทางการแพทย์ แต่ให้ความสำคัญ กับการสร้างระบบที่เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกคนสามารถคิดค้น ทดลอง และพัฒนานวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง"เราเชื่อว่านวัตกรรมไม่ใช่หน้าที่ของ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในองค์กร The Ppitch Awards จึงไม่ใช่เพียงเวทีประกวดผลงาน แต่เป็นกลไกสำคัญ ในการสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้บุคลากรกล้าคิด กล้าทดลอง และร่วมกัน สร้างคุณค่าใหม่ เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยและสังคมในระยะยาว"

ตลอดกว่า 8 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ Center of Private Research and Innovation Accelerator (CPRIA) และ Phyathai–Paolo Innovation Lab (PIL) ได้ร่วมกันวางรากฐานระบบบริหารจัดการนวัตกรรมขององค์กร อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี การคุ้มครอง ทรัพย์สินทางปัญญา การถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการต่อยอดสู่การ ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ส่งผลให้เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโลได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 56001 Innovation Management System ซึ่งเป็นมาตรฐานการบริหารจัดการ นวัตกรรมระดับสากล และเป็นองค์กรแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง มาตรฐานดังกล่าว

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาสะท้อนศักยภาพของบุคลากรและความเข้มแข็ง ของระบบนวัตกรรมภายในองค์กร ปัจจุบันมีการยื่นขอคุ้มครองทรัพย์สิน ทางปัญญารวม 76 ผลงาน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 25 ผลงาน ส่งผลให้ปัจจุบัน มีผลงานนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงและการพัฒนาเชิงพาณิชย์รวม  80 ผลงาน ครอบคลุมทั้งนวัตกรรมด้านการรักษา การบริการ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ตัวอย่างผลงานที่สะท้อนการเปลี่ยนองค์ความรู้จากการปฏิบัติงานจริงสู่การสร้างคุณค่า ได้แก่ Smart X นวัตกรรมเสื้อพยุงหลังสำหรับผู้ที่มีปัญหา ออฟฟิศซินโดรม, NPI Smart Mattress ที่ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับ รวมถึง Laparo Bag นวัตกรรมถุงเก็บชิ้นเนื้อสำหรับการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งได้ลงนาม Licensing Agreement กับบริษัท ไบโอคลาส จำกัด เพื่อนำไปผลิตและจัดจำหน่าย ในเชิงอุตสาหกรรม ถือเป็นก้าวสำคัญของการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากงานวิจัย ภายในองค์กรสู่ภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมควบคู่กันนี้ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลยังเดินหน้าสร้างระบบ Open Innovation ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีสุขภาพ มากกว่า 40 ความร่วมมือ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนางานวิจัย และเร่งการสร้างนวัตกรรม ที่สามารถตอบโจทย์ระบบสุขภาพของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการสร้างนวัตกรรมใหม่ องค์กรยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มายกระดับประสบการณ์ของผู้รับบริการและประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร ผ่านแพลตฟอร์มและบริการสำคัญ อาทิ Health Up, Telecare, Smart Check-up, Electronic Medical Record (EMR), Speech-to-Text และ Fitpoint ซึ่งช่วยเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ พร้อมต่อยอดสู่บริการสุขภาพรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การดูแลเชิงป้องกันและการมีสุขภาวะที่ดีในระยะยาว

งาน The Ppitch Awards 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Celebrating Ideas, Creating the Future" เพื่อยกย่องบุคลากรผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม พร้อมผลักดันให้แนวคิดที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยในปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 103 โครงการ และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 11 โครงการ โดยในปีนี้ผู้ที่ได้รับรางวัล Gold Award มีจำนวน 5 รางวัล และ Silver Award จำนวน 6 รางวัล ขณะที่ CEO Award ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับผลงานที่โดดเด่นด้านการสร้าง ผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรและผู้รับบริการ ได้แก่ ทีม OmniSkills นอกจากนี้ ยังมี BDMS Fast Track จำนวน 4 รางวัล เพื่อสนับสนุนการต่อยอดผลงาน นวัตกรรมที่มีศักยภาพสู่การพัฒนาในระดับเครือ BDMS และการนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง 

นายอัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จขององค์กรไม่ได้วัดจากจำนวนสิทธิบัตร ผลิตภัณฑ์ หรือนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับเท่านั้น แต่สะท้อนผ่าน "วัฒนธรรมนวัตกรรม" ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้มีส่วนร่วมในการคิดค้น พัฒนา และต่อยอดแนวคิดใหม่อย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นคุณค่าที่ส่งผลต่อผู้ป่วย องค์กร และระบบสุขภาพในวงกว้าง

"อนาคตของระบบสุขภาพจะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะเกิดจากการผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนเข้าด้วยกัน เราจึงมุ่งสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมที่เชื่อมโยงบุคลากร นักวิจัย สถาบันการศึกษา สตาร์ทอัพ และพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่สร้างคุณค่าให้แก่ผู้ป่วย สังคม และประเทศ"

ภายใต้วิสัยทัศน์ "We will be the Most Admired and Trusted Private Hospital Group" เครือโรงพยาบาลพญาไท และเครือโรงพยาบาลเปาโลยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตร ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพด้านการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสุขภาพ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรจากผู้ให้บริการ ทางการแพทย์สู่ HealthTech Company และร่วมสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็น World Medical Hub และสังคมแห่ง Healthy Longevity อย่างยั่งยืน

“รางวัลเกียรติยศด้านการลดก๊าซเรือนกระจก” ในงาน “TCMA at 20 : The NEXT Chapter to Net Zero 2050”


นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติมอบ “รางวัลเกียรติยศด้านการลดก๊าซเรือนกระจก” ในงาน “TCMA at 20 : The NEXT Chapter to Net Zero 2050” เพื่อยกย่อง 37 ภาคีร่วมดำเนินการ ที่ประสบความสำเร็จส่งเสริมการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก จากมาตรการทดแทนปูนเม็ด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ จัดโดยสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ณ ห้องเพรสทีจ ฮอลล์ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

ลิ้มลองความอร่อยระดับจักรพรรดิ ณ ห้องอาหารจีนดรากอน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

ที่ห้องอาหารจีนดรากอน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ที่พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยบรรยากาศหรูหราผสานความร่วมสมัยอย่างลงตัว กับเซตเมนู เริ่มต้นเปิดต่อมรับรสด้วย “ออร์เดิร์ฟสามสหาย” รสสัมผัสกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ ตามด้วย “ซุปหูฉลามทะเลหลวง” ร้อนระอุ หอมละมุนจากการเคี่ยววัตถุดิบธรรมชาติจนเข้มข้น ไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดคือ

“เป็ดปักกิ่ง” หนังบางกรอบสีสวย ทานคู่แป้งนุ่มและซอสสูตรพิเศษอร่อยจนหยุดไม่ได้ เสริมทัพด้วย
“ปูนิ่มทอดพริกเกลือ” กรอบอร่อยทานได้ทั้งตัว หอมกระเทียมพริกไทย และ “เนื้อผัดซอสฮ่องกงคะน้าเห็ดหอม” เนื้อนุ่มละมุนลิ้นชวนฟิน ฟินต่อเนื่องกับ
“ปลานึ่งซีอิ๊วสไตล์ฮ่องกง” โชว์ความสดของเนื้อปลาหวานฉ่ำ และ “ผัดบะหมี่ฮกเกี้ยนกุ้ง” เส้นเหนียวนุ่มเครื่องแน่นเต็มคำ ก่อนปิดท้ายมื้อสุดประทับใจด้วยของหวานล้างปากอย่าง
“สาคูแคนตาลูปเย็น” หอมหวานสดชื่นชื่นใจ




สำหรับมื้อครอบครัวหรือโอกาสพิเศษ มีห้องส่วนตัวบริการถึง 6 ห้อง เปิดมื้อเที่ยง 11.30-14.30 น. และมื้อเย็น 17.30-22.00 น. สำรองที่นั่งความฟินได้เลยที่ 02-5755599

SACIT ก้าวสู่ปีที่ 6 สืบสานภูมิปัญญา สู่เศรษฐกิจงานศิลปหัตถกรรมที่ยั่งยืน

เดินหน้าผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยมและหัตถกรรมที่เกี่ยวข้องอัตลักษณ์ชาติ” สู่เวทีโลก

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ก้าวสู่ปีที่ 6 พร้อมเดินหน้าบทบาทการเป็นนักปั้น ขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นองค์กรหลักในการ สืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างครบวงจร มุ่งยกระดับทุนทางวัฒนธรรม ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาคน องค์ความรู้ ผลิตภัณฑ์ และตลาด ควบคู่กับการสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด Sustainable Craft Business Model พร้อมจัดเสวนา "ราชพัสตราสู่สากล" ถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมในฐานะต้นแบบการต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่เวทีโลก



ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ของ SACIT ถือเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญในการตอกย้ำบทบาทขององค์กรในฐานะหน่วยงานหลักด้าน   การส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทย โดย SACIT มุ่งขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของการสืบสานภูมิปัญญา การพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือไทย การต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ร่วมสมัย และการเปิดโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของงานศิลปหัตถกรรมทั้งระบบ โดยมองว่างานหัตถศิลป์มิใช่เพียงรักษา สืบสานคุณค่าองค์ความรู้ให้คงอยู่ แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศได้ในระยะยาว

“SACIT จึงทำหน้าที่เป็น 'นักปั้น' ที่ร่วมขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยผ่าน 3 ภารกิจสำคัญ ได้แก่ การสืบสาน องค์ความรู้และภูมิปัญญาของครูศิลป์ ครูช่าง และช่างฝีมือไทยสู่คนรุ่นใหม่ การสร้างสรรค์ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐาน ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้งานหัตถศิลป์ และ การส่งเสริม ผู้ประกอบการ ช่างฝีมือ และชุมชนหัตถกรรม ผ่านการสร้างโอกาสทางการตลาด ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

นอกจากนี้ ยังมีภารกิจสำคัญที่ได้ดำเนินการไปแล้วในปีนี้ และต่อยอดไปสู่ปี 2570 คือการเดินหน้าขับเคลื่อน Sustainable Craft Business Model ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Craft Value Chain) โดยมุ่งพัฒนา "คน ผลิตภัณฑ์ และตลาด" ควบคู่กับการอนุรักษ์องค์ความรู้ดั้งเดิม การยกระดับมาตรฐานการสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ   ให้แก่ช่างฝีมือและผู้ประกอบการ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว



“ภารกิจของ SACIT ไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้อยู่ในความทรงจำ แต่คือการทำให้งานหัตถศิลป์ไทยมีชีวิต มีผู้สืบทอด มีผู้ใช้ มีตลาด และมีพื้นที่ให้แสดงศักยภาพในเวทีโลก โดยยังคงรักษารากเหง้าและคุณค่าของภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับงานหัตถกรรมอย่างแท้จริง” ผศ.ดร.อนุชา กล่าว

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวต่อว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายสถาปนาครบรอบปีที่ 5 ก้าวสู่ปีที่ 6 ครั้งนี้ ยังได้จัดเสวนา “ราชพัสตราสู่สากล” ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนการนำทุนทางวัฒนธรรมของไทยมาต่อยอดสู่การรับรู้ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะ “ชุดไทยพระราชนิยม” ซึ่งมิได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย หากแต่เป็นภาพแทนของภูมิปัญญาด้านศิลปหัตถกรรมไทยจากหลากหลายแขนง ทั้งการทอผ้า การย้อมสี การปัก การทำเครื่องประดับ งานโลหะ และงานหัตถศิลป์อีกหลายสาขา ที่หลอมรวมกันจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของชาติและได้รับการยอมรับในระดับสากล แนวคิดดังกล่าวได้สะท้อนเป็นรูปธรรมผ่านนิทรรศการ "La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity" ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่ง SACIT ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และพิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมและงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของ ภูมิปัญญา งานช่าง และอัตลักษณ์ไทยในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม และการทูตวัฒนธรรม จนได้รับกระแสตอบรับอย่างกว้างขวาง และสะท้อนศักยภาพของไทยในการสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ของประเทศในระดับสากล



“สำหรับ SACIT การส่งเสริมชุดไทยพระราชนิยมไม่ได้หมายถึงการเผยแพร่ความงดงามของเครื่องแต่งกายไทยเพียงอย่างเดียว แต่คือการผลักดันคุณค่าของระบบนิเวศงานศิลปหัตถกรรมไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ช่างผู้สร้างสรรค์ ชุมชนผู้ผลิต องค์ความรู้ดั้งเดิม ไปจนถึงการออกแบบร่วมสมัย เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมของไทยสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก"

13 กรกฎาคม 2569

INDECA LIVING ประกาศความร่วมมือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก ยกระดับประสบการณ์ Luxury Living ในประเทศไทย


กรุงเทพฯ 10 กรกฎาคม 2569: บริษัท อินเดก้า ลิฟวิ่ง (INDECA LIVING) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะ Luxury Living Destination แห่งใหม่ของประเทศไทย พร้อมประกาศความร่วมมือกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกจากสหราชอาณาจักร ได้แก่ Timothy Oulton และ Andrew Martin เพื่อนำเสนอประสบการณ์การใช้ชีวิตและการออกแบบระดับสากลแก่ผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการคัดสรรแบรนด์ที่โดดเด่นด้านงานฝีมือ คุณภาพ และเอกลักษณ์การออกแบบที่แตกต่าง ณ โชว์รูม ถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ


ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเกร็ก วัตกินส์ กรรมการบริหาร หอการค้าอังกฤษ-ไทย (British Chamber of Commerce Thailand: BCCT) ร่วมแสดงความยินดี พร้อมด้วยนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบชั้นนำ ได้แก่ แฟรงก์ แคนเซลโลนี, นลินี เทียนศิริพิพัฒน์, วรกร เติมวัฒนภักดี, วัฒนา โควัฒนาภรณ์, เปรมมนัส สุวรรณานนท์ และอินทนนท์ จันทร์ทิพย์ และแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น ๆ มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวครั้งสำคัญ

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ INDECA LIVING ในการก้าวข้ามบทบาทของโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิม สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการตกแต่งภายในระดับลักชัวรี ที่รวบรวมแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกไว้ในพื้นที่เดียว พร้อมสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงการออกแบบ ศิลปะการใช้ชีวิต และแรงบันดาลใจจากนานาชาติเข้าด้วยกัน


คุณพิรพรรณ ภูมิวสนะ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเดก้า ลิฟวิ่ง กล่าวว่า “ผู้บริโภครสนิยมสูงในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงสินค้า แต่กำลังมองหาประสบการณ์ คุณค่า และตัวตนที่สะท้อนผ่านการใช้ชีวิต INDECA LIVING สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบ คุณภาพของวัสดุชั้นเลิศและความเป็นสากล เรามุ่งมั่นที่จะนำแบรนด์ระดับโลกและประสบการณ์ที่ดีที่สุดมาสู่ประเทศไทย พร้อมมีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรฐานของตลาดลักชัวรีไลฟ์สไตล์ไทยในระยะยาว”

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวคือความร่วมมือกับแบรนด์สำคัญคือ Timothy Oulton แบรนด์ลักชัวรีระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านการผสมผสานงานฝีมือ วัสดุแท้ และแรงบันดาลใจจากโลกแห่งของเก่าเข้ากับการออกแบบร่วมสมัยอย่างมีเอกลักษณ์

โอลิเวอร์ โอลตัน ผู้สืบทอดเจเนอเรชันที่สามของแบรนด์ Timothy Oulton กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของ Timothy Oulton คือการรักษาคุณค่าของงานฝีมือ ความดั้งเดิมของวัสดุ และมรดกของแบรนด์ ขณะเดียวกันก็พัฒนาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เรามองเห็นศักยภาพของตลาดไทยและเชื่อว่า INDECA LIVING จะเป็นพันธมิตรสำคัญในการถ่ายทอดประสบการณ์และตัวตนของแบรนด์สู่ลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความเป็นเอกลักษณ์ และความเป็น Authentic Luxury



นอกจากนี้ยังมี Andrew Martin แบรนด์ชื่อดังจากสหราชอาณาจักร ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลจากแนวคิดการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและการเดินทางทั่วโลก

มาร์ติน วอลเลอร์ ผู้ก่อตั้ง Andrew Martin กล่าวว่า “การออกแบบที่ดีควรสะท้อนเรื่องราว วัฒนธรรม และประสบการณ์ของผู้คน เราเชื่อว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความเข้าใจและให้คุณค่ากับงานออกแบบมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับ INDECA LIVING ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอแนวคิดและประสบการณ์ด้านการออกแบบของ Andrew Martin สู่กลุ่มลูกค้าชาวไทยที่มีรสนิยมและเปิดรับมุมมองระดับสากล”

นอกเหนือจากการนำเสนอคอลเลกชันล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกแล้ว INDECA LIVING ยังมุ่งสร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจสำหรับนักออกแบบ สถาปนิก เจ้าของบ้าน และผู้ที่หลงใหลในงานดีไซน์ ผ่านการคัดสรรผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่สะท้อนมาตรฐานระดับสากล

การเปิดตัว INDECA LIVING ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเปิดพื้นที่แห่งใหม่สำหรับการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านแต่ยังเป็นการประกาศบทบาทของประเทศไทยในฐานะตลาดศักยภาพของอุตสาหกรรมลักชัวรีไลฟ์สไตล์และการออกแบบระดับโลก ซึ่งได้รับความสนใจจากแบรนด์ชั้นนำที่มองเห็นโอกาสในการเติบโตของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญ