27 กุมภาพันธ์ 2569

ชาเทรียม ฮอสพิทอลลิตี้ เปิดตัวแคมเปญ Kids Stay Free

ส่งมอบความสุขให้ครอบครัวได้ท่องเที่ยวทั่วไทย ญี่ปุ่น และเมียนมา

ชาเทรียม ฮอสพิทอลลิตี้ (Chatrium Hospitality) เปิดตัวข้อเสนอสุดพิเศษ Kids Stay Free เชิญชวนทุกครอบครัวออกเดินทางเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุข พร้อมรับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้นเมื่อท่องเที่ยวร่วมกัน โดยสามารถเข้าพัก ณ โรงแรมในเครือชาเทรียม (Chatrium) และมายเทรียณ์ (Maitria) ที่ร่วมรายการ ครอบคลุมจุดหมายปลายทางทั้งในประเทศไทย ญี่ปุ่น และเมียนมา

ข้อเสนอนี้ เพื่อตอบโจทย์การเดินทางเป็นครอบครัว โดยเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี สูงสุด 2 ท่าน สามารถเข้าพักฟรีเมื่อใช้เตียงร่วมกับบิดามารดาหรือผู้ปกครอง ทั้งนี้ใช้ได้กับห้องพักบางประเภท เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทริปวันหยุด ช่วงปิดภาคเรียน หรือการพักผ่อนทั้งในเมืองใหญ่และรีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากนี้ เด็ก ๆ ยังจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าฟรี เมื่อผู้ปกครองจองแพ็กเกจห้องพักที่รวมอาหารเช้าไว้แล้ว มอบความสะดวกสบายอย่างไร้รอยต่อให้ทุกช่วงเวลาของครอบครัว 



ข้อเสนอ Kids Stay Free พร้อมให้บริการในโรงแรมหลากหลายแห่ง ทั้งในเมืองและจุดหมายปลายทางเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ นับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ชาเทรียม ฮอสพิทอลลิตี้ ในการให้บริการที่อบอุ่น เป็นมิตรกับครอบครัว ด้วยห้องพักกว้างขวาง และทำเลที่สะดวกสบาย ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และแหล่งไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ 

สามารถสำรองห้องพักพร้อมรับข้อเสนอพิเศษ Kids Stay Free ได้แล้ววันนี้ผ่านเว็บไซต์ทางการของชาเทรียม (Chatrium) และมายเทรียณ์ (Maitria) ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด และอาจแตกต่างกันในแต่ละโรงแรม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ www.chatrium.com/kids-stay-free 

โรงแรมที่ร่วมรายการ

กรุงเทพมหานคร 

• โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ

• โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ

• โรงแรมชาเทรียม สาทร กรุงเทพฯ

• เอ็มโพเรียม สวีท บาย ชาเทรียม

• โรงแรมมายเทรียณ์ พระราม 9 กรุงเทพฯ – เอ ชาเทรียม คอลเลคชั่น

• โรงแรมมายเทรียณ์ สุขุมวิท 18 – เอ ชาเทรียม คอลเลคชั่น

• โรงแรมมายเทรียณ์ โหมด สุขุมวิท 15 – เอ ชาเทรียม คอลเลคชั่น

จันทบุรี

• ชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว จันทบุรี

นครราชสีมา

• ลาโค่ เขาใหญ่ - เอ ชาเทรียม คอลเลคชั่น 

เมียนมา

• โรงแรมชาเทรียม รอยัล เลค ย่างกุ้ง


ญี่ปุ่น

• ชาเทรียม นิเซโกะ ประเทศญี่ปุ่น

Chatrium Hospitality Introduces “Kids Stay Free” Offer Across Thailand, Japan and Myanmar

Bangkok, Thailand, January 2026 — Chatrium Hospitality introduces its Kids Stay Free offer across participating Chatrium and Maitria in Thailand, Japan and Myanmar, inviting families to enjoy greater value and ease when travelling together.

Thoughtfully created for family travellers, the offer allows up to two children under 12 years of age to stay complimentary when sharing existing bedding with their parents or guardians. Available on selected room types, it is perfectly suited for family holidays, school breaks, and both city and resort escapes.

Enhancing the experience further, children also enjoy complimentary breakfast when breakfast is included in the parents’ booked rate, ensuring a seamless and comfortable stay for every member of the family.

Available across a diverse portfolio of urban and leisure destinations, the Kids Stay Free offer reflects Chatrium Hospitality’s commitment to warm, family-friendly service, spacious accommodations, and convenient locations close to key attractions, shopping, dining, and lifestyle destinations.

The offer is now open for booking via Chatrium and Maitria official websites. Terms and conditions apply and may vary by property.

For more information or to make a reservation, please visit: 

www.chatrium.com/kids-stay-free

Participating Hotels

Bangkok, Thailand

• Chatrium Grand Bangkok

• Chatrium Hotel Riverside Bangkok

• Chatrium Hotel Sathorn Bangkok

• Emporium Suites by Chatrium

• Maitria Hotel Rama 9 Bangkok - A Chatrium Collection

• Maitria Hotel Sukhumvit 18 - A Chatrium Collection

• Maitria Mode Sukhumvit 15 - A Chatrium Collection

Chanthaburi, Thailand

• Chatrium Golf Resort Soi Dao Chanthaburi

Khao Yai, Thailand

• Lacol Khaoyai - A Chatrium Collection

Yangon, Myanmar

• Chatrium Hotel Royal Lake Yangon

Niseko, Japan

• Chatrium Niseko Japan

Book now: www.chatrium.com/kids-stay-free

For more information, please visit www.chatrium.com or contact info@chatrium.com

Don’t miss out. Remarkable moments await.

Pullman Khon Kaen รีแบรนด์สู่ “The Heritage Grand Khon Kaen” 1 มี.ค.นี้

โรงแรม Pullman Khon Kaen เตรียมก้าวสู่บทใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการปรับภาพลักษณ์และประสบการณ์การบริการครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงแรมสัญลักษณ์ Iconic Hotel คู่เมืองขอนแก่น ให้สอดรับกับทิศทางการเติบโตของเมือง ตอกย้ำจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมอีสาน พร้อมจุดแข็งเจาะตลาด MICE ในเขตอีสาน ด้วยห้องคอนเวนชั่นใหญ่ที่สุด จุคนได้มากว่า 1,800 คน, Kronen Brauhaus ต้นตำรับเบียร์แบบไมโครบริวรายแรกในอีสาน และยกเครื่องระบบภายในโรงแรมทั้งหมด เพื่อมุ่งสู่การเป็น “โรงแรมสีเขียว” (Green Hotel) 




ดร.สุนทร และดร.อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทน้ำตาลราชบุรี, บริษัท เอส แอนด์ เอ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และผู้บริหารโรงแรม The Heritage Grand Khon Kaen & Convention ได้แถลงถึงการรีแบรนด์ “โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น” ในนามใหม่ “โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น” ว่า 

“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อโรงแรม นับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป แต่ยังเป็นการปรับตำแหน่งทางการตลาด (Re-positioning) สู่ตลาด MICE ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับปรุง “โครงสร้างหลักของอาคาร”และสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ในการพัฒนาโรงแรมให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมเสริมศักยภาพด้านการจัดประชุม สัมมนา และอีเวนต์ขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่นในอนาคต ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 










ทั้งนี้ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบริหารของกลุ่มธุรกิจในเครือกลุ่มน้ำตาลราชบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานโรงแรมระดับภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน

26 กุมภาพันธ์ 2569

สำนักพัฒนาสังคม กทม. ร่วมกับ Chersery Home International จัดแข่งขันกีฬามหาสนุก


สำนักพัฒนาสังคม กทม. ร่วมกับ Chersery Home International จัดแข่งขันกีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋า เสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569  กรุงเทพมหานครโดยสำนักพัฒนาสังคม ร่วมกับโรงพยาบาลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู Chersery Home International จัดกิจกรรมการแข่งขัน “กีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋า” เพื่อส่งเสริมสุขภาวะด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมทำให้ผู้สูงอายุ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง ลดภาวะติดบ้านติดเตียง และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ณ บ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ระหว่างเวลา 08.00-15.00 น. 

โดยตระหนักว่า “ผู้สูงอายุ” นับเป็นบุคคลที่มีคุณค่า เป็นคลังแห่งประสบการณ์ และภูมิปัญญาของสังคม การดูแล ส่งเสริมและสร้างกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข มีพลังกายและพลังใจในการดำรงชีวิต โดยมุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณค่า และมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมอย่างเหมาะสมเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์


งานนี้ ได้รับเกียรติจากคุณพรรัตน์ อัครฐานิชนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด Chersery Home International กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดกิจกรรม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล กล่าวรายงาน และ นายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน


คุณพรรัตน์ อัครฐานิชนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด Chersery Home International
กล่าวถึง โรงพยาบาลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู Chersery Home International ภายใต้การบริหารโดย นายแพทย์เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ ผู้อำนวยการ ฯ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับทางกทม. หน่วยงานภาครัฐ โดยเข้ามาเป็นที่ปรึกษาการสร้างการรับรู้ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับบ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม ซึ่งการจัดการแข่งขันกีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋าในวันนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้สูงอายุได้มาพบปะทำกิจกรรมร่วมกัน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมสุขภาพทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม

การแข่งขัน “กีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋า” ในวันนี้ ไม่เพียงแต่เสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกาย แต่ยังช่วยพัฒนาสุขภาวะด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคม ทำให้ผู้สูงอายุ ได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ และนอกจากนี้การแข่งขันไม่ได้มุ่งเน้นผลแพ้ชนะเป็นสำคัญ แต่เป็นการสร้างความสามัคคี ความสนุกสนาน ความรัก และรอยยิ้ม อันจะนำไปสู่การมีชีวิตที่มีความสุขต่อไป

ภายในงานมีเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น ประมาณ 150 คน ประกอบด้วยผู้สูงอายุจากชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ชมรมผู้สูงอายุศูนย์บริการสาธารณสุข64 คลองสามวา ผู้สูงอายุจากศูนย์บริการผู้สูงอายุดินแดง ผู้สูงอายุจากบ้านผู้สูงอายุบางแค 2 ผู้สูงอายุจากบ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเดินขบวนพาเหรดของผู้สูงอายุ






การประกวดเชียร์ลีดเดอร์ และกองเชียร์ การแข่งขันแชร์บอลบนบกและแชร์บอลในน้ำ รวมถึงการแข่งขันกีฬามหาสนุก ซึ่งล้วนออกแบบให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้สูงอายุ เน้นความปลอดภัย ควบคู่กับการสร้างความสามัคคีและการมีส่วนร่วมในการแข่งขัน ตลอดจนมีบูธกิจกรรมมากมายที่มาร่วมให้การสนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันครั้งนี้ อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแบรนด์ "ฮารุนะ" นวัตกรรมพรีไบโอติค ปรับสมดุลลำไส้ แก้ท้องผูกที่ต้นเหตุ , Certainty ชุดเซ็ตการดูแลผู้สูงอายุ , UPMONEY FINANCE by Allianz ayudhya , ธนาคารกรุงศรี First Choice , Matsunaga Thailand มัตซึนากะ ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ , Genjoy น้องหมาน้องแมวเพื่อนแสนรู้คู่ใจเคียงข้างผู้สูงอายุ 









การแข่งขันกีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋าในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่น
ของกรุงเทพมหานครในการสร้างสังคมที่เอื้อต่อการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity)โดยให้ผู้สูงอายุได้เคลื่อนไหว ออกกำลังกาย พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายทางสังคมอันจะนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมผู้สูงอายุให้เป็นสังคมแห่งพลังและคุณค่าต่อไป

25 กุมภาพันธ์ 2569

บิวตี้เจมส์ เปิดตัว Maison Abeille เครื่องประดับคอลเลคชั่นพิเศษ

ในโอกาสแต่งตั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด YU HYUN WOO  (ยูฮยอนอู) นักร้อง/นักแสดงหนุ่มมากความสามารถจากเกาหลี

Beauty Gems (บิวตี้ เจมส์) แบรนด์ผู้ผลิตและออกแบบอัญมณีเบอร์ 1 ของเมืองไทย โดย “หนึ่ง สุริยน ศรีอรทัยกุล” ได้เปิดตัว แบรนด์แอมบาสเดอร์ YU HYUN WOO (ยูฮยอนอู) นักร้อง/นักแสดงหนุ่มมากความสามารถจากเกาหลี ที่จะมาร่วมทัพเฉิดฉายความงดงามของอัญมณีและเครื่องประดับ ที่สร้างสรรค์อัญมณี ให้กลายเป็นเครื่องประดับที่โดดเด่นและสวยงาม จากฝีมือคนไทย 


สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้ เจมส์ จำกัด กล่าวว่า “การส่งมอบความสุขให้ผู้คนท่ามกลางสภาวะปัจจุบันทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งตนเองมีความถนัดและความเชี่ยวชาญในเรื่องของอัญมณีและเครื่องประดับ จึงคิดว่า ควรนำจุดเด่นในเรื่องนี้มาส่งมอบความสุขให้คนไทย ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงาม ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้คนมีความสุขได้ และในโอกาสพิเศษครั้งนี้ถือโอกาสเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดจากประเทศเกาหลี YU HYUN WOO  (ยูฮยอนอู) นักร้องและนักแสดงหนุ่มมากความสามารถจากเกาหลี ร่วมเสริมทัพ บิวตี้เจมส์ เพื่อเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความงดงามของเครื่องประดับฝีมือคนไทยระดับโลก ให้เฉิดฉายผ่านความงดงามบนเรือนร่างและผ่านผลงานต่างๆสู่สายตาคนระดับโลก


งานนี้นักแสดงและนักร้องหนุ่มสัญชาติเกาหลีขวัญใจสาวๆ เสริมทัพบิวตี้เจมส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องประดับแห่งความอบอุ่นและเป็นมงคล “Maison Abeille” รังสรรค์มรกตหลากเม็ดที่เรียงร้อยอย่างประณีต สะท้อนแรงบันดาลใจจากโครงสร้างอันสมบูรณ์แบบของรังผึ้ง ตัวผึ้งประดับเพชรบริสุทธิ์เปล่งประกายอย่างสง่างามเหนือองค์ประกอบที่สมดุล นิยามแห่งความประณีตและคุณค่าที่คงอยู่เหนือกาลเวลา ซึ่งถูกรังสรรค์ออกแบบผ่านฝีมือดีไซเนอร์ไทยอย่างประณีตจนได้ออกมาเป็นชิ้นงานที่ทรงคุณค่า เป็นตัวแทนในการส่งมอบความสุข คำอวยพร และความโชคดีให้แก่ทั้งผู้ให้และผู้รับ

#BeautyGems

#BeautyGemsxYuHyunWoo

#CampaignAmbassodor

24 กุมภาพันธ์ 2569

‘ทีเส็บ’ ดันไมซ์ไทยแรงต่อเนื่อง

‘ทีเส็บ’ ดันไมซ์ไทยแรงต่อเนื่อง เจ้าภาพ 3 งานประชุมนานาชาติเภสัชฯ ครบวงจร ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่ Medical Hub 

ทีเส็บเดินหน้าสร้างผลงานดันไมซ์ไทยสู่เวทีโลกอย่างต่อเนื่อง คว้าชัยเจ้าภาพ 3 งานประชุมเภสัชศาสตร์นานาชาติครบวงจรระหว่างปี 2569–2570 มั่นใจดึงดูดเภสัชกร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนทั้งจากไทยและทั่วโลกกว่า 3,200 คน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 151 ล้านบาท ชูภาพลักษณ์ไทยจุดหมายปลายทางไมซ์ชั้นนำการประชุมสายการแพทย์ ตอกย้ำความเข้มแข็งของบุคลากรสายเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรมของไทยในการร่วมมือกับทีเส็บส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพระดับสากล ช่วยผลักดันนโยบายทีเส็บใช้งานประชุมการแพทย์นานาชาติร่วมขับเคลื่อนไทยสู่ Medical Hub  


ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ในฐานะที่ทีเส็บเป็นหน่วยงานรัฐที่มีพันธกิจเป็น National Bidder การร่วมมือกับบุคลากรและองค์กรในสาขาวิชาชีพเภสัชกรรมจนสามารถดึงงานประชุมนานาชาติด้านเภสัชศาสตร์ 3 งานต่อเนื่องกันและมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งกลุ่มนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร/องค์กร ทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมเภสัชศาสตร์แบบครบวงจรเป็นครั้งแรก ถือเป็นผลงานเด่นของอุตสาหกรรมการประชุมนานาชาติของไทย โดยเฉพาะในสายการประชุมด้านการแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ เพราะนอกจากสามารถใช้เป็นเวทีพัฒนาบุคลากร องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทั้งในช่วงของการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์และการประกอบการจริงของวิชาชีพเภสัชกรรมของไทย ยังเป็นเวทีให้ผู้ร่วมงานจากนานาชาติได้มีโอกาสเรียนรู้ศักยภาพและขีดความสามารถของบุคลากรไทยในการร่วมมือต่อยอดพัฒนาวิชาชีพนี้ ตอกย้ำจุดยืนของทีเส็บในการใช้การจัดงานไมซ์ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมและวิชาชีพในสาขาต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

“ความสำเร็จในการดึงงานครั้งนี้เป็นผลจากความเข้มแข็งของบุคลากรในสายเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรมของไทยที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับวิชาชีพผ่านเวทีการประชุมระหว่างประเทศ และทีเส็บได้รับความร่วมมือด้วยดีจากบุคลากรทั้งสามองค์กรของไทย จนสามารถดึงงานทั้งสามงานมาจัดที่เมืองไทย สะท้อนความเข้มแข็งของระบบนิเวศไมซ์ไทยที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากนานาชาติให้เมืองไทยเป็นสถานที่จัดงาน”

งานประชุมนานาชาติเภสัชศาสตร์ทั้งสามงานประกอบด้วย งาน The 71st International Pharmaceutical Students' Federation (IPSF) World Congress 2026 กำหนดจัดวันที่ 29 กรกฎาคม–11 สิงหาคม 2569 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 600 คน แบ่งเป็นต่างชาติ 500 คน และคนไทย 100 คน สร้างรายได้เข้าประเทศราว 33 ล้านบาท เวทีนี้เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์จากทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านวิชาการ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและสาธารณสุขระดับนานาชาติ โดยประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2554 ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา


นางสาวมัญชรี แสงเมือง-สะกอลละโวล ประธานสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์นานาชาติ ปี 2025–2026 สหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์นานาชาติ กล่าวว่า ในนามของสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์นานาชาติหรือ International Pharmaceutical Students' Federation ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพการจัดงาน IPSF World Congress ปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของคนรุ่นใหม่ของวงการเภสัชศาสตร์ไทยในเวทีระดับนานาชาติ การได้รับความไว้วางใจจากกว่า 100 ประเทศในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นความสำเร็จขององค์กรผู้จัดและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเรียนรู้และความร่วมมือด้านเภสัชกรรมและสุขภาพในระดับโลก ดิฉันเชื่อมั่นว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของวิชาชีพเภสัชกรรมให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

นายกฤตภาส มาณะศิลป์ ประธานโครงการ The 71st IPSF World Congress 2026 คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “การที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงาน 71st IPSF World Congress 2026 นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความสำเร็จของประเทศไทยในด้านการศึกษา วิชาการ และสาธารณสุขในระดับนานาชาติ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภายในประเทศ ทั้งสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง งานประชุมนี้จะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพเยาวชน การพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรม ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับนานาชาติ อันจะนำไปสู่การยกระดับบทบาททางวิชาการของประเทศไทยบนเวทีโลก”

งานที่สองคืองาน The 31st Congress of the Federation of Asian Pharmaceutical Association (FAPA Congress 2026) หรือการประชุมสหพันธ์เภสัชกรรมสมาคมแห่งเอเชีย ครั้งที่ 31 กำหนดจัดวันที่ 3–7 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพมาแล้ว 6 ครั้ง สะท้อนถึงการยอมรับศักยภาพบุคลากรเภสัชกรรมไทยในระดับนานาชาติ ซึ่งคาดว่าการประชุมครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 2,000 คน แบ่งเป็นต่างชาติ 1,500 คน และคนไทย 500 คน สร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 99 ล้านบาท โดยผู้เข้าร่วมครอบคลุมทั้งนักวิชาการ ผู้ประกอบวิชาชีพ หน่วยงานกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมยา และภาคการศึกษา

ศาสตราจารย์ ดร. ภก. พรศักดิ์ ศรีอมรศักดิ์ ประธานการจัดงาน FAPA Congress 2026 เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ กล่าวว่า “ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน FAPA Congress 2026 เป็นครั้งที่ 6 เป็นสถิติสูงสุดในบรรดาประเทศสมาชิก สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของบุคลากรเภสัชกรรมไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “Pharmacists in Action across Asia” เรามุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการผลักดันสมุนไพรไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากล คาดว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,500 คน จากมากกว่า 25 ประเทศเข้าร่วมงาน นอกจากจะสร้างรายได้และชื่อเสียงให้ประเทศแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพวิชาชีพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสาธารณสุขที่ยั่งยืนให้แก่ภูมิภาคเอเชียต่อไป”

อีกหนึ่งงานสำคัญ คือ Asian Association of Schools of Pharmacy Conference 2027 (AASP 2027) ซึ่งจัดขึ้นทุก 2 ปี กลับมาจัดที่ไทยอีกครั้งในรอบ 22 ปี หลังจากเคยจัดครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ในปี 2005 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวิชาการ งานวิจัย และการแลกเปลี่ยนแนวคิดการจัดการศึกษาระหว่างสถาบันการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์ในภูมิภาคเอเชีย โดยการประชุมครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–2 กรกฎาคม 2570 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 600 คน แบ่งเป็นต่างชาติ 300 คน คนไทย 200 คน และผู้ร่วมแสดงสินค้า 100 คน สร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 19.8 ล้านบาท

ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร. ภก. สุพัฒน์ จิรานุสรณ์กุล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานการจัดงาน AASP 2027 กล่าวว่า “คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพงานประชุมนานาชาติด้านเภสัชศาสตร์ AASP 2027 Conference ครั้งที่ 13 สะท้อนศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในด้านการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรมทางเภสัชกรรม การเป็นเจ้าภาพเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยจากทั่วโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการจัดการศึกษา องค์ความรู้และนวัตกรรม สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และผลักดันมาตรฐานการดูแลสุขภาพของไทยให้เทียบเท่าสากล ภายใต้แนวคิด 3Cs: Community, Collaborate, Contribute คณะฯ มุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนวงการเภสัชศาสตร์ไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน”

“ทีเส็บ ในบทบาทของประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Convention & Exhibition Hub) ซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ดังนั้น การที่ประเทศไทยสามารถดึงงานประชุมด้านเภสัชศาสตร์เข้ามาจัดได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ตอกย้ำขีดความสามารถทางวิชาการด้านเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรมของไทย และความพร้อมของประเทศไทยในการจัดการประชุมในระดับสากล และด้วยเหตุผลดังกล่าวทีเส็บมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งในการวางแผนดึงงานระดับโลกของวงการเภสัชศาสตร์อื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตร่วมกับทุกท่านจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน” ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวปิดท้าย

อุตสาหกรรมยาเป็นหนึ่งในหลักประกันความมั่นคงของสุขภาพประชาชนและความมั่นคงของประเทศทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สังคมไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัย มีหลักประกันด้านสุขภาพและความเสี่ยงของโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ องค์ความรู้ นวัตกรรมและบุคลากรด้านเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรมจึงเป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างหลักประกันความปลอดภัยด้านสุขภาพ การเข้าถึงยาของประชาชนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศในภาพรวม

#wefiethailand

Thailand Green Coach พลังสำคัญยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล

การขับเคลื่อน THAILAND GREEN PLAN 2030 ของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม วางมาตรฐานกลางด้านความยั่งยืน และยกระดับผู้ประกอบการทั่วประเทศสู่เกณฑ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ความสำเร็จดังกล่าวได้สะท้อนอย่างชัดเจนผ่านการจัดพิธีมอบตราสัญลักษณ์ Thailand Good Travel เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของการพัฒนาอย่างเป็นระบบ และตอกย้ำทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่ก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง

เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวคือการทำงานอย่างใกล้ชิดของ 52 สถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยว พร้อมด้วย Green Coach ที่ส่งผ่านการเป็น Senior Coach  ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและพี่เลี้ยง เคียงข้างผู้ประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวในทุกขั้นตอนของการพัฒนา ตั้งแต่การถ่ายทอดเครื่องมือและเกณฑ์การประเมิน ไปจนถึงการให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติเพื่อยกระดับการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับมาตรฐาน Thailand Good Travel การทำงานแบบแนบแน่นและต่อเนื่องของ Green Coach จึงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับมาตรฐานได้อย่างตรงจุด และผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างมีคุณภาพ

จากการทำงานอย่างใกล้ชิดของ Thailand Green Coach ได้นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยมีแหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการผ่านการประเมินมาตรฐานความยั่งยืนรวมทั้งสิ้น 41 แห่ง - จากมาตรฐานที่พักขนาดเล็ก (Small Good Stay) จำนวน 12 แห่ง มาตรฐานชุมชนท่องเที่ยว (Thailand Good Travel-CBT) จำนวน 15 แห่ง มาตรฐานบริษัททัวร์ จำนวน 5 แห่ง และแหล่งท่องเที่ยวที่ผ่านการประเมินความยั่งยืนจากตัวชี้วัด 15 ด้าน จาก 84 ด้าน จำนวน 9 แห่ง สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินงานตามเกณฑ์มาตรฐานด้านความยั่งยืนของประเทศ ขณะเดียวกันแหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ จำนวน 30 แห่งที่มีความพร้อม ยังเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าไปแข่งขันในเวทีนานาชาติ ในการส่งผลงานเข้าร่วมการประกวด Green Destinations Top 100 Stories สำหรับแหล่งท่องเที่ยว และ Good Travel Stories Competition สำหรับผู้ประกอบการ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของภาคการท่องเที่ยวไทยในการก้าวสู่การยอมรับในระดับสากล อันเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับภาพลักษณ์และศักยภาพการท่องเที่ยวไทยบนเวทีโลก

ในระยะยาว Thailand Green Coach ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศ โดยทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ และสนับสนุนการประยุกต์ใช้มาตรฐานในบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม ช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวให้สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับสู่มาตรฐานที่สร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับในระดับประเทศและสากล


ร่วมทำความรู้จัก Thailand Green Coach ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ได้ที่ https://tinyurl.com/thailandgreencoach พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของโครงการผ่าน Facebook Page: Thailand Green Tourism Plan 2030