05 สิงหาคม 2569

'กรมเจรจา' เดินหน้า FTA Club รุ่น 4 ติดอาวุธความรู้ สร้างเครือข่ายรับมือการค้าโลก

กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าสร้างเครือข่ายผู้นำด้านการค้าเสรีจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และสื่อมวลชน ผ่านหลักสูตร “การค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้บริหารยุคใหม่” (New International Commerce Course for Executives : NIC2E) ภายใต้โครงการ “การสร้างความเข้าใจประโยชน์ของ FTA สร้างเครือข่าย FTA Club รุ่นที่ 4” ยกระดับองค์ความรู้ด้าน FTA เสริมศักยภาพการรับมือความท้าทายของการค้าโลก และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ โดยเปิดเผยว่า ประเทศไทยใช้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาด และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ปัจจุบันไทยมี FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้ว 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศคู่ค้า และอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขยายโอกาสทางการค้าไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผ่านโครงการ FTA Club ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการมาแล้ว 3 รุ่น เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ FTA และขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศของไทย

โครงการ FTA Club รุ่นที่ 4 กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ต่อยอดการดำเนินงานจากการสร้าง "ผู้รับรู้" สู่การสร้าง "ผู้ขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์" โดยคัดเลือกผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และสื่อมวลชนที่มีบทบาทหรือเกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ กว่า 40 คน เข้าร่วมพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรม Boot Camp และศึกษาดูงาน เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ณ จังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2569 เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่หลักสูตร โดยเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน FTA แนวโน้มการค้าโลก การกำหนดยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI ตลอดจนการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศของไทย และเข้าสู่หลักสูตร “การค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้บริหารยุคใหม่” รุ่นที่ 4 (New International Commerce Course for Executives : NIC2E) ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม - 7 กันยายน 2569 ซึ่งมุ่งพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และวิสัยทัศน์ด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านการบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา รวมกว่า 30 ชั่วโมง

ครอบคลุมเนื้อหาที่เข้มข้น อาทิ “โอกาสของธุรกิจไทยกับความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA)”, “กอบกู้ผู้ประกอบการไทยไปกับกองทุนพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ”, “ธุรกิจเติบโตด้วยเทคโนโลยีและ นวัตกรรม” และ “การถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จทางธุรกิจ” ตลอดจนการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหน่วยงานชั้นนำ เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์พัฒนาศักยภาพ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง

กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่า "โครงการ FTA Club รุ่นที่ 4 จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้าน FTA ผ่านแนวคิด Train the Trainer ที่มุ่งให้ผู้เข้าร่วมนำองค์ความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอด ถ่ายทอด และขยายผลสู่หน่วยงานและองค์กรของตนเอง เพื่อสร้างความเข้าใจด้าน FTA ในวงกว้าง พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของการค้าและระเบียบโลกใหม่ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจการค้าเสรีอย่างมั่นคงและยั่งยืน" นายเอกฉัตร กล่าว

04 สิงหาคม 2569

ก้าวแรกของผู้หญิงที่กล้าฝัน...สู่ Miss Wellness 2 Samut ปี 2026 พร้อมส่งต่อสู่ เวที Miss Wellness World Thailand 2026

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569  คุณพรณรัตน์ อัครฐานิชนัน  Production Dirctor 2 Samut ร่วมกับพันธมิตร จัดการประกวดคัดเลือก Miss Wellness 2 Samut เพื่อเป็นตัวแทนสาวงาม สู่เวที Miss Wellness World Thailand 2026 ภายใต้ความตั้งใจอยากเห็นสาวไทยที่มีสุขภาพกาย ใจ จิต เพื่อสะท้อนเสน่ห์แห่งภูมิปัญญา ผู้มีความมุ่งมั่นจากภายใน ในการเป็น "ทูตสุขภาพ" เพื่อส่งต่อพลังบวกให้ผู้อื่นได้อย่างงดงาม มีสุขภาพที่ดี เป็นต้นแบบของสุขภาพองค์รวม ทั้งด้าน ร่างกาย ใจ จิตวิญญาณ สะท้อนคุณค่าของผู้หญิงที่เติบโตอย่างสง่างามในทุกมิติของชีวิต   




โดยทั้งนี้ มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.เก่งพงษ์ ตั้งอรุณสันติ CEO Cherey home International และ ประธานสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุ คุณพีบงค์ภัค ธนมาประสิทธิ์ Co-Founder / CEO บริษัท วิคตัส เอเธอนั่ม จำกัด ผู้จัดจำหน่าย CartiZol ,  หุ่นยนต์ฝึกเดิน Free Walk ,Nimbo  และ ตำแหน่ง  เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม , คุณพรณรัตน์ อัครฐานิชนัน ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด Chereyhome และ ที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์

ซึ่งสาวงามทั้งหมด ผ่านกิจกรรมการเก็บตัว จาก SkyBird lake View Resort Khaoyai และกิจกรรมที่ บ่อดิน อินไซต์เอ้าท์ นครปฐม ก่อนจะคัดเลือกเหลือเพียง 9 คน เพื่อเข้าสู่รอบไฟนอลและประกาศผลผู้คว้าตำแหน่งภายในวันนี้ 






สาวงามที่ได้รับตำแหน่งและเป็นตัวแทนของเขต PD 2 สมุทร ได้แก่ น้ำฝน - นางสาว กมลชนก อร่ามศรี Miss Wellness ตัวแทนจังหวัดสมุทรสาคร ใบเฟิร์น - นางสาว นัทรดา ดำชุม Miss Wellness จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดไปร่วมประกวดบนเวทีระดับประเทศต่อไป




MISS Wellness World Thailand 2026 เวทีที่พร้อมเปิดโอกาสให้สาวสวยที่มั่นใจในความสวย พร้อมรูปร่าง และสุขภาพที่ดีของตนเอง เพื่อก้าวขึ้นสู่เวทีระดับประเทศ และขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักทุกท่านที่ได้สนับสนุนเวที Miss wellness 2 samut ในครั้งนี้

กรมการท่องเที่ยวโชว์ตัวเลขครึ่งปี 69 ตรวจทัวร์–ไกด์เถื่อน กว่า 3,000 ราย

กรมการท่องเที่ยวโชว์ตัวเลขครึ่งปี 69 ตรวจทัวร์–ไกด์เถื่อน กว่า 3,000 ราย สร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 กรมการท่องเที่ยวได้เร่งรัดตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาทัวร์-ไกด์ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ตามนโยบายของนายสุรศักดิ์ พันธเจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 3,187 ราย เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัย รวมถึงคุณภาพการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว 


จากการตรวจสอบบริษัทนำเที่ยว จำนวน 1,962 ราย พบว่าดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย 68 ราย ความผิดที่พบ 3 ข้อหาใหญ่ ได้แก่ 1) การประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต (ทัวร์เถื่อน) 2) การประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่ตรงตามคุณสมบัติในมาตรา 17 (1) ของกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ซึ่งกำหนดให้ทุนของบริษัทไม่น้อยกว่า ร้อยละ 51 ต้องเป็นของบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย และกรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และ 3) การไม่จัดให้มีมัคคุเทศก์ไปกับนักท่องเที่ยว ส่วนการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์ จำนวน 1,225 ราย พบการกระทำผิด 129 ราย โดยความผิด 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1) การไม่ติดบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ตามที่กฎหมายกำหนด 2) ไม่มีหรือไม่แสดงใบสั่งงาน (Job Order) การปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาต (ไกด์เถื่อน)



อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับครึ่งปีหลังนี้ จะกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และมุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบริษัทนำเที่ยวต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ยังไม่หมดอายุหรือต่ออายุใบอนุญาตให้เรียบร้อย ซึ่งดำเนินการล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุได้ 30 วัน รวมทั้งจัดให้มีมัคคุเทศก์เดินทางไปกับนักท่องเที่ยวทุกครั้ง ขณะที่มัคคุเทศก์ควรตรวจสอบวันหมดอายุของใบอนุญาต โดยสามารถยื่นต่ออายุล่วงหน้าก่อนวันสิ้นอายุได้ 120 วัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการประกอบอาชีพ

กรมการท่องเที่ยวขอขอบคุณประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการกระทำผิดของบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กกรมการท่องเที่ยว หรือทางอีเมล tgtcenter@tourism.go.th และ DOT-TGIS@tourism.go.th  ซึ่งมีส่วนช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การกำกับดูแลบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เป็นไปอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

31 กรกฎาคม 2569

“อพท. ผลักดันท่องเที่ยวโดยชุมชน 34 ชุมชน ผ่าน 12 เส้นทางสู่ตลาดการท่องเที่ยว


“อพท. ผลักดันท่องเที่ยวโดยชุมชน 34 ชุมชน ผ่าน 12 เส้นทางสู่ตลาดการท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรม CBT Travel Mart 2026”

       อพท. จัดกิจกรรม CBT Travel Mart 2026 ผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 20-22 กรกฎาคม 2569 ดัน 34 ชุมชนท่องเที่ยวสู่โอกาสทางการตลาดและเครือข่ายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน ผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) 

       นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ประธานในการกล่าวเปิดกิจกรรม กล่าวว่า กิจกรรม CBT Travel Mart 2026 จัดโดยสำนักท่องเที่ยวโดยชุมชนและสำนักงานพื้นที่พิเศษฯ ทั้ง 9 พื้นที่ของ อพท. ถือเป็นเวทีในการสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับชุมชนท่องเที่ยว ได้เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อนำเรื่องราวและกิจกรรมท่องเที่ยวไปสู่สายตาของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดย อพท. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องแล้วเป็นปีที่ 3 ซึ่งได้รับการาตอบรับเป็นอย่างจากทั้งชุมชนท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมาได้มีการจับคู่เจรจาธุรกิจจำนวน 308 คู่ จาก 15 ชุมชนท่องเที่ยวใน 5 เส้นทางท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษ อพท.



       และในปี 2569 นี้ ได้มีการจับคู่เจรจาธุรกิจจำนวน 103 คู่ ระหว่าง 34 ชุมชนท่องเที่ยว จาก 12 เส้นทางท่องเที่ยวใน 9 พื้นที่พิเศษของ อพท. กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว (Buyers) 19 บริษัท โดยชุมชนได้นำเสนอศักยภาพและผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวผ่านผู้แทนประจำพื้นที่ (Focal Point) เพื่อสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงสู่ตลาดท่องเที่ยวคุณภาพ  สำหรับปี 2569 เส้นทางที่มีการนัดหมายเจรจาธุรกิจมากที่สุด 2 อันดับแรก ได้แก่ อพท.หมู่เกาะช้าง - สุดเขตตะวันออก: ตามรอยประวัติศาสตร์ ยลวิถีพหุวัฒนธรรมเมืองตราด  และอพท.ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา - หรอยใจโหม๋เรา: อิ่มสุขแบบคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา  และเส้นทางที่ได้รับคะแนนประเมิน (Rating) สูงสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ อพท.หมู่เกาะช้าง - สุดเขตตะวันออก: ตามรอยประวัติศาสตร์ ยลวิถีพหุวัฒนธรรมเมืองตราด และ อพท.อู่ทอง - ดื่มด่ำรสท้องถิ่น: รื่นรมย์ศิลป์ถิ่นอู่ทอง


       
และภายหลังการจัดกิจกรรมดังกล่าว อพท. มีแผนดำเนินการจัดกิจกรรม Product Testing ในทั้ง 12 เส้นทางท่องเที่ยวใน 9 พื้นที่พิเศษของ อพท. ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน 2569 เพื่อนำผลไปพัฒนาและยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวให้ตอบสนองความต้องการของตลาด ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพด้านการตลาด การสื่อสาร และการบริหารจัดการแก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืนตามแนวทางของ อพท. ในปีงบประมาณ 2570 เพื่อนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป





OMODA C5 "SUV Coupe ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ ออฟชันล้นทะลัก คุ้มค่าเกินราคา


นิยามใหม่ของสไตล์ในทุกเฉดสีกับ OMODA C5 "SUV Coupe ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ ออฟชันล้นทะลัก คุ้มค่าเกินราคา" Omoda C5 EV จาก นำเข้าจากจีน เป็น ประกอบในประเทศ มาดูภายในของรุ่น OMODA C5 EV เทคโนโลยีและความสบายที่ทำให้ทุกช่วงเวลาบนรถพิเศษยิ่งขึ้นไปด้วยกัน

Toptotravel มีโอกาสได้ลองขับ Omoda C5 EV อัตราเร่งบนถนนพบว่าการส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ ให้โหมดปกติ การส่งกำลังจะเน้นความไหลลื่น ทำอัตราเร่งได้ง่ายบนสภาพการจราจรในเมือง นอกจากนี้ ช่วงที่ใช้ความเร็วต่ำ สามารถรักษาความเร็วได้คงที่ (ผู้ขับสามารถเลือกระดับการชาร์จกลับกระแสไฟฟ้าจากการถอนคันเร่ง หรือการเบรคได้) ในโหมด SPORT การตอบสนองของคันเร่งมีความฉับไว ล้อคู่หน้ามีอาการหมุนฟรีให้สัมผัสในระดับที่สมดุล เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสส์โอเวอร์ที่มีความสปอร์ตอยู่จริง 



ห้องโดยสาร ออกแบบห้อง ให้ความรู้สึกทันสมัย และหรูหราปรับโฉมอย่างชัดเจน รูปทรงของพวงมาลัยถูกออกแบบใหม่ รวมถึงรูปทรงของแผงประตูด้านใน ให้ความรู้สึกหรูหราขึ้น เบาะนั่งคู่หน้ามีรูปทรงสปอร์ต เสริมด้วยระบบนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับ (ติดตั้งเป็นครั้งแรก) ส่วนเบาะด้านหลังมีความกว้างขวางที่น่าพอใจ สามารถพับเก็บได้แบบ 60:40 พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป  



นอกเหนือจากการทดลองสมรรถนะโดยรวมแล้ว มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบ ADAS 19 ระบบ ความจุแบตเตอรีของรุ่นปรับโฉม คือ 50.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ลดลงจากรุ่นก่อนปรับโฉมกับความจุที่ 58.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง) แต่ชดเชยด้วยการรองรับการชาร์จแบบ DC ที่สูงขึ้นที่ 110 กิโลวัตต์ (รุ่นก่อนปรับโฉม คือ 80 กิโลวัตต์) มีระยะทำการสูงสุดเมื่อชาร์จเต็ม คือ 422 กม. (มาตรฐาน NEDC) ประเมินเบื้องต้นว่าการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างดี ภายใต้อัตราเร่งที่ฉับไว แต่หากใช้การขับขี่ที่เหมาะสม Omoda C5 EV มีการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ดีอย่างน่าพอใจ เหมาะสำหรับผู้กำลังมองหาครอสส์โอเวอร์พลังไฟฟ้า รูปทรงสวย ขับสบาย

1. ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวรถ Omoda C5 EV (Exterior)  Design Concept: มาในแนวคิด "RoboShark" (ฉลามจักรกล) ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว ดุดัน และล้ำอนาคตยิ่งขึ้น  

มิติตัวรถ: ตัวรถมีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4,545 มิลลิเมตร (ยาวขึ้นจากรุ่นเดิม 145 มิลลิเมตร) ทำให้สัดส่วนดูกว้างขวางและสง่างามขึ้นในทรง SUV Coupe  

จุดเด่นภายนอก: ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, หลังคา Sunroof เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า  

2. ภายในห้องโดยสารและความสะดวกสบาย (Interior & Technology) Smart Cockpit: ยกระดับความบันเทิงด้วยชิปประมวลผล Qualcomm 8155 ควบคู่กับมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสตรงกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย  

ความบันเทิง: จัดเต็มด้วยระบบเสียงรอบทิศทางจาก SONY (ลำโพง 8 ตำแหน่ง) และแท่นชาร์จมือถือไร้สายความเร็วสูง 50W  ความสบายระดับพรีเมียม: เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อม ระบบนวดผ่อนคลาย (Massage Seats), ระบบอุ่นและระบายอากาศเบาะคู่หน้า (Ventilated & Heated Seats) รวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมกรองฝุ่น PM 0.3 และฟังก์ชันเอาใจสายไลฟ์สไตล์ เช่น Camping Mode และ Pet Mode  

3. สมรรถนะและการขับขี่ (Performance)
ขุมพลัง: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร  อัตราเร่ง: ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 7.2 วินาที ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ขับขี่สนุกในเมืองและเร่งแซงมั่นใจบนถนนใหญ่  แบตเตอรี่ & ระยะทาง: แบตเตอรี่ความจุ 50.6 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 422 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)  

การชาร์จไฟ:   รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW  รองรับการชาร์จเร็วกระแสตรง DC สูงสุด 110 kW (ทำให้ชาร์จไวขึ้นกว่ารุ่นเดิม)  มีระบบ V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายไฟฟ้า 3.3 kW ออกสู่อุปกรณ์ภายนอกได้  

4. ระบบความปลอดภัย (Safety Features)
จัดเต็มระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) รวมกว่า 19 ระบบ เช่น: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC with Stop & Go)  ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA / ICA)  ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)  กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา (รวมภาพแสดงสภาพพื้นใต้ท้องรถ Transparent Chassis) ช่วยให้การจอดและลุยอุปสรรค์ง่ายขึ้นมาก  

ข้อดี (Pros) ของ The New Omoda C5 EV 2026

1. ดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่น: ทรง SUV Coupe ที่ดูสปอร์ต ล้ำสมัย ถูกใจคนรุ่นใหม่ และขนาดตัวรถที่ยาวขึ้นทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งขึ้น  

2. ออฟชันแน่นเทียบเท่ารถยุโรป: เด่นเรื่องความสบาย ทั้งเบาะนวดไฟฟ้า, ระบบระบายอากาศเบาะ, หน้าจอ 2K ขนาดใหญ่ และชุดเครื่องเสียง SONY ที่ให้เสียงดีเกินราคา

3. สมรรถนะคล่องตัว: พละกำลัง 211 แรงม้า กับอัตราเร่ง 0-100 ใน 7.2 วินาที ถือว่าขับสนุกเร้าใจ แรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน  

4. เทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็ม: ให้ระบบช่วยเหลือการขับขี่มาครบครันโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม พร้อมกล้อง 540 องศา ที่มีประโยชน์มากในการใช้งานจริง  

5. ความคุ้มค่าและความมั่นใจในการบริการ: ด้วยการเปลี่ยนมาประกอบในประเทศไทย ทำให้สามารถทำราคาได้น่าดึงดูดใจ พร้อมแพ็กเกจการรับประกันที่คุ้มค่า (เช่น การรับประกันมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุมไฟฟ้าแบบ Lifetime Warranty ในช่วงเปิดตัว)




ทดสอบชาร์จ Omoda C5 EV  จาก 40-80 % ใช้เวลาประมาณ 25 นาที หลังจากขับมาเป็นระยะทางพอสมควร ทดลองชาร์จ Omoda C5 EV ตามสเปครองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 85 กิโลวัตต์ และชาร์จ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ การทดสอบเกิดขึ้นในช่วงบ่ายที่มีแสงแดดจัดและอากาศร้อน โดยเริ่มชาร์จเมื่อแบทเตอรีเหลือ 48 % และเพิ่มเป็น 80 % ในเวลาประมาณ 15 นาที ได้ระยะทางเพิ่มราว 120 กม. แม้กำลังชาร์จจริงจะอยู่ที่ประมาณ 70-80 กิโลวัตต์ แต่ระยะเวลาที่ใช้ถือว่าไม่นานเกินไปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้

การทดลองขับ Omoda C5 EV  พบว่ามีจุดเด่นเรื่องอัตราเร่งที่ตอบสนองไว ช่วงล่างเกาะถนนดีและเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ครบครันในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นมาก


#toptotravel #THENEWOMODAC5EV


ภูมิคุ้มกันดี ผิวสวยใส ตาไม่ล้า! “บีไชน์” ชวนดูแลตัวเองครบในหน้าฝนด้วย “ไบโอ โปร ซี”

จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษแบบซอง ซื้อ 1 แถม 1 เพียง 49 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ถึง 23 ส.ค. นี้

ช่วงฤดูฝนที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยและฝนตกชุกเช่นนี้ ประกอบกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องทำงาน หนัก พักผ่อนน้อย และจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตติดต่อกันเป็นเวลานาน ทั้งยังต้องเผชิญกับแสงแดด ละอองฝน มลภาวะ และความเครียดสะสม จนส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า เกิดอาการตาแห้ง ตาล้า ผิวหมอง และภูมิคุ้มกันตกได้ง่าย

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ชวนดูแลสุขภาพรับหน้าฝนด้วยไอเท็มยอดฮิตของสายสุขภาพ “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” (Bio Pro C Vitamin C 1000 mg. Plus Bilberry) วิตามินซีสูตรพรีเมียมที่ตอบ โจทย์การดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ทานแค่วันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร ช่วยให้ "สายตาดี สุขภาพฟิต ผิวสวยสดใส" ได้อย่างง่ายดาย


“บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์จากส่วนประกอบ สำคัญเพื่อการดูแล แบบองค์รวมหลายด้าน :  

- สายตาดี โฟกัสชัด : ผสานพลังสารสกัดจากบิลเบอร์รี่นำเข้าจากอเมริกา ช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้น 

ลดอาการตาแห้ง ตาล้า ทำงานร่วมกับ วิตามินเอ ที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น และเพิ่มโฟกัสในการทำงาน

- สุขภาพฟิต ภูมิคุ้มกันดี : อุดมด้วยวิตามินซี 1000 มก. สูตรอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง กระเพาะอาหาร 

จากแหล่งธรรมชาติทั้งสารสกัดโรสฮิปส์และคามูคามู พร้อมซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ 

ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย 

- ผิวสวยสดใส ท้าแสงแดด : ปกป้องและบำรุงผิวให้แลดูสดใส แม้ต้องเจอแสงแดด และมลภาวะด้วย 

สารสกัดจากส้มสีแดง 

- สตรองยิ่งขึ้น : มีแคลเซียม 15% มีส่วนช่วยในการดูแลกระดูกให้แข็งแรง

“บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่ แบบซองซิปพกพา บรรจุ 7 เม็ด 

จัดโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้มต้อนรับหน้าฝน! ซื้อ 1 แถม 1 ราคาเพียง 49 บาท (ปกติ 98 บาท)
สมาชิก ALL member รับ 100 คะแนน พกพาความคุ้มค่า และดูแลตัวเอง ได้ทุกวัน
หาซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - 23 สิงหาคม 2569 ที่ร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ทุกสาขาทั่วประเทศ


29 กรกฎาคม 2569

น้องมะม่วง x เทศกาลงานเทียนพรรษา อุบลราชธานี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างปรากฏการณ์ …จากลายเส้นสู่ประเพณีไทย: "น้องมะม่วง" ร่วมเฉลิมฉลองงานแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี

เปิดตัวแลนด์มาร์คจุดถ่ายภาพแห่งใหม่ในงานแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี พบกับ "น้องมะม่วง" คาแรกเตอร์เด็กหญิงชาวไทยผู้โด่งดังระดับอินเตอร์ ซึ่งถือกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2546 ผ่านหนังสือการ์ตูน Everybodyeverything หนังสือการ์ตูนไทยเล่มแรกที่ได้รับการตีพิมพ์ในญี่ปุ่น

ททท.ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสืบสานวัฒนธรรม และต้องการเพิ่มความแปลกใหม่ที่เหมาะกับยุคสมัย โดยผสานงานประเพณีอันงดงามเข้ากับความสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวการมาเยือนเมืองดอกบัวในครั้งนี้ ศิลปินตั้งใจถ่ายทอดเสน่ห์ของภาคอีสานผ่านความสดใสของน้องมะม่วงใน 2 รูปแบบ คือ "น้องมะม่วง Smile" และ "น้องมะม่วง Dance" พร้อมจัดแสดงไฟอย่างสวยงาม



ผลงานชุดนี้มีการใช้องค์ประกอบท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง โดยใช้สีเขียวและสีชมพูจากดอกบัว ดอกไม้ประจำจังหวัดอุบลราชธานี ผสานเข้ากับลวดลายและสีสันของผ้าทออีสานที่บริเวณฐานของชิ้นงาน ถือเป็นการพบกันของศิลปะร่วมสมัยและมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างน่าสนใจ

ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน มาร่วมบันทึกภาพความประทับใจและร่วมสืบสานเทศกาลอันยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน

วันที่ 25 - 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:00 – 22:00 น.
โซน ททท. บริเวณทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี

#UbonCandleFestival2026 #AmazingThailand 

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #ThailandSignatureFestival

#thailand