11 มีนาคม 2569

กรมการท่องเที่ยวคว้าระดับ “ดีเยี่ยม” บริหารความเสี่ยงทุจริต ย้ำบริการโปร่งใส สะดวก รวดเร็ว เพื่อประชาชน

กรมการท่องเที่ยว ได้รับเกียรติบัตรรับรองผลการประเมินคุณภาพ ระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต (Corruption Risk Management Systems : CRMS) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยมีผลการประเมินในระดับ “ดีเยี่ยม (Excellent)” ในกระบวนงานการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ และการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเที่ยว ด้านการอนุมัติ อนุญาต ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้



นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า “ผลการประเมินในระดับดีเยี่ยมครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมการท่องเที่ยวในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในองค์กร ให้มีความโปร่งใส ลดความเสี่ยงต่อการทุจริต และยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน ซึ่งที่ผ่านมากรมการท่องเที่ยวได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากระบวนการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ อำนวยความสะดวกในการยื่นคำขอ การพิจารณาอนุญาต และการขึ้นทะเบียนต่างๆ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน และมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานการบริหารจัดการของกรมการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ”

“กรมการท่องเที่ยวจะยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบการทำงานและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักโปร่งใส เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการภาครัฐ และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนต่อไป” อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวทิ้งท้าย

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส”


โปรแรงรับซัมเมอร์ ตัวช่วยฟื้นฟูผิวเสีย คืนผิวสดใส พร้อมบำรุงข้อเข่าให้แข็งแรง พิเศษสุดคุ้ม 1 แถม 1 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพโครงสร้างร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะส่วนขาและข้อเข่าซึ่งเป็นกลไกหลักในการเคลื่อนไหว เมื่ออายุเพิ่มขึ้นร่างกายจะเผชิญกับภาวะการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนและคอลลาเจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นำไปสู่ปัญหาข้อเสื่อมและความเจ็บปวดในการดำเนินชีวิต บีไชน์จึงคัดสรรนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูด้วย “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ที่รวมประสิทธิภาพการบำรุงข้อต่อและผิวพรรณไว้ในหนึ่งเดียว

บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส (Bshine Dipeptide Collagen Plus) คือ “ขั้นสุดของคอลลาเจน” ที่ดูแลได้มากกว่าแค่ผิวพรรณ ด้วยการผสาน 5 คุณประโยชน์หลัก เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ อันประกอบด้วย

1. ไดเปปไทด์คอลลาเจนจากปลา 7,000 มก. : นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากญี่ปุ่นที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่สุด
ดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนทั่วไป โดยสกัดเฉพาะคู่จำเพาะ PO และ OG ที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการบำรุงลึกถึงระดับเซลล์เพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวกระชับ ลดเลือนริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์

2. สารสกัดจากซีบัคธอร์น : สุดยอดผลไม้ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว
และลดการอักเสบของไขข้อ

3. สารสกัดจากว่านหางจระเข้ : ช่วยเติมความชุ่มชื้น สมานแผล และเสริมสร้างอิลาสตินให้ผิวและเส้นผมแข็งแรง

4. วิตามินซี : ช่วยในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนตามธรรมชาติ และช่วยให้ผิวใส พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด

5. วิตามินอี : บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ป้องกันการอักเสบ และดูแลสุขภาพเล็บให้เงางาม

ด้วยสูตรเข้มข้นนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวสวย ตึงกระชับ และลดเลือนริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังเน้นการเสริมสร้างมวลกระดูกและข้อเข่าให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงจากภาวะข้อเข่าเสื่อมและบรรเทาอาการปวดเข่าอย่างตรงจุด สะดวก ง่าย ได้สุขภาพทุกวัน เพียงรับประทานวันละ 1 ซอง ชงละลายในน้ำดื่ม 200 มล. หรือผสมลงในเครื่องดื่มและอาหารที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นชา, กาแฟ, น้ำผลไม้, ซุป หรือโยเกิร์ต โดยไม่ทำให้รสชาติเดิมเปลี่ยนแปลง และมั่นใจได้ในคุณภาพพรีเมี่ยมที่ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย


โปรโมชั่นสุดคุ้มที่คุณห้ามพลาด! บีไชน์จัดหนักให้คุณดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้นกับโปรโมชั่น “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ขนาดซองบรรจุ 7,200 มิลลิกรัม ซื้อ 1 แถม 1 ในราคาพิเศษเพียง 39 บาท (จากราคาปกติ 78 บาท) และสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 38 บาท หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ - 23 มีนาคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ใกล้บ้านคุณ

ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
Website: https://bshine.co.th/
Facebook: B Shine และ Line: @Bshine

07 มีนาคม 2569

ยงยุทธ ดิลกศักดากุล กรรมการบริหาร Sol House Bangkok

Sol House Bangkok  สถานที่สุดโรแมนติก ใจกลางลาดพร้าว พร้อมเนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันระดับพรีเมียมพร้อมเนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค สวย หรูหรา มีพื้นที่กว้างขวาง และยังมีมุมถ่ายรูปสวยไม่ว่าจะจัดแบบพิธีเช้าแบบไทย หรือจะจัดแบบงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสได้ภาพสวยแน่นอน และนอกจากความหรูหราแล้วที่นี่ยังมีความโรแมนติก และยังมีโซนสวนด้านนอกที่โอบล้อมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ตัดกับสีขาวของตัวอาคารได้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศ การสร้างช่วงเวลาที่ดีร่วมกันในวันสำคัญของชีวิตท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอบอุ่น นอกจากจะสร้างความทรงจำที่ดีให้กับคู่บ่าวสาว ยังสร้างความประทับใจให้กับแขกที่มาร่วมงาน




หนึ่งในคนที่สะท้อนภาพนี้ได้ดีที่สุดคือ คุณยงยุทธ ดิลกศักดากุล กรรมการบริหารบริษัท ชาโตว์ เดสทินี่ จำกัด ผู้บริหาร Sol House Bangkok สถานที่รับจัดงานแต่งงานและงานอีเวนต์ย่านลาดพร้าว ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ เนรมิตทุกโมเมนต์ให้พิเศษ แต่สามารถจัดเป็นงานแต่ง งานอีเวนต์ หรือโปรดักชันสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค สวย หรูหรา มีพื้นที่กว้างขวาง เป็นพื้นที่ที่คู่บ่าวสาว แสดงออกถึงรสนิยม ความคิด และไลฟ์สไตล์ผ่าน Sol House Bangkok



ยงยุทธ ดิลกศักดากุล กรรมการบริหารบริษัท ชาโตว์ เดสทินี่ จำกัด ผู้บริหาร Sol House Bangkok


นอกจากนี้ การจัดงานแต่งงานมีการปรับตัวเข้าสู่รูปแบบที่ไม่ใหญ่ งบประมาณสมเหตุสมผล กระชับงบไม่บานปลาย ที่สำคัญเทรนด์ที่มาแรงคือการจัดงานในสถานที่พิเศษที่ไม่ใช่โรงแรม โดยมี Wedding Planner Organizer คุมต้นทุนและรันคิวงาน หนึ่งในสถานที่จัดงานแต่งงานและงานอีเวนท์ที่น่าสนใจ Sol House Bangkok ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2568 แต่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ถือเป็น Wedding Venues ที่ไม่ควรมองพลาด ภายใต้การบริหารงานของนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง “คุณยงยุทธ ดิลกศักดากุล” กรรมการบริหารบริษัท ชาโตว์ เดสทินี่ จำกัด ผู้บริหาร Sol House Bangkok สถานที่รับจัดงานแต่งงานและงานอีเวนต์ย่านลาดพร้าว ที่เอาใจว่าที่บ่าวสาวที่ไม่ได้ต้องการความเรียบหรูอลังการ แต่ต้องการความเรียบง่าย เก๋ มีความโมเดิร์น และอยากได้พื้นที่แบบกว้างขวาง จุดเด่นของที่นี่ก็ คือสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่น ความโค้งที่ดูแปลกตา แต่ให้ความโรแมนติกและอบอุ่น ไม่ว่าจะถ่ายรูปตรงมุมไหนรูปที่ออกมาจะสวยและน่าประทับใจสามารถจัดงานแต่งแบบไทย แบบจีน และแบบฝรั่ง และมุสลิม รวมถึงแขกในงานรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นไปอีกอย่างแน่นอนถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เรียกได้ว่าที่นี่สามารถเปลี่ยนงานแต่งในฝันของคุณให้เป็นจริง








เมื่อธุรกิจดีขึ้น จึงขยับขยายทำอพาร์ทเมนต์ โรงแรม Apartelle Jatujak Hotel แต่ประสบปัญหาในช่วงสถานการณ์โควิดทำให้ธุรกิจชะงัก จึงเป็นที่มาของการคิดทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ไม่อิงกับต่างประเทศ 100 % “ช่วงโควิด ทุกอย่างยากไปหมด จึงคิดว่าจะทำอะไรดี ที่ธุรกิจไปได้ด้วยและไม่อิงกับต่างประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงกลายเป็น Sol House Bangkok เนรมิตพื้นที่สู่ความล้ำเลิศแห่งอนาคต รองรับการจัดงานได้หลากหลายรูปแบบ” ที่นี่เป็นที่ดินเก่า ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางลาดพร้าว ด้วยพื้นฐานการทำธุรกิจโรงแรมและนำเข้าสินค้าให้กับสถานประกอบการหลายแห่ง ทำให้คุ้นชินกับดีไซเนอร์ จึงมีความได้เปรียบในการออกแบบตกแต่งสถานที่ได้อย่างหรูหราสวยงาม แม้ครั้งแรกจะคิดเปิดเป็นสตูดิโอเท่านั้น แต่ด้วยพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้านออกาไนซ์มานานนับสิบปีนำเสนอ จึงเปลี่ยนเป็นธุรกิจรับจัดงานแต่งงานและการบริการงานอีเวนท์ต่างๆ แบบครบวงจร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโซล เฮ้าส์ แบงคอค

Sol House Bangkok ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 38 เข้าซอยมาประมาณ 400 เมตรเท่านั้น สถานที่แห่งนี้มีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ครบวงจร โดยเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นที่จอดรถ ชั้น 2 ออกแบบให้เป็นโถงทางเข้าสำหรับลงทะเบียน จุดรับแขก ห้อง A Little Red Room สไตล์โรงแรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระหว่างก่อนหรือหลังพิธีการ รวมถึงห้องงานหมั้น Oliver & Owen และ ส่วนของ Hall ใหญ่ และ ไฮไลท์ของที่นี่คือบันไดวน และห้องส่งตัวหนึ่งห้องนอนที่แตกต่างจากที่อื่น ออกแบบให้สามารถเปิดได้กว้างเพื่อสะดวกต่อการบันทึกภาพระหว่างพิธีการ

คุณยงยุทธ กล่าวถึงกระแสตอบรับ ว่า “ที่นี่ เปิด เดือนตุลาคมปี 2568 งานที่ได้รองรับไปแล้ว มีงานถ่ายละครของบริษัท แกรมมี่ ซึ่งจัดฉากใหญ่เป็นงานแต่งงาน การจัดปาร์ตี้ขอบคุณลูกค้า ส่วน งานหลักคือ งานแต่งงาน ผลตอบรับค่อนข้างดี 3-4 เดือนมีคู่รักจองเข้ามาประมาณ 30 คู่

จากจุดที่แบรนด์โรงแรมใหม่ชื่อดัง เคยเป็นคำตอบหลัก วันนี้อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการแต่งงานที่ขาดไม่ได้เลย คือ สถานที่จัดงานที่เสริมแกร่งด้วยจุดแข็งที่แตกต่าง ที่ราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าเดิม สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หลักการในการทำธุรกิจของผม หลายๆ ครั้งเราเริ่มต้นจากความชอบ บ่งบอกถึงสไตล์ของเราและคนรัก จากจุดเริ่มต้น ตรงนี้เหมือนธุรกิจใหม่ แต่เราก็ไม่ใช่มือใหม่ ในวงการนำเข้าเรานำเข้าวัสดุก่อสร้างโรงแรมมาหลายแห่ง ส่วนดีไซเนอร์มืออาชีพ มีประสบการณ์มามาก ซึ่งการบริหารงานค่อนข้างมั่นใจว่า ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่จัดเตรียมให้สำหรับ คู่บ่าวสาว ค่อนข้างสมบูรณ์ งานจัดเลี้ยงตัวเองอาจจะใหม่แต่มีพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้านออกาไนซ์มานาน ซึ่งทีมงานที่มาที่นี่ไม่ใหม่เลย ทีมรันคิวมีประสบการณ์มากกว่าสิบปี ด้วยจำนวนวคู่บ่าวสาวนับพันคู่ การจัดเดคคอเรชั่นต่างๆ โดยพาไปชมเบื้องหลังทุกอย่าง ตั้งแต่การหาโลเคชั่นที่สมบูรณ์แบบ”


คุณยงยุทธ ยังกล่าวต่อว่า ด้วยความที่ Sol House ศูนย์กลางของสถานที่จัดงานอีเวนต์ในกรุงเทพ เราคิดว่าเราทำสิ่งที่ทำเต็มที่ให้กับลูกค้าในราคาที่สมเหตุสมผล และการเลือกซัพพลายเออร์ต่าง ๆ รองรับทุกฟังก์ชันการจัดงานอีเวนต์ได้หลากหลาย ด้วยระบบที่ดีเยี่ยมสมบูรณ์แบบ สามารถปรับขนาดพื้นที่ได้ตามความต้องการ พร้อมออกแบบไฟเพดานและทีมที่มีประสบการณ์ในการจัดงานมานับสิบปี ซึ่งที่ฮอลล์ใหญ่ สามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 250 – 300 คน ดีไซน์และตกแต่งพื้นที่ใหม่ทั้งหมดให้มีความทันสมัย สวยงามเป็นเอกลักษณ์สะกดทุกสายตา เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบ Luxury Experience


ที่แตกต่างกว่าสถานที่จัดงานอื่น ที่นี่ที่เดียวคุณสามารถปรึกษา Wedding Planner & Organizer ที่สามารถมอบความพิเศษทั้งความประทับใจและความบันเทิงไว้ในที่เดียวอย่างสมบูรณ์แบบครบจบทุกพาร์ทเนอร์ในที่เดียว”



สามารถสอบถามหรือติดต่อทาง Facebook : Sol House Bangkok
Line : @solhouse , Instragram : SolHouseBangkok

“INDIBA” เขย่าตลาดเทคโนโลยี RF เปิดตัว “COMPACT Series”

INDIBAเขย่าตลาดเทคโนโลยี RF เปิดตัว “COMPACT Series” รีเซ็ตมาตรฐาน Radiofrequency  ในเอเชียครั้งแรกที่ไทย

กรุงเทพมหานคร (6มีนาคม 2568 )  ธนชัย เพชรโวหาร รองผู้จัดการ บริษัทอินดิบา เอเซีย ประจำประเทศไทย กล่าวท่ามกลางการแข่งขันของตลาด  เทคโนโลยี Radiofrequency (RF) ที่หลายปีที่ผ่านมาแบรนด์ต่าง ๆ มักชูจุดขายเพียง “พลังวัตต์ที่สูงกว่า” หรือการสร้างความร้อนที่มากขึ้น ล่าสุด INDIBA แบรนด์เทคโนโลยีด้านการฟื้นฟูระดับโลก ประกาศเปิดเกมใหม่ ด้วยการเปิดตัว COMPACT Series ในประเทศไทยเป็นประเทศแรกของเอเชีย พร้อมประกาศแนวคิด “ปฏิวัติมาตรฐาน RF แบบเดิม” ที่เน้นเพียงพลังงานความร้อน 


INDIBA ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยี TECAR Therapy รายแรกของโลก ยังคงยืนหยัดกับเทคโนโลยีหลักที่แตกต่างจากคู่แข่ง นั่นคือ ความถี่คงที่ 448 กิโลเฮิรตซ์ (448 kHz) ที่ถูกพัฒนามากว่า 40 ปี โดยเน้นการทำงานระดับเซลล์ มากกว่าการสร้างความร้อนเพียงอย่างเดียว

เมื่อ RF ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความร้อน”   ในอดีต เทคโนโลยี RF ในตลาดมักแข่งขันกันในเรื่องกำลังวัตต์ที่สูงขึ้น การเพิ่มอุณหภูมิในเนื้อเยื่อ  การเปิดตัวรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขาย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการฟื้นฟูมองว่า เครื่อง RF แบบเดิมมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ใช้ความถี่หลายระดับ แต่ไม่มีความจำเพาะ เน้นสร้างความร้อน มากกว่าการฟื้นฟูระดับเซลล์ ไม่เหมาะกับการรักษา Acute Injury หรือการบาดเจ็บระยะเฉียบพลัน ความเสถียรและอายุการใช้งานไม่สม่ำเสมอ



INDIBA จึงเลือกแนวทางที่ต่างออกไป ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีบน ความถี่ 448 kHz เพียงค่าเดียว ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการทำงานของ เยื่อหุ้มเซลล์ (Cell Membrane Activity) ควบคุมกระบวนการอักเสบอย่างมีทิศทาง เร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รองรับการรักษาทั้ง Acute และ Chronic Injury กล่าวได้ว่าเป็นความแตกต่างระหว่าง “การสร้างความร้อน” กับ “การควบคุมกระบวนการฟื้นฟูระดับเซลล์”

CEO INDIBA: “นี่คือแพลตฟอร์มระยะยาว ไม่ใช่แค่เครื่องรุ่นใหม่” โดยCharles Chin ผู้บริหาร INDIBA กล่าวถึงทิศทางของเทคโนโลยีนี้ว่า “INDIBA คือแบรนด์เดียวที่กล้าพูดว่า เราสามารถจัดการการบาดเจ็บระยะเฉียบพลันได้อย่างมั่นใจ เพราะเทคโนโลยีของเราเข้าไปทำงานในระดับเซลล์ ไม่ใช่เพียงสร้างความร้อน” “การเลือก INDIBA คือ การเลือกแพลตฟอร์มระยะยาว เทคโนโลยีหลักไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกปี เพราะหัวใจของระบบคือความแม่นยำ ความเสถียร และความทนทาน ซึ่งได้รับการพิสูจน์จากผู้ใช้ทั่วโลก”

COMPACT Series: เครื่อง RF ที่ออกแบบมาแก้จุดอ่อนของตลาด  INDIBA เปิดตัว COMPACT Series ซึ่งถูกออกแบบให้ครอบคลุมการใช้งานทุกระดับ ตั้งแต่ทีมกีฬา คลินิก ไปจนถึงโรงพยาบาลชั้นนำ

 COMPACT Lite – พลังระดับโปรในขนาดพกพา รุ่นเล็กสุดของซีรีส์ ถูกออกแบบให้เหมาะกับทีมกีฬา การรักษานอกสถานที่ คลินิกขนาดเล็ก จุดเด่นสำคัญคือ น้ำหนักเบา พกพาได้จริง ใช้เทคโนโลยี 448 kHz เต็มระบบ ไม่ลดประสิทธิภาพแม้เป็นเครื่องขนาดเล็ก แนวคิดของ INDIBA แตกต่างจากตลาดทั่วไปที่มักทำให้

“เครื่องเล็ก = ลดสเปค” แต่สำหรับ INDIBA เครื่องเล็ก แต่หัวใจเท่ารุ่นใหญ่
COMPACT Plus – เครื่องทำรายได้หลักของคลินิก รุ่นนี้ถูกออกแบบให้เป็น Workhorse ของคลินิก

คุณสมบัติเด่น ได้แก่ พลังงานเสถียร รองรับผู้ป่วยทั้งวัน ใช้รักษาได้ทั้ง Acute และ Chronic Conditions
ลดการอักเสบ ฟื้นฟูเนื้อเยื่อ เหมาะกับการรักษาออฟฟิศซินโดรม และอาการกล้ามเนื้อ ในขณะที่เครื่อง RF แบบเดิมมักต้องเลือกระหว่าง “แรง” หรือ “ปลอดภัย” แต่ INDIBA ออกแบบให้สามารถ ควบคุมทั้งสองด้านได้พร้อมกัน 

COMPACT Pro – ระดับโรงพยาบาล รุ่นสูงสุดของซีรีส์ ถูกออกแบบสำหรับโรงพยาบาล ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพขั้นสูง การประยุกต์ใช้ในหัตถการทางการแพทย์ จุดเด่นสำคัญ ด้ามจับอัจฉริยะ ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ Real-Time ปรับระดับพลังงานได้ละเอียดสูง รองรับการใช้งานหลากหลาย ในขณะที่เครื่อง RF ทั่วไป ควบคุมความร้อนทางอ้อม INDIBA เลือกใช้ การควบคุมแบบ Real-Time จุดแข็งที่คู่แข่งไม่ค่อยพูดถึง: ความทนทาน 


หนึ่งในเหตุผลที่ INDIBA ได้รับความนิยมในระดับโลก คือ อายุการใช้งานยาว ระบบเสถียร ลดค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง เทคโนโลยีไม่ล้าสมัยเร็ว จึงถูกมองว่าเป็น การลงทุนระยะยาว มากกว่าการซื้ออุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวกรุงเทพฯ จุดเริ่มต้นของเกมใหม่ในตลาดเอเชียการเปิดตัว COMPACT Series ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ INDIBA ในภูมิภาคเอเชีย 

ชาร์ลส์ ชิน | กรรมการผู้จัดการและซีอีโอ กลุ่มบริษัท อินดิบา ระบุว่า “เราไม่ได้มาเติมสินค้าในตลาด แต่เรามารีเซ็ตมาตรฐานของมัน”  COMPACT Series จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นสัญญาณว่า ตลาด RF แบบเดิมกำลังถูกท้าทาย และเกมการแข่งขันครั้งใหม่ของเทคโนโลยีการฟื้นฟูเพิ่งเริ่มต้นขึ้น

06 มีนาคม 2569

Pearly ร่วมฉลอง “วันความสุขสากล”

ปลุกสีสันตลาดชาเมืองไทย ส่ง “น้องเพิร์ลลี่” เพื่อนซี้พลังบวก ร่วมสร้างความสดใสด้วยโปรโมชันพิเศษ


Pearly ร่วมฉลอง “วันความสุขสากล” ปลุกสีสันตลาดชาเมืองไทย ส่ง “น้องเพิร์ลลี่” เพื่อนซี้พลังบวก ร่วมสร้างความสดใสด้วยโปรโมชันพิเศษ “มีนาแล้ว มีน้องเพิร์ลลี่หรือยัง” โชว์ไอเท็มสุดน่ารัก “หมอนซุกมือน้อง PEARLY” เติมเต็มทุกโมเมนต์แห่งความสุข ชูคุณภาพและความอร่อยมัดใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ประกาศบุกธุรกิจ Catering  จากหน้าร้านสู่องค์กรและอีเว้นต์  เดินสายเสิร์ฟความสดชื่น เพิ่มความประทับใจในทุกโอกาส
   



ร้านชา Pearly โดย บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด (PTTRM) ในเครือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (OR) ร่วมส่งมอบความสุขความสดชื่นต้อนรับวันความสุขสากลในเดือนมีนาคมนี้ ด้วยโปรโมชันพิเศษ “มีนาแล้ว มีน้องเพิร์ลลี่หรือยัง” ไอเท็มลิมิเต็ด หมอนซุกมือน้อง PEARLY ที่ออกแบบจากมาสคอตประจำแบรนด์ เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความสุขและพลังบวกในทุกไลฟ์สไตล์ โดยลูกค้าสามารถร่วมโปรโมชั่น เมื่อซื้อเครื่องดื่มกลุ่มราคา 39 บาทครบ 2 แก้ว รับสิทธิ์แลกซื้อ หมอนซุกมือน้อง PEARLY สุดน่ารัก ในราคา 299 บาท จากปกติ 499 บาท เติมเต็มความสุขทุกไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน  และทุก ๆ การเดินทาง หรือจะมอบให้กับคนที่คุณรัก สะสมได้ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569  ร้าน Pearly ที่ร่วมรายการ                   

นอกจากนั้นยังได้เปิดบริการการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ในรูปแบบแคทเทอริ่ง (Catering) ถือเป็นการต่อยอดศักยภาพแบรนด์ จากหน้าร้านสู่โมเดล “เสิร์ฟถึงที่” รองรับทั้งงานประชุมสัมมนา  งานเลี้ยงในโอกาสพิเศษ ไปจนถึงอีเว้นต์ขนาดใหญ่  โดยชูจุดแข็งด้านคุณภาพ วัตถุดิบมาตรฐานการผลิต และความหลากหลายของเมนูที่สามารถปรับแพ็กเกจได้ตามงบประมาณ ด้วยวาไรตี้ของเครื่องดื่มและอาหารที่มีให้เลือกหลากหลาย ส่งมอบความประทับใจให้กับทุกช่วงเวลา

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่
โทร.093-020-0032 และ 085-489-5705 หรือที่ Fanpage Facebook Jiffy Catering 



Pearly ยังคงสร้างสรรค์แบรนด์ที่แข็งแกร่งเพื่อครองใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงจุดเด่นจากการคัด
สรรวัตถุดิบคุณภาพจากใบชาพรีเมี่ยม ชงสดใหม่แก้วต่อแก้ว รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ผสมผสานลงตัวกับไข่มุกที่มีความ นุ่ม หนึบ อร่อย พร้อมเมนูเครื่องดื่มที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพอีกนานาชนิด  โดยร้านชา Pearly ตั้งอยู่บริเวณร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ในสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น (PTT Station-Jiffy) กว่า 70 สาขา

ทั่วประเทศ  และติดตามกิจกรรมและโปรโมชันพิเศษจากน้องเพิร์ลลี่
ได้ที่ Fanpage Pearly เพิร์ลลี่และ Line@pearlytea
สนใจแฟรนส์ไชส์ร้าน Pearly สามารถติดต่อได้ที่ 081-752-9032 


อุปสมบทถวายพระราชกุศล........พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่

อุปสมบทถวายพระราชกุศล........พล.อ.อ. ชลิต  พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ 150 รูป เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์พระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ 




โดยมีผู้ร่วมงานอาวโส อาทิ ม.ร.ว.ชิษณุสรร - ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์  ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม  ผศ.ดร.พรทิพย์  พุกผาสุข  ดร.ประวิช รัตนเพียร  พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์  ธารีฉัตร ร่วมพิธีด้วยที่ วัดเทพประทานอธิพร จ.จันทบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

05 มีนาคม 2569

ทีเส็บ ต้อนรับคณะประชุมผู้นำประจำปี แอมเวย์ ไชน่า

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ นำโดย นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการ (ที่ 2 จากซ้าย) ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ (ที่ 2 จากขวา)พร้อมด้วย นางสาวศุภานิช เฑียรสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการจัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล(ที่ 1 จากขวา) พ.ต.อ.หญิง เนาวรัตน์ เฉลิมศรี ผู้กำกับการฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ที่ 3 จากขวา) และ พ.ต.ท.หญิง กมลทิพย์ เข็มนาค รองผู้กำกับการฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า (ที่ 1 จากซ้าย) ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้การต้อนรับคณะประชุมสัมมนาผู้นำประจำปี Amway Leadership Seminar – Bangkok ชุดแรก

นำโดย นายเจฟฟ์ เนี่ย รองประธานแอมเวย์ ไชน่า (ที่ 3 จากซ้าย) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การประชุมจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Slow Living” Travel Experience ผสมผสานการประชุมทางธุรกิจกับประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมวิถีริมฝั่งน้ำและไลฟ์สไตล์ที่ลึกซึ้งใจกลางกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 4 มีนาคม – 13 เมษายน 2569 เป็นงานประชุมองค์กรของแอมเวย์ ไชน่า ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้เข้าร่วมจำนวน 12,000 คน

ทั้งนี้ ทีเส็บได้มีส่วนร่วมผลักดันให้ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นจุดหมายของการประชุมครั้งนี้และบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) อำนวยความสะดวกในการเข้าเมืองผ่านช่องทาง Fast Track Service ให้กับนักเดินทางไมซ์คณะใหญ่ของแอมเวย์ ไชน่า และสนับสนุนกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ในประเทศไทยให้กับการประชุมครั้งนี้