09 กรกฎาคม 2569

อพท. และกรมอุทยานฯ เดินหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงและร่วมผลักดันพื้นที่พิเศษฯ

หมู่เกาะช้าง สู่การเป็น “World Class Destination”

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ร่วมหารือกับ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงความคืบหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง พร้อมรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง และแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อผลักดันสู่การเป็น “World Class Destination”
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมอุทยานมีความยินดีให้ความร่วมมือกับ อพท. ในการขับเคลื่อนโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ผ่านการทำงานร่วมกันของคณะทำงานร่วมทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชน ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับส่วนกลางและพื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกันเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และพร้อมสนับสนุนการทำงานของ อพท. ในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่ รวมถึงการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการจัดการปริมาณนักท่องเที่ยวไม่ให้ขึ้นไปแออัดบนภูกระดึง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยกับทั้งนักท่องเที่ยวและการไม่รบกวนธรรมชาติ
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า ขณะนี้ อพท. มีความคืบหน้าในการดำเนินการศึกษาและออกแบบกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง และได้เข้าพื้นที่ดำเนินการตามขั้นตอนและเป็นไปตามระเบียบกฎหมายของกรมอุทยานฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการกำหนดทิศทางการบริหารจัดการพื้นที่ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง อาทิ การพัฒนาศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือศูนย์เปลี่ยนถ่ายจราจร เพื่อรองรับการดำเนินโครงการฯ จึงได้เข้าหารือเพื่อรับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากกรมอุทยานฯ เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ นี้ เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่ และตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม


พร้อมกันนี้ อพท. ได้หารือและรับฟังข้อคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ปี 2571-2575 รวมถึงโครงการพัฒนาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง กรมอุทยานฯ พร้อมร่วมสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว โดยให้ อพท. เข้ามาสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว การกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน ทั้งนี้ ทั้ง 2 หน่วยงานกำหนดจัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือ (MoU) ในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ฯ พร้อมจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อให้โครงการต่างๆ ภายใต้แผนฯ เกิดผลสัมฤทธิ์ บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ “หมู่เกาะธรรมชาติ ต้นแบบการฟื้นสร้างการท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับนานาชาติ”



การหารือร่วมกันของ อพท. และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในวันนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งในส่วนของการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานอย่างโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการสร้างต้นแบบของแหล่งท่องเที่ยวในระดับ World Class พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายฯ เปิดแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” รับเทรนด์ท่องเที่ยวพักยาว–Workation

โรงแรม The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention เปิดตัวแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” ตอบรับกระแสการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะยาว (Long Stay) และการทำงานจากที่ใดก็ได้ (Workation) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสมผสานความสะดวกสบาย การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงรายเข้าไว้ด้วยกัน

เชียงรายถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยเอกลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติอันงดงาม วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และค่าครองชีพที่เหมาะสม ทำให้เป็นเมืองที่ตอบโจทย์ทั้งนักเดินทาง ผู้เกษียณอายุ และกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่






ภายใต้แคมเปญดังกล่าว โรงแรมนำเสนอห้องพักดีลักซ์พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ในราคาพิเศษสำหรับการเข้าพักระยะยาว ได้แก่ พัก 7 คืน ราคา 12,600 บาท พัก 14 คืน ราคา 24,500 บาท และพัก 30 คืน ราคา 51,000 บาท ผู้เข้าพักยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ ส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และส่วนลดบริการซักรีด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ที่วางแผนพำนักต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นวัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น สิงห์ปาร์ค เชียงราย และชุมชนท้องถิ่นที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ โรงแรมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในการค้นพบวิถีชีวิตและประสบการณ์ใหม่ในภาคเหนือของประเทศไทย

โปรโมชั่น “Stay Longer, Feel Chiang Rai” เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองห้องพัก โทร. 052 055 888

สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนผู้ได้รับสิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” และผู้ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”


สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนผู้ได้รับสิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” และผู้ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เที่ยวสวนน้ำฟรี 10-19 ก.ค. นี้ เพิ่มเพียง 100 บาท สนุกได้ทั้งสวนน้ำและสวนสนุกไม่อั้นตลอดวัน
สยามอะเมซิ่งพาร์คสนับสนุนโครงการของภาครัฐ เปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมพักผ่อนในช่วงวันหยุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ ชวนทุกคนออกมาปล่อยพลัง สนุกให้สุด และเปียกให้ฉ่ำ กับโปรสุดคุ้มสำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” และผู้ถือบัตร “สวัสดิการแห่งรัฐ” เที่ยวสวนน้ำฟรี! สนุกชุ่มฉ่ำในทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เจ้าของสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด พร้อมสไลเดอร์และเครื่องเล่นทางน้ำสุดมันส์ ชวนกันมาคลายร้อนแบบจัดเต็ม



อัพเกรดความสนุก เพิ่มเพียง 100 บาท เล่นได้ทั้งสวนน้ำและสวนสนุกแบบไม่อั้นตลอดวัน! จะหวีดบนวอร์เท็กซ์ รถไฟเหาะตีลังกาแบบห้อยขาที่ใหญ่ที่สุด 1 ใน 2 ของโลก เปียกสะใจบนล็อกฟลูม ล่องแก่งสุดฮิต หรือขึ้นไซแอมทาวเวอร์ ชมวิวมุมสูงที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็สนุกได้ครบในวันเดียว
ยิ่งชวน ยิ่งคุ้ม! ผู้ติดตามสูงสุด 3 คน รับสิทธิ์ซื้อบัตรเที่ยวสวนน้ำและสวนสนุกในราคาเพียงคนละ 300 บาท (ปกติ 1,000 บาท) จะชวนแก๊งเพื่อน คนรู้ใจ หรือยกทั้งครอบครัวมา ก็สนุกได้แบบสบายกระเป๋า
เราคนไทยต้องได้เที่ยว วันที่ 10–19 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น รับสิทธิ์ง่าย ๆ เพียงแสดงสิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือแสดงสิทธิ์ “สวัสดิการแห่งรัฐ” ผ่านบัตรตัวจริง หรือเว็บไซต์/แอปพลิเคชันทางรัฐ พร้อมบัตรประชาชน รับบัตรได้ที่หน้าเคาน์เตอร์ ไม่ต้องจองล่วงหน้า พร้อมลุยความสนุกได้ทันที
สยามอะเมซิ่งพาร์คเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. (สวนน้ำเปิดถึง 17.00 น.) เดินทางสะดวก ด้วยรถไฟฟ้ามหานครสายสีชมพู สถานีนพรัตน์ ต่อรถสาธารณะมาอีกเพียง 1.5 กม. เท่านั้น และ มีที่จอดรถยนต์ในร่มกว่า 1,000 คัน สอบถามเพิ่มเติม Line @siamamazingpark หรือ โทร. 02-105-4294

#toptotravel 

โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ชวนสัมผัส ธรรมชาติท่ามกลางสายหมอกหมู่บ้านเปิ่งเคลิ่ง สุดขอบชายแดนไทย-พม่า

ชวนสัมผัส ธรรมชาติท่ามกลางสายหมอกของ หมู่บ้านเปิ่งเคลิ่ง สุดขอบชายแดนไทย-พม่า แหล่งท่องเที่ยว ที่อยากเชิญชวน ทุกท่านได้ร่วมสัมผัส ความเป็นธรรมชาติท่ามกลางสายหมอกที่ตื่นตาตื่นใจ ของอำเภออุ้มผาง หมู่บ้านเปิ่งเคลิ่ง สุดขอบชายแดนไทย-พม่า สวนทุเรียนลุงเมษา หมู่บ้านหนองหลวง ชมวิถีชีวิตชุมชน สวนผลไม้ โคกหนองนาโมเดล วัดหนองหลวง โบสถ์ไม้สักโบราณ ร่วมกิจกรรม บายศรีสู่ขวัญกับชุมชน และ ร่วมรับประทานอาหารพื้นบ้านกับชุมชน สัมผัสกับเสียงเพลง อันไพเราะของชุมชน

อยากให้ทุกท่าน สัมผัสความเป็นธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชนของจังหวัดตากตามสโลแกนที่ว่า มาอุ้มผางแล้วต้องมาอีก จัดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตาก

08 กรกฎาคม 2569

ยาเดีย ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิดตัว “Yadea รุ่น GT80

ยาเดีย ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิดตัว “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” สมรรถนะเด่น ดีไซน์หรู ปลอดภัย ราคาเข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้

ยาเดีย (Yadea) ตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” มาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์การขับขี่และการใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้ พร้อมเตรียมขยายศูนย์จำหน่ายเป็น 1,800 สาขา ภายในปี 2569 

นายหยาง เสี่ยวเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ายาเดีย (Yadea) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่มีฐานธุรกิจระดับโลกและเป็นแบรนด์ที่มียอดขายยานยนต์สองล้อไฟฟ้า เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องมานาน 9 ปี การเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” ในครั้งนี้ นับเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ จากการสำรวจตลาดพบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยังมีความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ “ขับได้ระยะทางไกลขึ้นและความเร็วสูงขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มใช้งานในเมืองและกลุ่มขับขี่เป็นประจำทุกวัน ซึ่ง Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ตอบทุกโจทย์ความต้องการดังกล่าวของผู้บริโภค โดยเปิดตัวมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายและสามารถจดทะเบียนได้ทั้ง 2 รุ่น 


นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุน EV 3.5 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นการนำเสนอรถยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงที่ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV และถือเป็นก้าวสำคัญของ ยาเดีย ประเทศไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ที่ทำตลาดในประเทศไทย

นายหยาง กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับประเทศไทย Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จะเป็นรุ่นสำคัญที่ช่วยให้ ยาเดีย ขยับเข้าไปแข่งขันในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนได้มากขึ้น และยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการใช้งานจริงในตลาดประเทศไทย”


สำหรับจุดเด่นของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P คือ การรวม 3 นวัตกรรมหลัก ไว้ในรถคันเดียว ได้แก่ สมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย โดยด้านสมรรถนะ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการเดินทางในเมืองและการใช้งานระยะไกลมากขึ้น มีมอเตอร์กำลังสูงระดับ 3,000 W ให้การขับขี่ที่ตอบสนองดี ทำความเร็วสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีแบตเตอรี่ลิเธียม LFP ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย GT80 มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 50Ah ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ส่วนในรุ่น GT80-P มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 80Ah (72V 50Ah + 72V 30Ah) ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จ

ดีไซน์ ของ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้มีความโมเดิร์นและพรีเมียม ผสมผสานกับเส้นสายที่แข็งแรงกับความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง ทำให้รถดูโดดเด่น ทันสมัย เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งใช้งานได้จริงและมีสไตล์ 

เทคโนโลยีอัจฉริยะและความปลอดภัย GT80 และ GT80-P ยังมีสมาร์ทฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น AIGO เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยการเชื่อมต่อ Yadea Application เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ การแสดงผลแผนที่นำทาง การเล่นเพลง แสดงสายโทรเข้า เป็นต้น ด้านความปลอดภัยในส่วนของระบบ i-Control ที่ทำให้ GT80 และ GT80-P สามารถใช้ฟีเจอร์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System : TCS ) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน (Hill Descent Control : HDC) 

“ปัจจุบันผู้บริโภคมีข้อกังวลเรื่องระยะทางการวิ่ง ใช้เวลาชาร์จนาน จุดชาร์จไม่เพียงพอ และบริการหลังการขาย ซึ่ง GT80 ทั้ง 2 รุ่น ได้รับการออกแบบมาช่วยลดข้อกังวลเหล่านี้ และสามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไกลขึ้นจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ GT80 และ GT80-P ยังเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งกันน้ำ ทนแดดและสู้ฝน จึงมีความพร้อม ทุกสภาพการใช้งาน” นายหยางกล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ GT80 และ GT80-P คือ กลุ่มผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายจากน้ำมัน ต้องการรถที่คล่องตัว ขับง่าย และมีดีไซน์ทันสมัย รวมถึงกลุ่มไรเดอร์ซึ่งต้องการขับขี่ได้ระยะทางที่มากขึ้น 

โดย ทั้ง 2 รุ่น มี 3 สี ให้เลือก ประกอบด้วย เทา แดง และ ขาว มีราคาเปิดตัวที่ GT80 ราคา 57,900 บาท จาก ราคา 67,900 บาท และ GT80-P ราคา 69,900 บาท จาก ราคา 79,900 บาท พร้อมรับประกัน แบตเตอรี่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร รับประกันมอเตอร์ 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร และ รับประกันคอนโทรลเลอร์ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตรโปรโมชันพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ - 15 กรกฎาคม 2569 รับของแถม 3 รายการ รวมมูลค่า 8,000 บาท ประกอบด้วย แร็คและกล่องพ่วงท้าย GT80 มูลค่า 4,500 บาท เสื้อแจ็กเก็ต Yadea มูลค่า 2,000 บาท และ หมวกกันน็อก Limited Edition Yadea GT Series มูลค่า 1,500 บาท 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Yadea กล่าวในตอนท้ายว่า “สำหรับ Yadea ประเทศไทยถือเป็นทั้งตลาดสำคัญและฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของอาเซียน โดยบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 คัน/ปี เป็น 600,000 คัน/ปี ภายในอีก 3 ปี พร้อมขยายเครือข่ายจำหน่ายจากกว่า 900 สาขา เป็น 1,800 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 และ 5,000 สาขา ภายในปี 2571 โดยจะขยายบริการหลังการขายให้ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าระยะยาว เพราะการเติบโตของตลาด EV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเครือข่ายบริการหลังการขายด้วย”


สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด โปรโมชัน และช่องทางจำหน่ายของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ได้ที่ศูนย์จำหน่าย Yadea ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์อย่างเป็นทางการ

โดยจะเปิดตัวพร้อมกันบน Shopee ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ผ่าน Yadea Official Store บน Shopee: https://shopee.co.th/yadeathailand และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโปรโมชันต่างๆได้ที่ https://www.facebook.com/yadea.th.ev หรือ https://yadea.co.th/

04 กรกฎาคม 2569

ทีมเคลียร์ประกันสังคม ผลักดัน สิทธิกลุ่ม LGBTQ รับยาฮอร์โมนและการตรวจยืนยันเพศสภาพ ฟรี

ทีมเคลียร์ประกันสังคม ผลักดัน สิทธิกลุ่ม LGBTQ รับยาฮอร์โมนตรวจยืนยันเพศสภาพ  ฟรี

คุณณัฐชรัตน์ พลรบ ตัวแทนของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ ) ผู้สมัครคัดเลือกเป็นคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด) ฝ่ายผู้ประกันตน เคลียร์ประกันสังคม หมายเลข  23 กล่าวว่า  กลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ในระบบประกันสังคมนั้นมีความต้องการให้มีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมในเรื่องการเบิกจ่ายยาฮอร์โมนและการตรวจยืนยันเพศสภาพเป็นอย่างน้อย ให้เท่าเทียมกับสิทธิประโยชน์ของสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช. ) ซึ่งปัจจุบัน สปสช. ได้บรรจุสิทธิประโยชน์ด้านการยืนยันเพศสภาพและยาฮอร์โมน สำหรับบุคคลข้ามเพศจากชาย
เป็นหญิง และหญิงเป็นชาย แล้ว โดยผู้ที่ต้องการรับบริการ ไม่สามารถรับฮอร์โมนได้ทันที แต่จะต้อง
เข้าสู่กระบวนการดูแลตามขั้นตอนที่กำหนด โดยการให้บริการทั้งหมดจะอ้างอิงแนวทางวิชาการและ
คู่มือที่เกี่ยวข้อง 

นอกจากนั้นตนจะผลักดันเพิ่มสิทธิในส่วนของการผ่าตัดแปลงเพศ และการผ่าตัดเพื่อยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศ เพิ่มเข้าไปในสิทธิประโยชน์สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ต่อไปอีกด้วย  เพื่อจะช่วยลดช่องว่างหรือความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันมากขึ้น รวมถึงป้องกันการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง 

อนึ่งจากข้อมูลงานวิจัยชิ้นหนึ่งของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล มีการคาดประมาณประชากรกลุ่ม LGBTQ+ ว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีกลุ่ม LGBTQ+ ราว 1,586,918 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเพศกำเนิดชาย 543,485 คน และเพศกำเนิดหญิง 1,043,433 คน นอกจากนี้งานคาดการณ์อีกว่าในอีก 15 ปีข้างหน้าอัตรากลุ่ม LGBTQ+ มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า นั้นหมายความว่าในปีพ.ศ. 2582 อาจจะมีกลุ่ม LGBTQ+ ทั้งหมดประมาณ 2.2 ล้านคน   แต่ในระบบประกันสังคมยังไม่มีสถิติแยกเฉพาะที่ระบุจำนวนที่แน่ชัดได้ว่ามีกลุ่ม LGBTQ+ อยู่ในระบบประกันสังคมเท่าใด

ทั้งนี้ ทีมเคลียร์ประกันสังคมยังมี 6 นโยบายหลักเพื่อเพิ่มสิทธิและปฏิรูประบบประกันสังคมเปลี่ยนเป็น ‘ประกันชีวิต โดยมีผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ประกอบด้วย หมายเลข 15 ว่าที่ร้อยตรีวรชัย สนั่นสุข, หมายเลข 17 สัตยากร วงศ์ราษฎร์, หมายเลข 18 ทัตพร แสงโปร่ง, หมายเลข 19 ตฤณ มาลัยทอง, หมายเลข 20 ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์, หมายเลข 23 ณัฐชรัตน์ พลรบ และ หมายเลข 24 อมราวดี ทองปานดี  ขอเชิญชวนผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Plus เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน 2569 

ทั้งนี้ ทีมเคลียร์ประกันสังคมยังมี 6 นโยบายหลักเพื่อเพิ่มสิทธิและปฏิรูประบบประกันสังคมเปลี่ยนเป็น ‘ประกันชีวิต โดยมีผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ประกอบด้วย หมายเลข 15 ว่าที่ร้อยตรีวรชัย สนั่นสุข, หมายเลข 17 สัตยากร วงศ์ราษฎร์, หมายเลข 18 ทัตพร แสงโปร่ง, หมายเลข 19 ตฤณ มาลัยทอง, หมายเลข 20 ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์, หมายเลข 23 ณัฐชรัตน์ พลรบ และ หมายเลข 24 อมราวดี ทองปานดี  ขอเชิญชวนผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Plus เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน 2569 

ประเทศไทยมี LGBTIQNA+ เกือบ1.6 ล้านคน : เมื่อประชากรหลากหลายทางเพศ ‘นับจำนวน’ https://section09.thaihealth.or.th/2025/07/04/lgbtq-population/


03 กรกฎาคม 2569

ททท. จับมือ พช. - จังหวัดสมุทรสงคราม ผนึกกำลังฟื้น “อัมพวา”


ททท. จับมือ พช. - จังหวัดสมุทรสงคราม ผนึกกำลังฟื้น “อัมพวา” ชูเสน่ห์สายน้ำ-อาหาร-วิถีชุมชน สู่จุดหมายปลายทางสร้างสรรค์ยั่งยืน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และ นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นำคณะผู้บริหารร่วมประชุมหารือ ณ ร้านอาหารขุนทวี ก่อนลงพื้นที่โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ และตลาดน้ำอัมพวา เพื่อเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือครั้งใหญ่ในการฟื้นฟูและเนรมิตแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดให้กลับมาคึกคักและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง


การผนึกกำลังในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การ "ฟื้นอัมพวา" ผ่านกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว 365 วัน ไฮไลต์แผน "เนรมิตอัมพวา" คืนเสน่ห์ยามค่ำคืนโดยมีกิจกรรมถ่ายทอดเรื่องราว "สายใยแห่งชีวิต" ของชาวแม่กลอง เข้ามาแต่งแต้มสายน้ำและแลนด์มาร์คสำคัญให้กลายเป็นความมหัศจรรย์ยามค่ำคืน ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้พักค้างคืน พร้อมกันนี้ ชูจุดเด่นการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism): นำเสน่ห์ของอาหารพื้นถิ่นและภูมิปัญญาชุมชนมาเป็นจุดขายหลัก เพื่อยกระดับสมุทรสงครามสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนยั่งยืน: สนับสนุนการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ควบคู่กับการพัฒนา "โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์" (มูลนิธิชัยพัฒนา) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพผ่านร้านภัทรพัฒน์

การยกระดับตลาดน้ำชุมชนริมคลองอัมพวาในครั้งนี้ เป็นการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางกลับมาเยือนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึงสร้างสมดุลที่ยั่งยืน และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

#เนรมิตอัมพวา #AmazingThailand #feelalltheFeeling