01 พฤษภาคม 2569

รัฐบาลเดินหน้า ไทยช่วยไทย ดีอี – ไปรษณีย์ไทย ผนึกกรมการค้าภายใน – กระทรวงพาณิชย์

ปูพรมกระจายสินค้าราคาประหยัด สู่ 4 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ลดค่าครองชีพสูงสุด 25%

รัฐบาลมอบนโยบายเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผนึกกำลังกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ใช้โครงสร้างพื้นฐานด้าน โลจิสติกส์ของไปรษณีย์ไทยเป็นแกนหลักในการกระจายสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ 122 แห่ง เป็นศูนย์กระจายสินค้า เชื่อมต่อการจำหน่ายทั้งรูปแบบค้าปลีกและค้าส่ง กระจายผ่านรถเร่ (รถพุ่มพวง) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ตลาดท้องถิ่นทั่วประเทศ ตั้งเป้าให้ประชาชนกว่า 4 ล้านคนเข้าถึงสินค้าในราคาที่ลดลงสูงสุด 25% อย่างเป็นรูปธรรม


ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศ มีความพร้อมในการสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทย” อย่างเต็มศักยภาพ โดยได้ออกแบบระบบการกระจายสินค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดซื้อ การบริหารคลังสินค้า การคัดแยก ไปจนถึงการขนส่งและกระจายสินค้าในระยะแรกไปรษณีย์ไทยจะใช้ที่ทำการไปรษณีย์ 122 แห่ง เป็นศูนย์กระจายสินค้า พร้อมเชื่อมต่อระบบการจำหน่ายทั้งแบบขายปลีก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ โดยนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการการขายและการกระจายสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการดำเนินงาน ทั้งนี้ การกระจายสินค้าจะเริ่มในระดับจังหวัดภายในสัปดาห์แรก และขยายผลครอบคลุมระดับอำเภอในระยะถัดไป เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้ทั่วประเทศ สำหรับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงหรือไม่มีรถเร่รองรับ จะมีการใช้เครือข่ายตลาดชุมชน ตลาดสด และตลาดนัด เป็นจุดกระจายสินค้าเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง

โครงการดังกล่าวครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันรวม 15 รายการ อาทิ น้ำมันปาล์ม ตราดอกไม้ / ซอสหอยนางรม ตราเด็กสมบูรณ์ / ผงชูรส ตราภูเขา / หอยลายกระป๋อง ตราปุ้มปุ้ย / ข้าวหอมปทุมบรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม / ผงซักฟอกชนิดถุง ตรา Dakko Plus / น้ำปลา ตราปลาหมึก / ปลากระป๋องตราซูเปอร์ ซี เชฟ (Super C Chef) / บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสต้มยำกุ้ง บิ๊กแพค / น้ำยาทำความสะอาดพื้นตรามาจิคลีน / น้ำยาล้างจานชนิดถุงตราซันไลต์ / แชมพูและครีมนวดผมแบบขวดและแบบชุดตราซันซิล โดยลดราคาลง 25% เมื่อเทียบกับราคาท้องตลาด

ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยยังได้เตรียมสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของไปรษณีย์ไทยที่มีจำหน่ายอยู่แล้ว ณ ที่ทำการไปรษณีย์ในราคาพิเศษ อาทิ ข้าวสารตราไปร น้ำดื่มตราไปร หรือไปรคอฟฟี่ จำหน่ายควบคู่กับสินค้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ และเป็นการต่อยอดการใช้ศักยภาพของที่ทำการไปรษณีย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจากผู้ประกอบการกว่า 2,000 ราย ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ThailandPostMart ควบคู่กับความร่วมมือบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ พร้อมสนับสนุนคูปองส่วนลดค่าขนส่ง 100 บาทต่อคำสั่งซื้อ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในยุคดิจิทัล อีกทั้งไปรษณีย์ไทยยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกและจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ ThailandPostMart ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงตลาดออนไลน์และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจไทย

“ไปรษณีย์ไทยพร้อมสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ในฐานะกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐสู่การปฏิบัติจริง โดยใช้โครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศเป็นเครื่องมือในการกระจายโอกาสลดภาระค่าครองชีพ และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ดร.ดนันท์ กล่าวสรุป

30 เมษายน 2569

วัสดุนิยม เปิดตัว Thematic Pavilion "The tenth Light" ในงานสถาปนิก 69

บริษัท วัสดุนิยม จำกัด ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางตลอดทศวรรษผ่าน Thematic Pavilion 2026 ภายใต้ชื่อ "THE TENTH LIGHT พาวิลเลียนที่สะท้อนการเดินทางตลอด 10 ปีของแบรนด์ผ่านแรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ Aurorล หรือแสงเหนือ ซึ่งเปล่งประกายอย่างโดดเด่นตามวัฏจักรของเวลา เปรียบเสมือน "แสงแห่งปีที่ 10" ของวัสดุนิยม อันเป็นช่วงเวลาที่แบรนด์กำลังส่องสว่างอย่างชัดเจนที่สุดซึ่งแนวคิดดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับธรรมชาติของแสงออโรร่าที่จะมีความโดดเด่นเป็นพิเศษในรอบประมาณ10-11 ปี สะท้อนการเติบโต การสั่งสมประสบการณ์ และการก้าวสู่ช่วงเวลาสำคัญของแบรนด์



Thematic Pavilion 2026 นี้จัดแสดงภายในงาน ASA Architect Expo 2026 (งานสถาปนิก'69) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก "SATI : WISDOM : PROMPT นับเป็นงานแสดงนิทรรศการด้านสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีอาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัปถัมภ์ ระหว่างวันที่ 28 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ 1 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

สิรวิชญ์ มันคงธนาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัสดุนิยม จำกัด กล่าวว่า "THE  TENTH LIGHT  ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของวัสดุนิยม แต่เป็นจุดยืนสำคัญของแบรนด์ว่า เราเชื่อในพลังของวัสดุที่ดี วัสดุที่ไม่ได้จบแค่ความสวยงามหรือการใช้งานเฉพาะหน้า แต่ต้องอยู่ได้นาน ไปต่อได้ และมีความหมายต่ออนาคตของการออกแบบ เราต้องการให้ผู้คนมองไม้เทียมในมุมใหม่ ไม่ใช่เพียงวัสดุที่สามารถถูกเลือกใช้ได้อย่างตั้งใจโดยนักออกแบบ สถาปนิก และผู้ที่เห็นคุณค่าของงานวัสดุอย่างแท้จริง

สำหรับแนวคิดของพาวิลเลียนครั้งนี้ มิได้มุ่งสื่อสารเพียงการครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ แต่เป็นการใช้พื้นที่จัดแสดงเป็นสื่อกลางในการตั้งคำถามใหม่กับ "วัสดุ" ว่าวัสดุที่ดีไม่ควจบลงเพียงแค่การใช้งาน หากควรมีศักยภาพที่จะ "ไปต่อได้" ทั้งในมิติของการออกแบบ การใช้งานระยะยาว ตลอดจนปลายทางของวัสดุในอนาคตโดยถ่ายทอดผ่านแนวคิดการขอกแบบ Layer / Flow / Continuity


“ทุกครั้งที่งานจบลงพาวิลเลียนที่เคยสวยงามพวกนี้ จะยังเป็นวัสดุที่สามารถใช้งานต่อได้หรือไม่”คำถามนี้อาจผ่านเข้ามาในหัวใครหลายคน ในงานสถาปิก’69 วัสดุนิยม เลือกที่จะไม่แค่ตั้งคำถาม แต่พิสูจน์ให้กับตาผ่าน Thematic Pavilion ที่บอกเล่าเรี่องราวว่า “พาวิลเลียนไม่ควรจบลงในฐานะขยะ”

Thematic Pavilion เป็นผลงานการออกแบบจาก HAA Studio ที่ชวนให้คุณเงยหน้ามองขึ้นไป  คุณจะเห็นระแนงไม้กว่า 2,700 ชิ้นไม่ได้ถูกวางแบบสุ่ม แต่ถูกจัดวางอย่างตั้งใจให้เป็นภาพแทนของ “แสงออโรร่า” แสงที่เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง และสวยงามทุกครั้งที่ปรากฏ เหมือนการเดินทางตลอด 10 ปีที่ผ่านมาของวัสดุนิยม ที่ไม่หยุดพัฒนา และไม่หยุดหาคำตอบใหม่ระแนงไม้กว่า 2,700 ชิ้น ถูกติดตั้งด้วยระบบแขวน เพื่อให้ถอดออกได้โดยไม่เสียสภาพ และนำกลับมาใช้ใหม่ได้จริง แม้ง่นจะจบลง วัสดุนิยมเลือกใช้ 3 นวัตกรรม หรือ “3A” เพื่อสะท้อนตัวตนของแบรนด์

APC (Aluminium Plastic Composite) ระแนงไม้เทียมที่สวนเหมือนไม้จริง แกนอลูมิเนียม ผิว BRC

ASA (Acrylonitrile Styrene Acrylate) ชั้นปิดผิวทนแดด ทนความร้อน และการสึกหรอ ช่วยยือดอายุ
การใช้งาน

AEF ( Advance Engineered Flooring) พื้นภายในพาวิลเลียน ที่มีลวดลายไม้ธรรมชาติ และติดตั้งได้รวดเร็ว

ภายในพื้นของพาวิลเลียนมีผลงานการออกแบบของสถาปนิก 4 คน 4 ผลงาน ภายใต้หัวข้อ
“The Tenth Light”

“Sawadust - เศษที่ไม่หาย” ผลงานของ คุณวสุ นำวัสดุเศษ WPC มาสร้างเป็น Bike Rack

“Lc To 1928 – ดินที่เกิดใหม่” ผลงานของ คุณ จูน เซคินโน โดยหยิบวัสดุ Recoplast Bloc มาสร้างใหม่เป็น โซฟา และโต๊ะ

“Recolamp – แสงที่ผ่านวัสดุ” ผลงานของ คุณเป้ ไอดิน ที่สร้างมุมมองใหม่ให้กับวัสดุ Recoplast
ให้กลายมาเป็น โคมไฟ

“Recrete : EQOS – น้ำหนักของวันข้างหน้า” ผลงานของคุณ เมา อานนท์ เลือกวัสดุ Recrete มาทอดลอง และสร้างเป็นอิฐบล็อคยุคใหม่ 

ด้วยการเล่าเรื่องผ่าน Thematic Pavilion ของแบรนด์ที่มองว่า “ความชั่วคราว” ไม่ถูกทำให้ “สิ้นเปลือง”
อีกต่อไป ชวนเราได้ติดตามต่อว่าผลงานชิ้นนี้จะจัดวางไว้ที่ไหน และอยู่ในบริบทแบบใด


สัมผัสแสง เงา และวัสดุในมิติใหม่ของงานสถาปัตยกรรมได้ที่ บูธ TP01 งาน สถาปนิก’69

ระหว่างวันที่ 8 เม.ย. – 3 พ.ค. 2569
เวลา 10.00 - 20.00 น.
Impact Challenger Hall 1–3

#Watsaduniyom #TheTenthLight #สถาปนิก69
#asaarchitectexpo2026 #architect26 #architectexpo2026
#ASAExpo #satiwisdomprompt #สติมาปัญญาพร้อม(ท์)
#ArchitectExpo2026

.

ครั้งแรกสมเด็จพระราชินีทรง “เทียร่า”

เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๓๒ น.(ตามเวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำและพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการแก่พระประมุข ประมุข พระราชวงศ์ต่างประเทศ และบุคคลสำคัญที่เข้าร่วมงาน  


เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ ๑๖ กุสตาฟ
แห่งสวีเดน ณ วิหารหลวง พระราชวังหลวง กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน

บางกอกแอร์เวย์ส จัดโปรโมชันสุดคุ้ม 5.5 Super Sales บินฟินทั้งในและต่างประเทศ

กรุงเทพฯ / 30 เมษายน 2569 - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส  ชวนคุณออกเดินทางไปเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ กับโปรโมชันพิเศษ “5.5 Super Sales” มอบประสบการณ์การเดินทางที่คุ้มค่าและสะดวกสบายในทุกเส้นทาง พร้อมการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ด้วยเส้นทางบินภายในประเทศราคาเริ่มต้นเพียง 1,480 บาท/เที่ยว* และเส้นทางบินระหว่างประเทศเริ่มต้นที่ 3,700 บาท/เที่ยว* เปิดให้สำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.bangkokair.com/flyfest  ระหว่างวันที่ 5 - 9 พฤษภาคม 2569 และเริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

ราคาดังกล่าว รวมภาษีสนามบิน, ค่าธรรมเนียมออกบัตรโดยสาร และค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง (เฉพาะเส้นทางบินต่างประเทศ) ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

โปรโมชันนี้สำหรับเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ 19 เส้นทาง (เที่ยวบิน ไป-กลับ) ได้แก่ กรุงเทพฯ–เชียงใหม่, กรุงเทพฯ–สุโขทัย, กรุงเทพฯ–ตราด, กรุงเทพฯ–ภูเก็ต, กรุงเทพฯ–กระบี่, อู่ตะเภา–ภูเก็ต, ภูเก็ต–หาดใหญ่, อู่ตะเภา–สมุย, ภูเก็ต–สมุย, กระบี่–สมุย, เชียงใหม่–ภูเก็ต (ขาเดียว), เชียงใหม่–กระบี่ (ขาเดียว), เชียงใหม่–สมุย, เชียงใหม่–กรุงเทพฯ–สมุย, กรุงเทพฯ–หลวงพระบาง, กรุงเทพฯ–พนมเปญ, กรุงเทพฯ–เสียมเรียบ, สมุย–สิงคโปร์ และสมุย–ฮ่องกง

พิเศษ! สำหรับสมาชิกฟลายเออร์โบนัส (FlyerBonus) สามารถสำรองที่นั่งบัตรโดยสารล่วงหน้าได้ในวันที่ 3 - 4 พฤษภาคม 2569

ผู้โดยสารสายการบินบางกอกแอร์เวย์สจะได้รับบริการแบบฟูลเซอร์วิส โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อาทิ โหลดสัมภาระได้ 20 กิโลกรัมต่อท่าน, บริการห้องรับรองผู้โดยสาร ณ สนามบินที่ให้บริการ, บริการเสิร์ฟอาหารบนเที่ยวบิน และสะสมคะแนนฟลายเออร์โบนัส เพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย

สำรองที่นั่งและติดตามโปรโมชัน
ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า Call Center: 1771 หรือ 02-2706699  ทุกวันเวลา 08.00 น. - 20.00 น.

PGLiveChat: https://bit.ly/PGLiveChatTH
เว็บไซต์: www.bangkokair.com หรืออีเมล reservation@bangkokair.com
และติดตามข่าวสารพร้อมอัปเดตโปรโมชัน

เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/FlyBangkokAir

Line Official: @flybangkokair เพิ่มเพื่อน https://bit.ly/addfriend_pglin

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น รับมอบตราสัญลักษณ์

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น รับมอบตราสัญลักษณ์ “ มาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (AMVS) ”ในงาน MICE Standards Day 2026

ดร.จุฑามาศ อรุณานนท์ชัย กรรมการบริหารโรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นแสดงความยินดีกับนพพร คงวุฒิ ผู้จัดการทั่วไป ของโรงแรมฯ เข้ารับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (ASEAN MICE Venue Standard: AMVS) และมาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืนของประเทศไทย (Thailand Sustainable Event Management Standard: TSEMS) ภายในงาน MICE Standards Day ประจำปี 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB การได้รับทั้งสองมาตรฐานสะท้อนถึงคุณภาพและความพร้อมของสถานที่ในการรองรับการจัดงานไมซ์ในระดับสากล ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้จัดงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมตอกย้ำศักยภาพของทีมงานมืออาชีพ โดยมี ภัคธินันท์ พงศ์ธนันท์ภาส, รุ่งอรุณ ประเสิรฐศรี และขวัญฤทัย ภาณุภูวนาถ ร่วมแสดงความยินดี

เปิดฉากอย่างเป็นทางการ “สถาปนิก’69”


มหกรรมแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง พร้อมนิทรรศการงานสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลและใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ขานรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็วจากปัจจัยรอบด้าน สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดงาน สถาปนิก’69 ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT” เน้นวางรากฐานภูมิปัญญาใหม่ บนความเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งการทำงานและชีวิตที่ต้องปรับตัว ในขณะที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาท ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษมากมาย

อีกทั้งดึงผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศร่วม 1,000 ราย ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อการออกแบบ-ก่อสร้างครบวงจรบนพื้นที่รวม 75,000 ตร.ม. คาดมีผู้เข้าชมงานกว่า 3 แสนคน ตลอด 6 วันของการจัดงานระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี


นายอเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวระหว่างพิธีเปิดงาน สถาปนิก’69 อย่างเป็นทางการว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาวงการวิชาชีพต่างต้องเผชิญกับปัจจัยรบกวน (Disruptions) ทั้งสงคราม โรคระบาด และเศรษฐกิจที่ทำให้การจ้างงานยากขึ้น จนมาถึงการเข้ามาของ AI ที่สร้างความกังวลเรื่องการถูกแย่งงาน ซึ่งกระทบไปในหลากหลายสาขาอาชีพ จึงเกิดการปรับตัวต่อเนื่อง โดยสรุปคือ ตั้งสติรับมือ AI: ปรับตัวจากภูมิปัญญาดั้งเดิม สู่ความพร้อมในโลกยุคใหม่

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็วจากปัจจัยรอบด้าน การจัดงาน สถาปนิก’69 ครั้งนี้จึงจะเป็นพื้นที่ให้คนในวิชาชีพมาช่วยกันค้นหาว่า จุดสมดุลระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีคืออะไร เพื่อความยั่งยืนในอนาคต โดยปีนี้จะเป็นเวทียกระดับงานสถาปัตยกรรมไทยสู่สายตานานาชาติที่ครบวงจรและสมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยพื้นที่จัดแสดงทั้งหมด 75,000 ตร.ม. โดยแบ่ง 70,000 ตร.ม. เป็นพื้นที่สำหรับให้ผู้แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อการออกแบบและก่อสร้าง ซึ่งรวมผู้ผลิตผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำของไทยและต่างประเทศร่วม 1,000 บริษัท

พื้นที่อีกราว 5,500 ตร.ม. เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมของสมาคมฯ โดยรวบรวมผลงานจาก 4 องค์กรวิชาชีพสถาปัตยกรรม ได้แก่ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA), สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย (TALA), สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย (TUDA) รวมถึงบริษัทสถาปนิก สมาชิกสมาคมฯ กว่า 120 บริษัท และสถาบันการศึกษาจากทั่วประเทศกว่า 40 แห่ง ร่วมจัดแสดงนิทรรศการอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ คาดว่างาน สถาปนิก’69 จะได้ผลตอบรับที่ดีมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 325,000 คน

นายจาตุรนต์ กิ่งมิ่งแฮ ประธานจัดงานสถาปนิก’69 กล่าวเสริมว่า สถาปนิก’69 จะไม่ใช่แค่การจัดแสดงนิทรรศการแล้วจบไป แต่คือการวางหมุดหมายสำคัญ (Milestone) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อองค์ความรู้ที่จะขับเคลื่อนวิชาชีพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระยะยาว เพื่อพิสูจน์ให้เวทีโลกเห็นว่า สถาปัตยกรรมไทยมีศักยภาพในการปรับตัวและเติบโตอย่างมั่นคง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีที่รวดเร็ว


สำหรับนิทรรศการไฮไลต์และกิจกรรมภายในงานแบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. THEME EXHIBITION ส่วนนิทรรศการหลัก 2. FORUM ส่วนของงานสัมมนา 3. THE FOUNDATION ส่วนนิทรรศการงานวิชาการ 4. INTELLIGENCE & COLLABORATION PLATFORM ส่วนนิทรรศการสุดยอดผลงานและความร่วมมือทางวิชาชีพ 5. ACTIVITIES AND SERVICES ส่วนงานพื้นที่กิจกรรมและบริการ ตัวอย่างที่น่าสนใจเช่น THAI INTELLIGENCE และนิทรรศการ ASA ALL MEMBER – Thailand Only รวมถึง ASA EMERGING YOUNG ARCHITECTS IN THE AGE OF NEW DISRUPTIONS

ในส่วนกิจกรรมสัมมนา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. สัมมนาระดับนานาชาติ ASA INTERNATIONAL FORUM รวบรวม Keynote Speakers ระดับโลก และ 2. การสัมมนากลุ่มวิชาชีพ ASA INSPIRATION LAB รวบรวมนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการสมาคมวิชาชีพจาก TIDA, TALA, TUDA และกิจกรรมพิเศษ อาทิ ASA CLUB, ASA KIDS CLUB, ASA NIGHT AWARDS CELEBRATION รวมถึง Exclusive Talk โดย คุณโลเล ทวีศักดิ์ ศรีทองดี และ คุณวุฒิกร คงคา รวมถึงความตื่นตาตื่นใจกับ HERBIE the Autonomous Plant ต้นไม้เคลื่อนที่ได้โดย Futurity Systems

นายศุภแมน มรรคา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้จัดงาน สถาปนิก’69 เปิดเผยว่า งานในปีนี้ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากผู้ประกอบการ โดยมีผู้แสดงสินค้าเข้าร่วม 913 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนต่างประเทศ 10% จาก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ไต้หวัน อิตาลี โรมาเนีย และโครเอเชีย คาดว่าจะกระตุ้นยอดหมวนเวียนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมได้ถึง 22,000 ล้านบาท


ข้อมูลการลงทะเบียนชมงานล่วงหน้าพบว่าส่วนใหญ่เป็น Professional Visitors ถึง 70% ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจซื้อ โดยไฮไลต์สำคัญของปีนี้ ได้แก่ Thematic Pavilion มากถึง 8 พื้นที่ จากความร่วมมือระหว่างแบรนด์วัสดุก่อสร้างและสตูดิโอออกแบบชั้นนำ อาทิ SCG, HAFELE, PANEL PLUS, VANACHAI, WATSADUNIYOM, TODA, BRT INTERTECH และ ALUFRAME พร้อมเปิดตัวรางวัล Thematic Pavilion Designer Choice Award เป็นครั้งแรก และ Palette of Materials Pavilion ที่รวบรวมวัสดุกว่า 800 ชิ้น


งาน สถาปนิก’69 ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT”
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10:00 – 20:00 น.
ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

การเดินทาง เดินทางสะดวกด้วย MRT สายสีชมพู สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี (MT01) เชื่อมสู่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ ผ่านประตู Sky Entrance หรือใช้บริการ Minivan Service รับ-ส่งฟรีจาก BTS หมอชิต / MRT สวนจตุจักร และ MRT พระราม 9

เฮเฟเล่ฯ เปิดตัวนวัตกรรมใหม่กว่า 100 รายการ ขยายพอร์ตคลุม 6 หมวด ดันยอดขายโตสวนภาวะตลาด

เฮเฟเล่ ประเทศไทย นำเสนอสินค้ามากกว่า 20,000 รายการ ครอบคลุม 6 หมวดสินค้า เพื่อสนับสนุนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก นักออกแบบ และเจ้าของบ้าน ด้วยโซลูชันที่ครบครันสำหรับทุกพื้นที่ ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย โรงแรม ไปจนถึงอาคารพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม และในปี 2569 นี้เฮเฟเล่ได้ขยายกลุ่มสินค้าด้วยนวัตกรรมใหม่กว่า 100 รายการ โดยมีจุดเด่นสำคัญคือการเปิดตัวกลุ่มสินค้าใหม่ “โซลูชันระบบแสงสว่างเฮเฟเล่”

ด้วยประสบการณ์ระดับโลกยาวนานกว่า 103 ปี และการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยกว่า 32 ปี เฮเฟเล่มีทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,500 คน พร้อมเครือข่ายการพันธมิตรให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม ทั้งอสังหาฯ สถาปนิก นักออกแบบ ผู้ค้าปลีก และเจ้าของบ้าน ด้วยสินค้าและบริการแบบครบวงจร เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพและคุณภาพในการใช้งานยาวนาน


Mr. John Clare, Managing Director บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เฮเฟเล่มีความเชื่อมั่นในแนวทางการเติบโตที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด ผ่านการร่วมคิดและร่วมพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริงตามแนวคิด Co-Creation, Co-Engineering ที่เฮเฟเล่ เรามุ่ง ‘เพิ่มคุณค่าของทุกพื้นที่ไปด้วยกัน’ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือกับลูกค้า ตามปณิธานของบริษัท Maximising the value of space.Together.”
นายประวิตร พงศ์เพชรบัณฑิต, Product Category & Trade Marketing Director บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แนวทางดังกล่าวทำให้ให้เฮเฟเล่เติบโตอย่างต่อเนื่องเหนือกว่าภาพรวมตลาด โดยมียอดขายมากกว่า 4,500 ล้านบาท กลุ่มสินค้าทั้ง 6 หมวด ได้แก่ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับบ้านและอาคาร อุปกรณ์ฟิตติ้งเฟอร์นิเจอร์ และระบบล็อกดิจิทัล ซึ่งเฮเฟเล่เป็นผู้นำตลาด รวมถึงกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ และระบบแสงสว่าง เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันที่ครบครันสำหรับทุกพื้นที่และการใช้งาน”ในฐานะแบรนด์จากประเทศเยอรมนี เฮเฟเล่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพและนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการยกระดับการบริการลูกค้าภายใต้แนวคิด Service+
นายพัลลภ คมน์อนันต์ General Manager - Brand and Marketing Communication บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวว่า ทีม Service+ ของเฮเฟเล่พร้อมให้คำแนะนำ สนับสนุนด้านเทคนิค และดูแลหลังการขาย รวมถึงบริการตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทีมีความจำเป็น
เฮเฟเล่ให้ความสำคัญกับระบบแสงสว่างในฐานะกลยุทธ์สำคัญ เพื่อยกระดับอาคารและพื้นที่ใช้สอย รวมถึงคุณภาพชีวิต โดยผสานแสงสว่างภายในเฟอร์นิเจอร์และภายในห้องเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านระบบที่สามารถควบคุมและตั้งค่าได้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อีกทั้งยังออกแบบให้ติดตั้งง่าย และปรับใช้งานได้หลากหลาย
นายพัลลภ คมน์อนันต์ General Manager - Brand and Marketing Communication บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทีม Service+ ของเฮเฟเล่พร้อมให้คำแนะนำ สนับสนุนด้านเทคนิค และดูแลหลังการขาย รวมถึงบริการตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทีมีความจำเป็น”

#เฮเฟเล่ ให้ความสำคัญกับระบบแสงสว่างในฐานะกลยุทธ์สำคัญ เพื่อยกระดับอาคารและพื้นที่ใช้สอย รวมถึงคุณภาพชีวิต โดยผสานแสงสว่างภายในเฟอร์นิเจอร์และภายในห้องเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านระบบที่สามารถควบคุมและตั้งค่าได้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อีกทั้งยังออกแบบให้ติดตั้งง่าย และปรับใช้งานได้หลากหลาย
ขอเชิญผู้สนใจร่วมสัมผัสนวัตกรรมและโซลูชันด้านการออกแบบล่าสุดจากเฮเฟเล่ ประเทศไทย พร้อมกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษ ภายในงาน Architect ’69 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ บูธ TP05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 ทางเข้าที่ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี