11 มิถุนายน 2569

CP LAND เร่งเกมบ้านหรูภูมิภาค ส่ง 'SŌLVANI' เจาะกำลังซื้อคุณภาพนครสวรรค์–พิษณุโลก


ประกันโครงสร้าง 10 ปี ต่อยอดกลยุทธ์ Premium Regional Living พร้อมดึง อ.คฑา ถ่ายทอดศาสตร์ ฮวงจุ้ยเพื่อคุณภาพทุกชีวิต

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเริ่มขยายการลงทุนจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค เพื่อตอบรับกำลังซื้อคุณภาพที่มองหาที่อยู่อาศัยมาตรฐานสูงใกล้บ้านเกิด




บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัต่อยอดพอร์ตที่อยู่อาศัยแนวราบระดับพรีเมียมพย์ของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์  เดินหน้า เปิดเกมบ้านหรูภูมิภาค 2 จังหวัด มูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาท โครงการ SŌLVANI NAKHONSAWAN (โซลวานี นครสวรรค์) และ SŌLVANI PHITSANULOK (โซลวานี พิษณุโลก) อย่างเป็นทางการ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ของแต่ละเมืองเข้ากับมาตรฐานการอยู่อาศัยสมัยใหม่ พร้อมชูจุดแข็งด้านคุณภาพการก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และการรับประกันโครงสร้างบ้านนานถึง 10 ปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่โดดเด่นของตลาดบ้านเดี่ยวในภูมิภาค

การเปิดตัว SŌLVANI ทั้งสองโครงการ สะท้อนทิศทางการเติบโตของ CP LAND ในตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม โดยมุ่งตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงครอบครัวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัย ความเป็นส่วนตัว สภาพแวดล้อม และมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว 

คุณดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานธุรกิจที่อยู่อาศัย กล่าวว่า “ตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในหัวเมืองเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากกำลังซื้อของผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และครอบครัวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น การตัดสินใจเลือกบ้านในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงทำเลหรือขนาดพื้นที่ แต่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการอยู่อาศัย คุณภาพงานก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และความมั่นใจในระยะยาว นครสวรรค์และพิษณุโลกเป็น 2 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือตอนล่างที่มีฐานผู้ประกอบการท้องถิ่น เจ้าของธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มครอบครัวกำลังซื้อสูงเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ซัพพลายบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในตลาดยังมีจำกัด ส่งผลให้ทั้งสองจังหวัดเป็นทำเลยุทธศาสตร์ในการขยายพอร์ตที่อยู่อาศัยระดับบนของ CP LAND”



CP LAND จึงพัฒนา SŌLVANI ภายใต้แนวคิด Premium Regional Living โดยนำมาตรฐานการพัฒนาโครงการจากประสบการณ์กว่า 37 ปี มาต่อยอดสู่บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในภูมิภาค ผ่าน 4 มาตรฐานสำคัญ ได้แก่ Functional Design, Construction Quality, After-Sales Service และ Long-Term Warranty เพื่อสร้างคุณค่าการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า"

"จุดเด่นสำคัญของ SŌLVANI คือการนำเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละเมืองมาตีความเป็นงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย โดยนครสวรรค์สะท้อนแนวคิด Modern Chinese ขณะที่พิษณุโลกถ่ายทอดเสน่ห์ล้านนาผ่านแนวคิด A Touch of LANNA Charm เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความผูกพันระหว่างผู้อยู่อาศัยกับเมืองที่ตนเองเติบโต"

นอกจากคุณภาพโครงการและการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี ลูกบ้าน SŌLVANI ยังได้รับสิทธิประโยชน์ผ่าน Pri-d Loyalty Program ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรกว่า 50 แบรนด์ และสิทธิประโยชน์มากกว่า 90 รายการ ครอบคลุมทั้งด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และบริการต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในระยะยาว” คุณดำรงศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย



อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเปิดตัวโครงการ คือการได้รับเกียรติจาก อาจารย์คฑา ชินบัญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยและการออกแบบพื้นที่เพื่อความเป็นสิริมงคล กล่าวว่า "บ้านที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่สร้างความสมดุลทั้งด้านการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสภาพแวดล้อมโดยรอบ การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทาง แสง ลม และการจัดวางพื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสม จะช่วยส่งเสริมพลังงานที่ดี ความสุข และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว"


"สิ่งที่น่าสนใจของ SŌLVANI คือการนำแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่มาผสานกับรายละเอียดที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ทำให้บ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับรากฐานทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองนั้น ๆ"

นอกจากการออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองแล้ว ทั้งสองโครงการยังพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางภายใต้แนวคิด Sol Facilities เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกช่วงวัย ประกอบด้วย Sol Lounge, Sol Living Co-Working Space, Sol Fitness, Kids Yard, Senior Yard และ Swimming Pool ที่เชื่อมโยงการพักผ่อน สุขภาพ การทำงาน และกิจกรรมของครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมการดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และระบบควบคุมการเข้าออกโครงการตามมาตรฐานบ้านระดับพรีเมียม

การเปิดตัว SŌLVANI นครสวรรค์ และ SŌLVANI พิษณุโลก ในครั้งนี้ จึงสะท้อนวิสัยทัศน์ของ CP LAND ในการยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของเมืองภูมิภาค ผ่านการพัฒนาโครงการที่ผสานคุณภาพ การออกแบบ และประสบการณ์การอยู่อาศัยเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้อยู่อาศัย ครอบครัว และชุมชนในระยะยาว





ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมโครงการ SŌLVANI นครสวรรค์ และ SŌLVANI พิษณุโลก
สอบถามรายละเอียดแบบบ้าน ราคา และข้อเสนอพิเศษได้ที่สำนักงานขายโครงการ หรือช่องทาง CP LAND Residential โทร. 02-088-0999 / Line: @cpland / Website: https://www.cpland.co.th/solvani-nakhon-sawan-and-phitsanulok/ 

#CPLAND #CPLANDProperty #AccessibleCommunitiesForLife #SŌLVANI
#SŌLVANINakhonSawan #SŌLVANIPhitsanulok #โซลวานี #โซลวานีนครสวรรค์
#โซลวานีพิษณุโลก #โครงการบ้านหรู #บ้านในเมือง #บ้านเดี่ยว #ซีพีแลนด์
#คุณภาพเพื่อชีวิต #บ้านเดี่ยวนครสวรรค์ #บ้านเดี่ยวพิษณุโลก  

09 มิถุนายน 2569

ต้อนรับเดือนแห่งความรักที่ไม่มีเงื่อนไขกับซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดของรถไฟฟ้าสีแดง


ต้อนรับเดือนแห่งความรักที่ไม่มีเงื่อนไขกับซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดของรถไฟฟ้าสีแดง “Nobody Else Like You” พบ โตส อัครัช พระเอกช่อง 7 สี เทป วรชัย พระเอกซีรี่ส์ The Bangkok Boy หมู ภูษณะ นักแสดงจากช่อง 7 สี และ น้องคาปูชิโน่ พร้อมฟังซิงเกิลใหม่ของรถไฟฟ้าสายสีแดง เพลงประกอบซิรีส์ โดย แตงโม สยาภา อินฟูลฯ หัวใจวินเทจ และ กุน กิตติคุณ The Face Men Thailand อมยิ้มและมีความสุขไปกับมิตรภาพที่เกิดขึ้นบนรถไฟฟ้าสายสีแดง ตลอด 5 EP 8-12 มิถุนายน





ชมได้ทางโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม RED Line SRTET และ Instagram • up2uha
และชมเต็มเรื่องทาง YouTube วันที่ 14 มิถุนายน นี้ เวลา 6 โมงเย็น 

“มากกว่าการเดินทาง คือ ความพิเศษ”
ระบบขนส่งทางรางสายแรกของประเทศที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงและสิ่งแวดล้อม

08 มิถุนายน 2569

อิ่มใจ อิ่มบุญ กับ กาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข.

เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569)

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) จัดงานกาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569) ณ โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพฯ

อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์  (ม.น.ข.)  และคณะกรรมการจัดงานให้การต้อนรับ นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย  และที่ปรึกษา ม.น.ข. ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี 


สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ “ราชินีคู่ราชัน” คู่พระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงองค์อุปถัมภิกามูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมก์ (ม.น.ข.)…ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. นำถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงรับ ม.น.ข. ไว้ใน “พระบรมราชินูปถัมภ์” ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2504 จวบจนปัจจุบัน 

นายวิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ ประธานดําเนินงาน ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับโอกาสศึกษาตามสมควรแก่ศักยภาพ ภายใต้โครงการ “ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ (72 พรรษา) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” โดย ม.น.ข. ได้ร่วมกับ มูลนิธิสุนทราภรณ์ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นําเสนอบทเพลงยอดนิยมของวงดนตรีสุนทราภรณ์ 

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานในพิธี ได้กล่าวเปิดงาน และชื่นชมถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของ ม.น.ข. ที่ได้ดำเนินการจัดหาทุนการศึกษามาอย่างยาวนานถึง 65 ปี เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก และเยาวชนที่ขาดแคลน  ทุนทรัพย์ทั่วประเทศ ให้ได้ศึกษาจนจบหลักสูตรตามสมควรแก่ศักยภาพ มามากกว่า 25,000 คน ซึ่งเป็นการยืนยันได้ว่า  ม.น.ข. ได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งมูลนิธิฯ ได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีคุณูปการต่อการช่วยเหลือสังคม เป็นอย่างยิ่งการสร้างสะพานบุญของ ม.น.ข. โดยความร่วมมือกับมูลนิธิสุนทราภรณ์ฯ ในค่ำคืนนี้เป็นการตอบแทนผู้มี จิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุน ม.น.ข. ให้ได้รับความเพลิดเพลินกับดนตรี และเสียงเพลงอันไพเราะได้เป็นอย่างดียิ่งรวมทั้ง เป็นการสร้างความผูกพันที่มีต่อ ม.น.ข. อีกโสตหนึ่งด้วย

ภายในงาน แขกผู้มีเกียรติจะได้รับฟัง และรับชมดนตรี จากวงดนตรีสุนทราภรณ์อย่างจุใจถึง 33 บทเพลง โดยถ่ายทอดบทเพลงอันอมตะผ่านศิลปินสุนทราภรณ์ ทั้งคลื่นลูกเก่า และคลื่นลูกใหม่ ศิลปินรับเชิญ อาทิ เม้า-คุณสุดา ชื่นบาน (ศิลปินแห่งชาติ) ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย แบงค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล อลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัตสัน  เอฟ-รัฐพงศ์ ปิติชาญ วิ-ดร.วิรัช ศรีพงษ์ และนักร้องกิตติมศักดิ์อีกหลายท่าน


รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา ซึ่งเขาเหล่านั้นจะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สําคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศต่อไป

กาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569) วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569  ณ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ


06 มิถุนายน 2569

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน Amazing Thailand Festival 2026

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน Amazing Thailand Festival 2026 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ต่อยอด “รสชาติไทย” สู่แรงบันดาลใจเดินทางเที่ยวไทยในตลาดยุโรป

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน Amazing Thailand Festival 2026 (The Wholesome Taste of Thai) ณ ห้างสรรพสินค้า de Bijenkorf กรุงอัมสเตอร์ดัม จัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก กลุ่มเซ็นทรัล และพันธมิตร ระหว่างวันที่ 3–16 มิถุนายน 2569

ภายในพิธีเปิด มีผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน นำโดย นายอสิ ม้ามณี เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก และนางอิฏฐา ม้ามณี พร้อมด้วยภริยาเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางสาวศุกร์สิริ อภิญญานุวัฒน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพันธมิตรภาคเอกชนและหน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในตลาดยุโรป ได้แก่ บริษัท บลูเอเลเฟ่นท์ กรุงเทพ จำกัด บริษัทนำเที่ยว Avila Reizen บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสำนักที่ปรึกษาการเกษตรประจำสหภาพยุโรป

การจัดงานครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ททท. ในการใช้ “อาหารไทย” เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป โดยเฉพาะตลาดเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นตลาดระยะไกลที่มีศักยภาพและติดอันดับ 1 ใน 10 ของภูมิภาคยุโรปที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยมากที่สุด

ไฮไลต์ของงานนำเสนอ “เสน่ห์อาหารไทย” ผ่าน Window Display บริเวณด้านหน้าห้าง de Bijenkorf ถ่ายทอดบรรยากาศอาหารไทยยุครัตนโกสินทร์ พร้อมเชื่อมโยงภาพจำของวัฒนธรรมไทยผ่านองค์ประกอบศิลปะไทยและวิววัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ควบคู่กับกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรมและการสาธิตอาหารไทย ระหว่างวันที่ 5–7 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัส “รสชาติไทย” ในฐานะประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีชีวิต

ในโอกาสนี้ ทูลกระหม่อมฯ ทรงสาธิตการปรุงอาหารไทย ได้แก่ ยำส้มโอ และลาบหมู ซึ่งสะท้อนความโดดเด่นของอาหารไทยที่ไม่เพียงมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเชื่อมโยงกับมิติสุขภาพผ่านวัตถุดิบสมุนไพรไทย อาทิ ขิง ใบมะกรูด และตะไคร้ สอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงอาหารและสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดยุโรป




การจัดงาน Amazing Thailand Festival 2026 นอกจากเป็นการประชาสัมพันธ์อาหารไทยในต่างประเทศแล้ว ยังเป็นการวางตำแหน่งประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้าน Gastronomy Tourism ระดับโลก ที่พร้อมส่งต่อประสบการณ์การเดินทางอย่างมีคุณค่า ตั้งแต่รสชาติ วัฒนธรรม สุขภาพ ไปจนถึงแรงบันดาลใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 4 มิถุนายน 2569  มีนักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์เดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 115,325 คน โดย ททท. คาดว่าตลอดปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์เดินทางเข้าไทยจำนวน 259,455 คน สะท้อนโอกาสสำคัญในการขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป และตอกย้ำพลังของ “เสน่ห์ไทย” ที่สามารถเดินทางจากจานอาหาร สู่ใจผู้คน และสู่การท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

#AmazingThailandFestival2026 #AmazingThailand

05 มิถุนายน 2569

ETDA เปิดทิศทาง “AI 2026” ชูแนวคิด Driving Trust AI Governance

สนับสนุนไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค ผ่านเวที AI Governance Week 2026

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดทิศทาง AI 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Driving Trust AI Governance’ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้ระบบนิเวศ AI ไทย ทั้ง ‘การวางรากฐานการกำกับดูแลด้วย AI Governance Guideline & Toolkits ควบคู่กับ  การผลักดันให้เกิดการใช้งานจริง ผ่านความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ พร้อมยกระดับศักยภาพภาครัฐ การศึกษา SMEs ชุมชน และประชาชน ให้ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล รู้เท่าทัน และรับผิดชอบ’ เตรียมพร้อมประเทศรองรับการจัดตั้ง ‘ศูนย์ AIGPC’ พลิกบทบาทไทยสู่ ศูนย์กลางด้าน AI ของภูมิภาคพร้อมเตรียมจัดงานใหญ่ ‘AI Governance Week 2026’ เวทีระดับนานาชาติเชื่อมหลักการ AI สากลสู่การใช้งานจริง 29 มิ.ย.-3 ก.ค. 69 นี้


นางสาวรจนา ล้ำเลิศ ที่ปรึกษา ETDA และหัวหน้าศูนย์ AI Governance Center หรือ AIGC by ETDA กล่าวว่า AI กำลังจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจากแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570 และนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่มุ่งขับเคลื่อนให้ AI เป็นกลไกในการเพิ่ม Productivity ของประเทศ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน  ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีของคนไทย ดังนั้น ETDA ในฐานะหน่วยงานที่มุ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเกิดการเพิ่มศักยภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและเกิดการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล (AI Governance)  จึงเดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านนี้ เพื่อวางรากฐานความเชื่อมั่นให้การพัฒนาและใช้งาน AI ของประเทศ ผ่านการดำเนินงานของศูนย์ AI Governance Center หรือ AIGC มาอย่างต่อเนื่อง 



โดยปี 2569 ETDA วางทิศทางขับเคลื่อน AI Governance ของประเทศ ภายใต้ ‘AI 2026’ ชูแนวคิด ‘Driving Trust AI Governance’ เร่งวางรากฐานระบบนิเวศน์ AI ที่เชื่อมั่นได้ เพื่อให้การพัฒนาและการใช้งาน AI ของประเทศเป็นไปอย่างปลอดภัย โปร่งใส เป็นธรรม และมีธรรมาภิบาลตามหลักสากล โดยมุ่งทำงานใน 2 มิติสำคัญ 

มิติแรก คือ การเร่งวางกรอบ AI Governance เพื่อให้ประเทศมีทิศทางในการกำกับดูแล AI  อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานสากล อย่าง UNESCO ที่ผ่านการดำเนินงานหลักโดยศูนย์ AIGC   พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากประเทศชั้นนำ ที่มาร่วมกันศึกษาวิจัย พัฒนา AI Governance Guideline & Toolkits ที่เหมาะสมกับบริบทประเทศ เพื่อเป็นแนวทางให้องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันพร้อมใช้งานแล้ว 12 ชุด และอยู่ระหว่างการพัฒนาเพิ่มอีก 2 ชุดในปีนี้ คือ   AI Ethical Impact Assessment Playbook และ AI Value Creation เพื่อช่วยองค์กรประเมินความเสี่ยง จัดการผลกระทบด้านจริยธรรม และสร้างคุณค่าจากการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ รวมไปจัดทำรายงาน AI Watch Series สำหรับการสแกนสถานการณ์ แนวโน้ม และความเสี่ยงจากการใช้ AI ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมร่างข้อเสนอเชิงนโยบาย กฎหมาย Whitepaper และงานวิจัยอื่น ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนให้องค์กรไทยมีกรอบการใช้ AI ที่สอดคล้องกับหลักสากลและบริบทของประเทศ 

นอกจากการวางกรอบและเครื่องมือแล้ว ยังให้ความสำคัญกับ AI Governance Testing เพื่อทดสอบความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของระบบ AI โดยปีนี้นับเป็นครั้งแรกของไทย ที่จะมีกิจกรรม Red Teaming Challenge ทดสอบความเสี่ยงของระบบ AI เพื่อค้นหาจุดอ่อน อคติ ความไม่ปลอดภัย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ก่อนนำ AI ไปใช้งานจริง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้พัฒนา ผู้ให้บริการ องค์กรผู้ใช้งาน และประชาชนมั่นใจได้ว่า AI ที่ถูกนำมาใช้มีการประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน

มิติที่สอง คือ การผลักดันองค์ความรู้และเครื่องมือ AI Governance Guideline ทั้งหมด  ถูกนำไปใช้ได้จริงในทุกภาคส่วน ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ สร้างความรู้ ความเข้าใจและเสริมศักยภาพทักษะเพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องตามหลักธรรมาภิบาล โดยปีนี้ เน้นไปที่ บุคลากรภาครัฐ ผ่านหลักสูตรที่พัฒนาขึ้น อาทิ AI Governance for Government (AI Gov4Govt) เร่งเสริมความพร้อมให้หน่วยงานรัฐ 20 กระทรวง และหลักสูตรเชิงลึก AI change Agent Program (AICA) ที่จัดต่อเนื่องไปแล้ว 5 รุ่น พร้อมต่อยอดสู่บทบาท Chief AI Officer กับโปรแกรม Train the Trainer ยกระดับวิทยากร มืออาชีพจากภาครัฐ สู่เครือข่ายวิทยากรตัวคูณ โดยศูนย์ AIGC ตั้งเป้าให้เกิด Trainer ไม่น้อยกว่า 80 คน เพื่อให้เกิดการขยายผลต่อโดยเฉพาะในหน่วยงานภาครัฐ ไม่น้อยกว่า 3,000 คน ภายในปี 2570 และ ภาคการศึกษา ได้ร่วมกับ สสวท. สพฐ. UNICEF และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ ขับเคลื่อนหลักสูตร AI & Digital Ethics for Educators เพื่อให้เกิดครูแกนนำด้าน AI และจริยธรรมดิจิทัล สู่การบูรณาการการเรียนการสอนในทุกกลุ่มสาระ ควบคู่ไปกับการมีคู่มือ AI Governance เพื่อการศึกษา ให้ครอบคลุมผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครูผู้สอน และผู้ปกครอง โดยปีนี้ เตรียมพัฒนาครูแกนนำ จาก 100 โรงเรียน ขยายสู่เครือข่ายครูวิทยากรในโรงเรียนต่างๆ ที่ตั้งเป้าหมาย เพิ่มกว่า 1,000 คน  

ส่วนในกลุ่ม SMEs และชุมชน สำหรับผู้ประกอบการ ผ่านโครงการ SMEs Growth ลงพื้นที่ Upskill ด้วยหลักสูตรสำคัญ เช่น Generative AI for SMEs Transformation และ AI Marketing พร้อมเชื่อมโยง Solution ด้าน AI เพื่อปิด Gap ให้ SMEs ใน 4 ภูมิภาค ขณะที่ ประชาชน ก็เดินหน้าขยายผลร่วมกับหลักสูตร ETDA Digital Citizen หรือ EDC Plus เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลและ AI Literacy ให้คนไทยทุกกลุ่ม ผ่านการพัฒนาเครือข่าย EDC Trainer ในระดับพื้นที่ ทั้งจังหวัด อำเภอ และเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ โดยปี 2569 ตั้งเป้าพัฒนา Trainer จำนวน 2,000 คน ครอบคลุม 400 อำเภอ พร้อมขยายผลการเรียนรู้สู่ประชาชนไม่น้อยกว่า 60,000 คน และอยู่ระหว่างการพัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติมที่ผนวกในมุม AI Literacy อีก 4 หลักสูตร ได้แก่ Digital Use, Digital Communication, Digital Security และ Digital Literacy ที่เรียนรู้ได้ในรูปแบบ e-Learning ผ่านช่องทางของสถาบันพัฒนาบุคลากรดิจิทัล (DISDA) โดยจะปล่อยประมาณเดือน กันยายน 2569

พร้อมกันนี้ ยังได้มุ่งเป้าใน Sector สำคัญ ยกตัวอย่าง กระบวนการยุติธรรมของศาลปกครองร่วมกับ สำนักงานศาลปกครอง ผ่านกิจกรรม Responsible AI Innovation Hackathon (AI for Justice) เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการพัฒนาโซลูชัน AI ที่ช่วยยกระดับการเข้าถึงความยุติธรรม ลดความซับซ้อนของกระบวนการ และส่งเสริมการใช้ AI อย่างโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และรับผิดชอบ เป็นต้น


“ทั้งหมดก็เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทย สู่การเป็น ‘ศูนย์กลางด้าน AI ของภูมิภาค’ ผ่านการจัดตั้ง AI Governance Practice Center หรือ AIGPC ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นกลไกปฏิบัติการในการเชื่อมหลักการสากลสู่การใช้งานจริง ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ เครื่องมือ แนวทางประเมิน การทดสอบความเสี่ยง การสร้างศักยภาพคนและองค์กร และการขยายผลใน Sector สำคัญ เพื่อให้ประเทศไทยและประเทศ  ในภูมิภาคสามารถใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย เชื่อถือได้ และรับผิดชอบ ซึ่งปัจจุบัน ETDA อยู่ระหว่างผลักดัน AIGPC เข้าสู่กระบวนการพิจารณารับรองเป็นศูนย์ประเภทที่ 2 ภายใต้การอุปถัมภ์ของ UNESCO (UNESCO Category 2 Centre: C2C) เพื่อยกระดับ AIGPC ให้เป็น Regional Hub ด้าน AI Governance
ที่สนับสนุนการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม” 

ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนความพร้อมของประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ETDA โดยศูนย์ AIGC พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์ทั้งในและต่างประเทศ เตรียมจัดงาน AI Governance Week 2026 (AIGW 2026) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.- 3 ก.ค. 2569 ภายใต้แนวคิด “Connecting the Right Dots: From Global AI Principles to Real-World Practice” โดยตลอด 5 วัน งานนี้จะรวมผู้นำด้าน AI Governance จากไทยและนานาประเทศ ทั้ง Policy Makers, Regulators, Tech Leaders, Researchers และองค์กรระดับนานาชาติ พร้อมเป็นเวทีประกาศความพร้อมของไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางด้าน AI Governance ของภูมิภาค ผ่านบทบาทของ AIGPC ภายในงานจะมีไฮไลต์สำคัญ เช่น AIGPC Annual Conference ที่เปิดภาพอนาคต AI Governance ของภูมิภาค, การเปิดตัว Thailand AI Ethical Impact Assessment Playbook & Toolkits, เวทีด้าน AI Literacy และการใช้ AI อย่างปลอดภัยในภาคการศึกษา, การแลกเปลี่ยนทิศทาง AI Regulation และ AI Responsibility พร้อม Showcase การใช้ AI ผ่าน Use case สำคัญในด้านกระบวนการยุติธรรม พร้อมการจัด AI Red Teaming สนามทดสอบ AI Safety และ LLM Security ระดับประเทศ เป็นต้น 


ดังนั้น ในโลกที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกมิติของชีวิต คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “เราจะพัฒนา AI ให้เก่งขึ้นได้อย่างไร” แต่คือ “เราจะเชื่อมโยงผู้คน องค์ความรู้ นโยบาย และความรับผิดชอบเข้าด้วยกันอย่างไร” เพราะอนาคตของ AI ไม่ได้เกิดจากการมีจุดที่ดีที่สุด แต่เกิดจากการ “Connecting the Right Dots” หรือการเลือกเชื่อมโยงสิ่งที่ถูกต้อง ในเวลาที่เหมาะสม และด้วยวิธีการที่เหมาะสม เพื่อให้ AI ถูกนำไปใช้อย่างมีความรับผิดชอบ ปลอดภัย และสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง - ติดตามรายละเอียดได้ที่เพจ ETDA Thailand 

กรมการท่องเที่ยวขานรับนโยบาย Value over Volume จาก“ปริมาณนักท่องเที่ยว” สู่ “คุณภาพ มูลค่าสูง และความยั่งยืน”


กรมการท่องเที่ยวขานรับนโยบาย Value over Volume จาก“ปริมาณนักท่องเที่ยว” สู่ “คุณภาพ มูลค่าสูง และความยั่งยืน” ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก 

“สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” ขานรับนโยบาย Value over Volume ที่มุ่งปรับบทบาทของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากการให้ความสำคัญกับ “ปริมาณนักท่องเที่ยว” ไปสู่ “คุณภาพ มูลค่าสูง และความยั่งยืน” เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผ่านมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย “ช้างชูงวงเริงร่า”


วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยว จัดพิธีเชิดชูเกียรติผู้ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ห้องกมลทิพย์ ชั้น ๒ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ  หนึ่งในโรงแรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย มาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยว ประเภทโรงแรม โดยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายให้นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดีและมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย แก่ ผู้ประกอบการ โฮมสเตย์ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวที่ผ่านการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยจากกรมการท่องเที่ยว ทั้งประเภทที่พักเพื่อการท่องเที่ยว บริการท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยว ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ แหล่งท่องเที่ยว มาตรฐานการท่องเที่ยวอาเซียน มาตรฐานระหว่างประเทศ และ มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รวมทั้งสิ้น 694 ราย 

กรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการจัดพิธีเชิดชูเกียรติผู้ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปี เพื่อยกย่องผู้ประกอบการ โฮมสเตย์ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จ ผู้ซึ่งผ่านกระบวนการตรวจประเมินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยผ่านการพัฒนาคุณภาพบริการ การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยใช้ Soft Power และการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพื่อให้นักท่องเที่ยว


จากทั่วโลกได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน เป็นเลิศทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับสากลพร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ คุณค่า และมูลค่า ให้เครื่องหมายมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย “ช้างชูงวงเริงร่า” เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวและสาธารณชนทั่วไป ตลอดจนกระตุ้นและเชิญชวนให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมยกระดับห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว มุ่งเน้นการบริหารจัดการและการให้บริการที่ดีมีคุณภาพ สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มและสร้างความยั่งยืนสู่ผู้ประกอบการ มีทั้งสิ้น 56 มาตรฐาน อายุการรับรองมาตรฐาน 3 ปี ครอบคลุมการท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ ทั้งที่พัก สินค้าและบริการท่องเที่ยว

ด้านกิจกรรมท่องเที่ยว ด้านแหล่งท่องเที่ยว และด้านธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ผู้ได้รับการรับรองมาตรฐานได้รับประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการและการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ สร้างรายได้และเกิดความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ช่วยเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการสถานประกอบการท่องเที่ยว ชุมชน โฮมสเตย์ และมัคคุเทศก์ที่ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ด้วยความมั่นใจ คุ้มค่า 

โดยสามารถค้นหาสถานที่และสถานประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย
ผ่านทางเว็ปไซต์ www.dot.go.th และเฟซบุ๊ก Thailand Tourism Standard สำหรับผู้ที่สนใจก้าวเข้าสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2141 3232
และอีเมล dot.tts.certify@gmail.com