21 มีนาคม 2569

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย จัดงาน ‘XPENG VISION NIGHT THAILAND’ เผยแนวคิด‘The Era of Physical AI’ ตอกย้ำผู้นำด้าน AI Mobility


เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ร่วมมือกับ เอ็กซ์เผิง มอเตอร์ส สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดงานแสดงวิสัยทัศน์ ‘XPENG VISION NIGHT THAILAND’ นำเสนอทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมล่าสุดภายใต้หัวข้อ ‘The Era of Physical AI’ พร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยยนตรกรรมใหม่ครั้งแรกของโลก ‘The New XPENG X9’ พวงมาลัยขวา ขับเคลื่อนด้วยพลัง Turing AI Chip อย่างเหนือระดับ

มร. ชู ซง ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอ็กซ์เผิง มอเตอร์ส กล่าวว่า “วันนี้ AI เป็นกลจักรสำคัญในการปฏิวัติโลกดิจิทัลอย่างสิ้นเชิง และเมื่อโลกดิจิทัลกับโลกทางกายภาพมาบรรจบกัน จุดเชื่อมโยงนี้ได้ก่อเกิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่คือ ‘Physical AI’ เอ็กซ์เผิง บูรณาการ AI เข้ากับวัตถุ สิ่งแวดล้อม และการใช้งานจริง เพื่อสร้างประสบการณ์อัจฉริยะที่จับต้องได้ โดยเราได้พัฒนาระบบ Physical AI ขึ้นเองทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่ชิป ระบบปฏิบัติการ ไปจนถึงฮาร์ดแวร์อัจฉริยะ เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI, หุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ และรถบินได้”

มร. ฮวนมา โลเปซ รองประธานฝ่ายการออกแบบ เอ็กซ์เผิง กล่าวว่า “เอเชียเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว เอ็กซ์เผิง จึงมุ่งออกแบบรถยนต์ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่หรูหรา เพื่อรองรับความต้องการของผู้ขับขี่ยุคใหม่ ภายใต้ปรัชญาการออกแบบ ที่เน้นการผสานความงามและฟังก์ชั่นการใช้งานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกเส้นสายและรายละเอียดของรถ สะท้อนนวัตกรรมทางเทคโนโลยี พร้อมมอบประสบการณ์ขับขี่ ที่ทั้งล้ำสมัยและมีอารมณ์ร่วม”


อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีที่หลั่งไหลเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยนับเป็นประเทศที่ยืนอยู่แถวหน้าของนวัตกรรม จากปี 2567 ถึง 2568 เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะทำให้ความฉลาดล้ำและความหรูหราเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ สำหรับปีนี้ งาน XPENG VISION NIGHT THAILAND ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน AI Mobility ผ่านการพัฒนา XPENG Turing AI Chip ภายใต้แนวคิด ‘When Cars Begin to Think’ พร้อมการเปิดตัวครั้งแรกของโลกกับ ‘The New XPENG X9’ พวงมาลัยขวา เต็มเปี่ยมประสิทธิภาพการประมวลผลด้วย Turing AI Chip สะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์สู่ยุค ‘The Era of Physical AI’ ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสภาพอนาคตในจินตนาการของเรา สู่โลกแห่งเทคโนโลยีที่กลายเป็นจริง”

XPENG ‘Turing AI Chip’ พลังสมองประมวลผลเต็มประสิทธิภาพและแม่นยำ ชิปประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานของระบบ AI ในรถยนต์โดยเฉพาะ เปรียบเสมือน ‘สมอง’ ของระบบช่วยขับอัจฉริยะ โดยมาพร้อม 40-Core Processor ที่สามารถทำหลายอย่างพร้อมกัน เปรียบได้กับการมีคนฉลาด 40 คนช่วยกันคิดและประมวลผลข้อมูลในเวลาเดียวกัน ชิปนี้ยังรองรับตัวแปรที่ใช้ในการเรียนรู้และตัดสินใจได้ถึง 30,000 ล้านค่า และมีพลังการประมวลผลสูงถึง 750 TOPS หรือสามารถคิดวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ถึง 750 ล้านล้านครั้งต่อวินาที ทำให้รถสามารถเข้าใจสภาพแวดล้อมและตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดผลกระทบจากสภาพแสงย้อน แสงน้อย หรือแสงจ้า ทำให้ระบบสามารถตรวจจับได้อย่างแม่นยำ คมชัด และไกลขึ้น


เปิดตัว ‘The New XPENG X9’, Ultra-Intelligent 7-Seater


เอ็กซ์เผิง ‘New X9’ โฉมใหม่ของรถตู้ไฟฟ้าทางสปอร์ตที่คล่องตัวและอัจฉริยะที่สุด มาพร้อมการปรับโฉมทั้งภายนอกและภายใน พร้อมยกระดับความหรูหราด้วยการเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานที่เคยอยู่ในรถหรูและเทคโนโลยีให้ล้ำหน้ากว่าเดิม ติดตั้ง Turing AI Chip ที่ให้พลังในการประมวลผล AI (AI Brain Power) แรงขึ้นถึง 3 เท่า รูปลักษณ์ภายนอกยังคงคอนเซ็ปต์ดีไซน์แบบ Starship ล้ำอนาคตสไตล์คูเป้ กันชนด้านหน้าปรับใหม่ มาพร้อมระบบ Active Grille Shutter กระจังหน้าด้านล่างเปิด-ปิดอัตโนมัติ ช่วยลดแรงต้านอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ล้อขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์แบบ Multi-Spoke และ Starlight Floating ที่โลโก้ XPENG จะตั้งตรงอย่างสง่างามอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มฟังก์ชั่นประตูดูดคู่หน้า หรูหราเทียบชั้นรถหรู ภายในปรับดีไซน์แผงประตูให้หรูขึ้นด้วยการใช้วัสดุปิดลำโพงแบบใหม่ และตกแต่งด้วยลายไม้อายูส (Ayous) ครั้งแรกกับ เฮด-อัพ ดิสเพลย์ บนกระจกบังลมหน้า ที่นอกจากแสดงข้อมูลการขับและระบบจำลองภาพภายนอก ยังสามารถแสดงภาพจากกล้องได้อีกด้วย เพิ่มความสุนทรีย์ด้วยลำโพง 27 ตำแหน่ง รวมถึงกล้องภายในห้องโดยสาร นอกจากนี้ทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมเบาะหนัง NAPPA และปรับโครงสร้างเบาะแถวที่สามใหม่ ให้สามารถแบ่งการพับราบแบบ 60:40 ได้ในปุ่มเดียว

ล้ำด้วยแบตเตอรี่แบบ 5C AI Battery Ultra-Fast Charging ขนาดสูงสุด 110 กิโลวัตต์-ชั่วโมง รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 542 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียง 12 นาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสูงสุด 715 กิโลเมตร (NEDC) นับว่าเป็นเอ็มพีวีไฟฟ้าที่ใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด มาพร้อมระบบช่วยเลี้ยวล้อหลังอัจฉริยะ (Active Rear-Wheel Steering System) ด้วยรัศมีวงเลี้ยงแคบเพียง 5.4 เมตร เพิ่มจำนวนถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง และเพิ่มฟังก์ชั่นควบคุมเสถียรภาพของตัวรถเมื่อยางระเบิด The New XPENG X9 มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Premium, Executive และ Luxury AWD เด่นสะดุดตาด้วยสีภายนอกใหม่สองสี คือ Lambent Cyan และ Polar Violet รวมถึงสีภายในใหม่ คือ Cloud Rose Brown แบบทูโทนยกระดับความหรูหรามากขึ้น

นอกเหนือจากการนำเสนอวิสัยทัศน์ ภายใต้กรอบความคิด ‘The Era of Physical AI’ พร้อมด้วยนวัตกรรม ‘Turing AI Chip’ และยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นล่าสุด เอ็กซ์เผิง ‘The New XPENG X9’ ภายในงานยังได้จัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ล้ำสมัย สะท้อนความเป็นเลิศด้านเทคของ เอ็กซ์เผิง ทั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ ‘IRON’ และรถบินได้อีกด้วย

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ‘The New XPENG X9’ ที่โชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทุกสาขา ถึง 5 เมษายนนี้   

ฟรี โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร*

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พรบ. นาน 1 ปี*

ฟรี Wallbox Charger พร้อมติดตั้ง*

ฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน 1 ชุด*

รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*

รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*

บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

สัมผัสรถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะรุ่นล่าสุด ‘The New XPENG X9’ และ ‘New G6’ รวมถึงนวัตกรรมล้ำสมัยของ เอ็กซ์เผิง ได้ที่งานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติ ‘บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47’ ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม-5 เมษายน 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานีและที่โชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทุกสาขาทั่วประเทศ

ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธาน เปิดนิทรรศการภาพวาด “ม้า”


ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธาน เปิดนิทรรศการภาพวาด “ม้า” ต้อนรับปีใหม่ไทย “ปีมะเมีย” โดยศิลปิน ๒ รัชสมัย ที่สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ จีรนันท์ สกุลตั้งไพศาล จันทิมา-ภาวิณี นะวิโรจน์ กมลวัน บุณยัติฐิติ และณัฐภัทร รัตนกนกวัฒน์ ร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน 




โดยมีผู้มีเกียรติหลายท่าน อาทิ อนุตรา เบรค ไทโรน มัคโดนัลด์ ลาวัณย์ฉวี สุจริตานนท์ ดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา และเอิร์ธ สายสว่าง มาร่วมงาน นิทรรศการฯ ของคณะ “ศิลปิน ๒ รัชสมัย” ประกอบด้วย อภิชัย การิกาญจน์ ประพันธ์ หมื่นเผือ วรสุดา ชุมสาย ณ อยุธยา สิปปวิชญ์ พลสิงห์ ศุภสิทธิ์ วงศ์ร่มเงิน สานิต เธียรวรคุณ ชิงชัย อุดมเจริญกิจไมตรี โพธิราช ชนานุช ช่อมาลี นาวี เรืองระเบียบ ธนิตย์ ด้วงดำรงค์ พงษ์พันธ์ เกตุเจริญ   จัดระหว่างวันที่ 20 มีนาคม ถึงวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 9.00 น. ถึง 19.00 น.

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 099 446 4199

19 มีนาคม 2569

เปิดประสบการณ์ผ่อนคลายเหนือระดับที่ เออเบิ้ล โอเอซิส สปา ทองหล่อ


Urban Oasis Spa by The Oasis Spa เป็นอีกหนึ่งจุดหมายของสายสปาที่อยากได้บรรยากาศสงบใจกลางกรุงเทพ

สปา ความงามที่มาจากภายใน เพราะนอกเหนือสปามีบริการขัดสีฉวีวรรณให้กับผิวจากภายนอกแล้ว สปา ยังทำให้สาวๆ รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดปล่อย จนทำให้เกิดความสบายใจตามมาอีกด้วย 

เออเบิ้ล โอเอซิส สปา ทองหล่อ ตั้งอยู่ที่ย่านทองหล่อ 
สถานที่ผ่อนคลายทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

สถานที่ตกแต่งด้วยสไตล์โอเรียนทอล โดดเด่นสะดุดตาด้วยโทนสีดำ-แดง ที่ประกอบด้วยห้องสปาทรีทเมนต์ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย กว่า 14 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และมีบริการรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ พลิดเพลินไปกับประสบการณ์สปากลางเมือง ที่ตกแต่งด้วยสไตล์โอเรียนทอล โดดเด่นสะดุดตาด้วยโทนขาว ดำ แดง ห้องสปาทรีทเมนต์ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่จะช่วยปลอบประโลมระบบประสาทด้วยน้ำมันหอมระเหยสูตรเฉพาะ  Oasis Spa  และเทคนิคการกดจุดอย่างอ่อนโยน ทันทีที่เดินเข้ามาในร้าน จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความอบอุุ่น 2 ชั่วโมงแห่งการพักผ่อนด้วยหลากหลายบริการจากทางร้าน พิเศษด้วยการปรนนิบัติร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าด้วยน้ำมันกลิ่นหอมจากธรรมชาติ







สปาชั้นนำในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความนิยม พาร่างกายไปคลายความเหนื่อยล้าและชาร์จแบตร่างกายให้เต็มที่ โอเอซิสสปาบรรยากาศสวนสวยที่ร่มรื่นซ่อนอยู่ใจกลางเมือง นอกจากโปรแกรมที่ได้ลอง ที่นี่ยังมีหลากหลายเมนูสปาให้เลือกปรนนิบัติ รวมถึงการนวดระดับพรีเมี่ยม ด้วยประสบการณ์ศาสตร์การนวดขั้นสูงจาก Oasis Spa ทั้งนวดแผนโบราญ และทรีทเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ความผ่อนคลาย ที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัส ไม่ว่าสาขาใดของ โอเอซิส สปามั่นใจได้ถึงมาตรฐานและบริการที่เหนือระดับ แต่ละสาขาตกแต่งอย่างสวยงาม หลากหลายเมนูสปาให้เลือกปรนนิบัติ รวมถึงการนวดระดับพรีเมี่ยม ด้วยประสบการณ์ศาสตร์การนวดขั้นสูงจาก Oasis Spa ทั้งนวดแผนโบราญ และทรีทเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่จะช่วยปลอบประโลมระบบประสาทด้วยน้ำมันหอมระเหยสูตรเฉพาะ  Oasis Spa  





𝙆𝙞𝙣𝙜 𝙤𝙛 𝙊𝙖𝙨𝙞𝙨 ศาสตร์การนวดแผนไทย 2 ชั่วโมง การนวดที่เป็นเอกลักษณ์ของโอเอซิสสปา นวดผสมระหว่างนวดแผนไทยและสวีดิช พร้อมประคบด้วยลูกประคบสมุนไพรร้อน และนวดอโรมาเทอราปี ด้วยน้ำมันร้อน เน้นคลายความปวดตึงของกล้ามเนื้อชั้นลึก บรรเทาอาการออฟฟิสซินโดรม คืนสมดุลให้ร่างกาย รักษาสมดุลธาตุในร่างกาย ที่ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีและช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร บรรยากาศในห้องสำหรับสปา สถานที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สวยงาม และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่





นอกจากโปรแกรมที่ได้ลอง ที่นี่ยังมีหลากหลายเมนูสปาให้เลือกปรนนิบัติ รวมถึงการนวดระดับพรีเมี่ยม ด้วยประสบการณ์ศาสตร์การนวดขั้นสูงจาก Oasis Spa ทั้งนวดแผนโบราญ และทรีทเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ความผ่อนคลาย ที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัส ไม่ว่าสาขาใดของ โอเอซิส สปามั่นใจได้ถึงมาตรฐานและบริการที่เหนือระดับ แต่ละสาขาตกแต่งอย่างสวยงาม





เออเบิ้ล โอเอซิส สปา

59 ซอยทองหล่อ 20 (เอกมัย 21) คลองตันเหนือ, วัฒนา, กรุงเทพฯ 10110

Line ID : @oasisspa

Facebook : @OSBangkokUrbanSpa

www.oasisspa.net

เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นโรงแรมใจกลางเมือง

เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นโรงแรมใจกลางเมือง พร้อมศูนย์ประชุมขนาดใหญ่และบริการครบวงจรพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์

“เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น” โรงแรมใจกลางเมืองขอนแก่น พร้อมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะมาถึงด้วยห้องพักทุกระดับ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมต้อนรับกับการประชุม การจัดงานทุกรูปแบบ..รับเทศกาลช่วงหน้าร้อนนี้

โรงแรมฯ ให้บริการห้องพัก และห้องสวีทรวม  293 ห้อง ออกแบบกว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย ภายในห้องพักติดตั้ง ระบบควบคุมอัจฉริยะผ่านหน้าจอสัมผัส ที่สามารถควบคุมแสงสว่าง อุณหภูมิ และบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก พร้อม Smart TV รองรับการสตรีมมิง ระบบ Multimedia Hub มินิบาร์ ตู้นิรภัย และพื้นที่ทำงาน

ด้านอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมมีห้องอาหารและเลานจ์หลากหลายสไตล์ ได้แก่ Pavilion Café ห้องอาหารแบบ All-Day Dining ที่นำเสนอเมนูเอเชียและตะวันตก, Loong Yuen Chinese Restaurant ห้องอาหารจีนต้นตำรับ, Orchid Lobby Lounge เลานจ์สำหรับพบปะทางธุรกิจและจิบชายามบ่าย, Kronen Brauhaus ห้องอาหารสไตล์ยุโรปพร้อมโรงเบียร์ขนาดเล็ก (Microbrewery) และ Baker Basket เบเกอรีฝรั่งเศสที่อบขนมสดใหม่ทุกวัน




นอกจากนี้ โรงแรมยังรองรับการจัดประชุมและงานเลี้ยงขนาดใหญ่ ด้วย Grand Orchid Ballroom ขนาด 1,404 ตารางเมตร รองรับผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุด 1,800 คน พร้อมระบบภาพและเสียงทันสมัย รวมถึงห้องประชุมเพิ่มเติมอีก 10 ห้อง สำหรับการจัดประชุมและสัมมนาในรูปแบบต่าง ๆ

ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมาตรฐานการบริการระดับสากล โรงแรมเฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น จึงพร้อมก้าวขึ้นเป็นแลนด์มาร์กด้านการพักผ่อน การจัดประชุม และการท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่น และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ  Call:043 913 333

Website : www.heritagegrandkhonkaen.com Line : @heritagegrandkkc 

Email: reservation@heritagekhonkaen.com

2 วันปังทะลุเป้า! กรมการท่องเที่ยวโชว์โลเคชันไทยใน FILMART HONG KONG 2026


2 วันปังทะลุเป้า! กรมการท่องเที่ยวโชว์โลเคชันไทยใน FILMART HONG KONG 2026 ดึงกองถ่ายต่างชาติลงทุนกว่า 1,600 ล้านบาท

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมงาน Hong Kong International Film and TV Market (FILMART) 2026 ระหว่างวันที่ 17–20 มีนาคม 2569 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยในฐานะแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติ


ภายในระยะเวลาเพียง 2 วันแรกของการเข้าร่วมงาน (17–18 มีนาคม 2569) ประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ผลิตภาพยนตร์และสื่อบันเทิงระดับนานาชาติ โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่จำนวน 16 ราย จากประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ แสดงความประสงค์จะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 คาดการณ์มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กรมการท่องเที่ยวกำหนดไว้

นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “การเข้าร่วมงาน Filmart Hong Kong 2026 ไม่เพียงเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอศักยภาพการเป็นแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ของประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ แต่ยังเป็นกลไกในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อบันเทิงให้เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำที่มีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และมาตรการส่งเสริมที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ (Incentive Measures) ของรัฐบาลไทย ซึ่งให้สิทธิประโยชน์คืนเงิน (Cash Rebate) สูงสุดถึงร้อยละ 30 ยิ่งสร้างความสนใจจากผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศในครั้งนี้ สะท้อนถึงโอกาสในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการลงทุนและการจ้างงานในประเทศอย่างยั่งยืน”

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเสริมว่า “ผลตอบรับจากการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีอย่างยิ่ง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย และจากการพูดคุยกับผู้ผลิตภาพยนตร์ในงาน พบว่ากระแสการผลิตภาพยนตร์แนวตั้ง (Vertical Content) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน โดยเป็นรูปแบบการผลิตที่ใช้เงินลงทุนไม่สูง แต่สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ชมในยุคดิจิทัลได้ สะท้อนถึงโอกาสใหม่ของประเทศไทยในการพัฒนานโยบายและมาตรการรองรับ เพื่อดึงดูดผู้ผลิตภาพยนตร์ในรูปแบบดังกล่าว ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต”

17 มีนาคม 2569

กรมการท่องเที่ยวผลักดัน 5 บริษัททัวร์ไทยโกอินเตอร์! ยกระดับธุรกิจนำเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้ายกระดับมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวของไทยสู่ระดับสากล ล่าสุดบริษัทนำเที่ยวของประเทศไทยจำนวน 5 แห่ง ได้รับใบประกาศนียบัตร Travelife for Tour Operators ประจำปี 2026 ในงาน Green Destinations Awards และ Travelife Awards Ceremony 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน Internationale Tourismus Borse (ITB) Berlin 2026 ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 โดยมี นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นผู้แทนรับมอบใบประกาศนียบัตรแทนบริษัทนำเที่ยวของไทยทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ บริษัท ฟรายเดย์ ทริป จำกัด Octo Cycling บริษัท พี สมาย ออร์กาไนเซอร์ จำกัด ไทยดรีมทัวร์ และ Tour Indepth by Paree Travel


นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ความสำเร็จของบริษัทนำเที่ยวไทยทั้ง 5 แห่งในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของกรมการท่องเที่ยวในการส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวของไทย ให้สอดคล้องกับแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับสากล โดยกรมการท่องเที่ยวได้พัฒนามาตรฐาน Thailand Good Travel ควบคู่กับการดำเนินงานร่วมกับองค์กรรับรองมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก ได้แก่ Travelife for Tour Operators และ Green Destinations ภายใต้ความร่วมมือ

ในการพัฒนา Joint Award Program เพื่อยกระดับมาตรฐานของประเทศไทยให้สามารถเทียบเคียงกับมาตรฐานสากล ซึ่งสะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการไทยทั้งด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงชุมชนท้องถิ่น และการยกระดับคุณภาพการให้บริการนักท่องเที่ยว อันเป็นผลจากการที่กรมการท่องเที่ยวให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ การให้คำปรึกษา และการพัฒนามาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

กรมการท่องเที่ยวจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ให้มีคุณภาพและมาตรฐานตามแนวทางสากล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในเวทีโลก

ดีป้า เปิดตัวโครงการ OTOD #3 ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล

ยกระดับเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะด้วย 3 เทคโนโลยีจากสตาร์ทอัพไทย

วันที่ 17 มีนาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – ดีป้า ต่อยอดความสำเร็จโครงการ OTOD ซีซัน 2 สู่ OTOD ซีซัน 3 รุกเสิร์ฟ 3 เทคโนโลยี ได้แก่ โดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และบริหารจัดการแปลงอัตโนมัติ พร้อมยกระดับทักษะดิจิทัล และสนับสนุนการประยุกต์ใช้แก่กลุ่มชุมชน เตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ใน 8 จังหวัด เพื่อเปลี่ยนการผ่านทำเกษตรแบบดั้งเดิมสู่ ‘เกษตรอัจฉริยะ’

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดกิจกรรมแถลงข่าวเปิดโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เกษตรกร และกลุ่มชุมชน ร่วมงานโดยพร้อมเพรียง ณ อาคาร ดีป้า (สำนักงานใหญ่) ซอยลาดพร้าว 10 เขตจตุจักร



ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล ดีป้า เปิดเผยว่า โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD) เป็นโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้กลุ่มชุมชนสามารถเข้าถึงและรับการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากดิจิทัลสตาร์ทอัพภาคการเกษตรสัญชาติไทยที่ได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ใน 3 ประเภทเทคโนโลยี ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มชุมชน/เกษตรกร ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และบริหารจัดการแปลงอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงานในแปลงเกษตร ลดต้นทุนด้านแรงงาน ประหยัดเวลา สามารถวางแผน ควบคุม ติดตามผลการเพาะปลูก การดูแลรักษา และการจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

“ดีป้า เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ดีป้า ดำเนินการคัดเลือกดิจิทัสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเข้มข้น ซึ่งเชื่อว่า เทคโนโลยีทั้ง 3 ประเภทจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรอัจฉริยะ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดธุรกิจใหม่ อาชีพใหม่ โดย

การพัฒนาทักษะแก่กลุ่มชุมชน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้ให้บริการบินโดรน ช่างซ่อมโดรนและเครื่องจักรการเกษตรอัตโนมัติ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศตามแนวคิด ‘ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล’ ซึ่ง ดีป้า ประเมินว่าโครงการ OTOD #3 จะช่วยสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท” ดร.ปรีสาร กล่าว



นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีประกาศความร่วมมือในชื่อ Smart Agri Synergy: ผสานเทคโนโลยี ขับเคลื่อนวิถีเกษตรไทย ระหว่าง ดีป้า และหน่วยงานพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนโครงการ ไม่ว่าจะเป็น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สภาเกษตรกรแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มูลนิธิเอสซีจี และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเกษตรดิจิทัลสู่กลุ่มชุมชนและเกษตรกร นอกจากนี้ โครงการ OTOD #3 มีบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ธนาคารออมสิน และบริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ให้การสนับสนุน

ทั้งนี้ โครงการ OTOD #3 จะมีกิจกรรมยกระดับทักษะ และรับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่กลุ่มชุมชนในชื่อ ‘Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day’ ซึ่งจะมีขึ้นใน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี อุบลราชธานี และขอนแก่น โดยกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วยกิจกรรมการยกระดับทักษะเข้มข้นใน 4 หัวข้อคือ เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะ การเสริมทักษะนักสร้างดิจิทัลคอนเทนต์ การเตรียมความพร้อมข้อเสนอเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และชุมชนเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม AgriTech Showcase การจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลจากสตาร์ทอัพภาคการเกษตร พร้อมเปิดพื้นที่การจับคู่ธุรกิจ กิจกรรม d-Community Challenge การเติมทักษะการผลิตคลิปสั้นผ่านการเรียนรู้และลงมือทำ และกิจกรรมไฮไลต์อย่าง Digital Agriculture Pitching Day กิจกรรมประชันไอเดียเพื่อขอรับการส่งเสริม โดยโครงการ OTOD #3 แบ่งการส่งเสริมออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1) ประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้มาตรการ
d-community สำหรับกลุ่มชุมชนที่จดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐ โดยมีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ครัวเรือน มีความพร้อมที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับการสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดยการส่งเสริมและสนับสนุนประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับการส่งเสริม จำนวน 330 ราย โดยจะสนับสนุนไม่เกิน 150,000 บาทต่อราย

2) ประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัล ภายใต้มาตรการ d-startup สำหรับบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนการค้าไม่เกิน 3 ปี มีทักษะช่าง และมีความต้องการเปิดธุรกิจบริการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงเทคโนโลยีทางการเกษตร มีความพร้อมที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับการสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดยการส่งเสริมและสนับสนุนประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับการส่งเสริม 33 ราย สนับสนุนไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ OTOD #3
ได้แล้ววันนี้ – 23 กรกฎาคม 2569 โดยศึกษารายละเอียดของโครงการได้ที่ https://otod3.depa.or.th