24 เมษายน 2569

รวบทัวร์เถื่อนคาสนามบินเชียงใหม่ หลอกขายทัวร์คุนหมิง - ฉงชิ่ง ผู้เสียหาย 31 ราย


นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า วันนี้ (24 เม.ย. 69) เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.
ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคเหนือ กรณีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาจากจังหวัดเชียงราย จำนวน 31 ราย และแจ้งเหตุที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวประจำจุดท่าอากาศยานประจำสนามบินจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากซื้อรายการนำเที่ยว คุนหมิง - ฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 24 - 29 เมษายน 2569 แต่เมื่อถึงเวลาเดินทาง ปรากฏว่าไม่มีตั๋วโดยสารเครื่องบินสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ สำนักงานทะเบียนฯ สาขาภาคเหนือ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว จึงทำการตรวจสอบเอกสารโปรแกรมนำเที่ยวและหลักฐานการชำระเงิน ปรากฏชื่อ นางสาว อ.(นามสมมุติ) หรือ หจก.เอ (นามสมมุติ) เมื่อตรวจสอบจากฐานข้อมูลในระบบ พบว่าไม่เคยได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา "ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต" เป็นความผิดตามมาตรา 15 ประกอบมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว จึงจับกุมนางสาว อ.(นามสมมุติ) และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรภูพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวย้ำนักท่องเที่ยวทุกท่านให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อทัวร์นำเที่ยว เบื้องต้นท่านสามารถตรวจสอบบริษัททัวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ที่เว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว www.dot.go.th เพื่อให้การท่องเที่ยวของท่านราบรื่น เชื่อถือได้ และได้รับการบริการจากทัวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และหากเกิดความเสียหายสามารถรับความคุ้มครองจากกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้

“บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” ตอบโจทย์คนยุคดิจิทัล!


ช่วยดูแลดวงตา ลดอาการตาแห้ง-ล้า-เบลอ ภูมิคุ้มกันและผิวพรรณ แบบขวด 30 เม็ด ราคาพิเศษเพียง 169 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

“ในยุคที่ชีวิตประจำวันเลี่ยงไม่ได้กับการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือเป็นเวลานาน จนเกิดปัญหา 'Digital Eye Strain' หรืออาการตาแห้ง ตาล้า และพร่าเบลอ ‘บีไชน์’ (B-Shine) ส่งตัวช่วยสำคัญ ‘ไบโอ โปร ซี’ (Bio Pro C) วิตามินซีสูตรพิเศษที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องภูมิคุ้มกัน แต่มาพร้อมคุณสมบัติแบบ 3-in-1 ที่เน้นการดูแลถนอมดวงตาควบคู่ไปกับการบำรุงผิวพรรณในหนึ่งเดียว เหมาะสำหรับคนวัยทำงาน นักศึกษา ผู้ที่ใช้สายตาหนัก และผู้สูงอายุ”

“ไบโอ โปร ซี’ วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่ (Bio Pro C Vitamin C 1000 mg. Plus Bilberry)” วิตามินซีสูตรพิเศษนี้ ช่วยลดอาการตาแห้ง-ล้า-เบลอ พร้อมเสริมระบบภูมิคุ้มกันและบำรุงผิวพรรณ มาในรูปแบบขวดพกพาสะดวกขนาด 30 เม็ด โดย บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ได้จัดโปรโมชั่นแรง ช่วยประหยัดส่งท้ายเดือน เหลือเพียง 169 บาท (จากปกติ 189 บาท) และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือ 168 บาท หาซื้อได้ง่ายที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 23 พฤษภาคม 2569 นี้

คัดสรร 7 สารสกัดเข้มข้นใน ‘ไบโอ โปร ซี’ ตัวช่วยสำคัญที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัล ผ่านการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุม ดังนี้

1. ถนอมดวงตาขั้นสุด : ด้วยการทำงานร่วมกันของ สารสกัดบิลเบอร์รี่ (แอนโทไซยานิน 25%) และ วิตามินเอ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นในที่แสงน้อย ลดอาการพร่าเบลอ และเติมความชุ่มชื้นให้ดวงตาจากการจ้องมือถือนานๆ

2. วิตามินซีสูตรอ่อนโยน (Non-Acid) : ใช้แคลเซียม แอสคอร์เบต ซึ่งเป็นวิตามินซีที่ร่างกายดูดซึมได้ดีและคงอยู่ในร่างกายได้นาน โดยไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร เหมาะกับคนวัยทำงานที่อาจมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาหาร หรือทานอาหารไม่ตรงเวลา 

3. ภูมิคุ้มกัน X3 จากธรรมชาติ : รวมพลังความสูงจากผลคามู คามู สกัด (ให้วิตามินซีสูงกว่าเลมอน 103 เท่า!), โรสฮิปส์สกัด และ ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีไปใช้ได้นานขึ้น เสริมเกราะป้องกันหวัดและภูมิแพ้ได้ดีกว่าเดิม

4. ปกป้องผิวจากแสง : เสริมด้วยสารสกัดจากส้มสีแดง (Blood Orange) ที่ช่วยป้องกันผิวจากรังสียูวีและลดการอักเสบของผิว ให้ผิวดูสดใสไม่หมองคล้ำแม้ทำงานหนัก

เพียงรับประทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร  เพื่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จบครบภายในเม็ดเดียว ซึ่งเป็นวิตามินซีที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการดูแลเสริมสุขภาพเป็นประจำทุกวันได้อย่างมั่นใจ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม “บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” ได้ที่เว็บไซต์ https://bshine.co.th/bioproc/, FB : B Shine, Line : @Bshine,  TikTok : bshine.official, IG : bshinenutritionplus

SHEEP เสิร์ฟกลยุทธ์คาแรกเตอร์มาร์เก็ตติ้ง เปิดคอลเลคชั่น Sanrio ปั้นตลาดแก็ดเจ็ตแฟชั่นรับ Gen Z

SHEEP เสิร์ฟกลยุทธ์คาแรกเตอร์มาร์เก็ตติ้ง  เปิดคอลเลคชั่น Sanrio ปั้นตลาดแก็ดเจ็ตแฟชั่นรับ Gen Z พร้อมดึงพลังคู่จิ้น เติ้ล-เฟิร์สวัน  เป็น Collection Presenter    


SHEEPแบรนด์เคสและแก็ดเจ็ตสัญชาติไทย ผู้ผลิตและออกแบบแก็ดเจ็ตที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด  เปิดตัวเคสคอลเลคชั่นพิเศษร่วมกับคาแรกเตอร์ระดับโลกจาก Sanrio ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน “SHEEP SWEET TREAT” ผ่านการออกแบบที่สะท้อนความหวาน 5 สไตล์  นำมาสร้างสีสันบนเคสโทรศัพท์และแก็ดเจ็ต พร้อมดึงพลังคู่จิ้นสุดฮอต เติ้ล -เฟิร์สวัน มาเป็น Collection Presenter พร้อมเคสคอลเลคชั่นล่าสุด  Pompompurin และ  Cinnamoroll เนรมิตพื้นที่กลางลาน M Fashion Hall1 ภายในเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ  ให้กลายเป็นโลกแห่งความหวานที่ทุกคนสามารถเลือกสไตล์ที่เป็นตัวเองได้ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่20–30 เมษายน พร้อมกิจกรรมเปิดตัวในวันที่ 23 เมษายนนี้                      

นายอภินันท์ ตรีรัตน์พิจารณ์ (คุณตุ่ย)  Founder&CEO บริษัท  ชีพ แก็ดเจ็ต จำกัด    กล่าวว่า“คอลเลคชั่น“SHEEP SWEET TREAT” นำมาผูกเข้ากับเอกลักษณ์ของตัวละคร Sanrio ถูกออกแบบให้เป็นซีรีส์ที่แฟน ๆ สามารถติดตามได้อย่างต่อเนื่อง โดยนำ “ความหวาน ในหลากหลายมิติ ในรูปแบบมุมมองที่ต่างออกไปจากเดิม และความหวานไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ผ่านบุคคลิกของคนดังที่มาร่วมเป็นตัวแทนแต่ละสไตล์ผ่านการออกแบบที่สะท้อนความหวาน 5 สไตล์ด้วยกัน นำมาสร้างสีสันบนเคสโทรศัพท์และแกดเจ็ต  เริ่มจาก





• พันธิตา บุญชวน หรือ “พั้นรักแมว”  Flavor 01 : Hello Kitty สะท้อนความน่ารักเปรี้ยวหวานที่ลงตัวและความหวานแบบมีระดับ

• วรัญญ์ เครือบุตร หรือ “ไดม่อน” Flavor 02   :  Pochacco กับสไตล์หวานแบบเท่ สดชื่น และขี้เล่น

• เมธิกา จีรนรภัทร หรือ “เจนเย่”  Flavor 03    :  Little Twin Starsถ่ายทอดความหวานละมุน ชวนฝัน

• วรรณกร เรืองรัตน์ หรือ “เฟิร์สวัน”  Flavor 04 :  Pompompurin กับความหวานอบอุ่น สบายใจ และผ่อนคลายเหมือนถูกโอบกอด

• มติมันท์ ศรีบุญเรือง หรือ “เติ้ล”  Flavor 05 : Cinnamoroll ที่สื่อถึงความสุข ความรื่นเริง และความสดใสราวกับแสงบนท้องฟ้า

การนำคาแรกเตอร์จาก Sanrio มาร่วมสร้างสรรค์คอลเลคชั่นครั้งนี้   เป็นการตอบรับกระแสเรียกร้องจากแฟนคลับที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน Sanrio ยังเป็นคาแรกเตอร์ระดับโลกที่ครองใจคนทุกวัย  โดยก่อนหน้านี้แบรนด์เคยร่วมงานกับ Sanrio มาแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งในปีนี้กระแสมีแนวโน้มเติบโตมากยิ่งขึ้น จากความคุ้นเคยและความผูกพันของแฟนคลับที่มีต่อแบรนด์และตัวคาแรกเตอร์   

โดยคอลเลคชั่นนี้ ออกแบบมารองรับ iPhone รุ่น 11 – 17 และ Samsung Galaxy S23 Ultra – S26 Ultra นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น SHEEP Phone Wallet , SHEEP Phone Grip ,SHEEP  Phone Charm 

นายอภินันท์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้แบรนด์ยังมุ่งเจาะตลาดกลุ่ม Gen Zและ LGBTQIA+ มากขึ้น  ถ่ายทอดแบรนด์ให้เป็นทั้งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ผ่านการถ่ายแฟชั่นเพื่อสื่อสารตัวตนของผู้ใช้ แบรนด์ SHEEP ให้ความสำคัญกับการแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง และเคารพความหลากหลายทางเพศเป็นการเชื่อมโยง     แบรนด์เข้ากับทุกตัวตนและทุกสไตล์” วันนี้SHEEPยังได้เปิดตัว Collection Presenter   คู่ล่าสุด  เติ้ล – มติมันท์ ศรีบุญเรือง และ เฟิร์สวัน – วรรณกร เรืองรัตน์    คู่จิ้นที่แฟนคลับให้การซัพพอร์ตกันอย่างหนาแน่น   ด้วยคาแรกเตอร์โดดเด่นเคมีที่เข้ากัน และมีความสดใสมีเสน่ห์ที่เป็นธรรมชาติ โดยทั้ง2คนร่วมเปิดตัวเคสคอลเลคชั่นล่าสุด  กับลาย  Pompompurin และ Cinnamoroll ที่ใช้เฉพาะกับเคสมือถือ Samsung   


    

นอกจากนั้นภายในงานยังถูกเนรมิตให้เป็นแลนด์มาร์กสายหวานแบบเต็มรูปแบบ กับ 5 โซนถ่ายภาพที่ออกแบบตามคอนเซ็ปต์ความหวานแต่ละสไตล์ ให้แฟน ๆ ได้แช๊ะภาพใกล้ชิดกับคาแรกเตอร์โปรด เพิ่มดีกรีความฟินด้วยการคอลแลปกับ กับร้านชานมชื่อดัง BEARHOUSE ที่นำเครื่องดื่มมารังสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะ มาร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าแบรนด์SHEEPครบ 1,000 บาท จะได้รับเมนูพิเศษที่มีเฉพาะในงานเท่านั้น(มีจำนวนจำกัด) พร้อมคอนเซ็ปต์ “เลือกชานมตามรสชาติความหวานของเคสที่คุณเลือก” ร่วมค้นหา “ความหวานในแบบของคุณ” กับคอลเลคชั่น Sanrio ทั้ง 5 สไตล์ ได้ที่งาน SHEEP SWEET TREAT  ตั้งแต่วันนี้  – 30 เมษายน ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ                    

ปัจจุบันบริษัท ชีพ แก็ดเจ็ด จำกัด มี 11 สาขาด้วยกัน ร้าน SHEEP Flagship Store 3 สาขา ที่ขายเฉพาะสินค้าแบรนด์SHEEP  เซ็นทรัลเวิลด์,เมกะบางนาและฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ร้านAppleSheep 8สาขา ที่ขายสินค้าในรูปแบบ Multi-Store โดยจะมีทั้งสินค้าแบรนด์SHEEP และแบรนด์อื่น ๆให้เลือกซื้อ ซึ่งจะมีทั้งสินค้า Gadget และไลฟ์สไตล์   ได้แก่สาขา เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ,  ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ,แฟชั่นไอแลนด์ , เซ็นทรัลลาดพร้าว , เซ็นทรัลรามอินทรา, เซ็นทรัลเวสต์วิลล์  , เซ็นทรัลขอนแก่น ,เซ็นทรัลหาดใหญ่  หรือติดต่อช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.applesheepth.com, Line: @applesheep,
Facebook: AppleSheep เคส ipadpro มีที่เก็บปากกา, Instagram: applesheepth, Tiktok: applesheepth

23 เมษายน 2569

กรมการท่องเที่ยวพร้อมเครือข่าย บุกจับบริษัททัวร์ย่านราชปรารภ

กรมการท่องเที่ยวพร้อมเครือข่าย บุกจับบริษัททัวร์ย่านราชปรารภ “ไม่ทำประกันภัยนักท่องเที่ยว - ต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย”

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากหัวหน้ากลุ่มตรวจและกำกับธุรกิจนำเที่ยวมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยว กรมการท่องเที่ยว ซึ่งได้ร่วมกับกองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบธุรกิจนำเที่ยว (บริษัททัวร์) ย่านถนนราชปรารภ ตามเบาะแสที่ได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพบว่า ไม่สามารถแสดงเอกสารการจัดทำประกันภัยนักท่องเที่ยว รวมทั้งมีการว่าจ้างบุคคลสัญชาติอินเดียทำงานในบริษัททัวร์ โดยไม่มีใบอนุญาตทำงานในราชอาณาจักร เบื้องต้นเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 กรณีไม่ทำประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะถูกปรับพินัยในอัตราไม่เกิน 500,000 บาท พร้อมทั้งโทษทางปกครองถูกพักใช้ใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน รวมถึงการดำเนินคดีตามกฎหมายจัดหางาน และการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นคนไทยของบริษัท จากนั้นจึงนำตัวส่งสถานีตำรวจนครบาลพญาไท เพื่อดำเนินคดีต่อไป





อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวขอบคุณเครือข่ายเฝ้าระวังการทำทัวร์เถื่อนไกด์เถื่อนที่ได้ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ จนนำไปสู่การเฝ้าสังเกตพฤติการณ์และจับกุมดำเนินคดีได้ในที่สุด กรมการท่องเที่ยวจะดำเนินการอย่างเข้มงวดกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของนักท่องเที่ยวและรักษามาตรฐานวิชาชีพธุรกิจนำเที่ยวของไทยให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างแท้จริง

ดิ อัลเลียม แบงค็อก ชวนสัมผัส Spanish Heritage เสน่ห์อาหารสเปนใน Mediterranean Series

เชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดส จับมือเชฟมานูเอล อลอนโซ จาก Restaurante Casa Manolo ประเทศสเปนร่วมรังสรรค์ค่ำคืนแห่งรสชาติ ในวันที่ 29 เมษายน 2569 นี้

ดิ อัลเลียม แบงค็อก (The Allium Bangkok) เปิดตัว Mediterranean Series คอร์สดินเนอร์สุดพิเศษภายใต้คอนเซ็ปต์ Four-Hands Dining ในวันที่ 29 เมษายน 2569 นี้ ประเดิมครั้งแรกด้วยธีม Spanish Heritage นำโดยเชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ (Clément Hernandez) เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟของห้องอาหาร ดิ อัลเลียม แบงค็อก ร่วมกับเชฟมานูเอล อลอนโซ (Manuel Alonso) เชฟเจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์จากร้าน Restaurante Casa Manolo เมืองไดมุส แคว้นบาเลนเซีย ประเทศสเปน ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารสเปนผ่านมุมมองร่วมสมัย ไล่เรียงรสชาติอย่างมีชั้นเชิง ตั้งแต่โมเดิร์นทาปาส อาหารทะเล เมนูเนื้อสัตว์ ไปจนถึงของหวาน

สำหรับคอร์สดินเนอร์สุดพิเศษภายใต้ Mediterranean Series จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกไตรมาส ที่ ดิ อัลเลียม แบงค็อก โดยเชิญเชฟชั้นนำจากหลากหลายภูมิภาคมาสร้างสรรค์เมนูพิเศษร่วมกับเชฟเคลมองต์ เพื่อนำเสนอรสชาติที่ยึดโยงกับวัตถุดิบเมดิเตอร์เรเนียน ความลึกซึ้งของรสชาติ และความเรียบง่ายอย่างมีระดับ ทุกเมนูนำเสนอในรูปแบบแชร์ริ่ง เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความอร่อย พร้อมสำรวจรสชาติไปด้วยกันในบรรยากาศที่เปี่ยมชีวิตชีวา

เชฟมานูเอล อลอนโซ เป็นที่รู้จักจากแนวทางการทำอาหารที่เน้นอารมณ์และประสาทสัมผัส โดยแต่ละจานถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อปลุกความทรงจำ ถ่ายทอดเรื่องราวของสถานที่ และมอบประสบการณ์ความรู้สึกให้กับผู้รับประทาน ร้าน Casa Manolo ของเขาได้รับการแนะนำใน Michelin Guide ต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ และยังได้รับรางวัล Repsol Suns ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานความเป็นเลิศทางอาหารอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับตอนเปิดตัวของ Mediterranean Series ในครั้งนี้ เมนูถูกสร้างสรรค์โดยผสานเอกลักษณ์อาหารสเปนร่วมสมัยของเชฟอลอนโซ เข้ากับแนวทางการทำอาหารของเชฟเคลมองต์ที่ได้รับอิทธิพลจากพื้นฐานคลาสสิกแบบฝรั่งเศส

เริ่มต้นด้วยเมนูโมเดิร์นทาปาส ตามด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างทูน่าทาร์ทาร์และฟัวกราส์เทอรีน ก่อนต่อด้วย Fideuà เมนูอาหารทะเลพื้นบ้านของสเปน ประกอบด้วยกุ้งลายเสือ ปลาหมึก ปลากะพง และซอสไอโอลี จากนั้นอิ่มอร่อยกับจานหลักที่เสิร์ฟเป็นปาเอญ่าสไตล์บาเลนเซียแบบดั้งเดิมขนาดใหญ่ และปิดท้ายด้วยของหวาน ได้แก่ Turrón de Jijona นูกัตเนื้อนุ่มเสิร์ฟพร้อมไอศกรีม และ Arroz con Leche หรือพุดดิ้งข้าวสไตล์สเปนโรยหน้าด้วยอบเชยSpanish Heritage ให้บริการเฉพาะมื้อค่ำ ในวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. – 21.00 น. ราคา 2,500++ บาทต่อท่าน สำหรับเมนูแชร์ริ่ง 6 คอร์ส รวมเครื่องดื่มต้อนรับ น้ำดื่ม และชา หรือกาแฟ



สมาชิก Marriott Bonvoy รับส่วนลด 10% และสมาชิก Club Marriott รับส่วนลด 20% ดิ อัลเลียม แบงค็อก ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ห้องอาหารและบาร์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากครัวของสเปน ฝรั่งเศสตอนใต้ อิตาลี และกรีซ โดดเด่นด้วยแนวคิด Social Dining ที่ออกแบบประสบการณ์การรับประทานอาหารเพื่อการแบ่งปัน พร้อมเมนูรสชาติสดใหม่ เครื่องดื่มหลากหลาย และบรรยากาศผ่อนคลายมีชีวิตชีวาที่เชื้อเชิญให้ผู้คนมาพบปะสังสรรค์ร่วมกัน

เส้นทางสายอาหารของเชฟมานูเอล อลอนโซ เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2528 เมื่อครอบครัวของเขาก่อตั้งร้าน Casa Manolo บนชายหาดเมืองไดมุส โดยในช่วงแรกเป็นเพียงร้านอาหารเล็ก ๆ ที่นำเสนออาหารทะเลสดจากท้องถิ่น ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาและยกระดับสู่จุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง ที่ได้รับการยอมรับในด้านความประณีตของอาหาร พร้อมยังคงยึดโยงกับรากเหง้าเมดิเตอร์เรเนียนอย่างลึกซึ้ง

สำรองที่นั่งได้ที่
https://athenee.co/MediterraneanSeries 
โทร. 02 650 8800 หรืออีเมล fb.theathenee@luxurycollection.com

พญาไท–เปาโล ผนึก DKSH ประเทศไทย จัดสัมมนา “SMART Influenza Protection for Smart Organization”


ชูแนวคิด Preventive Healthcare รณรงค์วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ เสริมภูมิคุ้มกันองค์กรยุคใหม่

กรุงเทพฯ – เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ร่วมกับ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานเสวนา “SMART Influenza Protection for Smart Organization” เพื่อผลักดันแนวคิด การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) พร้อมรณรงค์การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ (Trivalent Vaccine) ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) มุ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าองค์กรและพันธมิตรธุรกิจประกันชีวิต ในยุคที่การดูแลสุขภาพเชิงรุกกลายเป็นหัวใจสำคัญของความยั่งยืน


ภายใต้บริบทที่ไข้หวัดใหญ่ยังคงเป็นโรคทางเดินหายใจที่พบได้ต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีผู้ป่วยสะสมกว่า 1.1 ล้านรายในปีที่ผ่านมา การป้องกันเชิงรุกจึงกลายเป็น “กลยุทธ์สำคัญ” ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร ผู้เชี่ยวชาญย้ำ “วัคซีนต้องตรงสายพันธุ์ปัจจุบัน”

รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ กล่าวในเวทีเสวนาว่า  “การป้องกันไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และต้องเลือกวัคซีนให้สอดคล้องกับสายพันธุ์ที่กำลังระบาด ไม่ใช่ใช้สูตรเดิม เพราะการให้ความรู้และการฉีดวัคซีนที่เหมาะสม สามารถช่วยลดการแพร่ระบาดได้ถึง 30–60% และลดภาระต่อระบบสาธารณสุขได้อย่างมีนัยสำคัญ”

ทั้งนี้ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ (Trivalent Vaccine) ได้รับการยอมรับว่าเพียงพอและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากบางสายพันธุ์ไม่ได้มีการระบาดในระดับโลกแล้ว เทรนด์สุขภาพใหม่ ‘Healthspan’ สำคัญไม่แพ้ ‘Lifespan’ เพื่อชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

แพทย์หญิงปุณยนุช จงเจริญใจ แพทย์ประจำศูนย์พรีเมียร์ไลฟ์เวลเนสเซ็นเตอร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า “การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพต้องให้ความสำคัญกับ “Healthspan” ควบคู่ “Lifespan” ผ่านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งโภชนาการที่เหมาะสม  การออกกำลังกายสม่ำเสมอ  การนอนหลับที่มีคุณภาพ  และการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมชี้ว่า Lifestyle Medicine และการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว  โดยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนเกิดโรค เพื่อการป้องกันและดูแลสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ถือเป็นหนึ่งดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่เข้าถึงง่ายและมีต้นทุนต่ำที่สุด” 

“บุคลากรสุขภาพดี” คือรากฐานองค์กรยั่งยืนพันโท พญ.กัณฐรัชญ์ จันรุ่งเรือง ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท 2 และพญาไท พหลโยธิน กล่าวเสริมว่า “องค์กรชั้นนำในปัจจุบันให้ความสำคัญกับสุขภาพของบุคลากรมากขึ้น เพราะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและความต่อเนื่องทางธุรกิจ การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันจึงไม่ใช่เพียงสวัสดิการ แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญขององค์กรยุคใหม่”ยกระดับบริการสุขภาพ สู่ประสบการณ์พรีเมียม

ด้าน นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายบริหารการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล เปิดเผยว่า“เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ได้เตรียมความพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ครอบคลุม 12 สาขาและเครือข่ายทั่วประเทศ พร้อมออกแบบ Corporate Wellness Package สำหรับลูกค้าองค์กรและพันธมิตรประกันชีวิต โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางดูแลแบบ Personalized Service ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้พนักงาน แต่ยังช่วยองค์กรลดต้นทุนที่เกิดจากการลาป่วย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว สำหรับกลุ่ม SVIP (Super Very Important Partner) เรายังมีสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมเพื่อสร้างความประทับใจในระยะยาว”

เดินหน้าสร้าง “สังคมภูมิคุ้มกันเชิงรุก”เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยการผลักดันให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงของบุคคล แต่ยังมีส่วนสำคัญในการลดการแพร่ระบาดในระดับสังคม “สุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่การป้องกันเชิงรุก” ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ และโปรแกรมดูแลสุขภาพ ได้ที่ Call Center 1772 หรือเว็บไซต์ www.phyathai.com

22 เมษายน 2569

เอ็ม บี เค ผนึกจังหวัดปทุมธานีและพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ MBK Green Community

ปลูกต้นโกงกาง ลำพู ฟื้นฟูระบบนิเวศ ริมน้ำเจ้าพระยา ณ ริเวอร์เดล มารีน่าบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม จัดโครงการ MBK Green Community สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน โดยร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรภาคเอกชน ปลูกต้นโกงกาง ต้นลำพู เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากคลื่นลมพายุและสร้างสมดุลทางธรรมชาติ ณ ท่าเรือริเวอร์เดล มารีน่า ศูนย์กลางและผู้ให้บริการด้านเรือและกิจกรรมทางน้ำครบวงจรบนลุ่มน้ำเจ้าพระยา



ทางบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และธุรกิจในเครือ นำโดย นายพงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1 สำนักกรรมการผู้อำนวยการ ได้เป็นประธานร่วมกับ นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และ นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี กิจกรรมปลูกต้นโกงกางในโครงการ MBK Green Community สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน โดยมี ผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา MBK CARE ในเครือเอ็ม บี เค ประกอบด้วย นางสาวพุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) นายแสงสูรย์ แสงประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอพเพิล
ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด นางสาวพิมลรัตน์ จิตต์ภาวนาสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมถึง บริษัท เอ็ม บี เค แอสเซท โซลูชั่น จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท กรีน เอเลเมนท์ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค บางกอก กอล์ฟ โฮเต็ล จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค กอล์ฟ แมเนจเม้นท์ จำกัด บริษัท เดอะไนน์ ติวานนท์ จำกัด ตลอดจนหน่วยงานราชการในจังหวัดปทุมธานี ได้แก่ นายภัทริศ คุณกิตติ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี นายอำนาจ สอนหมวก ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย ปลัดจังหวัดปทุมธานี นายภูไทย กมลวารินทร์ ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี พ.ต.ท.เนติ รุ่งฟ้าแสงอรุณ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต และพันธมิตรสำคัญ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) โดย นายสรศักย์ ชยารักษ์ ผู้อำนวยการกลยุทธ์องค์กรและการลงทุน ร่วมกันปลูกต้นโกงกาง และต้นลำพู กว่า 70 ต้น บนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 70 เมตร เพื่อเป็นปราการทางธรรมชาติในการฟื้นฟูระบบนิเวศริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้สมบูรณ์ในการปกป้องหน้าดิน ซึ่งระบบรากของต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดมีความพิเศษที่ยึดเกาะดินได้อย่างแน่นหนา ลดการปะทะกัดเซาะจากคลื่นลมพายุ รวมถึงยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ในการเติบโตซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมยังช่วยดูดซับสารพิษ กรองเศษขยะและสิ่งเจือปนทำให้น้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำมีความสะอาดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในจังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นหลังต่อไป

นายพงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1 สำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำคัญในโครงการ ฯ นี้ว่า “สำหรับโครงการ MBK Green Community สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน ในปีนี้ เรามุ่งเน้นใน 3 วัตถุประสงค์หลัก ประการแรกคือ การปลูกฝังจิตสำนึกและรณรงค์ให้พนักงานในเครือเอ็ม บี เค ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาธรรมชาติอย่างแท้จริง ประการต่อมาคือการตอบรับนโยบาย ESG เพื่อขับเคลื่อนมิติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตอกย้ำในการเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อโลกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 (Net Zero Emissions) และประการสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อเสริมทัศนียภาพให้กับ ริเวอร์เดล มารีน่า) ซึ่งเราตั้งใจยกระดับให้เป็นแลนด์มาร์คสีเขียวที่ให้บริการด้านกิจกรรมทางน้ำอย่างครบวงจรริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งการสร้างระบบนิเวศที่ดีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ แต่ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และสนับสนุนทุกกลุ่มธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค ให้เติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกด้วย”

นายปราโมทย์ เกตุทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออกแบบและปฏิบัติการงานโครงการ บริษัท กรีน เอเลเมนท์ จำกัด จิตอาสาของ MBK CARE เผยความตั้งใจในการขยายพื้นที่สีเขียวภายในโครงการริเวอร์เดล ดิสทริค ว่า “ทางเอ็ม บี เค เริ่มรณรงค์การปลูกต้นไม้ ที่ใช้ในโครงการริเวอร์เดล ดิสทริค ทั้งในพื้นดินและขยายไปบริเวณริมน้ำบริเวณ ริเวอร์เดล มารีน่า ด้วยการปลูกไม้ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น โกงกาง ลำพู เพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง พร้อมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ตัวเล็ก คืนความร่มรื่นและสมดุลให้กับระบบนิเวศริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน และมอบความร่มรื่นให้แก่โครงการฯ ในระยะยาว”




ทางด้าน นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงการปลูกต้นโกงกางและต้นลำพูบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาว่า “การปลูกต้นไม้ทั้ง 2 ชนิด เป็นแนวทางสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของพื้นที่ชายฝั่งแม่น้ำในจังหวัดปทุมธานี อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมวางแผนบูรณาการแนวคิดดังกล่าวเข้าสู่การบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการปลูกและฟื้นฟูพืชท้องถิ่นให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ของปทุมธานี”
ปิดท้ายที่ นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี กล่าวเสริมว่า “ในส่วนของต้นลำพู ที่ปลูกในวันนี้ ยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เนื่องจากเป็นพืชที่เอื้อต่อการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหิ่งห้อย หากมีการดูแลและส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม จะสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชมหิ่งห้อยริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ในอนาคต ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่
กันไป”

#MBK #MBKGreenCommunity #MBKCARE