24 มีนาคม 2569

RIDDARA ยกทัพกระบะพลังงานใหม่ บุกงาน Motor Show 2026


ชวนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมเซอร์ไพรส์ประกาศปรับลดราคารุ่น RD6 สูงสุด 160,000 บาท

กรุงเทพมหานคร (23 มีนาคม 2569) – RIDDARA (ริดดารา) แบรนด์รถกระบะพลังงานใหม่ ยอดขายอันดับ 1 จากประเทศจีน ภายใต้เครือ GEELY AUTO GROUP ประกาศยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำโดย มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยรถกระบะพลังงานใหม่ ที่มีราคาต่ำกว่ารถกระบะที่ใช้น้ำมันทั่วไป ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะเหนือระดับ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความคุ้มค่าที่เหนือกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไปทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างแท้จริง  


มุ่งสู่เป้าหมาย 3,000 คัน และคำมั่นสัญญาต่อตลาดไทย มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ว่า “ความสำเร็จในปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งเรามียอดขายมากกว่า 1,000 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 98% ในประเทศไทย ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ยืนยันให้ลูกค้าชาวไทยเชื่อมั่นในแบรนด์ RIDDARA และ สำหรับปี 2026 นี้ เราตั้งเป้าหมายความท้าทายใหม่ที่ 3,000 คัน  โดยเราจะไม่หยุดเพียงแค่การขายรถ แต่จะมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย โดยปัจจุบันมีเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 15 แห่ง โดยในปีนี้เราตั้งเป้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้ครบ 38 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่เหนือระดับ เพื่อให้คำมั่นสัญญาว่า RIDDARA จะเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ "Dual Strategy": ตอบโจทย์ครอบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์และการทำธุรกิจเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในประเทศไทยอย่างครอบคลุม RIDDARA ได้วางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์แบบคู่ขนาน (Dual Strategy):

RIDDARA RD6 Series (Dual – Purpose Pickups Zone family and lifestyle)  รถกระบะพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์  เพื่อทุกครอบครัวในการใช้ชีวิต : เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้งานในครอบครัวและ การทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ด้วยดีไซน์จาก Peter Horbury (Lotus Design Center) มอบความสบายระดับ SUV และ สมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และ ด้วยราคาคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 869,000 บาท

Performance: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 315 กิโลวัตต์ แรงบิด 595 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แม้บรรทุกหนักก็ยังทรงพลังพร้อมเดินทางไปทุกที่ทุกเส้นทาง 

Full security: ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน อาทิ ICC / ACC / AEB / FCW / LKA / ELKA / LDW / LCA / BSD / DOW / RCT รวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะทั้งแบบแอคทีฟและแพสซีฟ

Capability: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ รองรับการไต่เขาได้ชันถึง 95% บรรทุกได้ 1,030 กก. และลากจูงได้สูงสุด 3 ตัน

Design & Comfort: ออกแบบโดย Peter Horbury จาก Lotus Design Center มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.33 ห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษเพียง 35 เดซิเบล พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวลเทียบเท่ารถ SUV ระดับหรู

Intelligence: ติดตั้งหน้าจออัจฉริยะคู่ และ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา เพื่อทัศนวิสัยที่ปลอดภัย

Fuel vs. Diesel Savings: ด้วยค่าพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลอย่างมาก ผู้ใช้รถกระบะพลังงานใหม่สามารถประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 5,500 บาทต่อเดือน  (สำหรับการใช้งานปกติวันละ 100 กม.) เมื่อเทียบกับการใช้งานรถกระบะน้ำมันดีเซลทั่วไป

RIDDARA ECON Series (Tool & Utility pickups zone trades & professional use)  รถกระบะพลังงานใหม่อเนกประสงค์เพื่อการใช้งาน ตัวช่วยในการทำธุรกิจสำหรับมืออาชีพ ปฏิวัติวงการรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ มุ่งเน้นความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการ  โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท

Efficiency: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 180 kW แรงบิด 309 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9 วินาที ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงถึง 97%

Agility: รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 6.1 เมตร เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งในเมือง

Strong Loading Capacity: รองรับน้ำหนักบรรทุก 1,030 กก. และ ลากจูงสูงสุด 2,500 กก. เทียบเท่ากระบะทั่วไป

Maintenance cost: `ค่าบำรุงรักษาต่ำ เช็คระยะทุกๆ 20,000 กม. ด้วยงบประมาณเข้าเช็คระยะเพียง 1,000 บาท 

การปรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย (Vehicle Customization)

RIDDARA ออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็น "โซลูชัน" สำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ผ่านความสามารถในการปรับแต่งที่ยืดหยุ่น:

Commercial Transportation: สามารถดัดแปลงเป็นรถตู้ขนส่ง มีพื้นที่เก็บของกว้างขวางพิเศษ พร้อมระบบจัดเก็บและจ่ายพลังงานประสิทธิภาพสูง

Drone Operator Work Category: การดัดแปลงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโดรน ผู้ควบคุมโดรนอัจฉริยะเลือกใช้รถกระบะพลังงานใหม่ เพราะมีฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้โดรนได้เป็นอย่างดี

Outdoor Camping Lifestyle: ดัดแปลงเพื่อการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ ตั้งแคมป์ปิ้งนอกสถานที่ เป็นพื้นที่ใช้สอยใหม่เพื่อยกระดับชีวิตครอบครัว

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน

RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA ภายในงาน Motor Show 2026 รับส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท 

RIDDARA RD6  ราคาพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จองในงาน! 

RIDDARA RD6 86kWh 4WD  เหลือเพียง 1,149,000 บาท จาก 1,299,000บาท  (ลด 150,000 บาท)

RIDDARA RD6 86kWh 2WD  เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,159,000 บาท  (ลด 160,000 บาท)

RIDDARA RD6 73kWh 4WD  เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,149,000 บาท  (ลด 150,000 บาท)

RIDDARA RD6 73kWh 2WD  เหลือเพียง 869,000 บาท  จาก 999,000 บาท (ลด 130,000 บาท)

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน

RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน Motor Show ครั้งที่ 47 แยกตามรุ่นดังนี้:

RIDDARA RD6

อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30% 

        สำหรับ RIDDARA RD6 ทุกรุ่นย่อย

แคมเปญจอง 2,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 20,000 บาท รวมเงินจอง

รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ150,000 กม.

รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม. 

ฟรี แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet usage) 2 GB นาน 1 ปี

ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

ฟรี RIDDARA โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง

ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี RIDDARA ECON

อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30% 

         สำหรับ RIDDARA ECON 63 kWh 2WD

รับ RIDDARA Gift package มูลค่า 20,000 บาท* 

แคมเปญจอง 1,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 10,000 บาท รวมเงินจอง

ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี

รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ 150,000 กม.

รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม. 

ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


RIDDARA ผู้เชี่ยวชาญด้านรถกระบะพลังงานใหม่ ได้ร่วมกับ ZEEDA ENERGY ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน และ iGreen+ ผู้เชี่ยวชาญด้านการชาร์จไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะ เพื่อมอบบริการระบบนิเวศการชาร์จที่ครอบคลุม รองรับทุกสถานการณ์การใช้งาน เพื่อประสบการณ์ที่สะดวกสบายและ ไร้กังวลสำหรับผู้ใช้งานทุกคน โดยปัจจุบันมีสถานีชาร์จมากกว่า 300 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งมีสถานีชาร์จบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 60 สถานี

ความร่วมมือการสร้างระบบนิเวศการชาร์จไฟแบบครบวงจร โดยมีผู้บริหารจาก RIDDARA ร่วมกับ ZEEDA ENERGY และ iGreen+ ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี3

ร่วมสัมผัสประสบการณ์  "FUNCTION AS A PICKUP, DRIVE AS AN SUV" และ พิสูจน์ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับได้ที่บูธ RIDDARA ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสสมรรถนะจริงของ RIDDARA RD6 และ RIDDARA ECON สามารถลงทะเบียนดลองขับรถได้ที่บูธ RIDDARA ภายในงานโดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่

Website: http://th.riddara.com

Facebook: Riddara Thailand

RIDDARA ยกทัพกระบะพลังงานใหม่ บุกงาน Motor Show 2026

ชวนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมเซอร์ไพรส์ประกาศปรับลดราคารุ่น RD6 สูงสุด 160,000 บาท

กรุงเทพมหานคร (23 มีนาคม 2569) – RIDDARA (ริดดารา) แบรนด์รถกระบะพลังงานใหม่ ยอดขายอันดับ 1 จากประเทศจีน ภายใต้เครือ GEELY AUTO GROUP ประกาศยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำโดย มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยรถกระบะพลังงานใหม่ ที่มีราคาต่ำกว่ารถกระบะที่ใช้น้ำมันทั่วไป ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะเหนือระดับ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความคุ้มค่าที่เหนือกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไปทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างแท้จริง


มุ่งสู่เป้าหมาย 3,000 คัน และคำมั่นสัญญาต่อตลาดไทย
มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ว่า “ความสำเร็จในปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งเรามียอดขายมากกว่า 1,000 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 98% ในประเทศไทย ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ยืนยันให้ลูกค้าชาวไทยเชื่อมั่นในแบรนด์ RIDDARA และ สำหรับปี 2026 นี้ เราตั้งเป้าหมายความท้าทายใหม่ที่ 3,000 คัน โดยเราจะไม่หยุดเพียงแค่การขายรถ แต่จะมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย โดยปัจจุบันมีเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 15 แห่ง โดยในปีนี้เราตั้งเป้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้ครบ 38 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่เหนือระดับ เพื่อให้คำมั่นสัญญาว่า RIDDARA จะเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ "Dual Strategy": ตอบโจทย์ครอบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์และการทำธุรกิจ
เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในประเทศไทยอย่างครอบคลุม RIDDARA ได้วางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์แบบคู่ขนาน (Dual Strategy):

RIDDARA RD6 Series (Dual – Purpose Pickups Zone family and lifestyle) รถกระบะพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อทุกครอบครัวในการใช้ชีวิต : เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้งานในครอบครัวและ การทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ด้วยดีไซน์จาก Peter Horbury (Lotus Design Center) มอบความสบายระดับ SUV และ สมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และ ด้วยราคาคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 869,000 บาท
Performance: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 315 กิโลวัตต์ แรงบิด 595 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แม้บรรทุกหนักก็ยังทรงพลังพร้อมเดินทางไปทุกที่ทุกเส้นทาง
Full security: ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน อาทิ ICC / ACC / AEB / FCW / LKA / ELKA / LDW / LCA / BSD / DOW / RCT รวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะทั้งแบบแอคทีฟและแพสซีฟ
Capability: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ รองรับการไต่เขาได้ชันถึง 95% บรรทุกได้ 1,030 กก. และลากจูงได้สูงสุด 3 ตัน
Design & Comfort: ออกแบบโดย Peter Horbury จาก Lotus Design Center มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.33 ห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษเพียง 35 เดซิเบล พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวลเทียบเท่ารถ SUV ระดับหรู
Intelligence: ติดตั้งหน้าจออัจฉริยะคู่ และ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา เพื่อทัศนวิสัยที่ปลอดภัย
Fuel vs. Diesel Savings: ด้วยค่าพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลอย่างมาก ผู้ใช้รถกระบะพลังงานใหม่สามารถประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 5,500 บาทต่อเดือน (สำหรับการใช้งานปกติวันละ 100 กม.) เมื่อเทียบกับการใช้งานรถกระบะน้ำมันดีเซลทั่วไป

RIDDARA ECON Series (Tool & Utility pickups zone trades & professional use) รถกระบะพลังงานใหม่อเนกประสงค์เพื่อการใช้งาน ตัวช่วยในการทำธุรกิจสำหรับมืออาชีพ ปฏิวัติวงการรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ มุ่งเน้นความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการ โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท
Efficiency: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 180 kW แรงบิด 309 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9 วินาที ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงถึง 97%
Agility: รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 6.1 เมตร เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งในเมือง
Strong Loading Capacity: รองรับน้ำหนักบรรทุก 1,030 กก. และ ลากจูงสูงสุด 2,500 กก. เทียบเท่ากระบะทั่วไป
Maintenance cost: `ค่าบำรุงรักษาต่ำ เช็คระยะทุกๆ 20,000 กม. ด้วยงบประมาณเข้าเช็คระยะเพียง 1,000 บาท

การปรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย (Vehicle Customization)
RIDDARA ออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็น "โซลูชัน" สำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ผ่านความสามารถในการปรับแต่งที่ยืดหยุ่น:
Commercial Transportation: สามารถดัดแปลงเป็นรถตู้ขนส่ง มีพื้นที่เก็บของกว้างขวางพิเศษ พร้อมระบบจัดเก็บและจ่ายพลังงานประสิทธิภาพสูง
Drone Operator Work Category: การดัดแปลงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโดรน ผู้ควบคุมโดรนอัจฉริยะเลือกใช้รถกระบะพลังงานใหม่ เพราะมีฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้โดรนได้เป็นอย่างดี
Outdoor Camping Lifestyle: ดัดแปลงเพื่อการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ ตั้งแคมป์ปิ้งนอกสถานที่ เป็นพื้นที่ใช้สอยใหม่เพื่อยกระดับชีวิตครอบครัว

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน
RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA ภายในงาน Motor Show 2026 รับส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท
RIDDARA RD6 ราคาพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จองในงาน!
RIDDARA RD6 86kWh 4WD เหลือเพียง 1,149,000 บาท จาก 1,299,000บาท (ลด 150,000 บาท)
RIDDARA RD6 86kWh 2WD เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,159,000 บาท (ลด 160,000 บาท)
RIDDARA RD6 73kWh 4WD เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,149,000 บาท (ลด 150,000 บาท)
RIDDARA RD6 73kWh 2WD เหลือเพียง 869,000 บาท จาก 999,000 บาท (ลด 130,000 บาท)

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน
RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน Motor Show ครั้งที่ 47 แยกตามรุ่นดังนี้:

RIDDARA RD6
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30%
สำหรับ RIDDARA RD6 ทุกรุ่นย่อย
แคมเปญจอง 2,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 20,000 บาท รวมเงินจอง
รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ150,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
ฟรี แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet usage) 2 GB นาน 1 ปี
ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่
ฟรี RIDDARA โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง
ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี RIDDARA ECON
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30%
สำหรับ RIDDARA ECON 63 kWh 2WD
รับ RIDDARA Gift package มูลค่า 20,000 บาท*
แคมเปญจอง 1,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 10,000 บาท รวมเงินจอง
ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี
รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ 150,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

RIDDARA ผู้เชี่ยวชาญด้านรถกระบะพลังงานใหม่ ได้ร่วมกับ ZEEDA ENERGY ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน และ iGreen+ ผู้เชี่ยวชาญด้านการชาร์จไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะ เพื่อมอบบริการระบบนิเวศการชาร์จที่ครอบคลุม รองรับทุกสถานการณ์การใช้งาน เพื่อประสบการณ์ที่สะดวกสบายและ ไร้กังวลสำหรับผู้ใช้งานทุกคน โดยปัจจุบันมีสถานีชาร์จมากกว่า 300 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งมีสถานีชาร์จบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 60 สถานี ความร่วมมือการสร้างระบบนิเวศการชาร์จไฟแบบครบวงจร โดยมีผู้บริหารจาก RIDDARA ร่วมกับ ZEEDA ENERGY และ iGreen+ ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี3

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ "FUNCTION AS A PICKUP, DRIVE AS AN SUV" และ พิสูจน์ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับได้ที่บูธ RIDDARA ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสสมรรถนะจริงของ RIDDARA RD6 และ RIDDARA ECON สามารถลงทะเบียนดลองขับรถได้ที่บูธ RIDDARA ภายในงานโดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่
Website: http://th.riddara.com
Facebook: Riddara Thailand

23 มีนาคม 2569

วิริยะประกันภัย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ นำคณะผู้บริหารระดับสูง เข้าร่วมพิธีถวายปิ่นโตภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดยานนาวา วัดอนงคาราม กรุงเทพมหานคร วัดตาลล้อม วัดนาเขื่อน วัดหนองศรีสงวน จังหวัดชลบุรี และวัดเพชรสมุทร จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมสนับสนุนพัดสปริงและยาดมสมุนไพร เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาร่วมสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

MAXUS ขนทัพไลน์อัปรถตู้ไฟฟ้าสุดล้ำเพื่อการพาณิชย์ ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47


กรุงเทพฯ - 23 มีนาคม 2569 - MAXUS เปิดประสบการณ์สุดยอดยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ซีรีส์ใหม่ล่าสุด สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “eDeliver เพื่อธุรกิจที่สมาร์ทไปอีกขั้น” (eDeliver for Smart Business) โดยจัดแสดงไลน์อัปรถตู้พลังงานไฟฟ้าในซีรีส์ eDeliver ครอบคลุม 4 รุ่น ได้แก่ eDeliver 3, eDeliver 5, eDeliver 7 และ eDeliver 9 เตรียมเจาะตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมโชว์นวัตกรรมรถกระบะพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์รุ่นยอดนิยม eTerron9 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยทั้งในด้านสมรรถนะและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถจองรถล่วงหน้าได้ในงานนี้อีกด้วย

หวัง หยิง ผู้จัดการทั่วไป แม็คซัส ไทยแลนด์ (WANG YING, General Manager of MAXUS THAILAND) กล่าว “MAXUS เป็นแบรนด์ที่มี DNA เชิงพาณิชย์อันโดดเด่นอย่างแท้จริง เราพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์จากจุดเริ่มต้นในทุกขั้นตอน ด้วยความเชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงอย่างเต็มประสิทธิภาพ เราเริ่มขยายตลาดสู่ต่างประเทศตั้งแต่ปี 2011 โดยดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงตลาดมาตรฐานสูงอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส และชิลี ในปี 2568 เราได้ส่งมอบรถเชิงพาณิชย์ไปแล้วกว่า 222,000 คันทั่วโลก”


MAXUS เป็นแบรนด์จากจีนอันดับ 1 ที่มียอดส่งออกสูงสุดในยุโรป 2 กลุ่ม ได้แก่ รถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCV) และรถพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (E-LCV) สำหรับตลาดเอเชีย MAXUS มียอดจำหน่ายมากกว่า 16,000 คันในปี 2568 (ไม่รวมประเทศจีน) ความสำเร็จเหล่านี้ล้วนเป็นผลจากกลยุทธ์การนำเสนอไลน์อัปยานยนต์เพื่อการพาณิชย์อย่างครอบคลุม         “เราพร้อมเดินหน้าพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ทั่วโลก เพื่อสร้างทางเลือกที่ลดต้นทุน ให้สมรรถนะและความปลอดภัยที่เหนือชั้น ตลอดจนสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานแก่โลกธุรกิจยุคใหม่” หวัง หยิง กล่าวเสริม

ทั้งนี้ภายในงาน Bangkok International Motor Show 2026 บริษัทฯ เตรียมเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองรถล่วงหน้า (Pre-booking) ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาด

ในประเทศไทย และเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ ยังมีแผนเปิดโชว์รูมแห่งแรกในประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 นี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ในระยะยาว

ในโอกาสนี้ MAXUS และ EVANTE ดีลเลอร์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ยังประกาศความพร้อมการทำตลาดเต็มไลน์อัพในปี 2569 ซึ่งจะครอบคลุมรุ่น eDeliver 3, eDeliver 5, eDeliver 7 และ eDeliver 9 จากซีรีส์ eDeliver สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “eDeliver เพื่อธุรกิจที่สมาร์ทไปอีกขั้น” (eDeliver for Smart Business) เพื่อตอบรับทิศทางของไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคโลจิสติกส์ไฟฟ้าและธุรกิจที่ต้องการความยั่งยืนมากขึ้น

รถพลังงานไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในซีรีส์ eDeliver ที่จัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ได้แก่

  • eDeliver 5: รถตู้พลังงานไฟฟ้าภายใต้คอนเซ็ปต์ “City-Ready Efficiency” ออกแบบมาเพื่อการใช้งานขนส่งในเขตเมือง มีพื้นที่บรรทุกสูงสุด 8.7 ลบ.ม. และบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 1,265 กก. ให้กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ รองรับได้ทั้งผู้โดยสารและการจัดส่งสินค้า ด้วยระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP 301–335 กม. นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จจาก 20% ไปถึง 80% ภายในเวลาเพียง 36 นาที ทำให้ eDeliver 5 เป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับธุรกิจต่างๆ
  • eDeliver 7: รถตู้พลังงานไฟฟ้าอเนกประสงค์ ชูคอนเซ็ปต์ “Dual-Purpose Versatility Expert” ให้การรองรับได้ทั้งผู้โดยสารและการจัดส่งสินค้าอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยปริมาตรบรรทุกสูงสุด 8.7 ลบ. ม. และน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,200 กก. ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ และระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP ที่ 310-370 กม. ตอบสนองความต้องการในการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมรัศมีการเลี้ยวที่ 6 เมตร ให้ความคล่องตัวอย่างยอดเยี่ยมสำหรับการขับขี่ในเมือง
  • eDeliver 9: รถตู้พลังงานไฟฟ้าอเนกประสงค์ตามคอนเซ็ปต์ “Multi-Scenario Mega Platform” ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลายไปจนถึงแบบสมบุกสมบัน ให้กำลังสูงสุด 170 กิโลวัตต์ ให้ระยะที่ไกลยิ่งขึ้นด้วยระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP ที่ 275-370 กม. และมีปริมาตรบรรทุกสูงสุดถึง 12.3 ลบ. ม. บรรทุกน้ำหนักสูงสุด 1,530 กิโลกรัม และมีความสูงหลังคา 2.7 เมตร พร้อมความยืดหยุ่นที่เหนือชั้นในการปรับเปลี่ยนตัวรถเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะต่างๆ เช่น รถพยาบาล หรือรถตำรวจ สามารถตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างตรงจุด




นอกจากนี้ MAXUS ยังเตรียมเปิดตัว eDeliver 3 สู่ตลาดไทยในฐานะ “Small City-Delivery: Agile Pioneer” เหมาะสำหรับการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ในเขตเมือง ด้วยขนาดความจุ 4.8 ลบ. ม. บรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 1,045 กก. ให้กำลังสูงสุด 118 กิโลวัตต์ และมีรัศมีการเลี้ยวเพียง 5.87เมตร สร้างประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น MAXUS ยังเตรียมโชว์โฉมนวัตกรรมรถกระบะพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์สมรถนะสูง eTerron9 ภายใต้แนวคิด “All-Scenario Versatility Expert” เป็นครั้งแรกในประเทศไทยภายในงานมอเตอร์โชว์ในรอบบุคคลทั่วไป โดยเป็นรถกระบะรุ่นยอดนิยมในตลาดทั่วโลกที่มาพร้อมประสิทธิภาพความปลอดภัยครบครัน ให้ระยะขับขี่ยาวไกลถึง 430 กม. สามารถตอบสนองทุกการใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สัมผัสนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์จากซีรีส์ eDeliver พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ฟลีท และโลจิสติกส์ที่สนใจ สามารถจองรถล่วงหน้าได้แล้วที่บูธ MAXUS หมายเลข M2 อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 นี้  

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ MAXUS CALL CENTER
โทร. 02-700-4199 ระหว่างเวลา 08.00 -18.00 น.

เปิดการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนระดับอาชีพ “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK” รายการใหญ่ระดับโลก



สมาคมบาสเกตบอล-เมกาบางนา-วิคตอรี่ พาร์ทเนอร์ส ร่วมเปิดการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนระดับอาชีพ “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK” รายการใหญ่ระดับโลก โดยมีทีมนานาชาติเข้าร่วมมากถึง 12 ทีม


นายนิพนธ์  ชวลิตมณเฑียร นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย (ที่ 4 จากขวา) เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนรายการใหญ่ระดับโลก  “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK”  โดยมี นายคิโสะ  โทโมฮิสะ รองผู้จัดการฝ่ายความสัมพันธ์นานาชาติ ลีกเซ่พรีเมียร์  โกลบอล (ที่ 3 จากขวา)   คุณวรรณวิมล อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (ที่ 3 จากซ้าย) คุณณิชาภา ชัยยศบูรณะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ด้านสื่อสารกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการตลาด ศูนย์การค้าเมกาบางนา  (ที่ 2 จากซ้าย) และ นายพิทักษ์  สมบัติสถิตย์ (คนแรกซ้าย) กรรมการ บริษัท เอ ทีโอ สปอร์ด จำกัด พร้อมด้วย นายทศวรรษ เตลาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิคตอรี่ พาร์ทเนอร์ส จำกัด และ เจ้าของลิขสิทธิ์รายการ “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK”  ร่วมเปิดการแข่งขัน  โดยประเทศไทยเป็นการแข่งขันสนามที่ 2 มีทีมบาสเกตบอลสามคนชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมถึง 12 ทีม จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และ ไทย  ณ ฟู้ดวอล์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าเมกาบางนา เมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับผู้ชนะในการแข่งขันสนามที่ 2 คือทีม “ชินากาวะ ซิตี้ เอ็กเซ่” ประเทศญี่ปุ่น โดยจะได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่เมืองเซงกัง ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 28-29 มีนาคม 2569 นี้  

ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมและผลการแข่งขันติดตามได้ที่ 
Facebook 3x3.EXE Premier Thailand

22 มีนาคม 2569

ก้าวเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการอันแสนหวานกับ Claire and Her Chocolate Fantasy Afternoon Tea at Café Claire


เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป คาเฟ่ แคลร์ ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมออกเดินทางสู่โลกแห่งความมหัศจรรย์ของช็อกโกแลตกับประสบการณ์ใหม่ล่าสุด “Claire and Her Chocolate Fantasy” Afternoon Tea เซตน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแห่งจินตนาการอันแสนหวานและเสน่ห์อันเย้ายวนของช็อกโกแลต 



ประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้รับการออกแบบเพื่อพาแขกทุกท่านเข้าสู่สวนช็อกโกแลตในโลกแห่งความฝัน ที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือด้านขนมหวาน และความสุขของการค้นพบรสชาติใหม่ ๆ โดยทุกเมนูได้รับการรังสรรค์อย่างประณีตโดยทีมเชฟของ คาเฟ่ แคลร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ทั้งหรูหราและสนุกสนาน พร้อมมอบความประทับใจทั้งด้านรสชาติและความงดงามของการนำเสนอ 



ไฮไลต์ของเซตน้ำชายามบ่ายนี้คือการรวมตัวของขนมหวานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากช็อกโกแลตหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Chocolate Macaron, Milk Chocolate Bar, White Chocolate Mousse, Caramel Waffle Cone, Blueberry Tart และ Chocolate Chip Scone อบสดใหม่ เสริมความพิเศษด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ Magic Drink ที่เพิ่มความสนุกและความมหัศจรรย์ให้กับประสบการณ์ในทุกคำ 

นอกจากนี้ ยังมีเมนูของว่างคาวที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างสมดุลของรสชาติ ได้แก่ Salmon Tartare on Brioche, Shrimp Mousse Croquettes with Pesto Mayonnaise, Mini Chicken Caesar Cone, Mini Mushroom Pork Burger และ Spinach with Lemon Cream Cheese ซึ่งช่วยเติมเต็มความกลมกล่อมให้กับเซตน้ำชายามบ่ายได้อย่างลงตัว |


ทุกเซตเสิร์ฟพร้อม ชา TWG ระดับพรีเมียมหรือกาแฟ เพื่อให้แขกได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และความอร่อยอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับช่วงเวลาพักผ่อนยามบ่าย การเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ หรือการใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญอย่างน่าประทับใจ




เซตน้ำชายามบ่ายสุดพิเศษนี้ให้บริการในราคา 1,690++ บาทต่อเซต สำหรับ 2 ท่าน และสามารถเพิ่ม สโคนพร้อมชา TWG เพิ่มเติมในราคา 350++ บาท เพื่อยกระดับประสบการณ์ความอร่อยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 

ภายในบรรยากาศอันสง่างามของ คาเฟ่ แคลร์ บนถนนวิทยุ ประสบการณ์นี้สะท้อนเอกลักษณ์ของ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ที่ผสมผสานความหรูหรา ความคิดสร้างสรรค์ และการบริการอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างช่วงเวลาอันน่าจดจำสำหรับแขกทุกท่าน

เปิดให้บริการสำหรับบุคคลทั่วไป: ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569

ราคา: 1,699++ บาท ต่อเซต (สำหรับ 2 ท่าน)
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 06:30 – 21:30 น.
เวลาน้ำชายามบ่าย: ทุกวัน เวลา 14:30 – 17:30 น.

สถานที่: โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ 110 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
สำรองที่นั่ง: โทร. +66 2125 9080
อีเมล cafeclaire@oriental-residence.com เว็บไซต์: https://www.cafe-claire.com/


21 มีนาคม 2569

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย จัดงาน ‘XPENG VISION NIGHT THAILAND’ เผยแนวคิด‘The Era of Physical AI’ ตอกย้ำผู้นำด้าน AI Mobility


เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ร่วมมือกับ เอ็กซ์เผิง มอเตอร์ส สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดงานแสดงวิสัยทัศน์ ‘XPENG VISION NIGHT THAILAND’ นำเสนอทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมล่าสุดภายใต้หัวข้อ ‘The Era of Physical AI’ พร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยยนตรกรรมใหม่ครั้งแรกของโลก ‘The New XPENG X9’ พวงมาลัยขวา ขับเคลื่อนด้วยพลัง Turing AI Chip อย่างเหนือระดับ

มร. ชู ซง ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอ็กซ์เผิง มอเตอร์ส กล่าวว่า “วันนี้ AI เป็นกลจักรสำคัญในการปฏิวัติโลกดิจิทัลอย่างสิ้นเชิง และเมื่อโลกดิจิทัลกับโลกทางกายภาพมาบรรจบกัน จุดเชื่อมโยงนี้ได้ก่อเกิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่คือ ‘Physical AI’ เอ็กซ์เผิง บูรณาการ AI เข้ากับวัตถุ สิ่งแวดล้อม และการใช้งานจริง เพื่อสร้างประสบการณ์อัจฉริยะที่จับต้องได้ โดยเราได้พัฒนาระบบ Physical AI ขึ้นเองทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่ชิป ระบบปฏิบัติการ ไปจนถึงฮาร์ดแวร์อัจฉริยะ เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI, หุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ และรถบินได้”

มร. ฮวนมา โลเปซ รองประธานฝ่ายการออกแบบ เอ็กซ์เผิง กล่าวว่า “เอเชียเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว เอ็กซ์เผิง จึงมุ่งออกแบบรถยนต์ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่หรูหรา เพื่อรองรับความต้องการของผู้ขับขี่ยุคใหม่ ภายใต้ปรัชญาการออกแบบ ที่เน้นการผสานความงามและฟังก์ชั่นการใช้งานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกเส้นสายและรายละเอียดของรถ สะท้อนนวัตกรรมทางเทคโนโลยี พร้อมมอบประสบการณ์ขับขี่ ที่ทั้งล้ำสมัยและมีอารมณ์ร่วม”


อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีที่หลั่งไหลเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยนับเป็นประเทศที่ยืนอยู่แถวหน้าของนวัตกรรม จากปี 2567 ถึง 2568 เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะทำให้ความฉลาดล้ำและความหรูหราเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ สำหรับปีนี้ งาน XPENG VISION NIGHT THAILAND ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน AI Mobility ผ่านการพัฒนา XPENG Turing AI Chip ภายใต้แนวคิด ‘When Cars Begin to Think’ พร้อมการเปิดตัวครั้งแรกของโลกกับ ‘The New XPENG X9’ พวงมาลัยขวา เต็มเปี่ยมประสิทธิภาพการประมวลผลด้วย Turing AI Chip สะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์สู่ยุค ‘The Era of Physical AI’ ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสภาพอนาคตในจินตนาการของเรา สู่โลกแห่งเทคโนโลยีที่กลายเป็นจริง”

XPENG ‘Turing AI Chip’ พลังสมองประมวลผลเต็มประสิทธิภาพและแม่นยำ ชิปประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานของระบบ AI ในรถยนต์โดยเฉพาะ เปรียบเสมือน ‘สมอง’ ของระบบช่วยขับอัจฉริยะ โดยมาพร้อม 40-Core Processor ที่สามารถทำหลายอย่างพร้อมกัน เปรียบได้กับการมีคนฉลาด 40 คนช่วยกันคิดและประมวลผลข้อมูลในเวลาเดียวกัน ชิปนี้ยังรองรับตัวแปรที่ใช้ในการเรียนรู้และตัดสินใจได้ถึง 30,000 ล้านค่า และมีพลังการประมวลผลสูงถึง 750 TOPS หรือสามารถคิดวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ถึง 750 ล้านล้านครั้งต่อวินาที ทำให้รถสามารถเข้าใจสภาพแวดล้อมและตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดผลกระทบจากสภาพแสงย้อน แสงน้อย หรือแสงจ้า ทำให้ระบบสามารถตรวจจับได้อย่างแม่นยำ คมชัด และไกลขึ้น


เปิดตัว ‘The New XPENG X9’, Ultra-Intelligent 7-Seater


เอ็กซ์เผิง ‘New X9’ โฉมใหม่ของรถตู้ไฟฟ้าทางสปอร์ตที่คล่องตัวและอัจฉริยะที่สุด มาพร้อมการปรับโฉมทั้งภายนอกและภายใน พร้อมยกระดับความหรูหราด้วยการเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานที่เคยอยู่ในรถหรูและเทคโนโลยีให้ล้ำหน้ากว่าเดิม ติดตั้ง Turing AI Chip ที่ให้พลังในการประมวลผล AI (AI Brain Power) แรงขึ้นถึง 3 เท่า รูปลักษณ์ภายนอกยังคงคอนเซ็ปต์ดีไซน์แบบ Starship ล้ำอนาคตสไตล์คูเป้ กันชนด้านหน้าปรับใหม่ มาพร้อมระบบ Active Grille Shutter กระจังหน้าด้านล่างเปิด-ปิดอัตโนมัติ ช่วยลดแรงต้านอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ล้อขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์แบบ Multi-Spoke และ Starlight Floating ที่โลโก้ XPENG จะตั้งตรงอย่างสง่างามอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มฟังก์ชั่นประตูดูดคู่หน้า หรูหราเทียบชั้นรถหรู ภายในปรับดีไซน์แผงประตูให้หรูขึ้นด้วยการใช้วัสดุปิดลำโพงแบบใหม่ และตกแต่งด้วยลายไม้อายูส (Ayous) ครั้งแรกกับ เฮด-อัพ ดิสเพลย์ บนกระจกบังลมหน้า ที่นอกจากแสดงข้อมูลการขับและระบบจำลองภาพภายนอก ยังสามารถแสดงภาพจากกล้องได้อีกด้วย เพิ่มความสุนทรีย์ด้วยลำโพง 27 ตำแหน่ง รวมถึงกล้องภายในห้องโดยสาร นอกจากนี้ทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมเบาะหนัง NAPPA และปรับโครงสร้างเบาะแถวที่สามใหม่ ให้สามารถแบ่งการพับราบแบบ 60:40 ได้ในปุ่มเดียว

ล้ำด้วยแบตเตอรี่แบบ 5C AI Battery Ultra-Fast Charging ขนาดสูงสุด 110 กิโลวัตต์-ชั่วโมง รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 542 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียง 12 นาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสูงสุด 715 กิโลเมตร (NEDC) นับว่าเป็นเอ็มพีวีไฟฟ้าที่ใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด มาพร้อมระบบช่วยเลี้ยวล้อหลังอัจฉริยะ (Active Rear-Wheel Steering System) ด้วยรัศมีวงเลี้ยงแคบเพียง 5.4 เมตร เพิ่มจำนวนถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง และเพิ่มฟังก์ชั่นควบคุมเสถียรภาพของตัวรถเมื่อยางระเบิด The New XPENG X9 มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Premium, Executive และ Luxury AWD เด่นสะดุดตาด้วยสีภายนอกใหม่สองสี คือ Lambent Cyan และ Polar Violet รวมถึงสีภายในใหม่ คือ Cloud Rose Brown แบบทูโทนยกระดับความหรูหรามากขึ้น

นอกเหนือจากการนำเสนอวิสัยทัศน์ ภายใต้กรอบความคิด ‘The Era of Physical AI’ พร้อมด้วยนวัตกรรม ‘Turing AI Chip’ และยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นล่าสุด เอ็กซ์เผิง ‘The New XPENG X9’ ภายในงานยังได้จัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ล้ำสมัย สะท้อนความเป็นเลิศด้านเทคของ เอ็กซ์เผิง ทั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ ‘IRON’ และรถบินได้อีกด้วย

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ‘The New XPENG X9’ ที่โชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทุกสาขา ถึง 5 เมษายนนี้   

ฟรี โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร*

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พรบ. นาน 1 ปี*

ฟรี Wallbox Charger พร้อมติดตั้ง*

ฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน 1 ชุด*

รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*

รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*

บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

สัมผัสรถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะรุ่นล่าสุด ‘The New XPENG X9’ และ ‘New G6’ รวมถึงนวัตกรรมล้ำสมัยของ เอ็กซ์เผิง ได้ที่งานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติ ‘บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47’ ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม-5 เมษายน 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานีและที่โชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทุกสาขาทั่วประเทศ