22 กันยายน 2569

The Heritage Chiang Rai ชวนสัมผัส “Work & Relax in One Place” เปลี่ยนวันทำงานให้เป็นวันพักผ่อน

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย แอนด์ คอนเวนชั่น ชวนคนทำงานยุคใหม่สัมผัสประสบการณ์ “Work & Relax in One Place” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Workation ที่ผสานการทำงานและการพักผ่อนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายของจังหวัดเชียงราย

เมื่อรูปแบบการทำงานในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น การทำงานจึงไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงในออฟฟิศ The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมออนไลน์ ตอบอีเมล วางแผนงาน หรือใช้เวลาส่วนตัวเพื่อพักผ่อนและเติมพลังให้กับตัวเอง

ด้วยพื้นที่และบรรยากาศที่เอื้อต่อทั้งการทำงานและการพักผ่อน ผู้เข้าพักสามารถจัดสรรช่วงเวลาในแต่ละวันได้อย่างสมดุล ทำงานได้อย่างเต็มที่ พร้อมใช้เวลาว่างสัมผัสบรรยากาศสบาย ๆ ของเชียงรายได้ในทริปเดียวเพราะ Workation ที่ดีไม่ใช่เพียงการ “ทำงานนอกออฟฟิศ” แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน การพักผ่อน และการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด “Work well. Stay well. Live well.”




สัมผัสอีกมุมของการทำงานและการพักผ่อนได้ที่
The Heritage Chiang Rai Hotel and Conventionจังหวัดเชียงราย

สอบถามรายละเอียดและสำรองห้องพัก โทร. 052-055-888
LINE ID: @335tkcsv
www.heritagechiangrai.com

นางฟ้า ณัฐชรัตน์ พลรบ ผู้เข้าสมัครบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 23

ขอแนะนำตัวนะคะ นางฟ้า ลงสมัครบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 23 หนึ่งในนาม" ทีมเคลียร์ ประกันสังคม"   รวม 7 ท่าน

นางฟ้า คือใคร?  นางฟ้า = ผู้ผลักดันสิทธิประโยชน์และสนับสนุนความเท่าเทียมของกลุ่มคนข้ามเพศและ LGBTQ + รวมถึงเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจการบริหารองค์กร ที่มีบทบาทอย่างโดดเด่นไประเทศไทย🇹🇭ทั้งในภาคสังคมและภาคธุรกิจ 

ผลงานทาง สังคม 🇹🇭
Trans leadership shaping the future of business ด้านความหลากหลายทางเพศและการยอมรับความต่างในองค์กร (Inclusivity in Action) ร่วมกับทางสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin)

1 ใน 30 คน ผู้หญิงที่สร้างแรงบันดาลใจ ในการทำงาน โดยที่ เป็น transgender คนเดียว ในเวที Un women  ที่ส่งเสริม Empower Women 2020 🇺🇳 จาก ผู้หญิง หลากหลายอาชีพ 

เป็นตัวแทนภาคธุรกิจร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ UN Women เพื่อสนับสนุนและผลักดันบทบาทสตรีและสิทธิมนุษยชน UN Women ภายใต้โครงการ WeEmpowerAsia และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป (European Union) ณ กรุงเทพมหานคร

เคยเป็น อาจารย์พิเศษ สอนและฝึกอบรม ในสถาบัน ต่างๆระดับประเทศ ด้วยหลักการ ขายคลื่น 4 ลูก ทำไมถึงสมัคร บอร์ดประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน อีกบทบาท บนความตั้งใจของตัวเอง(แม้ครอบครัว คนรอบตัว จะไม่สนับสนุน) แต่คิดเสมอว่า…ถ้าไม่ทำคงจะติดค้างในใจไปอีกนาน

245 เดือนของการเป็นผู้ประกันตน 

40 เดือนของการเป็นนายจ้าง 

ได้รับรู้ถึงการเข้าถึงสิทธิ์ประกันสังคม

ปัญหา ข้อดี ข้อเสีย ประกันสังคม ต้องเดินหน้าต่อไปอย่างมีคุณภาพ ให้เงินทุกบาทของพวกเราใช้ประโยชน์ให้เต็มที่..

เปลี่ยนครั้งนี้เปลี่ยนเพื่อตัวเราเอง

นางฟ้า ประกันสังคมผู้สมัครผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เบอร์ 23 

🎯 เป้าหมายของทีมเคลียร์ฯ คือ "พลิกประกันสังคม สู่หลักประกันชีวิต" เคลียร์ทุกข้อจำกัด 

📅 เลือกตั้งบอร์ดฯ วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนนี้ ไปใช้สิทธิได้เลย (ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า)

🔢 ฝากทีมเคลียร์ฯ ด้วยนะคะ

หมายเลข 15, 17, 18, 19, 20 , 23,(พี่นางฟ้า)  24

📲 ติดตามข่าวสาร ทีมเคลียร์ ประกันสังคม :  https://www.facebook.com/share/195mNKEgu8/

21 กันยายน 2569

4 องค์กรผนึกกำลังพัฒนา “ศูนย์ความเป็นเลิศและนวัตกรรม หุ่นยนต์เวชศาสตร์ฟื้นฟู”


4 องค์กรผนึกกำลังพัฒนา “ศูนย์ความเป็นเลิศและนวัตกรรม หุ่นยนต์เวชศาสตร์ฟื้นฟู” เชื่อมงานวิจัย วิศวกรรม และประสบการณ์ดูแลผู้สูงวัย สู่บริการฟื้นฟูมาตรฐานสูงสำหรับประเทศไทยและนานาชาติ

กรุงเทพมหานคร  21 กันยายน 2569 / คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย บริษัท ซียู เอ็นจิเนียริ่ง เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด (CUEE), บริษัท Haxter Robotics จำกัด,  Nakornthon Long Life Center และ Chersery Home International ประกาศความร่วมมือในการจัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศและนวัตกรรมหุ่นยนต์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและกลุ่มความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหว” เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม การวิจัย เทคโนโลยีหุ่นยนต์ เวชศาสตร์ฟื้นฟู และการดูแลผู้สูงอายุ ยกระดับการเข้าถึงบริการฟื้นฟูที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการของสังคมสูงวัยทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ


ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การออกแบบและทดสอบเทคโนโลยี การประเมินผลเชิงคลินิก ตลอดจนการประยุกต์ใช้จริงในระบบบริการ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย มาตรฐานวิชาชีพ ผลลัพธ์ที่วัดได้ และประสบการณ์ของผู้รับบริการและครอบครัว

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย บริษัท ซียู เอ็นจิเนียริ่ง เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด (CUEE) และบริษัท Haxter Robotics จำกัด จะร่วมเป็นกำลังสำคัญด้านการวิจัย การพัฒนา และการต่อยอดนวัตกรรมหุ่นยนต์และเทคโนโลยีช่วยฟื้นฟู เพื่อให้ผลงานวิชาการและวิศวกรรมสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริง รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมสุขภาพ

Nakornthon Long Life Center จะทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุที่นำนวัตกรรมมาตรฐานสูงเข้ามาให้บริการ ครอบคลุมการประเมิน การรักษา การฟื้นฟู และการดูแลระยะต่อเนื่อง ภายใต้การทำงานของทีมสหวิชาชีพ เพื่อรองรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และผู้ที่มีความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหวจากประเทศไทยและต่างประเทศ

Chersery Home International ในฐานะผู้ร่วมบริหารโครงการและผู้บุกเบิกงานดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทย จะนำประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในการดูแลผู้สูงวัยและผู้ป่วยฟื้นฟู มาประยุกต์ร่วมกับเทคโนโลยีระดับสูง พร้อมพัฒนานวัตกรรมในทุกมิติ ทั้งรูปแบบบริการ กระบวนการดูแล การฟื้นฟู การพัฒนาบุคลากร และเทคโนโลยีสนับสนุน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความสามารถในการดำเนินชีวิต ความมั่นใจ และศักดิ์ศรีของผู้สูงวัย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและผลักดันการสร้างนวัตกรรม โดยมุ่งนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยด้านวิศวกรรมมาต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการและช่วยแก้ไขปัญหาของสังคม อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนคณะฯ สู่การเป็นสถาบันด้านวิศวกรรมศาสตร์ชั้นนำที่ร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรม

ผลงานหุ่นยนต์เวชศาสตร์ฟื้นฟูชิ้นนี้จึงสะท้อนถึงศักยภาพของคณาจารย์ ทีมวิจัย และนิสิตของคณะวิศวฯ ในการเปลี่ยนองค์ความรู้จากงานวิจัยให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะในบริบทของสังคมสูงวัยที่มีความต้องการด้านการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพเพิ่มขึ้น นวัตกรรมดังกล่าวจึงมีส่วนช่วยส่งเสริมการฟื้นฟู การพึ่งพาตนเอง และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยและผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า “Haxter Robotics มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฟื้นฟูที่ออกแบบจากความต้องการจริงของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ ความร่วมมือของทั้งสี่ฝ่ายจะช่วยให้เราทดสอบ เรียนรู้ และต่อยอดนวัตกรรมได้อย่างเป็นระบบ ก่อนขยายประโยชน์สู่ผู้รับบริการในวงกว้าง เป็นการนำความรู้นวัตกรรมระดับสูงสู่ภาคปฏิบัติทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยและสังคมอย่างแท้จริง และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจด้านสาธารณสุขของประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นพันธกิจหลัก และทำให้เกิดความยั่งยืนในสังคมอย่างแท้จริง“

ศาสตราจารย์ ดร.วิบูลย์ แสงวีระพันธุ์ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮ็กซ์เตอร์ โรโบติกส์ จำกัด กล่าวว่า “เราตั้งใจพัฒนา Nakornthon Long Life Center ให้เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและฟื้นฟูสุขภาพที่ผสานมาตรฐานการแพทย์ ความสะดวกสบาย และนวัตกรรมระดับสูง โดยนำหลักการให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์มาใช้ในทุกส่วนของการให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเด่นมีการสนับสนุนบริการทางการแพทย์ระดับสูงจากทางเครือโรงพยาบาลนครธน เพื่อมอบการดูแลที่ครบถ้วนต่อเนื่อง มีคุณภาพในระดับสากลเป็นจุดหมายใหม่ให้แก่สังคมผู้สูงวัยทั่วโลกและตอบโจทย์ผู้สูงวัยทั้งชาวไทยและนานาชาติ” 

ด้าน พญ.ศิเรมอร ทองสิมา กรรมการบริษัทและผู้อำนวยการสายงานแพทย์ บริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) “ตลอดเวลากว่า 10 ปี เราเรียนรู้จากผู้สูงวัยและกว่า 1,000 ครอบครัวว่าการดูแลที่ดีที่สุดต้องเชื่อมความรู้ทางการแพทย์ ความเข้าใจในชีวิต และเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้าด้วยกัน ความร่วมมือครั้งนี้คือก้าวสำคัญในการนำนวัตกรรมจากห้องวิจัยมาประยุกต์ใช้จริง ตามแนวคิด 3A Model: Accessible Affordable Accountable “เข้าถึงได้  จ่ายไม่จน  วัดผลชัด“ เพื่อเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัว ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยอย่างยั่งยืน” เมื่อการให้บริการด้านสุขภาพสามารถผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยนวัตกรรมของคนไทย เราเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งนี้จะทำให้ประเทศไทยสามารถที่จะเป็นผู้นำในการดูแลผู้สูงอายุและการดูแลระยะยาวที่โดดเด่นในเวทีโลกได้”

นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการรพ.ผู้สูงอายุ Chersery Home International เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือ เป็นการร่วมวิจัย พัฒนา ทดสอบ และต่อยอดหุ่นยนต์และเทคโนโลยีเวชศาสตร์ฟื้นฟูให้เหมาะกับผู้ใช้งานจริง พัฒนาแนวทางบริการและโปรแกรมฟื้นฟูที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และประเมินผลลัพธ์ได้ สร้างพื้นที่เรียนรู้และสาธิตนวัตกรรมสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ วิศวกร นักวิจัย และผู้ดูแล สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ข้ามสาขาระหว่างการแพทย์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และการดูแลผู้สูงวัย ผลักดันนวัตกรรมไทยสู่การใช้งานจริงและการขยายผลในประเทศไทย ตลอดจนตลาดสุขภาพระดับนานาชาติก้าวต่อไปของการดูแลผู้สูงวัยด้วยนวัตกรรม

ภายหลังการลงนาม ทั้งสี่องค์กรจะร่วมกำหนดกรอบการพัฒนาโครงการ การวิจัยและทดสอบเทคโนโลยี การพัฒนาโปรแกรมบริการและบุคลากร ตลอดจนการติดตามผลลัพธ์ เพื่อนำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นไปพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างระบบบริการสุขภาพสำหรับสังคมสูงวัย ซึ่งไม่ได้มุ่งเพียงการรักษาความเจ็บป่วย แต่ให้ความสำคัญกับการฟื้นคืนความสามารถ การคงไว้ซึ่งความเป็นอิสระ และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัยและครอบครัว

20 กันยายน 2569

ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026

ททท. นัดรวมพลอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวไทย ในงาน “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani”   เจาะลึกเสน่ห์เที่ยวไทยมุมใหม่ พร้อมชวนสัมผัสมหกรรมพืชสวนโลก เดือนพฤศจิกายนนี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ระหว่างวันที่ 19–22 กันยายน 2569 ณ จังหวัดอุดรธานี นำคณะอินฟลูเอนเซอร์ 69 ราย ร่วมเปิดประสบการณ์และเจาะลึกเสน่ห์อุดรธานี–หนองคาย ผ่านมิติอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต งานคราฟต์ และธรรมชาติ พร้อมพบปะเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ในกิจกรรม Speed Dating และลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2569- มีนาคม 2570 และสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว 3 เส้นทางในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย หวังใช้พลังของอินฟลูเอ็นเซอร์ถ่ายทอดเรื่องราวจากพื้นที่ สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 


นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencers 2026 @Udonthani” ในครั้งนี้ มุ่งสร้างและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง ททท. กับ อินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือระหว่าง Influencer และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โดย ททท. ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในและนอกอุตสาหกรรมภายใต้แนวทาง Partnership 360 องศา เพื่อร่วมกันนำเสนอศักยภาพและสินค้าท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่เชื่อมโยง ตลอดจนประชาสัมพันธ์ความพร้อมของ มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ก่อนเปิดงานในเดือนพฤศจิกายน 2569

โดยอินฟลูเอ็นเซอร์ด้านการท่องเที่ยวถือเป็นพลังสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์จากพื้นที่ไปสู่ผู้คนในวงกว้าง สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านั้นให้กลายเป็นเหตุผลในการออกเดินทาง อันจะช่วยกระตุ้นการเดินทางและกระจายรายได้สู่ชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึงต่อไป

กิจกรรมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “เลาะอุดร” ต่อด้วยเวที “Meet & Share” ในวันที่ 19 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “Awaken Udon: ปั้น Roots สร้าง Reach” พื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่าง ททท. และอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อชวนมองอุดรธานีให้ลึกไปกว่าแหล่งท่องเที่ยว โดยหยิบยกทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับพื้นที่ โดยเวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวเปิดกิจกรรมฯ นางสาวเด่นเดือน เหลืองเช็ง ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ททท. พร้อมด้วยนางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. อุดรธานี และนายสุภกฤต กาแก้วมิตะมาน (เบียร์) ผู้ริเริ่มกลุ่ม “จุ้ม•บ้านเชียง” กลุ่มคนรุ่นใหม่ในจังหวัดอุดรธานีที่รวมตัวกันพัฒนาและออกแบบชุมชนมรดกโลกบ้านเชียงในมุมมองใหม่ ร่วมพูดคุยถ่ายทอดทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนแนวคิดในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างเรื่องราวและประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว 


นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Speed Dating โดยเชิญพันธมิตรภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 25 หน่วยงาน ร่วมพบปะกับอินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์เครือข่าย แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน ทั้งนี้ ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด “Value Over Volume” ที่มุ่งสร้างคุณค่าควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน พร้อมสื่อสารผ่านแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และนำเสนอ “เติมเมืองไทย...ให้ใจได้ฮีล” เป็นหนึ่งใน Key Message สื่อสารภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” ที่มุ่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจและขยายฐานนักท่องเที่ยวไทย ตลอดจนการเปิดตัวคาแรกเตอร์  “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” ภายใต้แนวคิด Character Economy เพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยวในทุกช่วงของการเดินทาง ขณะเดียวกันยังมุ่งยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ผ่านการพัฒนา Signature Destination เชื่อมโยงเครือข่าย UNESCO Thailand Network และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ตลอดจนผลักดันเทศกาลและประเพณีอัตลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ระดับนานาชาติ อาทิ แห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และแห่ดาวคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร 





สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะอินฟลูเอ็นเซอร์จะได้เข้าร่วม Press Tour ณ พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อสัมผัสบรรยากาศและความพร้อมของพื้นที่จัดงาน ตลอดจนร่วมประชาสัมพันธ์มหกรรมพืชสวนโลกฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนเดินทางสำรวจเส้นทางและสินค้าท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย ระหว่างวันที่ 21–22 กันยายน 2569 ผ่าน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ เส้นทางสายอาหารและวิถีลุ่มน้ำโขง เส้นทางวัฒนธรรม มรดกโลก และงานคราฟต์ ครอบคลุมแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงและภูพระบาท และ เส้นทางธรรมชาติและการผจญภัย จากภูพระบาทสู่หมู่บ้านคีรีวงกตและถ้ำดินเพียง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของพื้นที่ผ่านเรื่องราว ผู้คน อัตลักษณ์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย

ททท. เชื่อมั่นว่า การเปิดโอกาสให้ Influencer ได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากพื้นที่ จะช่วยให้สามารถนำเรื่องราวและมุมมองที่เกิดขึ้นจากการเดินทางไปถ่ายทอดต่อในรูปแบบที่เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยขยายการรับรู้ศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในมิติที่หลากหลาย ตอกย้ำศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะ New Destination ที่มีทั้งทุนทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ อาหาร วิถีชีวิต และประสบการณ์ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้ สร้างคุณค่าให้กับท้องถิ่น และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป




อุดรธานี พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก! ททท. เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่องเที่ยว #wefiethailand #toptotravel #Meetthelnfluencer2026
#AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #เลาะอุดร

18 กันยายน 2569

The Coral Lounge คว้า 2 รางวัลระดับโลก สร้างประวัติศาสตร์แบรนด์ไทยบนเวทีโลก


The Coral Lounge คว้า 2 รางวัลระดับโลก จากเวที Skytrax World Airline Awards 2026
คณะผู้บริหาร The Coral Lounge เดินทางไปร่วมงาน 2026 Skytrax World Airline Awards ณ กรุงลอนดอน นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของไทย ที่แบรนด์ห้องรับรองพิเศษสนามบินแบบอิสระสัญชาติไทย สามารถก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จในระดับนี้ บนการจัดอันดับมาตรฐานระดับโลกของ Skytrax ได้เป็นครั้งแรก  พร้อมกับพบปะพูดคุยและเปลี่ยนประสบการณ์กับ Mr.Edward Plaisted - CEO Skytrax

ตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ห้องรับรองพิเศษสนามบินสัญชาติไทยบนเวทีการบินระดับโลก ได้แก่
รางวัล 1 ใน 10 World's Top 10 Best Independent Airport Lounge กับ The Coral Lounge Finest - Cosmo สนามบินสุวรรณภูมิ ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคใหม่

างวัลอันดับที่ 5 Best Independent Airport Lounge Groupให้แก่ The Coral Lounge  
สะท้อนความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ในระดับสากล



หลังได้รับการยอมรับจาก Skytrax ในปีนี้ The Coral Lounge เตรียมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตรฐานบริการในประเทศไทย พร้อมแสวงหาโอกาสขยายธุรกิจไปยังท่าอากาศยานแห่งใหม่ในต่างประเทศ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านการบริการแบบไทย งานออกแบบที่พิถีพิถัน และแนวคิด Luxury through Care เพื่อส่งต่อประสบการณ์ของแบรนด์ไทยสู่นักเดินทางทั่วโลก

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ The Coral Lounge ในการยกระดับมาตรฐานการบริการห้องรับรองพิเศษสนามบิน ภายใต้ปรัชญา Luxury through Care พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติในบทถัดไป 

#thecorallounge #corallounge #skytrax #skytraxworldairlineawards #Airportlounge #toptotravel



Australian Mandarins Now In Season 2026! เริ่มแล้วฤดูกาลสด หวาน ฉ่ำ กับ

"ส้มแมนดารินนำเข้าจากออสเตรเลีย" พร้อมลุยตลาดไทย

กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ส่งออกส้มจากออสเตรเลีย (Queensland Citrus Exporters Group - QCEG) จัดงานสัมมนาต้อนรับฤดูกาลใหม่ให้แก่กลุ่มผู้นำเข้า ห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับส้มแมนดารินคุณภาพเยี่ยม พร้อมเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์และแคมเปญการตลาดใหม่ประจำปี 2026

ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณโอลิเวีย เทต (Ms. Olivia Tait) ผู้บริหารโครงการจากองค์กรส้มแห่งประเทศออสเตรเลีย (Citrus Australia Ltd) และ คุณโดมินิก เจนคินส์ (Mr. Dominic Jenkin) จาก ไอรอนบาร์ค ซีทรัส (Ironbark Citrus) ตัวแทนจากกลุ่มผู้ส่งออก ร่วมกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยตัวแทนผู้ปลูกชั้นนำ อาทิ คุณเจนนี่ ฮัดสัน (Ms. Jenny Hudgson) จาก เพฟโค กรุ๊ป (Favco Group) และ คุณเมแกน แมคโดนัลด์ (Ms. Megan MacDonald) ผู้บริหารจาก เรดลี ซีทรัส (Redlea Citrus) ร่วมแบ่งปันข้อมูลและสร้างความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานระดับโลก นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้ลิ้มลองรสชาติความสดฉ่ำของส้มแมนดารินส่งตรงจาก 11 สวนในโครงการ พร้อมชิมเมนูพิเศษที่สร้างสรรค์จากส้มแมนดารินออสเตรเลียอีกด้วย



คณะผู้แทนจากออสเตรเลียยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมจุดจำหน่ายจริงในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ ท็อปส์ เซ็นทรัล, ดุสิต พาร์ค, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, บิ๊กซี พระราม 4, วิลล่า มาร์เก็ท สาขานางลิ้นจี่ และแม็คโคร สาขาสาทรทำความรู้จัก 5 จุดเด่นและความน่าสนใจของ "ส้มแมนดารินออสเตรเลีย"

ผลไม้เศรษฐกิจระดับโลก : Australian Mandarin ผ่านการพัฒนาและวิจัยมายาวนานจนกลายเป็นหนึ่งในผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของออสเตรเลีย ด้วยมูลค่าการส่งออกหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี

มาตรฐานคุณภาพสูง : เพาะปลูกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ภายใต้มาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและปลอดภัย

เอกลักษณ์ความอร่อย : โดดเด่นด้วยรสชาติหวานฉ่ำ กลมกล่อม เปลือกบาง ปอกง่าย และส่วนใหญ่มีเมล็ดน้อยถึงไม่มีเมล็ด ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

หลากหลายสายพันธุ์ยอดนิยม : มีสายพันธุ์เด่นที่ผลัดเปลี่ยนมาให้ลิ้มลองตลอดฤดูกาล เช่น Royal Honey Murcott (หวานฉ่ำ เปลือกสีส้มเข้ม), Afourer (เปลือกสีส้มแดง ไร้เมล็ด) และ Honey Murcott (หวานเข้มข้น มีกลิ่นหอม)  




สัมผัสความสด หวาน ฉ่ำ ของส้มแมนดารินออสเตรเลียต้อนรับฤดูกาลใหม่ ส่งตรงถึงไทย พร้อมให้คนไทยได้สัมผัสความสดใหม่เหมือนส่งตรงจากสวนออสเตรเลีย ได้แล้ววันนี้ ณ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ (Retail) และช่องทางค้าส่ง (Wholesale) ทั่วประเทศไทย!

ปักหมุด มีนา’70 “NAPA Village Suvarnabhumi” คอมมูนิตี้มอลล์แห่งเดียวในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ


โครงการ “NAPA Village Suvarnabhumi” หรือ นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ คอมมูนิตี้มอลล์แห่งเดียวในเขตท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยบริษัท สุวรรณภูมิ รีเทล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (SRD) เดินหน้าพัฒนาโครงการ เตรียมเปิดให้บริการมีนาคม 2570 นี้ พร้อมเป็นแหล่งกิน เที่ยว พักผ่อน แบบพร้อมสรรพ ให้กับชุมชนคนทำงานภายในท่าอากาศยานฯ                                                                                                                                                                                
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่ได้มีเพียงคนเดินทาง แต่เปรียบได้กับเมืองๆ หนึ่งที่มีคนใช้ชีวิตและ ปฏิบัติงานจำนวนกว่า 60,000 คน และยังมีผู้คนในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งหมู่บ้านและสถานศึกษาทุกระดับ หัวใจหลักของการเปิดโครงการ นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ คือศักยภาพในการรองรับไลฟ์สไตล์ของคนทุกกลุ่มข้างต้น และตั้งเป้าให้นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ เป็นจุดศูนย์กลางการเชื่อมต่อแห่งใหม่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในชุมชนสนามบินสุวรรณภูมิ                                                                                                                                                         
นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ จะเปิดบริการบนพื้นที่ 4,700 ตารางเมตร บริเวณศูนย์ขนส่งสาธารณะ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ศูนย์กลางบริการขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกท่าอากาศยานฯ ในรัศมี 5 นาที จากอาคารผู้โดยสาร เตรียมพร้อมเติมเต็มทุกความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ โดยจะเป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ กว่า 40 ร้าน นำโดยแบรนด์ดังและร้านฮิตติดกระแส อาทิ สุกี้ช้างเผือก สุกี้ในกระแสชื่อดังจากเชียงใหม่ , SOL Coffee, One to Two, Rawmat Coffee, MINI ミニ Oriental Speedbar, Yoguruto, ปังสยาม และ ชาตรามือ รวมถึงแบรนด์นานาชาติ อาทิ ชา Xanzo Handmade Milk Tea  และ Lawson 108 โฉมใหม่ รวมทั้งเอาใจสายออกกำลังกายด้วย Anytime Fitness ฟิตเนสระดับโลกที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 

                                                                                                                                                                       นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ เข้าถึงด้วย Free Shuttle Bus ภายในท่าอากาศยานฯ ถึง 6 สายรวมถึง Express Route ที่วิ่งตรงจากอาคารผู้โดยสารมายังศูนย์ขนส่งสาธารณะ รวมถึงเดินทางถึงสะดวกด้วยรถไทย สมายล์ บัส 9 สายจากทั่วกรุงเทพฯ   อาทิ รังสิต มีนบุรี จตุจักร ท่าอากาศยานดอนเมือง และ ขสมก. และ บขส. รถตู้ ฯลฯ นอกจากนี้ยังอยู่ติดกับสถานีชาร์ต EV สำหรับให้บริการแก่และผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและทั้งผู้ขับขี่แท็กซี่
                                                                                                                                                                        นภาวิลเลจ สุวรรณภูมิ จะเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของ Airport City ที่ไม่เคยหลับใหล มีศักยภาพในการรองรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง อาทิเช่น หน่วยงานราชการ วิทยุการบิน ศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง สถานีตำรวจท่องเที่ยว และพนักงานบริษัทมหาชน บมจ. การบินไทย  บมจ. ท่าอากาศยานไทย   และบริษัทเอกชนต่างๆ ตั้งแต่สำนักงานสายการบิน และบริษัทคาร์โก้ / โลจิสติกส์ภายในท่าอากาศยานมากกว่า 60,000 ชีวิต นอกจากนี้ยังมึนักปั่นผู้มาใช้บริการ Sky Lane Cycling ที่ตั้งอยู่ภายในสนามบินฯกันกว่าวันละกว่า 3,700 คน
                                                                                                                                                                        คอมมูนิตี้มอลล์แห่งนี้สามารถเป็นทั้งแหล่งกิน พักผ่อน ของผู้มารับ-ส่งผู้โดยสารที่ท่าอากาศยาน และเป็นแหล่งแฮงก์เอาต์แห่งใหม่ให้กับผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงหรือบรรดานักศึกษา เนื่องจากทำเลที่ตั้งเชื่อมต่อหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมากในรัศมี 5 กิโลเมตร และเส้นทางลัดหลักระหว่าง เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (Abac) วิทยาเขตสุวรรณภูมิ 
                                                                                                                                                                       สำหรับร้านค้าที่สนใจเช่าพื้นที่หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สามารถติดต่อ Contact Center: 097 159 9988 หรือ Line Official Account: @rightscenario
อีเมล: sales@rightscenario.com