27 พฤษภาคม 2569

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) ดันประเทศไทยขึ้นเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ด้านอาหารทะเลของภูมิภาค

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) ดันประเทศไทยขึ้นเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ด้านอาหารทะเลของภูมิภาค ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดอาหารทะเลที่มีบทบาทสำคัญเชิงกลยุทธ์ของนอร์เวย์ในเอเชีย และเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยจุดแข็งจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับและขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลมากขึ้น ผสานกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐานด้านฟู้ดเซอร์วิสที่ครบวงจร ตลอดจนศักยภาพในการเชื่อมโยงกับตลาดในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากค่าเงินโครนนอร์เวย์ที่แข็งค่าขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลก แต่ประเทศไทยยังคงมีการเติบโตเชิงบวกทั้งในด้านมูลค่าและปริมาณการนำเข้าอาหารทะเลจากนอร์เวย์ ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 มูลค่าการส่งออกอาหารทะเลจากนอร์เวย์มายังประเทศไทยอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท (หรือ 1.288 พันล้านโครนนอร์เวย์) เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยทั้งแซลมอนและฟยอร์ดเทราต์ มีปริมาณการนำเข้ารวมกันอยู่ที่ 11,511 ตัน เพิ่มขึ้น 17% และมีมูลค่าเติบโต 14% ที่น่าสนใจคือ แซลมอนและฟยอร์ดเทราต์ที่นำเข้ามายังประเทศไทย 97% อยู่ในรูปแบบสด สะท้อนความต้องการอาหารทะเลคุณภาพพรีเมียมของผู้บริโภคไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การนำเข้านอร์วีเจียนซาบะมายังประเทศไทยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 6% แต่ปริมาณลดลง 28% จากข้อจำกัดด้านปริมาณสต็อก

นายคริสเตียน เครเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) เปิดเผยว่า “ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงและมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างมากต่ออาหารทะเลนอร์เวย์ในเอเชีย โดยกำลังก้าวจากการเป็นเพียงตลาดผู้บริโภค สู่การมีบทบาทในห่วงโซ่มูลค่าอย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การแปรรูป โซลูชันด้านฟู้ดเซอร์วิส การพัฒนาช่องทางค้าปลีก ไปจนถึงการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พัฒนาการดังกล่าวสอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่มองหาอาหารทะเลคุณภาพพรีเมียมที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้น เรามองเห็นโอกาสการเติบโตในระยะยาวที่มีศักยภาพสูงทั่วทั้งภูมิภาค”

ภายในพาวิลเลียน Seafood from Norway ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 มีผู้ส่งออกอาหารทะเลจากนอร์เวย์กว่า 20 ราย ร่วมจัดแสดงสินค้าอาหารทะเลระดับพรีเมียม นวัตกรรมการแปรรูป และเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสมัยใหม่ พร้อมกันนี้ Seafood from Norway ยังได้แต่งตั้ง เชฟวิลเมนต์ ลีออง ผู้ก่อตั้ง Thailand Culinary Academy เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ในวงการอาหาร กระตุ้นให้ครอบครัวคนรุ่นใหม่หันมาลงทุนกับการเลือกซื้ออาหารทะเลคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน ควบคู่กับการให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการและความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีตั้งแต่เด็ก ๆ


นางสาวโอซฮิลด์ นัคเค่น ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) เปิดเผยว่า “ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแซลมอน ฟยอร์ดเทราต์ และนอร์วีเจียนซาบะ โดยในปีนี้ Seafood from Norway มุ่งต่อยอดโอกาสจากการเติบโตของวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนเมือง ผลักดันให้การบริโภคอาหารทะเลก้าวสู่กระแสหลักในกลุ่มครอบครัวคนไทยรุ่นใหม่ เรามุ่งเชื่อมโยงอาหารทะเลนอร์เวย์เข้ากับแนวคิดด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับพรีเมียม ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งในประเทศไทย เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการบริโภคอาหารทะเลนอร์เวย์ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนความต้องการทั้งในประเทศและในระดับภูมิภาคได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว”

ในประเทศไทย การรับรู้ของผู้บริโภคต่อสัญลักษณ์ Seafood from Norway ที่แสดงถึงแหล่งที่มายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการสื่อสารผ่านแคมเปญการตลาดที่หลากหลาย สำหรับแซลมอนมีการเติบโตที่ชัดเจน จากเดิมที่เป็นเมนูระดับพรีเมียมในร้านอาหารสู่การเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน ครอบคลุมทั้งช่องทางค้าปลีก ร้านอาหาร เดลิเวอรี และการทำอาหารเองที่บ้าน โดยแคมเปญ ‘Salmon Saturday’ มีส่วนช่วยกระตุ้นการบริโภคที่นอกเหนือจากโอกาสพิเศษ ช่วยผลักดันให้แซลมอนกลายมาเป็นเมนูประจำสัปดาห์ ในขณะเดียวกัน นอร์วีเจียนซาบะถูกนำเสนอในฐานะซูเปอร์ฟู้ดระดับพรีเมียมที่เข้าถึงได้ ด้วยราคาที่เหมาะสมและคุณค่าทางโภชนาการสูง เพื่อขยายการเข้าถึงสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง ผ่านแคมเปญ ‘Fish and Firm’ และแคมเปญ ‘Fish Fever’ ที่เตรียมเปิดตัว โดยต่อยอดจากกระแสการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 ของนอร์เวย์เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี พร้อมดึง เออร์ลิง ฮาแลนด์ นักเตะซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Seafood from Norway ทั่วโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญล่าสุดของ Seafood from Norway
สามารถเข้าชมได้ทางเว็บไซต์ Facebook หรือ Instagram


สหฟาร์ม ตอกย้ำศักยภาพผู้นำอาหารไทยบนเวที THAIFEX 2026

ดันยอดส่งออกโต 100% ใน 3 ปี พร้อมต่อยอดธุรกิจอาหาร และประมงสู่ตลาดโลก

บริษัท สหฟาร์ม หรือ Saha Farms หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมอาหารและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่รายใหญ่ของประเทศไทย ร่วมแสดงศักยภาพในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 บูธเลขที่ 1-UU29 โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ ทั้งไก่สด ไก่แปรรูป ไก่ปรุงสุก รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารจากกลุ่มธุรกิจประมง ตอกย้ำศักยภาพอาหารไทยมาตรฐานระดับสากล พร้อมเดินหน้าขยายตลาดส่งออกท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารโลกที่เข้มข้นมากขึ้น


ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจของสหฟาร์มยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด จากปี 2565 บริษัทมียอดส่งออกอยู่ที่ 110,000 ตัน ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 220,000 ตัน ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี หรือเติบโตถึง 100% สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยที่ยังได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน สินค้ากลุ่มไก่ปรุงสุกและไก่แช่แข็งของสหฟาร์มได้รับความสนใจอย่างมากจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ส่งผลให้หลายช่วงมีคำสั่งซื้อเข้ามาเกินกำลังการผลิต ขณะที่ผู้บริโภคทั่วโลกยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร คุณภาพการผลิต และระบบตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง



“วันนี้การแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านราคา แต่เรื่องคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความปลอดภัยทางอาหาร ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก สหฟาร์มจึงเดินหน้าพัฒนาระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสินค้าอาหารไทยสู่มาตรฐานระดับสากล” ดร.จารุวรรณ กล่าว

สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 สหฟาร์มยังคงตั้งเป้าการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศ การเพิ่มมูลค่าสินค้าแปรรูป และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ดร.มนูญศรี โชติเทวัญ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด ยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกรอบนโยบายและทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทในเครืออย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารจัดการด้านการเงิน การกำกับดูแลภายในองค์กร และการพัฒนาทีมผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง

ตลอดปี 2568 ผลประกอบการของสหฟาร์มสะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทสามารถสร้างยอดขาย รายได้ และผลกำไรในระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกต่อคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต และแนวทางการบริหารองค์กรที่มีประสิทธิภาพภายใต้แนวทางการบริหารที่ยึดมั่นในความมั่นคง โปร่งใส และการเติบโตระยะยาว สหฟาร์มยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า ลูกค้า และผู้บริโภคทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

“สหฟาร์มยังคงมุ่งพัฒนาสินค้าอาหารคุณภาพสูง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยทางอาหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันศักยภาพอาหารไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน” ดร.จารุวรรณ กล่าว


นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจประมง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจอาหารที่อยู่ระหว่างการต่อยอดและพัฒนา ภายใต้วิสัยทัศน์ของ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ เจ้าของสหฟาร์ม และได้รับการสานต่อโดย ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดโปรตีนคุณภาพและอาหารแห่งอนาคตในตลาดโลก

โดยเฉพาะ “ปลานิล” ซึ่งถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าศักยภาพใหม่ หลังมองเห็นแนวโน้มความต้องการบริโภคโปรตีนคุณภาพในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในกลุ่มประเทศเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ขณะที่ผลิตภัณฑ์ปลาดุกยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลิตภัณฑ์ปลานิล กลุ่มธุรกิจประมงมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพตั้งแต่กระบวนการเพาะเลี้ยง การคัดสายพันธุ์ และการควบคุมมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ได้เนื้อปลาคุณภาพดี เนื้อแน่น รสชาติดี และได้มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร รองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบปลาสด แช่แข็ง และสินค้าแปรรูปเพิ่มมูลค่า ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับระบบการเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน การควบคุมคุณภาพน้ำ อาหารสัตว์ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคในระดับสากล พร้อมมองโอกาสในการต่อยอดสู่ตลาดพรีเมียมในอนาคต


การเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการตอกย้ำศักยภาพของสหฟาร์มในฐานะผู้ผลิตและส่งออกอาหารคุณภาพระดับสากล พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์ในการต่อยอดธุรกิจอาหารและโปรตีนคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลกต่อไป

26 พฤษภาคม 2569

CP LAND ส่ง ‘bedZ’ รุกตลาดโรงแรมทำเลศักยภาพทั่วไทย


CP LAND ส่ง ‘bedZ’ รุกตลาดโรงแรมทำเลศักยภาพทั่วไทย ผนึกพันธมิตรในเครือสร้าง Value – Per - Experience ครบวงจรกิน-เที่ยว-พัก ประเดิมแห่งแรกที่ชลบุรี

26 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้าขยายธุรกิจ Hospitality เปิดตัว “bedZ” (เบดซ์) โรงแรม Mid-Scale Lifestyle แบรนด์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “Comfy bedZ, Happy GuestZ” ชูกลยุทธ์สร้าง “Value – Per – Experience” เชื่อมโยงประสบการณ์กิน-เที่ยว-พัก ผนึกพันธมิตรในเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านทำเลและคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์อย่าง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านทำเลศักยภาพและคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ เพื่อรองรับการพัฒนาโรงแรมในหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศ ประเดิมแห่งแรก “bedZ Hotel Banbueng” (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) จังหวัดชลบุรี บนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่และกลุ่ม Bleisure ที่มองหาความสะดวกครบจบในจุดเดียว


คุณกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CP LAND กล่าวว่า “การเปิดตัว bedZ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการต่อยอดธุรกิจโรงแรม ด้วยกลยุทธ์ Strategic Synergy ภายในเครือซีพี เพื่อพัฒนา “Value – Per - Experience” ความคุ้มค่าที่ไม่ได้วัดด้วยราคา แต่ด้วยความหมายของทุกประสบการณ์ที่ได้รับ เปลี่ยนเวลาของการเดินทางให้เป็นกำไรของชีวิต ผ่านประสบการณ์การ กิน-เที่ยว-พัก ให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ รีเทล และบริการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพักให้ครบวงจรยิ่งขึ้น”
“ความร่วมมือกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการขยายธุรกิจโรงแรมของ bedZ โดยซีพี แอ็กซ์ตร้าจะเข้ามามีบทบาทในการร่วมแนะนำและคัดเลือกทำเลศักยภาพสูง (The Best Location) สำหรับการพัฒนาโรงแรม เชื่อมต่อกับ แม็คโคร-โลตัส ที่ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยให้ bedZ สามารถพัฒนาโรงแรมในทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต และความสะดวกสบายของผู้เข้าพักและนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังช่วยสร้าง Ecosystem ด้านไลฟ์สไตล์และรีเทลที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร”
“เราเชื่อว่าโมเดลนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของ CP LAND ในการพัฒนา Hospitality Platform ที่สามารถเติบโตต่อยอดไปยังหัวเมืองศักยภาพทั่วประเทศในอนาคต” คุณกีรติ กล่าวเสริม
ด้าน คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND กล่าวว่า “bedZ Hotel Banbueng (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) ถูกพัฒนาขึ้นบนทำเลย่านธุรกิจสำคัญของอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยโรงแรมตั้งอยู่ติดกับ Lotus’s บ้านบึง และใกล้ Makro บ้านบึง ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ภายในระยะเดินถึง สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางและคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้ชีวิต
เป้าหมายของ bedZ คือการสร้างประสบการณ์เข้าพักที่ ‘‘Comfy bedZ, Happy GuestZ’’ พร้อมยกระดับโรงแรมระดับ Mid-Scale ทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมทุกจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ อาทิเช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, แม่สอด, เลย, กาญจนบุรี, เขาใหญ่, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต เป็นต้น
และเมื่อผสานรวมกับประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับ (Quality Sleep) บนเตียงนอนขนาดใหญ่พิเศษ 7 ฟุต พร้อมชุดหมอนหนานุ่มคุณภาพพรีเมียมที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเพื่อส่งมอบความสุขในทุกมิติ รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วย Smart TV ขนาดใหญ่ 55 นิ้วในทุกห้องพัก ที่รองรับความบันเทิงระดับโลก อาทิ Netflix และ YouTube พร้อมระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (High-Speed Wi-Fi) ที่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ นอกจากนี้ห้องน้ำยังได้รับการออกแบบด้วยฟังก์ชันที่ลงตัว แยกสัดส่วนพื้นที่อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักสามารถใช้งานพร้อมกันได้อย่างคล่องตัว

ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางถูกรังสรรค์ให้เป็น Co-working Space สำหรับการทำงานในบรรยากาศผ่อนคลาย รวมถึงคาเฟ่ที่นำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) และวิถีชีวิตชุมชน (Local Lifestyle) ของอำเภอบ้านบึง มาถ่ายทอดและตีความใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ตลอดจนโซนสันทนาการที่มีโต๊ะเกมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เราจึงเชื่อมั่นว่าที่นี่จะเป็นหมุดหมายแห่งใหม่ที่จะส่งมอบความสุขและความอบอุ่นเป็นกันเองให้แก่ผู้มาเยือนทุกท่าน
การขยายตัวอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ bedZ ในการสร้างสรรค์มาตรฐานใหม่ของธุรกิจโรงแรม ที่ผสานรวมความสะดวกสบายด้านการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์เข้ากับการพักผ่อนได้อย่างลงตัว โดยมีกำหนดการทยอยเปิดตัวความร่วมมือในแต่ละพื้นที่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นเครือข่ายโรงแรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าพักในทุกมิติอย่างแท้จริง

25 พฤษภาคม 2569

กรมการท่องเที่ยวเผยกองถ่ายต่างชาติจากเทศกาลหนังเมืองคานส์

แห่สนใจลงทุนถ่ายทำในไทยกว่า 3.3 พันล้านบาท

กรมการท่องเที่ยวสรุปผลความสำเร็จจากการเข้าร่วมออกคูหาในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ณ คูหาประเทศไทย ภายใน International Village เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 12 – 20 พฤษภาคม 2569 สามารถดึงดูดผู้ผลิตภาพยนตร์และกองถ่ายต่างประเทศจากทั่วโลกให้ความสนใจเข้ามาลงทุนถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย คาดการณ์มูลค่าการลงทุนกว่า 3,380 ล้านบาท
การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ กรมการท่องเที่ยวมุ่งประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก ทั้งด้านความหลากหลายของสถานที่ถ่ายทำที่สามารถดัดแปลงเป็นฉากในประเทศต่าง ๆ ได้ทั่วโลก ความพร้อมของทีมงานมืออาชีพ สตูดิโอถ่ายทำที่ได้มาตรฐานสากล ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย หรือ Cash Rebate สูงสุด 30% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดกองถ่ายจากนานาประเทศให้เข้ามาถ่ายทำในไทยอย่างต่อเนื่อง



ตลอดระยะเวลาการจัดงาน มีผู้ผลิตและผู้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่ จำนวน 18 ราย จากฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา บราซิล บัลแกเรีย เดนมาร์ก เยอรมนี อิสราเอล อินเดีย นิวซีแลนด์ อิตาลี สหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงความสนใจเข้ามาลงทุนถ่ายทำในประเทศไทย คาดการณ์มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 3,380 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการจ้างงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของประเทศไทย
นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปีนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตาผู้ผลิตภาพยนตร์ระดับโลก โดยประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากผู้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศ ทั้งด้านสถานที่ถ่ายทำ บุคลากรที่มีคุณภาพ ระบบการอำนวยความสะดวก และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งกรมการท่องเที่ยวพร้อมผลักดันและอำนวยความสะดวกให้กองถ่ายต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศอย่างยั่งยืน




นอกจากนี้ กรมการท่องเที่ยวยังได้จัดกิจกรรมสำคัญภายในคูหาประเทศไทย ได้แก่ งานแถลงความพร้อมการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย “Thailand Filming Paradise Reception” และกิจกรรม “Thailand Happy Hour” เพื่อสร้างเครือข่ายและดึงดูดผู้ผลิตภาพยนตร์จากนานาประเทศให้เข้ามาสอบถามข้อมูลและเจรจาทางธุรกิจด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ในปีนี้ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้บูรณาการความร่วมมือร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อร่วมกันส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม

4 องค์กรหลัก ผสานความร่วมมือ หนุนท่องเที่ยวเมืองประวัติศาสตร์ “สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร”


จังหวัดสุโขทัย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท.) สำนักงานสุโขทัย กำแพงเพชร องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( อพท.) สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร และชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ( ช.ส.ท. ) จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้โครงการ “สุขทันที...




ที่เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร” ระหว่างวันที่ 19 - 22 พฤษภาคม 2569  นำสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยววัยเก๋ากว่าห้าสิบชีวิตลงพื้นที่ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน พร้อมส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองมรดกโลกและเมืองน่าเที่ยวของภาคเหนือตอนล่าง กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างการรับรู้ถึงเสน่ห์ของเมือง ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน 

นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า ภาพรวมเชิงนโยบายของจังหวัดสุโขทัย ทางด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว จังหวัดสุโขทัยทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีนโยบายในการพัฒนาจังหวัดโดยมุ่งไปสู่คำที่เรียกว่า “สุโข สุขี ที่สุโขทัย” ส่วนหนึ่งที่เป็นนโยบายสำคัญคือเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยว จังหวัดสุโขทัยมีเอกลักษณ์ ประเพณีที่โดดเด่น มีศิลปะ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าค้นหา 

นโยบายสำคัญเรื่องหนึ่งคือ การสืบสาน รักษา ต่อยอด ความเป็นมรดกโลก เพื่อสร้างอาชีพ สร้าง คุณค่าและสร้างรายได้ให้กับคนที่นี่ วันนี้หน่วยงานที่จะเป็นกำลังหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย เรามีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย ผู้จัดการอพท. สุโขทัย มาผนึกกำลังกัน รวมทั้งการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ร่วมกันในการบูรณาการในการส่งเสริมกิจกรรม  





ในส่วนของจังหวัดไม่อยากให้จังหวัดสุโขทัยมีแค่การท่องเที่ยวลอยกระทงอย่างเดียว อยากให้มีกิจกรรมตลอดปี ท่านผู้ว่าฯ ก็ได้สนับสนุนให้แต่ละอำเภอมีกิจกรรมให้มากที่สุด นโยบายอย่างหนึ่งคือ ทุกอำเภอต้องไปหางานดี งานอีเวนท์ที่เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละอำเภอ  ตรงนี้สอดคล้องกับนโยบายของกรมการปกครอง ที่ให้แต่ละอำเภอทำโครงการนายอำเภอพาเที่ยว เป็นภาพในการดำเนินการเชิงนโยบาย ส่วนของกิจกรรมก็อยากให้เกิดทุกช่วง แม้หน้าฝนเอง เดือนนี้ก็มีสองกิจกรรม วันที่ 7 มิถุนายนจะมีการวิ่งเทรลครั้งที่ 3 ที่ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เมืองมรดกโลก และวันที่ 11  มิถุนายนเป็นการเปิดเขาหลวง 

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย กำแพงเพชร (ททท.)เปิดเผยว่า ในส่วนของททท.เอง ดูแลด้านการตลาดส่งเสริมการท่องเที่ยว ไม่ว่าตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือชาวต่างชาติ จะเห็นว่าจังหวัดสุโขทัยมีความน่าสนใจ เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยว และมีนักท่องเที่ยวมาเยือนตลอดทั้งปี มีนักท่องเที่ยวล้านกว่าคน สร้างรายได้ให้กับจังหวัดจำนวนมาก ดังนั้นจังหวัดสุโขทัยทั้งเก้าอำเภอ มีแหล่งท่องเที่ยวและทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ทั้งอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีมาตรฐาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถนำเสนอขายกับนักท่องเที่ยวได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 

พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( อพท. ) เปิดเผยว่า อพท.ประกาศพื้นที่นี้เป็นพื้นที่พิเศษที่ทำงานตั้งแต่ต้นน้ำกับกลางน้ำ อพท. ไปเตรียมศักยภาพชุมชนโดยผ่านเครื่องมือที่เป็นรางวัลต่าง ๆ 





ที่ทำประสบความสำเร็จมาแล้วคือ การขับเคลื่อนเมืองสุโขทัยจากเมืองมรดกโลก มรดกความทรงจำ จนได้รับรางวัลเมืองสร้างสรรค์ ทางด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน นับเป็นหนึ่งในเก้าเมืองของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลจากยูเนสโก นอกจากนี้เราต่อยอดเมืองที่เรียกว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านการเสนอเข้ารับเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ของโลก หรือ Learning City  

รางวัลต่างๆ เป็นตัวชี้วัดในการพัฒนาท้องถิ่นหรือเป็นเข็มทิศในการพัฒนาเมืองของเรา ผ่านมิติของการทำการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวที่สำคัญคือการทำท่องเที่ยวแบบยั่งยืน สิ่งที่เกิดขึ้นในสุโขทัย เกิดขึ้นจากแรงบันดาลไทย หรือแรงบันดาลใจของความเป็นคนสุโขทัย พร้อมยินดีต้อนรับในฐานะเป็นเจ้าบ้านที่ดี

นางวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ( ช.ส.ท. ) กล่าวว่า  หน้าที่ของสื่อมวลชนคือการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สิ่งที่ดีงามต่าง ๆ ออกไปให้เป็นที่รู้จัก พี่น้องคนไทยเองรวมทั้งนักท่องเที่ยวทั่วโลก เราภูมิใจกับผืนแผ่นดินไทยทุกที่ โดยเฉพาะวันนี้เรามาที่จังหวัดสุโขทัยและกำแพงเพชร เพื่อที่จะประกาศให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงศักยภาพของที่นี่ 



โดยนำคณะกรรมการบริหารชมรม ฯ สมาชิกสื่อมวลชนจากหลากหลายสำนัก รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยววัยเก๋า เดินทางร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัด ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชุมชน และธรรมชาติ”





ตลอดเส้นทางการเดินทาง คณะสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร อุทยานแหล่งมรดกโลกอันทรงคุณค่า ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตลาดท้องถิ่น อาหารพื้นเมือง และวิถีชีวิตเรียบง่ายที่ยังคงเอกลักษณ์ของชาวสุโขทัยและกำแพงเพชรไว้อย่างงดงาม พร้อมร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยผ่านสื่อแขนงต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์เมืองไทยในช่วง Green Season

กิจกรรมในครั้งนี้ ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ในการผลักดันการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงครึ่งปีหลังอีกด้วย






#สุขทันทีที่เที่ยวสุโขทัยกำแพงเพชร
#ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว​
#ชสท #อพท​ #AmazingThailand
#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุโขทัย
#จังหวัดสุโขทัย #จังหวัดกำแพงเพชร