03 มีนาคม 2569

พญาไท–เปาโล คว้า 2 รางวัลใหญ่ด้านการอนุรักษ์พลังงาน

“Thailand Energy Awards 2025” มุ่งสู่ Net Zero 2050

กรุงเทพฯ — เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ตอกย้ำบทบาทผู้นำองค์กรสุขภาพที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม หลัง โรงพยาบาลพญาไท 1 และ โรงพยาบาลเปาโล รังสิต คว้า 2 รางวัล Thailand Energy Awards 2025 ในสาขา รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงาน ประเภทอาคารควบคุม ซึ่งเป็นรางวัลระดับประเทศที่สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นโดยกระทรวงพลังงาน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 1 และ นพ.สยาม พิเชฐสินธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปาโล รังสิต พร้อมคณะผู้บริหารและทีมงาน เข้าร่วมรับรางวัล ท่ามกลางความภาคภูมิใจของบุคลากรทั้งสองโรงพยาบาล

ขับเคลื่อน ESG ในมิติสิ่งแวดล้อม: “ลดพลังงาน = ลดคาร์บอน” บนฐานการดูแลผู้ป่วยอย่างปลอดภัยความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนแนวทางของเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ในการวาง “การอนุรักษ์พลังงาน” เป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อน ESG โดยเฉพาะมิติสิ่งแวดล้อม ควบคู่มาตรฐานการดูแลรักษาที่มีคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วยในทุกกระบวนการ ทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และทิศทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ตามนโยบายของ BDMS


นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย กล่าวว่า รางวัลนี้เป็นมากกว่าความสำเร็จด้านเทคนิค แต่คือ “หลักฐานเชิงประจักษ์” ของการยกระดับโรงพยาบาลให้เป็นพื้นที่การรักษาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงหัวใจสำคัญคือความปลอดภัยและคุณภาพการบริการ “การลงทุนด้านระบบพลังงานและอาคารเขียว ช่วยให้เราบริหารทรัพยากรได้คุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่ Green Hospital อย่างเป็นรูปธรรม”

ด้าน นพ.สยาม พิเชฐสินธุ์ กล่าวว่า การอนุรักษ์พลังงานจะยั่งยืนได้ ต้องเกิดจาก “ระบบ + วัฒนธรรมองค์กร” โรงพยาบาลจึงให้ความสำคัญกับทั้งการยกระดับระบบวิศวกรรมอาคาร และการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงาน เพื่อให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

“พญาไท 1” ยกระดับระบบอาคารเขียวด้วย IoT–AI บริหารพลังงานแบบเรียลไทม์
โรงพยาบาลพญาไท 1 เดินหน้าพัฒนาแนวคิดอาคารเขียวและระบบบริหารจัดการพลังงาน ด้วยการประยุกต์ใช้ IoT & AI Dashboard ร่วมกับระบบ CPMS เพื่อควบคุมและติดตามการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนผ่าน Line Application ช่วยให้ทีมวิศวกรรมสามารถตอบสนองได้รวดเร็ว ลดความสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในภาพรวม มาตรการสำคัญที่ดำเนินการ อาทิ ติดตั้ง Solar Rooftop ขนาด 236.98 kWp, ติดตั้ง VSD ในระบบปั๊มน้ำและ Cooling Tower, ปรับเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ครอบคลุมทั่วอาคาร, พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการพลังงานผ่านแพลตฟอร์ม CILA เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ

“เปาโล รังสิต” ผสานแนวคิดอาคารประสิทธิภาพสูง + ระบบปรับอากาศตามภาระโหลดจริง
โรงพยาบาลเปาโล รังสิต มุ่งเน้นการออกแบบและปรับปรุงระบบอาคารให้มีประสิทธิภาพสูง ทั้งในมิติ “ลดความร้อนเข้าสู่อาคาร” และ “เพิ่มประสิทธิภาพระบบวิศวกรรม” อาทิ พัฒนาผนังและหลังคาเพื่อลดการถ่ายเทความร้อน, ใช้ระบบปรับอากาศ Chiller ที่ทำงานตามภาระโหลดจริง, เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED มากกว่า 2,383 จุด, ติดตั้ง Solar Roof ขนาด 76 kWp, ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกแผนกผ่านการตรวจประเมิน เพื่อให้เกิดการปรับปรุงพลังงานอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ชัดเจน 4 ปี (พ.ศ. 2564–2567): ลดพลังงานกว่า 4.27 ล้านหน่วย ลดคาร์บอนกว่า 1,622 ตัน

จากการดำเนินงานด้านการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบในช่วงปี พ.ศ. 2564–2567 ส่งผลให้

• โรงพยาบาลพญาไท 1 ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 2,673,714.67 kWh และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1,336.59 tCO₂eq

• โรงพยาบาลเปาโล รังสิต ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 1,597,185 kWh และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 286 tCO₂eq

รวมทั้ง 2 โรงพยาบาล สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 4,270,899.67 kWh (กว่า 4.27 ล้านหน่วย หรือประมาณ 4.27 GWh) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 1,622.59 tCO₂eq สะท้อนความสำเร็จเชิงรูปธรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานขององค์กร

ต่อเนื่องสู่มาตรฐานระดับภูมิภาค และมุ่งสู่ Net Zero Hospital นอกจากรางวัลระดับประเทศในปีนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลพญาไท 1 ยังได้รับ ASEAN Energy Awards 2025 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่สะท้อนศักยภาพขององค์กรไทยในเวทีระดับภูมิภาค  เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล จะยังคงเดินหน้าต่อยอดการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การขยายการใช้พลังงานทดแทน การสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ และการสื่อสารด้าน ESG ด้วย “หลักฐานและผลลัพธ์จริง” เพื่อมุ่งสู่การเป็น Net Zero Hospital ภายในปี 2050 ควบคู่พันธกิจสำคัญคือการดูแลสุขภาพคนไทยด้วยมาตรฐานที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และยั่งยืน

28 กุมภาพันธ์ 2569

โรงพยาบาลพญาไทที่ครองใจชาวโซเชียลถึง 3 ปีซ้อน รางวัลโรงพยาบาลที่ทำผลงานโดเด่นบนโลกออนไลน์


การบริหารด้วยแนวคิด “เข้าใจและเข้าถึง” เบื้องหลังความสำเร็จในการปั้นคอนเทนต์สุขภาพของโรงพยาบาลพญาไทที่ครองใจชาวโซเชียลถึง 3 ปีซ้อน ตอกย้ำรางวัลโรงพยาบาลที่ทำผลงานโดเด่นบนโลกออนไลน์ ในวันที่คนไทยกว่า 94% เข้าถึงอินเตอร์เน็ต มีการใช้โซเชียลมีเดียวันละไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง จึงไม่แปลกที่โลกออนไลน์จะเต็มไปด้วยคอนเทนต์จำนวนมหาศาลที่แข่งขันกันดึงความสนใจ ขณะเดียวกัน ‘สุขภาพ’ กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกว่า 89.3% ของผู้ใช้งานติดตามหรือค้นหาข้อมูลสุขภาพออนไลน์ทุกวัน 

ดังนั้นการจะสร้างคอนเทนต์สุขภาพให้โดดเด่น แตกต่าง และสามารถดึงความสนใจได้อย่างต่อเนื่อง จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถึงอย่างนั้นโรงพยาบาลพญาไทก็ยังสามารถสร้าง engagement คว้าใจชาวโซเชียลมาครองได้อย่างต่อเนื่องจนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดบนโลกออนไลน์ (1 of 5 Finalist of Best Brand Performance on Social Media) จากงาน Thailand Social Award

คุณวัชราภรณ์ เจริญธรรมวัชณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการออกแบบและสร้างสรรค์กลยุทธ์ การสื่อสารการตลาดดิจิตอล เครือรพ.พญาไท-เปาโล ได้กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จว่า หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ไอเดียเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ทัศนคติ” และ “ระบบการทำงาน” ที่ทำให้ทุกคนในทีมเข้าใจ Vision เดียวกัน และพร้อมขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันอย่างมี Alignmentการบริหารทีมดิจิทัลที่ประกอบด้วย Skill Set ที่หลากหลาย ทั้ง Creative, Designer, Online Marketer, Web Platform Developer และ Branding Communicator ในฐานะพี่ใหญ่ของน้องๆ จึงจำเป็นต้องสร้าง “Common Language” หรือภาษากลางในการสื่อสาร เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน ตั้งแต่ Strategy ไปจนถึง Execution ทีมจึงเน้นการทำ Co-creation ผ่านการ Brainstorm, Workshop และ Sprint Session เปิดพื้นที่ให้ทีมแลกเปลี่ยนไอเดีย ทดลองจริง และเรียนรู้จาก Data ทำให้ทุกแคมเปญไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึก แต่ขับเคลื่อนด้วย Insight เราใช้ A/B Testing, Data Analytics และ Audience Behavior Mapping เพื่อวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง ว่าพวกเขาอยู่ในช่วง Customer Journey ไหน กำลังกังวลเรื่องอะไร และต้องการข้อมูลแบบใด เพื่อออกแบบคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์และเข้าถึงได้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และในการครีเอทคอนเทนต์สุขภาพ ความน่าเชื่อถือคือ Core Asset ทีมจึงมีการทำงานร่วมกับแพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ และเภสัชกรอย่างใกล้ชิด เพื่อนำองค์ความรู้ทางการแพทย์มาย่อยให้เข้าใจง่ายและสื่อสารบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพราะเราเชื่อว่า “Understanding creates Trust”  เมื่อเราเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง เราจะสามารถสื่อสารในแบบที่ทำให้แบรนด์กลายเป็น Health Buddy มากกว่าแค่เป็นผู้ให้บริการ

ในขณะเดียวกัน การเข้าใจตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เราต้องรู้จุดแข็งของทีม และมองเห็นช่องว่างที่ต้องพัฒนา นำ Data และ Expertise มาผสานกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การสื่อสาร แต่สามารถสร้าง Impact ระยะยาวต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้


คุณ ชนิสรา เกศเกื้อวิริยะกุล ผู้จัดการส่วนบริหารกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดดิจิตอล เครือรพ.พญาไท-เปาโล ได้เล่าถึงกระบวนการการทำงานในส่วนงานสร้างสรรค์เนื้อหาบนสื่อโซเชียลมีเดียว่า การสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียของโรงพยาบาลพญาไท เริ่มจากการทำงานร่วมกับทีม Analytics โดยใช้ data จากพฤติกรรมผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์มาวิเคราะห์ เพื่อหา insight ของผู้คนในแต่ละช่วงเวลา ทั้งในมิติ seasonal และกระแสสังคม ณ ขณะนั้น โดยมีเป้าหมายคือให้คอนเทนต์สอดคล้องกับบริบทที่กลุ่มเป้าหมายกำลังเผชิญอยู่ สิ่งนี้จะทำให้เกิด engagement ได้จริง เช่น ในช่วงเลือกตั้ง ทีมได้นำ format ป้ายหาเสียงมาประยุกต์เป็นแคมเปญ “หาเสียงของแพทย์” ในแต่ละสาขาความเชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับกระแสสังคมได้ทันที และสร้าง engagement ได้ในระดับที่ดีมากอีกแนวทางสำคัญของทีมคือ การให้ความสำคัญกับ Communication Feeling ที่ไม่ใช่แค่การโปรโมทความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ แต่ลงลึกไปถึงความแตกต่างในแต่ละ Generation ทั้ง lifestyle, emotional pain, expectation ไปจนถึง Relationship ของพวกเขากับคนรอบตัว จากนั้นจึง craft message ให้ตรงกับวิธีคิดของแต่ละกลุ่ม เพื่อให้เนื้อหาสามารถเข้าถึงและโดนใจจนสามารถสร้างความรู้สึกร่วมให้เกิดขึ้นได้

ด้วยเหตุนี้ คอนเทนต์ของโรงพยาบาลพญาไทจึงผ่านกระบวนการคิดหลายชั้น และดีไซน์เป็นหลายเวอร์ชั่น เพื่อรองรับความหลากหลายของผู้ชมบนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน และขั้นถัดไปคือการทำให้คอนเทนต์ในแต่ละเวอร์ชั่นถูกส่งไปถึงกลุ่มคนบนโลกออนไลน์ที่ใช่ที่สุดผ่านการวาง distribution ที่เหมาะสม


คุณเกศนี พัฒนกูล ผู้จัดการส่วนบริหารการตลาดสื่อดิจิตอลและการวิเคราะห์ข้อมูล เครือรพ.พญาไท-เปาโล ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หัวใจสำคัญของการสื่อสารในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่การส่งสารออกไปให้มากที่สุด แต่คือการส่งสารที่ ‘เข้าใจ’ และ ‘รู้ใจ’ ผู้บริโภคในจังหวะเวลาที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด

การบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้าน (Back-end Data) จึงไม่ใช่เพียงแค่การสรุปตัวเลขยอดขายหรือสถิติการเข้าชม แต่ครอบคลุมถึงการวิเคราะห์เชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavioral Insight) ทั้งจากบทสนทนาในแพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Media ทุกช่องทาง เพราะข้อมูลเหล่านี้คือ ‘เสียงสะท้อนที่มีคุณค่า’ ที่ทำให้ทีมเข้าใจเข้าใจความต้องการ ความกังวล และแรงจูงใจที่ซ่อนอยู่ได้อย่างแท้จริงเมื่อได้ข้อมูลเชิงลึกที่ชัดเจน ทีมจึงสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาคอนเทนต์และกลยุทธ์การสื่อสารที่ “ถูกที่ ถูกเวลา และตรงใจ” มากยิ่งขึ้น เพราะสำหรับเราการทำการตลาดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขทางธุรกิจ แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

เป้าหมายที่แท้จริงจึงไม่ใช่เพียงยอดการเข้าถึงหรือการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้น แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคมองโรงพยาบาลในฐานะเพื่อนคู่คิดด้านสุขภาพที่ไว้วางใจได้ในทุกช่วงชีวิต นี่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันให้ทีมพัฒนาการทำงานพร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวโซเชียลในการเป็นแหล่งข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือ และเป็นกำลังใจในการให้บริการที่ดีมากยิ่งขึ้นด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทของทุกคนในโรงพยาบาลพญาไทที่อยากให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพดี

27 กุมภาพันธ์ 2569

MICHELIN Selected Dining ห้องอาหารพระยาไดนิ่ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง ขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์เมนูอาหารไทยโบราณ บรรยากาศคฤหาสน์ 100 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาลิ้มลอง MICHELIN Selected Dining เมนูอาหารไทยในราชสำนักที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลด้วยมนต์เสน่ห์แห่งอดีต ที่ ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง สุดยอดห้องอาหารไทยชาววังบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์เมนูอาหารไทยโบราณในบรรยากาศคฤหาสน์ 100 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา






ห้องอาหารพระยาไดนิ่ง ตั้งอยู่ในโรงแรมพระยาพาลาซโซ การเดินทางต้องนั่งเรือข้ามฟากไปของร้าน ตัวอาคารเป็นสไตล์ปัลลาดีโออายุนับร้อยปี ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งอดีตกาล โดยเมนูที่รวมความเป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ ต้นตำรับไทยชาววังโบราณแล้วบรรจบที่กรุงเทพมหานครที่ร่วมสมัย อาทิเช่น แสร้งว่ากุ้ง แกงระแวง หมูผัดผัดส้มเสี้ยว แกงเนื้อผัดน้ำขลุกขลิกใส่ขมิ้นชันและตะไคร้เพิ่มรสชาติ แกงรัญจวนหมู กระทงทองไก่ เพื่อดึงกลิ่นหอมและมิติของรสชาติให้ลุ่มลึก ร้านอาหารพระยา ไดนิง อ้างอิงตำราอาหารไทยมาจากหลายแหล่ง ตั้งแต่ตำรับโบราณไปจนถึงหนังสืออาหารสำรับชาววัง






เชฟโจ เชฟภัทร์นิธิ ตั้งพีรพัฒน์ Chef Joe - Patnit Tangpeerapat Senior Executive Chef ประจำห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง (Praya Dining) ณ โรงแรมพระยา พาลาซโซ่ ซึ่งเป็นเชฟมากประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญอาหารไทยโบราณและอาหารตะวันตก ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง ขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์เมนูส่งต่อความอร่อยผ่านจานอาหารไทยทำอาหารด้วยความจริงจัง และตั้งใจในทุกขั้นตอนอาหารไทยโบราณในบรรยากาศคฤหาสน์ 100 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 



โรงแรมและห้องอาหาร เฉพาะในส่วนของพระยา ไดนิ่ง อาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนได้สัมผัสไปกับประวัติศาสตร์ของอาหารไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และรัตนโกสินทร์การเดินทางมาที่นี่ ต้องนั่งเรือข้ามฟากของโรงแรมเข้าไปเท่านั้น! เพราะไม่มีถนนเข้าไป ต้องเดินทางด้วยเรือเป็นทางหลัก อันที่จริงถ้าจะเดินเท้าเข้ามาก็ได้ แต่ค่อนข้างลำบากเพราะตัวโรงแรมอยู่ติดแม่เจ้าพระยา และรอบข้างเป็นชุมชนบางยี่ขัน  




วันนี้ เชฟโจ บอกเล่าประสบการณ์ และรังสรรค์พิเศษอย่างประณีต เชฟโจ นำเมนูอาหารพร้อมทานและขนมหวาน เติมเต็มประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างสมบูรณ์แบบ ถ่ายทอดเสน่ห์ของวัตถุดิบไทยคุณภาพเยี่ยมจากทั่วประเทศ ในครั้งนี้ เชฟโจนำเมนูไฮไลท์ของเชฟชื่อดังอย่าง... คฤหาสน์แสนโรแมนติกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกคอร์สถูกยกระดับด้วยเทคนิคการปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อดึงกลิ่นหอมและมิติของรสชาติให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น




สามารถเดินทางได้โดยทางเรือเท่านั้น โดยทางโรงแรมมีบริการเรือรับส่งไปท่าต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง ตลอด 24 ชั่วโมง และมีสองท่าเรือหลักคือท่าพระอาทิตย์






Book Now: ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง
Location: โรงแรมพระยาพาลาซโซ
757/1 ซ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ให้บริการทุกวัน | เวลา 17:00 – 20:00 น.

📞 +66 81 402 8118 | +66 28 832 998
📲 WhatsApp: +66 81 402 8118
💌 reservation@prayapalazzo.com
💬 LINE: @prayapalazzo (https://lin.ee/PHnSfiC)

#PrayaPalazzo #Bangkok #PrayaDining #toptotravel #พระยาพาลาซโซ่ #ห้องอาหารพระยาไดนิ่ง



ชาเทรียม ฮอสพิทอลลิตี้ เปิดตัวแคมเปญ Kids Stay Free

ส่งมอบความสุขให้ครอบครัวได้ท่องเที่ยวทั่วไทย ญี่ปุ่น และเมียนมา

ชาเทรียม ฮอสพิทอลลิตี้ (Chatrium Hospitality) เปิดตัวข้อเสนอสุดพิเศษ Kids Stay Free เชิญชวนทุกครอบครัวออกเดินทางเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุข พร้อมรับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้นเมื่อท่องเที่ยวร่วมกัน โดยสามารถเข้าพัก ณ โรงแรมในเครือชาเทรียม (Chatrium) และมายเทรียณ์ (Maitria) ที่ร่วมรายการ ครอบคลุมจุดหมายปลายทางทั้งในประเทศไทย ญี่ปุ่น และเมียนมา

ข้อเสนอนี้ เพื่อตอบโจทย์การเดินทางเป็นครอบครัว โดยเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี สูงสุด 2 ท่าน สามารถเข้าพักฟรีเมื่อใช้เตียงร่วมกับบิดามารดาหรือผู้ปกครอง ทั้งนี้ใช้ได้กับห้องพักบางประเภท เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทริปวันหยุด ช่วงปิดภาคเรียน หรือการพักผ่อนทั้งในเมืองใหญ่และรีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากนี้ เด็ก ๆ ยังจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าฟรี เมื่อผู้ปกครองจองแพ็กเกจห้องพักที่รวมอาหารเช้าไว้แล้ว มอบความสะดวกสบายอย่างไร้รอยต่อให้ทุกช่วงเวลาของครอบครัว 



ข้อเสนอ Kids Stay Free พร้อมให้บริการในโรงแรมหลากหลายแห่ง ทั้งในเมืองและจุดหมายปลายทางเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ นับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ชาเทรียม ฮอสพิทอลลิตี้ ในการให้บริการที่อบอุ่น เป็นมิตรกับครอบครัว ด้วยห้องพักกว้างขวาง และทำเลที่สะดวกสบาย ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และแหล่งไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ 

สามารถสำรองห้องพักพร้อมรับข้อเสนอพิเศษ Kids Stay Free ได้แล้ววันนี้ผ่านเว็บไซต์ทางการของชาเทรียม (Chatrium) และมายเทรียณ์ (Maitria) ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด และอาจแตกต่างกันในแต่ละโรงแรม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ www.chatrium.com/kids-stay-free 

โรงแรมที่ร่วมรายการ

กรุงเทพมหานคร 

• โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ

• โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ

• โรงแรมชาเทรียม สาทร กรุงเทพฯ

• เอ็มโพเรียม สวีท บาย ชาเทรียม

• โรงแรมมายเทรียณ์ พระราม 9 กรุงเทพฯ – เอ ชาเทรียม คอลเลคชั่น

• โรงแรมมายเทรียณ์ สุขุมวิท 18 – เอ ชาเทรียม คอลเลคชั่น

• โรงแรมมายเทรียณ์ โหมด สุขุมวิท 15 – เอ ชาเทรียม คอลเลคชั่น

จันทบุรี

• ชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว จันทบุรี

นครราชสีมา

• ลาโค่ เขาใหญ่ - เอ ชาเทรียม คอลเลคชั่น 

เมียนมา

• โรงแรมชาเทรียม รอยัล เลค ย่างกุ้ง


ญี่ปุ่น

• ชาเทรียม นิเซโกะ ประเทศญี่ปุ่น

Chatrium Hospitality Introduces “Kids Stay Free” Offer Across Thailand, Japan and Myanmar

Bangkok, Thailand, January 2026 — Chatrium Hospitality introduces its Kids Stay Free offer across participating Chatrium and Maitria in Thailand, Japan and Myanmar, inviting families to enjoy greater value and ease when travelling together.

Thoughtfully created for family travellers, the offer allows up to two children under 12 years of age to stay complimentary when sharing existing bedding with their parents or guardians. Available on selected room types, it is perfectly suited for family holidays, school breaks, and both city and resort escapes.

Enhancing the experience further, children also enjoy complimentary breakfast when breakfast is included in the parents’ booked rate, ensuring a seamless and comfortable stay for every member of the family.

Available across a diverse portfolio of urban and leisure destinations, the Kids Stay Free offer reflects Chatrium Hospitality’s commitment to warm, family-friendly service, spacious accommodations, and convenient locations close to key attractions, shopping, dining, and lifestyle destinations.

The offer is now open for booking via Chatrium and Maitria official websites. Terms and conditions apply and may vary by property.

For more information or to make a reservation, please visit: 

www.chatrium.com/kids-stay-free

Participating Hotels

Bangkok, Thailand

• Chatrium Grand Bangkok

• Chatrium Hotel Riverside Bangkok

• Chatrium Hotel Sathorn Bangkok

• Emporium Suites by Chatrium

• Maitria Hotel Rama 9 Bangkok - A Chatrium Collection

• Maitria Hotel Sukhumvit 18 - A Chatrium Collection

• Maitria Mode Sukhumvit 15 - A Chatrium Collection

Chanthaburi, Thailand

• Chatrium Golf Resort Soi Dao Chanthaburi

Khao Yai, Thailand

• Lacol Khaoyai - A Chatrium Collection

Yangon, Myanmar

• Chatrium Hotel Royal Lake Yangon

Niseko, Japan

• Chatrium Niseko Japan

Book now: www.chatrium.com/kids-stay-free

For more information, please visit www.chatrium.com or contact info@chatrium.com

Don’t miss out. Remarkable moments await.

Pullman Khon Kaen รีแบรนด์สู่ “The Heritage Grand Khon Kaen” 1 มี.ค.นี้

โรงแรม Pullman Khon Kaen เตรียมก้าวสู่บทใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการปรับภาพลักษณ์และประสบการณ์การบริการครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงแรมสัญลักษณ์ Iconic Hotel คู่เมืองขอนแก่น ให้สอดรับกับทิศทางการเติบโตของเมือง ตอกย้ำจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมอีสาน พร้อมจุดแข็งเจาะตลาด MICE ในเขตอีสาน ด้วยห้องคอนเวนชั่นใหญ่ที่สุด จุคนได้มากว่า 1,800 คน, Kronen Brauhaus ต้นตำรับเบียร์แบบไมโครบริวรายแรกในอีสาน และยกเครื่องระบบภายในโรงแรมทั้งหมด เพื่อมุ่งสู่การเป็น “โรงแรมสีเขียว” (Green Hotel) 




ดร.สุนทร และดร.อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทน้ำตาลราชบุรี, บริษัท เอส แอนด์ เอ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และผู้บริหารโรงแรม The Heritage Grand Khon Kaen & Convention ได้แถลงถึงการรีแบรนด์ “โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น” ในนามใหม่ “โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น” ว่า 

“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อโรงแรม นับแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป แต่ยังเป็นการปรับตำแหน่งทางการตลาด (Re-positioning) สู่ตลาด MICE ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับปรุง “โครงสร้างหลักของอาคาร”และสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ในการพัฒนาโรงแรมให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมเสริมศักยภาพด้านการจัดประชุม สัมมนา และอีเวนต์ขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่นในอนาคต ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 










ทั้งนี้ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบริหารของกลุ่มธุรกิจในเครือกลุ่มน้ำตาลราชบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานโรงแรมระดับภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน