04 กันยายน 2569

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ส่งต่อประสบการณ์จริง จุดประกายทักษะภาษาผ่านโครงการ “Junior Guide”

สนับสนุนเยาวชนสวมบทบาท “มัคคุเทศก์น้อย” ต้อนรับทัวริสต์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย


จากห้องเรียนสู่ประสบการณ์จริง ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (MBK Center) เปิดพื้นที่ให้นักเรียนจาก 7โรงเรียนในพื้นที่เขตปทุมวัน ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่จริงในการต้อนรับและให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติภายในศูนย์การค้าฯ หลังผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้นในโครงการ “มัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center” ตลอดระยะเวลาระหว่างเดือนมิถุนายน – กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยมี นายเอกกร อัมบัส กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมด้วย นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบหมวกและเข็มกลัด “มัคคุเทศก์น้อย” ให้แก่เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจและความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่จริง

ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ณ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เด็ก ๆ ได้นำความรู้และทักษะด้านภาษาที่ได้รับจากการอบรมมาประยุกต์ใช้ผ่านประสบการณ์จริง ฝึกใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศ นับเป็นการสร้างการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ผสานทั้งความรู้ ความกล้าแสดงออก และการเปิดมุมมองสู่โลกกว้างผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุกและแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง


น้องกี้ และ น้องอั่งเปา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนปลูกจิต เล่าถึงประสบการณ์จากการสวมบทบาทมัคคุเทศก์น้อยว่า “สนุกมาก ๆ จนรู้สึกไม่อยากให้กิจกรรมจบลงเลยค่ะ/ครับ ก่อนลงพื้นที่จริงได้มีการเตรียมตัวทำความเข้าใจประเด็นสำคัญ เพื่อให้การสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติและใช้ความรู้ที่ได้รับจากที่ได้เข้าอบรมมัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center โดยได้ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย อาหารไทย และของฝากยอดนิยมอย่างเช่น กางเกงช้าง ยาดม และพวงกุญแจ”

ด้าน น้องมาตังค์ และ น้องฟิน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนวัดดวงแข เล่าว่า “สนุกมาก ๆ ค่ะ อยากมาลงพื้นที่มัคคุเทศก์น้อยอีก กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้ได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติจริง ทั้งการแนะนำตัว การสนทนาเบื้องต้น และเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาทักษะการฟังเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับในอนาคตค่ะ”



ขณะที่ ครูพี่ปาร์ค นายธุวพัส จิวรพันธ์ นิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ร่วมออกแบบหลักสูตรและดูแลการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเยาวชนในโครงการ มัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center ซึ่งได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามและให้คำแนะนำแก่นักเรียนตัวแทนจาก 7 โรงเรียน ที่นำความรู้จากการอบรมมาปฏิบัติหน้าที่จริงในการต้อนรับนักท่องเที่ยว กล่าวว่า “น้อง ๆ แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความตั้งใจในการทำหน้าที่เป็นอย่างมาก มีความมุ่งมั่นและพลังในการเรียนรู้อย่างเต็มเปี่ยม นอกจากนี้ยังสามารถนำความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในช่วงแรกเด็ก ๆ จะรู้สึกตื่นเต้นและเกร็งกับการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เมื่อได้ลงมือปฏิบัติจริงก็สามารถปรับตัวและสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว จนได้รับคำชื่นชมจากนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับทักษะภาษาอังกฤษที่ดีครับ”

สำหรับ โครงการ “มัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center” นับเป็นอีกกิจกรรมที่สะท้อนบทบาทของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจดูแลชุมชนและสังคม ภายใต้แนวคิด MBK Care ซึ่ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำนักงานเขตปทุมวัน จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและการเป็นมัคคุเทศก์ ส่งเสริมศักยภาพเยาวชนผ่านการสร้างประสบการณ์จริง

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

“ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่”

“ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” ผิวอ่อนเยาว์ ข้อเข่าแข็งแรง ผม เล็บเงางาม ปริมาณเพิ่มแต่ราคาคงเดิม รสองุ่นขาวผสมสตรอเบอร์รี่ อร่อยดื่มง่าย โปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่ร้านเซเว่นฯ

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามมากกว่า 15 ปี เดินหน้ารุกตลาดส่งท้ายปี เปิดตัว “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” อัปเกรดความพรีเมี่ยมเพิ่มปริมาณคอลลาเจนสูงถึง 10,000 มิลลิกรัมต่อซอง ช่วยบำรุงผิวให้สวยเนียนใส ตึงกระชับ ลดริ้วรอย ทั้งยังบำรุงผมและเล็บให้แข็งแรงสุขภาพดี พร้อมเสริมข้อเข่าให้แข็งแรง ลดอาการปวดเข่าจากข้อเข่าอักเสบ มาพร้อมรสชาติใหม่ “รสองุ่นขาวผสมสตรอเบอร์รี่” หอมอร่อย ดื่มง่ายกว่าเดิม ไม่คาว 0% ไขมัน และไม่เติมน้ำตาล

พิเศษสุดคุ้มรับการเปิดตัว! บีไชน์จัดหนักให้คุณดูแลตัวเอได้ง่ายขึ้นกับโปรโมชั่นแรง “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท) และสิทธิพิเศษเฉพาะ
สมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท เหลือเพียง 28 บาท เท่านั้น! หาซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 กันยายน 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ใกล้บ้านคุณ

สำหรับ “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” ขั้นสุดของคอลลาเจนที่ดี โดดเด่นด้วยการผสานคุณประโยชน์จากสารสกัดพรีเมี่ยมถึง 9 ชนิด ได้แก่ คอลลาเจนนำเข้าจากญี่ปุ่นรวม 10,000 มก. (ไดเปปไทด์ 7,000 มก. + เปปไทด์ 3,000 มก.) โมเลกุลเล็กดูดซึมไว ช่วยบำรุงผิวพรรณตึงกระชับ พร้อมตรงเข้าฟื้นฟูข้อต่อ บรรเทาอาการปวดเข่าและเพิ่มมวลกระดูก ผสาน แอล-กลูตาไธโอน 100% สูงถึง 250 มก. ช่วยผิวกระจ่างใส, ซิงค์ ช่วยลดสิวและรอยแผลเป็นจากสิว และ มีไบโอติน สูงถึง 2 เท่า (จากค่า Thai RDI) ช่วยบำรุงผม รากผม แข็งแรง ลดการหลุดร่วงของเส้นผม เล็บเงางาม พร้อมสารสกัดซูเปอร์ฟรุตธรรมชาติ อาทิ

- อะเซโรลา เชอร์รี่ วิตามินซีธรรมชาติ ไม่ระคายเคืองกระเพาะ ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ผิวใส

- สารสกัดจากเมลอน ช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น เนียนนุ่ม ฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส

- สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ ทำให้ผิวแลดูกระจ่างใสอมชมพู

- น้ำองุ่นขาว และสตรอเบอร์รี่ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอย ผิวดูเด็ก

นอกจากนี้ “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” ยังมีขนาดแบบกล่องบรรจุ 6 ซอง ราคาเพียง 229 บาท มีจำหน่ายที่ Shopee: Bshine Nutrition Plus, Lazada: บีไชน์นูทริชั่นพลัส และ Tiktok: Bshine Nutrition Plusรับประทานวันละ 1 ซอง ชงละลายน้ำดื่ม 1 แก้ว (150 มล.)

ติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://bshine.co.th/DipeptideCollagenPlus/, FB : B Shine, Line : @Bshine, TikTok : bshine.official, และ IG : bshinenutritionplus

SET จับมือ พาราไดซ์ พาร์ค จัดงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก”


SET จับมือ พาราไดซ์ พาร์ค จัดงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” ยกทัพผ้าไทยและงานคราฟต์จากทั่วประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก พร้อมชู 4 แนวคิดสู่ความยั่งยืน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) โดย ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค และเครือข่ายพันธมิตรผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม จัดงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” รวบรวมสุดยอดผ้าไทยและงานคราฟต์จากทั่วประเทศ ชวนสัมผัสคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ต่อยอดสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่าน 4 แนวคิด ได้แก่ CRAFT FOR PLANET, CRAFT FOR PEOPLE, CRAFT FOR COMMUNITY และ CRAFT FOR FUTURE พร้อมชมแฟชั่นโชว์สุดเก๋ “Craft for Change” โดยนิสิตนิเทศฯ จุฬาฯ กิจกรรมเวิร์กชอป และสาระความรู้จากกูรูผ้าไทย แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับคุณค่าและบทบาทของผ้าไทยต่อสังคม วัฒนธรรม และความยั่งยืนในกิจกรรมเสวนา โดยงานมีตั้งแต่วันนี้ถึง 7 กันยายน 2569 ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค
โดยพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก คุณนงรัก งามวิทย์โรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คุณอาคม ภูศรี ผู้ตรวจราชการ กรมราชทัณฑ์ คุณจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด และ คุณศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดงาน

นางสาวจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด กล่าวว่า “งาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ตามกรอบ ESG ภายใต้แนวคิด MBK CARE ที่มุ่งสร้างคุณค่าให้กับผู้คน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของชุมชน พาราไดซ์ พาร์ค ยินดีที่ได้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม และเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมจาก ทั่วประเทศให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ค้นพบคุณค่าของผ้าและงานคราฟต์ที่ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังสะท้อนภูมิปัญญา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน”
“ขอขอบคุณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ร่วมขับเคลื่อนงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” กับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนและวิสาหกิจเพื่อสังคมให้มีโอกาสเข้าถึงตลาด สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งทางธุรกิจ ที่นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม” สำหรับงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” ในปีนี้ ได้นำเสนอผ่าน 4 แนวคิดหลัก ได้แก่ CRAFT FOR PLANET จากธรรมชาติสู่คุณค่าที่สวมใส่ได้ CRAFT FOR PEOPLE สร้างโอกาสให้ทุกคนได้สร้างคุณค่า CRAFT FOR COMMUNITY สืบสานภูมิปัญญาสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และ CRAFT FOR FUTURE จากภูมิปัญญาสู่การสร้างสรรค์แห่งอนาคต ซึ่งทั้ง 4 แนวคิดดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่าผ้าและงานคราฟต์สามารถเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง
ภายในงานพบกับผู้ประกอบการกว่า 40 ร้านค้า นำสินค้าเสื้อผ้าและของใช้จากเส้นใยธรรมชาติ ที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับดีไซน์สมัยใหม่ อาทิ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าย้อมคราม ผ้าม่อฮ่อม สินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สินค้าผลิตวัสดุเหลือใช้ มาให้เลือกชม เลือกช้อปอย่างหลากหลาย ที่สำคัญรายได้จากการจำหน่ายสินค้านั้นจะกลับคืนสู่ชุมชน เพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ผลิตรายย่อย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เยาวชน ตลอดจนกลุ่มผู้ต้องขังที่กำลังสร้างโอกาสใหม่ผ่านฝีมือและงานหัตถกรรมของตนเองอีกด้วย และอีกหนึ่งไฮไลต์พบกับ แฟชั่นโชว์ “Craft for Change” โดย นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยผ่านมุมมองและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่แสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถต่อยอดสู่แฟชั่นร่วมสมัยและสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมด้วยเปิดเวทีเสวนาหัวข้อ “เส้นใยเปลี่ยนโลก-ถักทอธุรกิจ..สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม” โดยกูรูในวงการผ้าไทยนำโดย คุณนครินทร์ ยาโน ร้าน Yano คุณอรนุช เลิศกุลดิลก จากร้านคุณตาคุณยาย forOldy คุณณัฐชา ปัญพฤกษ์ จาก Hom Studio คุณมนัญญา แสนคำวงค์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลาเบเต้ คุณฆนาพงษ์ ธรรมธร จาก Takory Craff และคุณนงรัก งามวิทย์โรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับคุณค่าและบทบาทของผ้าไทยต่อสังคม วัฒนธรรม และความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ทุกเส้นใยมีพลังเปลี่ยนคน เปลี่ยนชุมชน และเปลี่ยนโลก”
นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังสามารถร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปงานฝีมือจากผู้ประกอบการ ที่จะมาถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ การทอผ้าด้วยกี่ตั้งโต๊ะ การร้อยสร้อยและทำพวงกุญแจ การทำที่ห้อยกระเป๋าจากเศษผ้า การปักด้นด้วยมือ การทำกระเป๋าผ้า หรือการสร้างงานศิลปะจากเศษผ้า เป็นต้น อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือ การแสดงดนตรีจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสและการคืนคุณค่าสู่สังคม และ พิเศษ ! สำหรับลูกค้าที่มียอดซื้อสินค้าภายในงานครบ 800 บาทขึ้นไป รับฟรี “กระเป๋าสร้างโอกาส” จากกรมราชทัณฑ์ (จำนวนจำกัด)
มาร่วมอุดหนุนผ้าไทยและงานหัตถกรรมที่เต็มด้วยเรื่องราว ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของชุมชนจากทั่วประเทศ ในงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” ตั้งแต่วันนี้ - วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. - 20.00 น. ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เพราะทุกการอุดหนุนของคุณไม่เพียงเป็นการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และส่งต่อโอกาสให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตา แกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

สายมูห้ามพลาด! ฟอร์จูนทาวน์ จัดมหาเทศกาลแห่งศรัทธา ‘Ganesh Chaturthi 2569’

ฉลองคเณศจตุรถีต่อเนื่องปีที่ 5 ปักหมุด 9-18 ก.ย. นี้

4กันยายน 2569, กรุงเทพฯ – ฟอร์จูนทาวน์ (Fortune Town) ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ครบวงจรย่านรัชดา–พระราม 9 ภายใต้การบริหารของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ชวนชาวมูเตลูและผู้เลื่อมใสร่วมมหาเทศกาลแห่งศรัทธา สัมผัสความเป็นสิริมงคล ความเชื่อ และงานศิลปะอันทรงคุณค่า ในงาน “Ganesh Chaturthi 2569” มหาเทศกาลรับความปังต้อนรับวันคเณศจตุรถี ระหว่างวันที่ 9 – 18 กันยายน 2569 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ณ ฟอร์จูนทาวน์ รัชดา-พระราม 9


พิธีเฉลิมฉลองคเณศจตุรถีตามตระกูลพราหมณ์โบราณ (17 ก.ย. 69 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานฟอร์จูนสตรีท): ร่วมเปิดรับพลังบุญและบารมีในพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ประกอบพิธีโดยพราหมณ์ส่งตรงจากประเทศอินเดีย พร้อมร่วมพิธีสรงน้ำปัญจอมฤต และตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงสุดพิเศษตระการตาในบรรยากาศแห่งความศรัทธา
นิทรรศการประติมากรรมพระพิฆเนศ (9 - 18 ก.ย. 69 ณ Fortune Event Space ชั้น 4) ตื่นตาไปกับความงดงามของงานพุทธศิลป์ ผ่านผลงานประติมากรรมองค์พระพิฆเนศหลากหลายปางอันทรงคุณค่า ที่ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งศรัทธาผ่านมุมมองทางศิลปะได้อย่างพิถีพิถัน
โปรโมชันพิเศษ “ช้อปครบปั๊บ รับมงคล องค์คเณศฟรี” (1 - 30 ก.ย. 69) ช้อปเพลินรับโชคตลอดทั้งเดือน เพียงสะสมยอดช้อปภายในศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ครบ 4,000 บาทขึ้นไป รับฟรีทันที! องค์พระพิฆเนศ ปางประทานพร (ขนาด 2 × 2.5 × 1.5 นิ้ว มูลค่า 899 บาท) เพื่อนำไปบูชาเสริมสิริมงคล (สินค้ามีจำนวนจำกัด รับสิทธิ์ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1)
ครบจบในที่เดียว ขอเชิญชวนผู้ศรัทธาร่วมงาน “Ganesh Chaturthi 2569” ระหว่างวันที่ 9 – 18 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ เดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 ทางออก 1

ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ www.fortunetown.co.th FB : fortunetown IG : fortunetown Youtube : fortunetownLine : FortuneTown 
หรือ https://lin.ee/tNWLAGApplication : Fortune Town

02 กันยายน 2569

“SOOKSIAM สุขรักษ์โลก ปี 5”

ไอคอนสยาม ผนึกกำลังสานต่อพลังรักษ์โลก  รักษ์โลกวิถีไทย วิถีสีเขียว


ไอคอนสยาม และเมืองสุขสยาม ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร ธนาคารกสิกรไทย บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ใน Fest by SCGP และ Wake Up Waste ผนึกกำลังสานต่อพลังรักษ์โลก  รักษ์โลกวิถีไทย วิถีสีเขียว” สัมผัสเสน่ห์งานคราฟท์ธรรมชาติ สร้างสุขสู่ความยั่งยืน

งานครั้งนี้มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าให้สังคมและชุมชนผ่านกิจกรรม อาทิ Green Community “สถานีกำจัดขยะ” ชวนคัดแยกขยะและส่งต่อขวดพลาสติกเข้าสู่กระบวนการ Upcycle โดย Wake Up Waste เพื่อนำไปผลิตเป็น “ผ้าห่มรักษ์โลก” ส่งต่อความอบอุ่นให้แก่เด็กนักเรียนในต่างจังหวัด ในโครงการ “ห่มรักษ์ให้น้องอุ่นปี 3” พร้อมต่อยอดการผลิตขวดพลาสติก Upcycle เป็น “ผ้ากันเปื้อน” เพื่อมอบให้กับผู้ประกอบการในเมืองสุขสยาม ในโครงการ “Green Merchant”  และพบกับ ECO-Market พื้นที่รวบรวมสินค้าและนวัตกรรมรักษ์โลก ทั้งผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ งาน Handmade จากไม้ธรรมชาติ กระเป๋า Tote Bag จากขวดพลาสติก และเสื้อผ้าจากเส้นใยรีไซเคิล 

นักสะสมห้ามพลาดกับ Grom guardian of the Ocean อาร์ตทอยเด็กน้อยแห่งชนเผ่าทะเลฝีมือคนไทย ที่ผลิตจากขยะพลาสติกและฝาขวดน้ำจากชายหาด ซึ่งเป็นอาร์ตทอยรีไซเคิลจากขยะตัวแรกของไทย พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม GROM Workshop ชวนทุกคนเปลี่ยนพลาสติกเหลือใช้ให้กลายเป็นของชิ้นใหม่ด้วยมือคุณ เพลิดเพลินไปกับการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมไทยสุดตระการตา ท่ามกลางการตกแต่งสุดครีเอท ตอกย้ำการผสานวิถีไทยและวิถีสีเขียวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 30 กันยายน 2569 และจะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยามชั้น G  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม   โทร.  0851699926  หรือ Facebook: SOOKSIAM  

28 สิงหาคม 2569

กรมการท่องเที่ยว ครบรอบวันสถาปนา 24 ปี เดินหน้าสร้างการท่องเที่ยวไทยคุณภาพ ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและความยั่งยืน


กรมการท่องเที่ยวจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 24 ปี สะท้อนบทบาทการวางรากฐานและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย พร้อมเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว และส่งเสริมการเติบโตอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 กรมการท่องเที่ยวจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมการท่องเที่ยว ครบรอบ 24 ปี ณ กรมการท่องเที่ยว ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารซี โดยได้รับเกียรติจากนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ผู้บริหารกรมการท่องเที่ยว อดีตผู้บริหาร ผู้แทนส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย บุคลากรกรมการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน



นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า การครบรอบ 24 ปี ถือเป็นโอกาสสำคัญและเป็นวันแห่งความภาคภูมิใจของบุคลากรกรมการท่องเที่ยว ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยว ได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการวางรากฐานและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว การยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยมีคุณภาพและสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ กรมการท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านงานด้วยดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม หรือระบบ DOT e-Service Center” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลและให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถอำนวยความสะดวกได้รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 





ขณะเดียวกัน กรมการท่องเที่ยวยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านโปรเจค Thailand Green Tourism Plan 2030 ในการยกระดับแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และผู้ประกอบการ ให้มีมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวไทยในเวทีโลก








อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจของกรมการท่องเที่ยวในวันนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นการร่วมกันสร้าง “ระบบการท่องเที่ยวไทยแห่งอนาคต” ที่มีมาตรฐาน โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นพลังขับเคลื่อนให้การท่องเที่ยวไทยเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และร่วมกันนำพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง

 

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนสารวิทยา เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00–12.00 น. ณ โรงเรียนสารวิทยา เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์ภายในสถานศึกษา

การฝึกซ้อมดังกล่าวจัดขึ้นในรูปแบบการจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินภายในโรงเรียน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงาน การสื่อสาร และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน รวมถึงประเมินความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและการนำส่งผู้ป่วย ในการนี้ โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ได้จัดส่ง ทีมเจ้าหน้าที่พยาบาลและรถพยาบาล เข้าร่วมการฝึกซ้อม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินตามสถานการณ์จำลอง โดยทีมบุคลากรทางการแพทย์ได้ร่วมฝึกการประเมินและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนการประสานงานเพื่อเตรียมความพร้อมด้านการส่งต่อผู้ป่วย


การฝึกซ้อมครั้งนี้เปิดโอกาสให้บุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทบทวนบทบาท หน้าที่ และขั้นตอนการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การประสานงานในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีระบบ และสามารถปรับใช้แนวทางการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนชุมชนและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคม โดยการเข้าร่วมฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุจึงเป็นอีกหนึ่งกระบวนการสำคัญในการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานและประสานความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน มุ่งมั่นสนับสนุนชุมชนและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่