04 กรกฎาคม 2569

ทีมเคลียร์ประกันสังคม ผลักดัน สิทธิกลุ่ม LGBTQ รับยาฮอร์โมนและการตรวจยืนยันเพศสภาพ ฟรี

ทีมเคลียร์ประกันสังคม ผลักดัน สิทธิกลุ่ม LGBTQ รับยาฮอร์โมนตรวจยืนยันเพศสภาพ  ฟรี

คุณณัฐชรัตน์ พลรบ ตัวแทนของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ ) ผู้สมัครคัดเลือกเป็นคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด) ฝ่ายผู้ประกันตน เคลียร์ประกันสังคม หมายเลข  23 กล่าวว่า  กลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ในระบบประกันสังคมนั้นมีความต้องการให้มีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมในเรื่องการเบิกจ่ายยาฮอร์โมนและการตรวจยืนยันเพศสภาพเป็นอย่างน้อย ให้เท่าเทียมกับสิทธิประโยชน์ของสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช. ) ซึ่งปัจจุบัน สปสช. ได้บรรจุสิทธิประโยชน์ด้านการยืนยันเพศสภาพและยาฮอร์โมน สำหรับบุคคลข้ามเพศจากชาย
เป็นหญิง และหญิงเป็นชาย แล้ว โดยผู้ที่ต้องการรับบริการ ไม่สามารถรับฮอร์โมนได้ทันที แต่จะต้อง
เข้าสู่กระบวนการดูแลตามขั้นตอนที่กำหนด โดยการให้บริการทั้งหมดจะอ้างอิงแนวทางวิชาการและ
คู่มือที่เกี่ยวข้อง 

นอกจากนั้นตนจะผลักดันเพิ่มสิทธิในส่วนของการผ่าตัดแปลงเพศ และการผ่าตัดเพื่อยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศ เพิ่มเข้าไปในสิทธิประโยชน์สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ต่อไปอีกด้วย  เพื่อจะช่วยลดช่องว่างหรือความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันมากขึ้น รวมถึงป้องกันการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง 

อนึ่งจากข้อมูลงานวิจัยชิ้นหนึ่งของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล มีการคาดประมาณประชากรกลุ่ม LGBTQ+ ว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีกลุ่ม LGBTQ+ ราว 1,586,918 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเพศกำเนิดชาย 543,485 คน และเพศกำเนิดหญิง 1,043,433 คน นอกจากนี้งานคาดการณ์อีกว่าในอีก 15 ปีข้างหน้าอัตรากลุ่ม LGBTQ+ มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า นั้นหมายความว่าในปีพ.ศ. 2582 อาจจะมีกลุ่ม LGBTQ+ ทั้งหมดประมาณ 2.2 ล้านคน   แต่ในระบบประกันสังคมยังไม่มีสถิติแยกเฉพาะที่ระบุจำนวนที่แน่ชัดได้ว่ามีกลุ่ม LGBTQ+ อยู่ในระบบประกันสังคมเท่าใด

ทั้งนี้ ทีมเคลียร์ประกันสังคมยังมี 6 นโยบายหลักเพื่อเพิ่มสิทธิและปฏิรูประบบประกันสังคมเปลี่ยนเป็น ‘ประกันชีวิต โดยมีผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ประกอบด้วย หมายเลข 15 ว่าที่ร้อยตรีวรชัย สนั่นสุข, หมายเลข 17 สัตยากร วงศ์ราษฎร์, หมายเลข 18 ทัตพร แสงโปร่ง, หมายเลข 19 ตฤณ มาลัยทอง, หมายเลข 20 ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์, หมายเลข 23 ณัฐชรัตน์ พลรบ และ หมายเลข 24 อมราวดี ทองปานดี  ขอเชิญชวนผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Plus เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน 2569 

ทั้งนี้ ทีมเคลียร์ประกันสังคมยังมี 6 นโยบายหลักเพื่อเพิ่มสิทธิและปฏิรูประบบประกันสังคมเปลี่ยนเป็น ‘ประกันชีวิต โดยมีผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ประกอบด้วย หมายเลข 15 ว่าที่ร้อยตรีวรชัย สนั่นสุข, หมายเลข 17 สัตยากร วงศ์ราษฎร์, หมายเลข 18 ทัตพร แสงโปร่ง, หมายเลข 19 ตฤณ มาลัยทอง, หมายเลข 20 ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์, หมายเลข 23 ณัฐชรัตน์ พลรบ และ หมายเลข 24 อมราวดี ทองปานดี  ขอเชิญชวนผู้ประกันตนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชั่น SSO Plus เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน 2569 

ประเทศไทยมี LGBTIQNA+ เกือบ1.6 ล้านคน : เมื่อประชากรหลากหลายทางเพศ ‘นับจำนวน’ https://section09.thaihealth.or.th/2025/07/04/lgbtq-population/


03 กรกฎาคม 2569

ททท. จับมือ พช. - จังหวัดสมุทรสงคราม ผนึกกำลังฟื้น “อัมพวา”


ททท. จับมือ พช. - จังหวัดสมุทรสงคราม ผนึกกำลังฟื้น “อัมพวา” ชูเสน่ห์สายน้ำ-อาหาร-วิถีชุมชน สู่จุดหมายปลายทางสร้างสรรค์ยั่งยืน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และ นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นำคณะผู้บริหารร่วมประชุมหารือ ณ ร้านอาหารขุนทวี ก่อนลงพื้นที่โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ และตลาดน้ำอัมพวา เพื่อเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือครั้งใหญ่ในการฟื้นฟูและเนรมิตแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดให้กลับมาคึกคักและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง


การผนึกกำลังในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การ "ฟื้นอัมพวา" ผ่านกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว 365 วัน ไฮไลต์แผน "เนรมิตอัมพวา" คืนเสน่ห์ยามค่ำคืนโดยมีกิจกรรมถ่ายทอดเรื่องราว "สายใยแห่งชีวิต" ของชาวแม่กลอง เข้ามาแต่งแต้มสายน้ำและแลนด์มาร์คสำคัญให้กลายเป็นความมหัศจรรย์ยามค่ำคืน ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้พักค้างคืน พร้อมกันนี้ ชูจุดเด่นการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism): นำเสน่ห์ของอาหารพื้นถิ่นและภูมิปัญญาชุมชนมาเป็นจุดขายหลัก เพื่อยกระดับสมุทรสงครามสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนยั่งยืน: สนับสนุนการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ควบคู่กับการพัฒนา "โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์" (มูลนิธิชัยพัฒนา) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพผ่านร้านภัทรพัฒน์

การยกระดับตลาดน้ำชุมชนริมคลองอัมพวาในครั้งนี้ เป็นการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางกลับมาเยือนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึงสร้างสมดุลที่ยั่งยืน และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

#เนรมิตอัมพวา #AmazingThailand #feelalltheFeeling

“คิทโด้” ชวนคุณแม่เสริมพัฒนาการเรียนรู้และภูมิคุ้มกันลูกน้อย

ด้วยวิตามินเม็ดเคี้ยว 2 สูตร จัดโปรแรง “ซื้อ 1 แถม 1” เพียง 49 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น


หลังจากเปิดเทอมและลุยเรียนกันมาสักพักใหญ่ เด็กๆ วัยเรียนต่างต้องใช้พลังงาน สมองและสายตา ในการเรียนรู้และทำกิจกรรมในแต่ละวันอย่างเต็มที่ คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพรอบด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ลูกน้อยมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ที่ดี ควบคู่ ไปกับร่างกายที่แข็งแรง “คิทโด้” (KITDO) วิตามินเม็ดเคี้ยว จึงเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งในการบำรุงสมอง สายตา และเสริมภูมิคุ้มกัน ให้น้องๆ พร้อมรับมือกับการเรียนและเล่นสนุกได้อย่างเต็มศักยภาพในทุกๆ วัน

“คิทโด้” อร่อย ทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ โดยไม่เติมน้ำตาลและไม่ใส่สารกันเสีย มีให้เลือก 2 สูตร 2 รสชาติ ได้แก่ รสส้มเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน และรสมิกซ์เบอร์รี่เพื่อบำรุงสมองและสายตา ที่อัดแน่นไปด้วย คุณประโยชน์ที่จำเป็นสำหรับเด็กวัยเจริญเติบโตและทุกคนในครอบครัว บรรจุซองละ 12 เม็ด พิเศษเพิ่มปริมาณแถมฟรีอีก 3 เม็ด (รวมเป็น 15 เม็ดต่อซอง) มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดคุ้มต้อนรับฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ “ซื้อ 1 แถม 1” (คละรสชาติได้) ในราคาพิเศษเพียง 49 บาท (จากปกติ 98 บาท) ตั้งแต่วันนี้ - 23 กรกฎาคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ


เริ่มต้นการปกป้องลูกน้อยด้วย “คิทโด้ ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน” (KITDO IMU Acerola C Plus Multivitamin) วิตามินเม็ดเคี้ยวรสส้ม ช่วยดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัดและภูมิแพ้ ชูจุดเด่นด้วยปริมาณวิตามินซี คุณภาพสูง โดย คิทโด้ IMU เพียง 2 เม็ด ให้คุณค่าวิตามินซีธรรมชาติ เท่ากับส้ม 1 ผล ผสานคุณประโยชน์จากวิตามินซีธรรมชาติ (Acerola Cherry Extract 150 mg.) นำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดูดซึมไวและอยู่ในร่างกายได้นาน อ่อนโยนไม่ระคายเคือง กระเพาะอาหาร เสริมทัพความแข็งแรงด้วย ซิงค์สูง (High Zinc) ที่ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ วิตามินดี และวิตามินรวมถึง 13 ชนิด เพื่อร่างกายที่แข็งแรงพร้อมลุยทุกกิจกรรม สำหรับน้องๆ ที่ต้องเรียนหนักและใช้สายตากับหน้าจอแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนตลอดทั้งวัน แนะนำ “คิทโด้ โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่” (KITDO Pro DHA Plus Bilberry) วิตามินเม็ดเคี้ยวรสมิกซ์เบอร์รี่ สูตรสำหรับเด็กวัยเรียนรู้ที่ช่วยบำรุงสมองและสายตาโดยเฉพาะ อุดมไปด้วยดีเอชเอสูง (High DHA) จากน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์นำเข้าจากออสเตรเลีย โดย คิทโด้ โปร ดีเอชเอ เพียง 1 เม็ด มีปริมาณ DHA ผเทียบเท่ากับการดื่มนมถึง 2 กล่อง ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์สมอง เพิ่มความจำ และการเรียนรู้ พร้อมผสานพลังจากสารสกัดบิลเบอร์รี่และวิตามินเอสูง (High Vitamin A) ที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น ลดความอ่อนล้าของสายตา เสริมด้วยโอเมก้า 3, 6, กรดโฟลิก (Folic Acid) ช่วยบำรุงเลือดและระบบประสาท รวมถึง วิตามินบีรวมอีก 7 ชนิด (บี 1, บี 3, บี 5, บี 6, บี 12,
โฟลิก, ไบโอติน) เพื่อการดูแลที่สมบูรณ์แบบในทุกๆ วัน แนะนำให้เด็กๆ รับประทานวันละ 1-3 เม็ดต่อสูตร เคี้ยวอร่อย ได้ ประโยชน์เต็มๆ คำ “คิทโด้” เป็นวิตามินเม็ดเคี้ยวที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ รับประทานง่าย หอมกลิ่นผลไม้ ไม่เติมน้ำตาล และไม่ใส่สารกันเสีย จึงเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ และน้องๆ 

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ “คิทโด้” ทั้ง 2 สูตรเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ www.bshine.co.th/kitdo/, FB Page : kitdoclub,
Line : @Kitdo, TikTok : bshine.official, และ IG : bshinenutritionplus

02 กรกฎาคม 2569

เฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้


เฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ พร้อมส่งต่อความโชคดีด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษ“The Art of Mid-Autumn 2026” จากโรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ

2 กรกฎาคม 2569, กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีนี้กับ “The Art of Mid-Autumn 2026” คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ ที่ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัวเพื่อถ่ายทอดความหมายของการกลับมาพบกัน การแบ่งปัน และการส่งต่อความปรารถนาดีในช่วงเทศกาลแห่งความสุข


กล่องของขวัญดีไซน์ใหม่ในปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของ ดอกเหมย และนกกระเรียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความหมายในวัฒนธรรมจีน โดยดอกเหมยสื่อถึงความเข้มแข็ง ความอดทน และการเริ่มต้นใหม่ ส่วนนกกระเรียนเป็นตัวแทนของอายุยืนยาว ความสุข และความกลมเกลียว ถ่ายทอดออกมาเป็นงานออกแบบที่สะท้อนถึงการกลับมาพบกันและการเฉลิมฉลองร่วมกันในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์

โดยขนมไหว้พระจันทร์นั้นได้ถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบสุดพรีเมียม ออกมาเป็น 5 รสชาติ ได้แก่

ทุเรียนไข่แดงเค็ม – รสชาติเข้มข้น หอมมันจากทุเรียนคุณภาพ ผสานความกลมกล่อมของไข่แดงเค็มอย่างลงตัว

เม็ดบัวไข่แดงเค็ม – รสชาติคลาสสิกเหนือกาลเวลา เนื้อเนียนนุ่ม หวานละมุนกำลังดี

พุทราจีนไข่แดงเค็ม – ความหวานตามธรรมชาติของพุทราจีน ตัดกับความเค็มนุ่มของไข่แดงเค็มได้อย่างลงตัว

ชาเขียวและถั่วแดง – หอมกลิ่นชาเขียว ผสานความหวานละมุนของถั่วแดงในสไตล์ร่วมสมัย

เกาลัดและแมคคาเดเมียไข่แดงเค็ม – ไส้พิเศษที่ผสานความหอมมันของเกาลัดและแมคคาเดเมียเข้ากับไข่แดงเค็ม มอบสัมผัสที่แตกต่างและน่าประทับใจในทุกคำบรรจุลงในกล่องดีไซน์พิเศษพร้อมจำหน่ายทั้งแบบชิ้นเดี่ยว และแบบกล่อง 4 ชิ้น ในราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาทสุทธิต่อชิ้น และ 1,299 บาทสุทธิต่อกล่องสำหรับ 4 ชิ้น เหมาะสำหรับการมอบเป็นของขวัญแก่ครอบครัว เพื่อน คนสำคัญ รวมถึงลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจในช่วงเทศกาล

พิเศษสำหรับปีนี้ โรงแรมฯ มีบริการปรับแต่งโลโก้องค์กรบนกล่องของขวัญบรรจุ 4 ชิ้น ในราคาเพียง 1,499 บาทสุทธิต่อกล่อง เพื่อเพิ่มความพิเศษและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจ (ขั้นต่ำ 15 กล่อง และสั่งซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน)

The Art of Mid-Autumn 2026 พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569
ณ เดอะ แพนทรี และห้องอาหารจีนหนาน หยวน โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งจองได้ทาง LINE Official Account @avaniratchada
โทร. 02 641 1500 หรืออีเมล dining.vrat@avanihotels.com

สุดเจ๋ง! อภัยภูเบศร กวาด 3 รางวัลสมุนไพรคุณภาพแห่งชาติ


สุดเจ๋ง!  อภัยภูเบศร กวาด 3 รางวัลสมุนไพรคุณภาพแห่งชาติ ตอกย้ำการพัฒนาสมุนไพร 40 ปี พร้อมแจกหนังสือและต้นพันธุ์สมุนไพรฟรีในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ 

อภัยภูเบศร สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง หลังคว้า 3 รางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ตอกย้ำความสำเร็จของการพัฒนาสมุนไพรไทยบนฐานงานวิจัยและมาตรฐานการผลิตที่สั่งสมมายาวนานกว่า 40 ปี พร้อมชวนคนไทยมาเรียนรู้ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23

งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 จัดโดย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “Natural Roots – Economic Boost : จากธรรมชาติ สู่การสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” เพื่อขับเคลื่อนสมุนไพรไทยสู่การเป็นทั้งเครื่องมือดูแลสุขภาพและฐานเศรษฐกิจชีวภาพสำคัญของประเทศ ระหว่างวันที่ 2 -5 กรกฎาคม 2569 ที่อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 11-12 หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการจัดงาน คือ การประกวดรางวัลสมุนไพรคุณภาพ ซึ่งในปีนี้มีหลายหน่วยงานเข้าร่วมกิจกรรม โดย อภัยภูเบศร หนึ่งในองค์ภาคีร่วมจัดงาน ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ รวม 3 รางวัล 


พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “ ทั้ง 3 รางวัลที่ได้รับในปีนี้ เป็นบทพิสูจน์ว่าการพัฒนาสมุนไพรไทยบนฐานงานวิจัยและมาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี สามารถยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ ทั้ง 3 รางวัลที่ได้รับ ได้แก่

 “รางวัลปลูกไทยด้วยใจรักษ์” เป็นรางวัลจากกิจกรรมการประกวดผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นภาครัฐ ซึ่งยาแคปซูลเพชรร้อยข้อ จากสมุนไพรเพชรสังฆาต ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้รับรางวัลประเภทยาเดี่ยว  ระดับ Gold และ  รางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ PREMIUM HERBAL PRODUCTS 2569 อีก 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “อภัยบี-เมล่อน” จากมะระขี้นก สำหรับช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึง “มัสคูล สเปรย์” จากกระดูกไก่ดำ พัฒนาเป็นยาทดแทนสเปรย์แก้ปวดกล้ามเนื้อและข้อกลุ่ม NSAIDs  ได้รับรางวัล ประเภทที่ 2 PREMIUM HERBAL PRODUCTS SUSTAINABLE ที่ตอกย้ำถึงคุณภาพสมุนไพรไทยที่พัฒนาบนฐานงานวิจัย และ มาตรฐานการผลิต รวมถึงการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศไทยเพื่อความยั่งยืน โดยก่อนหน้านี้ผลิตภัณฑ์มัสคูล สเปรย์ จากกระดูกไก่ดำ ก็ได้กวาดรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ และ Prime minister Herbal Award (PMHA) มาแล้ว” พญ.วลีรัตน์ กล่าว



พญ.วลีรัตน์  กล่าวต่อว่า “นอกจากความสำเร็จด้านรางวัลแล้ว ภายในงาน อภัยภูเบศร ยังชวนประชาชนเรียนรู้ผ่านกิจกรรม และนิทรรศการภายในบูธที่เน้นให้ประชาชนสามารถใช้สมุนไพรไทยเพื่อการพึ่งตัวเอง เสริมเกราะป้องกันสุขภาพในยามภัยพิบัติ มีการจัดทำหนังสือ บันทึกของแผ่นดิน 16 “สมุนไพรเกราะป้องกันสุขภาพในภัยพิบัติ” ที่มีการจัดแบ่งกลุ่มสมุนไพรเป็น 16 กลุ่ม ครอบคลุมเพื่อการใช้ประโยชน์จริง ภายในเล่มพร้อมสูตรการทำยาต่างๆ นำมาแจกฟรีในงานวันละ 200 เล่ม  และ พันธุ์สมุนไพรที่ควรมีติดบ้าน วันละ 300 ต้น อาทิ หอมแส้ (หอมภูเขา) รางจืด (สายพันธุ์สารสำคัญสูง) พลูลงยา และ กะเพราะป่า พร้อมมีเภสัชกร และ แพทย์แผนไทยมาให้ความรู้ ให้คำปรึกษาสุขภาพและการใช้ยาสมุนไพร ฟรี ตลอดทั้งงาน”
 



พญ.วลีรัตน์  กล่าวต่อว่า “นอกจากความสำเร็จด้านรางวัลแล้ว ภายในงาน อภัยภูเบศร ยังชวนประชาชนเรียนรู้ผ่านกิจกรรม และนิทรรศการภายในบูธที่เน้นให้ประชาชนสามารถใช้สมุนไพรไทยเพื่อการพึ่งตัวเอง เสริมเกราะป้องกันสุขภาพในยามภัยพิบัติ มีการจัดทำหนังสือ บันทึกของแผ่นดิน 16 “สมุนไพรเกราะป้องกันสุขภาพในภัยพิบัติ” ที่มีการจัดแบ่งกลุ่มสมุนไพรเป็น 16 กลุ่ม ครอบคลุมเพื่อการใช้ประโยชน์จริง ภายในเล่มพร้อมสูตรการทำยาต่างๆ นำมาแจกฟรีในงานวันละ 200 เล่ม  และ พันธุ์สมุนไพรที่ควรมีติดบ้าน วันละ 300 ต้น อาทิ หอมแส้ (หอมภูเขา) รางจืด (สายพันธุ์สารสำคัญสูง) พลูลงยา และ กะเพราะป่า พร้อมมีเภสัชกร และ แพทย์แผนไทยมาให้ความรู้ ให้คำปรึกษาสุขภาพและการใช้ยาสมุนไพร ฟรี ตลอดทั้งงาน” 

ท่านที่สนใจสามารถร่วมเรียนรู้และสัมผัสนวัตกรรมสมุนไพรไทยจากอภัยภูเบศรได้ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 วันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น.
ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 11-12 สอบถามเพิ่มเติม โทร 02-0287710

30 มิถุนายน 2569

OMODA & JAECOO ประเทศไทย เปิดตัว JAECOO 6T REEV อย่างเป็นทางการในงาน TECH DAY 2026


ขับได้ไกลกว่า ลุยได้ทุกเส้นทาง  OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 6T REEV รถ REEV
ขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นแรกของไทย ขับได้ไกลกว่า ลุยได้ทุกเส้นทาง ยกระดับทางเลือกใหม่ของคนไทย ด้วยเทคโนโลยี REEV ในราคาต่ำล้านบาท

กรุงเทพฯ – 29 มิถุนายน 2569 – OMODA & JAECOO ประเทศไทย เปิดตัว JAECOO 6T REEV อย่างเป็นทางการในงาน TECH DAY 2026  โดยชูเทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ของแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานในประเทศไทย ตั้งแต่การขับขี่ในเมือง การเดินทางระหว่างจังหวัด ไปจนถึงเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะและการยึดเกาะ JAECOO 6T REEV มอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถไฟฟ้า 100% ด้วย อัตราเร่งดีเยี่ยม ภายในห้องโดยสารเงียบ การตอบสนองของกำลังรวดเร็วและการส่งกำลังที่ต่อเนื่องไร้รอยต่อ 


JAECOO 6T REEV 2WD Max เปิดราคาพิเศษ 879,900 บาท จากราคาปกติ 899,900 บาท และ JAECOO 6T REEV 4WD Ultra เปิดราคาพิเศษ 979,900 บาท จากราคาปกติ 999,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว รับฟรี! การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) สำหรับแบตเตอรี่ มอเตอร์ และชุดควบคุม* รวมถึงการรับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง* ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี* ฟรี AC Portable Charger* และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สำหรับลูกค้า 1,000 คนแรกที่จองภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และรับรถภายในเดือนสิงหาคม 2569 โดย OMODA & JAECOO ประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมด้านการส่งมอบ JAECOO 6T REEV ให้ครบภายในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดหลังการเปิดตัว พร้อมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้รับรถอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

JAECOO 6T REEV นำเสนอเทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าขยายระยะทาง ซึ่งผสานจุดเด่นของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับระบบสร้างพลังงานสำรองภายในรถ เพื่อมอบการขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล และตอบสนองรวดเร็ว พร้อมช่วยให้การวางแผนการเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลักได้ หรือหากคุณจะเดินทางในระยะไกลที่การชาร์จไม่เพียงพอ ระบบก็สามารถผสานพลังงานน้ำมันมาขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อมอบพลังงานอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากความกังวล 

เทคโนโลยี REEV: ประสบการณ์ขับขี่แบบไฟฟ้า พร้อมการใช้งานที่ครบถ้วนยิ่งขึ้นระบบ REEV ทำงานในรูปแบบ Series Hybrid โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่เท่านั้น โดยไม่ได้ส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง จึงยังคงให้ความรู้สึกในการขับขี่แบบรถไฟฟ้าอย่างแท้จริง เมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลง เครื่องยนต์จะทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการขับขี่อย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนพาวเวอร์แบงก์ที่ติดกับรถไปทุกที่ ทำให้สามารถใช้งานด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลักในชีวิตประจำวัน และเดินทางต่อเนื่องในระยะไกลได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิด "ทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้" (When Life Happens, Keep Moving!)

JAECOO 6T REEV: สมรรถนะและเทคโนโลยีที่พร้อมสำหรับทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้
JAECOO 6T REEV รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุด 190 กิโลเมตรในรุ่น 2WD และสูงสุด 160 กิโลเมตรในรุ่น 4WD ขณะที่ระยะทางขับขี่รวมทำได้สูงสุด 800 กิโลเมตรในรุ่น 2WD และ 750 กิโลเมตรในรุ่น 4WD ครอบคลุมทั้งการใช้งานประจำวันและทริประยะไกลโดยไม่ต้องปรับพฤติกรรมการใช้รถมากนัก และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง ในด้านสมรรถนะ รุ่น 2WD ให้กำลังสูงสุด 252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 300 นิวตันเมตร ขณะที่รุ่น 4WD ให้กำลังสูงสุด 428 แรงม้า พร้อมแรงบิด 505 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.5 วินาที เสริมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-WD ที่ปรับการทำงานระหว่าง 2WD และ 4WD โดยอัตโนมัติ พร้อมกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์

JAECOO 6T REEV ยังออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสภาพถนนที่แตกต่างกัน ด้วยความสามารถในการลุยน้ำท่วมขังระดับ 600 มิลลิเมตร ความสามารถในการขึ้นทางลาดชัน 55% หรือประมาณ 29 องศา และโหมดการขับขี่ 9 รูปแบบในรุ่น 4WD ซึ่งเหมาะสำหรับทั้งการใช้งานในเมืองและเส้นทางออฟโรด

แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 33.67 kWh รองรับการชาร์จจากภายนอก โดยชาร์จ AC ได้สูงสุด 6.6 kW และชาร์จ DC ได้สูงสุด 100 kW เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายกับการชาร์จได้ทั้งที่บ้านและระหว่างการเดินทาง Smart Power, Smart Distance, Smart Technology: จุดเด่นที่ออกแบบสำหรับการใช้งานจริงในประเทศไทย

JAECOO 6T REEV มาพร้อมกับคอนเซปต์ When Life Happens, Keep Moving ทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้ เพื่อให้เหมาะกับบริบทการใช้รถในประเทศไทย ทั้งการจราจรในเมือง การเดินทางระหว่างจังหวัด และเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะ การยึดเกาะ และความปลอดภัยสูง

Smart Power พลังที่ตอบสนองทุกสถานการณ์ สะท้อนผ่านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ให้การตอบสนองรวดเร็วตามแบบรถไฟฟ้า ผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-WD และโหมดการขับขี่ 9 รูปแบบ ช่วยให้รถปรับการทำงานได้อย่างเหมาะสมกับสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ เสริมด้วยช่วงล่างด้านหลังแบบ 

H-ARM ที่ช่วยเพิ่มการทรงตัว ความนุ่มนวล และการยึดเกาะถนน Smart Distance สบายใจในทุกการเดินทาง พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยระยะทางที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนในชีวิตประจำวัน พร้อมเพิ่มความต่อเนื่องในการเดินทางไกลด้วยระบบขยายระยะทาง เสริมด้วยฟังก์ชัน V2L ขนาด 2.3 kW และ Camping Mode สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการใช้งานนอกสถานที่ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ด้วยเบาะนั่งแบบ Super Comfort ที่มาพร้อมที่รองขา ฟังก์ชันนวด ระบบระบายอากาศ และการปรับดันหลังด้วยไฟฟ้า ขณะที่พนักพิงเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเอนได้ 2 ระดับ เพื่อความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง 

Smart Technology เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่พร้อมดูแลทุกการเดินทาง ด้วยการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และความมั่นใจในทุกสถานการณ์ มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 15 ฟังก์ชัน กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 540 องศา และระบบชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย 50 วัตต์



คุณบิล จาง รองประธานแบรนด์โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย กล่าวว่า “JAECOO 6T REEV สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในประเทศไทย ด้วยระบบ REEV ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักและมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อขยายระยะทาง รถรุ่นนี้จึงมอบประสบการณ์การขับขี่แบบไฟฟ้า 100% พร้อมความสะดวกในการเดินทางในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งในชีวิตประจำวัน การเดินทางระยะไกลระหว่างจังหวัด และเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะมากขึ้น เราเชื่อว่า JAECOO 6T REEV จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มองหาความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ความสะดวก และความมั่นใจในการใช้งาน” ที่สะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกยุคใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในเมือง และนอกเมืองได้อย่างลงตัว 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.omodajaecoo.co.th/th
ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย อย่างเป็นทางการของ OMODA & JAECOO ประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร. 02-020-8888

29 มิถุนายน 2569

สโมสรโรตารีกรุงเทพมหานคร ร่วมสัมมนาคณะกรรมการสโมสร ภาค 3350 โรตารีสากล


สโมสรโรตารีกรุงเทพมหานคร ร่วมสัมมนาคณะกรรมการสโมสร ภาค 3350 โรตารีสากล พร้อมแสดงความยินดีนายกสโมสรคนใหม่ ปีบริหาร 2569-2570

สโมสรโรตารีกรุงเทพมหานคร (Rotary Club of Krungthep Mahanakorn) นำโดย นายกก่อตั้ง แพทย์หญิงรุ่งไพลิน รัตนชีวร พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารและสมาชิกสโมสร เข้าร่วมการสัมมนาคณะกรรมการสโมสร ภาค 3350 โรตารีสากล ประจำปีบริหาร 2569-2570 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานและเสริมสร้างศักยภาพ  การบริหารสโมสรให้
มีประสิทธิภาพตลอดปีบริหาร




ภายในงานได้มีพิธีสถาปนานายกสโมสรคนใหม่ โดย นายกศรีสองรัก ชัยสิทธิ์ เข้ารับตำแหน่งนายกสโมสรอย่างเป็นทางการ พร้อมกันนี้ได้มีพิธีมอบเหรียญอดีตนายกสโมสร เพื่อแสดงความขอบคุณและเชิดชูเกียรติแก่ นายกจิตศักดิ์ หลิมภากรกุล สำหรับความเสียสละและการอุทิศตนในการนำพาสโมสรตลอดวาระที่ผ่านมา ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ คณะกรรมการและสมาชิกสโมสรโรตารีกรุงเทพมหานครได้ร่วมแสดงความยินดี มอบกำลังใจ และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีสถาปนา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ความอบอุ่น และความสามัคคีของชาวโรแทเรียน ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมในการสานต่ออุดมการณ์แห่งการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม ภายใต้แนวทางของโรตารีสากล

การเข้าร่วมสัมมนาและพิธีสถาปนาในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของสโมสรโรตารีกรุงเทพมหานครในการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กร พัฒนาศักยภาพผู้นำ และสร้างความร่วมมือระหว่างสโมสรในภาค 3350 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการบริการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืนตลอดปีบริหาร 2569–2570