31 กรกฎาคม 2569

“อพท. ผลักดันท่องเที่ยวโดยชุมชน 34 ชุมชน ผ่าน 12 เส้นทางสู่ตลาดการท่องเที่ยว


“อพท. ผลักดันท่องเที่ยวโดยชุมชน 34 ชุมชน ผ่าน 12 เส้นทางสู่ตลาดการท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรม CBT Travel Mart 2026”

       อพท. จัดกิจกรรม CBT Travel Mart 2026 ผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 20-22 กรกฎาคม 2569 ดัน 34 ชุมชนท่องเที่ยวสู่โอกาสทางการตลาดและเครือข่ายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน ผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) 

       นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ประธานในการกล่าวเปิดกิจกรรม กล่าวว่า กิจกรรม CBT Travel Mart 2026 จัดโดยสำนักท่องเที่ยวโดยชุมชนและสำนักงานพื้นที่พิเศษฯ ทั้ง 9 พื้นที่ของ อพท. ถือเป็นเวทีในการสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับชุมชนท่องเที่ยว ได้เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อนำเรื่องราวและกิจกรรมท่องเที่ยวไปสู่สายตาของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดย อพท. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องแล้วเป็นปีที่ 3 ซึ่งได้รับการาตอบรับเป็นอย่างจากทั้งชุมชนท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมาได้มีการจับคู่เจรจาธุรกิจจำนวน 308 คู่ จาก 15 ชุมชนท่องเที่ยวใน 5 เส้นทางท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษ อพท.



       และในปี 2569 นี้ ได้มีการจับคู่เจรจาธุรกิจจำนวน 103 คู่ ระหว่าง 34 ชุมชนท่องเที่ยว จาก 12 เส้นทางท่องเที่ยวใน 9 พื้นที่พิเศษของ อพท. กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว (Buyers) 19 บริษัท โดยชุมชนได้นำเสนอศักยภาพและผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวผ่านผู้แทนประจำพื้นที่ (Focal Point) เพื่อสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงสู่ตลาดท่องเที่ยวคุณภาพ  สำหรับปี 2569 เส้นทางที่มีการนัดหมายเจรจาธุรกิจมากที่สุด 2 อันดับแรก ได้แก่ อพท.หมู่เกาะช้าง - สุดเขตตะวันออก: ตามรอยประวัติศาสตร์ ยลวิถีพหุวัฒนธรรมเมืองตราด  และอพท.ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา - หรอยใจโหม๋เรา: อิ่มสุขแบบคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา  และเส้นทางที่ได้รับคะแนนประเมิน (Rating) สูงสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ อพท.หมู่เกาะช้าง - สุดเขตตะวันออก: ตามรอยประวัติศาสตร์ ยลวิถีพหุวัฒนธรรมเมืองตราด และ อพท.อู่ทอง - ดื่มด่ำรสท้องถิ่น: รื่นรมย์ศิลป์ถิ่นอู่ทอง


       
และภายหลังการจัดกิจกรรมดังกล่าว อพท. มีแผนดำเนินการจัดกิจกรรม Product Testing ในทั้ง 12 เส้นทางท่องเที่ยวใน 9 พื้นที่พิเศษของ อพท. ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน 2569 เพื่อนำผลไปพัฒนาและยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวให้ตอบสนองความต้องการของตลาด ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพด้านการตลาด การสื่อสาร และการบริหารจัดการแก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืนตามแนวทางของ อพท. ในปีงบประมาณ 2570 เพื่อนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป





OMODA C5 "SUV Coupe ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ ออฟชันล้นทะลัก คุ้มค่าเกินราคา


นิยามใหม่ของสไตล์ในทุกเฉดสีกับ OMODA C5 "SUV Coupe ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ ออฟชันล้นทะลัก คุ้มค่าเกินราคา" Omoda C5 EV จาก นำเข้าจากจีน เป็น ประกอบในประเทศ มาดูภายในของรุ่น OMODA C5 EV เทคโนโลยีและความสบายที่ทำให้ทุกช่วงเวลาบนรถพิเศษยิ่งขึ้นไปด้วยกัน

Toptotravel มีโอกาสได้ลองขับ Omoda C5 EV อัตราเร่งบนถนนพบว่าการส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ ให้โหมดปกติ การส่งกำลังจะเน้นความไหลลื่น ทำอัตราเร่งได้ง่ายบนสภาพการจราจรในเมือง นอกจากนี้ ช่วงที่ใช้ความเร็วต่ำ สามารถรักษาความเร็วได้คงที่ (ผู้ขับสามารถเลือกระดับการชาร์จกลับกระแสไฟฟ้าจากการถอนคันเร่ง หรือการเบรคได้) ในโหมด SPORT การตอบสนองของคันเร่งมีความฉับไว ล้อคู่หน้ามีอาการหมุนฟรีให้สัมผัสในระดับที่สมดุล เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสส์โอเวอร์ที่มีความสปอร์ตอยู่จริง 



ห้องโดยสาร ออกแบบห้อง ให้ความรู้สึกทันสมัย และหรูหราปรับโฉมอย่างชัดเจน รูปทรงของพวงมาลัยถูกออกแบบใหม่ รวมถึงรูปทรงของแผงประตูด้านใน ให้ความรู้สึกหรูหราขึ้น เบาะนั่งคู่หน้ามีรูปทรงสปอร์ต เสริมด้วยระบบนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับ (ติดตั้งเป็นครั้งแรก) ส่วนเบาะด้านหลังมีความกว้างขวางที่น่าพอใจ สามารถพับเก็บได้แบบ 60:40 พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป  



นอกเหนือจากการทดลองสมรรถนะโดยรวมแล้ว มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบ ADAS 19 ระบบ ความจุแบตเตอรีของรุ่นปรับโฉม คือ 50.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ลดลงจากรุ่นก่อนปรับโฉมกับความจุที่ 58.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง) แต่ชดเชยด้วยการรองรับการชาร์จแบบ DC ที่สูงขึ้นที่ 110 กิโลวัตต์ (รุ่นก่อนปรับโฉม คือ 80 กิโลวัตต์) มีระยะทำการสูงสุดเมื่อชาร์จเต็ม คือ 422 กม. (มาตรฐาน NEDC) ประเมินเบื้องต้นว่าการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างดี ภายใต้อัตราเร่งที่ฉับไว แต่หากใช้การขับขี่ที่เหมาะสม Omoda C5 EV มีการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ดีอย่างน่าพอใจ เหมาะสำหรับผู้กำลังมองหาครอสส์โอเวอร์พลังไฟฟ้า รูปทรงสวย ขับสบาย

1. ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวรถ Omoda C5 EV (Exterior)  Design Concept: มาในแนวคิด "RoboShark" (ฉลามจักรกล) ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว ดุดัน และล้ำอนาคตยิ่งขึ้น  

มิติตัวรถ: ตัวรถมีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4,545 มิลลิเมตร (ยาวขึ้นจากรุ่นเดิม 145 มิลลิเมตร) ทำให้สัดส่วนดูกว้างขวางและสง่างามขึ้นในทรง SUV Coupe  

จุดเด่นภายนอก: ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, หลังคา Sunroof เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า  

2. ภายในห้องโดยสารและความสะดวกสบาย (Interior & Technology) Smart Cockpit: ยกระดับความบันเทิงด้วยชิปประมวลผล Qualcomm 8155 ควบคู่กับมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสตรงกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย  

ความบันเทิง: จัดเต็มด้วยระบบเสียงรอบทิศทางจาก SONY (ลำโพง 8 ตำแหน่ง) และแท่นชาร์จมือถือไร้สายความเร็วสูง 50W  ความสบายระดับพรีเมียม: เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อม ระบบนวดผ่อนคลาย (Massage Seats), ระบบอุ่นและระบายอากาศเบาะคู่หน้า (Ventilated & Heated Seats) รวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมกรองฝุ่น PM 0.3 และฟังก์ชันเอาใจสายไลฟ์สไตล์ เช่น Camping Mode และ Pet Mode  

3. สมรรถนะและการขับขี่ (Performance)
ขุมพลัง: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร  อัตราเร่ง: ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 7.2 วินาที ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ขับขี่สนุกในเมืองและเร่งแซงมั่นใจบนถนนใหญ่  แบตเตอรี่ & ระยะทาง: แบตเตอรี่ความจุ 50.6 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 422 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)  

การชาร์จไฟ:   รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW  รองรับการชาร์จเร็วกระแสตรง DC สูงสุด 110 kW (ทำให้ชาร์จไวขึ้นกว่ารุ่นเดิม)  มีระบบ V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายไฟฟ้า 3.3 kW ออกสู่อุปกรณ์ภายนอกได้  

4. ระบบความปลอดภัย (Safety Features)
จัดเต็มระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) รวมกว่า 19 ระบบ เช่น: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC with Stop & Go)  ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA / ICA)  ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)  กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา (รวมภาพแสดงสภาพพื้นใต้ท้องรถ Transparent Chassis) ช่วยให้การจอดและลุยอุปสรรค์ง่ายขึ้นมาก  

ข้อดี (Pros) ของ The New Omoda C5 EV 2026

1. ดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่น: ทรง SUV Coupe ที่ดูสปอร์ต ล้ำสมัย ถูกใจคนรุ่นใหม่ และขนาดตัวรถที่ยาวขึ้นทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งขึ้น  

2. ออฟชันแน่นเทียบเท่ารถยุโรป: เด่นเรื่องความสบาย ทั้งเบาะนวดไฟฟ้า, ระบบระบายอากาศเบาะ, หน้าจอ 2K ขนาดใหญ่ และชุดเครื่องเสียง SONY ที่ให้เสียงดีเกินราคา

3. สมรรถนะคล่องตัว: พละกำลัง 211 แรงม้า กับอัตราเร่ง 0-100 ใน 7.2 วินาที ถือว่าขับสนุกเร้าใจ แรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน  

4. เทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็ม: ให้ระบบช่วยเหลือการขับขี่มาครบครันโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม พร้อมกล้อง 540 องศา ที่มีประโยชน์มากในการใช้งานจริง  

5. ความคุ้มค่าและความมั่นใจในการบริการ: ด้วยการเปลี่ยนมาประกอบในประเทศไทย ทำให้สามารถทำราคาได้น่าดึงดูดใจ พร้อมแพ็กเกจการรับประกันที่คุ้มค่า (เช่น การรับประกันมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุมไฟฟ้าแบบ Lifetime Warranty ในช่วงเปิดตัว)




ทดสอบชาร์จ Omoda C5 EV  จาก 40-80 % ใช้เวลาประมาณ 25 นาที หลังจากขับมาเป็นระยะทางพอสมควร ทดลองชาร์จ Omoda C5 EV ตามสเปครองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 85 กิโลวัตต์ และชาร์จ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ การทดสอบเกิดขึ้นในช่วงบ่ายที่มีแสงแดดจัดและอากาศร้อน โดยเริ่มชาร์จเมื่อแบทเตอรีเหลือ 48 % และเพิ่มเป็น 80 % ในเวลาประมาณ 15 นาที ได้ระยะทางเพิ่มราว 120 กม. แม้กำลังชาร์จจริงจะอยู่ที่ประมาณ 70-80 กิโลวัตต์ แต่ระยะเวลาที่ใช้ถือว่าไม่นานเกินไปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้

การทดลองขับ Omoda C5 EV  พบว่ามีจุดเด่นเรื่องอัตราเร่งที่ตอบสนองไว ช่วงล่างเกาะถนนดีและเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ครบครันในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นมาก


#toptotravel #THENEWOMODAC5EV


ภูมิคุ้มกันดี ผิวสวยใส ตาไม่ล้า! “บีไชน์” ชวนดูแลตัวเองครบในหน้าฝนด้วย “ไบโอ โปร ซี”

จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษแบบซอง ซื้อ 1 แถม 1 เพียง 49 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ถึง 23 ส.ค. นี้

ช่วงฤดูฝนที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยและฝนตกชุกเช่นนี้ ประกอบกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องทำงาน หนัก พักผ่อนน้อย และจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตติดต่อกันเป็นเวลานาน ทั้งยังต้องเผชิญกับแสงแดด ละอองฝน มลภาวะ และความเครียดสะสม จนส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้า เกิดอาการตาแห้ง ตาล้า ผิวหมอง และภูมิคุ้มกันตกได้ง่าย

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ชวนดูแลสุขภาพรับหน้าฝนด้วยไอเท็มยอดฮิตของสายสุขภาพ “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” (Bio Pro C Vitamin C 1000 mg. Plus Bilberry) วิตามินซีสูตรพรีเมียมที่ตอบ โจทย์การดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ทานแค่วันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร ช่วยให้ "สายตาดี สุขภาพฟิต ผิวสวยสดใส" ได้อย่างง่ายดาย


“บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์จากส่วนประกอบ สำคัญเพื่อการดูแล แบบองค์รวมหลายด้าน :  

- สายตาดี โฟกัสชัด : ผสานพลังสารสกัดจากบิลเบอร์รี่นำเข้าจากอเมริกา ช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้น 

ลดอาการตาแห้ง ตาล้า ทำงานร่วมกับ วิตามินเอ ที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น และเพิ่มโฟกัสในการทำงาน

- สุขภาพฟิต ภูมิคุ้มกันดี : อุดมด้วยวิตามินซี 1000 มก. สูตรอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง กระเพาะอาหาร 

จากแหล่งธรรมชาติทั้งสารสกัดโรสฮิปส์และคามูคามู พร้อมซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ 

ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย 

- ผิวสวยสดใส ท้าแสงแดด : ปกป้องและบำรุงผิวให้แลดูสดใส แม้ต้องเจอแสงแดด และมลภาวะด้วย 

สารสกัดจากส้มสีแดง 

- สตรองยิ่งขึ้น : มีแคลเซียม 15% มีส่วนช่วยในการดูแลกระดูกให้แข็งแรง

“บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่ แบบซองซิปพกพา บรรจุ 7 เม็ด 

จัดโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้มต้อนรับหน้าฝน! ซื้อ 1 แถม 1 ราคาเพียง 49 บาท (ปกติ 98 บาท)
สมาชิก ALL member รับ 100 คะแนน พกพาความคุ้มค่า และดูแลตัวเอง ได้ทุกวัน
หาซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - 23 สิงหาคม 2569 ที่ร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ทุกสาขาทั่วประเทศ


29 กรกฎาคม 2569

น้องมะม่วง x เทศกาลงานเทียนพรรษา อุบลราชธานี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างปรากฏการณ์ …จากลายเส้นสู่ประเพณีไทย: "น้องมะม่วง" ร่วมเฉลิมฉลองงานแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี

เปิดตัวแลนด์มาร์คจุดถ่ายภาพแห่งใหม่ในงานแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี พบกับ "น้องมะม่วง" คาแรกเตอร์เด็กหญิงชาวไทยผู้โด่งดังระดับอินเตอร์ ซึ่งถือกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2546 ผ่านหนังสือการ์ตูน Everybodyeverything หนังสือการ์ตูนไทยเล่มแรกที่ได้รับการตีพิมพ์ในญี่ปุ่น

ททท.ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสืบสานวัฒนธรรม และต้องการเพิ่มความแปลกใหม่ที่เหมาะกับยุคสมัย โดยผสานงานประเพณีอันงดงามเข้ากับความสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวการมาเยือนเมืองดอกบัวในครั้งนี้ ศิลปินตั้งใจถ่ายทอดเสน่ห์ของภาคอีสานผ่านความสดใสของน้องมะม่วงใน 2 รูปแบบ คือ "น้องมะม่วง Smile" และ "น้องมะม่วง Dance" พร้อมจัดแสดงไฟอย่างสวยงาม



ผลงานชุดนี้มีการใช้องค์ประกอบท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง โดยใช้สีเขียวและสีชมพูจากดอกบัว ดอกไม้ประจำจังหวัดอุบลราชธานี ผสานเข้ากับลวดลายและสีสันของผ้าทออีสานที่บริเวณฐานของชิ้นงาน ถือเป็นการพบกันของศิลปะร่วมสมัยและมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างน่าสนใจ

ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่าน มาร่วมบันทึกภาพความประทับใจและร่วมสืบสานเทศกาลอันยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน

วันที่ 25 - 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:00 – 22:00 น.
โซน ททท. บริเวณทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี

#UbonCandleFestival2026 #AmazingThailand 

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #ThailandSignatureFestival

#thailand

24 กรกฎาคม 2569

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น


บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น  ช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย

นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น  การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย



เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้ชื่องาน "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมและมอบสิ่งของแก่ประชาชนในพื้นที่ตลอดทั้งวัน


ในโอกาสนี้ นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารในนามบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนสิ่งของเพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ ต.กกสะทอน ประกอบด้วย สมาร์ทโปรเจคเตอร์ สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและการอบรม รวมทั้ง ผ้าอ้อมอนามัยสำหรับเด็ก ,พัดลม ,หม้อหุงข้าว,และเตาไมโครเวฟ

แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “สิ่งของดังกล่าวจะถูกนำไปมอบให้แก่โรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ตำบลกกสะทอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและถุงยังชีพที่จัดขึ้นตลอดเส้นทาง ตั้งแต่บ้านห้วยมุ่น บ้านหมากแข้ง ไปจนถึงบ้านหมันขาว”



“นอกจากการมอบสิ่งของแล้ว บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่นำเทคโนโลยี Eyetronix (อายทรอนิค)ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ลงพื้นที่ตำบลกกสะทอนเป็นครั้งแรก เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองและฟื้นฟูสมองแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ ในพื้นที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการต่อยอดพันธกิจของบริษัทฯ จากการบริจาคสิ่งของพื้นฐาน สู่การส่งมอบองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ทันสมัยให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างแท้จริง” แพทย์หญิงธีรธร กล่าว
การร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ในการมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม และแบ่งเบาภาระของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้รับความชื่นชมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น  ช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย

นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น  การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย



เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้ชื่องาน "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมและมอบสิ่งของแก่ประชาชนในพื้นที่ตลอดทั้งวัน


ในโอกาสนี้ นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารในนามบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนสิ่งของเพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ ต.กกสะทอน ประกอบด้วย สมาร์ทโปรเจคเตอร์ สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและการอบรม รวมทั้ง ผ้าอ้อมอนามัยสำหรับเด็ก ,พัดลม ,หม้อหุงข้าว,และเตาไมโครเวฟ

แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “สิ่งของดังกล่าวจะถูกนำไปมอบให้แก่โรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ตำบลกกสะทอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและถุงยังชีพที่จัดขึ้นตลอดเส้นทาง ตั้งแต่บ้านห้วยมุ่น บ้านหมากแข้ง ไปจนถึงบ้านหมันขาว”

“นอกจากการมอบสิ่งของแล้ว บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่นำเทคโนโลยี Eyetronix (อายทรอนิค)ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ลงพื้นที่ตำบลกกสะทอนเป็นครั้งแรก เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองและฟื้นฟูสมองแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ ในพื้นที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการต่อยอดพันธกิจของบริษัทฯ จากการบริจาคสิ่งของพื้นฐาน สู่การส่งมอบองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ทันสมัยให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างแท้จริง” แพทย์หญิงธีรธร กล่าว

การร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ในการมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม และแบ่งเบาภาระของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้รับความชื่นชมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก




"คิมเบอร์ลี่" ร่วมฉลองเปิดโฉมใหม่ KT OPTIC สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์ ให้เป็น Vision & Eyewear Destination ด้วยมาตรฐานระดับโลก

KT OPTIC (เคที ออพติค) ศูนย์จำหน่ายแว่นตา ทุ่มงบจัดงาน Grand Opening ฉลองเปิดโฉมใหม่ สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์ ยกระดับความเป็น Vision & Eyewear Destination ศูนย์ดูแลสุขภาพและแฟชั่นแว่นตาครบวงจรแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออก ภายใต้แนวคิด The Vision & Style Lab

ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก โดยมีนักแสดงตัวท็อป คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ร่วมถ่ายทอดสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และ อัปเดตเทรนด์แว่นตาแฟชั่นล่าสุดไปพร้อมกับเหล่าเซเลบริตี้ แฟชั่นไอคอน อินฟลูเอนเซอร์ มากมาย อาทิ เจมส์ ศุภวิชญ์ วงศ์ฟู (นักแสดง), โฟล์ค จักริน แสงเรือน, พีค วีรภัทร ยั่งยืนสกุลเดช, เอเชีย  ศิระวรรษน์ โตวิวัฒน์,  เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย (นักแสดง), ไอซ์ อธิชนันท์ และ บิ๊ก ณทรรศชัย (คู่รักนักแสดง) เกด ธิญาดา (นักแสดง), ไก่ สุปราณี เจริญผล, จอย ดาวกระจาย, ลูกจันทร์ ณภษร พินิษไชย, นีน่า จิณณ์นิตา  จัดดา และ โณนี่ จารุปิยา บริบาลบุรีภัณฑ์ มิสไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ฯลฯ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหาร คุณชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท KT OPTIC  พาชมนวัตกรรมสุดล้ำของเครื่องวัดสายตาที่ให้ได้มากกว่าการมองชัด พร้อมวิสัยทัศน์ในการยกระดับ KT OPTIC สู่มาตรฐานใหม่ของการดูแลสายตา พาชมแฟล็กชิปสไตล์โฉมใหม่ที่ผสานนวัตกรรมระดับสากลเข้ากับงานดีไซน์และบริการเฉพาะบุคคลอย่างลงตัว ณ ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ ชั้น 2  

โดย คิมเบอร์ลี่ ร่วมแชร์ไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพสายตา พร้อมเผยว่า "สำหรับคิม การดูแลสายตาเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและการใช้ชีวิตทุกวัน แว่นตาที่ดีไม่ใช่แค่ช่วยให้มองเห็นชัด แต่ยังช่วยเสริมความมั่นใจและสะท้อนสไตล์ของตัวเองได้ด้วย วันนี้รู้สึกยินดีมากที่ได้มาร่วมเปิดโฉมใหม่ของ  KT OPTIC ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพสายตาและแฟชั่นในที่เดียวจริงๆค่ะ"

ทางด้าน คุณชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท KT OPTIC “การรีโนเวท  KT OPTIC สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ ครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับครั้งสำคัญของแบรนด์ จากร้านแว่นตาสู่ Vision & Eyewear Destination แห่งแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อเป็นจุดหมายใหม่ของผู้ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพสายตาและแฟชั่นแว่นตา โดยเลือกทำเลศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก และเป็นประตูสู่จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง สาขาแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ บริเวณแกรนด์สเตชั่น ฝั่งลิฟท์แก้ว บนพื้นที่กว่า 180 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด Vision & Style Lab ที่รวบรวมเทคโนโลยีการตรวจวัดสายตาระดับสากลไว้อย่างครบครัน ทั้งเครื่องตรวจวัดสายตาจาก ZEISS ระบบตรวจสุขภาพตาด้วย Airdoc AI พร้อมทีม Optician และ Eyewear Stylist ที่พร้อมให้คำปรึกษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ลูกค้าได้รับทั้งสุขภาพสายตาที่ดีและแว่นตาที่เข้ากับบุคลิกและไลฟ์สไตล์



กว่า 60 ปีที่ KT OPTIC ดูแลสายตาคนไทย เราเชื่อว่าปัจจุบันลูกค้าไม่ได้มองหาเพียงแค่แว่นตาคุณภาพ แต่ต้องการประสบการณ์การดูแลสายตาที่ครบวงจร เราจึงนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าแว่นตาที่เลือก ไม่เพียงมองเห็นชัด แต่ยังเหมาะกับตัวตนของแต่ละคน โดยบริษัทตั้งเป้าให้ KT OPTIC สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ เป็นหนึ่งใน 5 สาขาที่สร้างรายได้สูงสุด ของบริษัท จากทั้งหมดกว่า 140 สาขาทั่วประเทศ

เพื่อฉลองการเปิดโฉมใหม่ KT OPTIC จัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษ ได้แก่ ฟรี! ตรวจสุขภาพตาด้วยเครื่องถ่ายภาพจอประสาทตาระบบ AI และตรวจวัดสายตาแบบครบวงจร มูลค่า 2,500 บาท ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 พร้อมส่วนลดสินค้าแบรนด์ชั้นนำสูงสุด 60%, และของสมนาคุณในช่วงฉลองGrand Opening อีกมากมายภายในร้าน #KTOPTICFashionlsland

ช่องทางการติดตาม Click
Facebook: KT OPTIC: https://www.facebook.com/KTopticofficialpage
IG: ร้านแว่นตา KT OPTIC: https://www.instagram.com/ktoptic.th/
Tiktok: ร้านแว่นตา KT OPTIC: https://www.tiktok.com/@ktoptic?_r=1&_t=ZS-98Cqk85j3In