21 สิงหาคม 2569

ฟอร์จูน โฮเทล กรุ๊ป ยกทัพ 11 โรงแรม ร่วมงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79” จัดโปรแรง “เที่ยวยกครัว” ซื้อ Voucher 5 แถม 1


กรุงเทพฯ 21สิงหาคม 2569 – ฟอร์จูน โฮเทล กรุ๊ป (Fortune Hotel Group) ภายใต้บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) ชวนคนไทยออกเดินทางพักผ่อนกับครอบครัวและคนพิเศษ ยกทัพโรงแรมในเครือ 11 แห่งทั่วประเทศ ร่วมงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เที่ยวยกครัว” พร้อมนำเสนอแพ็กเกจห้องพักราคาพิเศษ ครอบคลุมหลากหลายจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วไทย

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธ G06 โดยฟอร์จูน โฮเทล กรุ๊ป เตรียมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะภายในงาน ซื้อ Voucher 5 ใบ รับฟรี 1 ใบ และซื้อ Voucher 10 ใบ รับฟรี 2 ใบ สามารถใช้สิทธิ์เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 – 31 มีนาคม 2570 ตามเงื่อนไขของแต่ละโรงแรม

11 โรงแรม พร้อมราคาพิเศษภายในงาน

โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช

Superior Room ราคา 1,599 บาท รวมอาหารเช้า

Line OA: @grandns


โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์ บีช ระยอง

Deluxe Room ราคา 1,999 บาท รวมอาหารเช้า

Line OA: @fortunesaengchan


โรงแรมฟอร์จูน โคราช

Superior Room ราคา 1,099 บาท รวมอาหารเช้า

Line OA: @fortunekorat


โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม

Superior Room ราคา 1,499 บาท รวมอาหารเช้า

Line OA: @fortuneriverview


โรงแรมฟอร์จูน วิวโขง นครพนม

Deluxe Room ราคา 1,499 บาท รวมอาหารเช้า

Line OA: @fortuneviewkhong


โรงแรมฟอร์จูน บุรีรัมย์

Deluxe Room ราคา 1,099 บาท รวมอาหารเช้า

Line OA: @fortuneburiram


โรงแรมฟอร์จูน คอร์ทยาร์ด เขาใหญ่

Classic Room ราคาเริ่มต้น 1,699 บาท รวมอาหารเช้า

Line OA: @fortunecourtyard


โรงแรมฟอร์จูน ดี พลัส เขาใหญ่

Superior Room ราคาเริ่มต้น 1,099 บาท รวมอาหารเช้า

Line OA: @fortunedplus


โรงแรมฟอร์จูน ดี พิษณุโลก

Superior Room ราคา 999 บาท รวมอาหารเช้า

Line OA: @fortunephitsanulok


โรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด

Superior Room ราคา 899 บาท พร้อม Grab & Go

โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย

Superior Room ราคา 699 บาท พร้อม Grab & Go

Line OA: @fortunedloei

ผู้ที่กำลังวางแผนทริปพักผ่อนช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 สามารถเลือกซื้อ Voucher ในราคาพิเศษได้ภายในงาน ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79 วันที่ 20–23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธ G06

หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด โปรดตรวจสอบวันงดใช้สิทธิ์ (Blackout Date) ของโรงแรมแต่ละแห่งก่อนเข้าพัก และสำหรับโรงแรมสาขาเขาใหญ่ การเข้าพักในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 – 31 มีนาคม 2570 มีค่าบริการเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนด


#โรงแรมในเครือฟอร์จูนกรุ๊ป         

 #ไทยเที่ยวไทยครั้งที่79       

 #cpland

#ฟอร์จูนโฮเทลกรุ๊ป

#CPLAND

#FortuneRiverView






เกี่ยวกับโรงแรมในเครือฟอร์จูน

โรงแรมในเครือฟอร์จูน ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ  เป็นโรงแรมมาตรฐานการบริการมาตราฐานโรงแรมในประเทศ ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ “ฟอร์จูน” โดย บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน)ได้รับการรับรองความสะอาดตามมาตรฐานของ SHA Plus จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำหรับธุรกิจโรงแรม โรงแรมในเครือฟอร์จูน แบ่งการให้บริการ ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1.City Hotel ระดับ 4-5 ดาว ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช โรงแรมฟอร์จูน โคราช จังหวัดนครราชสีมา ฯลฯ

2.Resort Hotelระดับ 3-4 ดาว ได้แก่  โรงแรมฟอร์จูนริเวอร์วิวนครพนม โรงแรมฟอร์จูน วิวโขง นครพนม โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์ บีช ระยองและ โรงแรมฟอร์จูนคอร์ทยาร์ดเขาใหญ่ ฯลฯ

3.Lifestyle and Convenient Hotel ระดับ 2-3 ดาว ได้แก่ โรงแรมฟอร์จูน ดี เขาใหญ่ โรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย และ โรงแรมฟอร์จูน บุรีรัมย์ โรงแรม ฟอร์จูน พิษณุโลก ฯลฯ 

ข้อมูลเพิ่มเติม www.fortunehotelgroup.com

เกี่ยวกับ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน)

ซี.พี. แลนด์ หรือ CP LAND ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2531 ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประกอบด้วย 7 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจที่พักอาศัย บ้าน คอนโดมิเนียม 2. ธุรกิจอาคารสำนักงาน (ส่วนกลางและภูมิภาค) 3. ธุรกิจโรงแรม 4. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 5. ธุรกิจบริหารอาคาร 6. ธุรกิจพลังงาน 7. ศูนย์ประชุมไคซ์ – KICE ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.CPLAND.co.th 

ขอขอบพระคุณในการอนุเคราะห์เผยแพร่ข่าวสาร ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ          

ฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์องค์กร บริษัทซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน)

พม. จัดงานใหญ่ "Social Development Expo 2026 (SDX 2026)" ดึง ปชช.-เครือข่าย ร่วมสร้างสังคมไทย


พม. จัดงานใหญ่ "Social Development Expo 2026 (SDX 2026)" ดึง ปชช.-เครือข่าย ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน พร้อมกางผลงาน พม. 120 วัน ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานมหกรรมด้านการพัฒนาสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ "Social Development Expo 2026 (SDX 2026)" ภายใต้แนวคิด "Co-Creating a Better Society ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน" ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569 นับเป็นเวทีสำคัญระดับประเทศที่เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน ทุกภาคส่วน ได้ร่วมคิด ร่วมแลกเปลี่ยน และร่วมออกแบบอนาคตของสังคมไทย ผ่านองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ผลงานวิชาการ และต้นแบบการพัฒนาสังคมจากทั่วประเทศ นำไปสู่การออกแบบอนาคตของสังคมไทยที่ยั่งยืนไปด้วยกัน เพราะทุกคนคือพลังของการสร้าง "สังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม SDX 2026 พร้อมปาฐกถาพิเศษ “120 วัน พม. ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ซึ่งมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ , นางสาวชนก  จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายแพทย์วัชรากร เลิศด้วยลาภ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายชนินทร์  รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายกันตพงศ์  รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , คณะทูตจากสถานเอกอัครราชทูต , ผู้แทนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม , ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ , ประชาชนทั่วไป และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

นายนิกร เปิดเผยว่า ผลงาน 120 วัน ของกระทรวง พม. "ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" ไม่ใช่การขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมที่เป็นเพียงการเยียวยาปัญหาเฉพาะหน้า แต่ปรับระบบการทำงานใหม่ ให้มองประชาชนเป็นรายคน รายครอบครัว และรายพื้นที่ เพื่อส่งความช่วยเหลือไปให้ถึงมือของประชาชนผู้ที่ต้องการอย่างแม่นยำ ทั้งนี้ หนึ่งในหัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนจาก การให้ประชาชนเข้ามารับความช่วยเหลือ ไปสู่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล ค้นหา เข้าถึง และติดตามดูแลประชาชนเชิงรุก โดยการนำระบบดิจิทัลและ AI มาเชื่อมสิทธิสวัสดิการ และโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้น

สำหรับผลงานสำคัญในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาระบบฐานข้อมูล MSDHS Big Data เชื่อมข้อมูลกลุ่มเปราะบางจากฐานข้อมูล MSO-Logbook เข้ากับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 231,091 ราย , การพัฒนาระบบ พม. Care เพื่อขอรับเงินสงเคราะห์ 6 ประเภท ด้วยตัวเอง ผ่านระบบออนไลน์บนสมารท์โฟน ซึ่งมีผู้ใช้บริการ 3,503 ราย , การเชื่อมบริการสำหรับคนพิการผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ซึ่งมีคนพิการใช้งานมากถึง 71,642 คน , การยกระดับ สายด่วน พม. โทร. 1300 ด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการประชาชนอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ , ยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบ 435 แห่ง , ขับเคลื่อนศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็กต้นแบบ 434 แห่ง , สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 2.42 ล้านคน และผลักดันให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนครบทุกระดับ 8,778 แห่ง

อีกทั้ง สนับสนุนการสร้างชุมชนเข้มแข็งและระบบสวัสดิการฐานราก ซึ่งมีสมาชิกสวัสดิการชุมชน 2.51 ล้านคน , ขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) 2,258 แห่งทั่วประเทศ โดยให้การดูแลผู้สูงอายุ 169,150 คน , ผลักดันการปรับเบี้ยความพิการเป็น 1,000 บาท , สนับสนุนอุปกรณ์สำหรับคนพิการอีก 17,000 คน , ปรับสภาพแวดล้อมที่พักอาศัยสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการแล้ว 10,559 หลัง , ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการบ้านมั่นคงและบ้านพอเพียง 24,482 ครัวเรือน , ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ 75,772 คน และสร้างอาชีพให้กลุ่มเปราะบางอีก 16,213 คน , สนับสนุนสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพแก่คนพิการและผู้สูงอายุ 9,509 ราย วงเงิน 455 ล้านบาท , ขยายวงเงินกู้กองทุนคนพิการจาก 120,000 บาท เป็น 300,000 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสการประกอบอาชีพ



นอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังคงเดินหน้าปรับระบบราชการให้เป็นประตูที่เปิดกว้าง เป็นมิตร และเข้าใจประชาชน ลดขั้นตอนบริการ พร้อมทบทวนและปรับปรุงกฎหมายสำคัญรวม 8 ฉบับ และผลักดันร่างกฎหมายด้าน Universal Design เพื่อวางรากฐานให้ทุกคนสามารถเข้าถึง ใช้ชีวิต และมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเท่าเทียม "ก้าวต่อไปของกระทรวง พม. ไม่ใช่การทำโครงการแยกส่วน แต่คือการวางวาระรวมของระบบสังคมใหม่ ด้วยการเชื่อมคน ครอบครัว ชุมชน เทคโนโลยี ที่อยู่อาศัย อาชีพ สวัสดิการ และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน โดยทุกนโยบาย ทุกสวัสดิการ ต้องสามารถเปลี่ยนชีวิตประชาชนทุกช่วงวัยได้จริง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" นายนิกร กล่าวย้ำ


#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
#นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส
#ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #SDX2026

19 สิงหาคม 2569

กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช จับมือ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ลงนาม MOU พัฒนาความร่วมมือทางการศึกษาและพยาบาลศาสตร์

บริษัท แอดวานซ์ เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด หรือ กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช (CGH) ร่วมกับ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางการศึกษา (MOU) เพื่อร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ทั้งด้านวิชาการและภาคปฏิบัติ พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้ของนักศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ ให้มีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์และสภาพแวดล้อมการปฏิบัติงานจริง 

พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก ดร.พลอย พุทธพงษ์ศิริพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช และ รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เป็นประธานลงนาม ณ ชั้น 16 อาคาร CP ALL Academy สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถนนแจ้งวัฒนะ 

ภายในงานมีคณะผู้บริหารจากทั้งสององค์กรเข้าร่วม ได้แก่ พญ.เพชรลดา พุทธพงษ์ศิริพร รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช พร้อมด้วย นายพรวิทย์ พัชรินทร์ตนะกุล รองอธิการบดีอาวุโส สายวิชาการ และ ศาสตราจารย์ (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.วิภาดา คุณาวิกติกุล รองอธิการบดี ส่วนวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงคณะผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องจากทั้งสองฝ่าย

ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการและภาคปฏิบัติ และโอกาสในการทำงานสำหรับนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ ตลอดจนการสนับสนุนพื้นที่และกระบวนการฝึกปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง




นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายมีแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้าน นวัตกรรม โครงการวิชาการ งานวิจัยและพัฒนา การฝึกอบรม และการศึกษาดูงาน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างบุคลากร นักศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องฃกลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอชมีความยินดีที่ได้ร่วมพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยมุ่งหวังให้ความร่วมมือดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษากับประสบการณ์จากภาคการปฏิบัติงาน และช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในวิชาชีพในอนาคต

ความร่วมมือทางการศึกษาครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมขององค์กรในการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาระบบสุขภาพและสังคมในระยะยาว


18 สิงหาคม 2569

มทร.รัตนโกสินทร์ ร่วมกับ NIA จัดกิจกรรม Showcase

มทร.รัตนโกสินทร์ ร่วมกับ NIA จัดกิจกรรม Showcase รายงานผลการดำเนินงานโครงการนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และพลังงานสะอาด



ในวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569 มทร.รัตนโกสินทร์ นำโดย รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี เข้าร่วมกิจกรรม Showcase การรายงานผลการดำเนินงานโครงการนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และพลังงานสะอาด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดโดย มทร.รัตนโกสินทร์ ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติh (องค์การมหาชน) (NIA) จัดขึ้น ณ ห้องราชเทวี 1 ชั้น 3 โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นประธานในกิจกรรมดังกล่าว ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ การแนะนำแพลตฟอร์มส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ การอภิปรายหัวข้อ “แนวทางการจัดเตรียมและนำเสนอข้อเสนอโครงการ (Pitching) เพื่อขอรับการสนับสนุนทุนจาก NIA” การแนะนำหลักสูตรบัณฑิตศึกษาด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และพลังงานสะอาด รวมถึงการเสวนาในหัวข้อ “รูปแบบโครงการนวัตกรรมและตัวอย่างความสำเร็จในการพัฒนาโครงการนวัตกรรมร่วมกับ NIA”


 โดยผู้แทนจากภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และพลังงานสะอาด โดย ผศ.ดร.บวรกิตติ์ เนคมานุรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.รัตนโกสินทร์ และ รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี กล่าวขอบคุณ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่อง


ในวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569 มทร.รัตนโกสินทร์ นำโดย รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี เข้าร่วมกิจกรรม Showcase การรายงานผลการดำเนินงานโครงการนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และพลังงานสะอาด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดโดย มทร.รัตนโกสินทร์ ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติh (องค์การมหาชน) (NIA) จัดขึ้น ณ ห้องราชเทวี 1 ชั้น 3 โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นประธานในกิจกรรมดังกล่าว ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ การแนะนำแพลตฟอร์มส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ การอภิปรายหัวข้อ “แนวทางการจัดเตรียมและนำเสนอข้อเสนอโครงการ (Pitching) เพื่อขอรับการสนับสนุนทุนจาก NIA” การแนะนำหลักสูตรบัณฑิตศึกษาด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และพลังงานสะอาด รวมถึงการเสวนาในหัวข้อ “รูปแบบโครงการนวัตกรรมและตัวอย่างความสำเร็จในการพัฒนาโครงการนวัตกรรมร่วมกับ NIA” โดยผู้แทนจากภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และพลังงานสะอาด โดย ผศ.ดร.บวรกิตติ์ เนคมานุรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.รัตนโกสินทร์ และ รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี กล่าวขอบคุณ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่อง

📍ติดตามข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของ มทร.รัตนโกสินทร์ 

🌐WEBSITE : https://www.rmutr.ac.th

🔹FACEBOOK : https://www.facebook.com/RMUTR.2548

🔸TIKTOK : https://www.tiktok.com/@rmutr?_t=8oJ6gYy8u5y&_r=1

♦️IG : https://www.instagram.com/rmutr.pr?igsh=YzNxMndtdGhxcDZ5&utm_source=qr

📹YOUTUBE : https://www.youtube.com/@rmutrchannel4138

 

16 สิงหาคม 2569

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย” เปิดดีลพิเศษรับงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79

ห้องดีลักซ์ 1,500 บาท พร้อมอาหารเช้า

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเท็ล แอนด์ คอนเวนชั่น ร่วมงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79” พร้อมเปิดตัวโปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางสัมผัสเสน่ห์เมืองเชียงราย เสนอห้องพัก Deluxe Room ราคาเพียง 1,500 บาทสุทธิ/ห้อง/คืน พร้อมอาหารเช้า และรับส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่มภายในโรงแรม 15% ตลอดการเข้าพัก  โดยมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าก่อนเริ่มงาน  เปิด PRE-SALE ระหว่างวันที่ 17–19 สิงหาคม 2569 โดยสามารถจองตรงกับโรงแรมผ่านช่องทางต่าง ๆ และรับโปรโมชั่นดังกล่าวได้ทันที ก่อนพบกับโปรโมชั่นภายในงาน ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–23 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธ D22



โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเท็ล แอนด์ คอนเวนชั่น เป็นโรงแรมสไตล์ล้านนาร่วมสมัย ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกต่อการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการพักผ่อน ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยว คู่รัก ครอบครัว และกลุ่มเพื่อนที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวเชียงราย


ผู้สนใจสามารถสำรองห้องพักโปรโมชั่นไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79 ได้โดยตรงกับโรงแรม ตั้งแต่วันที่ 17–19 สิงหาคม 2569 ผ่าน LINE Official: @335tkcsv, โทร. 052 055 888 หรืออีเมลreservation@heritagechiangrai.com

www.heritagechiangrai.com

14 สิงหาคม 2569

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดโครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart”

เส้นทาง ซิ่ง ลุย ส่อง ล่อง ปั่น : 5 ภารกิจสุดมันส์ จังหวัดนครราชสีมา และ นครนายก


กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดโครงการ “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart” เพื่อส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ชวนคนทำงาน นักธุรกิจ และนักเดินทางยุคใหม่ ออกไปค้นพบมิติใหม่ของการประชุมและการเดินทาง ที่ไม่ได้มีเพียงห้องสัมมนา แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดตื่นเต้นและแรงบันดาลใจไม่รู้จบ โดยเชื่อมโยง 10 จังหวัด MICE City




ระหว่างวันที่ 13–14 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทาง นครราชสีมา–นครนายก นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route


เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure – Nature – Culture – Community – Sustainability-CSR
เริ่มต้นที่ จ.นครนายก เปิดโหมด Adventure กับกิจกรรม ล่องแก่งเขื่อนขุนด่าน สัมผัสความสนุกและความท้าทายท่ามกลางธรรมชาติ ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก นิยมใช้เรือแคนูและเรือยาง สามารถล่องแก่งได้ตลอดปีจุดเริ่มต้นอยู่ที่บริเวณเชิงสะพานหลังเขื่อนขุนด่านปราการชลเรื่อยมาตามลำน้ำนครนายก ผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ (แก่งที่น้ำเชี่ยวที่สุดคือแก่งสามชั้น) มีจุดนำเรือขึ้นฝั่งและออกมายังถนนใหญ่ได้หลายจุด เช่น ที่บ้านดง แก่งสามชั้น วังกุตภา และวังยาว ระยะทางในการล่องแก่งแต่ละช่วง 2-7 กิโลเมตรใช้เวลาในการล่อง 1-2 ชั่วโมงผู้ประกอบการได้จัดเตรียมเรือบริการนักท่องเที่ยวเป็นประจำทุกวันบริเวณท่าเรือล่องแก่ง หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล







ก่อนต่อยอดสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน ณ หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยว มู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนบ้านวังรี เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชีวิตในจังหวัดนครนายก โดดเด่นด้วยบรรยากาศภูเขา ลำธาร และพื้นที่สีเขียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบเรียบง่ายและสัมผัสวิถีชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเป็นชุมชนที่ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นชาติพันธุ์ลาว ทั้งภาษา อาหารพื้นบ้าน การแต่งกาย การแสดงพื้นบ้าน มีการรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนปั่นจักรยานลัดเลาะสวนหมากและสวนดอกดาหลา เรียนรู้การทำจานกาบหมากเพื่อลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะ และร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว สะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน




ช่วงค่ำเปิดประสบการณ์ Night Safari ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สัมผัสธรรมชาติยามค่ำคืน Night safari ส่องสัตว์กลางคืนที่เขาใหญ่ กิจกรรมประจำที่ไปทุกครั้งก็ต้องเเวะทำทุกครั้ง รอบนี้ถือว่าเจอสัตว์หลากหลาย ทั้งหมาจิ้งจอก พญากระรอกบิน เเละนกกลางคืน สนุกดีได้ลุ้นตลอดทาง กิจกรรม Night Safari (ส่องสัตว์ยามค่ำคืน) ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีค่าบริการ 600 บาทต่อคัน (นั่งได้ไม่เกิน 8-10 คน) ให้บริการวันละ 2 รอบ คือเวลา 19:00 น. และ 20:00 น. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยต้องติดต่อจองที่ศูนย์บริการนักก่อนเวลา 18:00 น.
ก่อนพักผ่อน ณ เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่ เป็นโรงแรมสไตล์รีสอร์ท 4 ดาว โดดเด่นด้วยบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา ให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศ การตกแต่งเน้นโทนสีสบายตา พื้นที่ส่วนกลางร่มรื่น และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย ซึ่งโรงแรมนี้ ได้รับการรับรองมาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวประเภทโรงแรมจากกรมการท่องเที่ยว





เช้าวันใหม่มุ่งหน้าสู่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จ.นครราชสีมา ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง ตั้งอยู่ในบริเวณ ใกล้กับอ่างเก็บน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid ภายในศูนย์การเรียนรู้ฯ นั้น จะแบ่งเป็นทั้งหมด 7 โซนด้วยกันค่ะ โซนแรกคือ ลานผู้กล้า (Plaza Nova) เป็นการเตรียมพร้อมก่อนเข้าไปในศูนย์ โดยจะเป็นจุดลงทะเบียน เเละจะให้เลือกตัวการ์ตูนผู้กล้าเพื่อที่จะเข้าไปสนุกและผจญภัยในศูนย์การเรียนรู้ค่ะ โซนนี้จะมี H-Bot Show คือการเเสดงของหุ่นยนต์ขนาดใหญ่และ ต้นไม้พลังงานหมุนเวียน ที่จะเปลี่ยนสีไปตามสีของพลังงานในศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง





สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและทัศนียภาพกังหันลมยักษ์และอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง ผ่านกิจกรรมปั่นจักรยานหรือรถกอล์ฟ พร้อมเรียนรู้เรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม ก่อนเติมความสนุกที่ เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ กับกิจกรรม ATV ยิงธนู และปืนเลเซอร์

● Soft Adventure: เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
Activity: ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล

● Soft Adventure “หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังรี”
(มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน/มาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท)

Activity1: เรียบรู้การประดิษฐ์จานกาบหมากเพื่อช่วยลดโลกร้อน ลดการใช้ขยะเพื่อความยั่งยืน
Activity2: นั่งซาเล้งลุยสวนหมาก ส้มโอ ไร่สวนผสม

CSR Activity: ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่า
● Soft Adventure: “Night Safari” ส่องสัตว์ป่า
ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

● Soft Adventure: “ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง”
ตั้งอยู่ตำบลคลองไผ่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ ทั้งจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัยด้วยระบบ Wind Hydrogen Hybrid







Activity 1: ปั่นจักรยาน รับลมชมวิว กังหันลมยักษ์ อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง (มาตรฐานการท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ)
Activity 2: นั่งรถขึ้นจุดชมวิวเขายายเที่ยง/ CSR ยิงเมล็ดพันธุ์
Activity 3: เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง

● Soft Adventure “เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ” "เขาใหญ่ ฟาร์ม วิลเลจ" : สถานที่ท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตรสำหรับครอบครัว สัมผัสความน่ารักของเหล่าสัตว์ (แกะ, กระต่าย, หมู, วัว)
Activity: ลุยขับ ATV ยิงธนู ปืนเพนท์บอลและปืนเลเซอร์
(มาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงเกษตร)

● อิ่มอร่อยกับเมนูจากร้านอาหารที่ได้รับการรับรอง มาตรฐานบริการร้านอาหารเพื่อการท่องเที่ยวและพักโรงแรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย จากกรมการท่องเที่ยว








โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” แคมเปญใหม่จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) ในไทย ให้กลุ่มนักเดินทางสายธุรกิจและองค์กรได้เปลี่ยนบรรยากาศการประชุมสัมมนาทั่วไปมาผสานกิจกรรมท่องเที่ยวและประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างชาญฉลาดไฮไลต์ความสนุก & รูปแบบกิจกรรมผสาน Work & Play: เน้นกิจกรรม Soft Adventure, Team Building และ Workshop เรียนรู้วิถีชุมชน ที่ช่วยปลุกพลังการทำงาน เติมไอเดียใหม่ๆ และกระชับความสัมพันธ์




10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart มิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่หลอมรวม Adventure • Culture • Community ไว้อย่างลงตัว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนในประสบการณ์เดียว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่โดดเด่นและยั่งยืน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: กรมการท่องเที่ยว
FACEBOOK: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism