11 สิงหาคม 2569

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure กับ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart”

กรมการท่องเที่ยวชวนกลุ่ม MICE เปิดโหมด Soft Adventure กับ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart”  เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย


ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรม FAM Trip ภายใต้โครงการ “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 3 อุดรธานี–หนองคาย นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ที่ผสาน การทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรม Soft Adventure ไว้ในทริปเดียว



เส้นทางนี้จัดเต็มทั้ง Adventure • Culture • Community เริ่มที่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี มรดกโลกทางวัฒนธรรม ชวนเดินเทรลชมธรรมชาติและภาพเขียนสีโบราณ ก่อนเปลี่ยนโหมดสู่ความมันส์ที่ ชุมชนปะโค จ.หนองคาย ซึ่งได้รับการรับรอง มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากกรมการท่องเที่ยว สนุกกับการล่องแพหนองกวาก พายคายัค และกิจกรรมทางน้ำ พร้อมชิม ปลานิลแม่น้ำโขง GI และปั่นจักรยานรับลมริมโขง





ปิดท้าย  ที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวชุมชน 3 หนองกุดหมากไฟ จ.อุดรธานี เปิดประสบการณ์ Local Experience แบบใกล้ชิด ทั้งนั่งซาเล้งเที่ยวชุมชน ลุยสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง สัมผัสธรรมชาติที่น้ำตกหินตั้ง และสักการะพญานาคราชสีทอง ณ วัดภูตะเภาทอง โดยชุมชนมีศักยภาพและได้รับการพัฒนาสู่ มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน และมาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Homestay Standard) ของกรมการท่องเที่ยว สะท้อนถึงความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ทั้ง สนุก มั่นใจ และได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นอย่างแท้จริง



“10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart”  จึงเป็นอีกมิติของการท่องเที่ยวที่รวม Adventure • Culture • Community ไว้ในเส้นทางเดียว เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นทั้งการทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้าน MICE และ Adventure Tourism ที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน

ครูสร้างคน คนสร้างชาติ “ เรือจ้างผู้เสียอิสระ” วันครู 2563

“ครู” ทั้งนี้โดยศัพท์คำว่า ครู มาจากคำว่า ครุ (คะ-รุ) ที่แปลว่า “หนัก” อันหมายถึง ความรับผิดชอบในการอบรมสั่งสอนของครูนั้น นับเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย ท่านเป็นดังดวงประทีปทางปัญญาให้แก่ศิษย์คอยประคับประคอง ส่งเสริมให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกวิถีทาง บางคนถึงให้จำกัดของคำว่าครู คือ แม่คนที่ 2 

ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ ประธานที่ปรึกษา มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สาขาพญาไท และ  บองมาร์เช่) เหรัญญิก สมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ และงานสาธารณกุศลหลายองค์กร หลายหน่วยงาน ที่ท่านได้เสียสละและอุทิศเวลาทำเพื่อสังคม ควบคู่กับการเป็นแม่พิมพ์ของชาติมากว่า 30 ปี ผลงานการเขียนหนังสือ “ปรัชญาและคุณธรรมสำหรับครู” คือผลงานที่สะท้อนความเป็นครูในแบบ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์

“ครูมีความสุขที่ได้รับใช้แผ่นดิน มีความอิ่มใจทุกครั้งที่เห็นลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ มีความเป็นอยู่ที่พอดี มีครอบคัวที่อบอุ่น ครูจะสอนลูกศิษ์เสมอว่าให้รู้จักประหยัด รู้จักเก็บออม รู้จักพอเพียง เพื่อที่ว่าเราจะได้มีความสุขอย่างเพียงพอ ถ้าเราเพียงพอแล้วเราจะมีคุณธรรมในการทำงาน”

“และปรัชญาการใช้ชีวิตอีกข้อที่จะทำให้เรามีความสุขคือ อย่าเอาครอบครัวของเราไปเปรียบเทียบกับครอบครัวของคนอื่นเพราะธรรมชาติมนุษย์จะไม่รู้สึกพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ โดยจะหาข้ออ้างจากการเปรียบเทียบและจะต้องเปรียบเทียบกับคนที่ดีกว่าเสมอ ความทุกข์จะมาเยือนทันที”

“ความสุขนั้นหาง่ายมาก ถ้าเราเปิดใจเปิดตามองไปสิ่งใกล้ๆรอบๆตัวเรา แต่เรามักมองหาความสุขที่อยู่ไกลตัว ยิ่งไกลเรายิ่งมองหา แล้วบอกว่านั่นคือความสุข”

นี่คือแบบอย่างของครูวัย 82 ที่ชื่อ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ เราขอเชิดชู ในวันครู 2563

ปลดล็อกมิติใหม่ Sport Tourism ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย


ปลดล็อกมิติใหม่ Sport Tourism: ‘ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย  เนรมิตพื้นที่สู่ ‘Executive Playground’ เต็มรูปแบบ

พัทยา, 10 สิงหาคม 2569 – ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท สนามกอล์ฟระดับพรีเมียมแห่งเมืองพัทยา สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ของไทยและภูมิภาคเอเชีย ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ก้าวสู่การเป็น ‘Executive Playground’ อย่างเต็มรูปแบบ ผสานโลกของกีฬา ความบันเทิงระดับโลก และการท่องเที่ยวเชิงอาหารไว้ในที่เดียว





นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา และนายชินทัต เจียอาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Chartered Square Holdings จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวไฮไลต์ระดับโลกที่จะเปลี่ยนพัทยาให้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักเดินทางและสปอร์ตไลฟ์สไตล์จากทั่วทุกมุมโลก ณ สนามชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ได้นำ ‘Flinggolf’ กีฬาแนวใหม่สุดฮิตสัญชาติอเมริกัน เข้ามาเปิดให้บริการเป็นแห่งแรกในประเทศไทยและทวีปเอเชีย เพื่อตอบรับเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) ซึ่งความโดดเด่นของ Flinggolf คือการผสมผสานเสน่ห์ของกอล์ฟเข้ากับความคล่องตัว ใช้ไม้ FlingStick เพียงด้ามเดียวในการขว้างและพัตต์ลูกบนแฟร์เวย์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาฝึกฝนนานหลายปี เพียงเรียนรู้แค่ 15 นาที ก็สามารถเริ่มเล่นในสนามจริงได้ทันที ทลายกำแพงเดิมๆ ของกีฬากอล์ฟ ทำให้คนรุ่นใหม่ ครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่เคยเล่นกอล์ฟมาก่อน สามารถร่วมสนุกบนสนามหญ้าเขียวขจีได้อย่างเท่าเทียมและเป็นกันเอง พร้อมกันนี้ยังได้สร้างปรากฏการณ์ความบันเทิงระดับโลก เมื่อ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ผนึกกำลังครั้งแรกของโลกกับ ‘One Piece’ อนิเมะระดับตำนานที่มีแฟนคลับเหนียวแน่นทั่วโลก สร้างสรรค์โปรเจกต์ Global Collaboration โดยโปรเจกต์พิเศษนี้จัดทำขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เหล่านักกอล์ฟและสาวกหมวกฟาง ได้จับจองเป็นเจ้าของ Collection Golf Souvenir และ Exclusive Merchandise ลิขสิทธิ์แท้สุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อสนามกอล์ฟเป็นครั้งแรก เติมเต็มพลังแห่งการผจญภัย ความสนุกสนาน และการสะสมของทุกคน


นายชินทัต เจียอาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Chartered Square Holdings จำกัด เผยว่า “Flinggolf และประสบการณ์ Go Kart ไฟฟ้าในสนามกอล์ฟแห่งแรกของโลก รวมถึงความร่วมมือระดับโลกอย่าง One Piece คือคำตอบของการก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ไม่ได้เป็นเพียงแค่สนามกอล์ฟที่สวยงามติดอันดับโลก แต่เรากำลังเป็น Executive Playground ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ สาวกอนิเมะ ผู้รักความตื่นเต้น ครอบครัว หรือคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้ขีดจำกัด และก้าวขึ้นแท่นผู้นำตัวจริงในเวทีเอเชีย"

งานนี้ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท พร้อมส่งมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือกว่า เพื่อผลักดันชื่อเสียงของสนามกอล์ฟไทยให้ก้าวไกล และก้าวขึ้นแท่นผู้นำตัวจริงในเวทีเอเชีย เชื่อมโยงเสน่ห์ของ Pop Culture เข้ากับไลฟ์สไตล์กีฬากอล์ฟได้อย่างลงตัวที่สุด ในฐานะ Executive Playground ทางสนามฯ ยังเติมเต็มความตื่นเต้นเร้าใจด้วยบริการรถ Go Kart ไฟฟ้าในสนามกอล์ฟแห่งแรกของโลก ให้ผู้เข้าร่วมได้ขับรถชมบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดิน ท่ามกลางทัศนียภาพอันตระการตาของพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาหินเขาชีจรรย์ ผสมผสานความสปอร์ตและความสุนทรีย์ไว้ได้อย่างลงตัว สร้างสีสันและความแปลกใหม่ตามแนวคิด Amazing Thailand

นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา กล่าวเสริมว่า "การที่ภาคเอกชนลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ทั้งการนำ Flinggolf เข้ามาเป็นแห่งแรกในเอเชีย และการผสานความบันเทิงระดับโลก ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สอดคล้องกับแนวคิด Amazing Thailand ของ ททท. ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน"

ปิดท้ายความประทับใจด้วยมิติอาหารและการพักผ่อน ณ ห้องอาหาร The View @ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ที่นำเสนอเมนูอาหารระดับพรีเมียมสูตรพิเศษที่ทุกคนเข้าถึงได้ คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟพร้อมทัศนียภาพแบบพาโนรามา 270 องศา มองเห็นผาเขาชีจรรย์และผืนหญ้าสีเขียวของสนามกอล์ฟ ยกระดับการกินดื่มให้เป็นมากกว่ามื้ออาหาร แต่คือประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่เติมพลังใจให้กับผู้มาเยือน

การขยับตัวครั้งประวัติศาสตร์ของ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท ในครั้งนี้ คือการปักหมุดวิสัยทัศน์ใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบความคุ้นเคยเดิมๆ ของสนามกอล์ฟสู่การเป็น Executive Playground อย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นการส่งมอบความประทับใจและประสบการณ์เหนือระดับให้นักท่องเที่ยวทุกคน ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่พร้อมหมุนเวียนสร้างความสุขในทุกๆ เดือนไม่ว่าจะเป็นความท้าทายใหม่จากกีฬา Flinggolf, กิจกรรมการขับ Go Kart ไฟฟ้าในสนามกอล์ฟ, ความตื่นเต้นจากโปรเจกต์ความร่วมมือระดับสากลกับ One Piece ไปจนถึงสุนทรียภาพแห่งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ณ ห้องอาหาร The View พร้อมทัศนียภาพพาโนรามา 270 องศาของเขาชีจรรย์


ทั้งหมดนี้ไม่เพียงสร้างมิติใหม่แห่งความบันเทิงที่ทุกคนเข้าถึงได้แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมปักหมุดให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็น Hub แห่ง Sport Tourism & Lifestyle Destination ระดับท็อปของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน

“วศิน วรรณพฤกษ์” เข้ารับรางวัลเกียรติยศ “ครุฑแห่งถิ่นสยาม

สมาคมสตรีไทยสากลจัดพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติในโครงการ “เทิดไท้แม่แห่งแผ่นดินสถิตในใจไทยนิรันดร์” งานวันฉลองตราสัญลักษณ์วันคุณค่าแห่งมารดา และโครงการแม่ดีเด่นและลูกกตัญญูครอบครัวหัวใจสีขาว เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลผู้มีความกตัญญูกตเวทีและทำคุณประโยชน์ต่อสังคม พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุม กองทัพอากาศ ถนนพหลโยธิน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.หม่อมหลวงณฐภา กิติยากร เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัลในครั้งนี้



ในปีนี้ มีบุคคลจากหลากหลายวงการ ทั้งศิลปิน ดารา นักแสดง และบุคคลมีชื่อเสียง ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ โดยหนึ่งในนั้นคือ นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ที่มีความประพฤติอันดีงาม และเข้ารับรางวัลเกียรติยศ “ครุฑแห่งถิ่นสยาม” สาขาลูกกตัญญูดีเด่น ประจำปี 2569

รางวัลดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันและสะท้อนถึงการเป็นแบบอย่างอันดีงาม ในการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่บริหารงานด้วยความทุ่มเท ความรับผิดชอบต่อสังคม และองค์กรอย่างเต็มกำลังความสามารถ


ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

ห้องอาหารเกาหลีคองจู เปิดตัวโฉมใหม่อย่างเป็นทางการ

ยกระดับประสบการณ์อาหารเกาหลีต้นตำรับ สู่มิติใหม่แห่งการรับประทานอาหารร่วมสมัยห้องอาหารเกาหลี คองจู (Kongju Korean Restaurant) ห้องอาหารเกาหลีระดับตำนานที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มากว่า 30 ปี เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังการปรับปรุงครั้งใหญ่ พร้อมนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ที่ผสานความงดงามของวัฒนธรรมอาหารเกาหลีดั้งเดิมเข้ากับประสบการณ์การรับประทานอาหารร่วมสมัยได้อย่างลงตัว



ด้วยแรงบันดาลใจจาก อาหารชาววังเกาหลี (Korean Royal Cuisine) ทุกเมนูของคองจูยังคงยึดมั่นในหลักของความสมดุล ความพิถีพิถัน และการเคารพรากเหง้าของตำรับอาหารดั้งเดิม ขณะเดียวกันก็ได้รับการตีความใหม่ให้เข้าถึงนักชิมยุคปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น

การปรับโฉมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงบรรยากาศของร้านให้สง่างามและร่วมสมัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาเมนูอาหารใหม่ เพื่อเปิดประสบการณ์อาหารเกาหลีที่หลากหลายและเหมาะสำหรับทุกช่วงวัย โดยหลายเมนูได้รับการรังสรรค์โดยเชฟผู้มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย

หนึ่งในเมนูไฮไลต์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของคองจูได้อย่างโดดเด่น คือ Modern Goojulpan การตีความใหม่ของอาหารชาววังเกาหลีโบราณ “กูจอลพัน” หรือที่รู้จักในชื่อ “เจ้าหญิงนพเก้า” ซึ่งนำเสนอความงดงามของศิลปะการรับประทานอาหารเกาหลีในรูปแบบร่วมสมัย


อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของห้องอาหารคือการนำเสนอ Australian-Raised Hanwoo เนื้อฮันวูสายพันธุ์เกาหลีที่เลี้ยงในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ฮันวูได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเนื้อวัวคุณภาพดีที่สุดของเกาหลี ด้วยลายไขมันที่สวยงาม เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน และรสชาติอันเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์

นอกจากเมนูปิ้งย่างระดับพรีเมียมแล้ว คองจูยังได้เพิ่มเมนู Signatures หลากหลายรายการ เพื่อให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสรสชาติอาหารเกาหลีแท้ในมุมมองที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่อาหารจานเด่นประจำภูมิภาค ไปจนถึงเมนูร่วมสมัยที่ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษ

ห้องอาหารคองจูพร้อมต้อนรับนักชิมให้มาสัมผัสประสบการณ์อาหารเกาหลีในบรรยากาศใหม่ที่ผสานความคลาสสิกและความร่วมสมัยอย่างลงตัว พร้อมส่งต่อเรื่องราวแห่งมรดกทางวัฒนธรรมเกาหลีผ่านทุกจานอาหาร



Kongju Korean Restaurant ห้องอาหารเกาหลีระดับตำนานที่เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ มากกว่า 30 ปี กลับมาอีกครั้งในโฉมใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์อาหารเกาหลีต้นตำรับสู่รูปแบบร่วมสมัยโดยผสานมรดกด้านอาหารเกาหลีเข้ากับบรรยากาศและการบริการที่ทันสมัย





Kongju Korean Restaurant
 
Location ชั้น 2 โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

Address 444 MBK Center ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
Concept Authentic Korean Cuisine with Contemporary Dining Experience
Seating Capacity 90 Seats
Private Dining Rooms 4 Private Rooms

Lunch Hours 11:30 - 14:00 hrs.

Dinner Hours 17:30 - 22:00 hrs.

Telephone +66 (0) 2216-3700 Ext. 20230

09 สิงหาคม 2569

มช. ร่วมกับศิษย์เก่า จัดกิจกรรมสาธารณกุศลปั่นเพื่อน้อง จากกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ครั้งที่ 9


สู่เชียงใหม่ ครั้งที่ ๙  รวมระยะทาง ๗๘๙ กิโลเมตร ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๙                เพื่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อมูลนิธิโครงการหลวง และเพื่อมูลนิธิขาเทียม

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่  พร้อมทั้งเครือข่ายนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่กรุงเทพฯ และสมาคม ชมรมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่จังหวัดต่างๆ ได้แก่จังหวัดอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก ลำปาง และลำพูน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมสาธารณกุศลปั่นเพื่อน้อง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ครั้งที่ ๙ ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ ซึ่งเป็นกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกลจากกรุงเทพมหานครสู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมระยะทางประมาณ ๗๘๙ กิโลเมตร  ระยะเวลา ๖ วัน และมีนักปั่นเข้าร่วมการปั่นการกุศลครั้งนี้ประมาณ ๖๐ คน  


กิจกรรมสาธารณกุศลปั่นเพื่อน้อง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ครั้งที่ ๙ ได้กำหนดวัตถุประสงค์หลัก ๒ ประการได้แก่

๑.เพื่อระดมเงินในการจัดสรรเป็นทุนการศึกษา ให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และสำหรับเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในพื้นที่โครงการหลวง ผ่านมูลนิธิโครงการหลวง

๒.เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดกิจกรรมทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จพระราชกุศลเพื่อมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อทำขาเทียมพระราชทาน

นอกจากนี้ กิจกรรมปั่นเพื่อน้องยังได้กำหนด วัตถุประสงค์รอง ได้แก่ การรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและปลูกจิตสำนึก  ด้านสิ่งแวดล้อม โดยการส่งเสริมการใช้จักรยานเพื่อลดมลภาวะ PM ๒.๕ และมุ่งหวังที่จะเสริมสร้างทักษะในการปั่นจักรยานกลุ่มที่ถูกต้องตามหลักการ และมีความปลอดภัยบนท้องถนน  รวมทั้งเพื่อเป็นการรวมพลังนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในจังหวัดต่างๆที่เป็นเส้นทางการปั่น  ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และขยายเครือข่ายนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการมุ่งปลูกฝังให้นักปั่นจักรยานมีจิตสาธารณะและการทำความดีเพื่อสังคมผ่านกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกล

สำหรับเส้นทางการปั่นเพื่อน้อง กรุงเทพฯ- เชียงใหม่ ครั้งที่ ๙ เริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร โดยกำหนดพิธีปล่อยขบวนจักรยาน ณ บริษัทโตโยต้าบัสส์ จำกัด ถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งสู่จังหวัดอยุธยา สระบุรี และสิ้นสุดการปั่นวันแรก ที่จังหวัดลพบุรี รวมระยะทางวันแรก ๑๔๔  กิโลเมตร ในวันที่สอง ขบวนปั่นเริ่มจากจังหวัดลพบุรี ผ่านสิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี และสิ้นสุดการปั่นวันที่สอง ที่จังหวัดนครสวรรค์  รวมระยะทางวันที่สอง ๑๕๐ กิโลเมตร

ในวันที่สาม เริ่มจากจังหวัดนครสวรรค์ มุ่งตรงไปจังหวัดกำแพงเพชร และสิ้นสุดการปั่นวันที่สาม ที่จังหวัดกำแพงเพชร รวมระยะทางวันที่สาม ๑๒๑ กิโลเมตร

ในวันที่สี่  เริ่มจากจังหวัดกำแพงเพชร มุ่งตรงไปจังหวัดตาก และสิ้นสุดการปั่นวันที่สี่ ที่จังหวัดตาก รวมระยะทางวันที่สี่ ๑๓๔  กิโลเมตร

ในวันที่ห้า ขบวนออกเดินทางจากจังหวัดตากมุ่งตรงไปจังหวัดลำปาง และสิ้นสุดการปั่นวันที่ห้า ที่จังหวัดลำปาง รวมระยะทางวันที่ห้า ๑๒๐ กิโลเมตร

ในวันที่หกซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการปั่นเริ่มจากจังหวัดลำปางปั่นเข้าสู่ลำพูนและสิ้นสุดการปั่นที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ รวมระยะทางวันที่หก ๑๒๑  กิโลเมตร ในการปั่นจักรยาน  ทั้ง ๖ วัน รวมระยะทางประมาณ ๗๘๙ กิโลเมตร  ได้กำหนดเป้าหมายในการการระดมทุนสำหรับกิจกรรมสาธารณกุศลปั่นเพื่อน้อง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ครั้งที่ ๙ ไว้ไม่น้อยกว่า ๔ ล้านบาท  เพื่อมุ่งขยายโอกาสทางการศึกษาและสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรมและนอกจากการได้ทำการกุศลร่วมกันแล้ว ยังนับเป็นโอกาสอันดีที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ได้พบปะ เชื่อมความสัมพันธ์ขยายเครือข่ายนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในจังหวัดต่างๆ อีกด้วย




ในโอกาสนี้ขอเชิญชวน ประชาชน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้มีจิตศรัทธา และนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทุกท่านรวมพลังแห่งการให้โดยร่วมบริจาคเงินสนับสนุนกิจกรรมปั่นเพื่อน้อง กรุงเทพ -เชียงใหม่ครั้งที่ ๙ เพื่อระดมทุนและจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทุนการศึกษาสำหรับเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในพื้นที่โครงการหลวงผ่านมูลนิธิโครงการหลวง  พร้อมร่วมสร้างคุณภาพชีวิต เพิ่มศักยภาพที่ดีแก่คนพิการยากไร้ในการทำขาเทียมพระราชทาน โดยส่งต่อพลังแห่งการให้นี้สู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สู่มูลนิธิโครงการหลวง และสู่มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีผ่านกิจกรรม "ปั่นเพื่อน้อง มช. กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ”  ครั้งที่ ๙ ให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน 




สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมในการบริจาคได้ที่ นางสาวโรจนวัน แก้วยนต์ เจ้าหน้าที่สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 088-267-9580

การบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมปั่นเพื่อน้อง กรุงเทพ-เชียงใหม่ ครั้งที่ 9

สามารถร่วมบริจาคได้ 2 วิธี ดังนี้

1. โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร (บริจาคเพื่อการศึกษาสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า)

ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชีสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เลขที่บัญชี 227-211648-5

หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งหลักฐานการโอน พร้อมแจ้งข้อมูลสำหรับการออกใบเสร็จ มายัง

LINE Official: @735hjxri หรือ E-mail: bike.cmuaa@gmail.com

2. บริจาคผ่าน QR Code e-Donation (สำหรับบุคคลธรรมดาเท่านั้น) 

(บริจาคเพื่อการศึกษาสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า)

1. สแกน QR Code ตามรูปที่แนบ 

2. กรอกจำนวนเงินที่ประสงค์จะบริจาค และตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนกดยืนยัน

3. ข้อมูลการบริจาคจะถูกนำส่งเข้าสู่ระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร โดยอัตโนมัติ ผู้บริจาคจึงจะไม่ได้รับใบเสร็จรับเงิน เนื่องจากสามารถใช้ข้อมูลในระบบเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้

หมายเหตุ

· ชื่อผู้บริจาคต้องตรงกับชื่อเจ้าของบัญชี