25 มีนาคม 2569

เปิดฉาก ASEE & ARHC 2026 งานแสดงสินค้าเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ ด้านพลังงาน ระบบปรับอากาศ และห้องปลอดเชื้อ

ด้านพลังงาน ระบบปรับอากาศ และห้องปลอดเชื้อ

ตอบรับแผนพลังงานภูมิภาค ตั้งเป้าปี 2030 พลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วน 30% ของพลังงานหลัก ขับเคลื่อนพลังงานสะอาด รวมถึงธุรกิจระบบปรับอากาศและสภาพแวดล้อมที่สะอาดเติบโตได้ต่อเนื่อง ภาครัฐ-เอกชนของประเทศไทยและจีนผนึกกำลังจัดงานแสดงสินค้าเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ เพื่ออุตสาหกรรมพลังงานอัจฉริยะ เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ระบบปรับอากาศ ทำความเย็นและห้องปลอดเชื้อ รวมถึงโซลูชันอาคารประหยัดพลังงาน นำทัพผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศกว่า 400 รายร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและบริการพร้อมกันสองงานภายใต้ชื่อ ASEE 2026 : ASEAN Smart Energy & Energy Storage Expo ซึ่งมุ่งเน้นโซลูชันพลังงานอัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงาน และ ARHC 2026 : ASEAN RHVAC & Cleanroom Industry Expo ที่เน้นเทคโนโลยีระบบปรับอากาศ เครื่องทำความเย็น และห้องปลอดเชื้อ คาดตลอด 3 วันจัดงานระหว่างวันที่ 25–27 มีนาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีผู้ร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 18,000 คน




รองศาสตราจารย์ ดร.ขวัญชัย ลีเผ่าพันธุ์ อุปนายกสภาวิศวกร กล่าวระหว่างพิธีเปิดงานแสดงสินค้าเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ เพื่ออุตสาหกรรมพลังงานอัจฉริยะ เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ระบบปรับอากาศ ทำความเย็น และห้องปลอดเชื้อ รวมถึงโซลูชันอาคารประหยัดพลังงาน ภายใต้ชื่อ ASEAN Smart Energy & Energy Storage Expo หรือ ASEE 2026 และ ASEAN Refrigeration, Heating & Cooling Expo หรือ ARHC 2026 ซึ่งเป็นการรวม 2 งานใหญ่มาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมนวัตกรรมเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากหลากหลายประเทศทั่วโลก เปิดโอกาสให้เกิดการแลกปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต่อยอดสู่การพัฒนาด้านพลังงานอย่างยั่งยืน

งาน ASEE & ARHC 2026 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ครั้งแรกในอาเซียน โดยรวมผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำจากไทยและต่างประเทศกว่า 400 รายจัดแสดงเทคโนโลยีและบริการ ตอบรับการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะด้านพลังงานอัจฉริยะ เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ระบบปรับอากาศ ทำความเย็นและห้องปลอดเชื้อ โซลูชันอาคารประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย และเป็นปัจจัยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ความยั่งยืน ทางสภาวิศวกร พร้อมให้การสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว ผ่านความร่วมมือขององค์กรพันธมิตร ซึ่งเป็นโอกาสอันดี ที่จะเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจไทย ได้พบปะผู้ผลิต ผู้เชี่ยวชาญ ด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลก

นายณรงค์ วัชรเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. (EGAT) กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็วทั่วโลก กฟผ. ในฐานะองค์กรด้านพลังงานหลักของประเทศไทย ไม่เพียงแต่ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันพลังงานอัจฉริยะ ระบบกักเก็บพลังงาน แนวทางการลดคาร์บอน รวมถึงเทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

"งาน ASEE 2026 ครั้งนี้ถือเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่สำคัญ ซึ่งได้รวบรวมเหล่าผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและโซลูชันพลังงานอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน นวัตกรรมเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับโครงสร้างทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศไทยไปสู่ความทันสมัยและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น ทาง กฟผ. พร้อมให้การสนับสนุนการจัดงานเต็มกำลังและคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมพลังงาน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนสำหรับเราทุกคน"



นายหวัง เจ้าหยุน ประธาน บริษัท กวางตง แกรนเดอร์ เอ็กซิบิชั่น

นายพิเชษฐ วงษ์เคี่ยม รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. (PEA) กล่าวเสริมถึงการร่วมสนับสนุนการจัดงาน ASEE & ARHC 2026 ด้วยความสอดคล้องอย่างยิ่งกับภารกิจของ PEA ในฐานะองค์กรที่รับผิดชอบด้านการจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าครอบคลุมเกือบทั้งประเทศ บทบาทสำคัญอย่างหนึ่งของเราคือการสร้างความมั่นใจว่า เทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน หรือนวัตกรรมโครงข่ายดิจิทัล จะสามารถนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง เพื่อขับเคลื่อนไปในทิศทางนี้ PEA ได้รุดหน้าโครงการสำคัญหลายประการ อาทิ ระบบโครงสร้างพื้นฐานการวัดขั้นสูง (AMI), ระบบบริหารจัดการโครงข่ายจำหน่ายไฟฟ้าขั้นสูง (ADMS), การพัฒนาไมโครกริด (Microgrid) รวมถึงโครงการนำร่องระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ความพยายามเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบไฟฟ้า และสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในระดับที่สูงขึ้นทั่วประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

นายถัง ชางเจียง เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่กวางตุ้ง กล่าวว่า กระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำทั่วโลกกำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้า อุตสาหกรรมกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ได้กลายเป็นเสาหลักสำคัญของระบบไฟฟ้าแบบใหม่ ขณะที่ตลาดอาเซียนมีความโดดเด่นในฐานะกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญของภาคพลังงานใหม่ระดับโลก ซึ่งมอบโอกาสอันมหาศาลในการสร้างความร่วมมือ อุตสาหกรรมพลังงานใหม่ของจีนได้สร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ พร้อมด้วยเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานที่ล้ำสมัยและประสบการณ์การผลิตขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในกวางตุ้งที่ได้รวบรวมจุดแข็งตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงผ่านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

งาน ASEE & ARHC 2026 ถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ไม่เพียงแต่จะรวบรวมทรัพยากรที่มีคุณภาพ เช่น หน่วยงานจัดซื้อของรัฐบาลไทยและผู้ซื้อรายหลักจากทั่วโลก แต่ยังช่วยให้สถานประกอบการต่างๆ มีเส้นทางที่รวดเร็วขึ้นในการจัดการกับความท้าทายด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบในการขยายตัวไปยังต่างประเทศ และบรรลุความร่วมมือที่แม่นยำ บริษัทสมาชิกของเรายังได้นำนวัตกรรมล้ำสมัยมาจัดแสดง อาทิ โซเดียมไอออนแบตเตอรี่ (Sodium-ion batteries), แบตเตอรี่แบบโซลิดสเตต (Solid-state batteries) และระบบกักเก็บพลังงานรูปแบบต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมของภาคพลังงานใหม่

นายหวัง เจ้าหยุน ประธาน บริษัท กวางตง แกรนเดอร์ เอ็กซิบิชั่น กรุ๊ป กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลกกำลังเร่งตัวขึ้น และการก้าวไปสู่การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนต่ำได้กลายเป็นฉันทามติร่วมกันของนานาประเทศ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมศูนย์พลังงานอาเซียน (ASEAN Center for Energy) ได้รับรองแผนพลังงานภูมิภาคฉบับใหม่สำหรับปี 2026–2030 ซึ่งกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่า ภายในปี 2030 พลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วนเป็น 30% ของแหล่งพลังงานหลัก และ 45% ของกำลังการผลิตติดตั้ง ทิศทางนโยบายเหล่านี้ได้ฉีดแรงขับเคลื่อนอันมหาศาลให้กับความร่วมมือสีเขียวในภูมิภาค และเป็นเวทีที่กว้างขวางสำหรับสองนิทรรศการเฉพาะทางในวันนี้ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ “พลังงานสะอาด” รวมถึง “ระบบปรับอากาศและสภาพแวดล้อมที่สะอาด (HVACR and Cleanroom)”

งาน ASEE & ARHC 2026 ได้รวบรวมสถานประกอบการจัดแสดงโซลูชันพลังงานอัจฉริยะล้ำสมัย ผลิตภัณฑ์กักเก็บพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีระบบปรับอากาศและห้องสะอาดขั้นสูง นอกเหนือจากการจัดแสดงเทคโนโลยีแล้ว ยังมีการจัดสัมมนาตามหัวข้อต่างๆ และเซสชันการจับคู่ทางธุรกิจที่ตรงจุด จากภาพรวมงานนี้ได้การตอบรับอย่างดีจากคณะผู้จัดซื้อหลักจากหลายประเทศ อาทิ ไทย, จีน, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, สหรัฐอเมริกา, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และเวียดนาม ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น สาธารณูปโภคไฟฟ้า, นิคมอุตสาหกรรม, ศูนย์ข้อมูล (Data Center), โรงงานเซมิคอนดักเตอร์ และวิสาหกิจแปรรูปอาหาร โดยคาดว่าผู้ซื้อในท้องถิ่นอาเซียนจะมีสัดส่วนมากกว่า 45%




ภายในงาน ยังมีการจัดสัมมนาให้ความรู้ ผ่านเวทีสัมมนา ASEE Smart Energy & Energy Storage Summit: อัปเดตเทรนด์พลังงานจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก นำโดย Dr. Andy Tirta จาก ASEAN Centre for Energy (ACE), ตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), Dr. Gopal Energy Foundation, และ Global Wind Energy Council เวทีสัมมนา ARHC ASEAN RHVAC & Cleanroom Summit: อัดแน่นด้วยช่วง Innovation Sharing Session และ Insight Exchange จากวิทยากรชั้นนำ เช่น สภาวิศวกร (Council of Engineers Thailand) และสมาคมคุณภาพอากาศในอาคาร (Indoor Air Quality Association Thailand) และ ฟอรัมพิเศษ (Featured Forum): ภายใต้ธีม "Beyond Smart Grids - Powering AI and Data Centers in Southeast Asia"

นายหวัง เจ้าหยุน กล่าวอีกว่า ASEE & ARHC 2026 เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ของไทยและต่างประเทศ พร้อมเข้าร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ อาทิ ศูนย์พลังงานอาเซียน สภาวิศวกร (ประเทศไทย) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. รวมถึงสมาคมและองค์กรด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เช่น สถาบันวิจัยและนโยบายพลังงานแห่งฟิลิปปินส์ สภาพลังงานลมโลก สมาคมผู้เจรจาด้านพลังงานระหว่างประเทศ สมาคมผู้ผลิตกังหันลมแห่งอินเดีย สมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE100) สมาคมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นแห่งมาเลเซีย สมาคมคุณภาพอากาศในอาคารประเทศไทย สมาคมผู้ค้าเครื่องปรับอากาศไทย เป็นต้น













อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลอด 3 วันของการจัดงานระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 18,000 คน โดยเป็นผู้นำอุตสาหกรรม นักนวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญจากกว่า 80 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งจะสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่สูง เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด HVACR, คลีนรูม และพลังงานที่มีศักยภาพการเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่องในอาเซียน




สำหรับผู้สนใจติดตามข้อมูลของทั้งสองงาน ASEE & ARHC 2026
เพิ่มเติมหรือลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ผ่านทาง www.aseancleanenergyexpo.com
ลงทะเบียน https://wg.hwvips.com/t.php?i=3 และ www.aseanhvacexpo.com
ลงทะเบียน https://wg.hwvips.com/t.php?i=4 

อวานี รัชดา กรุงเทพฯ ชวนร่วมเวิร์กช็อป “The Lucky Stone Atelier”

ออกแบบเคสโทรศัพท์หินนำโชค เติมแรงบันดาลใจ

25 มีนาคม 2569, กรุงเทพฯ – โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ (Avani Ratchada Bangkok) บริหารโดย AVANI ในเครือไมเนอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPLAND ชวนสัมผัสช่วงเวลาแห่งความสร้างสรรค์กับเวิร์กช็อป “The Lucky Stone Atelier” กิจกรรมที่ผสานศิลปะและความหมายไว้ในผลงานชิ้นเดียว เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ออกแบบเคสโทรศัพท์เรซินในสไตล์ของตนเอง พร้อมเลือก “หินนำโชค” ที่สะท้อนตัวตนและความตั้งใจ ระหว่างเวลา 14:00 – 16:00 น. วันที่ 25 เมษายน 2569 ณ เมโทร เลานจ์ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ

ภายในเวิร์กช็อป ผู้เข้าร่วมจะได้เลือกอัญมณีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งแต่ละชนิดมีความหมายเฉพาะตัว ทั้งด้านความรัก การปกป้อง หรือการเสริมพลังความมั่นใจ ก่อนนำมาจัดวางดีไซน์ในแบบที่สะท้อนตัวตน และปิดผลงานด้วยเรซินใส กลายเป็นเคสโทรศัพท์ชิ้นพิเศษที่มีเพียงหนึ่งเดียว พร้อมพกพาความหมายดี ๆ ไปได้ในทุกวัน


นอกจากกิจกรรมสร้างสรรค์แล้ว ผู้เข้าร่วมยังสามารถเพลิดเพลินกับชา กาแฟ และของว่างแบบไม่อั้นตลอดระยะเวลาเวิร์กช็อป 2 ชั่วโมง ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายใจกลางย่านรัชดา ในราคาเพียง 990 บาทสุทธิต่อท่า

ผู้ที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account @avaniratchada หรือโทร 02 641 1500 ร่วมเปิดประสบการณ์สร้างสรรค์และเติมเต็มช่วงเวลาวันหยุดไปกับเวิร์กช็อป
“The Lucky Stone Atelier” ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่

LINE Official Account @avaniratchada หรือโทร 02 641 1500

24 มีนาคม 2569

RIDDARA ยกทัพกระบะพลังงานใหม่ บุกงาน Motor Show 2026


ชวนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมเซอร์ไพรส์ประกาศปรับลดราคารุ่น RD6 สูงสุด 160,000 บาท

กรุงเทพมหานคร (23 มีนาคม 2569) – RIDDARA (ริดดารา) แบรนด์รถกระบะพลังงานใหม่ ยอดขายอันดับ 1 จากประเทศจีน ภายใต้เครือ GEELY AUTO GROUP ประกาศยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำโดย มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยรถกระบะพลังงานใหม่ ที่มีราคาต่ำกว่ารถกระบะที่ใช้น้ำมันทั่วไป ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะเหนือระดับ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความคุ้มค่าที่เหนือกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไปทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างแท้จริง  


มุ่งสู่เป้าหมาย 3,000 คัน และคำมั่นสัญญาต่อตลาดไทย มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ว่า “ความสำเร็จในปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งเรามียอดขายมากกว่า 1,000 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 98% ในประเทศไทย ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ยืนยันให้ลูกค้าชาวไทยเชื่อมั่นในแบรนด์ RIDDARA และ สำหรับปี 2026 นี้ เราตั้งเป้าหมายความท้าทายใหม่ที่ 3,000 คัน  โดยเราจะไม่หยุดเพียงแค่การขายรถ แต่จะมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย โดยปัจจุบันมีเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 15 แห่ง โดยในปีนี้เราตั้งเป้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้ครบ 38 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่เหนือระดับ เพื่อให้คำมั่นสัญญาว่า RIDDARA จะเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ "Dual Strategy": ตอบโจทย์ครอบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์และการทำธุรกิจเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในประเทศไทยอย่างครอบคลุม RIDDARA ได้วางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์แบบคู่ขนาน (Dual Strategy):

RIDDARA RD6 Series (Dual – Purpose Pickups Zone family and lifestyle)  รถกระบะพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์  เพื่อทุกครอบครัวในการใช้ชีวิต : เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้งานในครอบครัวและ การทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ด้วยดีไซน์จาก Peter Horbury (Lotus Design Center) มอบความสบายระดับ SUV และ สมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และ ด้วยราคาคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 869,000 บาท

Performance: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 315 กิโลวัตต์ แรงบิด 595 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แม้บรรทุกหนักก็ยังทรงพลังพร้อมเดินทางไปทุกที่ทุกเส้นทาง 

Full security: ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน อาทิ ICC / ACC / AEB / FCW / LKA / ELKA / LDW / LCA / BSD / DOW / RCT รวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะทั้งแบบแอคทีฟและแพสซีฟ

Capability: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ รองรับการไต่เขาได้ชันถึง 95% บรรทุกได้ 1,030 กก. และลากจูงได้สูงสุด 3 ตัน

Design & Comfort: ออกแบบโดย Peter Horbury จาก Lotus Design Center มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.33 ห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษเพียง 35 เดซิเบล พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวลเทียบเท่ารถ SUV ระดับหรู

Intelligence: ติดตั้งหน้าจออัจฉริยะคู่ และ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา เพื่อทัศนวิสัยที่ปลอดภัย

Fuel vs. Diesel Savings: ด้วยค่าพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลอย่างมาก ผู้ใช้รถกระบะพลังงานใหม่สามารถประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 5,500 บาทต่อเดือน  (สำหรับการใช้งานปกติวันละ 100 กม.) เมื่อเทียบกับการใช้งานรถกระบะน้ำมันดีเซลทั่วไป

RIDDARA ECON Series (Tool & Utility pickups zone trades & professional use)  รถกระบะพลังงานใหม่อเนกประสงค์เพื่อการใช้งาน ตัวช่วยในการทำธุรกิจสำหรับมืออาชีพ ปฏิวัติวงการรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ มุ่งเน้นความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการ  โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท

Efficiency: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 180 kW แรงบิด 309 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9 วินาที ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงถึง 97%

Agility: รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 6.1 เมตร เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งในเมือง

Strong Loading Capacity: รองรับน้ำหนักบรรทุก 1,030 กก. และ ลากจูงสูงสุด 2,500 กก. เทียบเท่ากระบะทั่วไป

Maintenance cost: `ค่าบำรุงรักษาต่ำ เช็คระยะทุกๆ 20,000 กม. ด้วยงบประมาณเข้าเช็คระยะเพียง 1,000 บาท 

การปรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย (Vehicle Customization)

RIDDARA ออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็น "โซลูชัน" สำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ผ่านความสามารถในการปรับแต่งที่ยืดหยุ่น:

Commercial Transportation: สามารถดัดแปลงเป็นรถตู้ขนส่ง มีพื้นที่เก็บของกว้างขวางพิเศษ พร้อมระบบจัดเก็บและจ่ายพลังงานประสิทธิภาพสูง

Drone Operator Work Category: การดัดแปลงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโดรน ผู้ควบคุมโดรนอัจฉริยะเลือกใช้รถกระบะพลังงานใหม่ เพราะมีฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้โดรนได้เป็นอย่างดี

Outdoor Camping Lifestyle: ดัดแปลงเพื่อการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ ตั้งแคมป์ปิ้งนอกสถานที่ เป็นพื้นที่ใช้สอยใหม่เพื่อยกระดับชีวิตครอบครัว

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน

RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA ภายในงาน Motor Show 2026 รับส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท 

RIDDARA RD6  ราคาพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จองในงาน! 

RIDDARA RD6 86kWh 4WD  เหลือเพียง 1,149,000 บาท จาก 1,299,000บาท  (ลด 150,000 บาท)

RIDDARA RD6 86kWh 2WD  เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,159,000 บาท  (ลด 160,000 บาท)

RIDDARA RD6 73kWh 4WD  เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,149,000 บาท  (ลด 150,000 บาท)

RIDDARA RD6 73kWh 2WD  เหลือเพียง 869,000 บาท  จาก 999,000 บาท (ลด 130,000 บาท)

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน

RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน Motor Show ครั้งที่ 47 แยกตามรุ่นดังนี้:

RIDDARA RD6

อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30% 

        สำหรับ RIDDARA RD6 ทุกรุ่นย่อย

แคมเปญจอง 2,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 20,000 บาท รวมเงินจอง

รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ150,000 กม.

รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม. 

ฟรี แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet usage) 2 GB นาน 1 ปี

ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

ฟรี RIDDARA โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง

ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี RIDDARA ECON

อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30% 

         สำหรับ RIDDARA ECON 63 kWh 2WD

รับ RIDDARA Gift package มูลค่า 20,000 บาท* 

แคมเปญจอง 1,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 10,000 บาท รวมเงินจอง

ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี

รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ 150,000 กม.

รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม. 

ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


RIDDARA ผู้เชี่ยวชาญด้านรถกระบะพลังงานใหม่ ได้ร่วมกับ ZEEDA ENERGY ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน และ iGreen+ ผู้เชี่ยวชาญด้านการชาร์จไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะ เพื่อมอบบริการระบบนิเวศการชาร์จที่ครอบคลุม รองรับทุกสถานการณ์การใช้งาน เพื่อประสบการณ์ที่สะดวกสบายและ ไร้กังวลสำหรับผู้ใช้งานทุกคน โดยปัจจุบันมีสถานีชาร์จมากกว่า 300 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งมีสถานีชาร์จบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 60 สถานี

ความร่วมมือการสร้างระบบนิเวศการชาร์จไฟแบบครบวงจร โดยมีผู้บริหารจาก RIDDARA ร่วมกับ ZEEDA ENERGY และ iGreen+ ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี3

ร่วมสัมผัสประสบการณ์  "FUNCTION AS A PICKUP, DRIVE AS AN SUV" และ พิสูจน์ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับได้ที่บูธ RIDDARA ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสสมรรถนะจริงของ RIDDARA RD6 และ RIDDARA ECON สามารถลงทะเบียนดลองขับรถได้ที่บูธ RIDDARA ภายในงานโดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่

Website: http://th.riddara.com

Facebook: Riddara Thailand

RIDDARA ยกทัพกระบะพลังงานใหม่ บุกงาน Motor Show 2026

ชวนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมเซอร์ไพรส์ประกาศปรับลดราคารุ่น RD6 สูงสุด 160,000 บาท

กรุงเทพมหานคร (23 มีนาคม 2569) – RIDDARA (ริดดารา) แบรนด์รถกระบะพลังงานใหม่ ยอดขายอันดับ 1 จากประเทศจีน ภายใต้เครือ GEELY AUTO GROUP ประกาศยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำโดย มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยรถกระบะพลังงานใหม่ ที่มีราคาต่ำกว่ารถกระบะที่ใช้น้ำมันทั่วไป ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะเหนือระดับ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความคุ้มค่าที่เหนือกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไปทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างแท้จริง


มุ่งสู่เป้าหมาย 3,000 คัน และคำมั่นสัญญาต่อตลาดไทย
มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ว่า “ความสำเร็จในปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งเรามียอดขายมากกว่า 1,000 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 98% ในประเทศไทย ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ยืนยันให้ลูกค้าชาวไทยเชื่อมั่นในแบรนด์ RIDDARA และ สำหรับปี 2026 นี้ เราตั้งเป้าหมายความท้าทายใหม่ที่ 3,000 คัน โดยเราจะไม่หยุดเพียงแค่การขายรถ แต่จะมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย โดยปัจจุบันมีเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 15 แห่ง โดยในปีนี้เราตั้งเป้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้ครบ 38 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่เหนือระดับ เพื่อให้คำมั่นสัญญาว่า RIDDARA จะเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ "Dual Strategy": ตอบโจทย์ครอบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์และการทำธุรกิจ
เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในประเทศไทยอย่างครอบคลุม RIDDARA ได้วางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์แบบคู่ขนาน (Dual Strategy):

RIDDARA RD6 Series (Dual – Purpose Pickups Zone family and lifestyle) รถกระบะพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อทุกครอบครัวในการใช้ชีวิต : เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้งานในครอบครัวและ การทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ด้วยดีไซน์จาก Peter Horbury (Lotus Design Center) มอบความสบายระดับ SUV และ สมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และ ด้วยราคาคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 869,000 บาท
Performance: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 315 กิโลวัตต์ แรงบิด 595 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แม้บรรทุกหนักก็ยังทรงพลังพร้อมเดินทางไปทุกที่ทุกเส้นทาง
Full security: ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน อาทิ ICC / ACC / AEB / FCW / LKA / ELKA / LDW / LCA / BSD / DOW / RCT รวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะทั้งแบบแอคทีฟและแพสซีฟ
Capability: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ รองรับการไต่เขาได้ชันถึง 95% บรรทุกได้ 1,030 กก. และลากจูงได้สูงสุด 3 ตัน
Design & Comfort: ออกแบบโดย Peter Horbury จาก Lotus Design Center มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.33 ห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษเพียง 35 เดซิเบล พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวลเทียบเท่ารถ SUV ระดับหรู
Intelligence: ติดตั้งหน้าจออัจฉริยะคู่ และ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา เพื่อทัศนวิสัยที่ปลอดภัย
Fuel vs. Diesel Savings: ด้วยค่าพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลอย่างมาก ผู้ใช้รถกระบะพลังงานใหม่สามารถประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 5,500 บาทต่อเดือน (สำหรับการใช้งานปกติวันละ 100 กม.) เมื่อเทียบกับการใช้งานรถกระบะน้ำมันดีเซลทั่วไป

RIDDARA ECON Series (Tool & Utility pickups zone trades & professional use) รถกระบะพลังงานใหม่อเนกประสงค์เพื่อการใช้งาน ตัวช่วยในการทำธุรกิจสำหรับมืออาชีพ ปฏิวัติวงการรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ มุ่งเน้นความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการ โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท
Efficiency: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 180 kW แรงบิด 309 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9 วินาที ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงถึง 97%
Agility: รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 6.1 เมตร เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งในเมือง
Strong Loading Capacity: รองรับน้ำหนักบรรทุก 1,030 กก. และ ลากจูงสูงสุด 2,500 กก. เทียบเท่ากระบะทั่วไป
Maintenance cost: `ค่าบำรุงรักษาต่ำ เช็คระยะทุกๆ 20,000 กม. ด้วยงบประมาณเข้าเช็คระยะเพียง 1,000 บาท

การปรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย (Vehicle Customization)
RIDDARA ออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็น "โซลูชัน" สำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ผ่านความสามารถในการปรับแต่งที่ยืดหยุ่น:
Commercial Transportation: สามารถดัดแปลงเป็นรถตู้ขนส่ง มีพื้นที่เก็บของกว้างขวางพิเศษ พร้อมระบบจัดเก็บและจ่ายพลังงานประสิทธิภาพสูง
Drone Operator Work Category: การดัดแปลงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโดรน ผู้ควบคุมโดรนอัจฉริยะเลือกใช้รถกระบะพลังงานใหม่ เพราะมีฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้โดรนได้เป็นอย่างดี
Outdoor Camping Lifestyle: ดัดแปลงเพื่อการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ ตั้งแคมป์ปิ้งนอกสถานที่ เป็นพื้นที่ใช้สอยใหม่เพื่อยกระดับชีวิตครอบครัว

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน
RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA ภายในงาน Motor Show 2026 รับส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท
RIDDARA RD6 ราคาพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จองในงาน!
RIDDARA RD6 86kWh 4WD เหลือเพียง 1,149,000 บาท จาก 1,299,000บาท (ลด 150,000 บาท)
RIDDARA RD6 86kWh 2WD เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,159,000 บาท (ลด 160,000 บาท)
RIDDARA RD6 73kWh 4WD เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,149,000 บาท (ลด 150,000 บาท)
RIDDARA RD6 73kWh 2WD เหลือเพียง 869,000 บาท จาก 999,000 บาท (ลด 130,000 บาท)

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน
RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน Motor Show ครั้งที่ 47 แยกตามรุ่นดังนี้:

RIDDARA RD6
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30%
สำหรับ RIDDARA RD6 ทุกรุ่นย่อย
แคมเปญจอง 2,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 20,000 บาท รวมเงินจอง
รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ150,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
ฟรี แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet usage) 2 GB นาน 1 ปี
ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่
ฟรี RIDDARA โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง
ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี RIDDARA ECON
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30%
สำหรับ RIDDARA ECON 63 kWh 2WD
รับ RIDDARA Gift package มูลค่า 20,000 บาท*
แคมเปญจอง 1,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 10,000 บาท รวมเงินจอง
ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี
รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ 150,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

RIDDARA ผู้เชี่ยวชาญด้านรถกระบะพลังงานใหม่ ได้ร่วมกับ ZEEDA ENERGY ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน และ iGreen+ ผู้เชี่ยวชาญด้านการชาร์จไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะ เพื่อมอบบริการระบบนิเวศการชาร์จที่ครอบคลุม รองรับทุกสถานการณ์การใช้งาน เพื่อประสบการณ์ที่สะดวกสบายและ ไร้กังวลสำหรับผู้ใช้งานทุกคน โดยปัจจุบันมีสถานีชาร์จมากกว่า 300 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งมีสถานีชาร์จบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 60 สถานี ความร่วมมือการสร้างระบบนิเวศการชาร์จไฟแบบครบวงจร โดยมีผู้บริหารจาก RIDDARA ร่วมกับ ZEEDA ENERGY และ iGreen+ ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี3

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ "FUNCTION AS A PICKUP, DRIVE AS AN SUV" และ พิสูจน์ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับได้ที่บูธ RIDDARA ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสสมรรถนะจริงของ RIDDARA RD6 และ RIDDARA ECON สามารถลงทะเบียนดลองขับรถได้ที่บูธ RIDDARA ภายในงานโดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่
Website: http://th.riddara.com
Facebook: Riddara Thailand

23 มีนาคม 2569

วิริยะประกันภัย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ นำคณะผู้บริหารระดับสูง เข้าร่วมพิธีถวายปิ่นโตภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดยานนาวา วัดอนงคาราม กรุงเทพมหานคร วัดตาลล้อม วัดนาเขื่อน วัดหนองศรีสงวน จังหวัดชลบุรี และวัดเพชรสมุทร จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมสนับสนุนพัดสปริงและยาดมสมุนไพร เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาร่วมสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

MAXUS ขนทัพไลน์อัปรถตู้ไฟฟ้าสุดล้ำเพื่อการพาณิชย์ ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47


กรุงเทพฯ - 23 มีนาคม 2569 - MAXUS เปิดประสบการณ์สุดยอดยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ซีรีส์ใหม่ล่าสุด สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “eDeliver เพื่อธุรกิจที่สมาร์ทไปอีกขั้น” (eDeliver for Smart Business) โดยจัดแสดงไลน์อัปรถตู้พลังงานไฟฟ้าในซีรีส์ eDeliver ครอบคลุม 4 รุ่น ได้แก่ eDeliver 3, eDeliver 5, eDeliver 7 และ eDeliver 9 เตรียมเจาะตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมโชว์นวัตกรรมรถกระบะพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์รุ่นยอดนิยม eTerron9 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยทั้งในด้านสมรรถนะและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถจองรถล่วงหน้าได้ในงานนี้อีกด้วย

หวัง หยิง ผู้จัดการทั่วไป แม็คซัส ไทยแลนด์ (WANG YING, General Manager of MAXUS THAILAND) กล่าว “MAXUS เป็นแบรนด์ที่มี DNA เชิงพาณิชย์อันโดดเด่นอย่างแท้จริง เราพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์จากจุดเริ่มต้นในทุกขั้นตอน ด้วยความเชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงอย่างเต็มประสิทธิภาพ เราเริ่มขยายตลาดสู่ต่างประเทศตั้งแต่ปี 2011 โดยดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงตลาดมาตรฐานสูงอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส และชิลี ในปี 2568 เราได้ส่งมอบรถเชิงพาณิชย์ไปแล้วกว่า 222,000 คันทั่วโลก”


MAXUS เป็นแบรนด์จากจีนอันดับ 1 ที่มียอดส่งออกสูงสุดในยุโรป 2 กลุ่ม ได้แก่ รถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCV) และรถพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (E-LCV) สำหรับตลาดเอเชีย MAXUS มียอดจำหน่ายมากกว่า 16,000 คันในปี 2568 (ไม่รวมประเทศจีน) ความสำเร็จเหล่านี้ล้วนเป็นผลจากกลยุทธ์การนำเสนอไลน์อัปยานยนต์เพื่อการพาณิชย์อย่างครอบคลุม         “เราพร้อมเดินหน้าพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ทั่วโลก เพื่อสร้างทางเลือกที่ลดต้นทุน ให้สมรรถนะและความปลอดภัยที่เหนือชั้น ตลอดจนสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานแก่โลกธุรกิจยุคใหม่” หวัง หยิง กล่าวเสริม

ทั้งนี้ภายในงาน Bangkok International Motor Show 2026 บริษัทฯ เตรียมเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองรถล่วงหน้า (Pre-booking) ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาด

ในประเทศไทย และเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ ยังมีแผนเปิดโชว์รูมแห่งแรกในประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 นี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ในระยะยาว

ในโอกาสนี้ MAXUS และ EVANTE ดีลเลอร์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ยังประกาศความพร้อมการทำตลาดเต็มไลน์อัพในปี 2569 ซึ่งจะครอบคลุมรุ่น eDeliver 3, eDeliver 5, eDeliver 7 และ eDeliver 9 จากซีรีส์ eDeliver สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “eDeliver เพื่อธุรกิจที่สมาร์ทไปอีกขั้น” (eDeliver for Smart Business) เพื่อตอบรับทิศทางของไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคโลจิสติกส์ไฟฟ้าและธุรกิจที่ต้องการความยั่งยืนมากขึ้น

รถพลังงานไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในซีรีส์ eDeliver ที่จัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ได้แก่

  • eDeliver 5: รถตู้พลังงานไฟฟ้าภายใต้คอนเซ็ปต์ “City-Ready Efficiency” ออกแบบมาเพื่อการใช้งานขนส่งในเขตเมือง มีพื้นที่บรรทุกสูงสุด 8.7 ลบ.ม. และบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 1,265 กก. ให้กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ รองรับได้ทั้งผู้โดยสารและการจัดส่งสินค้า ด้วยระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP 301–335 กม. นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จจาก 20% ไปถึง 80% ภายในเวลาเพียง 36 นาที ทำให้ eDeliver 5 เป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับธุรกิจต่างๆ
  • eDeliver 7: รถตู้พลังงานไฟฟ้าอเนกประสงค์ ชูคอนเซ็ปต์ “Dual-Purpose Versatility Expert” ให้การรองรับได้ทั้งผู้โดยสารและการจัดส่งสินค้าอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยปริมาตรบรรทุกสูงสุด 8.7 ลบ. ม. และน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,200 กก. ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ และระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP ที่ 310-370 กม. ตอบสนองความต้องการในการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมรัศมีการเลี้ยวที่ 6 เมตร ให้ความคล่องตัวอย่างยอดเยี่ยมสำหรับการขับขี่ในเมือง
  • eDeliver 9: รถตู้พลังงานไฟฟ้าอเนกประสงค์ตามคอนเซ็ปต์ “Multi-Scenario Mega Platform” ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลายไปจนถึงแบบสมบุกสมบัน ให้กำลังสูงสุด 170 กิโลวัตต์ ให้ระยะที่ไกลยิ่งขึ้นด้วยระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP ที่ 275-370 กม. และมีปริมาตรบรรทุกสูงสุดถึง 12.3 ลบ. ม. บรรทุกน้ำหนักสูงสุด 1,530 กิโลกรัม และมีความสูงหลังคา 2.7 เมตร พร้อมความยืดหยุ่นที่เหนือชั้นในการปรับเปลี่ยนตัวรถเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะต่างๆ เช่น รถพยาบาล หรือรถตำรวจ สามารถตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างตรงจุด




นอกจากนี้ MAXUS ยังเตรียมเปิดตัว eDeliver 3 สู่ตลาดไทยในฐานะ “Small City-Delivery: Agile Pioneer” เหมาะสำหรับการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ในเขตเมือง ด้วยขนาดความจุ 4.8 ลบ. ม. บรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 1,045 กก. ให้กำลังสูงสุด 118 กิโลวัตต์ และมีรัศมีการเลี้ยวเพียง 5.87เมตร สร้างประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น MAXUS ยังเตรียมโชว์โฉมนวัตกรรมรถกระบะพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์สมรถนะสูง eTerron9 ภายใต้แนวคิด “All-Scenario Versatility Expert” เป็นครั้งแรกในประเทศไทยภายในงานมอเตอร์โชว์ในรอบบุคคลทั่วไป โดยเป็นรถกระบะรุ่นยอดนิยมในตลาดทั่วโลกที่มาพร้อมประสิทธิภาพความปลอดภัยครบครัน ให้ระยะขับขี่ยาวไกลถึง 430 กม. สามารถตอบสนองทุกการใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สัมผัสนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์จากซีรีส์ eDeliver พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ฟลีท และโลจิสติกส์ที่สนใจ สามารถจองรถล่วงหน้าได้แล้วที่บูธ MAXUS หมายเลข M2 อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 นี้  

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ MAXUS CALL CENTER
โทร. 02-700-4199 ระหว่างเวลา 08.00 -18.00 น.

เปิดการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนระดับอาชีพ “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK” รายการใหญ่ระดับโลก



สมาคมบาสเกตบอล-เมกาบางนา-วิคตอรี่ พาร์ทเนอร์ส ร่วมเปิดการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนระดับอาชีพ “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK” รายการใหญ่ระดับโลก โดยมีทีมนานาชาติเข้าร่วมมากถึง 12 ทีม


นายนิพนธ์  ชวลิตมณเฑียร นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย (ที่ 4 จากขวา) เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันบาสเกตบอลสามคนรายการใหญ่ระดับโลก  “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK”  โดยมี นายคิโสะ  โทโมฮิสะ รองผู้จัดการฝ่ายความสัมพันธ์นานาชาติ ลีกเซ่พรีเมียร์  โกลบอล (ที่ 3 จากขวา)   คุณวรรณวิมล อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (ที่ 3 จากซ้าย) คุณณิชาภา ชัยยศบูรณะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ด้านสื่อสารกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการตลาด ศูนย์การค้าเมกาบางนา  (ที่ 2 จากซ้าย) และ นายพิทักษ์  สมบัติสถิตย์ (คนแรกซ้าย) กรรมการ บริษัท เอ ทีโอ สปอร์ด จำกัด พร้อมด้วย นายทศวรรษ เตลาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิคตอรี่ พาร์ทเนอร์ส จำกัด และ เจ้าของลิขสิทธิ์รายการ “3x3.EXE SUPER PREMIER 2025-26 ROUND 2 BANGKOK”  ร่วมเปิดการแข่งขัน  โดยประเทศไทยเป็นการแข่งขันสนามที่ 2 มีทีมบาสเกตบอลสามคนชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมถึง 12 ทีม จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และ ไทย  ณ ฟู้ดวอล์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าเมกาบางนา เมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับผู้ชนะในการแข่งขันสนามที่ 2 คือทีม “ชินากาวะ ซิตี้ เอ็กเซ่” ประเทศญี่ปุ่น โดยจะได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่เมืองเซงกัง ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 28-29 มีนาคม 2569 นี้  

ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมและผลการแข่งขันติดตามได้ที่ 
Facebook 3x3.EXE Premier Thailand