ยาเดีย ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิดตัว “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” สมรรถนะเด่น ดีไซน์หรู ปลอดภัย ราคาเข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้
ยาเดีย (Yadea) ตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” มาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์การขับขี่และการใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้ พร้อมเตรียมขยายศูนย์จำหน่ายเป็น 1,800 สาขา ภายในปี 2569
นายหยาง เสี่ยวเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ายาเดีย (Yadea) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่มีฐานธุรกิจระดับโลกและเป็นแบรนด์ที่มียอดขายยานยนต์สองล้อไฟฟ้า เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องมานาน 9 ปี การเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” ในครั้งนี้ นับเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ จากการสำรวจตลาดพบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยังมีความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ “ขับได้ระยะทางไกลขึ้นและความเร็วสูงขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มใช้งานในเมืองและกลุ่มขับขี่เป็นประจำทุกวัน ซึ่ง Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ตอบทุกโจทย์ความต้องการดังกล่าวของผู้บริโภค โดยเปิดตัวมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายและสามารถจดทะเบียนได้ทั้ง 2 รุ่น
นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุน EV 3.5 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นการนำเสนอรถยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงที่ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV และถือเป็นก้าวสำคัญของ ยาเดีย ประเทศไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ที่ทำตลาดในประเทศไทย
นายหยาง กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับประเทศไทย Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จะเป็นรุ่นสำคัญที่ช่วยให้ ยาเดีย ขยับเข้าไปแข่งขันในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนได้มากขึ้น และยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการใช้งานจริงในตลาดประเทศไทย”
สำหรับจุดเด่นของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P คือ การรวม 3 นวัตกรรมหลัก ไว้ในรถคันเดียว ได้แก่ สมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย โดยด้านสมรรถนะ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการเดินทางในเมืองและการใช้งานระยะไกลมากขึ้น มีมอเตอร์กำลังสูงระดับ 3,000 W ให้การขับขี่ที่ตอบสนองดี ทำความเร็วสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีแบตเตอรี่ลิเธียม LFP ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย GT80 มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 50Ah ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ส่วนในรุ่น GT80-P มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 80Ah (72V 50Ah + 72V 30Ah) ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จ
ดีไซน์ ของ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้มีความโมเดิร์นและพรีเมียม ผสมผสานกับเส้นสายที่แข็งแรงกับความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง ทำให้รถดูโดดเด่น ทันสมัย เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งใช้งานได้จริงและมีสไตล์
เทคโนโลยีอัจฉริยะและความปลอดภัย GT80 และ GT80-P ยังมีสมาร์ทฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น AIGO เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยการเชื่อมต่อ Yadea Application เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ การแสดงผลแผนที่นำทาง การเล่นเพลง แสดงสายโทรเข้า เป็นต้น ด้านความปลอดภัยในส่วนของระบบ i-Control ที่ทำให้ GT80 และ GT80-P สามารถใช้ฟีเจอร์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System : TCS ) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน (Hill Descent Control : HDC)
“ปัจจุบันผู้บริโภคมีข้อกังวลเรื่องระยะทางการวิ่ง ใช้เวลาชาร์จนาน จุดชาร์จไม่เพียงพอ และบริการหลังการขาย ซึ่ง GT80 ทั้ง 2 รุ่น ได้รับการออกแบบมาช่วยลดข้อกังวลเหล่านี้ และสามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไกลขึ้นจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ GT80 และ GT80-P ยังเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งกันน้ำ ทนแดดและสู้ฝน จึงมีความพร้อม ทุกสภาพการใช้งาน” นายหยางกล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ GT80 และ GT80-P คือ กลุ่มผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายจากน้ำมัน ต้องการรถที่คล่องตัว ขับง่าย และมีดีไซน์ทันสมัย รวมถึงกลุ่มไรเดอร์ซึ่งต้องการขับขี่ได้ระยะทางที่มากขึ้น
โดย ทั้ง 2 รุ่น มี 3 สี ให้เลือก ประกอบด้วย เทา แดง และ ขาว มีราคาเปิดตัวที่ GT80 ราคา 57,900 บาท จาก ราคา 67,900 บาท และ GT80-P ราคา 69,900 บาท จาก ราคา 79,900 บาท พร้อมรับประกัน แบตเตอรี่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร รับประกันมอเตอร์ 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร และ รับประกันคอนโทรลเลอร์ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตรโปรโมชันพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ - 15 กรกฎาคม 2569 รับของแถม 3 รายการ รวมมูลค่า 8,000 บาท ประกอบด้วย แร็คและกล่องพ่วงท้าย GT80 มูลค่า 4,500 บาท เสื้อแจ็กเก็ต Yadea มูลค่า 2,000 บาท และ หมวกกันน็อก Limited Edition Yadea GT Series มูลค่า 1,500 บาท
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Yadea กล่าวในตอนท้ายว่า “สำหรับ Yadea ประเทศไทยถือเป็นทั้งตลาดสำคัญและฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของอาเซียน โดยบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 คัน/ปี เป็น 600,000 คัน/ปี ภายในอีก 3 ปี พร้อมขยายเครือข่ายจำหน่ายจากกว่า 900 สาขา เป็น 1,800 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 และ 5,000 สาขา ภายในปี 2571 โดยจะขยายบริการหลังการขายให้ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าระยะยาว เพราะการเติบโตของตลาด EV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเครือข่ายบริการหลังการขายด้วย”
สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด โปรโมชัน และช่องทางจำหน่ายของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ได้ที่ศูนย์จำหน่าย Yadea ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์อย่างเป็นทางการ
โดยจะเปิดตัวพร้อมกันบน Shopee ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ผ่าน Yadea Official Store บน Shopee: https://shopee.co.th/yadeathailand และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโปรโมชันต่างๆได้ที่ https://www.facebook.com/yadea.th.ev หรือ https://yadea.co.th/
































