15 พฤษภาคม 2563

“ชวน” รับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์จากกลุ่มนักธุรกิจไทยจีน ช่วยผู้เดือดร้อนโควิด -19


นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา รับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์จากกลุ่มนักธุรกิจไทยจีน ประกอบด้วย ดร.อมร มีมะโน ผู้ก่อตั้ง บมจ.เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี(AJ) บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด รวมมูลค่า 8,000,000 บาท ได้แก่ หน้ากากอนามัย 70,000 ชิ้น เจลและแอลกอฮอล์ 20,000 ขวด เครื่องวัดอุณหภูมิ รุ่น IT-888 จำนวน 900 เครื่อง

นอกจากนี้ ภัตตาคารเสฉวน ได้จัดทำอาหารกล่อง 1,000 กล่อง เพื่อให้ประธานรัฐสภา และคณะ นำไปมอบช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด 19


นายชวน กล่าวว่า หลังจากนี้ ประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารรานำสิ่งของไปมอบให้ผู้ที่มีความจำเป็น โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึง อสม. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดต่างๆ ด้วย ขณะเดียวกัน วันนี้ จะมอบหมายให้นายแทนคุณ จิตอิสระ คณะทำงาน นำอาหารไปมอบให้ประชาชนในพื้นที่ที่กำลังเดือดร้อน

ดร.อมร มีมะโน ผู้ก่อตั้ง บมจ.เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี(AJ) กล่าวว่า การมอบครั้งนี้ คณะนักธุรกิจไทย-จีน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อยของชาวจีน ที่ต้องการช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย เพราะจีนถืออยู่เสมอว่า ไทยจีนเป็นพี่น้องกัน เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน จึงขอให้คนไทยมีความเข้มแข็ง อดทน เพื่อฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน


แบรนด์ เซเลเน่ จัดโครงการ เซเลเน่ แมส รวมใจสู้ภัยโควิด



โครงการ Selene Mask #รวมใจ #สู้ภัยโควิด เป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยแบรนด์ของ Selene เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีหน้ากากผ้าคุณภาพดีสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังได้รับประกันโควิด-19 กับประกันอุบัติเหตุ อีกทั้งยังได้ร่วมสมทบทุนเพื่อมอบเงินและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับบุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลอีกด้วย
สิทธิพิเศษสำหรับท่านที่ซื้อหน้ากากผ่านทางโครงการในราคาพิเศษมูลค่า  100 บาท (จากปกติราคา 180 บาท)
– ได้รับหน้ากากผ้า Selene Mask รุ่นพิเศษ 1 ชิ้น ที่มีคุณสมบัติสะท้อนน้ำ เทคโนโลยีผ้าคอลลาเจนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดกลิ่นอับและแบคทีเรีย
– ได้ร่วมสมทบทุนให้โรงพยาบาล
– ได้รับได้รับประกันโควิด-19 และประกันอุบัติเหตุ

โดยโครงการนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่
1 พฤษภาคม – 31 กรกฏาคม 2563 นี้ และจะมีการนำรายได้จากการลงทะเบียนหลังจากหักค่าใช้จ่าย ไปมอบให้กับโรงพยาบาล เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรค ให้กับแพทย์และพยาบาลต่อไป

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนได้ที่ 


เกี่ยวกับหน้ากาก Selene Mask รุ่นพิเศษ
ด้านหน้าใช้ผ้าสะท้อนน้ำแบบพิเศษ เพื่อความปลอดภัย สามารถกันน้ำและสารคัดหลั่งต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ผ้าด้านในใช้ผ้าเทคโนโลยีพิเศษผสมคอลลาเจน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดกลิ่นอับและยับยั้งแบคทีเรีย  อีกทั้งยังเป็นหน้ากากผ้าที่สามารถซักและนำมาใช้ใหม่ได้มากถึง 30 ครั้ง




14 พฤษภาคม 2563

บาโอจิ (BAOJI) จัดโครงการ “บาโอจิรวมใจ มอบให้ทีมพยาบาล”

มอบรองเท้าพยาบาล แทนกำลังใจสนับสนุนฮีโร่ก้าวผ่าน
โควิด-19


ย้อนกลับไปเมื่อ 24 ปีก่อน บนถนนพุทธมณฑล สาย 4 ถือเป็นจุดสตาร์ทก้าวแรกของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ “หลงไทย กรุ๊ป” เจ้าของและผู้พัฒนารองเท้าผ้าใบชื่อดัง “บาโอจิ (BAOJI)” ซึ่งความน่าสนใจจุดแรกของแบรนด์บาโอจิ คือการเป็นแบรนด์ชื่อแรกๆ ของไทย ที่ประสบความสำเร็จ และเติบโตในตลาดรองเท้าผ้าใบอย่างรวดเร็ว

ความน่าสนใจจุดที่สองของบาโอจิ คือการเดินหน้าขยายความแมส ที่เข้ามาเป็นไลฟ์สไตล์ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันทั่วไปของผู้ใช้ หรือพูดง่ายๆ คือการสร้างรองเท้าผ้าใบที่เป็น “ไลฟ์ชู” สไตล์ SPORT FASHION ของทุกเพศทุกวัย ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ใช้งานได้ทั้งตอนเล่นกีฬา ตอนใส่สไตล์แฟชั่น หรือแม้แต่ช่วงเวลาลำลอง



ประโยคง่ายๆ อย่าง “ใครใส่ก็ดูดี” คือหนึ่งในแรงผลักให้บาโอจิ ตั้งใจสรรค์สร้างรองเท้าที่มีคุณภาพ
มีความยืดหยุ่น นุ่มที่สุด เบาที่สุด และคงรูปร่างความทันสมัยที่สุด จนเป็นที่ยอมรับของผู้สวมใส่ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งการก้าวอย่างต่อเนื่องมาถึงจุดที่เดินอยู่ในปัจจุบัน ช่วยให้บาโอจิได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในนั้นคือการขยับเอาจุดแข็ง SPORT FASHION มาไว้ในบริบทที่แตกต่างของ “รองเท้าพยาบาล” กลายเป็นอีกความน่าสนใจที่ประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ โควิด-19 แบบพอ
ดิบพอดี

นางสาวเบญญาภา ปริญณรัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท หลงไทย อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รองเท้าทุกคู่ที่บาโอจิออกแบบล้วนมีเอกลักษณ์ที่ต่างกันออกไป ซึ่งถ้าพูดถึงรองเท้าของพยาบาล เราคงนึกภาพไลฟ์ชูที่ต้องคอยรองรับการทำงานหนัก ต้องเคลื่อนไหวเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา และบาโอจิก็ได้ตอบโจทย์ภาพในหัวนี้ ออกมาเป็นรองเท้าสำหรับพยาบาลโดยเฉพาะ ที่ใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เลือกวัสดุ ไปจนถึงวินาทีที่พื้นรองเท้าได้สัมผัสกับพื้นของโรงพยาบาล


รองเท้าพยาบาลบาโอจิ คือผลผลิตที่เกิดจากเทคโนโลยีอันเป็นนวัตกรรมทุกสัดส่วน เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุหนังคุณภาพสูง 2 ชั้น เพื่อเป็นรองเท้าที่ดีที่สุด นุ่มที่สุด เบาที่สุด มีความยืดหยุ่น เน้นการใช้งาน พื้นรองเท้าทำจากยางพารา เพิ่มการยึดเกาะพื้นได้ดี และป้องกันการลื่นไถล เมื่อสวมใส่จะให้ความสบายทั้งเท้า จากฟองน้ำหนานุ่มที่กระจายน้ำหนักได้ดี ส่วนปลายรองเท้าไม่มีการบีบรัด คิดเผื่อเพื่อป้องกันอาการเท้ากัด ด้านส่วนส้นเท้าได้ใช้การผลิตในรูปแบบยกระดับ เพื่อช่วยให้การรองรับน้ำหนักทำได้ดียิ่งขึ้น ซ้ำยังช่วยเสริมบุคลิกภาพของผู้ใช้ให้ดูสง่างาม และเมื่อไล่ไปที่ส่วนด้านบนของรองเท้า จะเห็นว่าบาโอจิเลือกใช้วัสดุ Velcro หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ตีนตุ๊กแก’ สำหรับช่วยให้การสวมใส่เกิดความกระชับ สะดวกต่อการเคลื่อนไหว แต่แฝงการออกแบบที่ทันสมัยแบบ LOOKING GOOD ON YOU อันเป็นหัวใจสำคัญ
“เหตุการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ส่งผลให้ทีมแพทย์และพยาบาล ที่ทำหน้าที่เป็นนักรบแนวหน้า ต้องทุ่มเททำงานอย่างหนัก ทั้งแรงกาย แรงใจ และต้องขยับร่างกายเคลื่อนไหวตลอดเวลา เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อให้ปลอดภัย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบกับการแพทย์ทั่วโลก ลากยาวมาตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ในเดือนพฤษภาคม ที่มีวันสำคัญของพยาบาลทั่วโลกรวมอยู่ด้วยคือ วันพยาบาลสากล (International Nurses Day) และทำให้ หลงไทย กรุ๊ป ผู้จำหน่ายรองเท้าผ้าใบและรองเท้าพยาบาล แบรนด์บาโอจิ ได้เลือกวันที่แสนสำคัญนี้ มาสนับสนุนรองเท้าสำหรับพยาบาล ภายใต้โครงการ ‘บาโอจิรวมใจ มอบให้ทีมพยาบาล’ เพื่อร่วมยืนสู้เคียงข้างทีมแพทย์และพยาบาล ให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”

นางสาวเบญญาภา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ “บาโอจิรวมใจ มอบให้ทีมพยาบาล” เป็นโครงการที่สนับสนุนรองเท้าพยาบาล มีมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ที่ถูกออกแบบมาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ ช่วยสนับสนุนการทำงาน ด้วยคุณสมบัติที่ใส่สบายแม้ต้องยืนเป็นเวลานาน มีการยึดเกาะที่ดี นุ่ม เบา ยืดหยุ่น ไม่ลื่น ให้กับทีมพยาบาล 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลศิริราชฯ, โรงพยาบาลรามาฯ และโรงพยาบาลจุฬาฯ ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2020 ซึ่งเป็นวันพยาบาลสากลครั้งแรกของทศวรรษนี้ โดยชาว หลงไทย กรุ๊ป และแบรนด์บาโอจิ เชื่อว่ากำลังใจคู่นี้ จะส่งมอบความอบอุ่น ส่งมอบความสบาย เพื่อให้พี่ๆ น้องๆ พยาบาลทุกคน มีแรงอดทน ยืนสู้ เป็นฮีโร่พาคนไทยก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

แม้ว่าการก้าวเดินของแบรนด์บาโอจิ ต้องชะงักจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แต่การเป็นฐานรองให้ฮีโร่พาคนไทยก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ก็คงเป็นการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน

13 พฤษภาคม 2563

คนจนมาก ลำบากจริง

ใน กทม. จำนวน 2,700 คน
กรมพ้ฒนาสังคมฯ และ อพม. ลุยเก็บตก

วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 นายสุทธิ จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ที่ไวรัส Covid-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก รัฐบาลออกมาตรการดูแลเยียวยาคนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งคนตกงาน คนเร่ร่อน คนไร้ที่พึ่ง ผู้ประสบปัญหาสังคม ให้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการ แต่ยังมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ รอรับการช่วยเหลือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน จึงดำเนินโครงการค้นหา “คนจนมาก ลำบากจริง” ในเขตพื้นที่กรุงเทพ ฯ



โดยจัดชุดปฏิบัติการนักสังคมสงเคราะห์ 128 คน พร้อมอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กว่า 1,800 คน แบ่งเป็น 7 ทีม ลุยพื้นที่ชุมชนทั่วกรุงเทพมหานคร 50 เขต เพื่อตามหาเป้าหมาย "คนจนมากฎ- 2,700 คน
   
ขั้นตอนการดำเนินงาน พส.ได้จัดประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ แก่ อพม.จากนั้นได้วางแผนปฏิบัติการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน โดยเริ่มส่งทีม อพม.ค้นหากลุ่มเป้าหมาย ชี้เป้า และจะส่งชุดปฏิบัติการร่วมกับ อพม.ลงเยี่ยมบ้าน สอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 และดำเนินการตามแผนการช่วยเหลือ เฝ้าระวังผู้ประสบปัญหาสังคม และจะจ่ายเงินสงเคราะห์ผ่านระบบ “Krungthai Corporate Online” โดยระบบจะโอนเงินไปยังผู้ประสบปัญหาทางสังคม และแจ้งผลการโอนเงินให้ อพม.รับทราบ เพื่อแจ้งแก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคมต่อไป


   
หากประชาชนประสบปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลือต่าง ๆ 
สามารถแจ้งมายัง ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ หรือ สายด่วน พม. โทร. 1300 
บริการ 24 ชั่วโมง แล้วเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ไทยแลนด์มอลล์ผนึกซีพี รีเทลลิงค์ เพิ่มช่องทางขายสินค้าช่วยผู้ประกอบการ

เปิดเชลขายผ่านร้านกาแฟมวลชนทั่วประเทศ 


บริษัท มอลล์ (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมกับ บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ร่วมช่วยเหลือผู้ประกอบการโอทอปและเอสเอ็มอี ด้วยการเพิ่มช่องทางการขายสินค้า จัดโครงการ "ไทยแลนด์มอลล์คัดโอทอปคุณภาพ เสริมช่องทางจำหน่าย สร้างรายได้โดย "มวลชน"  เพื่อให้สินค้าของกลุ่มผู้ประกอบการโอทอปและเอสเอ็มอี เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ผ่านร้านกาแฟมวลชนทั่วประเทศ  โดยสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านกาแฟมวลชนนั้นได้รับการพัฒนาและคัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์พร้อมทานเพื่อสุขภาพเห็ดภูฐานจากชื่นฟาร์ม ที่ได้รับการพัฒนาจนเป็นสินค้าพร้อมเสิร์ฟบนเครื่องบินการบินไทย  และผลิตภัณฑ์ "ข้าวกรอบสยาม" สินค้าดี ๆฝีมือเอสเอ็มอีไทยที่หลายคนชื่นชอบ จัดวางจำหน่ายเพื่อเป็นของทานเล่นเคียงคู่กับกาแฟและเมนูเครื่องดื่มต่าง ๆภายในร้าน  ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น  สำหรับลูกค้าที่สนใจและชื่นชอบผลิตภัณฑ์พร้อมทานเพื่อสุขภาพนี้สามารถเลือกซื้อได้ที่ร้านกาแฟมวลชนกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ อาทิ ร้านกาแฟมวลชนสาขาวิภาวดี , เทเวศน์,  กระทรวงเกษตรฯ, สามเสน , แม็คโครศาลายา, ธาราพาร์ค, แม็คโครถลาง ภูเก็ต, แม็คโครปากช่อง,  แม็คโครพัทลุง, แม็คโครยโสธร, แม็คโครมหาสารคาม, แม็คโครนครนายก, แม็คโครทุ่งสง, แม็คโครแพร่, แม็คโครพะเยา, แม็คโครเกาะช้าง, โลตัสตาก, โฮมโปรสมุทรสงคราม, โลตัสอยุธยา และร้านกาแฟมวลชนทั่วประเทศกว่า 200 สาขา 


นอกจากนี้ยังสามารถอุดหนุนสินค้าโอทอปไทยเปี่ยมคุณภาพได้หลากหลายรายการ
โดยสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ https://www.thailandmall.com
หมายเลขโทรศัพท์ 094-895-9175

วิริยะประกันภัย ร่วมมือสู้ภัยโควิด-19

มอบชุด PPE และอุปกรณ์การแพทย์ โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ 



นายอัสมัน มะลี  ผู้จัดการศูนย์ปฎิบัติการสินไหมทดแทนปัตตานี พร้อมผู้บริหารและทีมงานในสังกัดฝ่ายปฎิบัติการภาค 5 (ภาคใต้) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และเพิ่มความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลปัตตานี  จังหวัดปัตตานี , โรงพยาบาลยะลา จังหวัดยะลา ,โรงพยาบาลบันนังสตา จังหวัดยะลา
                ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เสียสละชีวิตของตนเองเพื่อรักษาผู้ป่วย บริษัทฯ ขอเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของไทยทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อคนไทยในการฟันฝ่าวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค-19 ในครั้งนี้

05 พฤษภาคม 2563

Hydro C สกินแคร์ในรูปแบบ “สเปรย์”



ผลิตภัณฑ์เสริมคุณภาพผิว สัมผัสใหม่ ของการบำรุงผิวหน้า Hydro C สกินแคร์ในรูปแบบ 
“สเปรย์” บำรุงได้ล้ำลึก ซึมไว ไม่เหนอะหนะผิว

ก่อนหน้านี้ต้องออกจากบ้าน และแต่งหน้าไปข้ทำงานนอกบ้านทุกวัน พอได้หยุดทำงานที่บ้านบ้าน เลยเลือกที่จะไม่ทาอะไรลงบนผิวหน้าเลย เพราะคิดว่าไม่ได้ออกไปไหน แต่รู้หรือไม่ว่าถึงแม้เราจะอยู่แต่ในบ้าน พบเจอได้ทั้งแสง UV ที่ลอดผ่านโทรศัพท์มือถือ หน้าจอคอมพิมเตอร์ เข้ามา หรือจะเป็นฝุ่นควัน มลพิษที่ลอยเข้ามาใน



มาดูตัวช่วยความเบาสบายที่มีคุณสมบัติพิเศษเช่น
- Acmella เป็นโบท็อกซ์จากธรรมชาติช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง รูขุมขนกระชับ
- เติมเต็มความชุ่มชื่น แต่ไม่ทำให้หน้ามัน
- ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำบำรุงที่ปกป้องความชุ่มชื้นของผิว และยังช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน
- ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และปกป้องผิวจากมลภาวะ
- ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส อ่อนเยาว์มาปกป้องผิวหน้าไว้ก่อนดีกว่า

อายุเพิ่มขึ้น และปัจจัยภายนอกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ผิวแลดูเหนื่อยล้า เสื่อมโทรม และมองเห็นถึงปัญหาผิว สาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ และจุดด่างดำ ที่มองเห็นจากภายนอก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
https://lin.ee/hhmv4nd
Call center : 064 2829 888