แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสังคม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสังคม แสดงบทความทั้งหมด

03 ตุลาคม 2569

เปิดใจ ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ “เจ้าของสวนสยาม”

มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต 90 ปี กับวันที่ทุกตารางนิ้วที่สร้างมาด้วยสองมือต้องจมอยู่ใต้น้ำ สวนสยามจะกลับมาได้ หรือจะเหลือเพียงตำนาน?

ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งสวนสยาม (สยามอะเมซิ่งพาร์ค) เปิดใจถึงวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต หลังอุทกภัยครั้งรุนแรงทำให้พื้นที่สวนน้ำและสวนสนุกทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำ ต้องหยุดให้บริการอย่างน้อยครึ่งปี ประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 500 ล้านบาท

46 ปีที่ผ่านมา สวนสยามสร้างความสุขและความทรงจำให้คนไทยมาหลายรุ่น แต่วันนี้…สถานที่ที่สร้างขึ้นด้วยสองมือ กลับต้องจมอยู่ใต้น้ำต่อหน้าต่อตา พร้อมอนาคตของพนักงานและครอบครัวหลายพันชีวิตที่ฝากไว้กับสวนแห่งนี้

ดร.ไชยวัฒน์ ส่งกำลังใจถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมายังสวนสยาม และวอนขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อต่อลมหายใจให้สวนสยามได้มีโอกาสฟื้นกลับมาเปิดประตูต้อนรับคนไทยอีกครั้ง เพราะสำหรับชายคนนี้ สวนสยามไม่ใช่เพียงธุรกิจ .....แต่คือทั้งชีวิตและจิตใจ



จากสถานที่แห่งความสุขที่อยู่คู่คนไทยมา 46 ปี วันนี้เหลือเพียงคำถามว่า…สวนสยามจะกลับมาได้อีกครั้ง หรือจะต้องเหลือไว้เพียงความทรงจำ

ลิ้งค์ เพื่อรับชมคลิป :  https://www.youtube.com/watch?v=bclRiHHdadA


28 กันยายน 2569

พม. จัดงานวันผู้สูงอายุสากล 2569 โชว์ศักยภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม พร้อมจับมือทุกภาคส่วน ออกแบบสังคมเพื่อชีวิตที่ยืนยาวของคนทุกช่วงวัย


วันที่ 24 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)  มอบหมาย  ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2569” (International Day of Older Persons 2026) ภายใต้แนวคิดสากล “ยุคแห่งอายุยืนยาว: การทบทวนและปรับเปลี่ยนระบบเพื่อชีวิตที่ยืนยาวขึ้น” (The Age of Longevity : Rethinking Systems for Longer Lives) เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมทุกภาคส่วนในการรองรับประชากรโลกที่มีอายุยืนยาวขึ้นอย่างมีคุณภาพ โดยมี นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. , นายภูร์ผา ไทยแท้ โฆษกกระทรวง พม. (ฝ่ายการเมือง) , นางมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ ผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย , ศ.พญ. จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ ฮีโร่นวัตกรรม นำภูมิปัญญาสู่สากล และผู้แทนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมประชาบดี ชั้น 19 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 




ดร.เอนกชัย กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันผู้สูงอายุสากล” เพื่อให้ทั่วโลกได้ตระหนักถึงคุณค่า ศักดิ์ศรี สิทธิ และบทบาทสำคัญของผู้สูงอายุ สำหรับในปี 2569 องค์การสหประชาชาติได้กำหนดแนวคิดหลักคือ “The Age of Longevity : Rethinking Systems for Longer Lives” หรือ “ยุคแห่งอายุยืนยาว : การทบทวนและปรับเปลี่ยนระบบเพื่อชีวิตที่ยืนยาวขึ้น” เพื่อขับเคลื่อนการทำงานและการเตรียมความพร้อมของสังคมในทุกมิติต่างอย่างยั่งยืน 


ดร.เอนกชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปี 2569 องค์การสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพเพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีและยืนยาวอย่างมีคุณภาพ การสร้างความมั่นคงทางการเงินและระบบคุ้มครองทางสังคม การเปิดโอกาสให้ตลาดแรงงานมีความครอบคลุมเพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพได้มีส่วนร่วมในการทำงานและการพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง และการรักษาศักดิ์ศรีความเท่าเทียมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำอันเป็นองค์ประกอบสำคัญของสังคมสูงวัยที่ยั่งยืน สำหรับงาน “วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2569” (International Day of Older Persons 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 25 กันยายน 2569 โดยมีกิจกรรมสำคัญมากมาย อาทิ การอ่านสารเนื่องในวันผู้สูงอายุสากล, พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุระหว่างกรมกิจการผู้สูงอายุกับสถานประกอบการ และการแถลงข่าว Senior Star Thailand 2026 


"งาน “วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2569”   นับเป็นการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ใช้ศักยภาพและความสามารถในการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ ขอให้ทุกภาคส่วนเปลี่ยนมุมมองจาก “เตรียมสังคมเพื่อรองรับผู้สูงอายุ” ไปสู่การ “ร่วมกันออกแบบสังคมสำหรับชีวิตที่ยืนยาวของคนทุกช่วงวัย” ดร.เอนกชัย กล่าวย้ำ


#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #ผู้สูงอายุ #วันผู้สูงอายุสากล

23 กันยายน 2569

ม.น.ข.มอบทุนการศึกษาเพื่อเด็กพิการ สร้างพลังการเรียนรู้ สู่อนาคตที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาโครงการ “ม.น.ข.เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เพื่อเด็กพิการ” ณ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  ซึ่งมีคุณจัตรตุพล ชมภูพงษ์ รองเลขาธิการ  พร้อมด้วยคุณกิมไน้ สิริพฤกษา ผู้บุกเบิกพัฒนาอัญมณีนิล/เจ้าของศูนย์ฝึกวิชาชีพเจียระไนนิล จ.กาญจนบุรี ร่วมมอบทุนในครั้งนี้ด้วย โดยมีนางสาวเสาวภา ตรีสกุลวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยคณะครู และนักเรียน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น 



การมอบทุนในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่มีความพิการทางการได้ยิน ให้มีโอกาสได้รับการศึกษา สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจัดสรรให้เป็นทุนการศึกษาต่อเนื่องจนจบหลักสูตรระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) จำนวนทั้งหมด 5 ทุนๆ ละ 50,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 250,000 บาท

22 กันยายน 2569

นางฟ้า ณัฐชรัตน์ พลรบ ผู้เข้าสมัครบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 23

ขอแนะนำตัวนะคะ นางฟ้า ลงสมัครบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 23 หนึ่งในนาม" ทีมเคลียร์ ประกันสังคม"   รวม 7 ท่าน

นางฟ้า คือใคร?  นางฟ้า = ผู้ผลักดันสิทธิประโยชน์และสนับสนุนความเท่าเทียมของกลุ่มคนข้ามเพศและ LGBTQ + รวมถึงเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจการบริหารองค์กร ที่มีบทบาทอย่างโดดเด่นไประเทศไทย🇹🇭ทั้งในภาคสังคมและภาคธุรกิจ 

ผลงานทาง สังคม 🇹🇭
Trans leadership shaping the future of business ด้านความหลากหลายทางเพศและการยอมรับความต่างในองค์กร (Inclusivity in Action) ร่วมกับทางสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin)

1 ใน 30 คน ผู้หญิงที่สร้างแรงบันดาลใจ ในการทำงาน โดยที่ เป็น transgender คนเดียว ในเวที Un women  ที่ส่งเสริม Empower Women 2020 🇺🇳 จาก ผู้หญิง หลากหลายอาชีพ 

เป็นตัวแทนภาคธุรกิจร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ UN Women เพื่อสนับสนุนและผลักดันบทบาทสตรีและสิทธิมนุษยชน UN Women ภายใต้โครงการ WeEmpowerAsia และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป (European Union) ณ กรุงเทพมหานคร

เคยเป็น อาจารย์พิเศษ สอนและฝึกอบรม ในสถาบัน ต่างๆระดับประเทศ ด้วยหลักการ ขายคลื่น 4 ลูก ทำไมถึงสมัคร บอร์ดประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน อีกบทบาท บนความตั้งใจของตัวเอง(แม้ครอบครัว คนรอบตัว จะไม่สนับสนุน) แต่คิดเสมอว่า…ถ้าไม่ทำคงจะติดค้างในใจไปอีกนาน

245 เดือนของการเป็นผู้ประกันตน 

40 เดือนของการเป็นนายจ้าง 

ได้รับรู้ถึงการเข้าถึงสิทธิ์ประกันสังคม

ปัญหา ข้อดี ข้อเสีย ประกันสังคม ต้องเดินหน้าต่อไปอย่างมีคุณภาพ ให้เงินทุกบาทของพวกเราใช้ประโยชน์ให้เต็มที่..

เปลี่ยนครั้งนี้เปลี่ยนเพื่อตัวเราเอง

นางฟ้า ประกันสังคมผู้สมัครผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เบอร์ 23 

🎯 เป้าหมายของทีมเคลียร์ฯ คือ "พลิกประกันสังคม สู่หลักประกันชีวิต" เคลียร์ทุกข้อจำกัด 

📅 เลือกตั้งบอร์ดฯ วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนนี้ ไปใช้สิทธิได้เลย (ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า)

🔢 ฝากทีมเคลียร์ฯ ด้วยนะคะ

หมายเลข 15, 17, 18, 19, 20 , 23,(พี่นางฟ้า)  24

📲 ติดตามข่าวสาร ทีมเคลียร์ ประกันสังคม :  https://www.facebook.com/share/195mNKEgu8/

11 กันยายน 2569

“สายสีแดง” จัดฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินด้านความมั่นคง รองรับสถานการณ์กราดยิงภายในสถานีรถไฟฟ้า (Active Shooter) ประจำปี 2569

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เตรียมความพร้อมรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน จัดฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินด้านความมั่นคงรองรับสถานการณ์กราดยิงภายในสถานีรถไฟฟ้า (Active Shooter) ประจำปี 2569

พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินมาตรการต่างๆ ที่เป็นการยกระดับด้านการให้บริการรถไฟฟ้า ควบคู่กับการให้ความสำคัญในด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด อีกทั้งในปัจจุบันเกิดเหตุการณ์กราดยิงในพื้นที่สาธารณะ และมีการก่อการร้ายในรูปแบบต่างๆบ่อยครั้ง จึงได้จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินด้านความมั่นคง ประจำปี 2569 เมื่อคืนวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยจำลองเหตุสถานการณ์คนร้ายบุกเข้ามากราดยิงภายในสถานีรถไฟฟ้า

โดยจำลองเหตุสถานการณ์คนร้ายบุกเข้ามากราดยิงภายในสถานีรถไฟฟ้า โดยในการฝึกซ้อมครั้งนี้ ได้บูรณาการความร่วมมือกับสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน , กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(191) , กรมการขนส่งทางราง , การรถไฟแห่งประเทศไทย , การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย , ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินเอราวัณกรุงเทพฯ และบริษัท รักษาความปลอดภัย เอเซีย คลีนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด ซึ่งการฝึกซ้อมดังกล่าว จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นภายในระบบรถไฟฟ้า และเป็นแนวทางให้บุคลากรทุกคนสามารถรับมือกับสถานการณ์ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างถูกต้อง รวมถึงเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดกรณีเผชิญเหตุการณ์กราดยิงภายในสถานีรถไฟฟ้า (Active Shooter) ได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดความมั่นใจว่า สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้อย่างสะดวก และมีความปลอดภัยสูงสุด



บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองได้อย่างยั่งยืน






โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม
Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” 

หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

28 สิงหาคม 2569

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง

 

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ร่วมสนับสนุนการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนสารวิทยา เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00–12.00 น. ณ โรงเรียนสารวิทยา เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์ภายในสถานศึกษา

การฝึกซ้อมดังกล่าวจัดขึ้นในรูปแบบการจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินภายในโรงเรียน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงาน การสื่อสาร และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน รวมถึงประเมินความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและการนำส่งผู้ป่วย ในการนี้ โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ได้จัดส่ง ทีมเจ้าหน้าที่พยาบาลและรถพยาบาล เข้าร่วมการฝึกซ้อม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินตามสถานการณ์จำลอง โดยทีมบุคลากรทางการแพทย์ได้ร่วมฝึกการประเมินและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนการประสานงานเพื่อเตรียมความพร้อมด้านการส่งต่อผู้ป่วย


การฝึกซ้อมครั้งนี้เปิดโอกาสให้บุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทบทวนบทบาท หน้าที่ และขั้นตอนการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การประสานงานในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีระบบ และสามารถปรับใช้แนวทางการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนชุมชนและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคม โดยการเข้าร่วมฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุจึงเป็นอีกหนึ่งกระบวนการสำคัญในการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานและประสานความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน มุ่งมั่นสนับสนุนชุมชนและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่


24 สิงหาคม 2569

กรมกิจการผู้สูงอายุ จับมือ “มูลนิธิวีวี แชร์” และภาคีเครือข่าย ส่งมอบอาหารมูลค่ากว่า 4.7 ล้านบาท หนุนโภชนาการกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี

หนุนโภชนาการกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี


วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 14.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ มอบหมายให้ นางวรรณภา สุขคง รองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นประธานในพิธีรับมอบผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จาก คุณศรินทร เมธีวัชรานนท์ ผู้แทนมูลนิธิวีวี แชร์ พร้อมด้วยผู้แทนบริษัท เชฟแคร์ส โปรดักท์ จำกัด และบริษัท ซี เจ เอ-ลิสต์ จำกัด เพื่อนำไปส่งต่อแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยมีนางดุสิตา เชาวน์เลิศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานีหัวหน้าหน่วยงานทีม One Home สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จังหวัดปทุมธานี ประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) จังหวัดปทุมธานี และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี  

สำหรับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารในครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 4,717,440 บาท ประกอบด้วย แฮมเบอร์เกอร์หมู จำนวน 48 ลัง (15,840 ชิ้น) แพนเค้ก จำนวน 661 ลัง (237,960 ชิ้น) และบะหมี่รามยอน จำนวน 5,040 ลัง (120,960 ซอง) ซึ่งจะกระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงไปยังกลุ่มเป้าหมายในความอุปการะของหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. (One Home) จังหวัดปทุมธานี ครอบคลุมทั้ง 14 หน่วยงาน รวมจำนวนผู้รับบริการทั้งสิ้น 2,750 คน ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี คนไร้ที่พึ่ง คนพิการ เด็กและเยาวชนในสถานสงเคราะห์ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ตลอดจนประชาชนกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานบริการสังคมและเครือข่าย อพม. ในจังหวัดปทุมธานี 








นางวรรณภา กล่าวว่า ในนามของกระทรวง พม. และกรมกิจการผู้สูงอายุ ขอขอบคุณมูลนิธิวีวี แชร์ บริษัท เชฟแคร์ส โปรดักท์ จำกัด บริษัท ซี เจ เอ-ลิสต์ จำกัด รวมถึงผู้ประสานงานทุกท่าน ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตและร่วมเคียงข้างกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนอาหารในครั้งนี้นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารและโภชนาการของสถานสงเคราะห์และหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยหน่วยงาน พม. One Home จังหวัดปทุมธานี จะเร่งจัดสรรผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหมดให้ถึงมือกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป  การผนึกกำลังร่วมกันในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ในการร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมเชิงรุก เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางโภชนาการและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบางทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

21 สิงหาคม 2569

พม. จัดงานใหญ่ "Social Development Expo 2026 (SDX 2026)" ดึง ปชช.-เครือข่าย ร่วมสร้างสังคมไทย


พม. จัดงานใหญ่ "Social Development Expo 2026 (SDX 2026)" ดึง ปชช.-เครือข่าย ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน พร้อมกางผลงาน พม. 120 วัน ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานมหกรรมด้านการพัฒนาสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ "Social Development Expo 2026 (SDX 2026)" ภายใต้แนวคิด "Co-Creating a Better Society ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน" ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569 นับเป็นเวทีสำคัญระดับประเทศที่เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน ทุกภาคส่วน ได้ร่วมคิด ร่วมแลกเปลี่ยน และร่วมออกแบบอนาคตของสังคมไทย ผ่านองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ผลงานวิชาการ และต้นแบบการพัฒนาสังคมจากทั่วประเทศ นำไปสู่การออกแบบอนาคตของสังคมไทยที่ยั่งยืนไปด้วยกัน เพราะทุกคนคือพลังของการสร้าง "สังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม SDX 2026 พร้อมปาฐกถาพิเศษ “120 วัน พม. ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ซึ่งมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ , นางสาวชนก  จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายแพทย์วัชรากร เลิศด้วยลาภ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายชนินทร์  รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายกันตพงศ์  รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , คณะทูตจากสถานเอกอัครราชทูต , ผู้แทนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม , ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ , ประชาชนทั่วไป และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

นายนิกร เปิดเผยว่า ผลงาน 120 วัน ของกระทรวง พม. "ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" ไม่ใช่การขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมที่เป็นเพียงการเยียวยาปัญหาเฉพาะหน้า แต่ปรับระบบการทำงานใหม่ ให้มองประชาชนเป็นรายคน รายครอบครัว และรายพื้นที่ เพื่อส่งความช่วยเหลือไปให้ถึงมือของประชาชนผู้ที่ต้องการอย่างแม่นยำ ทั้งนี้ หนึ่งในหัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนจาก การให้ประชาชนเข้ามารับความช่วยเหลือ ไปสู่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล ค้นหา เข้าถึง และติดตามดูแลประชาชนเชิงรุก โดยการนำระบบดิจิทัลและ AI มาเชื่อมสิทธิสวัสดิการ และโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้น

สำหรับผลงานสำคัญในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาระบบฐานข้อมูล MSDHS Big Data เชื่อมข้อมูลกลุ่มเปราะบางจากฐานข้อมูล MSO-Logbook เข้ากับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 231,091 ราย , การพัฒนาระบบ พม. Care เพื่อขอรับเงินสงเคราะห์ 6 ประเภท ด้วยตัวเอง ผ่านระบบออนไลน์บนสมารท์โฟน ซึ่งมีผู้ใช้บริการ 3,503 ราย , การเชื่อมบริการสำหรับคนพิการผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ซึ่งมีคนพิการใช้งานมากถึง 71,642 คน , การยกระดับ สายด่วน พม. โทร. 1300 ด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการประชาชนอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ , ยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบ 435 แห่ง , ขับเคลื่อนศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็กต้นแบบ 434 แห่ง , สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 2.42 ล้านคน และผลักดันให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนครบทุกระดับ 8,778 แห่ง

อีกทั้ง สนับสนุนการสร้างชุมชนเข้มแข็งและระบบสวัสดิการฐานราก ซึ่งมีสมาชิกสวัสดิการชุมชน 2.51 ล้านคน , ขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) 2,258 แห่งทั่วประเทศ โดยให้การดูแลผู้สูงอายุ 169,150 คน , ผลักดันการปรับเบี้ยความพิการเป็น 1,000 บาท , สนับสนุนอุปกรณ์สำหรับคนพิการอีก 17,000 คน , ปรับสภาพแวดล้อมที่พักอาศัยสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการแล้ว 10,559 หลัง , ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการบ้านมั่นคงและบ้านพอเพียง 24,482 ครัวเรือน , ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ 75,772 คน และสร้างอาชีพให้กลุ่มเปราะบางอีก 16,213 คน , สนับสนุนสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพแก่คนพิการและผู้สูงอายุ 9,509 ราย วงเงิน 455 ล้านบาท , ขยายวงเงินกู้กองทุนคนพิการจาก 120,000 บาท เป็น 300,000 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสการประกอบอาชีพ



นอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังคงเดินหน้าปรับระบบราชการให้เป็นประตูที่เปิดกว้าง เป็นมิตร และเข้าใจประชาชน ลดขั้นตอนบริการ พร้อมทบทวนและปรับปรุงกฎหมายสำคัญรวม 8 ฉบับ และผลักดันร่างกฎหมายด้าน Universal Design เพื่อวางรากฐานให้ทุกคนสามารถเข้าถึง ใช้ชีวิต และมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเท่าเทียม "ก้าวต่อไปของกระทรวง พม. ไม่ใช่การทำโครงการแยกส่วน แต่คือการวางวาระรวมของระบบสังคมใหม่ ด้วยการเชื่อมคน ครอบครัว ชุมชน เทคโนโลยี ที่อยู่อาศัย อาชีพ สวัสดิการ และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน โดยทุกนโยบาย ทุกสวัสดิการ ต้องสามารถเปลี่ยนชีวิตประชาชนทุกช่วงวัยได้จริง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" นายนิกร กล่าวย้ำ


#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
#นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส
#ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #SDX2026