27 สิงหาคม 2563

ซีพีแรม ร่วมกับ มีเดียอาตส์ มจธ. ตอกย้ำความสำเร็จ เดินหน้าชวน นร.- นศ. ทั่วประเทศ สร้างพลัง “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste”

ตระหนักลดความสูญเปล่าทางอาหารอย่างต่อเนื่อง  ปีที่ 3

บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมกับ สาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดตัวโครงการ การประกวดคลิปวิดีโอ “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste” ปีที่ 3 เชิญชวนนักเรียน - นักศึกษาทั่วประเทศ แชร์ไอเดีย สร้างพลังผ่านคลิปวีดีโอความยาว 3 นาที ณ ห้อง GREAT ROOM ชั้น 3 โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจากนายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด และผศ.บุญเลี้ยง แก้วนาพันธ์ ประธานสาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ในปีนี้ ซีพีแรม ร่วมกับ มีเดียอาตส์ มจธ. เชิญชวนนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเข้าร่วมประกวดคลิปวิดีโอ “ คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste ” โดยโครงการดังกล่าว ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยโครงการดังกล่าวเริ่มต้นจากการตั้งคำถามจากสิ่งที่เราเห็นจากอาหารในจานที่เราทานไม่หมด กองอยู่ตรงหน้าที่มีแต่เศษอาหารเหลือจากการทาน หรือแม้แต่ผักและผลไม้ที่เน่าเสียอยู่ในตู้เย็น ประกอบกับการพูดถึงของคนทั้งโลก รวมถึงองค์กรยูนิเซฟถึงความยากจน การโหยหาอาหาร ความหิวโหยของเด็กน้อยในแอฟริกา หรือประเทศที่อยู่ในสภาวะสงคราม ที่ทำให้ขาดแคลนอาหาร รวมทั้งการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้ แม้แต่ในประเทศไทยเองที่ได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินทอง เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ อยู่ที่ไหนไม่อดตาย แต่ก็ยังมีในหลายพื้นที่ห่างไกล ที่ยังขาดแคลนอาหาร อาหารไม่เพียงพอ เข้าถึงอาหารไม่ครบตามหลักโภชนาการ มีให้เห็นในข่าวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องความสูญเปล่าทางอาหารในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีส่วนสำคัญ ในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง และลดความสูญเปล่าทางอาหาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม

นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เปิดเผยว่า ซีพีแรมได้ดำเนินการลด
Food Loss ในองค์กรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังส่งเสริมการลด Food Waste ในกลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องเช่นกันในระยะหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามแนวทาง Food 3S (Food Safety, Food Security และ Food Sustainability) ขององค์กร โดย S ตัวที่สอง ที่เรียกว่า Food Security หรือความมั่นคงทางอาหารที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างปลอดภัย และมั่นคง ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์อย่างใดขึ้นก็ตาม มีความสอดคล้องกับแนวทางขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ที่วางเป้าหมายของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.

2030 โดยมีเป้าหมายหนึ่งคือโลกที่ปราศจากความหิวโหย (Zero Hunger) ด้วยการมีความมั่นคงทางอาหาร และปลอดจากภาวะการหิวโหยทุกรูปแบบ ซึ่งทุกคนจะสามารถเข้าถึงอาหารจากการกระจายอย่างทั่วถึง และมีคุณค่าโภชนาการได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี และตลอดไป ขณะที่การจะเกิดความมั่นคงทางอาหารได้นั้น จะต้องมีทรัพยากรหรือวัตถุดิบทางอาหารอันจะเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรอาหารและการผลิตร่วมกัน ระหว่างผู้ผลิตอาหารและเกษตรกร ตลอดจนอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมวัตถุดิบทั้งหมด และรวมไปถึงกระบวนการจัดจำหน่ายที่จะช่วยส่งต่ออาหารไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย อันจะต้องมีความใส่ใจของการสร้างความมั่นคงทางอาหารร่วมกัน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความต้องการในการบริโภคและวัตถุดิบที่มีอย่างยั่งยืน และสำหรับ S ตัวที่สาม ที่เรียกว่า Food Sustainability เป็นการดูแลกระบวนการผลิตและส่งมอบให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเมื่อถึงปลายน้ำคือผู้บริโภค ก็จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยกันให้เกิดความยั่งยืน เพราะหากมีการบริโภคแบบทิ้งขว้างจนกลายเป็นความสูญเปล่าของอาหารก็จะส่งผลกระทบไปยังสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อมูลจากโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นมาทั่วโลกจะกลายเป็นอาหารสูญเปล่าที่ไม่ถูกทาน (Food Waste) หากนำไปฝังกลบจะก่อเกิดก๊าซมีเทนซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก หรือโลกร้อน การดำเนินการโครงการประกวดคลิปวิดีโอ “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste” จึงเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสูญเปล่าทางด้านอาหาร และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องในอนาคต

นายวิเศษ ยังกล่าวต่ออีกว่า วันนี้ซีพีแรมได้ดีเดย์เปิดเพจ Facebook ที่ชื่อว่า “ กินหมดจด ไร้ Food Waste ” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน และแชร์ไอเดียตลอดจนแรงบันดาลใจในการลดความสูญเปล่าทางอาหาร หรือ Food waste ซึ่งเป็นการขยายผลสู่ทุกกลุ่มคนในสังคม โดยจะมีการจัดแคมเปญในการร่วมแบ่งปันไอเดีย และมีการมอบรางวัลให้ผู้โชคดี ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวแคมเปญ และกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนในได้ที่ Facebook : กินหมดจด ไร้ Food Waste

ด้านผศ.บุญเลี้ยง แก้วนาพันธ์ ประธานสาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักในเรื่องลดความสูญเปล่าทางอาหารอย่างจริงจัง เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต การสร้างสรรค์สื่อเพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นสิ่งสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นจริงในโลกใบนี้ เป็นการบูรณาการศาสตร์ด้านการผลิตสื่อสร้างสรรค์ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเราอาจจะไม่สามารถหยุดเหตุกาณ์อันเลวร้ายนี้ได้ แต่เราเป็นจุดเล็กๆ
ที่ผสานรวมกันจนเกิดพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เหตุกาณ์ดังกล่าวชะลอการเกิดขึ้นได้ และหวังว่าถ้าคนที่ได้เห็นผลงานสร้างสรรค์ดังกล่าวจะส่งผลให้มีความตระหนักและเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมในการลดความสูญเปล่าทางอาหาร จนสามารถสร้างความอิมแพคในสังคมและโลกใบนี้ เหตุการณ์เลวร้ายดังกล่าวอาจจะหยุดการเกิดขึ้นได้

จากข้อมูลโครงการสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลกในแต่ละปี หรือประมาณ 1.3 พันล้านตัน จะกลายเป็นความสูญเปล่าทางอาหาร หรือ Food Waste และถูกปล่อยให้เน่าเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 3.3 พันล้านตันต่อปี จำนวนอาหารที่ถูกทิ้งขว้างเหล่านี้มีมูลค่ารวมกันกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 31 ล้านล้านบาท และเพียงพอนำไปเลี้ยงดูผู้คนที่หิวโหยได้มากถึง 870 ล้านคน และจากสถานการณ์ขาดแคลนอาหารของประชากรโลก ผู้คนที่อดอยากหิวโหยจำนวน 870 ล้านคนนั้น จำนวนเกินกว่าครึ่งหรือราว 552 ล้านคน อาศัยอยู่ในภูมิเอเชียแปซิฟิค ซึ่งนับรวมประเทศไทยด้วยเช่นกัน สาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติความสูญเปล่าทางอาหารเกิดจาก ระบบการจำหน่ายมีกระบวนการควบคุมที่ไม่เหมาะสม การซื้อสินค้า และการเตรียมอาหารที่มากเกินจำเป็น ไปจนถึงความสูญเปล่าทางอาหารจากการบริโภค ทั้งในส่วนที่เหลือทาน และเลือกบริโภค รวมถึงสหประชาชาติ ยังตั้งเป้าลดความสูญเปล่าทางอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิต และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี 2573

ทั้งนี้ โครงการ การประกวดคลิปวิดีโอ “ คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste” แชร์ไอเดีย สร้างพลังผ่านคลิปวีดีโอความยาว 3 นาที เปิดรับสมัครตั้งแต่ 1 กันยายน - 30 พฤศจิกายน 2563 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 360,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ ผู้สนใจเข้าร่วมส่งผลงานและติดตามรายละเอียดการสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/foodwasteclipcontest

All You Can Eat A La Carte” เมนูนานาชาติตามสั่งทานได้ไม่อั้นมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารเดอะสแควร์ ที่โนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต


โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต พร้อมต้อนรับคุณและครอบครัวกลับมาพร้อมไฮไลท์จานโปรดของแต่ละห้องอาหาร ที่คุณสามารถท่องโลกความอร่อยผ่าน All You Can Eat A La Carte เมนูนานาชาติตามสั่งทานได้ไม่อั้นทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารเดอะ สแควร์

เริ่มต้นออกเดินทางจากดินแดนอาทิตย์อุทัย ห้องอาหารญี่ปุ่นคินเซ็น นำเสนออาหารญี่ปุ่นเรียกน้ำย่อย
ซูชิ ซาชิมิ ข้าวหน้าปลาดิบและเมนูอื่นๆอีกมากมาย และเดินทางต่อไปยังดินแดนมังกร ลิ้มรสความอร่อยของขบวนติ่มซำ ปอเปี๊ยะเป็ดย่าง ซาลาเปาลาวา และพลาดไม่ได้กับเมนูเต้าหู้ผัดเสฉวน ของห้องอาหารจีน โกลเด้น วิลเลจ พร้อมเดินทางลัดฟ้าข้ามทวีปไปเพลิดเพลินกับอาหารตะวันตกจากห้องอาหารนานาชาติเดอะ สแควร์ อย่างพิซซ่า พาสต้า ซุปนานาชนิด ก่อนปิดท้ายมื้ออร่อยด้วยอาหารไทยรสจัดจ้านจานเด็ดสำรับไทยที่โดดเด่นถึงเครื่องพริกแกงจากห้องอาหารศาลาไทย ไม่ว่าจะเป็นมัสมั่นไก่ ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลา สะเต๊ะหมู ปอเปี๊ยะลาบแซลมอน และปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขบวนขนมหวาน เค้กหลากชนิด และผลไม้

ห้องอาหารเดอะ สแควร์ พร้อมบริการบุฟเฟ่ต์แบบ All You Can Eat A La Carte เมนูตามสั่งทานได้ไม่อั้นมื้อกลางวัน ในราคาท่านละ 690 บาทสุทธิ ระหว่างเวลา 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำราคาท่านละ 890 บาทสุทธิ ระหว่างเวลา 18.00-22.30 น. สมาชิกแอคคอร์พลัส รับส่วนลดเพิ่ม 20%

โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต สามารถเดินทางเข้ามาได้อย่างสะดวก จากอาคารผู้โดยสาร สามารถเดินผ่านทางเดินเชื่อมชั้นใต้ดิน เพียง 300 เมตร หรือบริการรถตู้รับ-ส่งจากชั้นผู้โดยสารขาเข้า ประตูทางออก 4 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

26 สิงหาคม 2563

“ประกันโควิด 19 ชีลด์” วิริยะประกันภัย คว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี

 
รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2563 “BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2020” ให้แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายเกรียงศักดิ์ โพธิเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนรับมอบ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ โควิด 19 ชีลด์ (Covid-19 Shield) ของบริษัทฯ
ได้รับการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิ และการโหวตจากผู้บริโภค ให้ได้รับรางวัลดัในหมวดสินค้าไลฟ์สไตล์ ประเภทการเงิน การลงทุน และประกัน ณ หอประชุม C Asean ชั้น 10 อาคารซีดับเบิ้ลยู (ไซเบอร์ เวิลดิ์) ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

​สำหรับงานรับรางวัลที่จัดขึ้นครั้งนี้ นิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน)
ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้นเพื่อเป็นแบบอย่างความสำเร็จในการพัฒนาสินค้าหรือบริการที่มีนวัตกรรมสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้รวบรวมและคัดเลือกรายชื่อสินค้าและบริการ ที่มีนวัตกรรมทางด้านสินค้า บริการ หรือกระบวนการทางธุรกิจที่โดดเด่น นำเสนอแก่ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมลงคะแนนโหวตเลือกสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมแห่งปี 2563 รวมทั้งสิ้น 31 แบ่งออกเป็น 10 ประเภท ประกอบด้วย สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม, แฟชั่นและเครื่องประกับ,
สินค้าบริโถค, เทคโนโลยีสารสนเทศ, สินค้าบริการทางธุรกิจ, สินค้าเพื่ออุตสาหกรรม, สินค้าไลฟ์สไตล์, สินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม, ของใช้ภายในบ้าน, การเงิน การลงทุน และประกัน

เปิดใจซีอีโอแบรนด์ปลาสลิดติดบ้าน

คุณเพ็ญจันทร์ ล้อสีทอง กับผลิตภัณฑ์พร้อมส่ง
ผ่านการฟรีซที่ 40 องศาฯ

ผู้บริหารคนเก่ง คุณเพ็ญจันทร์ ล้อสีทองCEO หญิงเก่งคนนี้นอกจากความประทับใจในบุคลิกภาพอันสง่างาม มีความเป็นผู้นำของเธอแล้ว เมื่อได้พูดคุยกันก็ยิ่งรู้สึกทึ่งกับความสามารถในการบริหารธุรกิจของครอบครัว ที่ปัจจุบันมีอยู่ถึง 4 ธุรกิจด้วยกัน คือ  ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงงานอาหารแช่แข็ง , ธุรกิจเกี่ยวกับผู้ตรวจสอบบัญชีวางแผนและวางระบบให้กับบริษัทต่างๆ ต่อด้วย ธุรกิจเกี่ยวกับสำนักงานบัญชี ปิดท้ายด้วย  บริษัท เอสพีเจ กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัดซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าแบรนด์‘ปลาสลิดติดบ้าน’
ที่เปิดตัวไปแล้วและกำลังขยายตลาดเมืองไทยในแล้ว
ตอนนี้

เธอเล่าให้ฟังว่า ..” ดิฉันกลับจากสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2014 หลังจากที่ไปอยู่ดูแลธุรกิจอาหารแช่แข็งของครอบครัว นั่นก็คือ บริษัท ไอทีฟู้ดฯ มาสิบกว่าปีพอกลับมาเมืองไทยดิฉันก็ยังคงช่วยดูแลธุรกิจของบริษัทอยู่ ซึ่งจะมีพี่ๆ น้องๆ ของเราเป็นผู้ถือหุ้น รวมทั้งผู้ถือหุ้นอื่น ๆ ด้วย โดยหน้าที่ของดิฉันก็คือ ดูแลบริษัท
ให้ทำรายได้ตอบแทนผู้ถือหุ้น รวมทั้ง เรื่องเงินเดือนของพนักงานทุกคน เนื่องจากบริษัทเราเป็นบริษัทขนาดกลางที่มีรายได้ปีละประมาณ
300 ล้านบาทแน่นอนว่า การทำงานทุกอย่างย่อมมีอุปสรรคเข้ามาให้แก้ไขอยู่เสมอ แต่คุณเพ็ญจันทร์ ก็ยึดถือคติประจำใจที่ว่า “ปัญหาทุกปัญหามีทางแก้เสมอ”เพราะถ้าไม่มีปัญหาเข้ามาให้แก้ไข ก็จะไม่เกิดปัญญาขึ้นมาได้…

”เวลาเกิดปัญหา ดิฉันจะมีหลักเกณฑ์ 3 อย่างที่ต้องเตรียมพร้อมไว้เสมอ นั่นก็คือ
เวลา สติ และเงิน

เพราะ 
ถ้า เรามี
3 ข้อนี้พร้อมอยู่แล้ว เมื่อเกิดปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ในการทำงาน ดิฉันมั่นใจว่าจะ         
ทั้ง 3 สิ่งที่มีนี้แก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี พูดง่ายๆ ว่าประสบการณ์จะเป็นครูสอนเรา แล้วเรายังสามารถนำประสบการณ์ ที่ผ่านมานั้น มาปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่เข้ามาในการทำธุรกิจใหม่อย่างการทำสินค้าแบรนด์ปลาสลิดติดบ้าน ด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องเรียนรู้กันไป

สำหรับสินค้าแบรนด์ปลาสลิดติดบ้านบ้าง ดิฉันเริ่มต้นธุรกิจนี้เมื่อปลายปี 2019 จุดเริ่มต้นก็สืบเนื่องมาจากบริษัทแรกซึ่งทำธุรกิจอาหารแช่แข็งส่งขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตที่สหรัฐฯ เป็นส่วนใหญ่นั่นแหละค่ะ คือช่วงหนึ่งดิฉันต้องไปบริหารงานที่สหรัฐฯ ประมาณ 15 ปีทำให้รู้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งนั้นลูกค้าตอบรับดีมาก ยอดขายไม่เคยตกเลย ได้แก่ปลาสลิดฯ โดยเฉพาะโซนที่คนเอเชียอาศัยอยู่ด้วยแล้ว ยิ่งชอบมาก ส่วนเหตุผลที่เริ่มต้นทำแบรนด์ปลาสลิดติดบ้าน ก็เพราะพอกลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว รู้สึกว่าตัวเองมีเวลาว่างเยอะมาก คือดิฉันจะเข้าไปตรวจโรงงานแค่สัปดาห์ละ 1 วันเท่านั้น เนื่องจากเรามีลูกน้องที่ดูแลบริหารโรงงาน ให้อยู่แล้ว ที่จริงแรกเริ่มเลยดิฉันเปิดบริษัทตรวจสอบบัญชีก่อนในปี 2015 ตามด้วยบริษัทเซ็ตอัพสำนักงานบัญชีในปี 2018 เมื่อทุกอย่างอยู่ตัวก็ปล่อยให้ลูกน้องดูแล

พอเดือนพฤศจิกายน 2019 ดิฉันจึงเปิดบริษัท เอสพีเจ กรุ๊ป ประเทศไทยฯ และสร้างแบรนด์ปลาสลิดติดบ้านขึ้นมา เนื่องจากตอนนั้นตัวเองอยากทานมาก แต่ หาซื้ออยากจัง แล้วอีกอย่างปลาสลิดที่ขายตามตลาดทั่วไป พอลองทานแล้ว ทั้งรสชาติและกลิ่นของมันนั้น เรารู้สึกว่ายังคุณภาพไม่ดีพอ แถมปลายังตัวเล็กมาก แม้จะเดินดูหลายตลาดแล้วก็ยังไม่เป็นที่พอใจ แพ็กเกจจิ้งก็ไม่มี เวลาจะส่งให้ใครก็ไม่สะดวก เพราะด้วยกลิ่นที่แรงของมันน่ะแหละค่ะ”

เมื่อคิดได้แบบนั้น ผู้บริหารหญิงเก่งก็เดินหน้าเริ่มต้นธุรกิจด้วยการให้ฝ่ายจัดซื้อของ บริษัท ไปสั่งซื้อปลาสลิดจากวิสาหกิจชุมชนของ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่จะเพาะเลี้ยงปลาคุณภาพ ปลอดเชื้อ ไม่มีสารเคมีตกค้างที่ก่อให้เกิดมะเร็งด้วย การเลี้ยงปลาตามธรรมชาติ จากนั้นจึงนำปลาที่สั่งซื้อมาผ่านไลน์การผลิตที่โรงงาน คือทำความสะอาด หมักเกลือ แล้วนำมาตากแดดในโดม จนออกมาเป็นแพ็กเกจจิ้งที่สวยงาม และสะดวกต่อการขนส่ง ยิ่งเมื่อลองรับประทานก รู้สึกได้ว่าอร่อย มีคุณภาพ สามารถหยิบขึ้นมาทอดหรือทำอาหารได้เลย สมกับชื่อของแบรนด์ “ปลาสลิดติดบ้าน” เชียวละ

 “จุดเด่นของปลาสลิดติดบ้านก็คือ กรรมวิธีการผลิตที่นำปลามาตากแดดในโดมปิด จึงมั่นใจในความสะอาด ไม่มีแมลงวัน และยาฆ่าแมลง ที่สำคัญเราใช้ปลาตัวเมียที่มีเนื้อเยอะมีไข่ โดยคัดไซส์ขนาดตัวเท่ากันหมดในแพ็กเดียว แล้วยังผ่านการฟรีซที่อุณหภูมิ-40 องศาฯ แบบใส่ถาดเหล็กเรียงกันสองชั้น พร้อมทั้งเข็นเข้าห้องเย็นซึ่ง เป็นการถนอมอาหารแบบคุณภาพไม่เปลี่ยน 
ที่สำคัญเกล็ดน้ำแข็งจะไม่แทรกเข้าไปในเนื้อปลา โดยเราจะนำปลาเข้าห้องฟรีซครั้งละ 8 ตัน และด้วยความที่เราตากแดดเสร็จแล้วนำเข้าฟรีซภายใน 3 ชั่วโมง จึงทำให้ปลาไม่มีกลิ่นเหม็นตุ เนื่องจากได้ตากแดดในปริมาณที่พอเหมาะ 1 แดด

จุดสำคัญอีกอย่างก็คือโดมตากปลา ของเรานั้นสามารถรวบรวมพลังงานแสงอาทิตย์ให้มีความร้อนที่มากกว่าใช้แดดธรรมดาราวๆ 36-38 องศาฯ แม้วันไหนไม่มีแดด แต่โดมก็จะเก็บความร้อนไว้ได้สูงกว่าภายนอก 2-5 องศาฯ ทาให้น้ำมันที่ผิวปลาออกมาหมด ปลาจึงไม่มีกลิ่นเหม็นหืน แถมแต่ละแพ็กที่บรรจุปลาสลิดก็
จะมีกระดาษซับน้ำทุกตัวเลยค่ะ เมื่อมีการขนส่งก็จะมี
Dry Ice -ดรายไอซ์ที่ช่วยเก็บรักษาอุณหภูมิด้วย ดังนั้น หากไปเก็บต่อในช่องฟรีซก็จะเก็บได้นานถึง 6 เดือน แต่ถ้าเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาก็จะเก็บได้ 1 เดือน แล้วเรายังแวคคัมปลาแบบถุงละ 1 ตัว ซึ่งข้อดีก็ คือหากรับประทานไม่หมดก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องฟรีซเซอร์เบิร์น อีกอย่างกล่องแพ็กเกจจิ้งยังสวยงาม สามารถเก็บความเย็นได้นานเวลาขนส่งหลายวันโดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องคุณภาพ รวมทั้งมีการใช้กล่องโฟมและดรายไอซ์ในการขนส่งด้วย พูดได้ว่าเราผลิตสินค้าด้วยความใส่ใจและดูแลเรื่องคุณภาพจนถึงมือผู้บริโภคทุกคน ที่ สำคัญสินค้าเรามี
อย.ครบถ้วนค่ะ”

คุณเพ็ญจันทร์ ยังได้เสริมว่าได้วางกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าแบรนด์ปลาสลิดติดบ้านไว้ 3 กลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มผู้บริโภคที่แท้จริง, กลุ่มตัวแทนจำหน่าย และกลุ่มตัวแทนจำหน่ายที่ไม่ต้องลงทุน เพียงแต่ทำหน้าที่หาลูกค้าให้ แล้วก็ได้ เปอร์เซ็นต์ไป ซึ่งตอนนี้เธอก็ได้วางแผนด้านการบริหารจัดการเอาไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีการเปิดแฟรนไชส์สำหรับผู้ที่สนใจอีกด้วย “ด้วยความที่ดิฉันไม่ได้อยู่เมืองไทยมานาน พอเริ่มต้นธุรกิจใหม่ แน่นอนว่าก็เหมือนเราเริ่มต้นจากศูนย์เลย คือ นอกจากวางแผนธุรกิจแล้ว เรายังต้องหาลูกค้าใหม่ๆ หาพันธมิตรใหม่ๆ รวมทั้งต้องวางแผนการตลาดใหม่ทั้งหมดด้วย ตอนนี้สินค้าแบรนด์ปลาสลิดติดบ้าน มีทั้ง ‘ปลาสลิดฟิลเลต์’ คือเนื้อปลาสลิดที่แล่แล้ว ‘ปลาสลิดแดดเดียว’ ปลาสลิดพร้อมทอด และ ‘ปลาสลิดแบบที่ทอดแล้ว’ซึ่งสินค้าทั้ง 3 ประเภทนี้  ถูกบรรจุในแพ็กเกจจิ้งอย่างดีเมื่อลูกค้า
ซื้อไปแล้วยังสามารถใช้วิธีทอดได้ทั้งหม้อทอดไร้น้ามัน หรือจะทอดโดยใช้กระทะปกติและใช้น้ำมันก็ได้ 
ในอนาคตอันใกล้นี้ เราก็กำลังติดต่อเพื่อนำสินค้าเข้าไปขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ตาม ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งตามร้านอาหารต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการเปิดแฟรนไชส์และรับตัวแทนจำหน่ายตามภาคต่างๆ ของประเทศไทยอีกด้วยค่ะ” 

สำหรับช่องทางออนไลน์ ลูกค้าสามารถอัพเดตรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปลาสลิดติดบ้าน ได้ที่
Facebook FANPAGE : ปลาสลิดติดบ้าน Website www.tidbarn.com 
Line : @ปลาสลิดติดบ้าน

24 สิงหาคม 2563

สวยใสไร้สิวแบบนิวนอร์มัล กับ 5 ไอเทมตัวดังจาก ‘ลา โรช-โพเซย์’

พร้อมชวนช้อปกับโปรเลอค่าแห่งปีใน Shopee 9.9 Super Shopping Day


ภายใต้หน้ากากที่ความงดงามไม่อาจถูกปิดซ้อน ... ท่ามกลางยุคสมัยแห่งการใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มัล หากแต่คุณสาวๆ ยังคงเลือกเฟ้นสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อการปรนนิบัติดูแลผิวพรรณของตนเองอยู่เสมอ และเพื่อให้สาวๆ ได้เข้าถึงขีดสุดแห่งการดูแลความงามจากภายในสู่ภายนอก ในวันนี้ ลาโรช-โพเซย์ (La Roche Posay) เวชสำอางแบรนด์ดังที่แพทย์ผิวหนังแนะนำอันดับ 1 จากประเทศฝรั่งเศส  ได้มาไขความกระจ่างบอกเล่าไอเทมแห่งความงามตัวดังตัวเริ่ดที่จะเป็นตัวช่วยสำคัญให้ทุกคนได้สวยใสไร้สิวในแบบนิวนอร์มัลกันอย่างแน่นอน แถมครั้งนี้ยังมาพร้อมกับโปรเลอค่าแห่งปีที่ได้จับมือกับ ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ในแคมเปญ ‘Shopee 9.9 Super Shopping Day’ 

ลาโรช-โพเซย์ ยกขบวนพาเหรด 5 ไอเทมตัวดังแห่งยุคนิวนอร์มัล ที่จะตอบโจทย์ให้สาวๆ จะเปล่งออร่าความงามจากภายในสู่ภายนอกจะเป็นตัวไหนบ้าง เหล่าสาวกพร้อมจดลิสต์ แคปหน้าจอ และเตรียมไปกดสั่งซื้อที่ช้อปปี้กันได้เลย

• เริ่มต้นที่ La Roche-Posay Hyalu B5 Serum เซรั่มฟื้นบำรุงผิวเด้งกระชับลดริ้วรอย ไฮยาลู บี5 เซรั่ม ว่ากันว่านี่คือสุดยอดเซรั่มพลังโมเลกุล ที่การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 ที่ได้รับการยืนยันด้วยผลสำรวจจากผู้หญิงไทย มาแล้วว่าใช้แล้วผิวรู้สึกชุ่มชื้น ดูฉ่ำฟู อิ่มน้ำ ซะจริงๆ 


• ถัดมาที่ La Roche-Posay Pure Vitamin C10 เซรั่มโมเลกุลพลังวิตามินซี บูสผิวให้สวยกระจ่างใส ได้ด้วย   เพียว วิตามินซี10 ตัวช่วยสำคัญสามารถกู้ผิวโทรมจากความเหนื่อยล้าและร่วงโรย ให้กลับมาสดใสมีชีวิตชีวาได้ทันท่วงที เพราะสภาพอากาศยุคนี้ผิวต้องเจอทั้งฝุ่น ทั้งมลพิษที่มองไม่เห็น หากเผลอไม่ดูแลผิวแป๊บเดียวอาจยิ่งท้อแท้ได้เมื่อส่องตัวเองหน้ากระจกแล้วต้องเจอกับหน้าตาหมองคล้ำไร้ชีวิตชีวา ดังนั้นนี่คือไอเทมสำคัญที่ต้องมีไว้ให้ได้ค่ะ 


• ตอบโจทย์สาวผิวบอบบางง่ายได้ร้องว้าว เมื่อมี La Roche-Posay Effaclar Duo+ เอฟฟาคลาร์ ดูโอ+ มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวหน้า มาเป็นตัวช่วยสำคัญกอบกู้ความสวยใสให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน เพราะนี่คือเซรั่มที่ลือเลื่องที่สุดในการลดสิวอักเสบ รอยดำ รอยแดง ลดปัญหาสิวเกิดซ้ำ พร้อมช่วยลดรอยดำ และรอยแดงที่เกิดจากสิวไม่มารบกวน คงเหลือไว้แต่ความสดใสบนผิวหน้าที่เรารัก

• วงจรสิวต้องสิ้นสุดซะที เมื่อให้ผิวได้ทักทายกับ La Roche Posay Effaclar เอฟฟาคลาร์ เจลทำความสะอาดผิวหน้า ไมโคร-พีลลิ่ง เพียวริฟายอิ้ง เจล สำหรับสาวๆ ที่มีผิวเป็นสิวปานกลางถึงมาก นี่คือตัวช่วยจบวงจรสิวซ้ำซาก พร้อมช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เพื่อผิวนุ่มชุ่มชื้น สบายผิวโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง  

• พบกับสินค้าใหม่ล่าสุด La Roche-Posay Retinol B3  เซรั่มพลังโมเลกุล เรตินอล บี3 สุดยอดนวัตกรรมด้านปรนนิบัติผิวพรรณสำหรับสาวๆ ยุคนิวนอร์มัลอย่างแท้ทรู ตัวช่วยสำคัญที่รับอาสาดูแลผิวหน้า และเป็นปราการสำคัญเพื่อปกป้องผิวให้แข็งแรง ปลอบประโลมผิวที่มีแนวโน้มระคายเคืองได้ง่าย พร้อมคุณสมบัติลดเลือนริ้วรอยลึก ให้ผิวดูเรียบเนียนกระชับดูอ่อนเยาว์ ช่วยฟื้นบำรุงราวกับเผยผิวใหม่ และลดเลือนจุดด่างดำ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสาวยุคใหม่ที่ต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ทั้งกลางแจ้งและในร่มตลอดทั้งวัน 


ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม – 9 กันยายน 2563 พร้อมผิวสวย หน้าใส ไปกับโปรเลอค่าในแคมเปญ Shopee 9.9 Super Shopping Day ที่สินค้าภายใต้แบรนด์ลาโรช-โพเซย์ จะมาลดราคาทั้งร้านสูงสุดถึง 50% พร้อมแจกโค้ดลดเพิ่มสูงสุด 15% ให้ไปช้อปกันแบบจุกๆ ห้ามพลาด! กับ Flash Voucher ลดแรงสูงสุดถึง 90% ที่จะมาแจกให้กับเหล่านักช้อปมือไว กันทุกๆ สองชั่วโมง  ไม่เพียงเท่านี้ นักช้อปยังสามารถเพิ่มความคุ้มค่าด้วยโปรโมชั่นและโค้ดส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม อาทิ โค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ โค้ดส่วนลดสูงสุด 90% จาก AirPay Wallet และอื่นๆ อีกมากมาย

สามารถติดตามสินค้า ลาโรช-โพเซย์ บน ช้อปปี้  เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุด ได้ที่  https://shopee.co.th/la_roche_posay_official_shop

23 สิงหาคม 2563

ศอ.บต. จัดงาน ของดีชายแดนใต้ จังหวัดลำปาง เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าให้คนพื้นที่ชายแดนใต้

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดงานเทศกาลงานของดีชายแดนใต้ ของ ศอ.บต. ประจำปี 2563 ซึ่งจัดขึ้นที่ตลาดเพ็ญทรัพย์ (ตลาดนัดคลองถม) อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายบุญธรรม มุณีกาญจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กระทรวงพาณิชย์) นายพินิจ แก้วจิตคงทอง ปลัดจังหวัดลำปาง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง และจังหวัดใกล้เคียง เข้าร่วมในพิธีจำนวนมาก

นายบุญธรรม มุณีกาญจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยว่า เทศกาลของดีชายแดนใต้ ของ ศอ.บต. เริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา เพื่อเป็นการสร้างรายได้และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ดีมากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ ยังได้สร้างเครือข่ายสินค้าชายแดนใต้ และพัฒนาด้านการท่องเที่ยว สินค้าชุมชน แก่ประชาชนจังหวัดต่าง ๆ ได้รู้จักอีกด้วย และนอกจากนี้ ศอ.บต. ได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริม สนับสนุน ผู้ผลิต ผู้ประกอบการได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐาน ตลอดจนเพิ่งช่องทางจำหน่ายสินค้า เพื่อขยายตลอดสินค้าให้กว้างขึ้น นำไปสู่การสร้างโอกาส รายได้ ส่งผลถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกด้วย



สำหรับการจัดงานเทศกาลของดีชายแดนใต้ "ซื้อของดีชายแดนใต้ ได้ของได้ใจ" ของ ศอ.บต. ในจังหวัดลำปาง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-27 สิงหาคม 2563 โดยได้นำสินค้าของดีที่ขึ้นชื่อในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง ได้ร่วมชม ชิม ช้อป กับสุดยอดของสินค้ามากมาย อาทิ เครื่องดื่ม สินค้าภูมิปัญญา เสื้อผ้า ข้าวยำปักษ์ใต้ อาหารภาคใต้ เครื่องใช้ของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นผ้าบาติก ไข่มุก สร้อยหิน สมุนไพร อาหาร และขนมพื้นเมืองอร่อย ๆ จากชายแดนภาคใต้กว่า 130 ร้านค้า และนอกจากนี้ ยังได้ร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ให้ชมภายในงานตลอดทั้งวัน อีกด้วย ยังมีกิจกรรมการลดแลก แจกแถมแก่ผู้เข้ามาเที่ยวในงาน และยังมีการแจกของที่ระลึกจาก ศอ.บต. ในทุก ๆ วัน อีกด้วย



นอกจากนี้ ภายในงานยังคงได้ปฏิบัติตามมาตรการ COVID-19 สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนที่มาร่วมงาน มีจุดลงทะเบียนก่อนเข้างานและออกจากงาน โดยให้สแกนคิวอาร์โค้ด "ไทยชนะ" ด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟน จุดบริการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล นอกจากนี้ ได้ทำสัญลักษณ์รักษาระยะห่างของจุดบริการอย่างน้อย 1 เมตร และให้มีการสวมหน้ากากอนามัยตลอดทั้งงาน

21 สิงหาคม 2563

วิริยะประกันภัย ร่วมยินดีวันคล้ายวันสถาปนา ไปรษณีย์ไทย ครบรอบ 137 ปี

 
นายนิยม  จินดาปทีป  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ สายงานธุรกิจบริการดิจิทัล บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด รับมอบเงินสมทบทุนมูลนิธิก้าวคนละก้าว เพื่อสร้างอาคารการแพทย์ โรงพยาบาลสระใคร จังหวัดหนองคาย  จำนวน 30,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายสิทธิศักดิ์  คูหาวิไล ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การตลาด Non-Motor ด้านประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ เป็นผู้แทนบริษัทฯ ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาไปรษณีย์ไทย ครอบรอบ 137 ปี ณ อาคารบริหารไปรษณีย์ไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร