แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ interview แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ interview แสดงบทความทั้งหมด

24 ธันวาคม 2568

เอม ดนิตา มาบุญธรรม “ไทยก้าวใหม่” พร้อมลงพื้นที่ลุยสนามเลือกตั้งเขต 4 จังหวัดร้อยเอ็ด

เอม - ดนิตา มาบุญธรรม ( เอม อภัสรา ศิลปินหมอลำ ) วันนี้มาทำความรู้จัก เอม ดนิตาเปิดหมวกใบใหม่บ้าน “ไทยก้าวใหม่” พร้อมลงพื้นที่บ้านเกิด ลุยสนามเลือกตั้งเขต 4 จังหวัดร้อยเอ็ด 

Toptotravel อยากเชิญชวนทุกคนไปร่วมย้อนชมการเดินทางของ นักร้องลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง เอม อภัสรา (ดนิตา มาบุญธรรม ) นักร้องลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง  จากจังหวัดร้อยเอ็ด สาวสวยจากจังหวัดร้อยเอ็ด เรียกว่าสวย เก่ง น่ารักมีผลงานเพลงฮิตมากมาย เข้าวงการตั้งแต่อายุ 16 ปี  

สำหรับหญิงสาวผู้ไม่เคยหยุดเรียนรู้  พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า เอม อภัสรา หรือ เอม - ดนิตา มาบุญธรรม
ถือเป็นความทรงจำที่ได้สร้างสรรค์ผลงานเพลง ศิลปิน/นักแสดง รับงานแสดง อีเว้นท์ พรีเซนเตอร์ รีวิวสินค้า ที่สะท้อนเรื่องราวท้องถิ่น และใช้ชื่อเสียงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความภาคภูมิใจในชุมชน เธอเป็นที่รู้จักในวงการเพลงลูกทุ่งหมอลำและเคยร่วมแสดงละครโทรทัศน์ "มนต์รักแม่น้ำมูล" ทางช่อง 5

เอม - ดนิตา มาบุญธรรม ผู้สมัคร เขต 4 จังหวัดร้อยเอ็ด เผยว่า “ ช่วงที่ผ่านมาเรามีโอกาสได้เดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตตามที่ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศบ้าง ตอนนี้มีงานอีกหนึ่งด้านคือ การเข้ามาทำงานด้านการเมืองเป็นอีกบทบาทหนึ่ง เป็นสิ่งที่ชอบที่มีโอกาสได้ทำเพื่อบ้านเกิดของตัวเอง คือที่จังหวัดร้อยเอ็ด เขต 4 

สำหรับครั้งนี้ มีโอกาสลงสมัครในพื้นที่เขต 4 ซึ่งจะเป็นอำเภอเสลภูมิเป็นหลัก อำเภอทุ่งเขาหลวงในบางตำบล อำเภอโพนทองในบางตำบล และอำเภอธวัชบุรี ในบางตำบล เป้าหมายหลักมีความตั้งใจมุ่งมั่นพัฒนาบ้านเกิด ชุมชนมักเป็นปลายทางผู้รับประโยชน์ ด้วยความตั้งใจจริงที่ต้องการพัฒนาท้องถิ่นที่ตนเองเติบโตมา โดยปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านการทำงานกับชุมชน การเกษตรสมัยใหม่ หรือการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้บ้านเกิดตนเองหรือแม้แต่การเป็นกระบอกเสียงและช่วยเหลือสังคมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและเชื่อมโยงชุมชนบ้านเกิด กล้าทำสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ และที่สำคัญที่สุด… กล้าที่จะเป็นตัวเองอย่างเต็มที่สู่การสร้างงานหัตถกรรมที่สร้างอาชีพให้คนในชุมชน เป็นหนทางของการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ให้ท้องถิ่น

เมื่อก่อน ซึ่ง อำเภอเสลภูมิเคยเกิดน้ำท่วม เอมก็ได้ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน บ้านน้ำจันน้อย มีโอกาสลงเรือนำสิ่งของไปร่วมด้วย ไปช่วยพี่น้อง ทำให้เรามีความสุขมากที่ได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และอีกไม่นานเกินรอ เราจะได้เจอกันอีกแน่นอน เอมจะลงพื้นที่ไปยังจังหวัดร้อยเอ็ด เขต 4 เสลภูมิ ทุ่งเขาหลวง โพนทอง ธวัชบุรี ส่งกำลังใจแล้วเราเจอกันคะ 


ติดตามกิจกรรมลงพื้นที่สามารถติดตามได้จาก Facebook Fanpage : เอม อภัสรา 
Facebook Fanpage : เอม ดนิตา มาบุญธรรม – Danita เอม อภัสรา
Facebook Fanpage : ดนิตา มาบุญธรรม เอม อภัสรา พรรคไทยก้าวใหม่ 





15 กันยายน 2568

จันทร์แรม พยัพศรี (พี่แรม) GOLFER สวิงก้านเหล็กสาวจากแดนที่ราบสูง

ทริปนี้ toptotravel อยู่ที่ บ้านไม้ชายน้ำ ปากช่อง สระบุรี ร้านสไตล์วินเทจ รสชาติดี บรรยากาศเยี่ยม ร้านสวยถูกใจสายวินเทจ ย้อนเวลาไปในวันวานด้วยของสะสมโบราณมากมาย ในร้านจะวัยไหนก็มาได้ ร้านอาหารบรรยากาศดี อยู่ติดริมน้ำ มีโซนให้เลือกนั่งหลายโซน ตอบโจทย์สายครอบครัวที่อยากจัดงานสังสรรค์และงานฉลองวันเกิด อาหารหลากหลาย ถูกปากทุกวัย จองโต๊ะได้ทุกวัน

จันทร์แรม พยัพศรี (พี่แรม)





เราเดินชมบรรยากาศร้าน เรียกว่าที่นี่ตอบโจทย์คนชอบระลึกถึงความหลัง บรรยกาศร้านตกแต่งสไตล์วินเทจ มีของสะสม ของเล่น ของเก่าไว้เพียบ! นำของเก่าของเก็บรุ่นพ่อรุ่นแม่ มาจัดร้านเป็นร้านขายของชำย้อนวัยกลับไปในยุค 70 กันอีกครั้งร้านบ้านไม้ชายน้ำเปิดให้บริการมานานกว่า 20 ปี โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่ผสมผสานร้านอาหารเข้ากับพิพิธภัณฑ์ของสะสมโบราณ เช่น โปสเตอร์หนังเก่า ของเล่นวินเทจ และของตกแต่งย้อนยุค สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่นี่เรามีโอกาสพบภรรยาเจ้าของร้าน จันทร์แรม พยัพศรี (พี่แรม)
สวิงก้านเหล็ก ดีกรีความฮอตที่สามารถทำโฮล-อิน-วันได้ 3ครั้ง ในชีวิตการเล่นกอล์ฟมา 7 ปี


พี่แรม ให้เกียรติเล่าถึงครั้งหนึ่ง สมาชิกชาวเอ็กเซคคิวทีฟ กอล์ฟ สัมภาษณ์พิเศษ เพื่อเป็นการต้อนรับฉบับที่ 140 EXECUTIVE จึงได้เชื้อเชิญ GOLFER สวิงก้านเหล็กสาวจากแดนที่ราบสูงมาขึ้นคอลัมน์ ด้วยดีกรีความฮอตที่สามารถทำโฮล-อิน-วันได้ 3ครั้ง ในชีวิตการเล่นกอล์ฟมา 7 ปี มารู้จักเกร็ดเล็ก ๆ ของจันทร์แรม พยัพศรี นักกอล์ฟสาว จากเมืองย่าโม จังหวัดนครราชสีมา เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2500 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการร้าน บ้านไม้ชายน้ำ งานอดิเรก คือเดินสายสวิงกอล์ฟนั่นเอง 



จันทร์แรม พยัพศรี (พี่แรม) เริ่มเข้าสู่วงการกอล์ฟได้ 7 ปี ซึ่งที่มาของการเข้าสู่วงการในครั้งนี้พี่แรมเล่าให้ฟังว่า "พี่เริ่มเล่นกอล์ฟเพราะสามี คุณชาญชัย สถานสถิตย์ (พี่ขวด) เจ้าของร้านบ้านไม้ชายน้ำ เป็นผู้ชักชวน ประกอบกับมีสนามกอล์ฟอยู่ใกล้บ้านจึงมาลองเล่นดู" แฮนดิแคป 14 คือตัวเลขที่เธอถืออยู่ล่าสุด ซึ่งเธอกล่าวเสริมถึงกีฬาที่โปรดปรานกับทีมงานว่า "พี่เล่นกอล์ฟมาหลายปีและชอบกอล์ฟมาก เพราะกีฬาประเกทนี้ทำให้จันทร์แรม พยัพศรี...ที่สุดของชีวิต เราต้องเอาชนะตัวเองให้ได้ อีกทั้งต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตนเองอีกมาก จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายเราตลอด" 

ถึงแม้ในอดีต พี่แรมจะเล่นกอล์ฟหลายปี เล่นมาแล้วเกือบทุกสนาม แต่สนามกอล์ฟที่ใฝ่ฝันว่าสักวันต้องไปเยือนให้ได้ คือ สนามยอดนิยมบลูแคนยอน จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเธอกล่าวว่า "พี่อยากไปเล่นที่สนามบลูแคนยอนมากที่สุด เพราะพี่แรมมีความรู้สึกว่าสนามนี้น่าจะท้าทายที่สุด และสนามสวยด้วย ถ้ามีโอกาสต้องลองสักครั้งหนึ่ง" ส่วนนักกอล์ฟที่เป็นขวัญใจของพี่แรม 

พี่แรม กล่าวต่อ "ชอบเฟร็ค คัพเพิ้ลส์ โปรกอล์ฟชาวอเมริกัน เขามีวงสวิงที่ประทับใจ แต่ในส่วนของตัวพี่แรมเองการเล่นกอล์ฟไม่ได้ยึดเฟร็ค คัพเพิ้ลส์เป็นต้นแบบแต่อย่างใด พี่ยังมีข้อแก้ไขบ้างเหมือนกันตรงที่ลูกพัตต์ พี่มีความรู้สึกว่าเวลาพัตต์หาฟิลลิ่งไม่ค่อยได้เลย แต่ส่วนที่ดีก็มีนะตรงที่ช็อตทีออฟ พี่เป็นคนที่ไดร์ฟได้ค่อนข้างตรงและได้ระยะอย่างที่ใจต้องการ"ในส่วนของผลงานการเล่นกอล์ฟ เป็นเรื่องที่ภูมิใจสุด ๆ ของชีวิตคือสามารถทำโฮล-อิน-วันได้ 3 ครั้ง มาฟังพี่แรมเล่าถึงเรื่องนี้กันดีกว่า "พี่ทำโฮล-อิน-วันได้ 3 ครั้ง ดีใจมาก ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ที่พี่ทำได้คือวันกับเดือนตรงกันพอดีเหมือนครบรอบเลยคือวันที่ 25 มิถุนายน 2539 และ 25 มิถุนายม 2540 ถือว่าเป็นที่สุดของชีวิตแล้วค่ะ"




สำหรับข้อคิดเกี่ยวกับวงการกอล์ฟไทยกับสภาวะปัจจุบัน เธอให้ข้อคิดว่า "โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าเศรษฐกิจบ้านเราเริ่มดีขึ้นเมื่อไหร่ วงการกอล์ฟบ้านเราคงก้าวหน้าและคงจะมีสนามกอล์ฟให้เราเล่นเพิ่มขึ้นมาอีกในอนาคต" สาวสวิงฮอตแห่งปีกล่าวในที่สุด

ปัจจุบัน จันทร์แรม พยัพศรี (พี่แรม)  บริหารงานที่ บ้านไม้ชายน้ำ ปากช่อง สระบุรี ร้านสไตล์วินเทจ รสชาติดี บรรยากาศเยี่ยม ร้านสวยถูกใจสายวินเทจ ย้อนเวลาไปในวันวานด้วยของสะสมโบราณมากมาย มีโอกาสแวะไป ได้นะคะ  ที่นี่เรียกได้ว่าครบวงจรที่พัก คาเฟ่ และร้านอาหาร




ข้อมูล และภาพจาก
สมาชิกชาวเอ็กเซคคิวทีฟปีที่ 3 ฉบับที่  140
เมื่อวันที่ 5 - 11 สิงหาคม 2542 (ฉบับที่ 140 EXECUTIVE)

30 กรกฎาคม 2568

KORKOK อิสระ ชูภักดี ปลุกกก ให้ได้เกิดทั้งคนปลูกคนทอคนทำ

นายอิสระ ชูภักดี (อิส) ชาวจันทบุรี( New Young Craft ) ปี 2567 เจ้าของแบรนด์ กอกก ( korkok) จังหวัดจันทบุรี คนรุ่นใหม่ที่นำกกมาทำประโยชน์ สร้างเป็นแบรนด์ของตัวเอง คุณอิสจบปริญญาตรี วิชาเอกสื่อสารมวลชน คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัวกับครอบครัว และเป็นคอลัมนิสต์ให้กับวารสารจันท์ยิ้ม จุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์ (แรงบันดาลใจ)จากปลุกกกให้เกิด พัฒนาต่อยอดอย่างงดงาม KORKOK คือ แบรนด์กระเป๋าเสื่อกกจันทบูร ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจในการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวจันทบุรี 




“ปลุกกกให้เกิด” ผ่านการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ คนปลูก คนทอ จนถึงคนสร้างสรรค์ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากชุมชน ผสานดีไซน์ร่วมสมัยและแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เสื่อกกไม่ใช่แค่วัสดุท้องถิ่น แต่กลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่ในแฟชั่นและการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน โดยการทำงานร่วมกับ
ป้าๆ ที่พวกเราเรียกว่าแม่ครู ทุกคนยินดีสอนและให้คำแนะนำแบบไม่หวงวิชา พอได้ลงมือทำเองรู้เลยว่ายากมาก กว่าจะเป็นกกแต่ละเส้นไม่ใช่เรื่องง่าย จึงเข้าใจว่าทำไมคนรุ่นใหม่ไม่อยากทำ เพราะทำช้า ได้เงินน้อย ในขณะที่เรามองว่านี่แหละคืออาชีพที่ยั่งยืน ไม่ร่ำรวยแต่อยู่ได้ มีความสุข


“กกสองน้ำ” กกพื้นถิ่นที่เติบโตในน้ำกร่อย ให้เส้นใยเหนียว มันวาว สวยงาม ทอเป็นเสื่อกกจันทบูรที่มีคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน ไม่ขึ้นรา งานหัตถศิลป์ร่วมสมัยที่ผสานภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง สู่ผลิตภัณฑ์ GI มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน  ปกติคนทำกก พอตากแห้งแล้วก็จะเก็บเป็นสต๊อกไว้ทอเป็นเสื่อตลอดปี เราให้ป้าทอเสื่อให้ พอจะจ่ายเงิน ป้าบอกไม่เอาเงินแต่ขอเป็นกกแห้งแทน เงินดูจะไม่สำคัญเท่าการมีกกไว้ คนทำเสื่อเค้ารู้ดีว่าการมีกกแห้งไว้เหมือนมีทองคำประดับกาย คำว่ากกแพงกว่าทองคำนั้นดูจะเป็นเรื่องจริง เพราะกกคืองาน กกคือสร้างรายได้ กกคือชีวิต ฤดูกาลเก็บเกี่ยวในรอบนี้  ผลผลิตจาก กกสดราวๆ 700 กก. จ้างตัด จ้างจัก งบประมาณราวหมื่นกว่า ทำแห้งเสร็จรวมยอดได้ 139 กก. ราคาขาย กก.ละ 120 บาท รวมรายได้ 16,680 บาท แต่ในระหว่างขั้นตอน มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งนี่-นั่นกระจายระหว่างทางที่ไม่ได้คิด เบ็ดเสร็จหักลบค่าต้นทุนกับรายได้ะพอดีกัน กำไรไม่เห็น แต่สิ่งที่ได้ คือ รอยยิ้มและความภาคภูมิใจ ต่อวงจรชีวิตกกเพื่อให้คงอยู่ การปลูกกกที่ไม่ได้หวังเพียงกำไร แต่เห็นรอยยิ้มของคนทำเสื่อ มีกกไว้ใช้ก็ดีใจแล้วทำเท่าที่กำลังไหว และจะทำต่อในวิถีชีวิตแบบคนจันทบุรี เราเข้าใจแล้วว่า ‘ขาดทุนคือกำไร‘ มันมีความหมายอย่างไร แม้จะเหนื่อยแต่มีความสุข 


KORKOK ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและเรื่องราว จากเส้นกกธรรมชาติสู่ดีไซน์ร่วมสมัย ผสานพลังของ ‘แม่ครูทอเสื่อ’ รุ่นเก๋า กับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ สู่แฟชั่นไอเท็มที่งดงามและเปี่ยมเสน่ห์เหนือกาลเวลาจากสิ่งของที่เป็นเพียงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน วันนี้เสื่อจันทบูรถูกพัฒนาต่อยอดเป็นของตกแต่ง ของที่ระลึก และสินค้าไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย อาทิ กระเป๋า พรม ปลอกหมอน และของประดับบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอีกด้วย





ปลุกกก ให้ได้เกิด ทั้งคนปลูก คนทอ คนทำ
TEL: 085 199 2488
FB  : KORKOK
IG  : KORKOKCHAN

#KORKOK
#เสื่อกกจันทบูร
#SACIT #สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย
#KORKOK #เสื่อกกจันทบูร
#มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ
#ปลุกกกให้ได้เกิดทั้งคนปลูกคนทอคนทำ


02 มีนาคม 2568

Mr.Nandor von der Luehe เจ้าของและผู้บริหาร The Barrel House


นันดอร์ ฟอน เดอร์ ลือเหอ เจ้าของและผู้บริหาร The Barrel House พัทยาให้เกียรติต้อนรับ Toptotravel สู่บ้านพันส่วนตัวโครงการบ้านหรู 100 ล้านบาท ย่านพัทยา บนทำเลทองของเขาพระตำหนัก ใกล้ชายหาด และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ วิวทะเล วิวเมือง และวิวภูเขาแบบพาโนรามาสัมผัสความเป็นส่วนตัว และคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเรื่องราวเป็นมาอย่างไร?  วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักเส้นทางอาชีพของ Mr.Ferdinand (Nandor) von der Luehe  ตั้งแต่จุดเริ่มที่มีโอกาสทำงานในเมืองไทย จนประสบความสำเร็จในเมืองไทย








Mr.Ferdinand (Nandor) von der Luehe ทำธุรกิจเมืองไทยมา 30 กว่าปี อดีต รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและประธานคณะทำงานป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่น หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ปัจจุบัน ผู้บริหารของ The Barrel House พัทยา



เดอะบาเรลเฮ้าส์ พัทยา เฟอร์ดินานด์ (นันดอร์) ฟอน เดอร์ ลือเหอ ประธานบริหารThe Barrel House พัทยา เปิดเผยว่า ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญและเป็นตลาดยุทธศาสตร์ในเอเซียอย่างมาก การทำร้านอาหารคุณเหมือนการเล่าเรื่อง เรื่องเล่าของร้าน เดอะบาเรลเฮ้าส์ พัทยา เพราะประเทศไทยเป็นทำเลหรือประตูสู่เอเซียทั้งหมด และที่พัทยาเป็นหนึ่งในตลาดการท่องเที่ยวและการบริการที่เฟื่องฟูที่สุดแห่งหนึ่ง รวมทั้งยังมีศักยภาพในการพัฒนาที่แข็งแกร่งสำหรับการทำธุรกิจอีกด้วย 




นันดอร์ทฟอน เดอร์ ลือเหอ เล่าต่อว่าวางตำแหน่งของพัทยาเป็นธุรกิจในการรุกตลาดลูกค้าไทย และชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศ การขยายตัวจากนี้ไปของ เดอะบาเรลเฮ้าส์ พัทยา ตามแผนการลงทุนในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจของตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย




 
ปัจจุบันเดอะบาเรลเฮ้าส์ พัทยาดอะบาเรลเฮ้าส์ เสริฟเครื่องดื่มเยอรมันรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านเพลิดเพลินและผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ เต็มอิ่มไปกับความสนุกสนานที่ร้านแฮงเอาต์ดี ๆ พร้อมเสิร์ฟหลากหลายเมนูเครื่องดื่มและเบียร์สูตรพิเศษ รวมถึงอาหารสไตล์ European & Thai  การออกแบบร้าน ถูกตกแต่งโดดเด่นสะดุดตาด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อทำให้มีกลิ่นอาย แฝงบรรยากาศสบาย ๆ โดยมีโซนที่นั่งหลากหลายให้สามารถเลือกแฮงเอาต์โซนด้านหน้ากึ่ง Outdoor  รับลมชมวิวอันแสนสบาย หรือโซนด้านในที่พร้อมให้มาดื่มด่ำกับเสียงดนตรีสดจาก Live Music  เติมเต็มโมเมนต์แห่งการแฮงเอาต์




สำหรับเมนูอาหารของทางร้านการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีทั้งแบบ Local และนำเข้ามาในไทย สู่การรังสรรค์อย่างพิถีพิถันและใส่ใจโดยเชฟมากประสบการณ์ 





การทำธุรกิจร้านอาหาร ส่งผลดีต่อการใช้ชีวิตอธิบายถึงแนวคิดการลงทุน จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ปรับปรับวิธีการพัฒนาตนเอง ซึ่ง สิ่งที่เราต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อที่เราจะได้ก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จและเป็นผู้เชี่ยวชาญ 



The Barrel House Pattaya
333/38-40 Nong Prue Bang Lamung – Pattaya City
info@thebarrelhouse.co.th
097 932 9659