26 พฤศจิกายน 2568

ดนตรีในสวน Heritage Garden Music โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย แอนด์ คอนเวนชั่น

ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสค่ำคืนแห่งความสุข ท่ามกลางสวนดอกไม้บานสะพรั่งและบรรยากาศสุดโรแมนติกกับงาน “Heritage Garden Music” กิจกรรมดนตรีสดกลางสวน ที่พร้อมมอบความเพลิดเพลินทั้งในด้านเสียงเพลง อาหาร และสุนทรียภาพยามค่ำคืน



ดื่มด่ำไปกับบทเพลงไพเราะ อาหารรสเลิศ และเครื่องดื่มที่พร้อมเสิร์ฟตลอดคืน ท่ามกลางสายลมเย็น และแสงไฟสวยงามที่จะทำให้ค่ำคืนของคุณอบอุ่น และน่าจดจำยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นต้นไป เวลา 18.00 – 24.00 น.

ดื่มด่ำค่ำคืนที่สวยงาม… ในบรรยากาศดนตรีในสวนที่ไม่ควรพลาด

สำรองที่นั่ง กรุณาโทร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองห้องพักได้ที่
โทร.052 055 888 www.heritagechiangrai.com

KOTRA ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง K-Food แห่งอาเซียนล่าสุดเปิดงาน ‘SEOUL FOOD in Bangkok 2025’

KOTRA ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง K-Food แห่งอาเซียนล่าสุดเปิดงาน ‘SEOUL FOOD in Bangkok 2025’ ดึงบริษัทเกาหลีกว่า 133 แห่ง พร้อมคู่ค้ากว่า 400 รายร่วมงาน

กระแสความนิยม K-Food ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก  โดยประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมเกาหลีในอาเซียน ดังนั้นจึงได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงสินค้าอาหารเกาหลี “SEOUL FOOD in Bangkok 2025” โดยมีกำหนดจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน 2025 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)



นายคู บนคยอง ผู้อำนวยการใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย สำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนเกาหลี (Korea Trade-Investment Promotion Agency : KOTRA) เปิดเผยว่า งาน SEOUL FOOD in Bangkok 2025 ในปีนี้ถือเป็นการขยายงาน “Seoul Food” สู่ต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และจะเป็นเวทีสำคัญในการขยายตลาด K-Food สู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น งาน Seoul Food นับเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยงานที่จัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ณ KINTEX (ประเทศเกาหลีใต้) มีบริษัทร่วมแสดงสินค้ากว่า 1,639 แห่ง จาก 45 ประเทศ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ KOTRA ได้เร่งผลักดันการขยายงานแสดงสินค้าสู่ระดับสากลอย่างจริงจัง ซึ่งประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพงาน Seoul Food ในต่างประเทศต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เนื่องจากเล็งเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพทางการตลาดที่โดดเด่น และมีความนิยมวัฒนธรรมเกาหลีที่แข็งแกร่ง นอกจากนั้นไทยยังเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ และ การจัดจำหน่ายของอาเซียน (Hub) รวมถึงเป็นประตู (Gateway) ในการทดสอบตลาดสินค้า K-Food สู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้


โดยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลการค้าสินค้าเกษตรและอาหารของเกาหลีใต้ (KOREA AGRI-FOOD TRADING INFORMATION-KATI) ในปีที่ผ่านมา (2567) เผยว่ามูลค่าการส่งออก K-Food อยู่ที่ 10.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นครั้งแรกที่ทะลุระดับ 10 พันล้านดอลลาร์ สำหรับมูลค่าการส่งออกในช่วงมกราคม–ตุลาคม 2568 ทำยอดส่งออกสะสมแล้วถึง 9.3 พันล้านดอลลาร์ เติบโตเพิ่มขึ้น 7.4% จากปีก่อน และคาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง                                    

ส่วนการส่งออก K-Food ไปยังตลาดอาเซียนที่สำคัญ อาทิ ไทย เวียดนาม และ มาเลเซีย ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2015–2024) มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 8–11% ต่อปี สูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยรวมที่ 6.6% โดยในปี2568 ตั้งแต่มกราคม–กันยายน มีมูลค่ารวมการส่งออก K-Food ไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และโอเชียเนีย อยู่ที่ 1.83 พันล้านดอลลาร์ หรือ คิดเป็น 21.6% ของยอดส่งออกทั้งหมด โดยมีสินค้าหลัก คือ บะหมี่ วัตถุดิบรอยัลเจลลี่ สาหร่ายปรุงรส และผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป




สำหรับงาน SEOUL FOOD in Bangkok 2025 ครั้งนี้ มีบริษัทอาหารจากเกาหลีเข้าร่วมกว่า 133 แห่ง พร้อมด้วยคู่ค้าจากประเทศไทย และ ต่างประเทศกว่า 400 ราย โดยมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่

·      SEOUL FOOD B2B Exhibition การเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทย–อาเซียน–เอเชียใต้ และบริษัทอาหารจากเกาหลี ซึ่งครอบคลุมสินค้าอาหาร เครื่องครัว และแฟรนไชส์อาหาร

·      SEOUL FOOD Showcase การจัดแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล Seoul Food Awards และ สินค้าของผู้ประกอบการหน้าใหม่ โดยมีกิจกรรมแนะนำสินค้าพร้อมทดลองชิมผลิตภัณฑ์

·      SEOUL FOOD Kitchen การสาธิตทำอาหารโดยเชฟเกาหลีชื่อดังจากรายการ Netflix Iron Chef ที่จะนำเสนอเมนูพิเศษจากวัตถุดิบของผู้ร่วมออกบูธ

·      SEOUL FOOD Picnic Zone โซนประสบการณ์วัฒนธรรมเกาหลี อาทิ โซนรามยอนริมแม่น้ำฮัน และ บูธถ่ายภาพชุดฮันบก ฯลฯ

นอกจากนั้นในการจัดงานฯ ครั้งนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีระบบแปลภาษา AI และระบบวิเคราะห์ผลการเจรจาธุรกิจด้วยภาพวิดีโอมาใช้ เพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพของการจับคู่ธุรกิจ ซึ่ง KOTRA คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 4,000 คน เกิดการเจรจาธุรกิจมากกว่า 1,600 รายการ และสร้างผลลัพธ์เชิงพาณิชย์กว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,196 ล้านบาท)

25 พฤศจิกายน 2568

คลับเมด ส่งท้ายปีด้วยแคมเปญ YEAR-END SALE มอบส่วนลดสูงสุด 40%

สำหรับแพ็คเกจพรีเมียมออลอินคลูซีฟ เพื่อการพักผ่อนทั่วเอเชีย
สำรองห้องพักพรีเมียมทั้งดีลักซ์และสวีท เพื่อวันหยุดที่น่าจดจำ ได้ตั้งแต่พฤศจิกายน 2568 ถึงพฤษภาคม 2569
คลับเมด (Club Med) ผู้บุกเบิกประสบการณ์วันหยุดแบบพรีเมียมออลอินคลูซีฟมากว่า 75 ปี เปิดตัวแคมเปญ Year-End Sale ที่ทุกคนรอคอย พร้อมมอบความคุ้มค่าสูงสุดแห่งปี 2568 โดยมีรีสอร์ตที่ร่วมรายการทั่วเอเชีย นับเป็นโอกาสพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะได้สำรองที่พักในจุดหมายของการท่องเที่ยวระดับโลกในราคาสุดคุ้ม ไม่ว่าจะเป็นชายหาดสวยบริสุทธิ์ของมัลดีฟส์ ภูเก็ต และบาหลี หรือทริปสกีสุดตื่นเต้นในญี่ปุ่น ทั้งที่ซาโฮโร โทมามุ และคิโรโระ แกรนด์
ข้อเสนอสุดคุ้มสำหรับห้องพักระดับพรีเมียม
แคมเปญ Year-End Sale มอบส่วนลดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่สำรองที่พักล่วงหน้า โดยผู้เข้าพักจะได้รับรับส่วนลดสูงสุด 40% สำหรับห้องดีลักซ์และห้องสวีท และรับส่วนลดสูงสุด 35% สำหรับห้องซูพีเรีย ข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ใช้ได้กับการจองตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2568 โดยเข้าพักได้ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2658 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 (เข้าพักขั้นต่ำ 3 คืน)


สัมผัสประสบการณ์ไร้ความกังวลตามแบบฉบับคลับเมด ผู้ที่จองผ่านแคมเปญนี้ จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดแสนสะดวกสบายตามสไตล์คลับเมด โดยราคารวมทุกอย่างไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารระดับกูร์เมต์แบบไม่จำกัด บาร์เครื่องดื่มไม่อั้น ตลอดจนกิจกรรม กีฬา และความบันเทิงหลากหลายรายการตลอดทั้งวัน ครอบครัวยังสามารถเพลิดเพลินกับ Kids’ Clubs ซึ่งมีโปรแกรมดูแลเด็กตามช่วงวัย โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญ หรือGentle Organisers (G.Os) คอยดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ที่มองหาทริปฤดูหนาว รีสอร์ตบนภูเขา ยังรวมรวมลิฟต์พาสและคลาสเรียนสกีหรือสโนว์บอร์ดไว้ในแพ็คเกจแบบครบจบในที่เดียว
จุดหมายปลายทางทั้งริมทะเลและบนภูเขา แคมเปญครั้งนี้ ครอบคลุมรีสอร์ตยอดนิยมของคลับเมดในทวีปเอเชียที่คัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน สำหรับผู้ที่ต้องการหลบหนีสู่ทะเลและรับลมร้อน มีจุดหมายปลายทางที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ มัลดีฟส์ที่เน้นความหรูหรา ทั้งคานิ และฟิโนลูห์ วิลล่าส์ หรือเลือกภูเก็ตและบาหลีเพื่อสัมผัสแหล่งวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ ยังมีหาดสวย ๆ ที่เน้นความผ่อนคลายอย่าง เกาะบินตัน อินโดนีเซีย เชอราติงบีช ประเทศมาเลเซีย และคาบิระ ประเทศญี่ปุ้น ยังพร้อมใจเข้าร่วมแคมเปญ ส่วนผู้ที่มองหาการผจญภัยฤดูหนาวระดับเวิลด์คลาส สามารถเลือกรีสอร์ตในญี่ปุ่น อาทิ เนินหิมะชื่อดังที่ซาโฮโร โทมามุ และคิโรโระ แกรนด์ รวมถึงรีสอร์ตในจีนที่ หยาปู้ลี่ เป่ยต้าฮู่ และฉางไป่ซาน
วางแผนทริปสกีปลายซีซั่นที่ซาโฮโระในราคาคุ้มค่ากว่า
สำหรับผู้ที่หลงใหลกีฬาฤดูหนาวและต้องการความคุ้มค่าสูงสุด คลับเมดขอแนะนำการท่องเที่ยวช่วงปลายฤดูกาลในเดือนมีนาคมและเมษายน 2569 ที่ คลับเมด ซาโฮโร ฮอกไกโด ซึ่งช่วงเวลานี้ถือเป็นทางเลือกคุ้มค่ากว่าช่วงไฮซีซั่น เพราะผู้เดินทางจะได้รับประโยชน์ทั้งจากราคาตั๋วเครื่องบินที่ประหยัดกว่า จำนวนผู้เล่นบนลานสกีที่บางตา รวมถึงสภาพอากาศแบบสบาย ๆ เหมาะสำหรับการเล่นสกีและทำกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมความรู้สึกผ่อนคลายและโอกาสในการจองห้องพักที่ง่ายกว่า

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางและการจองที่พักในแคมเปญ Year-End Sale Here กรุณาเยี่ยมชม bit.ly/YearEndSale25_TH หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02 035 6788 หรืออีเมล contactus.th@clubmed.com

ทุกวันพักผ่อนที่…วินด์แฮม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า


วินด์แฮม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า ตั้งอยู่บนทำเลที่สะดวกสบาย ท่ามกลางผืนน้ำใสดุจคริสตัลของอ่าวไทยเบื้องหน้า และผืนป่าเขียวชอุ่มเบื้องหลัง เปรียบเสมือนโอเอซิสอันเงียบสงบบนพื้นที่ 20 เอเคอร์ ท่ามกลางหมู่บ้านชาวประมงที่งดงามสองแห่ง รีสอร์ทแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมในย่านธรรมชาติของปากน้ำปราณ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางใต้เพียงสามชั่วโมง ห่างจากตัวเมืองหัวหินเพียง 25 กิโลเมตร สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ พระราชวังไกลกังวล ซึ่งเป็นที่ประทับฤดูร้อนของราชวงศ์ไทย และวัดเขาตะเกียบ วัดพุทธอันงดงาม โดดเด่นด้วยศาลเจ้าหลากสีสันและวิวอ่าวอันงดงาม หาดเขากะโหลก ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงสามไมล์ เป็นหนึ่งในชายหาดยอดนิยมของพื้นที่ ชื่อว่า "หาดกะโหลก" เนื่องจากมีหินรูปร่างแปลกตา ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง น้ำตกป่าละอู โดดเด่นด้วยน้ำตก 16 ชั้น ท่ามกลางป่าฝนเขตร้อน อุดมไปด้วยนกและผีเสื้อนานาพันธุ์


เพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษอย่างแท้จริง ผู้เข้าพักสามารถเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งเป็นทัวร์ชมช้างป่าในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติที่แปลกใหม่และแนะนำที่สุด โดยอยู่ห่างจากรีสอร์ทเพียงหนึ่งชั่วโมง รีสอร์ทยังมีกิจกรรมสันทนาการและกีฬาฟรีทุกวัน เพื่อเพิ่มประสบการณ์การเข้าพักให้กับผู้เข้าพัก ผ่อนคลายที่บลูโลตัส เวลบีอิ้ง สปา ซึ่งได้รับรางวัล พร้อมทรีตเมนต์สูตรเฉพาะเพื่อช่วยให้ผู้เข้าพักผ่อนคลาย ห้องพูลวิลล่าที่นี่จะมี 2 แบบ คือพูลวิลล่าแบบธรรมดา และ ดีลักษณ์พูลวิลล่า
ห้องทุกอย่างจะเหมือนกัน ต่างกันแค่ห้อง ดีลักษณ์พูลวิลล่า จะอยู่ด้านหน้าใกล้กับสระว่ายน้ำ และสามารถเห็นวิวทะเล ด้วยโรงแรมมีพื้นที่กว้างใหญ่ ร่มรื่นเป็นธรรมชาติมาก มีกิจกรรมให้ทำเพียบ มีสนามเทนนิส เปตอง , พิคเคิลบอล , สนามยิงธนูพร้อมครูสอน ลานเซิรฟสเก็ตขนาดใหญ่
วินด์แฮม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า ให้บริการห้องสวีทกว้างขวาง รองรับผู้เข้าพักได้ 2-4 ท่านอย่างสะดวกสบาย แต่ละห้องมีเตียงคิงไซส์ 1 เตียง หรือเตียงเดี่ยว 2 เตียง โดยส่วนใหญ่มีเตียงเดย์เบด 1 หรือ 2 เตียง เพลิดเพลินกับความสะดวกสบายของระเบียงส่วนตัว ฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์ และผลิตภัณฑ์อาบน้ำอโรมาเธอราพีระดับพรีเมียม ที่จะทำให้ทุกการเข้าพักของคุณน่าจดจำ ห้องพักเน้นความเป็นธรรมชาติ และความเป็นส่วนตัว เต็มไปด้วยต้นมะพร้าวและสระบัว และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พื้นที่กว้างขวางพร้อมกิจกรรมมากมาย และที่นี่ยินดีรับน้องหมาน้องแมวมาพักด้วยนะ (Pet friendly)
ห้องอาหาร The Pavilion • เดอะพาวิลเลี่ยน ตั้งอยู่ด้านหน้าหาด
เวลาให้บริการ: 12.00 น. – 22.00 น. (รับการสั่งอาหารและเครื่องดื่มถึง 21.30 น.)
Happy Hour: 17:30 – 18:30 และในช่วงเวลา Happy Hour นี้มีเครื่องดื่มให้เลือก เช่น เบียร์ น้ำผลไม้ และค็อกเทล
ห้องอาหาร The Restaurant • เดอะ เรสเตอรอง
ให้บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ บอกเลยว่าอาหารเช้าที่นี่คือดีมากครบครันตามต้องการ

เวลาให้บริการ: 07.00-10.30 น. วินด์แฮม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า

9 หมู่ 5 หาดปากน้ำปราณ ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ 77220 ไทย
โทรศัพท์ :+66 32 632111 - อีเมล์:reservations@wyndhamhuahin.com

24 พฤศจิกายน 2568

กรมการท่องเที่ยวปักหมุดประจวบคีรีขันธ์สู่ “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้นแบบ”


กรมการท่องเที่ยวปักหมุดประจวบคีรีขันธ์สู่ “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้นแบบ” เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการสู่มาตรฐานสากล

กรมการท่องเที่ยวเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับนานาชาติ ตามนโยบายรัฐบาล โดยพัฒนาศักยภาพจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้นแบบ (Wellness City)” ครอบคลุม 5 มิติหลัก เพื่อยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวคุณภาพ สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาตรฐานสากล ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมการท่องเที่ยว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานในพื้นที่ที่ร่วมผลักดันจังหวัดสู่บทบาทเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม


วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2568) กรมการท่องเที่ยวจัดพิธีมอบรางวัลต้นแบบผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “Living in Prachuap Khiri Khan : A Holistic Wellness Showcase 2025” ณ โรงแรมโลลิโก้ รีสอร์ท หัวหิน โดยได้รับเกียรติจากนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้การต้อนรับและร่วมแสดงความยินดี และได้รับเกียรติจากนางณัฏฐิรา แพงคุณ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานมอบรางวัลแก่ผู้ประกอบการที่มีผลงานโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมจำนวน 7 รางวัล ได้แก่

1. โรงแรมเล็ทส์ซี หัวหิน อัลเฟรสโก้ รีสอร์ท - ต้นแบบมิติ Physical Wellness

2. เอชินน์ รีทรีทมาสสาจ - ต้นแบบมิติ Sensory Wellness

3. บ้านศิลปินหัวหิน - ต้นแบบมิติ Artistic & Community Wellness

4. เชวาลา เวลเนส หัวหิน - ต้นแบบมิติ Medical & Scientific Wellness

5. ร้านชิกเก้น แอนด์ บี - ต้นแบบมิติ Gastronomy Wellness

6. บ้านทะเลดาว - รางวัลชมเชย มิติ Physical Wellness

7. ไร่เกษมสุข ออร์แกนิค ฟาร์ม กุยบุรี - รางวัลชมเชย มิติ Gastronomy Wellness

นางณัฏฐิรา แพงคุณ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า “กรมการท่องเที่ยวให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อยกระดับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยว

เชิงสุขภาพต้นแบบในระดับประเทศ การคัดเลือกผู้ประกอบการต้นแบบครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการที่ดีเยี่ยม แต่ยังเป็นตัวอย่างของการนำความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน มาช่วยยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ เรามุ่งหวังให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นพื้นที่ต้นแบบที่จะสามารถต่อยอดและขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นทั่วประเทศในอนาคต”







กรมการท่องเที่ยวได้พัฒนาเกณฑ์คัดเลือกผู้ประกอบการต้นแบบอย่างรอบด้าน โดยพิจารณาจากคุณภาพและความปลอดภัยของบริการ มาตรฐานที่ได้รับ ความคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลและการบูรณาการประเมินร่วมกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยงานท้องถิ่น และผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ผลการประเมินมีความโปร่งใสและสะท้อนศักยภาพผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

กรมการท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่า การขับเคลื่อนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้นแบบ จะเป็นก้าวสำคัญในการขยายผลสู่จังหวัดอื่นทั่วประเทศ ต่อยอดภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยให้โดดเด่นในระดับสากล พร้อมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพและความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

“หินซ้อน” เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ “พายเรือแคนูและคายัค ล่องลำน้ำป่าสัก ชมผาหมีเหนือเสือใต้

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. นายจิรัญชัย อาทิตย์นพชัย นายอำเภอแก่งคอย  ปลัดอำเภอ  คณะแพทย์จากศิริราช ร่วมกิจกรรมเทศกาลท่องเที่ยงเชิงนิเวศน์ตำบลหินซ้อน “พายเรือแคนูและคายัค ล่องลำน้ำป่าสัก ชมผาหมีเหนือเสือใต้” ณ จุดลงเรือวัดศรีวังม่วง หมู่ที่ 7 ตำบลหินซ้อน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี






ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี และอำเภอแก่งคอย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้รักสุขภาพ การผจญภัย และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีนายสมนึก อินทรชาติ กำนันตำบลหินซ้อน พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ





ตำบลหินซ้อน ผู้ประกอบการในพื้นที่ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

เริ่มแล้ว! เทศกาลแห่งการให้...ตัวเองบ้างก็ได้ ห้างเซ็นทรัล ส่ง “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE”


หนุนแรงจับจ่ายโค้งสุดท้ายปลายปี 2568 มั่นใจโกยยอดเพิ่ม 15% พร้อมเผยกำลังซื้อนักช้อป Gen Y - Z  เติบโต 27%มุ่งหาของขวัญในห้างฯ จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง น่าเชื่อถือ เป็นอันดับแรก ส่วนใหญ่มีงบใช้จ่ายในช่วงราคา 3,000 – 4,000 บาท

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต้อนรับเทศกาลแห่งการ “ให้” ปลายปี 2568 จัดแคมเปญ “Central Black Midnight Sale - The Season of Giving … to Yourself, too เทศกาลแห่งการให้…ตัวเองบ้างก็ได้” อัดดีลพิเศษสุดคุ้มค่า “Best Year - End Deals ; ดีลที่ดีที่สุด ส่งท้ายปี” ลดสูงสุด 70% เริ่ม 26 พ.ย. 68 – 7 ธ.ค. 68 ทั้งในห้างเซ็นทรัล - ออนไลน์ และช่องทางโซเชียลมีเดีย ตั้งเป้าโกยยอดขายจากแคมเปญเพิ่ม 15% ใน 12 วัน หนุนปิดไตรมาส 4/2568 อย่างสมบูรณ์แบบ

พร้อมเผยกำลังซื้อนักช้อป Gen Y - Z เติบโต 27% โดยเฉพาะ Gen Z ที่มียอดจับจ่ายมากกว่ากลุ่มอื่น เกือบเท่าตัว เพราะไม่ยอมตกกระแส ชอบงานปาร์ตี้ ตัดสินใจเร็ว และให้ความสำคัญในทุกช่วงเทศกาล ขณะที่กลุ่มครอบครัว และ Gen X ภาพรวมมียอดช้อปโตขึ้นกว่า 1000% ตลอดจนยังพบว่าเหล่านักช้อปยุคใหม่ มุ่งหาสินค้า-ของขวัญจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือ มาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เป็นอันดับแรก และส่วนใหญ่มีงบการจับจ่ายอยู่ในช่วงราคา 3,000 - 4,000 บาท 

นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาดกลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยว่า “เซ็นทรัลมิดไนต์เซลเป็นแคมเปญที่อยู่คู่กับนักช้อปมานาน ได้รับการยอมรับจากแบรนด์พันธมิตร ลูกค้า และคนในแวดวงการตลาดและโฆษณา สร้างยอดขายในระดับพันล้านบาท เพราะเราไม่เคยทำแคมเปญในแบบเดิมๆ เราลงลึกในการเรียนรู้เพื่อเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง ผ่านกลยุทธ์ Emotional Marketing ที่ผสานความครีเอทีฟมีการดึงข้อมูลจากฐาน Data The 1 มาปรับใช้ ทำให้เซ็นทรัลมิดไนต์เซลเป็นงานเซลที่ไม่ใช่แค่ลดราคาแต่ต้องสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้ลูกค้ามีส่วนร่วมและเรียกรอยยิ้ม เป็น Best Year - End Deals มอบดีลที่ดีที่สุด ส่งท้ายปีจากห้างเซ็นทรัล” 


“และแน่นอนว่าไตรมาส 4 นี้ เป็นช่วงที่ลูกค้ากำลังมองหาของขวัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุขปลายปี

ซึ่ง ห้างเซ็นทรัล มีความยินดีและขอขอบคุณอย่างยิ่งที่หลายท่านยกให้เราเป็นเดสติเนชั่นแห่งการช้อป ความพิเศษของเซ็นทรัลมิดไนต์เซลครั้งนี้ ยังเป็นช่วงที่ตรงกับเทศกาลช้อประดับโลก อย่าง แบล็กฟรายเดย์ (Black Friday 28 พ.ย. 68) สำหรับนัก   ช้อปไทยเราขอมอบความพิเศษให้คือ Black Friday ที่ห้างเซ็นทรัล จัดดีลที่ดีที่สุดจากห้างเซ็นทรัล พิเศษ 3 วันเท่านั้น (28 - 30 พ.ย. 68) มีแบรนด์ชั้นนำไทยและระดับโลก โปรโมชั่นจากพันธมิตรบัตรเครดิตร่วมจัดดีลสุดเอ็กซ์คลูซีพเฉพาะงานนี้เท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม ห้างเซ็นทรัล ยังเผยอินไซต์นักช้อปแต่ละ Gen ที่น่าสนใจ ในเทศกาลแห่งการ “ให้”ของขวัญช่วงปลายปีนี้ ได้แก่ นักช้อป Gen Z เป็นกลุ่มที่เติบโตขึ้นไวและจับจ่ายมากกว่ากลุ่มอื่นถึงเกือบเท่าตัว ให้ความสำคัญกับการช้อปปิ้งในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง เป็นกลุ่มนำเทรนด์ที่ไม่ยอมตกกระแส ชอบงานปาร์ตี้ สนุกสนาน ช้อปปิ้งถี่ ใช้เวลาตัดสินใจไว ชื่นชอบสินค้าหมวดแฟชั่น เครื่องสำอาง เครื่องประดับ อาทิ ลิปสติก น้ำหอม สกินแคร์ กระเป๋า รองเท้า สินค้ากลุ่ม DIY ชอบกิจกรรมจับฉลากธีมต่างๆ เช่น ธีม ม. ม้า เช่น มาร์คแผ่น, มอยส์เจอร์ไรเซอร์, มิกกี้-มินนี่เมาส์, Miu Miu รวมถึงช้อปสินค้าแต่งบ้านเพื่อจัดมุมในบ้านเพื่อทำคอนเทนต์รับเทศกาลคริสต์มาส – ปีใหม่

ด้าน Gen Y เน้นช้อปของขวัญให้ตนเอง และพาร์ทเนอร์เพื่อสานต่อคอนเนคชั่นที่ดีตลอดทั้งปี ชอบซื้อของขวัญจับฉลากกับกลุ่มเพื่อนที่อาจไม่ได้พบกันมานาน หรือ เทศกาลปีใหม่ของครอบครัว โดยสนใจของขวัญจากแบรนด์พรีเมียม ลักซ์ชัวรี และของขวัญที่ทำขึ้นพิเศษเฉพาะบุคคล Personalized อาทิ เสื้อโค้ท แจ๊คเก็ต รองเท้าบูธ กระเป๋าเดินทาง หมอนรองคอ น้ำหอม สกินแคร์ และเป็นกลุ่มที่วางแผนเคลียร์งานเตรียมหยุดยาวเพื่อทริปท่องเที่ยวในฝันช่วงปลายปี

สำหรับลูกค้ากลุ่มครอบครัว และ Gen X ใส่ใจกับสินค้ากลุ่มของตกแต่งและประดับบ้านเพื่อเนรมิตสร้างบรรยากาศอันอบอุ่นของครอบครัว มียอดช้อปโตกว่า 1000% เน้นช้อปสินค้ากลุ่มของเล่นสำหรับเด็ก หนังสือ ตุ๊กตา เซ็ตเครื่องครัว กระบอกน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า คาราโอเกะ ทีวี เครื่องฟอกอากาศ รวมถึงไม่ลืมซื้อของขวัญให้ตนเอง เช่น เสื้อกันหนาว รองเท้า อุปกรณ์กีฬา - ออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ชื่นชอบการพักผ่อนอยู่บ้าน ปิดท้ายที่ไฮไลต์ของ Central Black Midnight Sale ครั้งใหม่นี้ เปิดฉากความสุขในการช้อป ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Season of Giving … to Yourself, too เทศกาลแห่งการให้…ตัวเองบ้างก็ได้” มัดใจลูกค้าทุกกลุ่มด้วยอินเนอร์ I love myself พร้อมไวรัลทั่วประเทศผ่าทุกกระแส ด้วยการสร้างความรู้สึกร่วมทางด้านอารมณ์ เป็นสีสันเสมือนเปิดของขวัญกล่องใหม่ให้ลูกค้ารวมถึงคนในแวดวงโฆษณาได้ช้อปปิ้งสนุกขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่ครั้งนี้ ห้างเซ็นทรัลร่วมกับเอเจนซี่ Wolf BKK เปิดตัวหนังโฆษณาชิ้นใหม่มาซัพพอร์ต “เสียงในหัว” ของใครหลายคนบอกเล่าเรื่องราวสุดน่ารักภายในครอบครัวที่มาแลกของขวัญกันในช่วงปีใหม่ แต่ภายในใจลึกๆ นอกจากที่เรายินดีให้ของขวัญคนอื่นแล้ว ก็อยากให้ของขวัญตัวเองบ้าง ซึ่งหนังโฆษณาชิ้นนี้ได้ผู้กำกับมากฝีมือ อย่าง เต๋อ - นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ พร้อมดึงนักแสดงระดับท็อปของวงการ อุ๋ม - อาภาศิริ นิติพล ตีบทคุณมัมยุคใหม่ เสริมด้วยลูกสาวเจน Z อย่าง คิ้ว - อนงค์นาถ ยูสานนท์ ดาวรุ่งจากซีรีส์เรื่องดัง ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว 

รับชมพร้อมกันทั่วประเทศ 26 พ.ย. 68 นี้ ทุกช่องทางโซเชียล คลิกชม https://www.youtube.com/@CentralDepartmentStore


ห้ามพลาด ! พบกับไฮไลท์เด็ดของแคมเปญ Central Black Midnight Sale ที่มอบ “Best Year - End Deals - ดีลที่ดีที่สุด ส่งท้ายปี เมื่อช้อปที่ห้างเซ็นทรัล, Central App หรือ ทุกช่องทางช้อปปิ้งของห้าง ฯ อาทิ 

• สินค้าเฉพาะรุ่นลดสูงสุด 70% (ตามเงื่อนไข)

• รับคูปองแทนเงินสด, ส่วนลดเพิ่มและเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รวมสูงสุด 54%*  

• พิเศษ! รับ FOLDABLE PICNIC TABLE เมื่อช้อปครบ 20,000 บาท ขึ้นไป/วัน (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน / 7,000 สิทธิ์ ตลอดรายการ ตามเงื่อนไข)

• รับคูปองส่วนลด 150 บาท เมื่อแลกคะแนน The 1 1,000 คะแนน ผ่านแอปพลิเคชั่นเดอะวัน

(จำกัด 2 สิทธิ์ต่อท่าน / 10,000 สิทธิ์ตลอดรายการ, 1 คูปองต่อใบเสร็จ)

• รับบัตรของขวัญเซ็นทรัล 1,500 บาท เมื่อช้อปด้วยบัตรมาสเตอร์การ์ดตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป ต่อเซลส์สลิป ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน / 250 สิทธิ์ตลอดรายการ)


ช้อป Black Friday ที่ Central Black Midnight Sale ลดสูงสุด 70%* พร้อมสินค้าลดราคาพิเศษ 3 วันเท่านั้น เฉพาะวันที่ 28 - 30 พ.ย. 68 

• สินค้าลดราคาพิเศษ อาทิ ESTEE LAUDER, SHISEIDO, ISSEY MIYAKE, WRANGLER, LEE, ADIDAS, CASIO, ESQUIRE, HAVEN, PASAYA, OMAZZ, DUNLOPILLO, FROLINA, CENTRAL HOME, TEFAL, MEYER, ZWILLING, ELECTROLUX, PHILIPS และอีกมากมาย ทุกชั้น ทุกแผนก

• แลกคะแนนลดเพิ่ม สูงสุด 25% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

• พิเศษเฉพาะ Central App แจก Special Coupon ลดสูงสุด 20%

เฉพาะวันที่ 28 พ.ย. 68 Black Friday

• รับฟรีคูปองส่วนลด 500 บาท พร้อมคูปองเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว สำหรับลูกค้า 200 ท่านแรก ที่สาขา ชิดลม, เซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์, ลาดพร้าว, ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล @ เมกาบางนา และ พระราม 9 (จำกัด 1 สิทธิ์ / ท่าน / 200 สิทธิ์ต่อสาขา)

*คูปอง 500 บาท ใช้เป็นส่วนลดเมื่อช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป ใช้ได้ภายในวันที่ 28 พ.ย. 68

**คูปองเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว ใช้ได้ภายในวันที่ 28 พ.ย.68 

• THE MASTER KEY GAME ลูกค้าบัตรมาสเตอร์การ์ด ช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป ต่อเซลส์สลิป รับสิทธิ์ร่วมสนุกเล่นเกม รับ Central Gift Voucher รวมมูลค่ารางวัล 80,000 บาท พร้อมกิจกรรมแต่งหน้าคุกกี้สุดคิวท์ จำกัด 200 สิทธิ์ / ตลอดทั้งวัน (เฉพาะที่สาขาชิดลม)

พบกับแคมเปญ “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE” ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา, Central App, www.central.co.th และหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างเซ็นทรัล อาทิ Central Chat & Shop, Personal Shopper, Central TikTok Shop หรือช้อปผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์และอินบ็อกซ์ของห้างเซ็นทรัล Facebook Page : Central Department Store คลิก https://www.facebook.com/CentralDepartmentStore