แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การศึกษา แสดงบทความทั้งหมด

06 ตุลาคม 2569

คาร์เปท อินเตอร์ ในเครือ TCM Corporation คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ 2569

คาร์เปท อินเตอร์ ในเครือ TCM Corporation คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ 2569 ตอกย้ำพลังนวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

บริษัท คาร์เปท อินเตอร์แนชั่นแนล ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ คาร์เปท อินเตอร์ บริษัทในเครือ TCM Corporation ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569 ด้านองค์กรนวัตกรรม จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA สะท้อนความมุ่งมั่นในการนำความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์มาขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การบริหารจัดการองค์กรไปจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์การใช้งาน การออกแบบ และสิ่งแวดล้อม โดยเข้ารับรางวัลเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ


การได้รับรางวัลครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของคาร์เปท อินเตอร์ ในการพัฒนาองค์กรด้วยนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการเข้ากับการพัฒนากระบวนการทำงานและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าและวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว

สำหรับคาร์เปท อินเตอร์ นวัตกรรมคือการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาทั้งองค์กร ตลอดจนผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์การใช้งาน มีความโดดเด่นด้านการออกแบบ และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม อันนำไปสู่คุณค่าและความยั่งยืนในระยะยาว ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของผู้บริหาร บุคลากร และพันธมิตรในการบูรณาการความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน เพื่อนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 5 ตุลาคมของทุกปี คือ "วันนวัตกรรมแห่งชาติ" ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในฐานะ "พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย" รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569 จึงไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันขององค์กร แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญให้ คาร์เปท อินเตอร์ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และการบริหารจัดการ พร้อมร่วมมือกับบุคลากรและพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

คาร์เปท อินเตอร์ มุ่งเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม ควบคู่กับคุณภาพ ความโดดเด่นด้านการออกแบบ และความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมพัฒนาศักยภาพองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

28 กันยายน 2569

รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่

รถไฟฟ้าสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ถวายปัจจัยและสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม จ.เชียงใหม่

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง นำโดย พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทำบุญถวายปัจจัย พร้อมด้วยข้าวสารและอาหารแห้ง ให้แก่ วัดโชติกุนสุวรรณาราม (หมูบุ่น) จังหวัดเชียงใหม่

ในการนี้ พระครูสังฆรักษ์ณัฏฐ์ฐิ์ภัทร ณฏฺฐกโร เจ้าอาวาสวัดโชติกุนสุวรรณาราม ได้เป็นประธานสงฆ์รับมอบปัจจัยและเครื่องอุปโภคบริโภคดังกล่าว เพื่อนำไปส่งต่อและใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของวัดและชุมชนต่อไปกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสานต่อ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่บริษัทฯ ยึดถือและผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง





บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ และร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งความเท่าเทียม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
“มากกว่าการเดินทาง คือ ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง


ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
และ www.srtet.co.th

พม. จัดงานวันผู้สูงอายุสากล 2569 โชว์ศักยภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม พร้อมจับมือทุกภาคส่วน ออกแบบสังคมเพื่อชีวิตที่ยืนยาวของคนทุกช่วงวัย


วันที่ 24 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)  มอบหมาย  ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2569” (International Day of Older Persons 2026) ภายใต้แนวคิดสากล “ยุคแห่งอายุยืนยาว: การทบทวนและปรับเปลี่ยนระบบเพื่อชีวิตที่ยืนยาวขึ้น” (The Age of Longevity : Rethinking Systems for Longer Lives) เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมทุกภาคส่วนในการรองรับประชากรโลกที่มีอายุยืนยาวขึ้นอย่างมีคุณภาพ โดยมี นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. , นายภูร์ผา ไทยแท้ โฆษกกระทรวง พม. (ฝ่ายการเมือง) , นางมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ ผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย , ศ.พญ. จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ ฮีโร่นวัตกรรม นำภูมิปัญญาสู่สากล และผู้แทนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมประชาบดี ชั้น 19 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 




ดร.เอนกชัย กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันผู้สูงอายุสากล” เพื่อให้ทั่วโลกได้ตระหนักถึงคุณค่า ศักดิ์ศรี สิทธิ และบทบาทสำคัญของผู้สูงอายุ สำหรับในปี 2569 องค์การสหประชาชาติได้กำหนดแนวคิดหลักคือ “The Age of Longevity : Rethinking Systems for Longer Lives” หรือ “ยุคแห่งอายุยืนยาว : การทบทวนและปรับเปลี่ยนระบบเพื่อชีวิตที่ยืนยาวขึ้น” เพื่อขับเคลื่อนการทำงานและการเตรียมความพร้อมของสังคมในทุกมิติต่างอย่างยั่งยืน 


ดร.เอนกชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปี 2569 องค์การสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพเพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีและยืนยาวอย่างมีคุณภาพ การสร้างความมั่นคงทางการเงินและระบบคุ้มครองทางสังคม การเปิดโอกาสให้ตลาดแรงงานมีความครอบคลุมเพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพได้มีส่วนร่วมในการทำงานและการพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง และการรักษาศักดิ์ศรีความเท่าเทียมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำอันเป็นองค์ประกอบสำคัญของสังคมสูงวัยที่ยั่งยืน สำหรับงาน “วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2569” (International Day of Older Persons 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 25 กันยายน 2569 โดยมีกิจกรรมสำคัญมากมาย อาทิ การอ่านสารเนื่องในวันผู้สูงอายุสากล, พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุระหว่างกรมกิจการผู้สูงอายุกับสถานประกอบการ และการแถลงข่าว Senior Star Thailand 2026 


"งาน “วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2569”   นับเป็นการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ใช้ศักยภาพและความสามารถในการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ ขอให้ทุกภาคส่วนเปลี่ยนมุมมองจาก “เตรียมสังคมเพื่อรองรับผู้สูงอายุ” ไปสู่การ “ร่วมกันออกแบบสังคมสำหรับชีวิตที่ยืนยาวของคนทุกช่วงวัย” ดร.เอนกชัย กล่าวย้ำ


#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #ผู้สูงอายุ #วันผู้สูงอายุสากล

04 กันยายน 2569

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ส่งต่อประสบการณ์จริง จุดประกายทักษะภาษาผ่านโครงการ “Junior Guide”

สนับสนุนเยาวชนสวมบทบาท “มัคคุเทศก์น้อย” ต้อนรับทัวริสต์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย


จากห้องเรียนสู่ประสบการณ์จริง ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (MBK Center) เปิดพื้นที่ให้นักเรียนจาก 7โรงเรียนในพื้นที่เขตปทุมวัน ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่จริงในการต้อนรับและให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติภายในศูนย์การค้าฯ หลังผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้นในโครงการ “มัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center” ตลอดระยะเวลาระหว่างเดือนมิถุนายน – กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยมี นายเอกกร อัมบัส กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมด้วย นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบหมวกและเข็มกลัด “มัคคุเทศก์น้อย” ให้แก่เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจและความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่จริง

ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ณ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เด็ก ๆ ได้นำความรู้และทักษะด้านภาษาที่ได้รับจากการอบรมมาประยุกต์ใช้ผ่านประสบการณ์จริง ฝึกใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศ นับเป็นการสร้างการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ผสานทั้งความรู้ ความกล้าแสดงออก และการเปิดมุมมองสู่โลกกว้างผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุกและแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง


น้องกี้ และ น้องอั่งเปา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนปลูกจิต เล่าถึงประสบการณ์จากการสวมบทบาทมัคคุเทศก์น้อยว่า “สนุกมาก ๆ จนรู้สึกไม่อยากให้กิจกรรมจบลงเลยค่ะ/ครับ ก่อนลงพื้นที่จริงได้มีการเตรียมตัวทำความเข้าใจประเด็นสำคัญ เพื่อให้การสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติและใช้ความรู้ที่ได้รับจากที่ได้เข้าอบรมมัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center โดยได้ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย อาหารไทย และของฝากยอดนิยมอย่างเช่น กางเกงช้าง ยาดม และพวงกุญแจ”

ด้าน น้องมาตังค์ และ น้องฟิน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนวัดดวงแข เล่าว่า “สนุกมาก ๆ ค่ะ อยากมาลงพื้นที่มัคคุเทศก์น้อยอีก กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้ได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติจริง ทั้งการแนะนำตัว การสนทนาเบื้องต้น และเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาทักษะการฟังเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับในอนาคตค่ะ”



ขณะที่ ครูพี่ปาร์ค นายธุวพัส จิวรพันธ์ นิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ร่วมออกแบบหลักสูตรและดูแลการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเยาวชนในโครงการ มัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center ซึ่งได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามและให้คำแนะนำแก่นักเรียนตัวแทนจาก 7 โรงเรียน ที่นำความรู้จากการอบรมมาปฏิบัติหน้าที่จริงในการต้อนรับนักท่องเที่ยว กล่าวว่า “น้อง ๆ แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความตั้งใจในการทำหน้าที่เป็นอย่างมาก มีความมุ่งมั่นและพลังในการเรียนรู้อย่างเต็มเปี่ยม นอกจากนี้ยังสามารถนำความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในช่วงแรกเด็ก ๆ จะรู้สึกตื่นเต้นและเกร็งกับการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เมื่อได้ลงมือปฏิบัติจริงก็สามารถปรับตัวและสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว จนได้รับคำชื่นชมจากนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับทักษะภาษาอังกฤษที่ดีครับ”

สำหรับ โครงการ “มัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center” นับเป็นอีกกิจกรรมที่สะท้อนบทบาทของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจดูแลชุมชนและสังคม ภายใต้แนวคิด MBK Care ซึ่ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำนักงานเขตปทุมวัน จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและการเป็นมัคคุเทศก์ ส่งเสริมศักยภาพเยาวชนผ่านการสร้างประสบการณ์จริง

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

05 สิงหาคม 2569

'กรมเจรจา' เดินหน้า FTA Club รุ่น 4 ติดอาวุธความรู้ สร้างเครือข่ายรับมือการค้าโลก

กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าสร้างเครือข่ายผู้นำด้านการค้าเสรีจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และสื่อมวลชน ผ่านหลักสูตร “การค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้บริหารยุคใหม่” (New International Commerce Course for Executives : NIC2E) ภายใต้โครงการ “การสร้างความเข้าใจประโยชน์ของ FTA สร้างเครือข่าย FTA Club รุ่นที่ 4” ยกระดับองค์ความรู้ด้าน FTA เสริมศักยภาพการรับมือความท้าทายของการค้าโลก และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ โดยเปิดเผยว่า ประเทศไทยใช้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาด และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ปัจจุบันไทยมี FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้ว 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศคู่ค้า และอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขยายโอกาสทางการค้าไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผ่านโครงการ FTA Club ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการมาแล้ว 3 รุ่น เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ FTA และขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศของไทย

โครงการ FTA Club รุ่นที่ 4 กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ต่อยอดการดำเนินงานจากการสร้าง "ผู้รับรู้" สู่การสร้าง "ผู้ขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์" โดยคัดเลือกผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และสื่อมวลชนที่มีบทบาทหรือเกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ กว่า 40 คน เข้าร่วมพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรม Boot Camp และศึกษาดูงาน เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ณ จังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2569 เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่หลักสูตร โดยเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน FTA แนวโน้มการค้าโลก การกำหนดยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI ตลอดจนการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศของไทย และเข้าสู่หลักสูตร “การค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้บริหารยุคใหม่” รุ่นที่ 4 (New International Commerce Course for Executives : NIC2E) ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม - 7 กันยายน 2569 ซึ่งมุ่งพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และวิสัยทัศน์ด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านการบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา รวมกว่า 30 ชั่วโมง

ครอบคลุมเนื้อหาที่เข้มข้น อาทิ “โอกาสของธุรกิจไทยกับความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA)”, “กอบกู้ผู้ประกอบการไทยไปกับกองทุนพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ”, “ธุรกิจเติบโตด้วยเทคโนโลยีและ นวัตกรรม” และ “การถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จทางธุรกิจ” ตลอดจนการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหน่วยงานชั้นนำ เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์พัฒนาศักยภาพ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง

กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่า "โครงการ FTA Club รุ่นที่ 4 จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้าน FTA ผ่านแนวคิด Train the Trainer ที่มุ่งให้ผู้เข้าร่วมนำองค์ความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอด ถ่ายทอด และขยายผลสู่หน่วยงานและองค์กรของตนเอง เพื่อสร้างความเข้าใจด้าน FTA ในวงกว้าง พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของการค้าและระเบียบโลกใหม่ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจการค้าเสรีอย่างมั่นคงและยั่งยืน" นายเอกฉัตร กล่าว

09 มกราคม 2569

ตุนได้เลย "คิทโด้” วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 รสชาติ โปรแรง! ถูกและคุ้ม 1 แถม 1

"คิทโด้” วิตามินเม็ดเคี้ยว 2 รสชาติ เสริมโภชนาการเด็กวัยเรียน โปรแรง! ถูกและคุ้ม 1 แถม 1 ตุนได้เลยที่เซเว่น อีเลฟเว่น พร้อมชวนร่วมสนุกกิจกรรม Happy Children’s Day กับ KITDO ลุ้นรับของรางวัลฟรี!!  

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและพัฒนาการสมองของเด็กวัยเรียน จึงได้พัฒนา “คิทโด้” (Kitdo) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบเม็ดเคี้ยวที่รับประทานง่าย อร่อย หอมกลิ่นผลไม้ โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ ด้วยสูตรไม่เติมน้ำตาลและไม่ใส่สารกันเสีย ผลิตภายใต้มาตรฐานการรับรองจาก อย. เพื่อเป็นทางเลือกเสริมสารอาหารที่จำเป็นให้แก่บุตรหลาน  

“คิทโด้” นำเสนอ 2 สูตรที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ที่แตกต่าง:  สูตร ไอมู อะเซโรลา ซี พลัส มัลติวิตามิน (รสส้ม) : เน้นการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ด้วยวิตามินซีสูงจากธรรมชาติจาก อะเซโรลา เชอรี่ สกัด นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้ดี ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ผสานกับซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์, ซิงค์ และวิตามินรวม 13 ชนิด เพื่อส่งเสริมความแข็งแรงของร่างกาย  

สูตร โปร ดีเอชเอ พลัส บิลเบอร์รี่ (รสมิกซ์เบอร์รี่) : เน้นการดูแลสมองและสายตา อุดมด้วย DHA จากน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์ นำเข้าจากออสเตรเลีย ทำงานร่วมกับโคลีน, แอล-ไลซีน และวิตามินบีรวม เพื่อเสริมพัฒนาการสมองด้านการเรียนรู้ สมาธิและความจำ และช่วยในการเจริญเติบโต พร้อมด้วยสารสกัดจากบิลเบอร์รี่และเบอร์รี่รวม 6 ชนิด เพื่อช่วยปกป้องถนอมดวงตา ลดความอ่อนล้าของดวงตาจากการใช้สายตาหน้าจอนาน  

ายละเอียดโปรโมชั่นพิเศษ :
คิทโด้ 1 ซอง บรรจุ 15 เม็ด (12 เม็ด พร้อมแถมฟรี 3 เม็ดภายในซอง) จัดโปรสุดคุ้ม! เพื่อหนูๆ น้องๆ “ซื้อ 1 แถม 1” (คละรสชาติได้) ในราคาเพียง 49 บาท (จากราคาปกติ 98 บาท) และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก All Member ลดเพิ่มเหลือเพียง 48 บาท เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 23 มกราคม 2569 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์
www.bshine.co.th/kitdo/, FB: kitdoclub หรือ Line: @Kitdo และคิทโด้ ชวนคุณพ่อคุณแม่พาลูกๆ ฉลองวันเด็ก ร่วมกิจกรรม "Happy Children’s Day" กับ KITDO พร้อมลุ้นรับฟรี!! ชุดของขวัญพิเศษจากคิทโด้ 

กติการ่วมสนุกเพียง 

1. กด Like เพจ KITDO 

2. กด Like & Share โพสต์ https://www.facebook.com/share/14ThrGwJP6R/ นี้ (ตั้งค่าเป็นสาธารณะ) 

3. คอมเมนต์บอกว่า “อยากพาลูกๆไปเที่ยวที่ไหน เพราะอะไร”  

เพียงเท่านี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับชุดของขวัญผลิตภัณฑ์ KITDO จำนวน 20 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 11,000 บาท! ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ - 25 ม.ค. 69  

สามารถดูข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์
www.bshine.co.th/kitdo/, FB: kitdoclub หรือ Line: @Kitdo 

10 ธันวาคม 2568

โรงพยาบาลพญาไท 1 และพันธมิตร ผ่านโครงการ ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อน้อง ปีที่ 10

โรงพยาบาลพญาไท 1 และพันธมิตร ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม
ผ่านโครงการ ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อน้อง ปีที่ 10


เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา10.30-13.30 น.  ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โครงการปั้น ปั้น ปั้นสุข เพื่อน้อง ปีที่ 10 โดยมี นพ.อภิรักษ์ปาลวัฒน์วิไชย ผอ.โรงพยาบาลพญาไท1 ,อภิวัฒน์ อาระยานิมิตสกุล ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการและบริหารธุรกิจ โรงพยาบาลพญาไท1 ,พญ.สุขุมาลย์ สว่างวารี และ ดร.พญ.พลินี รัตนศิริวิไล ผู้จัดโครงการ ปัน ปัน ปีที่ 10 พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพญาไท 1 และพันธมิตร ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมเลี้ยงอาหารกลางวัน และส่งมอบสิ่งของบริจาคให้กับน้องๆ (เด็กหญิงอายุ 6-12ปี) ในโครงการ ปัน ปัน ปันสุขนี้เพื่อน้อง ปีที่ 10 ที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ในพระอุปถัมภ์ 





กิจกรรมดังกล่าวมีพันธมิตร  ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต มีผู้ผู้สนับสนุน ร่วม ทำการกุศล ครั้งนี้

นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 1
ผู้บริหารส่งเสริมสนับสนุนให้ความอนุเคราะห์แก่เยาวชนเพื่อสังคม

คุณอภิวัฒน์ อาระยานิมิตสกุล
ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารธุรกิจ โรงพยาบาลพญาไท 1
ผู้บริหารส่งเสริมสนับสนุนให้ความอนุเคราะห์แก่เยาวชนเพื่อสังคม

พญ.สุขุมาลย์ สว่างวารี
สูตินรีแพทย์และเฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวช รพ.พญาไท พหลโยธิน
ประธานผู้จัดโครงการปัน ปัน

ดร.พญ.พลินี รัตนศิริวิไล
แพทย์เฉพาะทางด้านความงามผิวพรรณ เส้นผม และหนังศีรษะ โรงพยาบาลพญาไท 1 

ประธานที่ปรึกษาร่วมโครงการปัน ปัน
คุณสุปวีย์  ตันสกุล อดีตสื่อสารสื่อมวลชนสัมพันธ์เครือ รพ.พญาไท-เปาโล

คุณปรีญาณี กองบุญมา รองกรรมการผู้จัดการ
บริษัท นานมี จำกัด สนับสนุนชุดอุปกรณ์เครื่องเขียนและสมุดระบายสี

ตุ๊กตา และของเล่น มอบให้น้อง
โดย บริษัท จินผิน ซี่เยี่ย จำกัด





03 ตุลาคม 2568

มาเลเซีย เตรียมเป็นเจ้าภาพงานธุรกิจการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ Global Tourism Meet 2025


กัวลาลัมเปอร์ : วันที่ 1 ตุลาคม 2025 – การท่องเที่ยวแห่งมาเลเซียจัดงาน Global Travel Meet 2025 ซึ่งเป็นงานธุรกิจการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่คาดว่าจะกลายเป็นการรวมตัวสำคัญของอุตสาหกรรม งานนี้จะเชื่อมต่อผู้ซื้อระหว่างประเทศจำนวน 600 คน และผู้แทนสื่อ 100 คนจากทั่วโลก กับผู้ขายชาวมาเลเซียจำนวน 400 รายที่เป็นตัวแทนของโรงแรม ตัวแทนท่องเที่ยว สายการบิน และผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบรวมอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ถึง 3 ตุลาคม 2025 ที่ World Trade Center ( WTCKL ) โดย YB Datuk Khairul Firdaus Akbar Khan , Deputy Minister of Tourism , Art and Culture เป็นประธานในพิธีเปิด นอกจากนี้ในช่วงค่ำได้มีการจัดงาน Gala Night Dinner ต้อนรับคณะที่ร่วมงาน โดย The Ministry of Tourism , Art and Culture Malaysia YB Datuk SERI Tiong King Sing เป็นประธาน ณ Sunway Resort




โดยโปรแกรมการจัดงานมุ่งเสริมสร้างตำแหน่งของมาเลเซียในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ผู้คนชื่นชอบ พร้อมปูทางสำหรับ Visit Malaysia 2026 (VM2026) ซึ่งประเทศตั้งเป้าหมายผู้มาเยือนระหว่างประเทศจำนวน 47 ล้านคน ตลอดงาน ผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสเข้าร่วมการประชุมธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) กิจกรรมเครือข่ายที่มีผลกระทบสูง กิจกรรมจับคู่ธุรกิจเชิงกลยุทธ์



YB Datuk Khairul Firdaus Akbar Khan,Deputy Minister of Tourism , Art and Culture ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของงานนี้ว่า “Global Travel Meet 2025 เป็นมากกว่าแค่กิจกรรม แต่เป็นเวทีที่เปลี่ยนความคิดไปสู่การปฏิบัติ งานนี้ถือเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญในการจุดประกายพลังใหม่และขับเคลื่อนแรงผลักดันที่แข็งแกร่งสู่ปีข้างหน้า ผ่านความพยายามร่วมกันของรัฐบาล ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม และพันธมิตร ในการบรรลุเป้าหมาย
ด้วยการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากสายการบินในมาเลเซีย เช่น มาเลเซียแอร์ไลน์ แอร์เอเชีย และบาติกแอร์ Global Travel Meet 2025 จัดขึ้นผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสมาคมการท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆ มากมาย
การเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในปี 2567 มาเลเซียได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 38.0 ล้านคน เพิ่มขึ้น 31.1% เมื่อเทียบกับปี 2566 และเพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาดใหญ่ในปี 2562 ตลาดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวสูงสุดของเราประกอบด้วยสิงคโปร์ อินโดนีเซีย จีน ไทย บรูไน อินเดีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และจีนไทเป แรงกระตุ้นเชิงบวกนี้ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปี 2568 เฉพาะเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม มาเลเซียต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 24.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 16.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน


The Ministry of Tourism , Art and Culture Malaysia YB Datuk SERI Tiong King Sing กล่าวในงานเลี้ยงต้อนรับ ว่า งาน Global Travel Meet ครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความพร้อมของมาเลเซียในการมีส่วนร่วมกับโลก แม้ว่าจะมีบางจุดที่ต้องปรับปรุง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการท่องเที่ยวมาเลเซียได้ก้าวแรกในการเชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันรุ่มรวยของเราเข้ากับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ ก้าวไปข้างหน้า เราต้องสร้างแพลตฟอร์มแบบสองทาง ไม่เพียงแต่เพื่อส่งเสริมมาเลเซียในต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการต้อนรับผู้ประกอบการจากต่างประเทศให้มาจัดแสดงจุดหมายปลายทางของพวกเขาในมาเลเซียด้วย” กล่าว



รัฐมนตรียังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยวนอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม โดยเรียกร้องให้ให้ความสำคัญกับมรดกทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และประสบการณ์ยามค่ำคืนมากขึ้น เพื่อตอบสนองความคาดหวังระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป เขายืนยันว่ากระทรวงกำลังดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส คุณภาพ และสภาพแวดล้อมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับครอบครัว

Global Travel Meet 2025 ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์สำหรับการสร้างเครือข่าย การจับคู่ธุรกิจ และการแบ่งปันความรู้ ซึ่งจะช่วยปูทางไปสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีการแข่งขันมากขึ้นในมาเลเซีย รัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่างาน GTM ในปีหน้าจะยิ่งใหญ่และดีขึ้นกว่าเดิม โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งขาเข้าและขาออกเข้าร่วมงานภายใต้หลังคาเดียวกัน โดยมีสายการบิน โรงแรม ตัวแทนท่องเที่ยว ทั่วโลกเข้าร่วม


การเปิดตัวปฏิทินกิจกรรมปี 2026 ในงานเลี้ยงอาหารค่ำกาล่าดินเนอร์ ยังเป็นการเปิดตัวเทศกาลที่น่าตื่นเต้น การแสดงทางวัฒนธรรม และกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ที่จัดขึ้นสำหรับ Visit Malaysia Year อีกด้วย ปี 2569 ตอกย้ำเสน่ห์ของมาเลเซียในฐานะจุดหมายปลายทางที่มีความหลากหลายและมีชีวิตชีวา โดยเน้นย้ำพลังแห่งความสามัคคีและความร่วมมือร่วมใจกันในทุกฝ่าย ทั้งในและต่างประเทศเพื่อส่งเสริมให้มาเลเซียเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวระดับโลก