แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยวนวัตวิถี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยวนวัตวิถี แสดงบทความทั้งหมด

08 มิถุนายน 2568

ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรม “แหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนา” จังหวัดปทุมธานี


ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ร่วมกับสมาคม สธทท. หนุนท่องเที่ยววัฒนธรรม นำนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรม “แหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนา” ณ จังหวัดปทุมธานี






7 มิถุนายน 2568 คุณวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว นำ สมาชิก ช.ส.ท. เดินทางร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว กับสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) นำโดยดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมฯ ผอ.กันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ ท่านประธานปรึกษาอดีตนายกฯ และ นายรพีพงศ์ อุ่นอบธีรศรี อุปนายกฯ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน โดยนำนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรม แหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนา ตระหนักพิพิธภัณฑ์ธรรมะสร้างคุณค่า เลิศล้ำปัญญาปทุมธานี ซึ่งจัดขึ้นโดยจังหวัดปทุมธานี ณ.วัดปัญญานันทาราม คลองหก อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี



กิจกรรมได้รับเกียรติจากนายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี  เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีนักท่องเที่ยวจากหลากหลายกลุ่ม ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมตลอดทั้งวันายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การเยี่ยมชมวัดปัญญานันทาราม การฟังธรรมบรรยาย การชมพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ นิทรรศการศิลปวัฒนธรรม และการเดินชมตลาดชุมชน ผลิตภัณฑ์ OTOP ตลอดจนการร่วมกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาศักยภาพทางจิตใจและจิตวิญญาณ



โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัด พร้อมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ของดีประจำถิ่น ให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเสน่ห์ของปทุมธานีอย่างใกล้ชิด
ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่
• การจัดกิจกรรม One Day Trip เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
• การเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมผ่านแนวคิดพุทธศาสนา
• Workshop สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาชุมชน
• การสะสมแต้มผ่านระบบ QR CODE เพื่อแลกรับของที่ระลึก
พร้อมกันนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี ได้เปิดตัวช่องทางประชาสัมพันธ์ใหม่ "LINE Official Account: @visitpathum" เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด ที่รวบรวมแหล่งท่องเที่ยว เส้นทางแนะนำ กิจกรรมสำคัญ ข่าวสาร และสิทธิพิเศษต่าง ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ที่ต้องการสัมผัสปทุมธานีในมุมมองใหม่
ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ไปพร้อมกับจังหวัดปทุมธานี ทั้งในแง่มุมของความรู้ ความสนุก และสาระบันเทิง พร้อมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
● Facebook: สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี
● LINE OA: @visitpathum
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี
โทรศัพท์ 0 2581 2773 / อีเมล: saraban_pathumthani@mots.go.th











สมาคม สธทท. ในฐานะองค์กรเอกชนด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว ยังคงยืนหยัดในการเป็นกำลังสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยววิถีไทยอย่างมีคุณค่า ชวนทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับกิจกรรม "แหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนา ตระการตาพิพิธภัณฑ์ สรรค์สร้างคุณค่า เลิศล้ำปัญญาปทุมธานี" พร้อมเปิดตัว LINE OA ศูนย์กลางข้อมูลท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด โดยเฉพาะในมิติวัฒนธรรม ศาสนา และภูมิปัญญาท้องถิ่น





ทั้งนี้ ชสท. ขอบคุณจังหวัดปทุมธานี และทุกภาคีที่เกี่ยวข้อง สำหรับความร่วมมืออันดีในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี ได้เปิดตัวช่องทางประชาสัมพันธ์ใหม่ "LINE Official Account: @visitpathum" เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด ที่รวบรวมแหล่งท่องเที่ยว เส้นทางแนะนำ กิจกรรมสำคัญ ข่าวสาร และสิทธิพิเศษต่าง ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม
ที่ต้องการสัมผัสปทุมธานีในมุมมองใหม่ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ สู่ความยั่งยืนในอนาคต

07 มิถุนายน 2565

รัฐ-เอกชน ผนึกกำลังจัดประชุม PATA Destination Marketing Forum 2022

บูมสงขลาสู่ไมซ์นานาชาติ สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน

สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (PATA) จับมือ ทีเส็บ-ททท.-เอสเส็บ-อพท. สงขลา เตรียมจัดเวทีประชุม PATA Destination Marketing Forum 2022“การฟื้นฟูการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยววิถีชุมชน” ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี (ICC Hat Yai) จังหวัดสงขลา 2 – 4 สิงหาคม นี้

กรุงเทพฯ, สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (PATA) เตรียมจัดเวทีการประชุมสัมมนา      การส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ประจำปี 2565 หรือ PATA Destination Marketing Forum 2022 (PDMF 2022) ภายใต้แนวคิด “การฟื้นฟูการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยววิถีชุมชน” 

โดยมีสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ จังหวัดสงขลา (เอสเส็บ) และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.  เป็นเจ้าภาพจัดงาน ภายใต้การสนับสนุนของจังหวัดสงขลา ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี (ICC Hat Yai) จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 2-4 สิงหาคม 2565 นี้ 

คุณลิซ ออร์ติเกรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปชิฟิค (PATA)

คุณลิซ ออร์ติเกรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปชิฟิค (PATA) กล่าวว่าในงานการประชุม PATA Destination Marketing Forum ปีนี้ เราพร้อมเริ่มต้นฟื้นฟูการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างจริงจัง การประชุมครั้งนี้จะเน้นหารือเรื่องการตลาด จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว และการบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19 เพื่อสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในภูมิภาคนี้

“พวกเราทุกคนที่ PATA รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมที่กำลังจะมาถึงและยินดีที่ประเทศไทยสนับสนุนงานอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ระดับนานาชาติอย่างงาน PATA” ลิซ กล่าว

คุณศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ

คุณศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า สำหรับการสนับสนุนการจัดงานการประชุมส่งเสริมการท่องเที่ยว PATA Destination Marketing Forum 2022 ครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ระดับนานาชาติในประเทศไทยให้เติบโตมากยิ่งขึ้น และเป็นการนำนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจังหวัดสงขลาเป็นหนึ่งในไมซ์ซิตี้ (MICE City) ชั้นนำของไทยที่มีศักยภาพแข็งแกร่งและมีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมนานาชาติ เห็นได้จากการเป็นเจ้าภาพจัดงานไมซ์ (MICE) ระดับนานาชาติที่สำคัญมาหลายงานแล้วเช่นกัน

การจัดงานนี้จะมีส่วนช่วยให้จังหวัดสงขลาและเมืองอุตสาหกรรมไมซ์ซิตี้ (MICE City) อื่น ๆ ในภูมิภาคนี้มีความชัดเจนและเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในฐานะจุดหมายปลายทางการจัดงานไมซ์ (MICE) ระดับนานาชาติ ทีเส็บ มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อทุกภาคส่วนเพื่อควบคุมให้การจัดงานไมซ์ (MICE) มีประโยชน์ต่อชุมชน และผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

คุณฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลางและอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเสริมว่า จังหวัดสงขลานอกจากเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่อุดมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรม ยังมีหาดทรายสวยงาม น้ำตกที่มีมนตร์เสน่ห์และทะเลที่เงียบสงบ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางการค้า และมีสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถต้อนรับตัวแทน PATA และผู้เข้าร่วมการประชุมทุกท่านสู่จังหวัดสงขลาเพื่อดื่มด่ำกับจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอันน่าทึ่งแห่งนี้

คุณอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

คุณอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลา เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยงามทางภาคใต้ของประเทศไทย เนื่องจากรายล้อมด้วยน้ำทะเล จึงมีอาหารทะเลที่มีความสดใหม่ ตัวแทน PDMF 2022 ทุกท่านจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ต่าง ๆ และเพลิดเพลินไปกับการชมวิวทิวทัศน์ของตึกรามบ้านช่องที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี รวมถึงทริปล่องเรือในทะเลสาบธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของไทยเพื่อชมพันธุ์ไม้เมืองร้อนที่แปลกตาอีกด้วย นอกจากนี้ จังหวัดสงขลายังถือเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของไทยที่มีโรงแรมที่พักคุณภาพให้เลือกอีกมากมายเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีความหลากหลายทางเชื้อชาติถือเป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าในการเยี่ยมเยือน

การจัดการประชุมครั้งนี้ยังถือเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายและการเรียนรู้ โดยการจัดงานจะแบ่งกิจกรรมออกเป็นการประชุมหนึ่งวัน และการเปิดประสบการณ์ในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอีกหนึ่งวันผ่านการท่องเที่ยวเพื่อศึกษาและดูงานรวมถึงงานสังคมต่าง ๆ 

คุณวัชรี ชูรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กล่าวว่า อพท. เตรียมเปิดตัวการท่องเที่ยวเพื่อศึกษาและดูงานไว้สามเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยววิถีชุมชนที่จะทำให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 

ตัวแทนที่เข้าร่วมงานจะสามารถเลือกรับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสามเส้นทางซึ่งวางแผนและสร้างสรรค์โดย อพท. ประกอบด้วย: 

1.วิถีชีวิตโหนดนาเล  @ ชุมชนท่าหิน: ประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบวิถีดั้งเดิมของคนในท้องถิ่นและเรียนรู้วิธีที่ชุมชนใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 

2.ธรรมชาติบรรจบวัฒนธรรม @ ชุมชนเกาะยอ: สำรวจธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นแดนใต้และเพลิดเพลินไปกับวิถีชุมชน บ้านและวัดดั้งเดิมของเกาะยอ   

3.มรดกซิงกอรา @ ชุมชนหัวเขา: ดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์ปากทะเลสาบสงขลาและผจญภัยรอบเมืองเก่าที่ได้รับเลือกเข้าชิงให้เป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก

จากการที่ตั้งอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย จังหวัดสงขลาจึงถือเป็นเมืองประมงที่รู้จักกันดีในฐานะเมืองท่าสำคัญและ “เมืองสองเล” โดยไม่นานมานี้ รัฐบาลได้เสนอชื่อจังหวัดสงขลาเป็นแหล่งมรดกโลกและเมืองสร้างสรรค์ทางด้านอาหารของยูเนสโก นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย ซึ่งรวมถึงเมืองเก่าและสุดยอดอาหารพื้นเมืองด้วย 


สำหรับการเดินทางนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาจังหวัดสงขลาจากกรุงเทพได้อย่างสะดวกสบายด้วยเครื่องบินภายในประเทศซึ่งมีสายการบินจำนวนมากที่เปิดเส้นทางไปกลับกรุงเทพ-สงขลา นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางมาจังหวัดสงขลาโดยตรงจากสิงคโปร์และมาเลเซียได้อีกด้วย 

การลงทะเบียนเข้าร่วมงานนี้จะจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงาน โดยสมาชิกนานาชาติของ PATA จะได้รับสิทธิ์ในการลงทะเบียนก่อนตามลำดับ



อย่างไรก็ตาม PATA ทำหน้าที่เป็นองค์กรที่ต้องการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ทางสมาคมมีความภาคภูมิใจที่จะแจ้งว่าเราต้องการสนันสนุนให้การประชุมส่งเสริมการท่องเที่ยว PATA Destination Marketing Forum มีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไชด์สุทธิให้เป็นศูนย์ โดยทาง PATA กำลังดำเนินการร่วมกับโครงการสีเขียวในพื้นที่เพื่อสนับสนุนองค์กรดังกลาวในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนในประเทศไทยให้มากขึ้นด้วย 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาส่งอีเมลมาที่ events@PATA.org หรือเข้าชมเว็บไซต์https://www.pata.org/pata-destination-marketing-forum-2022.

02 มีนาคม 2565

อุทยานหลวงราชพฤกษ์ - จ.เชียงใหม่ ทริปคนรักพรรรณไม้ เสพธรรมชาติไปฤดูไหนก็เที่ยวได้!

ใครที่กำลังมองหาทริปเที่ยวสุดฟินช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงวันหยุดยาว ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่สามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ฤดูไหนก็เที่ยวได้ แถมยังได้ชมพันธุ์ไม้หลากหลายสีสันบานสะพรั่ง ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ภายในอุทยานฯ นี้มีมุมถ่ายรูปสุดปัง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนนี้ นักท่องเที่ยวจะได้ชมไม้กลุ่มสีที่ออกดอกบานสะพรั่งสลับกันทั่วสวน ทั้งดอกประดู่แดงและเหลืองอินเดียซึ่งมีดอกสีเหลืองสวยงามอร่าม นอกจากนี้ยังมีไม้กลุ่มสีอื่น ๆ กำลังเริ่มทยอยแทงช่อออกดอกมาให้ชมกันไปจนถึงเดือนมิถุนายนของทุกปี ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับคนรักธรรมชาติ และชื่นชอบบรรยากาศของสวนดอกไม้หลากหลายพันธ์ เพราะสามารถเข้ามาเที่ยวชมได้ตลอดวัน ในพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 470 ไร่ และเปิดให้ชมสวนทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.   

เริ่มต้นเดินทางกันเลย กับการเช็คตั๋วราคาโปรโมชั่น เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินของแต่ละสายการบิน เราเลือกใช้Travelokaเพราะเป็นตัวช่วยจองตั๋วเครื่องบินที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว มีข้อดีหลายอย่างจองได้ทั้งตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถรับส่งสนามบิน หรือรถเช่าได้ครบแค่ปลายนิ้วคลิก อย่ารอช้ากดเข้า Traveloka มากันเลยดีกว่า เคล็ดลับจองตั๋วเครื่องบินที่จะช่วยให้การแพลนเที่ยวของคุณง่ายกว่าที่เคย หรือใครอยากจองตั๋วเครื่องบินราคาถูก ที่ทราเวลโลก้าก็ยังมีฟีเจอร์มากมาย มาพร้อมกับโปรโมชั่นโค้ด เวลาชำระเงินแล้วจะช่วยลดราคาจากราคาตั๋วเครื่องบินที่ถูกอยู่แล้วให้ถูกลงไปได้อีก แต่ก่อนไปจองตั๋วเครื่องบินราคาถูก อย่าลืมกดเข้ามาเช็คมาตรการสนามบินกันก่อนได้เลย >https://www.traveloka.com/th-th/flight/safe-travel


เราออกเดินทางด้วยเที่ยวบินเช้า และลงเครื่องที่สนามบินเชียงใหม่ ให้รถเช่าที่จองไว้ล่วงหน้ากับ Traveloka  มารับที่สนามบิน จากนั้นเรามุ่งหน้าไปอุทยานหลวงราชพฤกษ์กันก่อนเลย โดยใช้เวลาไม่นานเพียง 16 นาทีก็ถึงอุทยานหลวงฯ เราเลือกที่จะเช่าจักรยานเพื่อขี่ลัดเลาะไปเรื่อย ๆ เมื่อเข้าไปด้านใน พิกัดแรกที่เราสะสุดตาสุดๆ คือ “ลานดอกประดู่แดง” ที่ให้สีสันออกดอกสีแดง- ส้ม กำลังชูช่อทำให้เลือกเช็คอินกับมุมถ่ายรูปสวย ๆ ได้อย่างจุใจ จะถ่ายตรงจุด Sky Walk หรือถ่ายตามต้นก็ได้นับว่าสวยจัดจ้านมาก ๆ 

อีกจุดที่สะดุดตาคือ “ดอกพวงคราม” เป็นอีกพันธุ์ไม้ไฮไลท์ที่มีสีม่วงหยดย้อยสวยงามเต็มอุโมงค์ สร้างความประทับใจมาก เพราะหลังจากที่ดอกบานเต็มที่แล้ว ดอกจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาว-เขียว ให้บรรยากาศสุดแสนโรแมนติก จะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยปังแน่นอน

 ด้านในมีโซนความหลากหลายของพรรณไม้และไม้กลุ่มสี จุดนี้เราสะดุดตากับ “เหลืองอินเดีย” ดอกสวยงามอร่ามมาก เวลาออกดอกใบจะร่วงหมดและดอกก็จะบานเต็มต้นเป็นเวลานาน จากนั้นดอกก็จะร่วงหล่นลงพื้นจนหมดต้นเหมือนปูพรมสีเหลืองอร่าม สวยงามตระการตามาก

มาต่อกันที่ “ดอกสาวสันทราย” ให้พุ่มดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ตลอดวัน พอดอกบานเป็นพุ่มเยอะๆ ยิ่งสวยมาก  เป็นไม้พื้นเมืองของประเทศฟิลิปปินส์ ที่ชวนให้หลงใหล กับมุมถ่ายรูปสวยๆ เราปั่นจักระยานมาเรื่อยๆ ที่สวนสวัสดีเราจะเห็น “ทุ่งดอกคอสมอสสีขาว” ท่ามกลางสายลมเย็น ๆ อีกจุดเช็คอินที่สวยโดดเด่นให้ได้เก็บภาพกันอย่างจุใจ

ต่อกันที่ “เรือนกล้วยไม้” เราได้ชมกล้วยไม้ทั้งพันธุ์แท้และพันธุ์ผสมท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น สดชื่นไปกับไม้ดอกเมืองหนาวสีสันสวยงามมาก 

นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้อื่น ๆ ที่สวยสะดุดตาไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ศรีตรัง ดอกสีม่วงอ่อน, กัลปพฤกษ์ ดอกสีชมพู-ขาว, อินทนิลน้ำ ดอกสีม่วง-สีชมพู, ราชพฤกษ์ ดอกสีเหลือง, หางนกยูงฝรั่ง ดอกสีส้ม 



มาเที่ยวอุทนยานหลวงราชพฤกษ์ ถ้าเป็นสายบุญอยู่แล้วยิ่งไม่ควรพลาด ต้องไปไหว้พระรับบุญกับจุดสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานในอุทยานหลวงฯ เริ่มต้นที่บริเวณสวนสยามประเทศ เราได้ไหว้พระอุปคุตปางสมาธิหรือพระบัวเข็ม โดดเด่นในเรื่องโชคลาภ คุ้มครองภัยพิบัติอันตรายทั้งปวง

ที่ลานโพธิ์แห่งความจงรักภักดี เราไหว้พระพุทธรูปเฉลิมพระเกียรติ สมถะวิปัสสนากรรมฐาน พระพุทธรูป 2 องค์ที่ได้จากการหล่อรวมใบโพธิ์ จำนวน 179,500 ใบ จากงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯราชพฤกษ์ 2549

ที่สวนนานาชาติประเทศอินเดีย เราไหว้องค์พระพิฆเนศ เป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ เป็นผู้มีปัญญาเลิศปราดเปรื่องในศิลปวิทยาทุกแขนง ขจัดอุปสรรคทั้งปวง กิจการทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  

อีกจุดที่โดดเด่นอยู่ในพิกัดสวนนานาชาติประเทศภูฏาน เราไว้พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังซุก กษัตริย์ภูฏานเด่นในเรื่องนำพาสันติสุขมาให้และชะลอความชราของสรรพสัตว์ทั้งหมด 

ในสวนนานาชาติประเทศลาว เราไหว้พระพุทธรูปไม้แกะสลักปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปที่ทรงชนะเหล่ามารทั้งหลายที่มารบกวนหากใครได้สักการะบูชาจะก่อบังเกิดความสงบสุขร่มเย็นปราศจากศัตรู  

มากันที่ด้านหลังสวนนานาชาติประเทศเบลเยียม เราไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิมอวโลกิเตศวร พระผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักความเมตตาต่อสรรพสัตว์ เป็นพระผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญูและเป็นสัญลักษณ์แห่งเมตตามหาการุณย์เพื่อโปรดสัตว์ให้หลุดพ้นจากห้วงทุกข์  

ปิดท้ายทริปนี้กันด้วยอีกหนึ่งความเป็นสิริมงคลที่หอคำหลวง สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวโรกาสจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนพรรษา 80 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2549 เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาที่หาชมได้ยาก 

จุดเด่นภายในห้องโถงของหอคำหลวง เป็นต้นไม้แห่งทศพิธราชธรรม รูปแบบต้นบรมโพธิสมภารเป็นรูปดอกบัวตูม 9 พุ่มเรียงซ้อนชั้นกันขึ้นไป มี 3 สี คือ สีเงิน สีทอง และสีนาค พุ่มละ 2,435 ใบ เป็นจำนวนใบโพธิ์รวมทั้งหมด 21,915 ใบ เท่ากับจำนวนวันที่ทรงครองราชย์ตลอดระยะเวลา 60 ปี    

ภายในหอคำยังมีพระพุทธรูปปางประทานพร ภปร. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระพุทธรูปปางประทานพรและพระราชทาน พระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ประดิษฐานไว้ที่ผ้าทิพย์ ได้ขอพรปิดท้ายทริปด้วย ทั้งนี้หากได้มาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่แล้ว “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หากพลาดแล้วจะต้องนึกเสียใจภายหลังแน่ ๆ

อย่าลืมแวะมาเที่ยวที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ มาสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ชมพรรรณไม้ นานาชนิด
ฤดูไหนก็เที่ยวได้!


26 ธันวาคม 2561

ทีคิวเอ็ม จับมือ 8 พันธมิตรประกันภัย จัดโปรดักท์ประกันภัยครบทุกความคุ้มครอง


ให้ประกันภัยดูแลคุณ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ หรือตัวท่านเอง
หมดกังวลกับทรัพย์สินของท่าน ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวปีใหม่
ให้ประกันภัยดูแลคุณ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ หรือตัวท่านเอง



ทีคิวเอ็ม จับมือ 8 พันธมิตรประกันภัย จัดโปรดักท์ประกันภัยครบทุกความคุ้มครอง ภายใต้โครงการ 
“เที่ยวปีใหม่สบายใจ ฝากบ้านไว้กับ...ประกัน” ที่ซื้อปุ๊บ คุ้มครองปั๊บ ให้ความคุ้มครองทั้งระยะสั้นและระยะยาวให้คนไทยที่ออกเดินทางเที่ยวปีใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศเลือกช้อปได้อย่างจุใจ เพิ่มความสบายใจก่อนเดินทาง
บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด โบรคเกอร์ประกันภัยชั้นนำ เห็นความสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุจำนวนมากในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงเกิดเป็นความร่วมมือครั้งใหญ่ในวงการประกันภัย โดยจับมือกับ 8 พันธมิตรประกันภัยชั้นนำ ได้แก่


บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยวิวัฒน์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมจัดเตรียมโปรดักส์ทั้ง ประกันภัยบ้านอยู่อาศัย  ประกันภัยรถยนต์  ประกันภัยการเดินทาง และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ที่ครอบคลุมทุกความเสี่ยงในการเดินทางท่องเที่ยววันหยุดยาว และโครงการนี้ยังได้ร่วมมือกับ บริษัท ทีคิวอาร์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาประกันภัยต่อและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรวมไปถึงนำเสนอการพัฒนาธุรกิจอย่างครบวงจร มาช่วยพัฒนาโปรดักส์ประกันภัยในครั้งนี้ด้วย



ซึ่งผลิตภัณฑ์ประกันภัยครั้งนี้ มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ประกันภัยบ้านอยู่อาศัย ที่คุ้มครอง ไฟไหม้ ไฟฟ้าลัดวงจร ความเสียหายจากน้ำ ภัยธรรมชาติ ฯลฯ รวมทั้ง ขยายความคุ้มครองการถูกขโมยงัดแงะ โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่มีใครอยู่บ้าน โดยทุนคุ้มครองสูงสุด 300,000 บาท ด้วยเบี้ยเริ่มต้นเพียง 700 บาท หรือหากมีประกันอัคคีภัยบ้านอยู่แล้ว ก็สามารถเลือกซื้อประกันภัยทรัพย์สิน ที่คุ้มครองสิ่งของภายในบ้าน ที่มีทุนประกันให้เลือกสูงสุดถึง 500,000 บาท และประกันภัยการเดินทางที่มีให้เลือกทั้งแบบเดินในประเทศและต่างประเทศ
ที่ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตและค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท และพิเศษสำหรับช่วงนี้คือประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ และ 3+ ที่มีให้เลือกแบบทั้งระยะสั้น (30 วัน) และคุ้มครองเต็มปี ประกันภัยรถยนต์เสริม Motor Add On ที่ให้เงินชดเชยค่าเดินทางกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่มีความคุ้มครองพิเศษ เช่น คุ้มครองอุบัติเหตุจากเข้าร่วมเทศกาลประจำปีสูงสุด 400,000 บาท  


รวมถึงประกันแบบแพคเกจที่รวมเอา ความคุ้มครองสำหรับเทศกาลเดินทาง ที่รวมการประกันอุบัติเหตุเดินทาง การประกันภัยโจรกรรม และการประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย เอาไว้ในกรมธรรม์เดียวกัน ด้วยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 205 บาท สำหรับคุ้มครองการเดินทางภายใน 5 วัน 


ด้าน ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด เปิดเผยว่า  “ในด้านวงการประกันภัยได้เห็นสถิติการเกิดอุบัติเหตุ มีประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมากในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวของทุกปี จึงเกิดความเป็นห่วง โดยเฉพาะทีคิวเอ็มได้พูดมาโดยตลอดว่า อยากเห็นคนไทยทำประกันภัยเพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่วงการประกันภัยได้   จับมือร่วมกันออกผลิตภัณฑ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ในช่วงเดินทางท่องเที่ยวปีใหม่ ออกมาให้ผู้บริโภคได้ซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันภัยเดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อเพิ่ม  ความสบายใจ ให้ท่องเที่ยวกันได้อย่างมีความสุขมากขึ้น” 


ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวเสริมว่า 
“เพื่อให้โปรดักส์เข้าถึงผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ทีคิวเอ็มจึงได้จัดช่องทางการเลือกซื้อทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงการประกันภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้ตลอดเวลา โดยตั้งเป้ายอดขายโครงการนี้ไว้ 200 ล้านบาท และที่สำคัญนอกจากได้รับบริการที่ดีจากพันธมิตรประกันภัยทุกรายแล้ว ลูกค้ายังจะได้รับบริการเพิ่มเติมจากทีคิวเอ็มอีกด้วย” 
 ทุกผลิตภัณฑ์ประกันภัยสามารถซื้อได้ที่ทีคิวเอ็ม ไม่ว่าจะเป็นในช่องทางไลน์


เฟสบุ๊ก ‘TQM Insurance Broker’
หรือเว็บไซต์ www.tqm.co.th  และโทรศัพท์ 1737
ที่สำคัญให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และผู้บริโภคยังสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเคลมประกัน ‘TQM Beside’ เพื่อให้เกิดความง่ายดายหากต้องเคลมประกันภัย รวมทั้งทุกกรมธรรม์ที่ซื้อในโครงการนี้ ยังมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรถยนต์โตโยต้ายารีส รวม 2 คัน มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท 

ทีคิวเอ็ม ไม่หยุดทำดีที่สุดเพื่อคุณ

#ทีคิวเอ็ม #ทีคิวเอ็มไม่หยุดทำดีที่สุดเพื่อคุณ #เที่ยวปีใหม่สบายใจฝากบ้านไว้กับประกัน #TQM