แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยานยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยานยนต์ แสดงบทความทั้งหมด

11 กันยายน 2569

ฮุนได เสริมแกร่งจุดแข็ง-เปิดเกมเขย่าตลาด MPV ด้วย Hybrid 11 ที่นั่ง ครั้งแรกในไทยเปิดตัว “Hyundai new STARIA Hybrid” คันเดียวครบ


ฮุนได เสริมแกร่งจุดแข็ง-เปิดเกมเขย่าตลาด MPV ด้วย Hybrid 11 ที่นั่ง ครั้งแรกในไทยเปิดตัว “Hyundai new STARIA Hybrid” คันเดียวครบ เพื่อครอบครัว-ธุรกิจ-เดินทางไกล สร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาด MPV ไทย ด้วยรถ 11 ที่นั่ง ขุมพลัง Hybrid 242 แรงม้า และประหยัดน้ำมันสูงสุด 17.2 กม./ลิตร

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ MPV พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว The new STARIA Hybrid ชูจุดเด่นในฐานะ MPV 11 ที่นั่ง ครั้งแรก และหนึ่งเดียวในตลาดไทยที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Hybrid ต่อยอดจุดแข็งของ STARIA ทั้งด้านพื้นที่ใช้สอย ความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์ ด้วยขุมพลัง Turbo Hybrid ที่ให้ทั้งสมรรถนะและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ห้องโดยสาร และเบาะที่นั่งพรีเมียม ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 รองรับตั้งแต่การเดินทางของครอบครัว การเดินทางระยะไกล ไปจนถึงการใช้งานภาคธุรกิจ พร้อมเสริมความมั่นใจด้วย Hyundai SmartSense เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะมากถึง 15 ระบบ ภายใต้สโลแกน “11-seater Hybrid. Ready for Every Mission รถไฮบริด 11 ที่นั่ง พร้อมสำหรับทุกภารกิจ” สะท้อนกลยุทธ์ของฮุนไดในการยกระดับทางเลือกในตลาด MPV ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผสานพื้นที่ สมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความอเนกประสงค์ไว้ในรถคันเดียว


นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ฮุนไดได้สร้างฐานลูกค้าและความเชื่อมั่นในตลาดรถยนต์ MPV ของประเทศไทยผ่าน Hyundai H-1 ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั้งกลุ่มครอบครัวและผู้ประกอบการ ด้วยจุดเด่นด้านพื้นที่ ความอเนกประสงค์ และความสะดวกสบาย สิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก H-1 คือ ลูกค้าชาวไทยให้ความสำคัญกับรถที่ใช้งานได้จริง และตอบโจทย์ชีวิตในหลายรูปแบบ ซึ่งเราได้นำความเข้าใจนี้มาต่อยอดสู่ STARIA พร้อมให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เทคโนโลยี และความสามารถในการรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น”
“The new STARIA Hybrid จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดความแข็งแกร่งของฮุนไดในตลาด MPV ด้วยการนำจุดเด่นของ STARIA Diesel ที่ลูกค้าคุ้นเคย ทั้ง ห้องโดยสารกว้างขวาง 11 ที่นั่ง มอบความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์ ด้วยเบาะที่นั่ง Premium Comfort Seat และพนักพิงศีรษะดีไซน์ใหม่ สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 ผสานกับระบบขับเคลื่อน Hybrid ที่ให้ทั้งสมรรถนะแรง แต่ประหยัดน้ำมัน พร้อมเทคโนโลยี Hyundai Bluelink แอปพลิเคชันสั่งงานรถแค่ปลายนิ้ว และเทคโนโลยีช่วยขับขี่ และความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเลือกระหว่างรถที่รองรับสมาชิกได้ครบ รถที่ขับสบาย หรือรถที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งาน เพราะ The new STARIA Hybrid รวมทุกคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ในรถคันเดียว พร้อมรองรับทั้งการเดินทางของครอบครัว ทริประยะไกล และการใช้งานเพื่อธุรกิจได้อย่างลงตัว”
Turbo Hybrid 242 แรงม้า สมรรถนะที่พร้อมรับทุกการเดินทาง ประหยัดน้ำมัน 17.2 กม./ลิตร(1) The new STARIA Hybrid ยกระดับสมรรถนะของรถ MPV ขนาดใหญ่ ด้วยระบบขับเคลื่อน Turbo Hybrid ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร T-GDI Turbo กำลังสูงสุด 178 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 72 แรงม้า และแบตเตอรี่ไฮบริดขนาด 1.49 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 1,000–4,100 รอบต่อนาที ส่งกำลังสู่ล้อหน้า โดยแรงบิดที่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำ ช่วยให้รถออกตัวและเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ พร้อมรองรับการเดินทางที่มีทั้งผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมากได้อย่างเหมาะสม เติมเต็มความคล่องตัวและความนุ่มนวลที่ต้องการจากรถสำหรับทั้งครอบครัวและการใช้งานทางธุรกิจ
นอกจากสมรรถนะที่ตอบโจทย์รถ MPV ขนาดใหญ่แล้ว ระบบ Hybrid ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ด้วยอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 17.2 กิโลเมตรต่อลิตร(1) ตามมาตรฐาน NEDC(1) ช่วยให้ทุกการเดินทางไปได้ไกลขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link ที่ให้สมดุลระหว่างความมั่นคงและความสบายในการโดยสาร พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า และดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เสริมความมั่นใจในการควบคุม เพื่อให้ The new STARIA Hybrid พร้อมรองรับตั้งแต่การใช้งานในเมืองไปจนถึงการเดินทางระยะไกลในทุกภารกิจ




11 ที่นั่งเต็มพื้นที่ เทคโนโลยีเต็มคัน ขับนุ่ม มั่นใจยิ่งขึ้นด้วย e-Motion Drive The new STARIA Hybrid โดดเด่นด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ ที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 11 ที่นั่ง บนตัวถังยาว 5,253 มม. กว้าง 1,997 มม. สูง 1,990 มม. และระยะฐานล้อยาว 3,273 มม. ช่วยสร้างพื้นที่ที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งการเดินทางของครอบครัวขนาดใหญ่ สมาชิกหลายเจเนอเรชัน การเดินทางเป็นกลุ่ม ไปจนถึงการใช้งานเพื่อธุรกิจ พร้อมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานจริงด้วย Smart Power Sliding Door ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองด้าน ที่ช่วยให้การขึ้น-ลงรถง่ายขึ้น และ Smart Power Tailgate จัดการสัมภาระทำได้สะดวก ภายในยังมาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกการควบคุมด้านหน้าและด้านหลัง ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เบาะคนขับปรับไฟฟ้าพร้อมระบบดันหลัง พร้อมจุดยึดเบาะเด็กแบบ ISOFIX จำนวน 4 จุด ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ Shift-by-Wire และเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold เพื่อให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง ขณะที่ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว ช่วยเสริมความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่แข็งแรงให้กับตัวรถ
ด้านเทคโนโลยี The new STARIA Hybrid มาพร้อมหน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto พร้อม Hyundai Bluelink สำหรับเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เสริมความสะดวกด้วยช่องชาร์จ USB Type-C จำนวน 7 จุด ที่กระจายภายในห้องโดยสาร พร้อม Surround View Monitor กล้องมองภาพรอบทิศทาง และเซนเซอร์กะระยะด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องควบคุมรถในพื้นที่จำกัด ขณะที่อุปกรณ์ด้านความสะดวกและความบันเทิง เช่น Wireless Charger และระบบเครื่องเสียงพรีเมียม BOSE พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง ช่วยยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้พร้อมสำหรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและทริประยะไกล
นอกจากนี้ The new STARIA Hybrid ยังมาพร้อม e-Motion Drive เทคโนโลยีที่ประสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและ ECU เพื่อยกระดับความนุ่มนวลในการโดยสาร ความแม่นยำในการควบคุม และเสถียรภาพของตัวรถ ผ่านระบบ e-Ride ที่ช่วยลดการสั่นและการโยนตัว, e-Handling ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำขณะเข้าโค้ง, e-EHA ที่เสริมการควบคุมในจังหวะหักหลบ และ e-Traction ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและรักษาเสถียรภาพของรถ ให้การขับขี่คล่องตัว มั่นคง และมั่นใจยิ่งขึ้นในหลากหลายสถานการณ์
Hyundai SmartSense 15 ระบบ เพราะทุก Mission ต้องมาพร้อมความมั่นใจ
The new STARIA Hybrid มาพร้อม Hyundai SmartSense เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะมากถึง 15 ระบบ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การใช้งานในเมือง การเดินทางระยะไกล การควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ไปจนถึงการเปลี่ยนเลนและการถอยรถ โดยมีระบบสำคัญ อาทิ Smart Cruise Control with Stop & Go (SCC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go, Forward Collision-Avoidance Assist (FCA) ระบบเตือนและช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, Forward Collision-Avoidance Assist with Junction Turning (FCA-JT) ระบบช่วยลดความเสี่ยงขณะเลี้ยวผ่านทางแยก รวมถึง Lane Keeping Assist (LKA) และ Lane Following Assist (LFA) ที่ช่วยสนับสนุนการควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางอย่างเหมาะสม
เสริมการดูแลรอบคันด้วย Blind-Spot Collision-Avoidance Assist (BCA) ระบบเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถในจุดอับสายตา, Blind-Spot View Monitor (BVM) ระบบแสดงภาพบริเวณจุดอับสายตา และ Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist (RCCA) ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ พร้อม High Beam Assist, Safe Exit Assist, Driver Attention Warning, Leading Vehicle Departure Alert, Manual Speed Limit Assist และ Rear Occupant Alert นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยพื้นฐานอย่าง ABS, Electronic Stability Control, Hill-start Assist Control, Multi-Collision Braking, Crosswind Stability Control และระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง TPMS เพื่อเสริมความมั่นคงและความอุ่นใจตลอดทุกการเดินทาง
นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว The new STARIA Hybrid ริเริ่มมาจากความเข้าใจลูกค้าที่ต้องการรถที่พร้อมรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เพื่อบรรลุภารกิจที่สำคัญในแต่ละวัน โดยเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกหลากหลายเจเนอเรชัน และสามารถขับเคลื่อนความสุขของสมาชิกทุกคนในครอบครัวไปพร้อม ๆ กันได้ในรถคันเดียว สำหรับรถ MPV ขนาดใหญ่ 11 ที่นั่ง ที่ต้องรองรับทั้งผู้โดยสารและสัมภาระ วันนี้ ทางฮุนได จึงนำเสนอทางเลือกใหม่ ด้วยขุมพลัง Turbo Hybrid ช่วยให้การออกตัวและการเร่งแซงมีการตอบสนองที่มั่นใจ ขณะเดียวกันยังให้ความนุ่มนวลเมื่อขับขี่ในเมือง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อเดินทางระยะไกล จึงเหมาะทั้งกับการใช้งานของครอบครัวและธุรกิจ เราต้องการให้ Hyundai new STARIA Hybrid เป็นครั้งแรก และหนึ่งเดียวในไทยของรถไฮบริด 11 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์ครอบครัวที่มีสมาชิกหลายเจเนอเรชัน และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ที่สามารถใช้ได้ในทุก ๆ วัน ไม่ว่าภารกิจนั้นจะเป็นการเดินทางระยะสั้น การเดินทางพร้อมสมาชิกเต็มคัน หรือการใช้งานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน”
“จุดสำคัญของ The new STARIA Hybrid คือการทำให้ลูกค้าไม่ต้องเลือกระหว่างความอเนกประสงค์กับประสิทธิภาพ รถคันนี้ให้กำลังสูงสุด 242 แรงม้า และแรงบิด 367 นิวตัน-เมตร ขณะเดียวกันยังให้อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 17.2 กิโลเมตรต่อลิตร(1) พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและพรีเมียมยิ่งขึ้นด้วย ดีไซน์ภายนอกใหม่ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าโฉมใหม่ พร้อมไฟท้าย Parametric Pixel LED เมื่อรวมกับ Hyundai SmartSense 15 ระบบ พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ ภายในเบาะที่นั่ง Premium Comfort Seat และพนักพิงศีรษะดีไซน์ใหม่ ให้มีความสบายยิ่งขึ้น และอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกของผู้โดยสาร เราเชื่อว่า The new STARIA Hybrid มีความพร้อมที่จะเป็นรถหลัก สำหรับทั้งครอบครัวและธุรกิจ และรองรับทุกภารกิจได้อย่างแท้จริง”



พร้อมเป็นรถคันหลัก สำหรับทั้งครอบครัวและธุรกิจ The new STARIA Hybrid ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น MPV ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ครบยิ่งขึ้น ด้วย 11 ที่นั่ง ขุมพลัง Turbo Hybrid 242 แรงม้า ประหยัดสูงสุด 17.2 กม./ลิตร(1) พร้อม Connected Car Services – Hyundai Bluelink และ Hyundai SmartSense 15 ระบบ จึงพร้อมรองรับทั้งครอบครัว การเดินทางระยะไกล และการใช้งานเพื่อธุรกิจ โดยไม่ต้องเลือกระหว่างความอเนกประสงค์กับประสิทธิภาพ
The new STARIA Hybrid มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Hyundai new STARIA Hybrid รุ่น Modern ราคา 2,099,000 บาท และ Hyundai new STARIA Hybrid รุ่น Premium ราคา 2,399,000 บาท พร้อมสีภายนอก Creamy White และ Abyss Black Pearl รวมถึงสีใหม่ Galaxy Maroon Pearl เฉพาะรุ่น Premium จับคู่กับห้องโดยสารสี Obsidian Black เพื่อเติมเต็มทางเลือกให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานและสไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
เพื่อฉลองการเปิดตัว ฮุนไดมอบข้อเสนอพิเศษ STARIA Hybrid Privilege Package(3) สำหรับลูกค้า The new STARIA Hybrid รับอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.69% พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี รวมถึง Hyundai Smart Careครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่ในการบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร(2) พร้อมมอบความมั่นใจตลอดการเป็นเจ้าของด้วยการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร(2) และสิทธิ์ขยายการรับประกันภายใต้โปรแกรม myHyundaiCare PLUS สูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(2) การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร(2) ตลอดจนบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี นอกจากนี้ พิเศษสำหรับครอบครัวฮุนได (Hyundai Family) รับส่วนลดเพิ่มเติม 20,000 บาท เมื่อจองและรับรถ The new STARIA Hybrid ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด โดยสามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hyundai.com/.../special.../the-new-staria-hybrid
การเปิดตัว The new STARIA Hybrid สะท้อนความมุ่งมั่นของฮุนไดในการสานต่อความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์ MPV ของประเทศไทย จากความไว้วางใจที่ได้รับมาอย่างยาวนานตั้งแต่ Hyundai H-1 สู่การพัฒนา STARIA ให้ตอบรับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยี Hybrid เข้ามาเติมเต็มทั้งด้านสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความสะดวกในการใช้งาน พร้อมตอกย้ำแนวทางของฮุนไดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากความต้องการจริงของผู้บริโภค เพื่อให้รถยนต์หนึ่งคันสามารถรองรับได้ทั้งครอบครัว การเดินทาง และธุรกิจ พร้อมสร้างคุณค่าและความมั่นใจตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ


ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัส The new STARIA Hybrid และทดลองขับได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ เพื่อสัมผัสการตอบสนองของขุมพลัง Turbo Hybrid ความสะดวกสบายของห้องโดยสาร 11 ที่นั่ง และเทคโนโลยีที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ รายละเอียดข้อเสนอ และบริการจากผู้จำหน่ายฮุนไดอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The new STARIA Hybrid ได้ที่ https://www.hyundai.com/.../the-new-staria-hybrid/highlights
หมายเหตุ:
อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเมืองสูงสุด 17.2 กม./ลิตร ตามมาตรฐาน NEDC ตามและเงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด โปรดสอบถามรายละเอียดเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพรถยนต์และแบตเตอรี่ รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินและบริการยกรถเป็นไปตามเงื่อนไขของรถยนต์แต่ละรุ่นฉบับสมบูรณ์ได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ
ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถระหว่างวันที่ 10 กันยายน 2569 – 31 ตุลาคม 2569 และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารและบริษัทฯ กำหนด โดยสามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hyundai.com/.../special.../the-new-staria-hybrid

31 กรกฎาคม 2569

OMODA C5 "SUV Coupe ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ ออฟชันล้นทะลัก คุ้มค่าเกินราคา


นิยามใหม่ของสไตล์ในทุกเฉดสีกับ OMODA C5 "SUV Coupe ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ ออฟชันล้นทะลัก คุ้มค่าเกินราคา" Omoda C5 EV จาก นำเข้าจากจีน เป็น ประกอบในประเทศ มาดูภายในของรุ่น OMODA C5 EV เทคโนโลยีและความสบายที่ทำให้ทุกช่วงเวลาบนรถพิเศษยิ่งขึ้นไปด้วยกัน

Toptotravel มีโอกาสได้ลองขับ Omoda C5 EV อัตราเร่งบนถนนพบว่าการส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ ให้โหมดปกติ การส่งกำลังจะเน้นความไหลลื่น ทำอัตราเร่งได้ง่ายบนสภาพการจราจรในเมือง นอกจากนี้ ช่วงที่ใช้ความเร็วต่ำ สามารถรักษาความเร็วได้คงที่ (ผู้ขับสามารถเลือกระดับการชาร์จกลับกระแสไฟฟ้าจากการถอนคันเร่ง หรือการเบรคได้) ในโหมด SPORT การตอบสนองของคันเร่งมีความฉับไว ล้อคู่หน้ามีอาการหมุนฟรีให้สัมผัสในระดับที่สมดุล เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสส์โอเวอร์ที่มีความสปอร์ตอยู่จริง 



ห้องโดยสาร ออกแบบห้อง ให้ความรู้สึกทันสมัย และหรูหราปรับโฉมอย่างชัดเจน รูปทรงของพวงมาลัยถูกออกแบบใหม่ รวมถึงรูปทรงของแผงประตูด้านใน ให้ความรู้สึกหรูหราขึ้น เบาะนั่งคู่หน้ามีรูปทรงสปอร์ต เสริมด้วยระบบนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับ (ติดตั้งเป็นครั้งแรก) ส่วนเบาะด้านหลังมีความกว้างขวางที่น่าพอใจ สามารถพับเก็บได้แบบ 60:40 พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป  



นอกเหนือจากการทดลองสมรรถนะโดยรวมแล้ว มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบ ADAS 19 ระบบ ความจุแบตเตอรีของรุ่นปรับโฉม คือ 50.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ลดลงจากรุ่นก่อนปรับโฉมกับความจุที่ 58.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง) แต่ชดเชยด้วยการรองรับการชาร์จแบบ DC ที่สูงขึ้นที่ 110 กิโลวัตต์ (รุ่นก่อนปรับโฉม คือ 80 กิโลวัตต์) มีระยะทำการสูงสุดเมื่อชาร์จเต็ม คือ 422 กม. (มาตรฐาน NEDC) ประเมินเบื้องต้นว่าการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างดี ภายใต้อัตราเร่งที่ฉับไว แต่หากใช้การขับขี่ที่เหมาะสม Omoda C5 EV มีการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ดีอย่างน่าพอใจ เหมาะสำหรับผู้กำลังมองหาครอสส์โอเวอร์พลังไฟฟ้า รูปทรงสวย ขับสบาย

1. ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวรถ Omoda C5 EV (Exterior)  Design Concept: มาในแนวคิด "RoboShark" (ฉลามจักรกล) ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว ดุดัน และล้ำอนาคตยิ่งขึ้น  

มิติตัวรถ: ตัวรถมีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4,545 มิลลิเมตร (ยาวขึ้นจากรุ่นเดิม 145 มิลลิเมตร) ทำให้สัดส่วนดูกว้างขวางและสง่างามขึ้นในทรง SUV Coupe  

จุดเด่นภายนอก: ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, หลังคา Sunroof เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า  

2. ภายในห้องโดยสารและความสะดวกสบาย (Interior & Technology) Smart Cockpit: ยกระดับความบันเทิงด้วยชิปประมวลผล Qualcomm 8155 ควบคู่กับมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสตรงกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย  

ความบันเทิง: จัดเต็มด้วยระบบเสียงรอบทิศทางจาก SONY (ลำโพง 8 ตำแหน่ง) และแท่นชาร์จมือถือไร้สายความเร็วสูง 50W  ความสบายระดับพรีเมียม: เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อม ระบบนวดผ่อนคลาย (Massage Seats), ระบบอุ่นและระบายอากาศเบาะคู่หน้า (Ventilated & Heated Seats) รวมถึงระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมกรองฝุ่น PM 0.3 และฟังก์ชันเอาใจสายไลฟ์สไตล์ เช่น Camping Mode และ Pet Mode  

3. สมรรถนะและการขับขี่ (Performance)
ขุมพลัง: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร  อัตราเร่ง: ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 7.2 วินาที ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ขับขี่สนุกในเมืองและเร่งแซงมั่นใจบนถนนใหญ่  แบตเตอรี่ & ระยะทาง: แบตเตอรี่ความจุ 50.6 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 422 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)  

การชาร์จไฟ:   รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 kW  รองรับการชาร์จเร็วกระแสตรง DC สูงสุด 110 kW (ทำให้ชาร์จไวขึ้นกว่ารุ่นเดิม)  มีระบบ V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายไฟฟ้า 3.3 kW ออกสู่อุปกรณ์ภายนอกได้  

4. ระบบความปลอดภัย (Safety Features)
จัดเต็มระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) รวมกว่า 19 ระบบ เช่น: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC with Stop & Go)  ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA / ICA)  ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)  กล้องมองภาพรอบคัน 540 องศา (รวมภาพแสดงสภาพพื้นใต้ท้องรถ Transparent Chassis) ช่วยให้การจอดและลุยอุปสรรค์ง่ายขึ้นมาก  

ข้อดี (Pros) ของ The New Omoda C5 EV 2026

1. ดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่น: ทรง SUV Coupe ที่ดูสปอร์ต ล้ำสมัย ถูกใจคนรุ่นใหม่ และขนาดตัวรถที่ยาวขึ้นทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งขึ้น  

2. ออฟชันแน่นเทียบเท่ารถยุโรป: เด่นเรื่องความสบาย ทั้งเบาะนวดไฟฟ้า, ระบบระบายอากาศเบาะ, หน้าจอ 2K ขนาดใหญ่ และชุดเครื่องเสียง SONY ที่ให้เสียงดีเกินราคา

3. สมรรถนะคล่องตัว: พละกำลัง 211 แรงม้า กับอัตราเร่ง 0-100 ใน 7.2 วินาที ถือว่าขับสนุกเร้าใจ แรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน  

4. เทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็ม: ให้ระบบช่วยเหลือการขับขี่มาครบครันโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม พร้อมกล้อง 540 องศา ที่มีประโยชน์มากในการใช้งานจริง  

5. ความคุ้มค่าและความมั่นใจในการบริการ: ด้วยการเปลี่ยนมาประกอบในประเทศไทย ทำให้สามารถทำราคาได้น่าดึงดูดใจ พร้อมแพ็กเกจการรับประกันที่คุ้มค่า (เช่น การรับประกันมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุมไฟฟ้าแบบ Lifetime Warranty ในช่วงเปิดตัว)




ทดสอบชาร์จ Omoda C5 EV  จาก 40-80 % ใช้เวลาประมาณ 25 นาที หลังจากขับมาเป็นระยะทางพอสมควร ทดลองชาร์จ Omoda C5 EV ตามสเปครองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 85 กิโลวัตต์ และชาร์จ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ การทดสอบเกิดขึ้นในช่วงบ่ายที่มีแสงแดดจัดและอากาศร้อน โดยเริ่มชาร์จเมื่อแบทเตอรีเหลือ 48 % และเพิ่มเป็น 80 % ในเวลาประมาณ 15 นาที ได้ระยะทางเพิ่มราว 120 กม. แม้กำลังชาร์จจริงจะอยู่ที่ประมาณ 70-80 กิโลวัตต์ แต่ระยะเวลาที่ใช้ถือว่าไม่นานเกินไปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้

การทดลองขับ Omoda C5 EV  พบว่ามีจุดเด่นเรื่องอัตราเร่งที่ตอบสนองไว ช่วงล่างเกาะถนนดีและเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ครบครันในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นมาก


#toptotravel #THENEWOMODAC5EV


30 มิถุนายน 2569

OMODA & JAECOO ประเทศไทย เปิดตัว JAECOO 6T REEV อย่างเป็นทางการในงาน TECH DAY 2026


ขับได้ไกลกว่า ลุยได้ทุกเส้นทาง  OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 6T REEV รถ REEV
ขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นแรกของไทย ขับได้ไกลกว่า ลุยได้ทุกเส้นทาง ยกระดับทางเลือกใหม่ของคนไทย ด้วยเทคโนโลยี REEV ในราคาต่ำล้านบาท

กรุงเทพฯ – 29 มิถุนายน 2569 – OMODA & JAECOO ประเทศไทย เปิดตัว JAECOO 6T REEV อย่างเป็นทางการในงาน TECH DAY 2026  โดยชูเทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ของแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานในประเทศไทย ตั้งแต่การขับขี่ในเมือง การเดินทางระหว่างจังหวัด ไปจนถึงเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะและการยึดเกาะ JAECOO 6T REEV มอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถไฟฟ้า 100% ด้วย อัตราเร่งดีเยี่ยม ภายในห้องโดยสารเงียบ การตอบสนองของกำลังรวดเร็วและการส่งกำลังที่ต่อเนื่องไร้รอยต่อ 


JAECOO 6T REEV 2WD Max เปิดราคาพิเศษ 879,900 บาท จากราคาปกติ 899,900 บาท และ JAECOO 6T REEV 4WD Ultra เปิดราคาพิเศษ 979,900 บาท จากราคาปกติ 999,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว รับฟรี! การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) สำหรับแบตเตอรี่ มอเตอร์ และชุดควบคุม* รวมถึงการรับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง* ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี* ฟรี AC Portable Charger* และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สำหรับลูกค้า 1,000 คนแรกที่จองภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และรับรถภายในเดือนสิงหาคม 2569 โดย OMODA & JAECOO ประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมด้านการส่งมอบ JAECOO 6T REEV ให้ครบภายในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดหลังการเปิดตัว พร้อมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้รับรถอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

JAECOO 6T REEV นำเสนอเทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าขยายระยะทาง ซึ่งผสานจุดเด่นของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับระบบสร้างพลังงานสำรองภายในรถ เพื่อมอบการขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล และตอบสนองรวดเร็ว พร้อมช่วยให้การวางแผนการเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลักได้ หรือหากคุณจะเดินทางในระยะไกลที่การชาร์จไม่เพียงพอ ระบบก็สามารถผสานพลังงานน้ำมันมาขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อมอบพลังงานอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากความกังวล 

เทคโนโลยี REEV: ประสบการณ์ขับขี่แบบไฟฟ้า พร้อมการใช้งานที่ครบถ้วนยิ่งขึ้นระบบ REEV ทำงานในรูปแบบ Series Hybrid โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่เท่านั้น โดยไม่ได้ส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง จึงยังคงให้ความรู้สึกในการขับขี่แบบรถไฟฟ้าอย่างแท้จริง เมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลง เครื่องยนต์จะทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการขับขี่อย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนพาวเวอร์แบงก์ที่ติดกับรถไปทุกที่ ทำให้สามารถใช้งานด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลักในชีวิตประจำวัน และเดินทางต่อเนื่องในระยะไกลได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิด "ทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้" (When Life Happens, Keep Moving!)

JAECOO 6T REEV: สมรรถนะและเทคโนโลยีที่พร้อมสำหรับทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้
JAECOO 6T REEV รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุด 190 กิโลเมตรในรุ่น 2WD และสูงสุด 160 กิโลเมตรในรุ่น 4WD ขณะที่ระยะทางขับขี่รวมทำได้สูงสุด 800 กิโลเมตรในรุ่น 2WD และ 750 กิโลเมตรในรุ่น 4WD ครอบคลุมทั้งการใช้งานประจำวันและทริประยะไกลโดยไม่ต้องปรับพฤติกรรมการใช้รถมากนัก และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง ในด้านสมรรถนะ รุ่น 2WD ให้กำลังสูงสุด 252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 300 นิวตันเมตร ขณะที่รุ่น 4WD ให้กำลังสูงสุด 428 แรงม้า พร้อมแรงบิด 505 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.5 วินาที เสริมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-WD ที่ปรับการทำงานระหว่าง 2WD และ 4WD โดยอัตโนมัติ พร้อมกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์

JAECOO 6T REEV ยังออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสภาพถนนที่แตกต่างกัน ด้วยความสามารถในการลุยน้ำท่วมขังระดับ 600 มิลลิเมตร ความสามารถในการขึ้นทางลาดชัน 55% หรือประมาณ 29 องศา และโหมดการขับขี่ 9 รูปแบบในรุ่น 4WD ซึ่งเหมาะสำหรับทั้งการใช้งานในเมืองและเส้นทางออฟโรด

แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 33.67 kWh รองรับการชาร์จจากภายนอก โดยชาร์จ AC ได้สูงสุด 6.6 kW และชาร์จ DC ได้สูงสุด 100 kW เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายกับการชาร์จได้ทั้งที่บ้านและระหว่างการเดินทาง Smart Power, Smart Distance, Smart Technology: จุดเด่นที่ออกแบบสำหรับการใช้งานจริงในประเทศไทย

JAECOO 6T REEV มาพร้อมกับคอนเซปต์ When Life Happens, Keep Moving ทุกเส้นทาง ทุกความเป็นไปได้ เพื่อให้เหมาะกับบริบทการใช้รถในประเทศไทย ทั้งการจราจรในเมือง การเดินทางระหว่างจังหวัด และเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะ การยึดเกาะ และความปลอดภัยสูง

Smart Power พลังที่ตอบสนองทุกสถานการณ์ สะท้อนผ่านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ให้การตอบสนองรวดเร็วตามแบบรถไฟฟ้า ผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-WD และโหมดการขับขี่ 9 รูปแบบ ช่วยให้รถปรับการทำงานได้อย่างเหมาะสมกับสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ เสริมด้วยช่วงล่างด้านหลังแบบ 

H-ARM ที่ช่วยเพิ่มการทรงตัว ความนุ่มนวล และการยึดเกาะถนน Smart Distance สบายใจในทุกการเดินทาง พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยระยะทางที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนในชีวิตประจำวัน พร้อมเพิ่มความต่อเนื่องในการเดินทางไกลด้วยระบบขยายระยะทาง เสริมด้วยฟังก์ชัน V2L ขนาด 2.3 kW และ Camping Mode สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการใช้งานนอกสถานที่ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ด้วยเบาะนั่งแบบ Super Comfort ที่มาพร้อมที่รองขา ฟังก์ชันนวด ระบบระบายอากาศ และการปรับดันหลังด้วยไฟฟ้า ขณะที่พนักพิงเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเอนได้ 2 ระดับ เพื่อความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง 

Smart Technology เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่พร้อมดูแลทุกการเดินทาง ด้วยการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และความมั่นใจในทุกสถานการณ์ มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 15 ฟังก์ชัน กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 540 องศา และระบบชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย 50 วัตต์



คุณบิล จาง รองประธานแบรนด์โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย กล่าวว่า “JAECOO 6T REEV สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในประเทศไทย ด้วยระบบ REEV ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักและมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อขยายระยะทาง รถรุ่นนี้จึงมอบประสบการณ์การขับขี่แบบไฟฟ้า 100% พร้อมความสะดวกในการเดินทางในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งในชีวิตประจำวัน การเดินทางระยะไกลระหว่างจังหวัด และเส้นทางที่ต้องการสมรรถนะมากขึ้น เราเชื่อว่า JAECOO 6T REEV จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มองหาความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ความสะดวก และความมั่นใจในการใช้งาน” ที่สะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกยุคใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในเมือง และนอกเมืองได้อย่างลงตัว 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.omodajaecoo.co.th/th
ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย อย่างเป็นทางการของ OMODA & JAECOO ประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร. 02-020-8888

24 มีนาคม 2569

RIDDARA ยกทัพกระบะพลังงานใหม่ บุกงาน Motor Show 2026


ชวนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมเซอร์ไพรส์ประกาศปรับลดราคารุ่น RD6 สูงสุด 160,000 บาท

กรุงเทพมหานคร (23 มีนาคม 2569) – RIDDARA (ริดดารา) แบรนด์รถกระบะพลังงานใหม่ ยอดขายอันดับ 1 จากประเทศจีน ภายใต้เครือ GEELY AUTO GROUP ประกาศยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำโดย มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยรถกระบะพลังงานใหม่ ที่มีราคาต่ำกว่ารถกระบะที่ใช้น้ำมันทั่วไป ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะเหนือระดับ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความคุ้มค่าที่เหนือกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไปทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างแท้จริง  


มุ่งสู่เป้าหมาย 3,000 คัน และคำมั่นสัญญาต่อตลาดไทย มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ว่า “ความสำเร็จในปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งเรามียอดขายมากกว่า 1,000 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 98% ในประเทศไทย ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ยืนยันให้ลูกค้าชาวไทยเชื่อมั่นในแบรนด์ RIDDARA และ สำหรับปี 2026 นี้ เราตั้งเป้าหมายความท้าทายใหม่ที่ 3,000 คัน  โดยเราจะไม่หยุดเพียงแค่การขายรถ แต่จะมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย โดยปัจจุบันมีเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 15 แห่ง โดยในปีนี้เราตั้งเป้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้ครบ 38 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่เหนือระดับ เพื่อให้คำมั่นสัญญาว่า RIDDARA จะเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ "Dual Strategy": ตอบโจทย์ครอบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์และการทำธุรกิจเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในประเทศไทยอย่างครอบคลุม RIDDARA ได้วางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์แบบคู่ขนาน (Dual Strategy):

RIDDARA RD6 Series (Dual – Purpose Pickups Zone family and lifestyle)  รถกระบะพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์  เพื่อทุกครอบครัวในการใช้ชีวิต : เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้งานในครอบครัวและ การทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ด้วยดีไซน์จาก Peter Horbury (Lotus Design Center) มอบความสบายระดับ SUV และ สมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และ ด้วยราคาคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 869,000 บาท

• Performance: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 315 กิโลวัตต์ แรงบิด 595 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แม้บรรทุกหนักก็ยังทรงพลังพร้อมเดินทางไปทุกที่ทุกเส้นทาง 

• Full security: ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน อาทิ ICC / ACC / AEB / FCW / LKA / ELKA / LDW / LCA / BSD / DOW / RCT รวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะทั้งแบบแอคทีฟและแพสซีฟ

• Capability: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ รองรับการไต่เขาได้ชันถึง 95% บรรทุกได้ 1,030 กก. และลากจูงได้สูงสุด 3 ตัน

• Design & Comfort: ออกแบบโดย Peter Horbury จาก Lotus Design Center มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.33 ห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษเพียง 35 เดซิเบล พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวลเทียบเท่ารถ SUV ระดับหรู

• Intelligence: ติดตั้งหน้าจออัจฉริยะคู่ และ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา เพื่อทัศนวิสัยที่ปลอดภัย

• Fuel vs. Diesel Savings: ด้วยค่าพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลอย่างมาก ผู้ใช้รถกระบะพลังงานใหม่สามารถประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 5,500 บาทต่อเดือน  (สำหรับการใช้งานปกติวันละ 100 กม.) เมื่อเทียบกับการใช้งานรถกระบะน้ำมันดีเซลทั่วไป

RIDDARA ECON Series (Tool & Utility pickups zone trades & professional use)  รถกระบะพลังงานใหม่อเนกประสงค์เพื่อการใช้งาน ตัวช่วยในการทำธุรกิจสำหรับมืออาชีพ ปฏิวัติวงการรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ มุ่งเน้นความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการ  โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท

• Efficiency: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 180 kW แรงบิด 309 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9 วินาที ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงถึง 97%

• Agility: รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 6.1 เมตร เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งในเมือง

• Strong Loading Capacity: รองรับน้ำหนักบรรทุก 1,030 กก. และ ลากจูงสูงสุด 2,500 กก. เทียบเท่ากระบะทั่วไป

• Maintenance cost: `ค่าบำรุงรักษาต่ำ เช็คระยะทุกๆ 20,000 กม. ด้วยงบประมาณเข้าเช็คระยะเพียง 1,000 บาท 

การปรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย (Vehicle Customization)

RIDDARA ออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็น "โซลูชัน" สำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ผ่านความสามารถในการปรับแต่งที่ยืดหยุ่น:

• Commercial Transportation: สามารถดัดแปลงเป็นรถตู้ขนส่ง มีพื้นที่เก็บของกว้างขวางพิเศษ พร้อมระบบจัดเก็บและจ่ายพลังงานประสิทธิภาพสูง

• Drone Operator Work Category: การดัดแปลงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโดรน ผู้ควบคุมโดรนอัจฉริยะเลือกใช้รถกระบะพลังงานใหม่ เพราะมีฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้โดรนได้เป็นอย่างดี

• Outdoor Camping Lifestyle: ดัดแปลงเพื่อการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ ตั้งแคมป์ปิ้งนอกสถานที่ เป็นพื้นที่ใช้สอยใหม่เพื่อยกระดับชีวิตครอบครัว

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน

RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA ภายในงาน Motor Show 2026 รับส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท 

RIDDARA RD6  ราคาพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จองในงาน! 

• RIDDARA RD6 86kWh 4WD  เหลือเพียง 1,149,000 บาท จาก 1,299,000บาท  (ลด 150,000 บาท)

• RIDDARA RD6 86kWh 2WD  เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,159,000 บาท  (ลด 160,000 บาท)

• RIDDARA RD6 73kWh 4WD  เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,149,000 บาท  (ลด 150,000 บาท)

• RIDDARA RD6 73kWh 2WD  เหลือเพียง 869,000 บาท  จาก 999,000 บาท (ลด 130,000 บาท)

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน

RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน Motor Show ครั้งที่ 47 แยกตามรุ่นดังนี้:

RIDDARA RD6

• อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30% 

        สำหรับ RIDDARA RD6 ทุกรุ่นย่อย

• แคมเปญจอง 2,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 20,000 บาท รวมเงินจอง

• รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ150,000 กม.

• รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม. 

• ฟรี แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet usage) 2 GB นาน 1 ปี

• ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

• ฟรี RIDDARA โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง

• ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี RIDDARA ECON

• อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30% 

         สำหรับ RIDDARA ECON 63 kWh 2WD

• รับ RIDDARA Gift package มูลค่า 20,000 บาท* 

• แคมเปญจอง 1,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 10,000 บาท รวมเงินจอง

• ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี

• รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ 150,000 กม.

• รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม. 

• ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


RIDDARA ผู้เชี่ยวชาญด้านรถกระบะพลังงานใหม่ ได้ร่วมกับ ZEEDA ENERGY ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน และ iGreen+ ผู้เชี่ยวชาญด้านการชาร์จไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะ เพื่อมอบบริการระบบนิเวศการชาร์จที่ครอบคลุม รองรับทุกสถานการณ์การใช้งาน เพื่อประสบการณ์ที่สะดวกสบายและ ไร้กังวลสำหรับผู้ใช้งานทุกคน โดยปัจจุบันมีสถานีชาร์จมากกว่า 300 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งมีสถานีชาร์จบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 60 สถานี

ความร่วมมือการสร้างระบบนิเวศการชาร์จไฟแบบครบวงจร โดยมีผู้บริหารจาก RIDDARA ร่วมกับ ZEEDA ENERGY และ iGreen+ ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี3

ร่วมสัมผัสประสบการณ์  "FUNCTION AS A PICKUP, DRIVE AS AN SUV" และ พิสูจน์ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับได้ที่บูธ RIDDARA ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสสมรรถนะจริงของ RIDDARA RD6 และ RIDDARA ECON สามารถลงทะเบียนดลองขับรถได้ที่บูธ RIDDARA ภายในงานโดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่

Website: http://th.riddara.com

Facebook: Riddara Thailand

RIDDARA ยกทัพกระบะพลังงานใหม่ บุกงาน Motor Show 2026

ชวนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมเซอร์ไพรส์ประกาศปรับลดราคารุ่น RD6 สูงสุด 160,000 บาท

กรุงเทพมหานคร (23 มีนาคม 2569) – RIDDARA (ริดดารา) แบรนด์รถกระบะพลังงานใหม่ ยอดขายอันดับ 1 จากประเทศจีน ภายใต้เครือ GEELY AUTO GROUP ประกาศยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำโดย มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยรถกระบะพลังงานใหม่ ที่มีราคาต่ำกว่ารถกระบะที่ใช้น้ำมันทั่วไป ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะเหนือระดับ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความคุ้มค่าที่เหนือกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไปทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างแท้จริง


มุ่งสู่เป้าหมาย 3,000 คัน และคำมั่นสัญญาต่อตลาดไทย
มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ว่า “ความสำเร็จในปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งเรามียอดขายมากกว่า 1,000 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 98% ในประเทศไทย ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ยืนยันให้ลูกค้าชาวไทยเชื่อมั่นในแบรนด์ RIDDARA และ สำหรับปี 2026 นี้ เราตั้งเป้าหมายความท้าทายใหม่ที่ 3,000 คัน โดยเราจะไม่หยุดเพียงแค่การขายรถ แต่จะมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย โดยปัจจุบันมีเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 15 แห่ง โดยในปีนี้เราตั้งเป้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้ครบ 38 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่เหนือระดับ เพื่อให้คำมั่นสัญญาว่า RIDDARA จะเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ "Dual Strategy": ตอบโจทย์ครอบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์และการทำธุรกิจ
เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในประเทศไทยอย่างครอบคลุม RIDDARA ได้วางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์แบบคู่ขนาน (Dual Strategy):

RIDDARA RD6 Series (Dual – Purpose Pickups Zone family and lifestyle) รถกระบะพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อทุกครอบครัวในการใช้ชีวิต : เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้งานในครอบครัวและ การทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ด้วยดีไซน์จาก Peter Horbury (Lotus Design Center) มอบความสบายระดับ SUV และ สมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และ ด้วยราคาคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 869,000 บาท
• Performance: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 315 กิโลวัตต์ แรงบิด 595 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แม้บรรทุกหนักก็ยังทรงพลังพร้อมเดินทางไปทุกที่ทุกเส้นทาง
• Full security: ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน อาทิ ICC / ACC / AEB / FCW / LKA / ELKA / LDW / LCA / BSD / DOW / RCT รวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะทั้งแบบแอคทีฟและแพสซีฟ
• Capability: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ รองรับการไต่เขาได้ชันถึง 95% บรรทุกได้ 1,030 กก. และลากจูงได้สูงสุด 3 ตัน
• Design & Comfort: ออกแบบโดย Peter Horbury จาก Lotus Design Center มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.33 ห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษเพียง 35 เดซิเบล พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวลเทียบเท่ารถ SUV ระดับหรู
• Intelligence: ติดตั้งหน้าจออัจฉริยะคู่ และ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา เพื่อทัศนวิสัยที่ปลอดภัย
• Fuel vs. Diesel Savings: ด้วยค่าพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลอย่างมาก ผู้ใช้รถกระบะพลังงานใหม่สามารถประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 5,500 บาทต่อเดือน (สำหรับการใช้งานปกติวันละ 100 กม.) เมื่อเทียบกับการใช้งานรถกระบะน้ำมันดีเซลทั่วไป

RIDDARA ECON Series (Tool & Utility pickups zone trades & professional use) รถกระบะพลังงานใหม่อเนกประสงค์เพื่อการใช้งาน ตัวช่วยในการทำธุรกิจสำหรับมืออาชีพ ปฏิวัติวงการรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ มุ่งเน้นความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการ โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท
• Efficiency: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 180 kW แรงบิด 309 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9 วินาที ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงถึง 97%
• Agility: รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 6.1 เมตร เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งในเมือง
• Strong Loading Capacity: รองรับน้ำหนักบรรทุก 1,030 กก. และ ลากจูงสูงสุด 2,500 กก. เทียบเท่ากระบะทั่วไป
• Maintenance cost: `ค่าบำรุงรักษาต่ำ เช็คระยะทุกๆ 20,000 กม. ด้วยงบประมาณเข้าเช็คระยะเพียง 1,000 บาท

การปรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย (Vehicle Customization)
RIDDARA ออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็น "โซลูชัน" สำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ผ่านความสามารถในการปรับแต่งที่ยืดหยุ่น:
• Commercial Transportation: สามารถดัดแปลงเป็นรถตู้ขนส่ง มีพื้นที่เก็บของกว้างขวางพิเศษ พร้อมระบบจัดเก็บและจ่ายพลังงานประสิทธิภาพสูง
• Drone Operator Work Category: การดัดแปลงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโดรน ผู้ควบคุมโดรนอัจฉริยะเลือกใช้รถกระบะพลังงานใหม่ เพราะมีฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้โดรนได้เป็นอย่างดี
• Outdoor Camping Lifestyle: ดัดแปลงเพื่อการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ ตั้งแคมป์ปิ้งนอกสถานที่ เป็นพื้นที่ใช้สอยใหม่เพื่อยกระดับชีวิตครอบครัว

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน
RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA ภายในงาน Motor Show 2026 รับส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท
RIDDARA RD6 ราคาพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จองในงาน!
• RIDDARA RD6 86kWh 4WD เหลือเพียง 1,149,000 บาท จาก 1,299,000บาท (ลด 150,000 บาท)
• RIDDARA RD6 86kWh 2WD เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,159,000 บาท (ลด 160,000 บาท)
• RIDDARA RD6 73kWh 4WD เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,149,000 บาท (ลด 150,000 บาท)
• RIDDARA RD6 73kWh 2WD เหลือเพียง 869,000 บาท จาก 999,000 บาท (ลด 130,000 บาท)

Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน
RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน Motor Show ครั้งที่ 47 แยกตามรุ่นดังนี้:

RIDDARA RD6
• อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30%
สำหรับ RIDDARA RD6 ทุกรุ่นย่อย
• แคมเปญจอง 2,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 20,000 บาท รวมเงินจอง
• รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ150,000 กม.
• รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
• ฟรี แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet usage) 2 GB นาน 1 ปี
• ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่
• ฟรี RIDDARA โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง
• ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี RIDDARA ECON
• อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30%
สำหรับ RIDDARA ECON 63 kWh 2WD
• รับ RIDDARA Gift package มูลค่า 20,000 บาท*
• แคมเปญจอง 1,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 10,000 บาท รวมเงินจอง
• ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี
• รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ 150,000 กม.
• รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
• ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

RIDDARA ผู้เชี่ยวชาญด้านรถกระบะพลังงานใหม่ ได้ร่วมกับ ZEEDA ENERGY ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน และ iGreen+ ผู้เชี่ยวชาญด้านการชาร์จไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะ เพื่อมอบบริการระบบนิเวศการชาร์จที่ครอบคลุม รองรับทุกสถานการณ์การใช้งาน เพื่อประสบการณ์ที่สะดวกสบายและ ไร้กังวลสำหรับผู้ใช้งานทุกคน โดยปัจจุบันมีสถานีชาร์จมากกว่า 300 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งมีสถานีชาร์จบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 60 สถานี ความร่วมมือการสร้างระบบนิเวศการชาร์จไฟแบบครบวงจร โดยมีผู้บริหารจาก RIDDARA ร่วมกับ ZEEDA ENERGY และ iGreen+ ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี3

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ "FUNCTION AS A PICKUP, DRIVE AS AN SUV" และ พิสูจน์ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับได้ที่บูธ RIDDARA ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสสมรรถนะจริงของ RIDDARA RD6 และ RIDDARA ECON สามารถลงทะเบียนดลองขับรถได้ที่บูธ RIDDARA ภายในงานโดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่
Website: http://th.riddara.com
Facebook: Riddara Thailand

07 กันยายน 2567

‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2024’ สัมผัสยนตรกรรมในเครือฯ จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่

ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Ultimate Deals of the Year’ มาพร้อมหลากข้อเสนอคุ้มที่สุดแห่งปี 11-15 กันยายนนี้ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน


บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลตี้ครบวงจร จัดงานใหญ่ประจำปี ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2024’ ยกทัพยนตรกรรมในเครือ ครบทุกแบรนด์ จัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อม ‘The Ultimate Deals of the Year’ ข้อเสนอพิเศษแห่งปีที่ยากจะปฏิเสธ ระหว่างวันที่ 11-15 กันยายนนี้ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน 


ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นับเป็นโอกาสดี ที่เราได้จัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ประจำปีขึ้นอีกครั้ง กับ ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2024’ ที่ได้ยกขบวนยนตรกรรมในเครือ มาให้สัมผัสอย่างครบครันทุกเซกเมนต์ พร้อมแคมเปญพิเศษที่ต้องบอกว่าดีที่สุดแห่งปี โดยปีนี้มีไฮไลท์ คือ งานประมูลยนตรกรรมระดับพรีเมียมในเครือฯ ที่เพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกบริเวณ Parc Paragon ในวันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2567 โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และขอขอบคุณพื้นที่ดีๆ จากพันธมิตรทางธุรกิจของเราอย่าง สยามพารากอน ที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์คสำคัญของนักช็อปจากทั่วทุกมุมโลก รับรองว่ามางานนี้งานเดียว ได้เก็บเกี่ยวความคุ้มค่าแบบเต็มๆ แน่นอนครับ”

คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “ความพิเศษของการจัดงาน MGC-ASIA Mobility Expo เหนือสิ่งอื่นใด คือ ความมั่นใจของลูกค้าที่จะต้องได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจ ทั้งในด้านสินค้าและการบริการ ทำให้ MGC-ASIA Mobility Expo เป็นงานที่คนรักรถตั้งตารอ โดยในปีนี้ นอกจากพื้นที่การจัดงานที่ยิ่งใหญ่กว่า 2,500 ตารางเมตร รวม 6 พื้นที่ ครอบคลุมทั้งชั้น M ชั้น 1 และชั้น 3สยามพารากอน ยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถในงาน และส่งมอบในเวลาที่กำหนด จะได้ที่รับสิทธิ์ที่จอดรถฟรีสูงสุดนาน 1 ปี และรับสยามกิฟท์การ์ด รวมมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถในงาน ราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิสมาชิกบัตร ONESIAM BLACK  ซึ่งเป็นบัตรสำหรับสมาชิกระดับสูงสุด เพื่อรับสิทธิประโยชน์สำหรับลักชัวรีไลฟ์สไตล์พร้อมสัมผัสความลักชัวรีแบบเอ็กซ์คลูซีฟมากกว่าที่เคย”


++ Rolls-Royce อัครยนตรกรรมที่หรูหราที่สุดในโลก

โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก จัดทัพยนตรกรรมที่ได้การยอมรับว่าหรูหราและดีที่สุดในโลก จัดแสดงให้ได้ชมกันแบบตื่นตาตื่นใจ นำโดย Black Badge Cullinan อัครยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ สมทบด้วยรุ่นยอดนิยมอย่าง Ghost และ Spectre ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%

สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน และรับมอบรถยนต์ภายในเดือนตุลาคม 2567 รับบัตรโดยสารการบินไทย ชั้นธุรกิจ ไป-กลับที่ใดก็ได้ในยุโรป จำนวน 2 ที่นั่ง* หรือ รับประสบการณ์สุดพิเศษ ‘A Day in Goodwood, England’* เยี่ยมชม The Home of Rolls-Royce แบบใกล้ชิด หรือ รับ Siam Gift card มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท*

++ Aston Martin การผสมผสานรูปลักษณ์และความเร็วอย่างลงตัว

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก จัดเต็มภายในงานนี้ โดยนำหลากหลายยนตรกรรมพันธุ์แรงรุ่นไฮไลท์มาจัดแสดงให้ชมกันแบบตระกานตา อาทิ Vantage F1 Edition, DBX707, DB12 และ DB12 Volante ภายใต้คอนเซปต์ ‘Style Meets Speed’ พร้อมความร่วมมือกับลักชัวรี่แบรนด์ชื่อดัง ‘HUGO BOSS’และ ‘VALENTINO’ ในการรังสรรค์สินค้าไลฟ์สไตล์ในรูปแบบลิมิเต็ด อิดิชั่น รวมถึงเวอร์คช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘The Art of Cocktail Mix’

พิเศษ! จองรถภายในงานและรับรถภายในเดือนกันยายน 2567 รับบัตรโดยสารสายการบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ลอนดอน 2 ที่นั่ง* หรือ รับประสบการณ์พิเศษ ‘A Factory Tour, Visit The Home of Aston Martin’ ที่ประเทศอังกฤษ มูลค่า 40,000 บาท จำนวน 2 ท่าน* หรือ รับ Siam Gift card มูลค่า 20,000 บาท*

++ Maserati มนต์เสน่ห์แห่งความเป็น Italian Luxury ฉลองครบปีที่ 110

มาเซราติ จัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์ภายใต้คอนเซปต์ ‘Itallian Luxury’ นำโดยซูเปอร์คาร์รุ่น MC20 ที่ล่าสุดได้รับการนำไปเพิ่มดีกรีความดุดันแบบรถแข่ง ภายใต้ชื่อ ‘GT2 Stradale’ สมทบด้วยรุ่น Grecale Trofeo เอสยูวีพลังแรง และ Grecale Folgore เอสยูวีพลังไฟฟ้ารุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของค่ายตรีศูล

ลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับ ‘Maserati Corse Program GT Am, Warm Up On Track’ บนสนามแข่ง Autodromo di Modena ประเทศอิตาลี* Siam Gift card มูลค่า 20,000 บาท* และรับเชิญเป็นสมาชิก Maserati Owners Club Thailand

++ XPENG ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค

บริษัท เอ็กซ์ โมบิลิตี้ พลัส จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เอ็กซ์เผิง ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค จัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์รุ่น G6 อัลตราสมาร์ทเอสยูวีคูเป้ นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมเทคโนโลยี A.I. และ 800V Silicon Carbide (SiC) Architecture ชาร์จไฟได้เร็วกว่ารถไฟฟ้าทั่วไป 2 เท่า ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ล้ำสมัยที่สุด รุ่น G6 Standard Range ราคา 1,439,000 บาท* และ G6 Long Range ราคา 1,599,000 บาท* มาพร้อมการรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่า 30,000 บาท* ติดตั้ง Wall Box ขนาด 7.4kW มูลค่า 35,000 บาท* ฟรี! Premium Roadside Assistance 5 ปี* และเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา มูลค่า 6,000 บาท* XPENG x OR Collaboration รับส่วนลดราคาชาร์จ 15%* สำหรับการชาร์จไฟที่สถานีชาร์จ EV Station Pluz* และสถานี DC Charger ที่โชว์รูม XPENG ทั่วประเทศ*ลงทะเบียนทดลองขับภายในงาน รับหมวก XPENG LIFESTYLE

++ ZEEKR ยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชัวรี่

บริษัท ซี โมบิลิตี้ พลัส จำกัด เชิญสัมผัสและเปิดประสบการณ์ใหม่ กับ ZEEKR X  และ ZEEKR 009 โดยเฉพาะ ZEEKR 009 เอ็มพีวี ดีไซน์ที่สุดแห่งแรงบันดาลใจในการสรรสร้างสุนทรียภาพของการเดินทางรูปแบบใหม่ สะท้อนทุกความหรูหราเหนือระดับ เช่นเดียวกับ ZEEKR X เอสยูวีหรูหราขนาดกะทัดรัด ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคปัจจุบัน พร้อมราคาเร้าใจ Standard RWD เริ่ม 1,199,000 บาท* และ Flagship AWD เริ่ม 1,349,000 บาท* รับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร* รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร* ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี และฟรี! VReMT Wallbox มูลค่ากว่า 50,000 บาท

++ Millennium Auto Group นำกองทัพรถหรู ทุกรุ่น ทุกสายพันธุ์ ให้คุณได้สัมผัส

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัดเต็มเพื่อสาวกยนตรกรรมในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป อยากดูรุ่นไหน รวมไว้ที่เดียว ทั้ง BMW, MINI และ BMW MOTORRAD มีครบทั้งรถน้ำมัน, รถไฟฟ้า 100%,รถปลั๊ก-อินไฮบริด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

ข้อเสนอพิเศษ

• ทุกการจอง รับฟรี คูปองเช่ารถ SIXT สูงสุด มูลค่า 1,000 บาท* และส่วนลดการจองตั๋วเครื่องบิน

   สูงสุด มูลค่า 4,000 บาท*

• จองและออกรถ รับฟรี

1) iPhone 16 Pro 256 GB มูลค่า 48,900 บาท*

2) บัตรจอดรถฟรี Siam Paragon นาน 6 เดือน (จำนวนจำกัด)*

3) รับ Siam Gift card มูลค่า 20,000 บาท เมื่อจองและรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น*

4) สิทธิพิเศษ ส่วนลด 50% ซื้อตั๋วเครื่องบินจากการบินไทย*

5) สมาชิก MOBILIFE ลุ้นรับคะแนนและของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท (ทุก 100,000 บาท รับ 1 คูปองลุ้นโชค)*

6) ผ่อนเงินจองและเงินดาวน์ 0% นาน 6 เดือน หรือแลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% จากบัตรเครดิตชั้นนำ*

BMW

• ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 4 ปี*

• ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 3 ปี*

• อัปเกรด BSI สูงสุด 6 ปี*

• ฟรี BMW Wall Box*

MINI

• The All-New MINI Cooper SE ราคาเพียง 1.699 ล้านบาท วิ่งได้ไกลถึง 402 กิโลเมตร*

• The First-Ever All-Electric MINI Aceman ราคาเพียง 1.99 ล้านบาท*

• ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*

• เลือกรับดอกเบี้ย 0%* ทุกรุ่น หรือ ผ่อนนานสูงสุด 65 เดือน (สำหรับรุ่นปัจจุบัน)*

BMW MOTORRAD

• ออกรถ 0 บาท*

• ดอกเบี้ยพิเศษ 0%*

• รับส่วนลดเงินสด สูงสุด 600,000 บาท* 

++ PEUGEOT ‘Lucky Number 777’ ค้นหาความโชคดีจากเลข 7 กับโปรดีที่สุดที่เคยมี

บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ สัญชาติฝรั่งเศส มาในธีม Lucky Number 777 มาร่วมค้นหาความโชคดีจากเลข 7 กับโปรดีที่สุดที่เคยมี โดยไฮไลท์สำหรับงานนี้ คือ New Peugeot 408 รถยนต์สปอร์ต ฟาสแบ็ค ครอสโอเวอร์ (Fastback Crossover) มาพร้อมเครื่องยนต์สันดาป ราคาเริ่มต้นเพียง 1.549 ล้านบาท และอีกหลายรุ่น ที่มาพร้อมโปรโมชั่นเฉพาะงานนี้เท่านั้น โปรแกรมบำรุงรักษา Peugeot Value Care นานสูงสุด 7 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร* การรับประกันคุณภาพสูงสุด 7 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร*การบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง*พร้อมรับคะแนนสะสมจาก MGC-MOBILIFE เพิ่ม 70,000 คะแนน หรือ Siam Gift Card 10,000 บาท* พิเศษ! เพียงจองและรับรถยนต์ The New Peugeot 408 Allure และ The New Peugeot 408 Allure Plus ภายในงาน เลือกรับสิทธิพิเศษจาก เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล คือ ที่พัก Intercontinental หัวหิน 2 คืน* หรือ คอร์ส Michelin Star ร้านโพทง* หรือ Chaopraya Dining Cruise Package

++ Jeep ‘Famous for freedom–การผจญภัย ไร้ขอบเขต’

บริษัท จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด มากับคอนเซปต์ ‘Famous for freedom-การผจญภัย ไร้ขอบเขต’ กับแคมเปญ Lucky Number 777 +70,000 กับสองยนตรกรรมไฮไลท์ คือ New 2024 Jeep Wrangler Rubicon และ All-new Grand Cherokee Summit Reserve 4xe Plug-in Hybrid โดยทั้ง 2 รุ่น ราคาเริ่มต้น 5.49 ล้านบาท มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ขยายเวลาการบำรุงรักษา Jeep Service Care นานสูงสุด 7 ปี หรือ 135,000 กิโลเมตร* การรับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 7 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร* บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง* การรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่สูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร สำหรับ Jeep Grand Cherokee* พร้อมรับคะแนนสะสมจาก MGC-MOBILIFE เพิ่ม 70,000 คะแนน* และ Siam Gift card 20,000 บาท*

พิเศษ! Golden Hour สำหรับลูกค้า จี๊ป รับส่วนลดการซื้ออุปกรณ์ Mopar 30%* (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) และลดเพิ่มอีก 10%* สำหรับลูกค้าที่จองรถ Jeep ในงานเท่านั้น

++ Summit Honda ‘เลือกความมั่นใจ พาคุณไปได้ไกลกว่า’

บริษัท ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ฮอนด้า อย่างเป็นทางการ จัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์ New Honda Civic e:Hev RS และ New Honda Civic 1.5 ลิตร VTEC TURBO

มาพร้อมอีกหลายรุ่นยอดนิยม และพิเศษกับ THE EXCLUSIVE DEAL

ต่อที่ 1 จองปุ๊บ เที่ยวปั๊บ - รับทันทีคูปองส่วนลด 50% สำหรับรถเช่า SIXT จำนวน 5 ใบ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ภายในงาน*

ต่อที่ 2 พิเศษ! สายช็อป - รับบัตร Siam Gift Card มูลค่า 2,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ HONDA CR-V TURBO และ HONDA WR-V RS ภายในงาน*

ต่อที่ 3 เอกสิทธิ์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ

สิทธิพิเศษสมาชิก MOBILIFE รับคะแนน x3 สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ HONDA CR-V TURBO

และ HONDA WR-V RS ภายในงาน และรับรถยนต์ภายในเดือนตุลาคม 2567*

++ รถเช่า SIXT, MGC Marine และ MGC Aviation ครบถ้วนบริการ ทั้งบก-น้ำ-อากาศ

ซิกท์ ประเทศไทย หนึ่งในผู้ให้บริการรถเช่าระยะสั้น มาตรฐานระดับโลกจากประเทศเยอรมนี ร่วมหยิบยื่นข้อเสนอสุดคุ้มค่า ให้กับลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับคูปองเช่ารถกับ SIXT มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ขณะที่ เอ็มจีซี มารีน แอนด์ ชาร์เตอร์ (เอเชีย) ผู้นำเข้าและจำหน่ายเรือยอทช์ อะซิมุท จากประเทศอิตาลี และเรือแม่น้ำ คริส-คราฟท์ จากสหรัฐอเมริกา มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก MGC-MOBILIFE แลก 10,000 คะแนน รับส่วนลดบริการเช่าเหมาลำเรือ มูลค่า 10,000 บาท* บริการสุดพิเศษจาก เอ็มจีซี เอวิเอชั่น ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ รวมถึงบริการอื่นๆ เพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับส่วนลดจองบัตรโดยสารสายการบิน มูลค่าสูงสุด 4,000 บาท* สำหรับการเดินทางต่างประเทศ 





สิทธิพิเศษสมาชิก MGC-MOBILIFE สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน

1.    Lucky Surprise! รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ แจกฟินกว่า 100 รายการ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท* อาทิ ทริปล่องเรือสุดเอ็กซ์คลูซีฟ, ที่พักโรงแรมเครือดุสิต 3 วัน 2 คืน, LA MER Giftset, คะแนน MGC Points และอีกมาก

2.    รับฟรี MOBILIFE PACKAGE มูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท* อาทิ ส่วนลดจาก SIXT, MMS, TWG TEA และอื่นๆ

3.    สมัครสมาชิกใหม่ รับทันที 1,000 MGC Points และรับ Signature Luxury Facial Voucher จาก LA MER มูลค่า 5,000 บาท*

4.    รับฟรีเครื่องดื่มจาก Cha Bar เมื่อแลกคะแนน*

สิทธิพิเศษ ลูกค้า Serenade

-     รับ เอไอเอส พอยท์ สูงสุด 10,000 คะแนน* รวมมูลค่า 200,000 บาท* เมื่อจองรถภายในงาน

สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำอาทิ SCB Card X, KTC, ttb และ กรุงศรี

-     ผ่อนเงินจอง 0% นานสูงสุด 6 เดือน*

-     ใช้คะแนนแลกเครดิตเงินคืน สูงสุด 30%*

-     แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 48,000 บาท*

-     ฟรี Starbucks Card มูลค่า 3,600 บาท* และแลกคะแนนเครดิตเงินคืน 12%*



*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด