แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อสังหาริมทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อสังหาริมทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด

11 มิถุนายน 2569

CP LAND เร่งเกมบ้านหรูภูมิภาค ส่ง 'SŌLVANI' เจาะกำลังซื้อคุณภาพนครสวรรค์–พิษณุโลก


ประกันโครงสร้าง 10 ปี ต่อยอดกลยุทธ์ Premium Regional Living พร้อมดึง อ.คฑา ถ่ายทอดศาสตร์ ฮวงจุ้ยเพื่อคุณภาพทุกชีวิต

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเริ่มขยายการลงทุนจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค เพื่อตอบรับกำลังซื้อคุณภาพที่มองหาที่อยู่อาศัยมาตรฐานสูงใกล้บ้านเกิด




บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัต่อยอดพอร์ตที่อยู่อาศัยแนวราบระดับพรีเมียมพย์ของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์  เดินหน้า เปิดเกมบ้านหรูภูมิภาค 2 จังหวัด มูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาท โครงการ SŌLVANI NAKHONSAWAN (โซลวานี นครสวรรค์) และ SŌLVANI PHITSANULOK (โซลวานี พิษณุโลก) อย่างเป็นทางการ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ของแต่ละเมืองเข้ากับมาตรฐานการอยู่อาศัยสมัยใหม่ พร้อมชูจุดแข็งด้านคุณภาพการก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และการรับประกันโครงสร้างบ้านนานถึง 10 ปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่โดดเด่นของตลาดบ้านเดี่ยวในภูมิภาค

การเปิดตัว SŌLVANI ทั้งสองโครงการ สะท้อนทิศทางการเติบโตของ CP LAND ในตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม โดยมุ่งตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงครอบครัวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัย ความเป็นส่วนตัว สภาพแวดล้อม และมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว 

คุณดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานธุรกิจที่อยู่อาศัย กล่าวว่า “ตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในหัวเมืองเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากกำลังซื้อของผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และครอบครัวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น การตัดสินใจเลือกบ้านในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงทำเลหรือขนาดพื้นที่ แต่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการอยู่อาศัย คุณภาพงานก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และความมั่นใจในระยะยาว นครสวรรค์และพิษณุโลกเป็น 2 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือตอนล่างที่มีฐานผู้ประกอบการท้องถิ่น เจ้าของธุรกิจ บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มครอบครัวกำลังซื้อสูงเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ซัพพลายบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในตลาดยังมีจำกัด ส่งผลให้ทั้งสองจังหวัดเป็นทำเลยุทธศาสตร์ในการขยายพอร์ตที่อยู่อาศัยระดับบนของ CP LAND”



CP LAND จึงพัฒนา SŌLVANI ภายใต้แนวคิด Premium Regional Living โดยนำมาตรฐานการพัฒนาโครงการจากประสบการณ์กว่า 37 ปี มาต่อยอดสู่บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในภูมิภาค ผ่าน 4 มาตรฐานสำคัญ ได้แก่ Functional Design, Construction Quality, After-Sales Service และ Long-Term Warranty เพื่อสร้างคุณค่าการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า"

"จุดเด่นสำคัญของ SŌLVANI คือการนำเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละเมืองมาตีความเป็นงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย โดยนครสวรรค์สะท้อนแนวคิด Modern Chinese ขณะที่พิษณุโลกถ่ายทอดเสน่ห์ล้านนาผ่านแนวคิด A Touch of LANNA Charm เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความผูกพันระหว่างผู้อยู่อาศัยกับเมืองที่ตนเองเติบโต"

นอกจากคุณภาพโครงการและการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี ลูกบ้าน SŌLVANI ยังได้รับสิทธิประโยชน์ผ่าน Pri-d Loyalty Program ซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรกว่า 50 แบรนด์ และสิทธิประโยชน์มากกว่า 90 รายการ ครอบคลุมทั้งด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และบริการต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในระยะยาว” คุณดำรงศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย



อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเปิดตัวโครงการ คือการได้รับเกียรติจาก อาจารย์คฑา ชินบัญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยและการออกแบบพื้นที่เพื่อความเป็นสิริมงคล กล่าวว่า "บ้านที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่สร้างความสมดุลทั้งด้านการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสภาพแวดล้อมโดยรอบ การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทาง แสง ลม และการจัดวางพื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสม จะช่วยส่งเสริมพลังงานที่ดี ความสุข และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว"


"สิ่งที่น่าสนใจของ SŌLVANI คือการนำแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่มาผสานกับรายละเอียดที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ทำให้บ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับรากฐานทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองนั้น ๆ"

นอกจากการออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองแล้ว ทั้งสองโครงการยังพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางภายใต้แนวคิด Sol Facilities เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกช่วงวัย ประกอบด้วย Sol Lounge, Sol Living Co-Working Space, Sol Fitness, Kids Yard, Senior Yard และ Swimming Pool ที่เชื่อมโยงการพักผ่อน สุขภาพ การทำงาน และกิจกรรมของครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมการดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และระบบควบคุมการเข้าออกโครงการตามมาตรฐานบ้านระดับพรีเมียม

การเปิดตัว SŌLVANI นครสวรรค์ และ SŌLVANI พิษณุโลก ในครั้งนี้ จึงสะท้อนวิสัยทัศน์ของ CP LAND ในการยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของเมืองภูมิภาค ผ่านการพัฒนาโครงการที่ผสานคุณภาพ การออกแบบ และประสบการณ์การอยู่อาศัยเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้อยู่อาศัย ครอบครัว และชุมชนในระยะยาว





ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมโครงการ SŌLVANI นครสวรรค์ และ SŌLVANI พิษณุโลก
สอบถามรายละเอียดแบบบ้าน ราคา และข้อเสนอพิเศษได้ที่สำนักงานขายโครงการ หรือช่องทาง CP LAND Residential โทร. 02-088-0999 / Line: @cpland / Website: https://www.cpland.co.th/solvani-nakhon-sawan-and-phitsanulok/ 

#CPLAND #CPLANDProperty #AccessibleCommunitiesForLife #SŌLVANI
#SŌLVANINakhonSawan #SŌLVANIPhitsanulok #โซลวานี #โซลวานีนครสวรรค์
#โซลวานีพิษณุโลก #โครงการบ้านหรู #บ้านในเมือง #บ้านเดี่ยว #ซีพีแลนด์
#คุณภาพเพื่อชีวิต #บ้านเดี่ยวนครสวรรค์ #บ้านเดี่ยวพิษณุโลก  

11 มิถุนายน 2568

เรนวูด ปาร์ค โครงการมิกซ์ยูสระดับเมกะโปรเจกต์ของไทย

เรนวูด ปาร์ค พัฒนาโมเดลเมืองรับมือวิกฤต พลิกโฉมเมืองไทยด้วยนวัตกรรมการอยู่อาศัยแห่งอนาคตในงาน จากวิกฤต สู่ชีวิตที่มองไกล FROM CRISIS TO VISIONARY LIVING 2025

เรนวูด ปาร์ค โครงการมิกซ์ยูสระดับเมกะโปรเจกต์ของไทย เผยแนวคิดการสร้างเมืองต้นแบบเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน รองรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของทุกเจเนอเรชันภายใต้แนวคิด The World Class Community for Multigenerational Living ผ่านการออกแบบเมืองที่มีศักยภาพให้พร้อมรับมือวิกฤต ครอบคลุมทั้งโครงการไม่น้อยกว่า 7 ริกเตอร์ ระบบสาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิต พร้อมจับมือพันธมิตร ฤทธา, A49 และ PIA จัดเวทีเสวนา “จากวิกฤต…สู่ชีวิตที่มองไกล FROM CRISIS TO VISIONARY LIVING 2025” สะท้อนวิสัยทัศน์ เรนวูด ปาร์ค สู่การสร้างเมืองต้นแบบที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับวิกฤตโลก พร้อมระบบพลังงานสะอาด การบริหารจัดการน้ำ และชุมชนที่เติบโตอย่างสมดุลทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม


นางสาววรพนิต รวยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรนวูด กรุ๊ป เปิดเผยว่า เรนวูด ปาร์ค ถูกนิยามให้เป็นมากกว่าคำว่าบ้าน เพราะจุดประสงค์ในการพัฒนานั้นต้องการส่งมอบ ‘คุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ และดูแลทุกรายละเอียดให้เหมือนกับบ้านที่เราอยู่เอง’ ด้วยการลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เริ่มจากหัวใจของโครงการคือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ระบบพลังงานสะอาด บริการหลังการขายแบบ One-Stop Service รวมถึงระบบบริหารจัดการที่เป็นผู้ดูแลเอง 100% เพื่อให้มั่นใจว่าลูกบ้านจะได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในทุกวัน ภายใต้ภารกิจในฐานะผู้ออกแบบวิถีชีวิตที่ตอบโจทย์ผู้คนหลากหลายเจเนอเรชัน หลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับการส่งต่อประโยชน์คืนสู่ชุมชนโดยรอบ ผ่านการสร้างงาน การยกระดับมูลค่าของพื้นที่ และการเปิดพื้นที่บางส่วนให้เป็นสาธารณะสำหรับทุกคนได้มีส่วนร่วม เพราะตระหนักดีว่านอกจากโครงสร้างของบ้านแล้ว เราให้ความสำคัญกับคุณภาพของเพื่อนบ้าน สภาพแวดล้อม และการดูแลระยะยาว การคัดเลือกผู้อยู่อาศัยอย่างตั้งใจ เพื่อสร้างชุมชนคุณภาพที่อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน และสามารถเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างเป็นรูปธรรม

“หลังสถานการณ์ COVID-19 เราได้เรียนรู้ว่าผู้คนให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสงบ และความมั่นคงในชีวิตเพิ่มขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา เรนวูด ปาร์ค จึงถูกออกแบบให้เป็นเมืองที่พร้อมรับมือต่อความเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่โครงสร้างอาคารที่ทนแรงสั่นสะเทือนได้สูงกว่ามาตรฐานกำหนด ไปจนถึงระบบบริการมาตรฐานโรงแรมที่ทำให้ชีวิตประจำวันราบรื่นหมดความกังวล แม้ในวันที่โลกภายนอกจะไม่แน่นอน แต่ที่ เรนวูด ปาร์ค จะยังคงเป็นพื้นที่ที่มอบความรู้สึกอุ่นใจและพร้อมสำหรับอนาคตอยู่เสมอ” นางสาววรพนิต กล่าว

จากบ้านสู่วิถีชีวิตที่คิดมาเพื่ออนาคต เรนวูด ปาร์ค จึงเน้นการวางรากฐานให้แข็งแรง เพื่อรองรับคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการสร้างคอมมูนิตี้ที่สามารถเป็นศูนย์กลางของทุกคนในครอบครัว รังสรรพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีคุณค่าภายใต้แนวคิด Inclusive Community ชุมชนที่ออกแบบและพัฒนาโดยคำนึงถึงความหลากหลายของผู้คน และขยายขอบข่ายไปถึงชุมชนรอบข้าง ด้านการจ้างงาน หรือการเปิดพื้นที่สาธารณะในอนาคต “บ้านที่ดี ต้องมีเพื่อนบ้านที่ใช่ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกัน เรนวูด ปาร์ค จึงให้ความสำคัญกับ “เพื่อนบ้าน” และ “สภาพแวดล้อม” เป็นสำคัญ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสสำหรับคนทุกกลุ่มได้เข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น วันนี้พูดได้เลยว่า เรนวูด ปาร์ค พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายอย่างมีวิสัยทัศน์ แม้ในวันที่โลกไม่แน่นอน พร้อม After-Sales Service ที่ดูแลแบบ Proactive มีระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย และสื่อสารกับผู้อยู่อาศัยอย่างทันเหตุการณ์ พื้นที่แห่งการใช้ชีวิตที่ไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศ เปรียบโครงการเสมือน First-Class Destination ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนและมีความสุขในทุก ๆ วัน ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ” นางสาววรพนิต กล่าวเสริม




ด้าน รศ.ดร. โชติชัย เจริญงาม ผู้อำนวยการพัฒนาโครงการ เรนวูด ปาร์ค กล่าวว่า เรนวูด ปาร์ค เริ่มต้นจากการออกแบบระบบชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองในอนาคต โดยได้ศึกษาปัจจัยด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สภาพดิน น้ำ ลม และไฟ เพื่อประเมินความเสี่ยงทั้งในปัจจุบันและระยะยาว อาทิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไปจนถึงคุณภาพอากาศ และนำข้อมูลที่ได้เหล่านี้มาออกแบบระบบให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตข้างหน้าในเชิงวิศวกรรม เรนวูด ปาร์ค ใช้มาตรฐานขั้นสูงสุดในการวางระบบสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เสาเข็มยาวรองรับพื้นที่ที่มีกายภาพของดินที่อ่อน ระบบบำบัดน้ำเสียที่ครอบคลุมทุกจุด ระบบผลิตน้ำสะอาดสำรอง บ่อกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ไปจนถึงระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Floating Solar ขนาดกว่า 2 เมกะวัตต์ที่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้โครงการได้อย่างเพียงพอหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝัน โดยระบบสาธารณูปโภคเหล่านี้สามารถทำให้ เรนวูด ปาร์ค ดำรงอยู่ได้ด้วยตนเองในภาวะฉุกเฉินเสมือนเมืองอิสระที่มีความมั่นคงในตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ เรนวูด ปาร์ค ยังมองลึกถึงการฟื้นตัวของชุมชนจากสถานการณ์ไม่คาดฝันในระยะยาว โดยได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย โซนอยู่อาศัย โซนบริการ และโซนสาธารณะ เพื่อในอนาคตประชาชนในพื้นที่รอบโครงการสามารถเข้ามามีส่วนร่วม ใช้พื้นที่ และได้รับประโยชน์ร่วมกัน เช่น การเปิดพื้นที่วิ่ง ตลาดชุมชน และการส่งเสริมผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยในท้องถิ่นให้สามารถประกอบอาชีพภายในพื้นที่ของโครงการได้ โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้ระบบความปลอดภัยที่ควบคุมด้วยเทคโนโลยี อาทิ กล้อง CCTV จำนวนโดยประมาณที่ 650 ตัวทั่วทั้งโครงการ โดรนตรวจการณ์ และระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI “สิ่งที่เราเรียนรู้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุด เป็นการยืนยันว่าหลักการออกแบบที่เราวางไว้ตั้งแต่ต้นนั้นถูกต้องและแข็งแกร่ง เพราะเราใช้มาตรฐาน SDGs เป็นแนวทางหลักในการสร้างโครงการแห่งนี้ตั้งแต่ต้น ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางโครงสร้าง คุณภาพชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ และความสามารถในการฟื้นตัว เราไม่ได้รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ แต่เราวางระบบที่สามารถรองรับปัญหาเหล่านั้นไว้ล่วงหน้าแล้ว” รศ.ดร. โชติชัย กล่าวถึงศักยภาพของโครงการในการรับมือต่อความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น


“เรนวูด ปาร์ค ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตของชุมชนรอบโครงการ ทั้งในแง่การจ้างงาน การยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น และการช่วยเหลือชุมชนในยามเกิดภัยพิบัติ เช่น การส่งกำลังคน ระบบสูบน้ำ หรือการใช้ทรัพยากรของโครงการช่วยสนับสนุนภายนอก ที่สำคัญเรายังได้ร่วมมือกับทั้งหน่วยงานภายในประเทศและระดับนานาชาติ ทั้งภาครัฐ เช่น การไฟฟ้า การประปา และกรมโยธา เพื่อยกระดับระบบบริการในพื้นที่ รวมถึงความร่วมมือกับองค์กรระดับโลก ทั้งจากประเทศอังกฤษ จีน และสิงคโปร์ ในด้านสนามกอล์ฟ เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการให้บริการ เช่น Wentworth Golf Club , Four Seasons Hotel London At Tower Bridge , Reignwood Pine Valley Hotel เป็นต้น ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้มายังโครงการนี้โดยตรง เพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพความพิถีพิถันให้ เรนวูด ปาร์ค เป็นชุมชนที่มีมาตรฐานระดับโลก และยังคงรักษาเสน่ห์ของความอ่อนโยนแบบไทยไว้อย่างครบถ้วน”

ทั้งนี้ “เรนวูด ปาร์ค” ยังได้รับการพัฒนาสู่ต้นแบบเมืองแห่งอนาคตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ชุมชน และคุณภาพชีวิตทุกเจเนอเรชันอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการพัฒนาบนพื้นที่รวมกว่า 2,000 ไร่ ตอกย้ำวิสัยทัศน์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งอนาคต ด้วยแนวทางการออกแบบที่ผสานแนวคิดด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) อย่างสมดุล ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย ไปจนถึงการสร้างประโยชน์แก่ชุมชนโดยรอบ

ภายในโครงการถูกออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวมากถึง 700 ไร่ หรือคิดเป็น 35% ของพื้นที่ทั้งหมด พร้อมต้นไม้ขนาดใหญ่กว่า 10,000 ต้นที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศ เสริมความร่มรื่น และฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความหลากหลายทางชีวภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ การเป็นแหล่งอาศัยของนกนานาชนิด ขณะที่ระบบแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น “Heart Lake” พื้นที่กว่า 57 ไร่ และบึงโดยรอบสนามกอล์ฟอีก 89 ไร่ ได้ถูกวางระบบหมุนเวียนน้ำภายในโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ปล่อยน้ำเสียสู่ภายนอก พร้อมติดตั้งเครื่องเติมอากาศ 28 เครื่อง เพื่อรักษาคุณภาพน้ำให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนมุ่งลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ด้วยการติดตั้งระบบ Solar Floating ในบ่อรูปหัวใจ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 2 เมกะวัตต์ เสริมด้วย Solar Cell อีก 16 จุดทั่วพื้นที่ ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 400 กิโลวัตต์ รวมถึงสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 2 สถานี (รวม 6 หัวจ่าย) รองรับวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปี 2568 (ช่วงมกราคม–พฤษภาคม) โครงการสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้กว่า 5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน

ในด้านคุณภาพชีวิต เรนวูด ปาร์ค ได้จัดสรรพื้นที่เพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้อยู่อาศัยอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นลู่วิ่งและลู่จักรยานรอบโครงการระยะทางรวมกว่า 10 กิโลเมตร ห้องฟิตเนส สนามเด็กเล่น และจักรยานให้ยืม โดยออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตร่วมกันของทุกวัยอย่างแท้จริง พร้อมติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงด้วย Security Drone 13 ลำ ตลอดจนระบบสลายประจุไฟฟ้าจากฟ้าผ่าและระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าในพื้นที่สนามกอล์ฟ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมั่นใจได้ในทุกสถานการณ์

อีกหนึ่งมิติสำคัญของเรนวูด ปาร์ค คือการคืนคุณค่าให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้พักอาศัยมีส่วนร่วมในการลดขยะผ่านโครงการ “ขวดแลกไข่” ซึ่งสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติกและกระป๋องได้กว่า 1 ตันในปีเดียว พร้อมเริ่มโครงการทำปุ๋ยหมักจากใบไม้เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี เสริมความมั่นคงทางอาหารด้วยกิจกรรมเกษตรพอเพียง ทั้งการปลูกผักสวนครัวและเลี้ยงไก่ไข่ รวมถึงการสนับสนุนภาครัฐและชุมชนโดยรอบ เช่น การบริจาคที่ดิน 4 ไร่ เพื่อจัดตั้งสถานีไฟฟ้าย่อยขนาด 100 เมกะวัตต์ ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพการจ่ายไฟในพื้นที่ และการสนับสนุนอุปกรณ์บรรเทาน้ำท่วมในฤดูฝน เรนวูด ปาร์ค จึงไม่ใช่เพียงแค่โครงการที่พักอาศัย แต่คือการสร้างระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิตที่สมดุลระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และชุมชน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนในทุกมิติอย่างแท้จริง

หากพิจารณาถึงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2566-2570 ที่กำหนดทิศทางการเติบโตของจังหวัดให้เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยคุณภาพ โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการขยายตัวของเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านระบบคมนาคม สาธารณูปโภค พื้นที่สีเขียว และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และการมีสุขภาวะของประชาชนในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะพื้นที่ลำลูกกา ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเมืองใหม่ท่ามกลางธรรมชาติและความเจริญ

ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์นี้ จังหวัดปทุมธานีมุ่งสร้างการเติบโตที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการให้ท้องถิ่นมีบทบาทในการร่วมวางแผนและบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้โครงการพัฒนาเมืองคุณภาพอย่าง เรนวูด ปาร์ค สามารถดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาจังหวัด พร้อมเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในระยะยาวต่อไป 

13 พฤษภาคม 2568

ัสัมผัสนิยามใหม่ของการอยู่อาศัยกับ ลักซ์ริวา เรสซิเดนเซส

สัมผัสนิยามใหม่ของการอยู่อาศัยกับ ลักซ์ริวา เรสซิเดนเซส  บ้านเดี่ยวหรูใจกลางนครศรีฯ ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุด ตอกย้ำทุกฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต พร้อมรับประกัน 10 ปี*

13 พฤษภาคม 2568 – กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ถ่ายทอดแนวคิด “นิยามใหม่ เหนือระดับแห่งการใช้ชีวิต” ผ่านโฆษณาโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี LUXRIVA RESIDENCES ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อนำเสนอวิถีการอยู่อาศัยที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านความสวยงามหรือดีไซน์แต่ยังเข้าใจลึกถึงฟังก์ชันการใช้งานจริงของทุกช่วงวัยพร้อมผสานความหรูหราเข้ากับแนวคิดเรื่องความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตอย่างลงตัว

นางศศินันท์ ออลเเมนด์ ผู้อำนวยการบริหาร กลุ่มงานยุทธศาสตร์การตลาด การสร้างแบรนด์ และสื่อสารองค์กร กล่าวว่า  การสื่อสารผ่านโฆษณาชุดนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากการเน้นสร้างภาพลักษณ์ภายนอกแต่เป็นการถ่ายทอดแนวคิดที่เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการจากบ้านในปัจจุบัน จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เราพบว่า ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคไม่จำกัดแค่เรื่องดีไซน์หรือฟังก์ชันพื้นฐานเท่านั้นแต่ต้องการพื้นที่ที่รองรับทุกด้านของการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์ ทั้งการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกวัย ความยืดหยุ่นในฟังก์ชันการใช้งาน และการสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมสุขภาวะและความสัมพันธ์ในครอบครัว โฆษณานี้จึงเป็นการนำแนวคิดเหล่านั้นมาถ่ายทอดผ่านการออกแบบที่เข้าใจผู้บริโภคจริงๆโดยการให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งาน เช่น ห้องนั่งเล่นที่สามารถใช้ได้หลายกิจกรรมพื้นที่โถงสูงที่ระบายอากาศได้ดีและห้องนอนที่แยกเป็นสัดส่วนเพื่อรองรับความต้องการของสมาชิกหลายเจเนอเรชัน รวมถึงพื้นที่ที่รองรับการอยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่สำคัญในปัจจุบัน การสื่อสารในโฆษณาจึงไม่ใช่แค่การเน้นดีไซน์ แต่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติและสถาปัตยกรรม ผ่านแสงธรรมชาติ ต้นไม้ และ การออกแบบพื้นที่สีเขียวที่ช่วยลดการใช้พลังงาน พร้อมทั้งสะท้อนถึงความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมที่เราให้ความสำคัญอย่างมาก


 CP LAND เราเชื่อว่า การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คือการเข้าใจชีวิตจริงของลูกค้าและออกแบบพื้นที่ที่มีความหมาย สอดคล้องกับแนวคิด ‘คุณภาพเพื่อทุกชีวิต’ ที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านการใช้งาน สุขภาวะ และความยั่งยืนในระยะยาว

LUXRIVA RESIDENCES ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพย่านพัฒนาการคูขวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการนี้โดดเด่นด้วยงานออกแบบที่ผสานความโมเดิร์นเข้ากับเอกลักษณ์ท้องถิ่นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายผ้าพื้นเมืองและโทนสีธรรมชาติ ถ่ายทอดบรรยากาศสงบและร่มรื่น ผ่านการจัดวางพื้นที่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติและช่วยให้เกิดการระบายอากาศที่ดี ช่วยประหยัดพลังงานและส่งเสริมสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย แนวคิดเรื่องความหรูหราที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน สะท้อนผ่านการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการออกแบบพื้นที่สีเขียวที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทั้งความสะดวกสบายและความรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมชาติไปพร้อมกัน

LUXRIVA RESIDENCES จึงไม่เพียงแค่บ้านหรู แต่ยังเป็น "บทนิยามใหม่ของการอยู่อาศัย" ที่ผสมผสานความหรูหรา ความสงบ และ ความยั่งยืนเข้าด้วยกัน

รับชมโฆษณาเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจนี้ได้แล้ววันนี้ที่
https://www.youtube.com/watch?v=MUjD3usD3MI


พิเศษ! เมื่อจองบ้านในโครงการ LUXRIVA RESIDENCES
ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2568 พร้อมรับฟรี Tesla Model 3** รถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำจากแบรนด์ระดับโลก ทันที! สองโอกาสที่ทำให้คุณเป็นเจ้าของทั้งบ้านหรูและยนตรกรรมพลังงานสะอาดแห่งอนาคตในคราวเดียว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายเข้าชมโครงการ
LINE OA: @LUXRIVA คลิก >> https://bit.ly/3OwNCWF
Website: www.LUXRIVARESIDENCES.com
โทร: 02-088-0999

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนเเปลงโดยไม่ต้องเเจ้งล่วงหน้า
**ข้อเสนอจำกัดเฉพาะลูกค้าที่จองและโอนกรรมสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น

#CPLAND #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #AccessibleCommunitiesForLife  #CPLANDProperty #LUXRIVAResidences #LUXRIVANakhonSiThammarat #LUXRIVAModernTropical #ลักซ์ริวาเรสซิเดนเซสนครศรีธรรมราช #โครงการบ้านหรู #บ้านเดี่ยวนครศรีธรรมราช #บ้านในเมือง #โครงการใหม่นครศรีธรรมราช #ซีพีแลนด์  #ซีพีแลนด์รับประกัน10ปี #CPLAND10YearsWarranty

18 มีนาคม 2568

CP LAND Knock Out Deals! เปิดโปรฯสังเวียนเดือด

ยกทัพบ้านและคอนโด 5 แบรนด์ใหม่ ร่วมมหกรรมบ้านและคอนโด ลดสูงสุด 2 ลบ.* 20-23 มี.ค.นี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 


18 มีนาคม 2568 – กรุงเทพฯ –  บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย   พร้อมเปิดศึกโปรฮุกลั่น สนั่นสังเวียน ยกทัพบ้านเเละคอนโดแบรนด์ใหม่ ทั้ง 5 โครงการใหม่ ครอบคลุมทำเลเด็ดทั่วประเทศ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และคุ้มค่าเเก่การลงทุน ปล่อยหมัดฮุก น็อกทุกดีล กับ ข้อเสนอสุดพิเศษ มอบส่วนลด สูงสุด 2 ล้านบาท* รับทองทุกยูนิต* รับประกันคุณภาพที่อยู่อาศัยนานถึง 10 ปี* และ ข้อเสนอพิเศษอื่นๆอีกมากมาย พบกับ 5 โครงการคุณภาพจาก CP LAND ก้าวเข้าสู่สังเวียนอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่  ที่พร้อมให้คุณเลือกเป็นเจ้าของ

SOū& Khon Kaen (โซ–แอนด์ ขอนแก่น)  คอนโดมิเนียม Low–Rise 8 ชั้น สำหรับคนรุ่นใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Play Unbound, Live Inspired สนุกอย่างไร้ขีดจำกัด สู่แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต’ ผสานความโมเดิร์นและไลฟ์สไตล์ที่อิสระ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบมาเพื่อคนนิวเจนอย่างแท้จริง เริ่มต้นเพียง 1.89 ล้านบาท* RI–NÉ Khon Kaen (รี–เน่ ขอนแก่น) คอนโดมิเนียม High–Rise 31 ชั้น ระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้คอนเซปต์ ‘Craft Your Finest Life  ความเรียบง่ายที่สมบูรณ์แบบ’ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เรียบหรูและแนวคิดที่สะท้อนความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย เน้นความสงบและผ่อนคลาย แต่ยังคงมอบความสะดวกสบายเหนือระดับ มาพร้อม Double Sky Facility ส่วนกลางลอยฟ้า 2 ชั้น เริ่มต้นเพียง 2.39 ล้านบาท*

SŌLVANI Nakhon Sawan (โซลวานี นครสวรรค์) บ้านเดี่ยวหรูระดับพรีเมียม สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่า กับบ้านสไตล์ Modern Chinese ที่ลงตัวทั้งฟังก์ชันและความงดงามของการออกแบบที่เหนือกาลเวลา เปิดจังหวะใหม่ของการใช้ชีวิต ผ่านดีไซน์ที่แตกต่าง พร้อมสัมผัสความสุขของการอยู่อาศัยที่แท้จริง ด้วย Double Volume เพดานสูงพิเศษ 6.6 เมตร เดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวก ติดถนนพรหมนิมิตร เริ่มต้นเพียง 7 ล้านบาท* SŌLVANI Phitsanulok (โซลวานี พิษณุโลก) บ้านเดี่ยวหรูดีไซน์ใหม่ ที่สะท้อน ความทันสมัย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างลงตัว ออกแบบจากความเข้าใจถึง ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ให้คุณได้ เต็มที่กับทุกสิ่งที่หลงใหล ทั้งกิจกรรมที่รักและช่วงเวลาคุณค่ากับครอบครัว ตั้งอยู่ ใจกลางเมืองพิษณุโลก มอบความเป็นส่วนตัวท่ามกลางสังคมระดับ Elite กับ ปฐมบทแห่งการใช้ชีวิตที่โดดเด่นเอกสิทธิ์เฉพาะ 128 ครอบครัวเท่านั้น เริ่มต้นเพียง 8 ล้านบาท*

LUXRIVA RESIDENCES (ลักซ์ริวา เรสซิเดนเซส) นครศรีธรรมราช  บ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี ภายใต้แนวคิด ‘Modern-Tropical Luxury Living นิยามใหม่ เหนือระดับแห่งการใช้ชีวิต’ ชูดีไซน์การออกแบบผสมผสานเอกลักษณ์ระหว่างศิลปวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคใต้ ให้เข้ากับความร่วมสมัย ปักธงหรูที่สุดในจังหวัด ราคาเริ่มต้น 12 – 20 ล้านบาท*  เตรียมขึ้นสังเวียนอสังหาฯ สุดเร้าใจ กับ “CP LAND Knock Out Deals” ที่จะพาคุณดวลหมัดกับดีลเด็ด จัดหนักทุกโปรโมชั่น พร้อมปิดเกมความคุ้มค่าให้คุณเป็นเจ้าของบ้านและคอนโดในฝันได้ง่ายกว่าที่เคย! ตั้งแต่วันที่ 20 – 23  มีนาคม 2568 ณ Hall 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เตรียมหมัดของคุณให้พร้อมแล้วมาขึ้นสังเวียนกับเรา ที่บูธ CP LAND

โอกาสทองมีแค่ 4 วันเท่านั้น! ลงทะเบียนน็อกดีลพิเศษ >> https://bit.ly/4bBI5Jg

โทรสอบถามเพิ่มเติม 02-088-0999

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนเเปลงโดยไม่ต้องเเจ้งล่วงหน้า

#CPLANDKnockOutDeals #โปรฮุกลั่นสนั่นสังเวียน #น็อกทุกดีล #CPLAND #AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #ซีพีแลนด์ #HappinessIsAllAround #ซีพีแลนด์รับประกัน10ปี #CPLAND10YearsWarranty #มหกรรมบ้านและคอนโด #ลักซ์ริวาเรสซิเดนเซส #โซลวานี #รีเน่ #โซแอนด์#คอนโดขอนแก่น #ขอนแก่นน่าอยู่ #บ้านดีลดี

05 ธันวาคม 2567

เปิดตัว Once Wongamat โครงการคอนโดมิเนียมหรูไอคอนใหม่แห่งพัทยา


ออเนอร์ กรุ๊ป (Honour Group) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในพัทยา และมีชื่อเสียงด้านความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่หลากหลาย ประกาศเปิดตัว “Once Wongamat” (วันซ์ วงศ์อมาตย์) โครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูแห่งใหม่ในพัทยา ชูคอนเซปต์ “Reserve the Rarest, Deserve the Finest” ผสานความหรูหราและความยั่งยืนอย่างลงตัว กางแผนกลยุทธ์ดึงดูดกลุ่มไฮเอนด์ที่มองหาที่พักในเมืองตากอากาศ พร้อมการลงทุนบนทำเลทองของพัทยาที่มูลค่าพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ทั้งด้านการอยู่อาศัยและการลงทุน ตั้งเป้าขายหมด 548 ยูนิตภายในต้นปี 2572 




โครงการ “Once Wongamat” เป็นผลงานการพัฒนาล่าสุดของ ออเนอร์ กรุ๊ปต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการ HILTON X ONCE PATTAYA โดยได้พัฒนาโครงการฯ ต่อเนื่องบนที่ดินกรรมสิทธิ์ซื้อขาด ซึ่งนับเป็นโอกาสที่หายาก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ในพัทยาเหนือเป็นที่ดินเช่า ทำให้โครงการฯ นี้มีคุณค่าทางการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจเป็นพิเศษ ตั้งอยู่ในทำเลเด่นย่านพัทยาเหนือ ใกล้วงเวียนปลาโลมา สถานที่ที่ถือเป็นจุดแลนด์มาร์ค รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า โรงแรมระดับห้าดาว และร้านอาหารชื่อดังมากมาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่สะดวกสบายและครบครัน ด้วยความลงตัวระหว่างบรรยากาศเมืองและธรรมชาติ ในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง

ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท “Once Wongamat” กำลังจะกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ในพัทยา ด้วยอาคารสูง 239 เมตร จำนวน 56 ชั้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาคารที่สูงที่สุดในเมืองพัทยา โครงการนี้ประกอบด้วยยูนิตทั้งหมด 548 ยูนิต พร้อมวิวทะเลแบบพาโนรามาที่ครอบคลุมทั้งหาดวงศ์อมาตย์และหาดพัทยา ผสมผสานบรรยากาศธรรมชาติอันสงบเงียบเข้ากับความมีชีวิตชีวาของเมือง

คุณธิดา เชิดสุริยา ประธานกรรมการ ออเนอร์ กรุ๊ป เผยว่า “Once Wongamatไม่ใช่แค่โครงการคอนโดมิเนียม แต่เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการใช้ชีวิตและเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณค่าในระยะยาว โครงการนี้รวมความหรูหราระดับโลกเข้ากับการออกแบบเชิงชีวภาพ (Biophilic Design) ที่เชื่อมโยงผู้อยู่อาศัยกับธรรมชาติ พร้อมด้วยทำเลที่หายากบนที่ดินแบบฟรีโฮลด์ ทำให้ The Once Wongamat เป็นโครงการที่มีศักยภาพสูงสำหรับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนซึ่งเป้าหมายของเราคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตของเมืองพัทยาให้เป็นศูนย์กลางที่ทันสมัย โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของออนเนอร์ กรุ๊ป ในการสร้างสรรค์อสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืน มีคุณค่า และตอบโจทย์อนาคต”

Biophilic Design: ความหรูหราที่ผสานความยั่งยืนอย่างสมบูรณ์แบบ
ด้วยแนวคิด “Tropical Paradise & Sustainable Luxury” โครงการนี้นำหลักการออกแบบเชิงชีวภาพมาผสมผสานกับการพัฒนาโครงการได้อย่างสมดุล ด้วยคุณสมบัติการออกแบบโครงการฯ ยังคำนึงถึงแนวคิดด้านความยั่งยืนโดยมุ่งเน้นความสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้หลักการ Biophilic Design เชื่อมโยงผู้อยู่อาศัยกับธรรมชาติภายใต้บรรยากาศแบบ Tropical Paradise ที่ร่มรื่นด้วยพืชพันธุ์เขตร้อนและพื้นที่สีเขียว อีกทั้งการวางผังอาคารก็ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับทิศทางลมและแสงแดด โดยห้องพักส่วนใหญ่หันหน้าสู่ทิศเหนือและใต้ เพื่อให้ลมธรรมชาติหมุนเวียนตลอดวัน ลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ

อีกทั้งยังเลือกใช้วัสดุและโครงสร้างที่ได้รับการคัดสรรให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวกว่า2,300 ตารางเมตร สวนและต้นไม้เขตร้อนที่ให้ความสงบและความสดชื่นแก่ผู้อยู่อาศัย ความมุ่งมั่นทั้งหมดนี้ ทำให้โครงการฯ นี้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นสถานที่ที่ผู้อยู่อาศัยจะได้สัมผัสถึงความสงบ ผ่อนคลาย และความใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ฟีเจอร์พิเศษและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนือระดับ

ผู้อยู่อาศัยใน “Once Wongamat” จะได้สัมผัสกับฟีเจอร์พิเศษและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย:

1. ที่ดินแบบฟรีโฮลด์ หายากในพัทยาเหนือ เพิ่มมูลค่าการลงทุนในระยะยาว

2. เพดานสูง 3 เมตร ช่วยสร้างบรรยากาศที่โปร่งสบายและหรูหรา พร้อมรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่

3. หน้าต่างกระจกสูงจรดเพดานแบบ Full-Height ยูนิตที่มีหน้ากว้างพร้อมวิวทะเลแบบไม่มีสิ่งกีดขวาง

4. เพนท์เฮาส์พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว 6 ยูนิต มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดและบรรยากาศที่เงียบสงบ

5. การออกแบบทางเดินแบบ Single-Loaded Corridor เพิ่มความสงบและลดความวุ่นวายการใช้พื้นที่ร่วมกัน

6. ลิฟต์แบบแบ่งโซน แยกโซนลิฟต์สำหรับชั้นสูงและต่ำ เพื่อความรวดเร็วและความเป็นส่วนตัว

7. สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันบนพื้นที่ 8 ชั้น:

○ สระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้พร้อมระบบปรับอุณหภูมิ 2 สระ

○ ห้องออกกำลังกาย ห้องโยคะและพิลาทิส พร้อมอุปกรณ์ระดับพรีเมียม

○ ห้องอบไอน้ำ ห้องซาวน่า และสปาครบวงจร

○ พื้นที่สำหรับครอบครัว เช่น ห้องเกมและสนามเด็กเล่น

○ ร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ริมสระน้ำ สกายบาร์ และรูฟท็อปบาร์

○ สัดส่วนที่จอดรถมากกว่ามาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้อยู่อาศัยจะมีพื้นที่เพียงพอ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความสะดวกสบาย และให้ความสำคัญต่อประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ไร้กังวล

ตอบโจทย์ทั้งด้านการอยู่อาศัยและการลงทุนด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่า “Once Wongamat” จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัย การปล่อยเช่า และการลงทุนระยะยาว โครงการฯ ได้ยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในพัทยาขึ้นสู่ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ซึ่งทำเลแห่งนี้นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เหมาะแก่การลงทุนและการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ในขณะที่เมืองพัทยาเติบโตเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนในโครงการฯ อาคาร Iconic แห่งใหม่ที่โดดเด่นในย่านพัทยาเหนือ จะเสริมสร้างคุณค่าและความทรงจำที่ยั่งยืนและยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตแบบพรีเมี่ยมให้แก่ภูมิภาคนี้ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวและคมนาคม ทำเลนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งทั้งสำหรับการอยู่อาศัย การปล่อยเช่า และการลงทุนระยะยาว โดยโครงการฯ จะกลายเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดนักลงทุนและผู้เช่าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมส่งเสริมให้พัทยาเติบโตเป็นศูนย์กลางใหม่ ด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานความสงบและความมีสีสัน ทั้งจากโรงแรม ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้าที่รายล้อม

“The Once Wongamat” คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2572 ราคาเริ่มต้น 5.9 ล้านบาท ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.honourthailand.com/  โทร. 061 653 6599 อีเมล marketing@honourthailand.com
และติดตามข่าวสารอัพเดทโครงการได้ที่ เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/honourthailand/
หรือ LINE : https://lin.ee/dTNNRXW

19 พฤศจิกายน 2567

เซเลบริตี้เมืองไทยร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่

เซเลบริตี้เมืองไทยร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่สุนทรียะและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยสุดหรู ผ่านโครงการสุดลักชัวรี่ "Connoisseur" by SC Asset

SC Asset แบรนด์บ้านหรูอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ครอบคลุมทุกทำเลในกรุงเทพฯ เปิดประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับเซเลบริตี้ ได้สัมผัสกับความงามและคุณภาพของที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมผ่านโครงการ "Connoisseur" (คอนนาเซอร์)ภายใต้แนวคิด “SC Asset Urban Luxury Collection รังสรรค์อย่างเชี่ยวชาญ ด้วยจิตวิญญาณวิจิตรบรรจง” เกิดจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ยาวนานในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ และได้แรงบันดาลใจจาก BEAUX-ARTS ความงามร่วมสมัยเหนือกาลเวลา มาพร้อมกับ Living Solution By SC Asset นวัตกรรมใหม่ยกระดับการอยู่อาศัย เพิ่มความปลอดภัยแก่ทุกเจนเนอเรชันราคาเริ่มต้น 80 ล้านบาท เพียง 20 ครอบครัว โดย คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณพินทองทา คุณากรวงศ์ ภรรยา ให้การต้อนรับ

งานนี้มีแขกคนสำคัญมากมายทั้งนักธุรกิจชั้นนำของประเทศไทย และเซเลบริตี้ชื่อดังจากหลากหลายวงการ อาทิ คุณอ๋อง วีกฤษฎิ์ พลาฤทธิ์, คุณฟลุ๊ค วราวุฒิ อัจริยศรีพงศ์, คุณจอม มนญสินี ฟูตระกูล, คุณเฉิน ภาณุ โกยะวาทิน, คุณบิ๊ก อัครวัชร คงสิริกาญจน์, คุณเมย์ พิชญ์นาฎ สาขากร, คุณทิปปี้ สุพรทิพย์ ช่วงรังษี มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง

โดยแขกผู้มีเกียรติยังได้ร่วมรับประทานอาหารจาก เชฟโดมินิค บูเนียวด์ ดํารงตําแหน่งเชฟใหญ่ จาก โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ที่ได้รังสรรค์ผ่านแรงบันดาลใจจากโครงการ Connoisseur สู่อาหารให้ได้ลิ้มลอง ไปพร้อมกับเครื่องดื่มจาก Italasia อีกทั้งเครื่องสูตรพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะจาก Mixologist เคล้าเสียงเพลงจากวงดนตรีไวโอลิน อีกทั้งเสียงร้องทรงพลังจาก คุณเอกพันธ์ วรรณสุทธิ์ แชมป์ The Voice All Star คนแรกของเมืองไทย ที่ได้มาร่วมสร้างสีสันและความบันเทิง ทำให้ค่ำคืนพิเศษนี้อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจไม่รู้ลืม

นอกจากนั้นภายในตัวบ้านแขกผู้มีเกียรติยังได้รับชมคอลเลคชั่นใหม่จาก Club21 และผ่อนคลายไปกับแบรนด์น้ำหอมจากอังกฤษ Jo Malone London อีกทั้ง Chanintr (ชนินทร์) ที่ได้นำผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในด้าน glassmaker จากฝรั่งเศส เป็นแบรนด์คริสตัลคุณภาพระดับโลก Saint-Louis (แซงต์หลุยส์) แบรนด์เครื่องแก้วคริสตัลจากประเทศฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และมีประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่ายาวนานกว่า 400 ปี อีกทั้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษย์จาก UNESCO เมื่อปี 2566 ให้แขกในงานได้ชื่นชมเครื่องแก้วคริสตัลของ แซงต์หลุยส์ ผลงานระดับมรดกโลก

คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ได้กล่าวถึงแนวคิดและวิสัยทัศน์ของการพัฒนาโครงการ Connoisseur ว่า "SC Asset มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่ไม่เพียงแต่สะท้อนความงามและความเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังต้องสามารถตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบันได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านการออกแบบที่มีศิลปะ ความสะดวกสบายในการเดินทาง และการใช้ชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด"

โครงการ Connoisseur ได้รับการออกแบบโดยใช้แนวคิดจากศิลปะแบบ Beaux-Arts (โบซาร์) ความงามร่วมสมัยเหนือกาลเวลาสู่คฤหาสน์หรูบนทำเลพัฒนาการกับความประณีตในทุกรายละเอียดเพื่อสร้างชีวิตทรงคุณค่าให้คนรุ่นต่อไปให้ได้สัมผัสถึงความหรูหราและความงามเหนือกาลเวลา อีกทั้งฟังก์ชันพิเศษ  Duplex Super car garage & mancave และ Lifestyle room ซึ่งเป็นสเปซที่ออกแบบมาเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มลักชัวรี่ พร้อมพื้นที่เปิดรับมุมมองของบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวที่เป็น RENDEZVOUS  PARK สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ที่เป็นหัวใจของจุดนัดพบสำหรับผู้คน พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย ได้แก่ Clubhouse, Main Park, Swimming Pool, Gym by Technogym, Dining Lounge, Kids’ Club, Working Lounge, Outdoor Playground และ สนาม Mini Golf ให้คุณได้ใช้เวลาพูดคุยกับแขกคนสำคัญไปพร้อมกับการทำกิจกรรมอย่างผ่อนคลาย มั่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Triple Security ควบคุมการเข้าออกด้วยระบบ Smart Gate เชื่อมต่อกับ Application “RueJai” กล้อง CCTV รอบโครงการ อีกทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยอีกระดับด้วยรั้วกันขโมยรอบโครงการสูง 3 เมตร และทีมรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

Connoisseur ตั้งอยู่บนทำเลในซอยพัฒนาการ 32 ทำเลศักยภาพ เพียง 400 เมตร ถึง ถนนพัฒนาการ ถือเป็น คือ PRIME LOCATION รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เพียง 2.2 กิโลเมตร(กม.) ถึง ทางด่วนพิเศษฉลองรัช(รามอินทรา-อาจณรงค์), เพียง 3.8 กม. ถึง จุดขึ้นทางด่วน(มอเตอร์เวย์), เพียง 1.5 กม. ถึง ถนนพระราม9, เพียง 5 กม. ถึงทองหล่อ ที่สุดของทำเลเมือง ใกล้ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาลและศูนย์สุขภาพ ใกล้โรงเรียนนานาชาติชั้นนำทั้งโซนสุขุมวิทและกรุงเทพกรีฑา ชื่อเสียง ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างไร้กังวลและเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ทำให้เป็นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่มีคุณภาพสูงสำหรับครอบครัวที่ต้องการทั้งความสงบและการเข้าถึงเมืองได้อย่างรวดเร็วไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สวยงามและทำเลที่ตั้งที่สะดวกสบาย แต่ยังได้ใส่ใจในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับการอยู่อาศัยให้สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น สำหรับทุกเจนเนอเรชัน ผ่านการนำเอานวัตกรรมที่ทันสมัยมาติดตั้งภายในโครงการ EV Charger, ระบบประตูเข้า-ออกอัจฉริยะ Smart Gate with License Plate Recognition, ระบบตรวจจับควันและความร้อน Smoke and Heat Detectors เพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัยให้กับทุกครอบครัว, Solar-Roof House and Clubhouse บ้านและคลับเฮาส์ที่ใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์, ขจัดมลพิษทางอากาศในบ้านด้วยระบบ Air Quality Solutions และ PlotphAI Centre ระบบรักษาความปลอดภัยด้วย AI และ Smart IoT ศูนย์กลางปฎิบัติการตรวจจับ ถือเป็นอีกหนึ่งความทุ่มเทของ SC Asset ในการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านในโครงการนี้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างหรูหราและเต็มไปด้วยความสะดวกสบายในทุกๆ ด้าน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://m.scasset.com/Mnqn
หรือโทร. 1789 และ Line: @SCASSET (https://lin.ee/qYk6oOC)

#SCAsset #SCisQuality #SCมีนวัตกรรม #Connoisseur

01 ตุลาคม 2567

ตลาดอสังหาฯ แบรนด์เนมในไทยบูม มูลค่าทะลุ 1.91 แสนล้านบาท

โครงการปอร์เช่สุดหรู ยกระดับตลาดอสังหาริมทรัพย์แบรนด์เนม นักพัฒนาไทยมองหาโอกาสจากนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางกระแสการโยกย้ายถิ่นฐานทั่วโลก 


นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยขยายขอบเขตจากแบรนด์โรงแรมไปสู่แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ทั้งรถยนต์ แฟชั่น และเวลเนส เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ โครงการ Porsche Design Tower Bangkok ของ Ananda สะท้อนให้เห็นถึงการก้าวกระโดดนี้ ด้วยราคาขายต่อตารางเมตรที่สูงที่สุดในตลาดที่ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร และราคาขายต่อยูนิตเริ่มต้นที่ 495 ล้านบาทต่อยูนิต ไปจนถึงสูงสุดกว่า 1,300 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงที่สุดในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในขณะนี้ โดยประเทศไทยเป็นผู้นำในเอเชียด้านอสังหาริมทรัพย์แบรนด์เนม ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินที่ซื้อขายหรืออยู่ระหว่างการพัฒนา 1.91 แสนล้านบาท ตามรายงานการตลาดอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่ล่าสุดจาก C9 Hotelworks ในชื่อ "Thailand Branded Residences Market Review 2024”ความแข็งแกร่งที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ 


นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานกรรมการบริหาร อนันดา อธิบายถึงเสน่ห์ของอสังหาริมทรัพย์แบรนด์เนมว่า "คนไทยให้ความสำคัญกับแบรนด์ เราจึงเลือก Porsche ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูง สำหรับเรา การผลักดันราคาและสร้างความแตกต่างเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้โครงการของเราโดดเด่นจากคู่แข่ง"

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฯแบรนด์เนมไทยบูม
ตลาดอสังหาริมทรัพย์แบรนด์เนมในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการรายงานของ บิลล์ บาร์เนตต์ กรรมการผู้บริหาร C9 Hotelworks มีโครงการอสังหาริมทรัพย์สำหรับที่อยู่อาศัยแบรนด์ทั้งหมด 46 โครงการ ประกอบด้วย 10,081 ยูนิต โดย 67% ตั้งอยู่ในพื้นที่รีสอร์ท โดยภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำที่มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ อยู่ถึง 41% ขณะที่อีก 33% ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 279,600 บาท ต่อตารางเมตร ซึ่งสูงกว่าในพื้นที่รีสอร์ทเป็นอย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงความพรีเมี่ยมของที่ดินในเมืองหลวง 


เทรนด์ใหม่: นักพัฒนาไทยชูแบรนด์ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ตลาดอสังหาริมทรัพย์แบรนด์เนมในไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไป นักพัฒนาเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งเพื่อดึงดูดผู้ซื้อต่างชาติมากขึ้นโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ด้วยเงื่อนไขสินเชื่อที่เข้มงวดสำหรับผู้ซื้อในประเทศ เศรษฐกิจที่ซบเซา และอุปทานที่ล้นตลาดจากกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ฯขนาดใหญ่

บิลล์ บาร์เนตต์ กรรมการผู้บริหาร C9 Hotelworks กล่าวว่า "การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการผลักดันให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยก้าวไปอีกขั้น โดยมีการนำแบรนด์ระดับโลกมาผสมผสานเพื่อสร้างชุมชนไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าระดับไฮเอนด์ ตัวอย่างเช่น โครงการ Tri Vananda ในภูเก็ต ที่ได้ร่วมมือกับแบรนด์สุขภาพระดับโลกอย่าง La Prairie และ Gardens of Eden เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและตอบโจทย์ของผู้อยู่อาศัย โครงการแบบบูรณาการนี้มี มาร์ติน เพลเลโรส์ สถาปนิคผู้คว้ารางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติเป็นผู้ออกแบบ ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและยกระดับราคา" 

ต่างชาติแห่ลงทุน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฯแบรนด์เนมไทยอนาคตสดใส
ตลาดอสังหาริมทรัพย์แบรนด์เนมในไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต เนื่องจากประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติและผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยหลักหรือรอง ข้อได้เปรียบที่น่าดึงดูด ได้แก่ การอนุญาตให้ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียม วีซ่าพำนักระยะยาว และ การย้ายถิ่นฐานของผู้คนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์แบรนด์เนมของไทยจะเข้มข้นขึ้น เนื่องจากมีแบรนด์ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้แบรนด์ไทยต้องแข่งขันกับแบรนด์ระดับโลก

10 กันยายน 2567

สิงห์ เอสเตท มอบเอกสิทธิ์ให้ลูกบ้านคนพิเศษ ผ่านแคมเปญ "S Life"

ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งมัลดีฟส์ “Live The Dream” ใช้ชีวิตได้ตามฝัน


กรุงเทพฯ (10 กันยายน 2567) - บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (SET: S) ตอกย้ำความแข็งแกร่ง

10 ปี แห่งการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เซกเมนต์ลักชูรี่ ด้วยการมอบเอกสิทธิ์เฉพาะลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญ "S Life" เติมเต็มประสบการณ์อันล้ำค่าและน่าจดจำกับโปรแกรม “Live The Dream” ให้คุณได้ใช้ชีวิตได้ตามฝันบนเกาะส่วนตัวที่ CROSSROADS Maldives แหล่งท่องเที่ยวครบวงจรที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก สัมผัสการพักผ่อนระดับลักชูรี่กับห้องพักและการบริการจาก 3 รีสอร์ตชั้นนำในเครือสิงห์ เอสเตท ได้แก่ "ทราย ลากูน มัลดีฟส์" (SAii Lagoon Maldives) "ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์" (Hard Rock Hotel Maldives), และ"โซ มัลดีฟส์" (SO/ Maldives) ท่ามกลางความงดงามของธรรมชาติ ที่จะทำให้คุณตื่นมาพบแสงพระอาทิตย์แรกยามเช้าเหนือน้ำทะเลสีคริสตัล เพลิดเพลินกับกิจกรรมระหว่างวัน ทั้งการดำดิ่งสู่โลกใต้ท้องทะเลที่มีชีวิตชีวา การผ่อนคลายบนชายหาดส่วนตัว ปิดท้ายด้วยค่ำคืนอันสมบูรณ์แบบด้วยดินเนอร์ใต้แสงดาวสุดโรแมนติก ทั้งหมดนี้มาพร้อมโปรแกรมเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกบ้าน สิงห์ เอสเตท "S Life" โดยเฉพาะ ตั้งแต่วันนี้ – 15 ธันวาคม 2567  

สิงห์ เอสเตท ร่วมกับบริษัทในเครืออย่าง เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SET: SHR) ผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการโรงแรมและการลงทุนชั้นนำในหลายประเทศทั่วโลก มอบเอกสิทธิ์พิเศษและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกบ้านของสิงห์ เอสเตท โดยเน้นการบริการที่สร้างความแตกต่างอย่างลงตัว เพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริงบนเกาะส่วนตัวของคุณ ซึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในเครือที่เชี่ยวชาญในตลาดลักชูรี่นับเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความประทับใจที่ยั่งยืนในหลายมิติ โดยเน้นการมอบสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวการพักผ่อน และไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้าในเซกเมนต์นี้ ผ่านแคมเปญ S Life “Live The Dream” เติมเต็มจุดหมายปลายทางแห่งความฝันด้วยความทรงจำอันมีคุณค่า แพ็กเกจโปรแกรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อลูกบ้านสิงห์ เอสเตท เท่านั้น เริ่มจองได้ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม - 30 พฤศจิกายน 2567 และเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม - 15 ธันวาคม 2567

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1221 หรือ Line @SinghaEstate https://lin.ee/P9UPXRG  และ Application “S Life” ข้อมูลเพิ่มเติม https://bit.ly/3YYhulG

06 สิงหาคม 2567

CP LAND X เจมส์ จิรายุ เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ร่วมเติมฝัน “สุขจริงทุกจินตนาการ”

7 สิงหาคม 2567 – กรุงเทพมหานคร, บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ดึง ‘เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข’ ศิลปินดารานักแสดงชื่อดัง  เป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของ CP LAND พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ‘สุขจริง ทุกจินตนาการ’ ในบทบาท Dream Observer หรือ ผู้สังเกตการณ์สานฝัน รับชมภาพยนตร์โฆษณา ‘สุขจริง ทุกจินตนาการ’ ทุกความฝันเราพร้อมจะเติมเต็มให้คุณ พร้อมกันทั่วประเทศทุกช่องทางออนไลน์ของ CP LAND YouTube Facebook Instagram TikTok และ X ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


YouTube: https://www.youtube.com/watch?v=FZu902Me-J4

นางศศินันท์ ออลแมนด์ กรรมการยุทธศาสตร์ฝ่ายบริหารการตลาดและการสื่อสารองค์กร บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า CP LANDเดินหน้าสยายปีกธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ในการสร้างภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และความแข็งแกร่งด้านแบรนด์ดิ้ง ล่าสุด ได้ดึงเจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข ศิลปินนักแสดงและนายแบบชื่อดังที่มีผลงานมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับทาง CP LAND แสดงนำในภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุด ‘สุขจริง ทุกจินตนาการ’ ในบทบาท Dream Observer หรือ ผู้สังเกตการณ์สานฝัน “สุขจริง ทุกจินตนาการ”ของ CP LAND โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้มีแนวคิด ปั้นฝัน เป็นจริง ที่ได้ยกขบวนเด็กๆ วัยไร้เดียงสากำลังน่ารัก มาช่วยกันปั้นบ้านตามความคิด จินตนาการ และความฝัน โดยไม่มีสคริปท์ ถ่ายทอดผ่านการปั้นดินน้ำมันอย่างอิสระ โดยเน้นเค้นความคิดสร้างสรรค์ สร้างจินตนาการที่มีผู้รับฟังอย่างพี่เจมส์ จิรายุ ในบทบาท Dream Observer ของ CP LAND ที่ช่วยรังสรรค์ จินตนาการและความฝัน  โดย CP LAND เรารับฟัง และ ใส่ใจ พัฒนาพื้นที่แห่งความสุข สร้างฝันเป็นจริงในอนาคตต่อไป เพราะแนวทางของ CP LAND คือการมุ่งมั่น ผลักดัน และ สานต่อ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ ให้ตอบโจทย์ความต้องการไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้า โดยคำนึงถึงพื้นที่ส่วนรวมและชุมชนโดยรอบ สอดคล้องกับแนวคิด คุณภาพเพื่อทุกชีวิต หรือ Accessible Communities For Life



สำหรับเหตุผลของการเลือก เจมส์ จิรายุ เกิดขึ้นจากความเป็นคนที่มีบุคลิกคิดบวก  เป็นคนรุ่นใหม่ทันสมัยภาพลักษณ์ดี มีรสนิยม จิตใจดี ชอบช่วยเหลือสังคม มีความน่าเชื่อถือ เข้าถึงง่ายและมีความเป็นกันเอง สามารถเข้าถึงคนได้ทุกเจนเนเรชั่น   ซึ่งตรงกับภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ CP LAND ที่เกิดขึ้นในวันนี้

ปี 2567 ถือว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ CP LAND อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ตั้งแต่ ระดับพรีเมียม จนถึง ระดับลักซ์ชัวรี โดยโครงการที่เปิดตัวไปแล้ว ประกอบด้วย โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีบนทำเลศักยภาพใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช ภายใต้ชื่อ LUXRIVA RESIDENCES (ลักซ์ริวา เรสซิเดนเซส) นครศรีธรรมราช  โครงการคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองขอนแก่น โดยคอนโดมิเนียม Low-Rise เอาใจคนรุ่นใหม่ ภายใต้ชื่อ SOū& (โซ-แอนด์) ขอนแก่น และโครงการคอนโดมิเนียม High-Rise ระดับพรีเมียม ภายใต้ชื่อ RI-NÉ (รี-เน่) ขอนแก่น เตรียมเปิดจองเร็วๆนี้ และยังมีโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ใหม่ SŌLVANI (โซลวานี)  ที่พิษณุโลก และนครสวรรค์ ซึ่งเตรียมจะเปิดตัวในปลายปีนี้ โดยทุกโครงการใหม่ รับประกันโครงสร้างบ้าน 10 ปี* ครอบคลุมทั้งเรื่องโครงสร้างอาคาร การรั่วซึมของหลังคา การรั่วซึมของระบบท่อและไฟฟ้า การใช้งานของประตูและหน้าต่าง 

ทำให้แผนการสื่อสารของ CP LAND ในปีนี้ จึงมุ่งเน้นสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าทุกระดับ  และทุกเจนเนอเรชัน  ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ของ CP LAND ทั้งเรื่องคุณภาพ และดีไซน์ของโปรดักต์  การเลือกใช้วัสดุคุณภาพที่มีการนำความต้องการของลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ มาพัฒนาโปรดักต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย พร้อมทั้งในแง่การพัฒนาภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ทันสมัย มีความพรีเมียมมากขึ้น ภายใต้ราคาทีคุ้มค่า



สามารถติดตามรับชมภาพยนตร์โฆษณา ‘สุขจริง ทุกจินตนาการ’ ทุกความฝันเราพร้อมจะเติมเต็มให้คุณ พร้อมกันทั่วประเทศทุกช่องทางออนไลน์ของ CP LAND YouTube Facebook Instagram TikTok และ X ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สุขจริงทุกจินตนาการ ที่ CP LAND  

👉🏼 https://bit.ly/4d8eCqv 

YouTube: https://www.youtube.com/watch?v=FZu902Me-J4

Facebook: https://www.facebook.com/CPLAND.Official

Instagram: https://www.instagram.com/cpland.official/

TikTok: https://www.tiktok.com/@cpland.official

X: https://www.x.com/@cpland.official

#CPLAND #ซีพีแลนด์ #CPLANDคุณภาพเพื่อทุกชีวิต #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #AccessibleCommunitiesForLife #CPLANDxJamesJi #สุขจริงทุกจินตนาการ #ความสุขเดินทางได้ #เจมส์จิ #เจมส์จิรายุ #โลกหมุนรอบเธอ