แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารจีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารจีน แสดงบทความทั้งหมด

06 กุมภาพันธ์ 2567

Fortune Town ร่วมกับ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ

ฉลองตรุษจีนสุดอลังการ เนรมิตศาลเจ้าจำลอง ขอพร รับความมั่งมี โชคดี รับปีมังกรทอง พร้อมเสิร์ฟชุดเมนูมงคล 10 ฉลองตรุษจีน

คุณชัยวัฒน์  เอมวงศ์  ผู้อำนวยการอาวุโส  บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ในฐานะผู้บริหารฟอร์จูนทาวน์  เปิดเผยว่า   “ฟอร์จูนทาวน์ จัดเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ในงาน   “Lucky Chinese New Year 2024 Years of the Dragon” ตั้งแต่วันที่  7-14 กุมภาพันธ์ 2567    ต้อนรับปีมังกรทองโดยเนรมิตลานกิจกรรม  ชั้น 2     เป็นศาลเจ้าจำลอง อัญเชิญเทพศักดิ์สิทธิ์  ตามความเชื่อของชาวจีน  จากมูลนิธิเม่งจินเสี่ยงตึ๊ง  พร้อมให้ สักการะ เสริมความเป็นสิริมงคล ทั้งด้านการงาน การเงิน ความรัก  ในแห่งเดียว”       ภายในงานมีการอัญเชิญ ราชันย์แห่งสรวงสวรรค์   องค์เง็กเซียนฮ่องเต้  เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย  คุ้มครองดวงชะตา  เทพเจ้าไฉ่ซิงเอียะ เสริมโชคลาภและความร่ำรวย  มาให้สักการะ ขอพร รับความโชคดี มั่งมี ในปีมังกรทอง    พิเศษ เอาใจคนโสด รับช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ ขอพรความรัก คู่ครอง  กับ เทพเจ้าด้ายแดง กามเทพของชาวจีน     


6 กุมภาพันธ์ 2567, กรุงเทพฯ – ฟอร์จูนทาวน์ (Fortune Town) ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำย่าน รัชดา-พระราม 9 ร่วมกับ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ  ตอกย้ำการเป็น หมุดหมายในการจัดกิจกรรมทุกเทศกาล ฉลองการจัดงานตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ ในงาน “Lucky Chinese New Year 2024”   ต้อนรับศักราชใหม่ ปีมังกรทอง  “Year of the Dragon”  7 -14  กุมภาพันธ์ 2567  ณ ฟอร์จูนทาวน์ รัชดา-พระราม 9 พร้อมเสิร์ฟชุดเมนูมงคล 10 อลังการรับตรุษจีน ณ ห้องอาหารจีน หนาน หยวน โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ  




นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมมากมาย  อาทิ  ลุ้นเซียมซี รับคำทำนายปีมังกรทอง กับตู้เซียมซีดิจิตอล ฟรี!  เขียนใบอธิษฐานขอพร ฝากดวงปี มะโรง 2567 เสริมดวง สิริมงคลให้กับตัวเอง   พร้อมรับ ฮู้มงคลไท่ส่วยเอียะ คุ้มครองดวงชะตา  ป้องกันสิ่งชั่วร้าย เสริมความร่ำรวย ฟรี! ภายในงาน   พิเศษสุด    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567  สุดตระการตา กับการแสดงเชิดมังกรทองเสาดอกเหมย    และเชิญร่วมพิธีลอดท้องมังกรเสริมมงคล  พร้อมรับ เหรียญมังกรมงคล ดูดทรัพย์   ผ่านการทำพิธีจากอารามท่งเสวียนกวน เมืองเจียหยาง  สาธารณรัฐประชาชนจีน      ปิดท้ายด้วยกิจกรรม เอาใจสายมู ตรวจดวงชะตากับหมอจุ๊บ ไพ่เทพผ่าดวง   พร้อมรับของมงคลหนุนดวงดูดทรัพย์ จากประเทศอินเดีย  (จำนวนจำกัด)  ฟรี!  ตั้งแต่เวลา  17.00 – 19.00 น.      พร้อมขอพรเสริมดวงเรื่องความรัก กับพระแม่ลักษมี  และองค์พระพิฆเนศ ณ บริเวณ ลานฟอร์จูนสตรีท  (ด้านหน้า) อาคารฟอร์จูนทาวน์  เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT  สถานีพระราม 9  ทางออกประตู 1 

รวมทั้ง ทางห้องอาหารจีน หนาน หยวน โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ  ร่วมเฉลิมฉลองรับปีมังกรทองในเทศกาลตรุษจีนนี้ กับชุดเมนูมงคล 10 อลังการ ให้เลือกหลากหลายอันเปี่ยมล้นไปด้วยความหมายอันดีให้คุณได้เลือกอร่อย

- ชุดอายุยืนร้อยปี 18,888 บาท++

- มังกรทองให้โชค 15,888 บาท++

- มั่งมีศรีสุข 12,888 บาท++

นอกจากนั้นยังมีเมนูมงคลอื่น ๆ ให้เลือกสรร เฉพาะวันที่ 24 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2567 และ กิจกรรมพิเศษจากทางโรงแรม แกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ ขอเชิญร่วมรับชมการเชิดสิงโต วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 11.00 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมสำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร 02 641 1500  Line @grandfortunebkk

และสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.fortunetown.co.th  ,

FB : fortunetown 

IG : fortunetown 

Youtube : fortunetown 

Line : FortuneTown 

Application : Fortune Town

#FortuneTownrama9 #FortuneTown #TheBestITLifestyleMall #ITLifestyleMallrama9 #ITLifestyleMall #ชมฟรี #ตรุษจีน2024 #ChineseNewYear2024#FortuneHotel #แกรนด์ฟอร์จูน #GrandfortuneBangkok #โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูนกรุงเทพ #ฉลองปีมังกรทอง 


06 ตุลาคม 2566

“ปูขนฮ่องกง” ที่ห้องอาหารจีนหยก

 
สุดยอดรสชาติของ “ปูขน” ที่ดีสุดคือช่วงเดือนตุลาคมได้เวียนกลับมาอีกครั้งแล้ว  ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ จึงขอเชิญชวนให้คุณมาลิ้มลอง “ปูขนฮ่องกงนึ่งใบชา” ทำให้ได้กลิ่นหอม เนื้อปูแน่นๆ ทานพร้อมน้ำจิ้มผสมขิงซึ่งเป็นสูตรเฉพาะ รับประกันความอร่อย เพียงตัวละ 1,200 บาทถ้วนเท่านั้น เปิดบริการมื้อกลางวันเวลา 11.30  – 14.30 น. และมื้อเย็น 18.00 – 22.00 น.                                                  



                                  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองโต๊ะล่วงหน้าโทร.0-2279-4567 ต่อ 8429
ไลน์ : @theemeraldhotel และ www.facebook.com/yoktheemerald

12 พฤษภาคม 2565

ตามรอยอาหารสิงคโปร์จากอดีตสู่ปัจจุบัน พร้อมชวนชิมร้านอาหารโลคอลสุดเด็ดที่คุณอาจยังไม่รู้

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีชื่อเสียงระดับโลกทั้งในด้านการค้าการลงทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรม คุณภาพชีวิตของผู้คนที่นี่ก็สูงติดอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกให้มาร่วมสัมผัสมหานครที่มีถนนสะอาดตา มีต้นไม้ใหญ่ และสวนที่สวยแทรกอยู่ในทุกจุดของมุมเมือง รวมทั้งสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าจากอดีตและสถาปัตยกรรมสมัยใหม่อยู่คู่กันอย่างกลมกลืน และสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่ชาวสิงคโปร์ต่างภาคภูมิใจ และนักเที่ยวไทยไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงนั่นก็คือ “อาหารสิงคโปร์” ทางการท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงได้รวบรวมเกร็ดความรู้  รวมทั้งวิวัฒนาการของอาหารสิงคโปร์ในหลากแง่หลายมุม และชวนชิม 4 ร้านสุดอันซีนที่มีการประยุกต์อาหารท้องถิ่นจนกลายเป็น “อาหารสิงคโปร์สมัยใหม่ Modern Singaporean (Mod-Sin) Cuisine” เรื่องราวจะเป็นอย่างไร และมีร้านอาหารใดที่ห้ามพลาดบ้างติดตามกันให้น้ำลายสอได้เลย

จุดเริ่มต้นของอาหารสิงคโปร์
การจัดสรรพื้นที่อยู่อาศัยของประเทศสิงคโปร์สมัย เซอร์ โทมัส สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์

เครดิตภาพ seasonedpioneers.com

หากจะกล่าวถึงต้นกำเนิดของอาหารสิงคโปร์นั้นควรที่จะท้าวความไปตั้งแต่ก่อนการก่อตั้งประเทศสิงคโปร์หรือราว ค.ศ.1819 มีการอพยพของชาวมลายูและชาวอินเดียเข้ามาอยู่ในสิงคโปร์ และได้นำเอาอาหารพื้นถิ่นเข้ามาด้วยเช่น ลักซา (Laksa) และข้าวหมกบริยานี (Biryani) จากนั้นในยุคที่สิงคโปร์เป็นเมืองท่าที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเครือจักรภพ(อังกฤษ)ได้เข้ามาปกครองสิงคโปร์ มีการแต่งตั้งให้เซอร์ โทมัส สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์ (Sir Thomas Stamford Bingley Raffles) เป็นผู้บริหารอาณานิคมเมืองสิงคโปร์ โดยหนึ่งในนโยบายการปกครองในสมัยนั้นคือการจัดสรรพื้นที่อยู่อาศัย และเปิดรับผู้อพยพจากหลากหลายเชื้อชาติเข้ามาตั้งรกรากและอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ทั้งชาวมาเลย์ ชาวอินเดีย ชาวจีน ชาวอาหรับ และชาวตะวันตก ทำให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมอาหารกลายเป็นอาหารสิงคโปร์ที่ยังคงมีกลิ่นอายของรากเหง้าเดิมแต่ปรับเปลี่ยนไปอย่างมีมิติ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมอาหารสิงคโปร์มาจวบจนปัจจุบัน

จากหาบเร่สู่ Hawker Center 

หาบเร่แผงลอยลอยในอดีต และศูนย์อาหาร Lau Pa Sat ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

เครดิตภาพ roots.gov.sg, straitstimes.com

โดยในช่วงกลางของยุค 1800s อาหารสิงคโปร์ส่วนใหญ่จะถูกนำวางขายในลักษณะฮอว์เกอร์ (Hawker) หรือ หาบเร่แผงลอย ซึ่งเป็นแผงขายอาหารริมทางที่จำหน่ายอาหารหลากหลายประเภท โดยพ่อค้าแม่ค้าจะตั้งแผงลอยริมถนนด้วยรถเข็นหรือจักรยาน และเสิร์ฟอาหารราคาถูกหรืออาหารจานด่วนแก่คนทำงาน และผู้ที่ไม่ได้ทำอาหารที่บ้าน แม้ว่าพ่อค้าแม่ค้าหาบแร่แผงลอยริมถนนจะจัดหาอาหารราคาถูกและรวดเร็วให้กับผู้อพยพชาวสิงคโปร์ในยุคแรกๆ แต่แผงลอยเหล่านี้ไม่ถูกสุขลักษณะและการสุขาภิบาล ในปี ค.ศ. 1960 รัฐบาลสิงคโปร์จึงเริ่มบังคับใช้กฎหมายและข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับพ่อค้าเร่ริมถนนให้ย้ายไปตั้งยังร้านค้าที่ถาวรมากขึ้น พร้อมกับการก่อสร้างศูนย์อาหาร (Hawker Center) ทั่วประเทศ จนทุกวันนี้ศูนย์อาหารจึงเป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับการรับประทานอาหารนอกบ้านของชาวสิงคโปร์ เนื่องจากทั้งสะดวก มีประเภทของอาหารให้ได้เลือกมากมายและราคาไม่แพง โดยศูนย์อาหารฮอว์เกอร์ ที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยว อาทิ ศูนย์อาหารแม็กซ์เวล (Maxwell Food Center) นิวตัน ฟู้ด (Newton Food) โดยเฉพาะเลาปาสัท (Lau Pa Sat) ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 ด้วยรูปทรงอาคารที่สวยสะดุดตา และได้รับการประกาศเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติในปี ค.ศ.1973

ในปี ค.ศ. 2018 วัฒนธรรมการขายอาหารแบบฮอว์เกอร์ (Hawker Culture) ของสิงคโปร์ได้รับการเสนอชื่อโดยคณะกรรมการมรดกแห่งชาติของสิงคโปร์ (Singapore's National Heritage Board) สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และสมาคมพ่อค้าแห่งสิงคโปร์ เพื่อจารึกไว้ในรายชื่อมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งตัวแทนของ UNESCO ได้บรรยายถึงศูนย์อาหารว่าเป็น “ศูนย์กลางของการรับประทานอาหารในชุมชน ที่ผู้คนจากหลากหลายที่มารวมตัวกันและแบ่งปันประสบการณ์การรับประทานอาหารเช้า กลางวันและเย็นร่วมกัน”

 “ซือ ชาร์”  เสน่ห์อาหารแบบเรียบง่ายที่แฝงด้วยเทคนิคอันซับซ้อน 

เมนูกระเบนย่างราดซอสพริกซัมบัล
เครดิตภาพ asianfoodnetwork.com 

ซือชาร์ (Zi Char) เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน แปลว่าผัดและทอด เป็นคำที่ชาวสิงคโปร์มักใช้เรียกอาหารตระกูล ผัดและทอดประเภทอาหารตามสั่งที่หาทานได้ตามร้านอาหารท้องถิ่นหรือศูนย์อาหารฮอกเกอร์ทั่วไปในสิงคโปร์ โดยมีเทคนิคการทำแบบจีนที่ซับซ้อนกว่าอาหารตามสั่งทั่วไป แต่ก็ไม่ได้หรูหราเหมือนภัตตาคารใหญ่ๆ อีกทั้งยัง มีความแปลกใหม่ หลากหลาย ด้วยอิทธิพลของวัฒนธรรมอาหารชนิดต่างๆ ในประเทศสิงคโปร์  จึงทำให้ซือชาร์เป็นอาหารที่มีอัตลักษณ์สูง เช่น เมนูกระเบนย่างราดซอสพริกซัมบัล (Sambal Stingray) ที่มีรูปแบบการทำอาหารแบบจีน แต่ผสมผสานรสชาติแบบมาเลย์ อินเดีย และเปอรานากันเข้าด้วยกัน  โดยอาหารซือชาร์ที่สิงคโปร์มีราคาย่อมเยา อร่อย และหาทานได้ทั่วไป 

2 ร้านอาหารซือ ชาร์ ถ้าคุณพลาดถือว่าผิด


ร้านซิน ฮอย ไซ (Sin Hoi Sai) บรรยากาศภายนอกและเมนูซิกเนเจอร์ของร้านซิน ฮอย ไซ
เครดิตภาพ danielfooddiary.com, michelin.com

ร้านซิน ฮอย ไซ (Sin Hoi Sai) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1978 โดยมาดามแยป ซอร์ กิม (Yap Sor Khim) ร้านมีทั้งหมด 2 สาขา ซึ่งสาขาแรกอยู่ที่ย่านกาตง (Katong) และสาขาที่สองอยู่ที่ย่านเตียง บาห์รู (Tiong Bahru) ให้บริการอาหารซือชาร์ โดยใช้วัตถุดิบจากทะเลที่สดใหม่ในท้องถิ่น ทั้งปลากะพง ปูศรีลังกาขนาดยักษ์ และหอยหลอด ลูกค้าสามารถเลือกวัตถุที่สดใหม่ได้ด้วยตัวเอง เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารชั้นเลิศ โดยมีเมนูแนะนำอย่าง  ปูผัดพริก และหอยหลอดผัดกระเทียม ซึ่งบรรยากาศภายในของร้านนั้นจะเรียบง่ายสบายๆ เสมือนทานข้าวกับคนในครอบครัว หรือถ้าอยากจะสังสรรค์ก็สามารถนั่งเอาท์ดอร์รับบรรยากาศภายนอกร้านได้เช่นกัน สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ชอบทานอาหารทะเลสดใหม่และต้องการร้านที่ให้บรรยากาศอบอุ่นเสมือนทานอยู่ที่บ้านอย่ารอช้าสำรองที่นั่งได้เลยหรือจะให้จัดส่งแบบเดลิเวอรีได้ที่ Link


ร้านเอเจ อา เม็ง (JB Ah Meng)


บรรยากาศภายนอกและเมนูซิกเนเจอร์ของร้านเอเจ อา เม็ง
เครดิตภาพ supertastermel.com

ถ้าจะกล่าวว่าร้านเอเจ อา เม็ง (JB Ah Meng) เป็นร้านอาหารซือชาร์ระดับตำนานคงไม่ผิดนัก เนื่องด้วยชื่อเสียงขจรขจายและรสชาติอันล้ำลึกทำให้มีเชฟระดับตำนานอย่าง กอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay) และเชฟแอนโทนี บูร์เดน (Anthony Bourdain) ต้องมาลองลิ้มชิมรสอาหาร และตกหลุมรักในอาหารซือชาร์ ซึ่งถูกรังสรรค์โดยเจ้าของร้านคุณหวัง เฟิง  (Wang Feng) ในวัย 53 ปี ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำอาหารมากว่า 30 ปี โดยมีเมนูที่ดังระดับโลกอย่าง ปูศรีลังกาผัดพริกไทยขาว (White Pepper Crab) เส้นหมี่แพนเค้ก (San Lou Bee Hoon) และหอยตลับผัดพริกกระเทียม (Garlic Chilli Lala Clam) สำหรับนักท่องเที่ยวไทยสามารถสำรองโต๊ะเพื่อลิ้มลองความอร่อยระดับตำนานได้ที่ Link 

Mod-Sin เมื่ออาหารท้องถิ่นสิงคโปร์ถูกยกระดับสู่สมัยใหม่

เมนูอาหารสิงคโปร์สมัยใหม่
เครดิตภาพ herworld.com

‘เมื่อเวลาเปลี่ยน อาหารก็เปลี่ยน’ ถือเป็นวลีที่ถูกต้องอย่างยิ่ง เมื่ออาหารในฮอว์กเกอร์และอาหารสูตรต้นตำรับมากมายถูกยกระดับขึ้นจนกลายเป็น Mod-Sin หรือ อาหารสมัยใหม่ของสิงคโปร์ (Modern Singaporean Cuisine) ที่ยังคงรากเหง้าของวัฒนธรรมอาหารเดิมไวและมีการผสมผสาน โดยเน้นที่การดัดแปลงอาหารท้องถิ่นให้ออกมาในรูปแบบที่แปลกใหม่น่าลิ้มลองจนกลายมาเป็นอาหารฟิวชันสไตล์ Mod-Sin ที่มีการบัญญัติศัพท์เมื่อปี ค.ศ. 2005 จะมีร้านไหนน่าลิ้มลองลองบ้างร่วมสำรวจไปกับโลกของอาหาร Mod-Sin กัน


ร้านอาหาร Mod-Sin ที่ไม่ควรพลาด
ร้านลาเบอรินท์ (Labyrinth)


บรรยากาศภายในและเมนูซิกเนเจอร์ของร้านลาเบอรินท์
เครดิตภาพ restaurantlabyrinth.com

ร้านลาเบอรินท์ (Labyrinth) เป็นร้านอาหาร Mod-Sin แบบไฟน์ไดนิ่ง ที่นำเอาความคิดสร้างสรรค์ของเชฟแอลจี ฮาน (LG Han) ที่สามารถรังสรรค์เมนูอาหารสิงคโปร์ท้องถิ่นให้ฉีกออกจากกรอบขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมอาหารแบบเดิมจนกลายเป็นอาหารในรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ แต่ยังคงรักษารสชาติแบบต้นตำรับได้อย่างครบถ้วน อาทิ ข้าวมันไก่ที่ถูกแปลงโฉมเป็นเกี๊ยวซ่าเนื้อนุ่ม ปูผัดพริกสิงคโปร์ที่ถูกแปลงกายเป็นไอศกรีมรสเข้มข้น บะหมี่หมูที่ทำขึ้นจากเส้นปลาหมึกและหอยเชลล์ หรือ ขนมปังสังขยาไข่ลวกที่เปลี่ยนสังขยาเป็นไอศกรีมและใช้ไข่คาเวียร์แทน ยิ่งเพิ่มความสนุกสนานและประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้แก่ผู้ที่รับประทานแบบไม่รู้เบื่อ ซึ่งทางร้านได้รับรางวัลดาวมิชลิน 1 ดวง และติดอันดับที่ 40 ของร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย รางวัลการันตีแน่นขนาดนี้จะรอช้าอยู่ไยตรวจสอบเมนูอาหารและสำรองโต๊ะได้ที่ Link


ร้านเอ็นจอย อีทติ้ง เฮ้าท์ (Enjoy Eating House)


บรรยากาศภายในและเมนูซิกเนเจอร์ของร้านเอ็นจอย อีทติ้ง เฮ้าท์เครดิตภาพ https://www.facebook.com/EnjoyEatingHouse/

เอ็นจอย อีทติ้ง เฮ้าท์ เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารในสไตล์ Mod-Sin โดยเชฟรุ่นใหม่อย่างโจเอล ออง (Joel Ong) โดยเน้นไปที่การนำเอาอาหารท้องถิ่นและซือชาร์มาใส่กิมมิคเพิ่มเติมให้กลายเป็นเมนูใหม่ที่ยังคงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แต่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร และเมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องทานก็คือเมนูบะหมี่ขาหมูสูตรคุณย่า (Te Kah Been Hoon) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากขาหมูตุ๋นหม้อใหญ่ที่คุณย่าเคยทำให้ทานนำมาผสมผสานกับบะหมี่ที่ผัดจนหอมกลิ่นกระทะ (Wok Hei) ทำให้เมนูนี้กลายเป็นเมนูธรรมดาที่แสนพิเศษ นอกจากนี้ยังมีเมนูกุ้งผัดซอสพริก ที่เกิดจากความคิดของเชฟที่อยากดัดแปลงอาหารซือชาร์แบบซิกเนเจอร์อย่างปูผัดพริกที่อร่อยเหลือเชื่อ แต่เวลาทานอาจจะมีความเลอะเทอะ ด้วยการนำกุ้งมาใช้แทนทำให้ทานง่ายขึ้น เมื่อนำมาบวกกับซอสพริกสูตรของเชฟเองก็กลายเป็นจานที่สมบูรณ์แบบ และตบท้ายด้วย Chendol Pannacotta เมนูที่นำเอาเชนดอลหรือลอดช่องแบบสิงคโปร์มาท็อปบนแพนนาคอตต้าแบบอิตาเลี่ยน ทำให้ของหวานเมนูนี้โดดเด่นขึ้น สามารถสำรองโต๊ะเพื่อลิ้มลองความอร่อยได้ที่ Link

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเกร็ดความรู้อันเล็กน้อยของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหารสิงคโปร์ที่การท่องเที่ยวสิงคโปร์อยากแบ่งปันให้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้ตามรอยประวัติศาสตร์อาหารของชาติสิงคโปร์ สำหรับครั้งหน้าการท่องเที่ยวยังคงจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิงคโปร์ที่อัดแน่นมานำเสนออีกเช่นเคยสามารถติดตามได้ที่ http://www.visitsingapore.com และ https://www.facebook.com/VisitSingaporeTH


30 ธันวาคม 2564

“เป็ดปักกิ่งราคาพิเศษ” ที่ห้องอาหารจีนหยก

ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ จัดเมนูราคาพิเศษฉลองปีใหม่ตลอดเดือนมกราคม 2565 ด้วย “เป็ดปักกิ่ง” เพียง 999 บาทถ้วน (จากปกติ 1,742 บาท) เสิร์ฟพร้อมแผ่นแป้งที่นุ่มกำลังดีสำหรับห่อ (สูตรดิเอมเมอรัลด์) แตงกวา หอม และซอสราด ทานกับส่วนหนังเป็ดที่กรอบ หอมกรุ่นจากเตาย่าง ส่วนเนื้อเป็ดสามารถสั่งทำเมนูได้ 1 อย่าง

นอกจากนี้ยังขอเชิญชวนทุกท่านมาชิมความอร่อยของเมนูติ่มซำ ทั้งแบบนึ่งและทอดกว่า 35 รายการที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ในรูปแบบบุฟเฟต์ทานได้ไม่อั้น รวมจานหลัก ของหวาน พร้อมชาจีน หรือ เก๊กฮวย บริการเฉพาะมื้อกลางวันเวลา 11.30 – 14.30 น. เพียงท่านละ 690 บาทถ้วนเท่านั้น (จากปกติ 801 บาท)


สำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่โทร.0-2276-4567 ต่อ 8429 หรือ ไลน์ @theemeraldhotel
หรือ www.facebook.com/yoktheemerald

08 กุมภาพันธ์ 2561

เสริมมงคล รับตรุษจีนปีจอ ที่ เจ้าพระยาปาร์ค

เสริมมงคล รับตรุษจีนปีจอ ที่ เจ้าพระยาปาร์ค


อภิรัฐ  ภารพบ  ผู้จัดการทั่วไป  พร้อมด้วย คุณชาตรี  นุ้ยประสิทธิ์  รองผู้จัดการทั่วไป  โรงแรมเจ้า
พระยาปาร์ค  จัดงานต้อนรับเทศกาลตรุษจีน เพื่อเริ่มโปรโมชั่นเมนู  ชุดโชคดีตลอดปีจอ  โดยเชิญ  อ.คฑา  ชินบัญชร หมอดูแห่งวงการโหราศาสตร์คนดัง มาร่วมทอล์คโชว์เสริมมงคล  เพิ่มความเฮง
ตลอดปี  และอิ่มเอมกับอาหารจีน ชุดโชคดี เต็มอิ่มได้ตลอดปีกับโปรพิเศษสำหรับ 4 ท่าน
ในราคา 2,999 บาท ด้วยอาหารชุดใหญ่ 5 อย่าง อาทิ ถุงเงินถุงทอง, ผัดผัก 8 เทพ, ตงปอหยกหมั่นโถว, เป็ดปักกิ่ง และ  ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว  เมนูมากคุณค่าที่เชฟใหญ่ของห้องอาหาร(เชฟอ้วน-คงฤทธิ์  คงยืน)  บรรจงคัดสรรวัตถุดิบที่มีความหมาย  ช่วยเสริมโชคให้กับชีวิตตลอดทั้งปี  ที่ ห้องอาหารจีน - การ์เด้น คอร์ท  โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค – ถนนรัชดาภิเษก


คุณอภิรัฐ  ภารพบ  ผู้จัดการทั่วไป  พร้อมด้วย คุณชาตรี  นุ้ยประสิทธิ์  รองผู้จัดการทั่วไป 
โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค  จัดงานต้อนรับเทศกาลตรุษจีน เพื่อเริ่มโปรโมชั่นเมนู  ชุดโชคดีตลอดปีจอ
 โดยเชิญ อ.คฑา  ชินบัญชร หมอดูแห่งวงการโหราศาสตร์คนดัง  มาร่วมทอล์คโชว์เสริมมงคล 
เพิ่มความเฮงตลอดปี  และอิ่มเอมกับอาหารจีน ชุดโชคดี เต็มอิ่มได้ตลอดปีกับโปรพิเศษ
สำหรับ 4 ท่าน ในราคา 2,999 บาท ด้วยอาหารชุดใหญ่ 5 อย่าง อาทิ ถุงเงินถุงทอง, ผัดผัก 8 เทพ, ตงปอหยกหมั่นโถว, เป็ดปักกิ่ง และ  ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว  เมนูมากคุณค่าที่เชฟใหญ่ของห้องอาหาร(เชฟอ้วน-คงฤทธิ์  คงยืน)  บรรจงคัดสรรวัตถุดิบที่มีความหมาย  ช่วยเสริมโชคให้กับชีวิตตลอดทั้งปี  ที่ ห้องอาหารจีน - การ์เด้น คอร์ท  โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค – ถนนรัชดาภิเษก

19 กันยายน 2560

ภัตตาคารเล่งหงษ์ อร่อยบอกต่อรุ่นสู่รุ่นยาวนาน 55 ปี

“เล่งหงษ์ คิทเช่น” และ “ลิวโฮ ซูชิ บายเล่งหงษ์” ลุยตลาดปี 61


เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 55 ของ เล่งหงษ์ฯ ทางร้านจัดโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนเราเสมอมา ด้วยโปรโมชั่น เป็ดปังกิ่งต้นตำรับ 55 ปี จากเล่งหงษ์ฯ จากราคาปกติ 900 บาท ลดพิเศษเหลือเพียง 599 บาท และโปรฯ ข้าวหน้าเป๋าฮื้อ จากปกติ 400 บาท ลดพิเศษเหลือ 299 บาท (สำหรับ 1-2 ท่าน) นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูชื่อดังไม่ว่าจะเป็น ไก่แช่เหล้า, หูฉลามน้ำแดง, กุ้งทอดราดซอสวาซาบิ, เนื้อปูก้อนผัดผงกระหรี่, หมี่เล่งหงษ์ และขนมหวานขึ้นชื่ออย่าง คู่หูคู่เฮง ไว้รอต้อนรับในทุกวันอีกด้วย




ส่วนของ ภัตตาคารเล่งหงษ์ ได้มีการประชาสัมพันธ์ร้านอย่างต่อเนื่อง ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ และตัวผมเองทำรายการกินเที่ยวอะราวเดอะเวิลด์ ทุกวันจันทร์ เวลา 23.00 น. ทางช่อง 3SD ช่อง 28 จึงทำให้มีโอกาสได้ไปชิมอาหารเมนูแปลกใหม่ และก็มีการนำมาปรับใช้กับเมนูของเล่งหงษ์ โดยจะมีการคิดเมนูพิเศษเดือนละ 1 เมนูเพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสชิมอาหารรสชาติใหม่ๆ ไม่จำเจ ลูกค้าประจำของร้านก็จะได้ตื่นเต้นไปกับเมนูใหม่ของร้านอยู่เสมอ โดยทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันช่วยบริหารงานจากคนในครอบครัว โดย แน๊ต เล่งหงษ์ ลูกสาวคนโต ช่วยดูแลด้านการตลาดและจัดซื้อ, โน้ต เล่งหงษ์ ลูกสาวคนกลาง ดูแลด้านผลิตภัณฑ์, การเงิน และรายการทีวี, นิก เล่งหงษ์ ลูกชายคนเล็ก ดูแลด้านสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั้งหมด และอีกกำลังสำคัญ คุณหงส์ เล่งหงษ์ ภรรยาผม ที่ช่วยบริหารงานร้านทั้ง 2 สาขาจนเติบโตและสำเร็จมาถึง 55 ปีนี้





“แผนการขยายไลน์ธุรกิจของเล่งหงษ์ฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ “เล่งหงษ์ คิทเช่น” เป็นธุรกิจร้านอาหารจีนแนวโมเดิร์น จะทำเป็นอาหารย่อส่วนในราคาที่สัมผัสได้เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น เน้นเปิดตามห้างสรรพสินค้า และอีกหนึ่งแบรนด์ที่เราก้าวข้ามออกมาจากสายธุรกิจอาหารจีน คือ “ลิวโฮ ซูชิ บาย เล่งหงษ์” เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเกรดพรีเมี่ยม คุณภาพระดับ 5 ดาว ในราคาที่ใครๆ ก็สามารถมาลิ้มลองได้ โดยพื้นที่ในการเปิดร้านเป็นแบบร้านเดียวอยู่ในบริเวณห้างฯ หรือนอกห้างฯ แล้วแต่โลเคชั่นที่เหมาะสม ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการวางแผนงาน คาดว่าน่าจะเริ่มเห็นทั้ง 2 แบรนด์ในปี 61 นี้แน่นอน


เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2560 ภัตตาคารเล่งหงษ์จัดงานฉลองสุดยิ่งใหญ่ครบรอบ 55 ปี ในฐานะภัตตาคารอาหารจีนแต้จิ๋วรสชาติดั่งเดิมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ชูจุดแข็งคุณภาพและวัตถุดิบสำคัญที่สุด รสชาติต้องคงความเป็นจีนแต้จิ๋ว บริการต้องเป็นเลิศ ให้ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมแตกไลน์ธุรกิจเตรียมเปิด “เล่งหงษ์ คิทเช่น” ร้านอาหารจีนแนวโมเดิร์น และ “ลิวโฮ ซูชิ บาย เล่งหงษ์” ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับ 5 ดาว ลุยตลาดหวังจับกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ แถมจัดโปรสุดคุ้มเนื่องในโอกาสครบรอบ 55 ปี


นายณธีพัฒน์ อรุณศิริสกุล หรือ เฮียซ้ง เล่งหงษ์ ประธานบริหาร ภัตตาคารเล่งหงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันภัตคารเล่งหงษ์ มี 2 สาขา คือ สาขาพระรามสอง และสาขาสุขุมวิท 62 โดยกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มครอบครัว และนักธุรกิจ ด้วยจุดแข็งของรสชาติที่คงเอกลักษณ์ต้นตำรับจีนแต้จิ๋ว อีกทั้งการให้ความสำคัญของวัตถุดิบและความสดของอาหารต้องมาเป็นอันดับ 1 พร้อมทั้งการให้บริการที่เป็นเลิศ และมุ่งเน้นให้ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าไม่เปลี่ยนแปลง จึงทำให้เล่งหงษ์มีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ในปัจจุบันที่ภาพรวมเศรษฐกิจซบเซาทางร้านก็ไม่ได้รับผลกระทบ ลูกค้ายังคงมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ร้านจึงเติบโตอย่างมั่นคงมาโดยตลอดจนเข้าปีที่ 55 แล้ว ทั้งนี้ทางร้านยังให้ความสำคัญกับการปรับตัวให้เท่าทันยุคเพื่อเป็นร้านอาหารจีนที่ทันสมัย พร้อมทั้งนำระบบคอมพิวเตอร์บริหารงานทั้งหลังร้านและหน้าร้านเพื่อความรวดเร็วและแม่นยำในการให้บริการ อีกทั้งเพิ่มช่องทางการติดต่อให้มากขึ้น อาทิ เฟสบุ๊ค, ไลน์แอด และ แอปพลิเคชัน Panda Food เพื่อตอบรับกับยุคดิจิตอล




ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เล่งหงษ์ฯ เน้นความเป็นร้านอาหารของครอบครัวเสมอมาส่งต่อความรักความอบอุ่นจากรุ่นสู่รุ่นมายาวนานถึง 55 ปี สิ่งที่ควรคงไว้เพื่อรักษาความดั้งเดิมเรารักษา สิ่งที่ควรพัฒนา เราก็ไม่หยุดยั้ง เพราะความพอใจของลูกค้า คือความสุขของเรา

เมนู คู่หูคู่เฮง การรวมตัวของของเฮงๆอร่อยๆ 
อย่าง เผือกกวนชุบเมล็ดแตงโม และบัวลอยไส้งาดำทอดชุบงาขาว ทานกับน้ำขิงร้อนๆของทางร้าน
อร่อยเว่อร์วังตามระเบียบ

เมนูนี้ เฮียซ้ง เล่งหงษ์ การันตี ถ้าไม่สั่งเมนูนี้ เฮียซ้งตีตาย
เปิดบริการ ทุกวัน 11.00-22.00น.
สำรองที่นั่ง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สาขาพระราม2 โทร.02-4165000 , 02-4168872
สาขาสุขุมวิท62 โทร. 02-3116155 , 02-3116156
ไม่มีสาขาอื่น