แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Restaurant แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Restaurant แสดงบทความทั้งหมด

10 พฤษภาคม 2569

โฟลว์ อินเตอร์ พร้อมสยายปีกเปิดตัว Arcobräu แบรด์ดังจากเยอรมัน


วันนี้  เราจะมาร่วมพูดคุยถึงเส้นทางธุรกิจ กลยุทธ์การปรับตัวในยุคเศรษฐกิจผันผวน และการขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจร้านอาหารที่สะท้อนรสนิยมแบบยุโรปขนานแท้เบียร์จากเยอรมนี ภายใต้แบรนด์ที่เราภาคภูมิใจอย่าง เบียร์ Arcobräu (อาร์โคบราว) เป็นเบียร์สไตล์บาวาเรียนแท้จากเยอรมนีที่มีประวัติยาวนานกว่า 450 ปี  และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ความโดดเด่นของเบียร์เยอรมันคือ ความบริสุทธิ์ที่ปราศจากสารเคมีเจือปน มีรสสัมผัสที่นุ่มนวล ดื่มง่าย และที่สำคัญคือ ดื่มแล้วไม่ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือแฮงค์โอเวอร์ในเช้าวันถัดไป ซึ่งต่างจากทางฝั่งอังกฤษ ที่จะมีความเข้มข้นและรสสัมผัสของฮอปส์ที่ชัดเจนกว่า มีรสขมนิดๆ ตามสไตล์ที่คนชอบรสชาติเบียร์ฝั่งอังกฤษ



โฟลว์ อินเตอร์ พร้อมสยายปีกเปิดตัว Arcobräu แบรด์ดังจากเยอรมันขับเคลื่อนธุรกิจเครื่องดื่มพรีเมียมสู่ประเทศไทยกานต์พิชชา คงสมบัติ และ Flow Inter ชื่อแรกๆ ที่คนรักเครื่องดื่มพรีเมียม บริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัดมุ่งเน้นการเป็นผู้นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียม โดยเฉพาะจากประเทศเยอรมนีและอังกฤษ 

กานต์พิชชา คงสมบัติ CEO ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการคัดสรรเครื่องดื่มชั้นเลิศจากยุโรป มาให้คนไทยได้สัมผัส วันนี้เราจะมาร่วมพูดคุยถึงเส้นทางธุรกิจ กลยุทธ์การปรับตัวในยุคเศรษฐกิจผันผวน และการขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจร้านอาหารที่สะท้อนรสนิยมแบบยุโรป




เบียร์ Arcobräu (อาร์โคบราว) มรดกแห่งความเป็นเลิศของบาวาเรีย เป็นเบียร์สไตล์บาวาเรียนแท้จากเยอรมนีที่มีประวัติยาวนานกว่า 450 ปี  และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ความโดดเด่นของเบียร์เยอรมันคือ ความบริสุทธิ์ที่ปราศจากสารเคมีเจือปน มีรสสัมผัสที่นุ่มนวล ดื่มง่าย และที่สำคัญคือ ดื่มแล้วไม่ทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือแฮงค์โอเวอร์ในเช้าวันถัดไป ซึ่งต่างจากทางฝั่งอังกฤษ ที่จะมีความเข้มข้นและรสสัมผัสของฮอปส์ที่ชัดเจนกว่า มีรสขมนิดๆ ตามสไตล์ที่คนชอบรสชาติเบียร์ฝั่งอังกฤษ


เครื่องดื่ม 5 ชนิด ภายใต้แบรนด์ Arcobräu มรดกแห่งความเป็นเลิศของบาวาเรีย ที่ประกอบด้วย

1. Natur Radler ส่วนผสมที่เบา ๆ ให้ความสดชื่นของเลมอน มีกลิ่นหอม ปราศจากสารให้ความหวาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดื่มแบบเบาๆ การจับคู่อาหาร เช่น สลัด อาหารทะเล หรืออาหารเรียกน้ำย่อยเบาๆ

2. Mooser Liesl บาวาเรีย Helles คลาสสิกที่ต้มด้วยมอลต์พิเศษและฮอปต์ธรรมชาติ เพลิดเพลินไปกับรสชาติต้นตำรับที่นุ่มนวล ดื่มด่ำควบคู่ไปกับอาหารเลิศรส ไม่ว่าจะเป็น ไก่ย่าง เพรตเซล หรือชีส เข้ากันได้อย่างลงตัว

3. Weissbier Hell เครื่องดื่มจากข้าวสาลีระดับพรีเมียมที่ได้รับรางวัลนี้ ให้กลิ่นผลไม้และกลิ่นหอม ด้วยยีสต์ชั้นดีเพื่อรสชาติที่ละเมียดละมัย เหมาะกับการรับประทานกับอาหาร ประเภท ไส้กรอก ผักย่าง หรือซอฟต์ชีส

4. Festbier เครื่องดื่มสไตล์ดั้งเดิมนี้ผลิตขึ้นสำหรับเทศกาลอ๊อกโทเบิลเฟสต์ เป็นการรวบรวมการเฉลิมฉลองของบาวาเรีย ด้วยมอลต์ที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมรับประทานง่าย ซึ่งสามารถรับประทานกับอาหารประเภท บราทวูร์สท์ และผักย่าง ได้เป็นอย่างดี

5.Winterbier เครื่องดื่มที่ผลิตขึ้นสำหรับตามฤดูกาลพิเศษ มีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมของฮอปส์อ่อนๆ เหมาะสำหรับการสังสรรค์ในฤดูหนาวที่แสนสบาย การจับคู่อาหารประเภทเนื้อสัตว์ปิ้งย่าง



นอกจากนี้ โฟลว์ อินเตอร์ ยังเดินสายร่วมงานแฟร์ระดับประเทศอย่าง ThaiFex รวมถึงงานของหอการค้าอังกฤษ (BCCT) เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และเรายังมีเครือข่ายเอเย่นต์ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา และภาคอีสาน กานต์พิชชา คงสมบัติ ประธานกรรมการ บริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัด กล่าวทิ้งท้าย



23 เมษายน 2569

ดิ อัลเลียม แบงค็อก ชวนสัมผัส Spanish Heritage เสน่ห์อาหารสเปนใน Mediterranean Series

เชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดส จับมือเชฟมานูเอล อลอนโซ จาก Restaurante Casa Manolo ประเทศสเปนร่วมรังสรรค์ค่ำคืนแห่งรสชาติ ในวันที่ 29 เมษายน 2569 นี้

ดิ อัลเลียม แบงค็อก (The Allium Bangkok) เปิดตัว Mediterranean Series คอร์สดินเนอร์สุดพิเศษภายใต้คอนเซ็ปต์ Four-Hands Dining ในวันที่ 29 เมษายน 2569 นี้ ประเดิมครั้งแรกด้วยธีม Spanish Heritage นำโดยเชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ (Clément Hernandez) เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟของห้องอาหาร ดิ อัลเลียม แบงค็อก ร่วมกับเชฟมานูเอล อลอนโซ (Manuel Alonso) เชฟเจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์จากร้าน Restaurante Casa Manolo เมืองไดมุส แคว้นบาเลนเซีย ประเทศสเปน ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารสเปนผ่านมุมมองร่วมสมัย ไล่เรียงรสชาติอย่างมีชั้นเชิง ตั้งแต่โมเดิร์นทาปาส อาหารทะเล เมนูเนื้อสัตว์ ไปจนถึงของหวาน

สำหรับคอร์สดินเนอร์สุดพิเศษภายใต้ Mediterranean Series จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกไตรมาส ที่ ดิ อัลเลียม แบงค็อก โดยเชิญเชฟชั้นนำจากหลากหลายภูมิภาคมาสร้างสรรค์เมนูพิเศษร่วมกับเชฟเคลมองต์ เพื่อนำเสนอรสชาติที่ยึดโยงกับวัตถุดิบเมดิเตอร์เรเนียน ความลึกซึ้งของรสชาติ และความเรียบง่ายอย่างมีระดับ ทุกเมนูนำเสนอในรูปแบบแชร์ริ่ง เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความอร่อย พร้อมสำรวจรสชาติไปด้วยกันในบรรยากาศที่เปี่ยมชีวิตชีวา

เชฟมานูเอล อลอนโซ เป็นที่รู้จักจากแนวทางการทำอาหารที่เน้นอารมณ์และประสาทสัมผัส โดยแต่ละจานถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อปลุกความทรงจำ ถ่ายทอดเรื่องราวของสถานที่ และมอบประสบการณ์ความรู้สึกให้กับผู้รับประทาน ร้าน Casa Manolo ของเขาได้รับการแนะนำใน Michelin Guide ต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ และยังได้รับรางวัล Repsol Suns ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานความเป็นเลิศทางอาหารอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับตอนเปิดตัวของ Mediterranean Series ในครั้งนี้ เมนูถูกสร้างสรรค์โดยผสานเอกลักษณ์อาหารสเปนร่วมสมัยของเชฟอลอนโซ เข้ากับแนวทางการทำอาหารของเชฟเคลมองต์ที่ได้รับอิทธิพลจากพื้นฐานคลาสสิกแบบฝรั่งเศส

เริ่มต้นด้วยเมนูโมเดิร์นทาปาส ตามด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างทูน่าทาร์ทาร์และฟัวกราส์เทอรีน ก่อนต่อด้วย Fideuà เมนูอาหารทะเลพื้นบ้านของสเปน ประกอบด้วยกุ้งลายเสือ ปลาหมึก ปลากะพง และซอสไอโอลี จากนั้นอิ่มอร่อยกับจานหลักที่เสิร์ฟเป็นปาเอญ่าสไตล์บาเลนเซียแบบดั้งเดิมขนาดใหญ่ และปิดท้ายด้วยของหวาน ได้แก่ Turrón de Jijona นูกัตเนื้อนุ่มเสิร์ฟพร้อมไอศกรีม และ Arroz con Leche หรือพุดดิ้งข้าวสไตล์สเปนโรยหน้าด้วยอบเชยSpanish Heritage ให้บริการเฉพาะมื้อค่ำ ในวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. – 21.00 น. ราคา 2,500++ บาทต่อท่าน สำหรับเมนูแชร์ริ่ง 6 คอร์ส รวมเครื่องดื่มต้อนรับ น้ำดื่ม และชา หรือกาแฟ



สมาชิก Marriott Bonvoy รับส่วนลด 10% และสมาชิก Club Marriott รับส่วนลด 20% ดิ อัลเลียม แบงค็อก ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ห้องอาหารและบาร์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากครัวของสเปน ฝรั่งเศสตอนใต้ อิตาลี และกรีซ โดดเด่นด้วยแนวคิด Social Dining ที่ออกแบบประสบการณ์การรับประทานอาหารเพื่อการแบ่งปัน พร้อมเมนูรสชาติสดใหม่ เครื่องดื่มหลากหลาย และบรรยากาศผ่อนคลายมีชีวิตชีวาที่เชื้อเชิญให้ผู้คนมาพบปะสังสรรค์ร่วมกัน

เส้นทางสายอาหารของเชฟมานูเอล อลอนโซ เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2528 เมื่อครอบครัวของเขาก่อตั้งร้าน Casa Manolo บนชายหาดเมืองไดมุส โดยในช่วงแรกเป็นเพียงร้านอาหารเล็ก ๆ ที่นำเสนออาหารทะเลสดจากท้องถิ่น ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาและยกระดับสู่จุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง ที่ได้รับการยอมรับในด้านความประณีตของอาหาร พร้อมยังคงยึดโยงกับรากเหง้าเมดิเตอร์เรเนียนอย่างลึกซึ้ง

สำรองที่นั่งได้ที่
https://athenee.co/MediterraneanSeries 
โทร. 02 650 8800 หรืออีเมล fb.theathenee@luxurycollection.com

22 มีนาคม 2569

ก้าวเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการอันแสนหวานกับ Claire and Her Chocolate Fantasy Afternoon Tea at Café Claire


เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป คาเฟ่ แคลร์ ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมออกเดินทางสู่โลกแห่งความมหัศจรรย์ของช็อกโกแลตกับประสบการณ์ใหม่ล่าสุด “Claire and Her Chocolate Fantasy” Afternoon Tea เซตน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแห่งจินตนาการอันแสนหวานและเสน่ห์อันเย้ายวนของช็อกโกแลต 



ประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้รับการออกแบบเพื่อพาแขกทุกท่านเข้าสู่สวนช็อกโกแลตในโลกแห่งความฝัน ที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือด้านขนมหวาน และความสุขของการค้นพบรสชาติใหม่ ๆ โดยทุกเมนูได้รับการรังสรรค์อย่างประณีตโดยทีมเชฟของ คาเฟ่ แคลร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ทั้งหรูหราและสนุกสนาน พร้อมมอบความประทับใจทั้งด้านรสชาติและความงดงามของการนำเสนอ 



ไฮไลต์ของเซตน้ำชายามบ่ายนี้คือการรวมตัวของขนมหวานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากช็อกโกแลตหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Chocolate Macaron, Milk Chocolate Bar, White Chocolate Mousse, Caramel Waffle Cone, Blueberry Tart และ Chocolate Chip Scone อบสดใหม่ เสริมความพิเศษด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ Magic Drink ที่เพิ่มความสนุกและความมหัศจรรย์ให้กับประสบการณ์ในทุกคำ 

นอกจากนี้ ยังมีเมนูของว่างคาวที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างสมดุลของรสชาติ ได้แก่ Salmon Tartare on Brioche, Shrimp Mousse Croquettes with Pesto Mayonnaise, Mini Chicken Caesar Cone, Mini Mushroom Pork Burger และ Spinach with Lemon Cream Cheese ซึ่งช่วยเติมเต็มความกลมกล่อมให้กับเซตน้ำชายามบ่ายได้อย่างลงตัว |


ทุกเซตเสิร์ฟพร้อม ชา TWG ระดับพรีเมียมหรือกาแฟ เพื่อให้แขกได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และความอร่อยอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับช่วงเวลาพักผ่อนยามบ่าย การเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ หรือการใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญอย่างน่าประทับใจ




เซตน้ำชายามบ่ายสุดพิเศษนี้ให้บริการในราคา 1,690++ บาทต่อเซต สำหรับ 2 ท่าน และสามารถเพิ่ม สโคนพร้อมชา TWG เพิ่มเติมในราคา 350++ บาท เพื่อยกระดับประสบการณ์ความอร่อยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 

ภายในบรรยากาศอันสง่างามของ คาเฟ่ แคลร์ บนถนนวิทยุ ประสบการณ์นี้สะท้อนเอกลักษณ์ของ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ที่ผสมผสานความหรูหรา ความคิดสร้างสรรค์ และการบริการอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างช่วงเวลาอันน่าจดจำสำหรับแขกทุกท่าน

เปิดให้บริการสำหรับบุคคลทั่วไป: ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569

ราคา: 1,699++ บาท ต่อเซต (สำหรับ 2 ท่าน)
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 06:30 – 21:30 น.
เวลาน้ำชายามบ่าย: ทุกวัน เวลา 14:30 – 17:30 น.

สถานที่: โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ 110 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
สำรองที่นั่ง: โทร. +66 2125 9080
อีเมล cafeclaire@oriental-residence.com เว็บไซต์: https://www.cafe-claire.com/


27 กุมภาพันธ์ 2569

MICHELIN Selected Dining ห้องอาหารพระยาไดนิ่ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง ขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์เมนูอาหารไทยโบราณ บรรยากาศคฤหาสน์ 100 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาลิ้มลอง MICHELIN Selected Dining เมนูอาหารไทยในราชสำนักที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลด้วยมนต์เสน่ห์แห่งอดีต ที่ ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง สุดยอดห้องอาหารไทยชาววังบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์เมนูอาหารไทยโบราณในบรรยากาศคฤหาสน์ 100 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา






ห้องอาหารพระยาไดนิ่ง ตั้งอยู่ในโรงแรมพระยาพาลาซโซ การเดินทางต้องนั่งเรือข้ามฟากไปของร้าน ตัวอาคารเป็นสไตล์ปัลลาดีโออายุนับร้อยปี ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งอดีตกาล โดยเมนูที่รวมความเป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ ต้นตำรับไทยชาววังโบราณแล้วบรรจบที่กรุงเทพมหานครที่ร่วมสมัย อาทิเช่น แสร้งว่ากุ้ง แกงระแวง หมูผัดผัดส้มเสี้ยว แกงเนื้อผัดน้ำขลุกขลิกใส่ขมิ้นชันและตะไคร้เพิ่มรสชาติ แกงรัญจวนหมู กระทงทองไก่ เพื่อดึงกลิ่นหอมและมิติของรสชาติให้ลุ่มลึก ร้านอาหารพระยา ไดนิง อ้างอิงตำราอาหารไทยมาจากหลายแหล่ง ตั้งแต่ตำรับโบราณไปจนถึงหนังสืออาหารสำรับชาววัง






เชฟโจ เชฟภัทร์นิธิ ตั้งพีรพัฒน์ Chef Joe - Patnit Tangpeerapat Senior Executive Chef ประจำห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง (Praya Dining) ณ โรงแรมพระยา พาลาซโซ่ ซึ่งเป็นเชฟมากประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญอาหารไทยโบราณและอาหารตะวันตก ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง ขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์เมนูส่งต่อความอร่อยผ่านจานอาหารไทยทำอาหารด้วยความจริงจัง และตั้งใจในทุกขั้นตอนอาหารไทยโบราณในบรรยากาศคฤหาสน์ 100 ปี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 



โรงแรมและห้องอาหาร เฉพาะในส่วนของพระยา ไดนิ่ง อาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนได้สัมผัสไปกับประวัติศาสตร์ของอาหารไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และรัตนโกสินทร์การเดินทางมาที่นี่ ต้องนั่งเรือข้ามฟากของโรงแรมเข้าไปเท่านั้น! เพราะไม่มีถนนเข้าไป ต้องเดินทางด้วยเรือเป็นทางหลัก อันที่จริงถ้าจะเดินเท้าเข้ามาก็ได้ แต่ค่อนข้างลำบากเพราะตัวโรงแรมอยู่ติดแม่เจ้าพระยา และรอบข้างเป็นชุมชนบางยี่ขัน  




วันนี้ เชฟโจ บอกเล่าประสบการณ์ และรังสรรค์พิเศษอย่างประณีต เชฟโจ นำเมนูอาหารพร้อมทานและขนมหวาน เติมเต็มประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างสมบูรณ์แบบ ถ่ายทอดเสน่ห์ของวัตถุดิบไทยคุณภาพเยี่ยมจากทั่วประเทศ ในครั้งนี้ เชฟโจนำเมนูไฮไลท์ของเชฟชื่อดังอย่าง... คฤหาสน์แสนโรแมนติกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกคอร์สถูกยกระดับด้วยเทคนิคการปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อดึงกลิ่นหอมและมิติของรสชาติให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น




สามารถเดินทางได้โดยทางเรือเท่านั้น โดยทางโรงแรมมีบริการเรือรับส่งไปท่าต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง ตลอด 24 ชั่วโมง และมีสองท่าเรือหลักคือท่าพระอาทิตย์






Book Now: ห้องอาหารพระยา ไดนิ่ง
Location: โรงแรมพระยาพาลาซโซ
757/1 ซ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ให้บริการทุกวัน | เวลา 17:00 – 20:00 น.

📞 +66 81 402 8118 | +66 28 832 998
📲 WhatsApp: +66 81 402 8118
💌 reservation@prayapalazzo.com
💬 LINE: @prayapalazzo (https://lin.ee/PHnSfiC)

#PrayaPalazzo #Bangkok #PrayaDining #toptotravel #พระยาพาลาซโซ่ #ห้องอาหารพระยาไดนิ่ง