วันนี้ (17 ต.ค. 62) เวลา 11.00 น. นายชูรินทร์ ขวัญทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานในการแถลงข่าวการดำเนินงานตามภารกิจสำคัญ ได้แก่ การจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2562พร้อมทั้งรับมอบรองเท้านักเรียน จำนวน 300 คู่ มูลค่า 100,000 บาท จากกลุ่มบริษัทในเครือรองเท้า เอส.ซี.เอส. เพื่อส่งมอบให้เด็กในถิ่นทุรกันดารตามโครงการโรงเรียนเพียงหลวง ณ บริเวณโถงชั้น 1 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ
นายชูรินทร์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2528 กำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ เนื่องจากพระองค์ทรงอุทิศพระวรกายและเวลา
เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน โดยมิได้ทรงเห็นแก่ความเหนื่อยยาก สมควรที่นักสังคมสงเคราะห์ นำมาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงาน
และเพื่อเป็นการสอดรับกับการเป็นปีอาสาสมัครสากล ที่องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2543 กำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันอาสาสมัครไทย ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติเสนอ ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติด้วย
ทั้งนี้ทุกวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี กระทรวง พม. โดย พส. ร่วมกับ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้จัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม สังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาสังคม ตลอดจนเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเป็นแบบอย่างแก่อาสาสมัครและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยร่วมกันพิจารณาคัดเลือกอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่นของแต่ละปี
นายชูรินทร์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการจัดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2562 กำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย
ช่วงเช้า มีการจัดเวทีสมัชชาสวัสดิการสังคมแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนอาสาสมัครได้มีโอกาสมาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานร่วมกัน สำหรับในปีนี้กำหนดหัวข้อ “ทิศทางการขับเคลื่อน Productive Welfare เพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน” และช่วงบ่าย มีการจัดพิธีประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่น และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดให้ หม่อมหลวงสราลีกิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ มาเป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประจำปี 2562 ในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 256 ราย ได้แก่ อาสาสมัครดีเด่น จำนวน 241 คน และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จำนวน
15 องค์การ
นอกจากนี้ ยังมีการจัดบูธนิทรรศการ ซึ่งแบ่งเป็น 3 โซน ดังนี้ 1.นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 2.นิทรรศการอาสาสมัครดีเด่น และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น และ 3. บูธนิทรรศการหน่วยงานภาครัฐ เอกชนที่มีภารกิจด้านอาสาสมัคร สังคมสงเคราะห์ และการจัดสวัสดิการสังคม เช่น สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เป็นต้น
นายชูรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พส. ได้น้อมนำพระดำริทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มาดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว และชุมชน ตามโครงการโรงเรียนเพียงหลวงฯ โดย พส. มีบทบาทในการส่งเสริมการบูรณาการการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย เพื่อให้เด็ก ครอบครัว และชุมชน เข้าถึงสิทธิสวัสดิการพื้นฐาน และพัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้าน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากกลุ่มบริษัทในเครือรองเท้าเอส.ซี.เอส.
โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2561 คณะผู้แทนกลุ่มบริษัทรองเท้า เอส.ซี.เอส ได้มอบรองเท้า จำนวน 300 คู่ ให้กับนักเรียนโรงเรียนเพียงหลวง และในวันนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่คณะผู้แทนกลุ่มบริษัท ในเครือรองเท้า เอส.ซี.เอส. นำโดยนายสมฤกษ์ วงศ์วีระนนท์ชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.ซี.เอส. สปอร์ตสแวร์ จำกัด ได้มามอบรองเท้า จำนวน 300 คู่ ให้กับ พส. เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กในถิ่นทุรกันดารตามโครงการโรงเรียนเพียงหลวง
ทั้งนี้ พส. และกลุ่มบริษัทรองเท้า เอส.ซี.เอส. พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชนในถิ่นทุรกันดาร และขอเชิญชวนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร
โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองหนึ่งใจ...เดียวกัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โทร. 0 2306 8883-4 หรือ ติดตามกิจกรรมความเคลื่อนไหว ได้ที่ Facebook fan page กองหนึ่งใจเดียวกัน
17 ตุลาคม 2562
15 ตุลาคม 2562
Wongnai จับมือ eatigo ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ จองโต๊ะร้านดังกว่า 850 ร้าน ทั่วกรุงเทพฯ-พัทยา-เชียงใหม่
ผ่านแอปฯ Wongnai ได้แล้ววันนี้
พร้อมรับดีลสุดคุ้มจาก eatigo สูงสุด 50%
Wongnai จับมือ eatigo ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ให้จองโต๊ะร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ชื่อดังกว่า 850 ร้าน ทั่วกรุงเทพฯ-พัทยา-เชียงใหม่ ผ่านแอปฯ Wongnai ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับดีลสุดคุ้มจาก eatigo สูงสุด 50% พิเศษสุดสำหรับผู้ที่จองโต๊ะผ่านแอปฯ Wongnai ใส่ Promo Code “WNEATIGO” เพื่อรับ eatigo Cash Voucher 100 บาท (ใช้ได้ 2 ครั้ง) เฉพาะวันนี้ถึง 15 ธันวาคมนี้เท่านั้น
เปิดแอปฯ Wongnai เพื่อจองโต๊ะร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ชื่อดังสำหรับเดทสำคัญ สังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือมื้ออบอุ่นกับครอบครัว ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องไปยืนรอคิวหน้าร้าน เพียงไม่กี่ขั้นตอน
1. เปิดแอปฯ Wongnai แล้วค้นหาร้านที่ต้องการจองโต๊ะ*
2. กด “จอง (Reserve)”
3. ระบุจำนวนคนและวันที่ต้องการจอง พร้อมใส่ Promo Code เพื่อรับดีลพิเศษจาก eatigo
4. เลือกช่วงเวลาที่ต้องการจอง
5. ตรวจสอบข้อมูลการจองและระบุข้อมูลผู้จอง จากนั้นกดยืนยันเพื่อรอรับการแจ้งเตือนผ่าน SMS, Email และแอปพลิเคชัน
6. แจ้งชื่อที่ใช้จองที่ร้านเมื่อถึงเวลาจองเพื่อเข้าไปเอ็นจอยกับมื้อสุดพิเศษได้ทันที
จองโต๊ะร้านดังกว่า 850 ร้าน ทั่วกรุงเทพฯ-พัทยา-เชียงใหม่ ผ่านแอปฯ Wongnai ด้วยบริการจาก eatigo โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านที่สามารถจองโต๊ะได้ ได้บนเว็บไซต์ Wongnai*
พิเศษสุดสำหรับผู้ที่จองโต๊ะผ่านแอปฯ Wongnai รับดีลสุดพิเศษจาก eatigo สูงสุด 50% พร้อมรับสิทธิพิเศษต่อที่ 2 ใส่ Promo Code “WNEATIGO” เพื่อรับ eatigo Cash Voucher 100 บาท (ใช้ได้ 2 ครั้ง) เฉพาะวันนี้ถึง 15 ธันวาคมนี้เท่านั้นหรือจนกว่า Promo Code จะหมด และสามารถใช้สิทธิ eatigo Cash Voucher ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Wongnai ได้ทั้ง App Store และ Google Play
*สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านที่สามารถจองโต๊ะได้บนเว็บไซต์ Wongnai กรุงเทพฯ - https://www.wongnai.com/collections/eatigo-wongnai-bkk พัทยา - https://www.wongnai.com/collections/eatigo-wongnai-pattaya เชียงใหม่ - https://www.wongnai.com/collections/eatigo-wongnai-cnx
พร้อมรับดีลสุดคุ้มจาก eatigo สูงสุด 50%
Wongnai จับมือ eatigo ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ให้จองโต๊ะร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ชื่อดังกว่า 850 ร้าน ทั่วกรุงเทพฯ-พัทยา-เชียงใหม่ ผ่านแอปฯ Wongnai ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับดีลสุดคุ้มจาก eatigo สูงสุด 50% พิเศษสุดสำหรับผู้ที่จองโต๊ะผ่านแอปฯ Wongnai ใส่ Promo Code “WNEATIGO” เพื่อรับ eatigo Cash Voucher 100 บาท (ใช้ได้ 2 ครั้ง) เฉพาะวันนี้ถึง 15 ธันวาคมนี้เท่านั้น
เปิดแอปฯ Wongnai เพื่อจองโต๊ะร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ชื่อดังสำหรับเดทสำคัญ สังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือมื้ออบอุ่นกับครอบครัว ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องไปยืนรอคิวหน้าร้าน เพียงไม่กี่ขั้นตอน
1. เปิดแอปฯ Wongnai แล้วค้นหาร้านที่ต้องการจองโต๊ะ*
2. กด “จอง (Reserve)”
3. ระบุจำนวนคนและวันที่ต้องการจอง พร้อมใส่ Promo Code เพื่อรับดีลพิเศษจาก eatigo
4. เลือกช่วงเวลาที่ต้องการจอง
5. ตรวจสอบข้อมูลการจองและระบุข้อมูลผู้จอง จากนั้นกดยืนยันเพื่อรอรับการแจ้งเตือนผ่าน SMS, Email และแอปพลิเคชัน
6. แจ้งชื่อที่ใช้จองที่ร้านเมื่อถึงเวลาจองเพื่อเข้าไปเอ็นจอยกับมื้อสุดพิเศษได้ทันที
จองโต๊ะร้านดังกว่า 850 ร้าน ทั่วกรุงเทพฯ-พัทยา-เชียงใหม่ ผ่านแอปฯ Wongnai ด้วยบริการจาก eatigo โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านที่สามารถจองโต๊ะได้ ได้บนเว็บไซต์ Wongnai*
พิเศษสุดสำหรับผู้ที่จองโต๊ะผ่านแอปฯ Wongnai รับดีลสุดพิเศษจาก eatigo สูงสุด 50% พร้อมรับสิทธิพิเศษต่อที่ 2 ใส่ Promo Code “WNEATIGO” เพื่อรับ eatigo Cash Voucher 100 บาท (ใช้ได้ 2 ครั้ง) เฉพาะวันนี้ถึง 15 ธันวาคมนี้เท่านั้นหรือจนกว่า Promo Code จะหมด และสามารถใช้สิทธิ eatigo Cash Voucher ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Wongnai ได้ทั้ง App Store และ Google Play
*สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านที่สามารถจองโต๊ะได้บนเว็บไซต์ Wongnai กรุงเทพฯ - https://www.wongnai.com/collections/eatigo-wongnai-bkk พัทยา - https://www.wongnai.com/collections/eatigo-wongnai-pattaya เชียงใหม่ - https://www.wongnai.com/collections/eatigo-wongnai-cnx
14 ตุลาคม 2562
หัตถกรรมงานศิลป์ เยือนถิ่นเบญรงค์ มุ่งตรงบ้านดอนไก่ดี
กลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี หนึ่งในหมู่บ้านเบญจรงค์ของไทย
เครื่องเบญจรงค์ที่นี่ ถือได้ว่าเป็นงานที่ประณีตสวยงาม และทรงคุณค่า มาช่วยกันสืบสานสีสันสายเส้น เครื่องเบญจรงค์ทำเองใช้เอง ที่ หมู่บ้านเบญจรงค์ ดอนไก่ดี เปิดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมและศึกษาหาความรู้ด้านการผลิตเบญจรงค์ พร้อมเปิดบ้านเป็นโฮมสเตย์รับนักท่องเที่ยว พักผ่อนและร่วมทำกิจกรรมกันแบบเต็มที่เลยทีเดียว
คุณป้าอุไร แตงเอี่ยม เป็นเจ้าของเรื่องราวกว่าจะเป็นหมู่บ้านเบญจรงค์ทุกวันนี้ รูปแบบเบญจรงค์ของคุณป้านั้น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยจะเน้นเบญจรงค์ที่มีลวดลายโบราณในสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 5 แต่มีการออกแบบลวดลายใหม่ๆ
คุณป้าอุไร แตงเอี่ยม เป็นประธานกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ในฐานะผู้บุกเบิกจัดตั้งชุมชนแห่งนี้เจ้าของเรื่องราวกว่าจะเป็นหมู่บ้านเบญจรงค์ทุกวันนี้ รูปแบบเบญจรงค์ของคุณป้านั้น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยจะเน้นเบญจรงค์ที่มีลวดลายโบราณในสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 5 แต่มีการออกแบบลวดลายใหม่ๆ เป็นเจ้าของเรื่องราวกว่าจะเป็นหมู่บ้านเบญจรงค์ทุกวันนี้ รูปแบบเบญจรงค์ของคุณป้านั้น
มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยจะเน้นเบญจรงค์ที่มีลวดลายโบราณในสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 5
แต่มีการออกแบบลวดลายใหม่ๆ
ขั้นตอนการผลิตงานเบญจรงค์ดอนไก่ดี ศิลปะชั้นสูง
มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยจะเน้นเบญจรงค์ที่มีลวดลายโบราณในสมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 5
แต่มีการออกแบบลวดลายใหม่ๆ
ขั้นตอนที่ 1: ปั้นดิน ขึ้นรูปเครื่องเบญจรงค์ และตากให้แห้ง
ขั้นตอนที่ 2: ชุบน้ำยาเคลือบแล้วนำไปเผา
ขั้นตอนที่ 3: นำเครื่องเบญจรงค์ที่เป็นสีขาวจากเคลือบมาเขียนลายเส้นสีทอ
ขั้นตอนที่ 4: ลงสีบนเคลือบตามที่ต้องการ
ขั้นตอนที่ 5:วนทอง
ขั้นตอนที่ 6:นำเข้าเตาเผาด้วยอุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส
งานฝีมือพื้นบ้าน หนึ่งในชิ้นงานที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยได้ดีที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ เครื่องเบญจรงค์
บ้านดอนไก่ดี หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อยู่ในอำเภอกระทุ่มแบน ชุมชนบ้านดอนไก่ดีเป็นหมู่บ้านที่สืบทอดการผลิตเครื่องเบญจรงค์กันมาหลายชั่วอายุคน จนปัจจุบันนับเป็นผลงาน OTOP ระดับ 5 ดาว
ที่มีมาตรฐานระดับสากล มีการพัฒนาด้านลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยด้วยสี 5 สี และยังมีการ
ใช้สีที่สวยงามยิ่งขึ้นอย่างเช่น ลายน้ำทอง มีสีทองช่วยเสริมความสวยงามและโดดเด่นของลวดลาย
การพัฒนางานเบญจรงค์แพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง จากถ้วยโถโอชามก็มีภาชนะอื่นๆ มากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการเปิดโฮมสเตย์เป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวที่สนใจงานเบญจรงค์เข้าไปศึกษาวิถีชีวิต
และเรียนรู้กระบวนการผลิตของหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี
การเดินทาง ถ้ามา จาก กทม.ใช้เส้นทางพระรามสอง มาถึงมหาชัย (สมุทรสาคร) เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองมหาชัยพร้อมกับชิดขวาตามป้ายที่บอกทางไปกระทุ่มแบนอ้อมขึ้นสะพานวิ่งตามถนนเศรษฐกิจตรงไปประมาณ 10 กิโลเมตรจะเห็นป้ายบอกทางไปหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดีให้เราเลี้ยวซ้ายแล้ว ตรงไปตามทางอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะเจอหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ร้านคุณอุไร เบญจรงค์
กลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี
โทร. 0-3447-3480, 081-861-4626
12 ตุลาคม 2562
การท่องเที่ยวอินโดฯ จัดงานเปิดโลกสุดมันส์กับมหัศจรรย์อินโดนีเซีย 2019
ไม่ว่าคุณชอบการท่องเที่ยวสไตล์ไหน
อินโดนีเซียพร้อมจัดให้กับงานนี้ ทั้งข้อมูลการท่องเที่ยวแบบจัดเต็ม
แพ็คเกจท่องเที่ยว ตั๋วเครื่องบิน ที่พักราคาโดนใจ พบการแสดงจากศิลปินไทยสุดมันส์ Zom
Marie FOLK 9 Tape Duangporn Aomsin พร้อมกระทบไหล่เหล่าเซเลบและบลอกเกอร์ชื่อดังอาทิ
หญิงแม้น อัค อัครัฐ Akkakarat บาส Go Went Go แพทตี้
พิมพาภรณ์ Pimpatty นุ้ย Keira Phitchakorn Balla เบอร์ดี้
Birdieparva พลาดไม่ได้กับการแสดงพื้นเมืองสุดอลัง
ชิมอาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่นที่บินตรงมาเสิร์ฟถึงที่ในวันหยุดยาวนี้
และลุ้นเป็นเจ้าของรางวัลพิเศษมากมายอีกเพียบ คุณเดซซี่ รูฮาติ รองผู้ช่วยการตลาด
1 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กระทรวงการท่องเที่ยวอินโดนีเซียพร้อมด้วยผู้บริหารจากสยามพารากอนและเซเลบบล็อกเกอร์ชื่อดังร่วมเปิดงาน
“กระทรวงการท่องเที่ยวอินโดนีเซียมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมการจัดงาน
เปิดโลกสุดมันส์กับมหัศจรรย์อินโดนีเซีย 2019
เพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวไทยได้เปิดประสบการณ์สัมผัสความมหัศจรรย์ของแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆและวัฒนธรรมอินโดนีเซียที่น่าค้นหา
ในทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทางวัฒนธรรม
ทางวิถีชีวิตที่ไม่มีในไทย การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่ต้อนรับชาวไทยเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ในกรุงเทพก็สามารถเข้าร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ดังกล่าวได้เช่นกัน
เราจึงอยากเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวงานเปิดโลกสุดมันส์กับมหัศจรรย์อินโดนีเซีย 2019
ในครั้งนี้” คุณริซกี้ ฮันดายานี รองประธานฝ่ายการตลาด 1
กระทรวงการท่องเที่ยวอินโดนีเซียกล่าว
แม้คนไทยส่วนมากจะรู้จักเกาะบาหลี
แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอินโดนีเซียที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และวัฒนธรรมอันงดงาม
อย่างไรก็ดีกระทรวงการท่องเที่ยวอินโดนีเซียภูมิใจนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆมากมายที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสมชื่อดินแดนหมื่นเกาะ
นายอารีฟ ยาฮยา รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวอินโดนีเซียจึงได้ประกาศ 10
จุดหมายปลายทางสำคัญได้แก่ ทะเลสาบโตบา (Lake Toba), หาดตันจุง
เกรายัง (Tanjung Kelayang Beach), อุทยานแห่งชาติหมื่นเกาะ(Thousand
Islands National Park), หาดตันจุง เลซุง (Tanjung Lesung
Beach), มหาสถูปบุโรพุทโธ (Borobudur Temple), อุทยานแห่งชาติโบรโม
เทงเกอร์ เซเมรู (Bromo Tengger Semeru National Park)
พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติหาดมันดาริกา
(Mandalika Conservation Area), อุทยานแห่งชาติทางทะเลวากาโตบิ (Wakatobi
National Marine Park), เกาะโมโรไต (Morotai Island), เมืองลาบวน
บาโจ (Labuan Bajo) และ 5 อันดับจุดหมายปลายทางสำคัญพิเศษ
ทะเลสาบโตบา (Lake Toba), มหาสถูปบุโรพุทโธ (Borobudur
Temple), พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติหาดมันดาริกา (Mandalika
Conservation Area), เมืองลาบวน บาโจ (Labuan Bajo) และ
หาดลิกูปัง (Likupang) เพื่อสนับสนุนแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศอินโดนีเซียและนำไปสู่เป้าหมายการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวถึง
20 ล้านคน ในปี 2562
อินโดนีเซียอยู่ใกล้กับประเทศไทย
ระยะเวลาเที่ยวบินจากกรุงเทพถึงจาการ์ตาเมืองหลวงใช้เวลาเพียง 3
ชั่วโมง ไปเกาะบาหลี ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 10
นาที ไปเมืองเมดานสวรรค์นักกินใช้เวลาประมาณ 1
ชั่วโมง 55 นาที
ระยะเวลาสั้นนี้สะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่จะไปถึงดินแดนอันน่ามหัศจรรย์
งานเปิดโลกสุดมันส์กับมหัศจรรย์อินโดนีเซีย 2019
ครั้งนี้จึงเน้นนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวแปลกใหม่ไม่ซ้ำเดิม
เหมาะแก่คนรุ่นใหม่ที่ชอบค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวแบบไม่จำเจ
ขนชุดเก๋ๆไปถ่ายรูปกับบรรยากาศสุดชิค พร้อมอัพลงไอจีได้ไม่ซ้ำใคร เช่น
ผจญภัยในเมืองลาบวน บาโจ (Labuan Bajo) ชมมังกรโคโมโด
แล้วกระโจนขึ้นเรือไปนอนถ่ายรูปบนหาดทรายสีชมพู หรือจะหนีไปนอนโฮมสเตย์
ใช้ชีวิตใกล้ชิดชาวเลที่ Lake Toba หรือถ้ากล้าแพ็คกระเป๋าสองเท้าปีนภูเขาไฟโบรโมก็ได้รูปไม่โหลแน่นอน
หรือหากอยากสัมผัสปล่องภูเขาไฟสีขาวเลื่องชื่อต้องไปเมืองบันดุง Bandung กับสมญานามปารีสแห่งชวาที่อากาศเย็นสบายตลอดปี
มีย่านสตรีทสายอาร์ทและร้านกาแฟเก๋เพียบที่ต้องเช็คอินแชะภาพอัพเฟส/ไอจีเหมือนอยู่ยุโรป
หรือจะโฉบไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มหาสถูปบุโรพุทโธ ที่คุณต้องร้องโอ้โห
ยามสัมผัสทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงามราวต้องมนต์ ที่นี่ที่เดียว...ดินแดนมหัศจรรย์อินโดนีเซีย
“การจัดงานครั้งนี้
เราหวังเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวไทยไปเที่ยวอินโดนีเซียมากขึ้น
จากสถิติตั้งแต่เดือนมกราคม - สิงหาคม 2562
มีนักท่องเที่ยวไทยไปเยือนอินโดนีเซียจำนวน 90,863 คน
โดยปี 2561 ที่ผ่านมา เราต้อนรับนักท่องเที่ยวไทยประมาณ 124,153 คน
และภายในปีนี้เราตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 162,000
คน” คุณเดซซี่ รูฮาติ รองผู้ช่วยการตลาด 1 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กระทรวงการท่องเที่ยวอินโดนีเซียกล่าว
ภายในงานพบกับกิจกรรมมากมายสุดมันส์สำหรับผู้สนใจเดินทางไปเที่ยวอินโดนีเซีย
อาทิเช่น การออกบูธโดยผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสายการบิน
จำหน่ายสินค้าท่องเที่ยวอินโดนีเซียในราคาพิเศษ พร้อมส่วนลดไม่อั้น เช่น
ทัวร์อินโดนีเซีย แพ็คเกจเที่ยวอิสระ ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก พิเศษ!
ผู้ซื้อแพคเกจในงานนำใบเสร็จรับเงินตัวจริงมาแลกรับฟรี “กระเป๋าเดินทาง”
(ตามเงื่อนไขที่กำหนด) หรือร่วมลุ้นรางวัลอีกเพียบกับกิจกรรมสนุกๆมากมายในงาน เขย่าความมันส์ไปกับดีเจ ศิลปิน เซเลบ
บลอกเกอร์ชื่อดังที่จะมาร่วมสร้างสีสันและแชร์ประสบการณ์การเดินทางค้นหาประสบการณ์แปลกใหม่ในอินโดนีเซียบนเวทีภายในงาน
รวมถึงการแสดงพื้นเมืองสุดอลังการโชว์วัฒนธรรมอินโดนีเซีย
อาทิตย์ 13
ต.ค. 2562
นุ้ย จากเพจ Sononui 12.10-12.55 น.
บาส จากเพจ Go Went Go 16.55-17.40 น.
ศิลปินส้ม Zom Marie 19.00-20.00 น.
เปิดประสบการณ์นวัตกรรมจอ Interactive สัมผัสสุดล้ำที่จะนำทุกท่านร่วมผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์อินโดนีเซียกับข้อมูลท่องเที่ยวแสนสนุก
ครบทุกรส ช้อป ชิม
แชะไปกับอาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่นอินโดนีเซียที่บินตรงมาเสิร์ฟถึงที่ในวันหยุดยาวนี้
ไม่ว่าจะเป็นสายเที่ยวแนวไหน
เราขอท้าคุณมาร่วมตะลุยค้นหาเปิดประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นกับจุดหมายปลายทางใหม่ทั่วอินโดนีเซียที่ใช่...ในสไตล์คุณ
ที่งาน “งานเปิดโลกสุดมันส์กับมหัศจรรย์อินโดนีเซีย Wonderful Indonesia
Festival 2019” ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
ในวันที่ 11-13 ตุลาคม 2562 นี้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานได้ที่เฟซบุค (ภาษาไทย) www.facebook.com/goindonesiaTH/
09 ตุลาคม 2562
กลุ่มทรู ผนึก โชว์ไร้ขีด จุดพลังเกมเมอร์สายพันธุ์ใหม่
“THAILAND GAME SHOW 2019” มหกรรมเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปูทางอาชีพวงการเกมสู่ระดับสากล พบกัน 25-27 ตุลาคมนี้ ที่สยามพารากอน
นายต่อบุญ พ่วงมหา (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการกลุ่มด้านธุรกิจออนไลน์สเตชั่น บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด และ นายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด พร้อมด้วยกลุ่มพันธมิตรผนึกกำลังจัดงานแถลงข่าวสุดยอดมหกรรมงานเกมสุดยิ่งใหญ่แห่งเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ “THAILAND GAME SHOW 2019” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “TOMORROW” เพราะโลกของเกม ไม่เคยหยุดที่คำว่าวันนี้ เตรียมจัดเต็มความสนุกอัดแน่นขึ้นกว่าทุกปี กับดีกรีความมันส์ขั้นสุดตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00-20.00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยาม พารากอน
รายละเอียดเพิ่มเติม www.thailandgameshow.com หรือเฟซบุ๊ก Thailand Game Show และ แอปพลิเคชัน Thailand Game Show โดยงานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ Thailand E-Sport Arena เดอะสตรีท รัชดา เมื่อเร็วๆ นี้
#TGS2019 #TGS2019TOMORROW
ประกาศผลการตัดสิน “ประกวดผลงานศิลปะสร้างสรรค์จากวรรณกรรมไทย ปี 13”
4 เด็กไทยรักการอ่านสานต่องานศิลป์
คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง!
คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง!
ทราบผลกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการประกวดผลงานศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนไทยใน โครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 13 โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งปีนี้จัดขึ้นในหัวข้อ “บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ความสุข ความผูกพันของสังคมไทย” เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรักการอ่าน ภูมิใจในภาษา และวรรณกรรมไทย พร้อมสืบสานมรดกทาง
วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย ผ่านการถ่ายทอดแรงบันดาลใจที่ได้รับจากการอ่านนำเสนอเป็นภาพวาดจากจินตนาการ ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1.4 ล้านบาท
ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลและนิทรรศการ “บวร” ความสุข ความผูกพันของสังคมไทย จัดขึ้น ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา คุณชลาลักษณ์ บุนนาค ประธานคณะกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน, คุณเอนก พนาอภิชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ศิลปินชั้นครูแห่งวงการศิลปะและวรรณกรรมของไทย สื่อมวลชน คณะครูอาจารย์ และเยาวชนจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมงานกันอย่างอบอุ่น พร้อมร่วมชื่นชมนิทรรศการผลงานศิลปะของเยาวชนที่ได้รับการจัดแสดงไว้อย่างสวยงาม
กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการแสดงพิเศษชุด “บวรศิลป์ถิ่นไทย” ของกลุ่มคิดบวกสิปป์ ที่เคยสร้างชื่อเสียงจากรายการ Thailand’s Got Talent มาแล้ว ก่อนจะเปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำเสนอแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ , อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก , คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ ดร.สังคม ทองมี , อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร , อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และคุณธวัชชัย สมคง พร้อมเข้าสู่พิธีมอบรางวัลและประกาศผลการตัดสินรอบชิงชนะเลิศของโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 13 อย่างเป็นทางการ โดยแบ่งผลงานออกเป็นระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และอุดมศึกษา ดังนี้
ประถมศึกษา
รางวัลชนะเลิศ : รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร ได้แก่
เด็กชายธนกร แสนทวีสุข โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี
• ชื่อผลงาน “มหกรรมในท้องทุ่ง”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “มหกรรมในท้องทุ่ง”
• ชื่อผลงาน “มหกรรมในท้องทุ่ง”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “มหกรรมในท้องทุ่ง”
มัธยมศึกษาตอนต้น
รางวัลชนะเลิศ : รับเงินรางวัลมูลค่า 40,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร ได้แก่
เด็กชายพู่กัน สร่องศรี โรงเรียนสารวิทยา
• ชื่อผลงาน “ชักพระ”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “บ้านชายทุ่ง”
• ชื่อผลงาน “ชักพระ”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “บ้านชายทุ่ง”
มัธยมศึกษาตอนปลาย
รางวัลชนะเลิศ : รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท ได้แก่
นางสาวมนทกานติ ฤทธิ์จำนงค์ โรงเรียนศรียาภัย
• ชื่อผลงาน “ความรู้สึกข้างใน”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เสียงเดือนในเสียงหวูดรถไฟ”
• ชื่อผลงาน “ความรู้สึกข้างใน”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “เสียงเดือนในเสียงหวูดรถไฟ”
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท ได้แก่
นางสาววนวรรณ ศิริจินโน ชมรมสอนศิลปะหอศิลป์ปาร์ตี้อาร์ตแกลลอรี่
• ชื่อผลงาน “ข้าวก้นบาตรของหลวงปู่”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “คนอยู่วัด”
• ชื่อผลงาน “ข้าวก้นบาตรของหลวงปู่”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “คนอยู่วัด”
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : รับเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท ได้แก่
นางสาวศรัญญา ชัยวงศ์ โรงเรียนกาวิละวิทยาลัย
• ชื่อผลงาน “หนูลูกพระ”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ขวัญสงฆ์”
• ชื่อผลงาน “หนูลูกพระ”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ขวัญสงฆ์”
อุดมศึกษา
รางวัลชนะเลิศ : รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 120,000 บาท ได้แก่
นายผจงภักดิ์ เอาเจริญภักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (เพาะช่าง)
• ชื่อผลงาน “โฮปเฟล”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ไผ่แดง”
• ชื่อผลงาน “โฮปเฟล”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ไผ่แดง”
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : รับเงินรางวัลมูลค่า 60,000 บาท ได้แก่
นางสาวพิสชา พ่วงลาภ มหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขต พระราชวังสนามจันทร์
• ชื่อผลงาน “แสงสว่างแห่งศรัทธา”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ตำนานภูเขาทอง”
• ชื่อผลงาน “แสงสว่างแห่งศรัทธา”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “ตำนานภูเขาทอง”
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : รับเงินรางวัลมูลค่า 40,000 บาท ได้แก่
นายพงศธร ทิพาเสถียร มหาวิทยาลัยขอนแก่น
• ชื่อผลงาน “เรื่องราวของเจ้าทองเทา”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “หมา (อยู่) วัด”
• ชื่อผลงาน “เรื่องราวของเจ้าทองเทา”
• แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่อง “หมา (อยู่) วัด”
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนผลงานของเยาวชน ผ่านการจำหน่ายภาพการกุศลสมทบทุนมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา รายได้ทั้งหมด (โดยไม่หักค่าใช้จ่าย)
เพื่อเป็นทุนการศึกษาของนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้ที่ www.intouchcompany.com
ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ติดตามผลการประกาศรางวัลและข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ FB : intouchstation สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 082-796-1670-1, 02-934-6767
และ 02-118-6953 หรือ Line ID: Jintanakarn.intouch
ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ติดตามผลการประกาศรางวัลและข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ FB : intouchstation สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 082-796-1670-1, 02-934-6767
และ 02-118-6953 หรือ Line ID: Jintanakarn.intouch
08 ตุลาคม 2562
โรงพยาบาลบีบีเอช Robotic Center BBH Hospital สุขุมวิท 39
รพ.บีบีเอช ชูนวัตกรรมล้ำ เปิดตัวหุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟู ช่วยควบคุมกล้ามเนื้อผู้ป่วยด้วยระบบสมองกล
วันที่ 8 ตุลาคม 2562 เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์หุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟู โรงพยาบาลบีบีเอช Robotic Center BBH Hospital สุขุมวิท 39 แพทย์หญิงกุสุมา คุณาวงษ์กฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลบีบีเอช แถลงข่าวเปิดตัว หุ่นยนต์และระบบสมองกลอัจฉริยะช่วยฝึกกล้ามเนื้อเขนและขาของผู้ป่วย อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกว่าเป็นนวัตกรรมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน โดยมีแขกผู้มีเกียรติให้ความสนใจเข้าเยี่ยมชมคับคั่ง
![]() |
| แพทย์หญิงกุสุมา คุณาวงษ์กฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลบีบีเอช |
แพทย์หญิงกุสุมา คุณาวงษ์กฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลบีบีเอช กล่าวว่า “การเปิดศูนย์หุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟู เป็นการต่อยอดและเพิ่มศักยภาพในการบริการให้กับศูนย์กายภาพของโรงพยาบาลบีบีเอช โดยคณะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ศัลยแพทย์โรคกระดูกและข้อ ศัลยแพทย์โรคกระดูกสันหลัง และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง นักกายภาพบำบัด พร้อมให้บริการผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวลำบาก เดินเองไม่ได้ หรือมีท่าเดินที่ไม่ถูกต้อง ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยไขสันหลังบาดเจ็บ เด็กสมองพิการ หรือผู้ป่วยพากินสัน โดยสามารถประเมินและวางแผนการรักษาให้กับลูกค้าได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่สอดคล้อง ตรงกับอาการ มีผลของการรักษาที่ดีขึ้น ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวให้มีความสุข”
โรงพยาบาลบีบีเอช (Better Being Hospital) สุขุมวิท 39 เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางที่ให้การดูแลผู้ป่วยที่ต้องฟื้นฟูสุขภาพโดยรับรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง
ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคกระดูกและข้อ และโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อผิดปรกติต่างๆ นวัตกรรมหุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟู เป็นการนวัตกรรมทางการแพทย์ที่นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์
และระบบสมองกลอัจฉริยะมาใช้ในการช่วยฝึกกล้ามเนื้อเขนและขาของผู้ป่วย โดยที่ผู้ป่วยที่ไม่ต้องออกแรงพยุงตัวเอง ซึ่งสามารถใช้ได้ตั้งแต่ผู้ป่วยที่มีกำลังกล้ามเนื้อเป็นศูนย์จนถึงผู้ป่วยที่ฝึกควบคุมกล้ามเนื้อต่างๆ อุปกรณ์ที่ใช้ใน Robotic Center ของโรงพยาบาลบีบีเอช มีระบบโปรแกรมควบคุมอัจฉริยะ และระบบควบคุมโดยตรงและระบบควบคุมทางอ้อม Active & Passive mode ที่สามารถให้แพทย์และนักกายภาพบำบัดสามารถเลือกใช้ในการฝึกกล้ามเนื้อที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย รวมถึง
มีระบบ Bio Feedback ที่ฝึกประสาทควบคู่กันกับการฝึกกล้ามเนื้อแบบครบวงจร และรายงานผลแบบ real-time. อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่โรงพยาบาลบีบีเอช นำมาใช้ใน Robotic Center ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกว่าเป็นนวัตกรรมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน มีผลการรักษาที่ดี ผู้ป่วยมีการพัฒนาได้เร็วและต่อเนื่อง ลดการบาดเจ็บในระหว่างการฝึก เป็นความหวังผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตและครอบครัวที่จะฟื้นฟูร่างกายและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความสุขอีกครั้ง
Robotic Center ของโรงพยาบาลบีบีเอช เฟสที่ 1 ประกอบด้วย หุ่นยนต์ฝึกเดิน (Full Gait Training Robot) ที่ช่วยในการฝึกสะโพก เข่า และเท้า และ หุ่นยนต์ฝึกแขนและมือ (Hand and Arm Training Robot) ที่ช่วยในการฝึกอวัยวะท่อนบนได้แก่ ไหล่ ศอก และมือ
หุ่นยนต์ฝึกเดิน (Full Gait Training Robot)สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการเดิน รวมทั้งผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อและข้อต่างๆ ใช้ในการฝึกการเดิน ฝึกควบคุมกล้ามเนื้อและสั่งการระบบประสาท มีระบบควบคุมอัจฉริยะที่สามารถปรับความเร็วและจังหวะในการเดินให้เหมือนกับผู้ป่วยเดินด้วยตัวเอง ประกอบระบบตอบสนองอัตโนมัติ ชุดพยุงน้ำหนักที่รับน้ำหนักผู้ป่วยได้ถึง 130 กิโลกรัม และลู่เดิน ระบบออกแบบให้สามารถป้องกันอุบัติเหตุขณะฝึกได้เป็นอย่างดี
หุ่นยนต์ฝึกแขนและมือ (Hand and Arm Training Robot) สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาแขน และมือ มีระบบฝึกกล้ามเนื้อแขนท่อนบน ข้อมือและนิ้วมือ มีระบบตอบสนองอัจฉริยะทั้ง 2D และ 3D ช่วยให้การฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ศูนย์กายภาพ โรงพยาบาลบีบีเอช ยังมีนวัตกรรมการฟื้นฟูสุขภาพแบบครบวงจรด้วยเครื่องออกซิเจนบำบัด และสระว่ายน้ำเพื่อการฟื้นฟู พร้อมด้วยคณะแพทย์ที่ประกอบด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ศัลยแพทย์โรคกระดูกและข้อ ศัลยแพทย์โรคกระดูกสันหลัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง รวมถึงทีมงานนักกายภาพบำบัดเครื่องออกซิเจนบำบัด Hyperbaric Oxygen Therapy เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพและผู้ที่ต้องการเติมความสดชื่นให้แก่ร่างกาย มีประโยชน์ในการช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต เพิ่มออกซิเจนในเนื้อเยื่อ ช่วยให้บาดแผลหายไว รักษาแผลเรื้อรังที่เกิดจากเบาหวาน แผลกดทับ แผลเส้นเลือดตีบตัน และแผลที่เกิดจากการฉายรังสี ได้สระน้ำเพื่อการฟื้นฟู Aquatic Therapy เป็นสระกายภาพบำบัดแบบปรับอุณหภูมิ ที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับการออกกำลังกายและการฝึกกล้ามเนื้อ สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการเดิน การควบคุมร่างกาย เหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ ให้ผู้ป่วยมีการพัฒนาทั้งกล้ามเนื้อและระบบประสาทได้อย่างรวดเร็ว
ลดการเกิดอุบัติเหตุในขณะฝึกได้เป็นอย่างดี
ศูนย์กายภาพ โรงพยาบาลบีบีเอช
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โรงพยาบาลบีบีเอช 087-494-1889 และที่ www.bbhhospital.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


















































