25 พฤศจิกายน 2564
ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ศรีราชา แซ่บลุคใหม่! ช้อปมันส์อันลิมิต พร้อมให้นักช้อปเช็คอิน 3ธันวาคม นี้!
ปักหมุด เดสติเนชั่นแห่งใหม่ของการช้อปปิ้ง “ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาอยุธยา 2”
พร้อมฉลองเปิดห้างกับโปรโมชั่นพิเศษมากมายพร้อมพบกับกิจกรรม Wonder Troop และ Wonder Happening Show ในบรรยากาศแห่งความสุขกับศิลปิน - ดาราที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสร้างสีสันและความสนุกสนานผ่านกิจกรรมต่างๆ มากมายทุกวันเสาร์-อาทิตย์ตลอดเดือนธันวาคม 2564เตรียมสัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งครั้งใหม่ที่จะทำให้นิยามการช้อปของชาวจังหวัดอยุธยาเปลี่ยนไป! พบกัน 30 พฤศจิกายนนี้!
เชิญผู้ประกอบการที่สนใจขยายตลาด หาคู่ค้าเพิ่ม ร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ในงาน Smart SME Expo2021
เชิญชวนผู้ประกอบการกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม สุขภาพ ความงาน แฟรนไซส์ และเทคโนโลยี เข้าร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจหาคู่ค้าขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ด้วย Hybrid Business Matching ในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ ในงาน Smart SME Expo 2021 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 2-5 ธันวาคม 2564 ณ ฮอลล์ 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พบโอกาสทางธุรกิจ กับการจับคู่เจรจาธุรกิจกับคู่ค้า ธุรกิจ
E-Commerce รายใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด, บริษัท มอลล์ (ไทยแลนด์) จํากัด, บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน), บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด, บริษัท ปิโตรเลี่ยมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ช้อป โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ยูนิคอร์น (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมด้วยคู่ค้ารายใหญ่จากต่างประเทศ อาทิ SME SUPPLY & DEVELOPMENT CO.,LTD จากประเทศลาว , Mingalar Alliance Co.,Ltd จากเมียนม่าร์, บริษัท แคสวาไทย อินเตอร์ คอมเมอร์เชียล (siamsecret) จากเอเชียตะวันออกกลาง เป็นต้น
โดยสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ในรูปแบบต่างๆดังนี้
1. การเจรจาและจับคู่ธุรกิจ ในรูปออฟไลน์ ภายในงาน Smart SME Expo 2021
2. การเจรจาและจับคู่ธุรกิจ ในรูปแบบออนไลน์ ( ผ่าน Program Zoom)
3. การส่งผลิตภัณฑ์ เพื่อเข้าร่วมคัดสรร ภายในงาน Smart SME Expo 2021
ลิงค์ใบสมัคร
1.กรณีต้องการเจรจาและจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าประเทศไทย
https://forms.gle/E31UZoTciWD2N4QC8
1.กรณีต้องการเจรจาและจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าต่างประเทศ
https://forms.gle/kuuNj3JkrZmN5kGh7
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คุณพิรุณพร ทนันชัย (หยก) โทร 0949839650 ,
คุณศรัญญา ก่อกิจสุนทรสาร (ญา) โทร 0884524373 อีเมล smartsmeexpo.project@gmail.com
24 พฤศจิกายน 2564
DITP พร้อมจัดงาน “Phuket Gems & Jewelry Fest”
8-12 ธ.ค.’64 นี้ ณ จังหวัดภูเก็ตตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจและมูลค่าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความพร้อมจัดงาน“Phuket Gems & Jewelry Fest by Bangkok Gems and Jewelry Fair” ผสาน 2 กิจกรรม ได้แก่ Online Business Matching จัดระหว่าง 29 พ.ย.-5 ธ.ค. และ Mini Exhibition จัดแสดง สินค้าอัญมณี และเครื่อง ประดับ จากผู้ส่งออกไทยชั้นนำ 50 ราย ระหว่าง 8-12 ธ.ค. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล จังหวัดภูเก็ต ตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ส่งออกไทยหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและขยายมูลค่าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ กล่าวระหว่างงานแถลงข่าว ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ ณ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ว่า โครงการ Phuket Gems & Jewelry Fest by Bangkok Gems & Jewelry Fair จัดขึ้นเพื่อสร้างช่องทางและเวทีการค้าทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้ผู้ผลิตและส่งออกไทย ให้สามารถพบปะ สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและเจรจาการค้ากับผู้ซื้อ/ ผู้นำเข้าในประเทศเป้าหมายได้ในยุคNew Normal ซึ่งเป็น ไปตามนโยบาย และตามยุทธศาสตร์ การ รักษาและขยายตลาดเดิม เปิดตลาดใหม่ รวมถึงฟื้นตลาดเก่าที่เคยเป็นตลาดสำคัญ เพื่อมุ่งช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย ตลอดจน กระตุ้นมูลค่า การส่งออกซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศดำเนินการ
“อัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอัญมณีและเครื่องประดับจากประเทศไทยได้รับการ ยอมรับจากผู้ซื้อและผู้นำเข้าทั่วโลกด้วยจุดเด่นและศักยภาพ ทั้งด้านวัตถุดิบซึ่งไทยถือเป็นศูนย์กลางการค้าพลอยสีที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ขณะที่ ด้านการผลิต ช่างฝีมือไทยมีทักษะและความประณีตในการปรับปรุงคุณภาพพลอย การออกแบบที่โดดเด่นและการขึ้นรูปเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์ ส่งผลให้ไทย เป็นหนึ่ง ในศูนย์กลางการค้าและห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก โดยในปี 2563 ไทยส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ รวมทองคำไม่ขึ้นรูป คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 18,208.94 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2564 สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวม ทองคำ ยังไม่ ได้ขึ้นรูป สร้างมูลค่าการส่งออกรวม 4,936.00 ล้านเหรียญสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.43 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2563” อธิบดี กรมส่งเสริม การค้า ระหว่างประเทศ กล่าวเสริม
ภายในงานแถลงข่าวยังมีการเสวนาซึ่งได้ 3 วิทยากร คุณสิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์ จากบริษัทเดอมอนด์ อนัณดารา จำกัด แบรนด์เครื่องประดับเพชร เดอ มอนด์ คุณศรัณย์ อยู่คงดี จิวเวลรี่ดีไซเนอร์ เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ SARRAN ร่วมพูดคุยถึงการพัฒนาต่อยอดจิวเวลรี่แบรนด์ไทยให้มีความร่วมสมัย และครองใจ ผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อม อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2564 ร่วมแบ่งปัน เคล็ดลับการเลือก เครื่องประดับชิ้น งามให้เหมาะกับ สาวยุคใหม่ พร้อมเชิญชวนชมงาน ณ จังหวัดภูเก็ตอีกด้วย
กิจกรรมภายใต้โครงการ “Phuket Gems and Jewelry Fest by Bangkok Gems0 and Jewelry Fair” แบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรม Online Business Matching หรือการจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์โดยมีทูตพาณิชย์ทั่วโลกเป็นผู้เชื่อมโยงการจับคู่ผู้ซื้อต่างประเทศกับผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการกว่า 350 ราย ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคมนี้
ส่วนกิจกรรมที่ 2 คือ งานแสดงสินค้า “Phuket Gems and Jewelry Fest by Bangkok Gems and Jewelry Fair” ในรูปแบบของ Mini Exhibition กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 ธันวาคม นี้ ณ ลานโปรโมชั่นชั้น 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล รวบรวมสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากผู้ผลิตและส่งออกไทยชั้นนำ 50 ราย สินค้าที่จัดแสดงในงานครอบคลุมหลากหลายประเภท อาทิ เครื่องประดับ Costume และ Fashion Jewelry เครื่องประดับ Fine Jewelry เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับทอง เพชร พลอยสี มุก พลอยและอัญมณีสังเคราะห์ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาอัญมณีคุณภาพ หรือเครื่องประดับ ฝีมือคนไทยคุณภาพส่งออก หรือจะเลือกหาเครื่องประดับเป็นของขวัญ สามารถเลือกซื้อเลือกชมได้ภายในงาน และนับเป็นโอกาสดีที่จะได้ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ดินแดนไข่มุกแห่งอันดามัน ที่ติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกไปด้วยในขณะเดียวกัน ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าที่เซ็นทรัลเฟสติวัล หรือชมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ ในวันที่ 8-10 ธันวาคม ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bkkgems.com หรือ Facebook และ Instagram: Bangkok Gems Official หรือโทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169
สานต่อศรัทธา 152 ปีชาตกาล “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” เชิญร่วมประกวดภาพวาด “หลวงปู่มั่นกับสมาธิและสันติภาพ ในมุมมองของฉัน” หวังชนคนรุ่นใหม่ เรียนรู้วัตรปฏิบัติที่งดงาม
ร่วมน้อมรำลึก 152 ปีชาตกาล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ กับกิจกรรมการประกวดภาพวาด ในหัวข้อเรื่อง “หลวงปู่มั่นกับสมาธิและสันติภาพ ในมุมมองของฉัน” ชิงทุนการศึกษาและเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตร หนึ่งในกิจกรรมงานน้อมรำลึก 152 ปีชาตกาล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ระหว่างวันที่ 19-20 มกราคม 2565 ณ ธรรมสถานหลวงวิเศษสาครฤทธิ์ (สถานีโทรทัศน์ BMC TV) ซอยจรัญสนิทวงศ์ 22 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
พระอาทิตย์ อธิปุญโญ (วงศ์แสนสุข) ผู้ประสานงาน ฝ่ายจัดงาน 152 ปีชาตกาลหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เล่าถึงที่มาของการจัดงาน ว่า “เราได้ทำกิจกรรมนี้มาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งครบ 149 ปี จนถึง 151 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งได้ผลักดันทั้งเรื่อง UNESCO บุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ปี 2563-2564 ซึ่งก่อให้เกิดกระแสต่อสังคมมาก ด้วยหลังจากอาจารย์ได้รับรางวัล ค่าของแผ่นดิน จึงเกิดความคิดในการสานต่อ โดยจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อรำลึกถึงในวาระที่ครบ 152 ปี
โดยปรึกษากับรองปลัดสำนักนายกอยากให้วันที่ 20 มกราคมของทุกปี เป็นวันหลวงปู่มั่น โดยประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งวันหลวงปู่มั่นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของศาสนาแต่เป็นมุมมองสมาธิและสันติภาพ เพื่อเผยแผ่วัตรของท่านให้รำลึกสืบเนื่องตลอดไปทุกปี โดยไม่ต้องประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ และข้อสุดท้ายคือไม่ต้องเข้าสู่งบประมาณ ซึ่งทางเราก็พยายามผลักดันเพื่อนำเสนอเรื่องนี้ผ่านไปทางผู้ใหญ่ของกระทรวง ทบวงกรม ต่างๆ เพื่อนำเสนอเข้าไป ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา
ซึ่งในส่วนของงานกิจกรรมวันน้อมรำลึก 152 ปีชาตกาล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 20 มกราคม 2565 ได้มีการแบ่งการจัดงานเป็นงานด้านศาสนพิธี ชีวประวัติหลวงปู่มั่น และงานกิจกรรมการประกวดวาดภาพ ในหัวข้อ “หลวงปู่มั่นกับสมาธิและสันติภาพในมุมมองของฉัน” ซึ่งเป็นการจัดประกวดวาดภาพสำหรับนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป โดยจะมีการมอบรางวัล เกียรติบัตร ให้กับผู้ชนะการประกวดวาดภาพ
ซึ่งเป้าหมายของการจัดกิจกรรมวาดภาพครั้งนี้ เป็นกุศโลบายที่อยากให้คนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไป ที่เมื่ออ่านหัวข้อการประกวดวาดภาพ เขาก็จะเกิดคำถามว่า หลวงปู่มั่น เป็นใคร หากเขายังไม่รู้จักหรืออาจจะยังไม่เข้าใจวัตรปฏิบัติของท่าน เขาจะเกิดคำถามว่า ประวัติท่านเป็นอย่างไร มีวัตรปฏิบัติอย่างไร เมื่อเข้าไปหาข้อมูลเขาก็จะสามารถนำมาใช้จินตนาการถึงหลวงปู่มั่น เรื่องเงินรางวัลเป็นเพียงแค่ของขวัญเท่านั้น แต่อาจารย์อยากให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งกิจกรรมแบบนี้เป็นการสอดแทรกศีลธรรมเข้าสู่ตัวเด็กแบบไม่ได้ยัดเยียด เขาต้องค้นคว้าหาข้อมูล อาจารย์มองแบบนั้น
สิ่งที่พระอาจารย์คาดหวังคือ น่าจะเป็นเรื่องของ social impact มากกว่า อาจารย์มองว่า เราเปิดตัวไปทุกช่วงอายุสำหรับกิจกรรมนี้ตั้งแต่ เด็กประถมต้น ประถมปลาย มัธยมต้น มัธยมปลาย นักศึกษามหาวิทยาลัย และประชาชนทั่วไป ซึ่งถือว่ามีความรู้มีวุฒิภาวะแล้ว ซึ่งในการจัดกิจกรรมนี้จะสามารถทำให้เกิดอิมแพคในทุกช่วงอายุคน
พระอาทิตย์ อธิปุญโญ (วงศ์แสนสุข) เจ้าของรางวัลพระราชทาน “เสาเสมาธรรมจักร” สาขาปฏิบัติธรรม ประจำปี 2563 จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯสยามบรมราชกุมารี ,รางวัลค่าของแผ่นดิน กล่าวต่อว่า เราเริ่มดำเนินการไปทั่วประเทศ เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของหลวงปู่มั่นที่มีต่อพุทธศาสนาของไทย คำสอนของท่าน ประวัติของท่านก็จะไม่ถูกลืมเลือน กิจกรรมต่างๆ ก็เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ และจะมีการจัดทำทุกๆปี ปีนี้จัดการประกวดวาดภาพ ในปีหน้าอาจจะจัดประกวดเรียงความ และหากได้รับความเห็นชอบจากทางคณะรัฐมนตรีให้วันที่ 20 มกราคม เป็นวันหลวงปู่มั่น แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนแปลงไป กี่ร้อยปีความเลื่อมใสศรัทธาก็จะยังคงอยู่สืบไป
อาจารย์เชื่อว่า ประชาชนศรัทธาหลวงปู่มั่น ชาวไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนยังคงเลื่อมใสในจริยวัตรขององค์หลวงปู่มั่นอยู่แล้ว อาจารย์อยู่ในแวดวงทางการแพทย์ ก่อนที่เราจะบวชเมื่อเข้ามาอยู่ในร่มกาสาวพัตรแล้ว เราก็อยากแทนคุณพุทธศาสนา ซึ่งกิจกรรมการประกวดวาดภาพนี้ จะหมดเขตรับสมัครในวันที่ 5 มกราคม 2565 และประกาศผล 20 มกราคม 2565
หลังจากงานครั้งนี้แล้ว อาจารย์ไม่ได้มองแต่เรื่องงานเท่านั้น แต่มองไปถึงสิ่งที่หลงเหลืออยู่ อย่างน้อยเยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้รู้จักหลวงปู่มั่นมากขึ้น เมื่อเขาโตขึ้น ก็จะมีจิตใจฝักใฝ่ทางพุทธศาสนา”
ด้านกิจกรรมวาดภาพ เด็ก เยาวชน นักศึกษาและบุคคลทั่วไป สามารถร่วมส่งภาพวาดขนาด A3 ในหัวข้อเรื่อง “หลวงปู่มั่นกับสมาธิและสันติภาพ ในมุมมองของฉัน” ชิงทุนการศึกษาและเงินรางวัล พร้อมเกียรติบัตร ในระดับต่างๆ สามารถส่งผลงานได้ที่ ธรรมสถานหลวงวิเศษสาครฤทธิ์ (สถานีโทรทัศน์ BMC TV) ซอยจรัญสนิทวงศ์ 22 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 หมดเขตส่งผลงาน วันที่ 5 มกราคม 2565 และประกาศผล 20 มกราคม 2565
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก เป็นบุคคลสำคัญของโลก ปี 2563-2564 สาขาสันติภาพในวาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล (ครบรอบวันเกิด 150 ปี ในวันที่ 20 มกราคม 2563) ถือเป็นพระสงฆ์รูปที่ 3 ของประเทศไทย เนื่องจากหลวงปู่มั่นเป็นพระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานและพระมหาเถระที่คนไทยทั้งประเทศเคารพนับถือ จนปรากฏเด่นชัด ทั้งในขณะที่ท่านมีชีวิตดำรงอยู่และละสังขารดับขันธ์ไปแล้ว คุณความดีที่ท่านได้มีคุณูปการต่อทั้งสถาบันศาสนา ชาติ พระมหากษัตริย์
ด้านกิจกรรมน้อมรำลึก 152 ปีชาตกาล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 มกราคม 2565 ณ ธรรมสถานหลวงวิเศษสาครฤทธิ์ (สถานีโทรทัศน์ BMC TV) ซอยจรัญสนิทวงศ์ 22 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
23 พฤศจิกายน 2564
พม. จับมือภาคีเครือข่ายสร้างอนาคตให้คนพิการ มุ่งส่งเสริมอาชีพด้าน AI สร้างรายได้ดูแลตนเองและครอบครัว
วันนี้ (23 พ.ย. 64) เวลา 14.30 น. ที่บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สะพานขาว กรุงเทพฯ นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อส่งเสริมอาชีพและการมีงานทำด้านการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) FUTURE OF WORK : อนาคต และโอกาสในการทำงานของคนพิการไทยในทศวรรษหน้า โดยมี นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวรายงาน พร้อมทั้งรับชมวีดิทัศน์ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงอนาคตและโอกาสในการทำงานของคนพิการไทยในทศวรรษหน้า
นอกจากนี้ นางสาวเมธาวี ทัศนาเสถียรกิจ CEO บริษัท วัลแคนโคอะลิชั่น จำกัด กล่าวถึงอนาคตของงานในทศวรรษหน้าที่คนพิการไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพของคนพิการ เพื่อส่งเสริมอาชีพและการมีงานทำด้านการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผู้แทนคนพิการกล่าวถึงประสบการณ์การทำงาน ความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าในตนเอง และความสุขที่ได้จากการทำงาน
นางพัชรี กล่าวว่า โครงการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อส่งเสริมอาชีพและการมีงานทำด้านการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) FUTURE OF WORK : อนาคต และโอกาสในการทำงานของคนพิการไทยในทศวรรษหน้า เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวง พม.
โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) สำนักงานบริหารนโยบาย สำนักนายกรัฐมนตรี และบริษัท วัลแคนโคอะลิชั่น จำกัด นับว่าเป็นปรากฎการณ์ที่สำคัญยิ่ง เพราะว่าปัญหาอุปสรรคของคนพิการมีมากกว่าคนทั่วไปอย่างมาก และนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่เราให้คนพิการอย่างแท้จริง เพราะคนพิการ
นางพัชรี กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. ในฐานะที่รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งให้ความสำคัญกับงานด้านคนพิการอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์โควิด – 19 ซึ่งเราทุกคนจำเป็นต้องทำงานที่บ้าน คนพิการเอง ถ้าได้แสดงศักยภาพจากการทำงานที่บ้านเพื่อหารายได้ เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ ถือว่านี่คือที่สุดของการที่จะให้คนมีงานทำ วันนี้ กระทรวง พม. ไม่ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของคนพิการเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในการดูแลของกระทรวง พม. อีกจำนวนมาก อาทิ ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำมาต่อยอดเช่นกัน เพื่อให้ผู้สูงอายุมีงานทำ รวมทั้งกลุ่มคนเร่ร่อน ไร้บ้าน หรือแม้แต่เด็ก และเยาวชน เป็นต้น ซึ่งวันนี้ ตนรู้สึกยินดี และขอขอบคุณแทนประชาชนทุกคน รวมถึงสถานประกอบการต่างๆ ที่มีมากกว่า 50 สถานประกอบการ ที่รองรับดูแลคนพิการ รวมทั้งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่ได้เริ่มต้นโครงการดีๆ และเห็นความสำคัญในการพัฒนาด้านอาชีพของคนพิการในรูปแบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการทำงาน ซึ่งจะทำให้คนพิการได้มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน และหวังว่าคนพิการจะได้รับการส่งเสริมอาชีพและโอกาสในการทำงานด้าน AI สู่สถานประกอบการเพิ่มมากขึ้นต่อไป
22 พฤศจิกายน 2564
Pennii Popcorn Café คาเฟ่ป็อปคอร์นของคุณหญิง พรพิมล ปักเข็ม
ชมรมนักประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาดโรงแรมแห่งประเทศไทย นำโดย เอิร์ธ สายสว่าง ประธานชมรมฯ พร้อมคณะกรรมการ และสมาชิก จำนวน 10 ท่าน จัดกิจกรรมพบปะสังสรรค์ ที่ ร้านอาหาร Pennii Popcorn Cafe
Pennii Popcorn Café คาเฟ่ป็อปคอร์นของคุณหญิง พรพิมล ปักเข็ม ผู้มีใจรักขนมหวานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
มีโอกาสไปร่ำเรียนการทำขนมที่โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ แห่งประเทศฝรั่งเศส และได้ริเริ่มการทำ “ป็อปคอร์นโฮมเมด” จากวัตถุดิบคุณภาพ จนกลายมาเป็นรสชาติต่างๆ ออกจำหน่ายช่องทางออนไลน์ และพัฒนามาเป็นเพนนี คาเฟ่ ที่มีคอนเซ็ปต์ "Everthing is Popcorn
ป็อปคอร์นโฮมเมด ขนมหวาน สไตล์ฝรั่งเศส เพื่อคนรักป๊อปคอร์น โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเมนูของหวาน เบเกอรี่ เค้ก ทาร์ต ครัวซองต์ ไอศกรีม และเครื่องดื่ม ที่มีส่วนประกอบของป๊อปคอร์น เพิ่มสีสันความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร โดยมี พรพิมล หยาง เจ้าของร้านให้การต้อนรับที่ เซ็นทรัลเวิล์ด ชั้น 7