24 สิงหาคม 2565

Captain Cook Chronograph เรือนเวลาล้ำสมัย ฟังก์ชั่นการทำงานใหม่ รูปลักษณ์ที่เพรียวบาง มีสไตล์


ย้อนรอยสู่เรื่องราวความสำเร็จในอดีตที่คงความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ หนึ่งในช่วงเวลาของการสร้างสรรค์การผลิตเรือนเวลาอันยอดเยี่ยม กับนาฬิกาสไตล์วินเทจรุ่นใหม่ล่าสุดที่รวบรวมองค์ประกอบ
ที่ดีที่สุด และโดดเด่นที่สุดของรุ่นดั้งเดิม รวมเข้ากับเรื่องราวที่น่าตื่นตาตื่นใจและสร้างสรรค์ในยุคปัจจุบัน — การออกแบบ และการคิดค้นเทคโนโลยีระดับแนวหน้า นำไปสู่ผลลัพธ์อันล้ำสมัยพร้อมคุณสมบัติขั้นสูง Captain Cook Chronograph รุ่นใหม่ล่าสุด ตอบสนองความท้าทาย ด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสวยงาม ครั้งแรกที่นาฬิการุ่นโปรดของเหล่านักสำรวจถูกนำกลับมาอีกครั้งในรูปแบบของนาฬิกาโครโนกราฟที่ล้ำสมัย พร้อมกับขนาดที่ได้รับการปรับปรุงใหม่อย่างลงตัว กลไกการเดินแบบออโตเมติกเพรียวบางเป็นพิเศษ หาได้ยากในท้องตลาด ทั้งนี้ ในยุคปัจจุบันที่มีตัวเลือกที่หลากหลาย Rado "ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ" นำเสนอนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นใหม่ 3 แบบ 3 สไตล์ มาในเฉดสีและรูปแบบของสายนาฬิกาที่แตกต่างกัน เอาใจผู้ชื่นชอบความท้าทายและความแปลกใหม่ ตัวเรือนและสายเสริมใช้ ระบบ EasyClip ที่สะดวกสบาย ช่วยให้สามารถเปลี่ยนสายนาฬิกาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว เลือกสวมใส่ได้เหมาะในโอกาสพิเศษ เรือนนาฬิกาสไตล์วินเทจถูกรังสรรค์ขึ้นเป็นผลงานชิ้นเอกแห่งยุคนี้ พร้อมวางจำหน่ายในกล่องที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้ทุกอย่างปลอดภัยตลอดการเดินทางและพกพา
 



ภายนอกของตัวเรือน Captain Cook Chronograph รุ่นใหม่ มีการใช้แซฟไฟร์คริสตัลทรงสี่เหลี่ยม มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทนทานต่อรอยขีดข่วน อีกทั้งยังป้องกันแสงสะท้อนบนพื้นผิวทั้งสองด้าน ตัวเรือนขนาด  43 มม. มีขนาดบางลง เพื่อทำให้สวมใส่สบายยิ่งขึ้น โดยในรุ่นนี้มีทั้งที่ผลิตจากสแตนเลสแบบขัดเงา หรือบรอนซ์แบบขัดเงา โดดเด่นด้วยการ     ฝังไฮเทคเซรามิกแบบขัดเงาอยู่บนขอบหน้าปัด ผสมผสานสีน้ำเงินหรือสีดำอย่างลงตัว ช่วยเสริมความสมบูรณ์แบบให้กับขอบหน้าปัดและสีสันบนหน้าปัดของรุ่นนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ในรุ่นอื่น มีการไล่ระดับเฉดสีที่หน้าปัดตัวเรือนจากสีเงินเป็นสีน้ำเงิน และอีกรุ่นหนึ่ง จากสีเงินเป็นสีดำ และอีกรุ่นหนึ่งที่พื้นผิวเป็นแบบซันเรย์สีน้ำเงิน ทั้งหมดนี้เป็นความประณีตบรรจงที่เสริมเข้ามานอกจากเข็มบอกเวลา เครื่องหมาย รวมถึงตัวเลขบนหน้าปัด ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ได้รับการเคลือบด้วยสารเรืองแสงชนิดพิเศษที่เรียกว่า Super-LumiNova® ช่วยให้สามารถอ่านเวลาได้อย่างชัดเจนแม้ในสภาพแสงน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เข็มชั่วโมงที่มีปลายหัวลูกศรที่หนาและมีลักษณะเฉพาะ และเข็มนาทีที่แข็งแรง รวมทั้งเครื่องเดินเวลาในหน่วยวินาทีแบบโครโนกราฟมีปลายสีแดง ช่วยให้จับเวลาได้อย่างง่ายดายในการทำกิจกรรมหรือการเดินทางใดๆ ทั้งในเมืองหรือในที่กลางแจ้ง สัญลักษณ์รูปสมอยังคงเป็นสัมผัสที่น่ารื่นรมย์ โดยมีสีโรเดียมตัดกับพื้นหลังสีแดงบนตัวเรือน ทนทานเหนือกาลเวลาและแม่นยำสูง หน้าปัดโครโนกราฟอยู่ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และหน้าปัดวินาทีอยู่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา หน้าต่างวันที่บริเวณด้านล่างที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา วันที่ที่แสดงเป็นสีแดงตัดกับสีเงินเฉกเช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า ภายในมีกลไกการเดินแบบออโตเมติก R801 รุ่นใหม่ที่บางกว่าเดิม จีเวล 37 เม็ด 5 เข็มนาฬิกา โดยสามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 59 ชั่วโมง มาพร้อมแฮร์สปริงป้องกันสนามแม่เหล็ก Nivachron™ จึงมีความแม่นยำเกินกว่าข้อกำหนดในการทดสอบแบบมาตรฐานตั้งแต่ 3 ถึง 5 ตำแหน่ง มีประสิทธิภาพกันน้ำที่ 30 บาร์ (300 เมตร) ฝาหลังแบบขันเกลียว เม็ดมะยมแบบขันเกลียวและปุ่มกด รับรองมาตรฐานความแม่นยำและเทคนิคการผลิตคุณภาพขั้นสูงโดย Rado 





Captain Cook Chronograph รุ่นใหม่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับรุ่นที่ผ่านมา และเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณลักษณะพิเศษมากมาย มาพร้อมกับสายนาฬิกาเพิ่มเติมอีกสองเส้น ซึ่งทำจากวัสดุและสีที่แตกต่างกันตามรุ่นเฉพาะ ตัวเรือนรุ่น  สแตนเลสทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับสายนาฬิกาสแตนเลสแบบสามข้อที่เข้าชุดกัน โดยข้อต่อตรงกลางเป็นแบบขัดเงาและบานพับล๊อคแบบขยายได้ นอกจากนี้ยังมีสายหนังสีน้ำตาลกาแฟหรือสายหนังสีน้ำเงินเพิ่มเติม โดยมีการเย็บแบบตัดกัน รวมทั้งสายผ้านาโต้ที่โฉบเฉี่ยว ลงตัวโดดเด่นด้วยสีน้ำเงินหรือสีดำ ซึ่งยึดด้วยพินบัคเคิ้ลที่ทำจากเหล็ก  สำหรับรุ่นบรอนซ์ มาพร้อมกับสายผ้านาโต้ ที่มีแถบสีทองตรงกลาง ทั้งยังมีสายหนังสีน้ำเงินที่มีการเย็บเน้น ทั้งหมดนี้เชื่อมกันด้วยพินบัคเคิ้ลแบบใช้เข็มสีบรอนซ์เพื่อให้ทุกอย่างสอดคล้องกัน Captain Cook Chronograph รุ่นใหม่จึงมาในตัวเรือนแบบพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาที่เป็นดั่งสมบัติที่มีค่าของนักสำรวจและนักเดินเรือในสมัยโบราณ ซึ่งออกแบบขึ้นเพื่อให้มีความทนทาน ทั้งยังมีสายนาฬิกาสองเส้นเพื่อสำรองในการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ โดยที่สามารถจัดเก็บสายนาฬิกาสำรอง พร้อมกับเรือนนาฬิกา Rado ที่คุณชื่นชอบได้อย่างปลอดภัย ด้วยกล่องไม้ (FSC) ที่มีการป้องกันบริเวณด้านนอกด้วยไนลอนสีดำที่แข็งแรง และโลหะทนทาน รอบล้อมด้วยลายตกแต่งสีงาช้างอ่อน ทั้งหมดนี้ได้รับการสรรสร้างขึ้นด้วยรสนิยมที่เหนือกาลเวลา พร้อมกับความแม่นยำไม่มีพลาด

บุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือวิสาหกิจชุมชน ก็ขายกับภาครัฐได้

อัพเดตข่าวเพิ่มเติม เอสเอ็มอีหรือผู้ประกอบที่จะมาทำการค้ากับภาครัฐไม่จำเป็นต้องเป็นนิติบุคคลเพียงอย่างเดียว เป็นประเภทบุคคลธรรมดาก็ได้ เพียงแต่ต้องขึ้นทะเบียนการค้ากับกระทรวงพาณิชย์ให้ถูกต้อง และทุกคนที่ต้องการ e-bidding กับหน่วยงานภาครัฐจะต้องมาสมัครเป็นสมาชิกของทาง สสว. ก่อน เท่านี้ประกอบการก็สามารถเข้าสู่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พร้อมทั้งลงทะเบียนผ่านมาตรการ THAI SME-GP ซึ่งจะได้แต้มต่อ 2 รูปแบบ แต้มต่อที่ 1 ได้จากลงทะเบียนมาตรการ THAI SME-GP ร้อยละ 10 และแต้มต่อที่ 2 เพิ่มเติมจากสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และลงทะเบียนผ่านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ตราสัญลักษณ์ Made in Thailand (MiT) ก็จะได้แต้มต่อรวมเป็น 15% สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างเฉพาะเจาะจงที่ไม่เกิน 500,000 บาท ให้ซื้อจากเอสเอ็มอีที่ลงทะเบียนผ่านมาตรการ THAI SME-GP ก่อน

THAI SME-GP รัฐพร้อมซื้อ SME พร้อมขาย” 

เอสเอ็มอีที่สนใจลงทะเบียนได้ที่: www.thaismegp.com  หรือ สสว. Call Center 1301 กด 1


23 สิงหาคม 2565

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์

พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ให้เกียรติ
มาเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเรื่อง “การจัดการกากอุตสาหกรรม”โดยมี ผศ.ดร. บุญส่ง ไข่เกษประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม พิทยา ปราโมทย์วรพันธุ์  ธีระพล ติรวศิน  สาธิต เหล่าสุวรรณ อภิชาติ
ใจงาม และ สุรจิต สถาพรวลัยรัตน์มาร่วมในงานด้วยที่ห้องพาโนรามา1 โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์ เมื่อวันก่อน


22 สิงหาคม 2565

รพ. เปาโล พหลโยธิน ปลื้มคว้าประกาศนียบัตรการรับรองการอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธต่อเนื่อง 2ปีซ้อน จากรพ. สงฆ์

โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ในเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ในฐานะโรงพยาบาลเอกชนต้นแบบที่ได้รับการรับรองการอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธ ในโครงการ คุณพระช่วย (ทำงานได้บุญ) เป็นแห่งแรก เมื่อปี 2564 และได้รับการรับรองอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของโรงพยาบาลฯ โดยในครั้งนี้ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับยอดเยี่ยมจากกรมการแพทย์ และโรงพยาบาลสงฆ์ ในการอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธตามหลักพระธรรมวินัย ปี2565-2568 ถือเป็นการต่อยอดจากโครงการคุณพระช่วยที่เคยส่งประกวด The Pitch Awards ด้าน Service Innovation ทีได้บูรณาการกระบวนการทำงานโดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในโรงพยาบาล 




การรับรองมาตรฐานนี้มุ่งเน้นความสำคัญด้านการบำบัดรักษา ส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟูดูแลสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ สามเณรที่อาพาธตามมาตรฐานวิชาชีพ และหลักพระธรรมวินัย อย่างครบวงจร ทั้งนี้ รพ. เปาโล พหลโยธิน มีแผนต่อยอดเพื่อรองรับการให้บริการพระภิกษุสงฆ์ในอนาคตเพิ่มมากขึ้น โดยได้ตั้งเป้าที่
จะถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังโรงพยาบาลในเครือให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนี้ 


ข้าวขาหมูดิเอมเมอรัลด์ ตำนานความอร่อยที่มีต้นกำเนิดจากแดนมังกร

ข้าวขาหมูดิเอมเมอรัลด์ ตำนานความอร่อยที่มีต้นกำเนิดจากแดนมังกร ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยความประณีตในทุกขั้นตอน ทั้งเลือกสรรวัตถุดิบเครื่องพะโล้ที่มีคุณภาพ ให้ทุกท่านได้ลิ้มรสความอร่อยฅจนยากจะลืมเลือน เริ่มจากพระเอก "ขาหมู" ใช้เฉพาะขาหน้าของหมูที่เลี้ยงในฟาร์มปิดเท่านั้น  สะอาด ปลอดภัย ไขมันน้อยและเนื้ออร่อยกว่า ผ่านการเผาไฟก่อนนำไปตุ๋นพร้อมเครื่องพะโล้ข้ามวันจนเครื่องเทศซึมเข้าเนื้อ ทำให้นุ่มละลายในปากตั้งแต่คำแรกที่ได้ทาน                                                                             

ต่อด้วย "ข้าว" ที่เราเลือกใช้ "ข้าวหอมมะลิเก่า" จากสุรินทร์ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวที่ดีที่สุดของไทย จุดเด่นคือเมื่อหุงสุกเมล็ดข้าวจะเรียงตัวสวย มีกลิ่นหอม เนื้อสัมผัสนุ่ม เมื่อราดน้ำขาหมูข้าวจะไม่แฉะ ตักเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงผักกาดดองรสชาติกำลังดี และกระเทียมที่คัดแต่กลีบเล็กๆ เท่านั้น ตบท้ายด้วยพริกน้ำส้ม ที่ตั้งใจเลือกพริกเหลืองพัทลุง ซึ่งเป็นพริกชนิดพิเศษ กลิ่นหอมกว่าพริกทั่วไป รสเผ็ดกำลังดี เพิ่มรสชาติให้อาหารจานนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เราใส่ใจในทุกรายละเอียดขั้นตอนการทำ เพื่อให้เป็นอาหารจานโปรดที่ได้รับความนิยมชมชอบ จนเป็นที่กล่าวขานมายาวนานกว่า 30 ปี ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ จัดเซท "ข้าวขาหมูสูตรดิเอมเมอรัลด์" ให้คุณได้อิ่มอร่อยครบสูตรแบบจุใจ เพียงชุดละ 399 บาท++ พร้อมหมั่นโถวนึ่งร้อนๆ ให้คุณได้ทานปิดท้ายความอร่อย เปิดบริการเวลา 06.00-22.00 น.  

สำรองโต๊ะล่วงหน้าเพื่อสั่งทานที่โทร.0-2276-4567 ไลน์ @theemeraldhotel
หรือ www.facebook.com/theemeraldcoffeeshop

รฟฟท. เผยผลสำรวจความพึงพอใจผู้โดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงครึ่งปีหลัง

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเผยผลสำรวจความพึงพอใจผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ประจำปี 2565 ครั้งที่ 2

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเปิดเผยว่า เพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูล และเข้าถึงความต้องการของผู้โดยสารสำหรับนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงได้ดำเนินการจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานวิจัย เป็นผู้ออกแบบและลงพื้นที่สำรวจความพึงพอใจผู้โดยสารในครั้งนี้ โดยผลปรากฎว่าจากคะแนนเต็ม 5 ผู้โดยสารมีความพึงพอใจด้านการให้บริการ 4.45 , ด้านความปลอดภัย 4.46 , ด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.31, ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.36 , ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานีและในขบวนรถ 4.44 , ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.24 

การที่ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้โดยสารที่มีต่อรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอยู่ในระดับพึงพอใจมาก
ในด้านต่างๆแสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในปัจจุบันยังมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบริษัทได้ดำเนินนโยบาย มาตรการต่างๆที่เป็นการยกระดับการให้บริการ รวมถึงการการรักษาความปลอดภัยมาโดยตลอด โดยเฉพาะมาตรฐานการให้บริการที่บริษัทยึดถือปฏิบัติมาตลอด โดยล่าสุดบริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 ขอบเขตการปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า ความปลอดภัย และวิศวกรรมซ่อมบำรุง จากหน่วยรับรอง Bureau Veritas (BV)

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ออกบัตรโดยสารแบบเติมเงิน ประเภทบุคคลทั่วไป “The Limited Edition RED Line Stored Value Card” บัตรรถไฟฟ้าลายพิเศษโดยจะมีการเปิดจำหน่ายครั้งแรก(Pre-sale) ในวันที่ 1 กันยายน 2565 ที่สถานีตลิ่งชัน ตั้งแต่เวลา 05.30 – 24.00 น. ซึ่งผู้โดยสารที่ซื้อบัตรในวันดังกล่าวสามารถนำบัตรโดยสารมาแลกบัตรของขวัญมูลค่า 100 บาท และซองใส่บัตรโดยสารที่ออกแบบมาเป็นพิเศษฟรี
1 ท่านต่อ 1 สิทธิ์ ต่อของขวัญ 2 ชิ้น ที่บูธกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ณ สถานีตลิ่งชันเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.00 น. หรือจนกว่าของจะหมด และจะมีการเปิดจำหน่ายบัตรโดยสารอย่างเป็นทางการพร้อมกันทุกสถานีอีกครั้ง ในวันที่ 9 เดือน 9 (9 กันยายน 2565) 

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

กคช. จัด OPEN HOUSE เปิดบ้าน “บมจ.เคหะสุขประชา” พร้อมเปิดตัวผู้ถือหุ้น ผนึกแรงสร้างบ้านเช่าพร้อมอาชีพเต็มกำลัง

พร้อมเปิดตัวผู้ถือหุ้น ผนึกแรงสร้างบ้านเช่าพร้อมอาชีพเต็มกำลัง

การเคหะแห่งชาติ เปิดบ้าน OPEN HOUSE บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) พร้อมเปิดตัวผู้ถือหุ้นอย่างเป็นทางการ เผยความคืบหน้าบ้านเช่าพร้อมอาชีพ 100,000 หน่วย พร้อมระดมทุนจากภาคเอกชนกว่า 60,000 ล้านบาท ด้วยแนวคิดสร้างเศรษฐกิจชุมชนคู่ขนานในมิติ “มีบ้าน - มีอาชีพ - มีรายได้ – มีความสุข" ให้ผู้อยู่อาศัยมีที่พัก มีอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยกระดับสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า บมจ.เคหะสุขประชา ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อให้การดำเนินงานในโครงการ “บ้านเคหะสุขประชา” เกิดความคล่องตัวและประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น ตามเป้าหมายให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยโดยถ้วนหน้า โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง พร้อมลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้มั่นคง และสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ตามนโยบายของรัฐบาลที่มี “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรี

การเคหะแห่งชาติ เปิดบ้าน OPEN HOUSE บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) พร้อมเปิดตัวผู้ถือหุ้นอย่างเป็นทางการ เผยความคืบหน้าบ้านเช่าพร้อมอาชีพ 100,000 หน่วย พร้อมระดมทุนจากภาคเอกชนกว่า 60,000 ล้านบาท ด้วยแนวคิดสร้างเศรษฐกิจชุมชนคู่ขนานในมิติ “มีบ้าน - มีอาชีพ - มีรายได้ – มีความสุข" ให้ผู้อยู่อาศัยมีที่พัก มีอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยกระดับสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 




นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า บมจ.เคหะสุขประชา ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อให้การดำเนินงานในโครงการ “บ้านเคหะสุขประชา” เกิดความคล่องตัวและประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น ตามเป้าหมายให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยโดยถ้วนหน้า โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง พร้อมลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้มั่นคง และสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ตามนโยบายของรัฐบาลที่มี “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรี

 “ภารกิจของเคหะสุขประชารุดหน้าอย่างรวดเร็วด้วยการร่วมมือกันของการเคหะแห่งชาติ รวมถึงกลุ่ม ผู้ถือหุ้น ที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนให้ความสำคัญกับการสร้างที่อยู่อาศัยที่สะดวกสบาย สะอาด และปลอดภัย โดยได้ดำเนินการสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้ควบคู่ขนานไปกับโครงการ ให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยกระดับคุณภาพชีวิตได้ในแบบ มีบ้าน - มีอาชีพ - มีรายได้ - มีความสุข”

ด้าน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และประธานกรรมการ บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บมจ.เคหะสุขประชา มีการเคหะแห่งชาติ ถือหุ้นใหญ่จำนวน 49.0% และกลุ่มผู้ถือหุ้นอีก 6 ราย ประกอบด้วย บริษัท ออมสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด 25.0%, บริษัท วินโดว์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) 11.0%, บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด 5.0%, บริษัท แฟคซิลิตี้ แมนเนจเมนท์ จำกัด 5.0%, บริษัท มหาจักร อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด 2.5% และบริษัท แอดวานซ์ แมททีเรียลส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด 2.5% โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 500 ล้านบาท เป็นเงินลงทุนจากการเคหะแห่งชาติ 245 ล้านบาท และเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นรายอื่นที่ไม่ใช่ภาครัฐ 255 ล้านบาท

ทั้งนี้งบการสร้าง “เคหะสุขประชา บ้านเช่าพร้อมอาชีพ” จะเป็นการระดมทุนจากภาคเอกชนทั้งหมด รวมกว่า 60,000 ล้านบาท โดยทางเคหะสุขประชา ได้แต่งตั้ง บล.ทรีนีตี้ เป็นที่ปรึกษาทางด้านการระดมทุนดังกล่าวด้วย

 สำหรับเป้าหมายของการดำเนินงานก่อสร้างโครงการบ้านเคหะสุขประชา บ้านเช่าพร้อมอาชีพจำนวน 100,000 หน่วย จะใช้เวลาดำเนินงานภายในระยะเวลา 4 ปี ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ปี 2565 ไปจนถึงปี 2568 โดยมีเป้าหมายการก่อสร้างแบ่งเป็นปี 2565-2566 ปีละ 30,000 หน่วย และปี 2567-2568 ปีละ 20,000 หน่วย และยังมีการส่งมอบบ้านเป็นโครงการนำร่องแล้ว ในโครงการ “บ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง” จำนวน 302 หน่วย ตามด้วยโครงการ “บ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า” จำนวน 270 หน่วย ในอัตราเช่าที่ 1,500 - 3,500 บาท/เดือน

ทั้งนี้ โครงการบ้านเคหะสุขประชายังมีการสร้างเศรษฐกิจชุมชนคู่ขนาน ในมิติของ “มีบ้าน - มีอาชีพ - มีรายได้ - มีความสุข" เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัย ให้สามารถประกอบอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยจัดให้มีพื้นที่สีเขียว พื้นที่สันทนาการ พื้นที่จอดรถ รวมถึงพื้นที่ “เศรษฐกิจสุขประชา” ตามความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการของแต่ละพื้นที่ ประกอบด้วย 6 รูปแบบ คือ เกษตรอินทรีย์, ปศุสัตว์, ตลาด,ศูนย์การค้าปลีกค้าส่ง, อาชีพบริการในชุมชนและชุมชนข้างเคียง และอุตสาหกรรมขนาดเล็ก มุ่งส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระในชุมชน รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจตามภูมิสังคมของพื้นที่นั้น ๆ ที่เริ่มตั้งแต่การผลิตไปจนถึงช่องทางการจัดจำหน่าย

“โครงการบ้านเคหะสุขประชาเดินหน้าขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว จากนโยบายของ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มั่นใจว่าสังคมที่ดีจะเริ่มต้นขึ้นที่ บ้าน ในครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งบ้านเช่าทั้ง 100,000 หน่วยในโครงการ จะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ได้พักอาศัยในที่อยู่ที่ดี มีคุณภาพมาตรฐานในราคาที่เหมาะสม ทั้งยังสามารถพัฒนาทักษะอาชีพในชุมชนเพื่อสร้างรายได้ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงยกระดับสังคมอย่างยั่งยืน”
-นายทวีพงษ์ สรุปทิ้งท้าย