แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fashions แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fashions แสดงบทความทั้งหมด

06 ตุลาคม 2569

ออน สมฤทัย กับลุคสุดเป๊ะ เผยเสน่ห์และความมั่นใจกลาง Paris Fashion Week 2026

จากกรุงเทพฯ สู่ปารีส “ออน สมฤทัย” Global Content Creator และ Fashion Personality จากประเทศไทย ปรากฏตัวในฐานะหนึ่งในแขกรับเชิญคนสำคัญของ ZIMMERMANN ใน Paris Fashion Week 2026 ร่วมชมโชว์คอลเลกชั่น Spring/Summer 2027 ของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติออสเตรเลีย ท่ามกลางบรรยากาศแฟชั่นระดับโลกของกรุงปารีส

สำหรับฤดูกาล Spring/Summer 2027 ZIMMERMANN ยังคงสะท้อนเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านซิลูเอตที่มีความเป็นเฟมินีน รายละเอียดอันประณีต และภาษาของแฟชั่นที่ผสานความโรแมนติกเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผลงานของ ZIMMERMANN ยังได้รับความสนใจจากเหล่าเซเลบริตี้และแฟชั่นไอคอนระดับโลก ทั้ง Naomi Watts, Oprah Winfrey และ Jessica Chastain

การปรากฏตัวของออนในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่ง Fashion Moment ที่น่าจับตามอง เมื่อเธอถ่ายทอดคาแรกเตอร์ผ่านลุคของ ZIMMERMANN ได้อย่างโดดเด่น พร้อมสะท้อนมุมมองด้านแฟชั่นที่ชัดเจนและเป็นตัวของตัวเอง ท่ามกลางหนึ่งในเวทีแฟชั่นที่สำคัญที่สุดของโลกอย่าง Paris Fashion Week

ด้วยภาพลักษณ์ในฐานะ Global Content Creator ออน สมฤทัย กำลังเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของครีเอเตอร์ไทยที่ก้าวเข้าสู่บทสนทนาของแฟชั่นระดับสากลอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเดินทางสู่ Paris Fashion Week แต่ยังเป็นการปรากฏตัวที่สะท้อนถึงพลังของครีเอเตอร์ไทยบนเวทีแฟชั่นโลกได้อย่างน่าสนใจ




นอกเหนือจากบทบาทในฐานะ Global Content Creator และ Fashion Icon แล้ว “ออน สมฤทัย” ยังเป็นที่รู้จักในฐานะภรรยาของ “หมอสอง นพรัตน์” และคุณแม่ของ “น้องเฟรญ่า (Freyana)” หากแต่การปรากฏตัวครั้งนี้ได้เผยอีกหนึ่งบทบาทที่น่าจับตามองของเธอในฐานะครีเอเตอร์ไทยบนเวทีแฟชั่นระดับสากล ถ่ายทอดตัวตนและมุมมองด้านแฟชั่นผ่านหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของ Paris Fashion Week ได้อย่างเป็นธรรมชาติและโดดเด่น

#AonSomrutai #AonSomrutaiEra #ZIMMERMANN
#ParisFashionWeek #PFW #GlobalContentCreator
#FashionIcon #ThaiFashionIcon #GlobalFashion

14 กรกฎาคม 2569

SACIT ก้าวสู่ปีที่ 6 สืบสานภูมิปัญญา สู่เศรษฐกิจงานศิลปหัตถกรรมที่ยั่งยืน

เดินหน้าผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยมและหัตถกรรมที่เกี่ยวข้องอัตลักษณ์ชาติ” สู่เวทีโลก

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ก้าวสู่ปีที่ 6 พร้อมเดินหน้าบทบาทการเป็นนักปั้น ขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นองค์กรหลักในการ สืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างครบวงจร มุ่งยกระดับทุนทางวัฒนธรรม ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาคน องค์ความรู้ ผลิตภัณฑ์ และตลาด ควบคู่กับการสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด Sustainable Craft Business Model พร้อมจัดเสวนา "ราชพัสตราสู่สากล" ถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมในฐานะต้นแบบการต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่เวทีโลก



ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ของ SACIT ถือเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญในการตอกย้ำบทบาทขององค์กรในฐานะหน่วยงานหลักด้าน   การส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทย โดย SACIT มุ่งขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของการสืบสานภูมิปัญญา การพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือไทย การต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ร่วมสมัย และการเปิดโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของงานศิลปหัตถกรรมทั้งระบบ โดยมองว่างานหัตถศิลป์มิใช่เพียงรักษา สืบสานคุณค่าองค์ความรู้ให้คงอยู่ แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศได้ในระยะยาว

“SACIT จึงทำหน้าที่เป็น 'นักปั้น' ที่ร่วมขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยผ่าน 3 ภารกิจสำคัญ ได้แก่ การสืบสาน องค์ความรู้และภูมิปัญญาของครูศิลป์ ครูช่าง และช่างฝีมือไทยสู่คนรุ่นใหม่ การสร้างสรรค์ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐาน ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้งานหัตถศิลป์ และ การส่งเสริม ผู้ประกอบการ ช่างฝีมือ และชุมชนหัตถกรรม ผ่านการสร้างโอกาสทางการตลาด ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

นอกจากนี้ ยังมีภารกิจสำคัญที่ได้ดำเนินการไปแล้วในปีนี้ และต่อยอดไปสู่ปี 2570 คือการเดินหน้าขับเคลื่อน Sustainable Craft Business Model ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Craft Value Chain) โดยมุ่งพัฒนา "คน ผลิตภัณฑ์ และตลาด" ควบคู่กับการอนุรักษ์องค์ความรู้ดั้งเดิม การยกระดับมาตรฐานการสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ   ให้แก่ช่างฝีมือและผู้ประกอบการ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว



“ภารกิจของ SACIT ไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้อยู่ในความทรงจำ แต่คือการทำให้งานหัตถศิลป์ไทยมีชีวิต มีผู้สืบทอด มีผู้ใช้ มีตลาด และมีพื้นที่ให้แสดงศักยภาพในเวทีโลก โดยยังคงรักษารากเหง้าและคุณค่าของภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับงานหัตถกรรมอย่างแท้จริง” ผศ.ดร.อนุชา กล่าว

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวต่อว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายสถาปนาครบรอบปีที่ 5 ก้าวสู่ปีที่ 6 ครั้งนี้ ยังได้จัดเสวนา “ราชพัสตราสู่สากล” ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนการนำทุนทางวัฒนธรรมของไทยมาต่อยอดสู่การรับรู้ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะ “ชุดไทยพระราชนิยม” ซึ่งมิได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย หากแต่เป็นภาพแทนของภูมิปัญญาด้านศิลปหัตถกรรมไทยจากหลากหลายแขนง ทั้งการทอผ้า การย้อมสี การปัก การทำเครื่องประดับ งานโลหะ และงานหัตถศิลป์อีกหลายสาขา ที่หลอมรวมกันจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของชาติและได้รับการยอมรับในระดับสากล แนวคิดดังกล่าวได้สะท้อนเป็นรูปธรรมผ่านนิทรรศการ "La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity" ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่ง SACIT ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และพิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมและงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของ ภูมิปัญญา งานช่าง และอัตลักษณ์ไทยในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม และการทูตวัฒนธรรม จนได้รับกระแสตอบรับอย่างกว้างขวาง และสะท้อนศักยภาพของไทยในการสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ของประเทศในระดับสากล



“สำหรับ SACIT การส่งเสริมชุดไทยพระราชนิยมไม่ได้หมายถึงการเผยแพร่ความงดงามของเครื่องแต่งกายไทยเพียงอย่างเดียว แต่คือการผลักดันคุณค่าของระบบนิเวศงานศิลปหัตถกรรมไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ช่างผู้สร้างสรรค์ ชุมชนผู้ผลิต องค์ความรู้ดั้งเดิม ไปจนถึงการออกแบบร่วมสมัย เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมของไทยสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก"

18 มีนาคม 2568

สศท.โชว์สุดยอด 10 ผลงานสร้างสรรค์ศิลปหัตถกรรมร่วมสมัย

การประกวด International Craft Creation Concept Award 2025 หรือ I.CCA.2025    


17 มีนาคม 2568 เวลา 13.00-15.30 น. : สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. จัดงานตัดสินรอบชิงชนะเลิศ และพิธีเปิดนิทรรศการโครงการประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระหว่างประเทศ (International Craft Creation Concept Award 2025: I.CCA. 2025) ณ อาคารพระมิ่งมงคล ชั้น 2 (บริเวณหน้าหอเกียรติยศ) สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ผลนักออกแบบ จ.พะเยา  คว้ารางวัลชนะเลิศ จากผลงาน Light Hitting Water 






ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) เปิดเผยถึงการประกวด International Craft Creation Concept Award 2025: I.CCA.2025) ถือว่าเป็นการจัดการประกวดเพื่อสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ ให้มีเวทีแสดงความสามารถในการออกแบบ โดยนำงานหัตถกรรมดั้งเดิม มาประยุกต์สู่การสร้างสรรค์ให้เกิดความร่วมสมัย และแสดงศักยภาพผลงานนวัตศิลป์ที่มีความน่าสนใจ อีกทั้งยังแสดงอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล เป็นการต่อยอดจากการประกวดที่นักออกแบบของไทยต่างให้ความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง       

การจัดประกวดปี 2568 ดำเนินการจัดขึ้นเป็นปีที่สอง เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลทั่วไปที่ผลิตงานศิลปหัตถกรรม นักออกแบบ นักสร้างสรรค์ นิสิต นักศึกษา ที่มีความสามารถด้านการออกแบบสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรม นำเสนอแนวคิด “Innovative Heritage Craft: หัตถศิลป์แห่งมรดกหัตถกรรม” การสร้างสรรค์นวัตกรรมงานศิลปหัตถกรรมไทยจากเดิม อาทิ เครื่องไม้ เครื่องสาน เครื่องดิน เครื่องทอ เครื่องโลหะ เครื่องหนัง เครื่องกระดาษ เครื่องแก้ว หรือเครื่องหิน ตลอดจนถึงปัจจุบันในกลุ่มผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่เกิดจากการผสมผสานวัสดุ เทคนิคเชิงช่าง กระบวนการที่คิดค้นขึ้นใหม่ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาประยุกต์ในการพัฒนารูปแบบผลงานประกวด

สศท. มีพันธกิจหลักในด้านการสืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม งานศิลปหัตถกรรมไทยทั่วประเทศให้สามารถเผยแพร่และต่อยอดองค์ความรู้เชิงช่าง สู่การเป็นผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่ร่วมสมัย ที่ขยายผลงานสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์ทั้งในระดับประเทศและสากล โดยการประกวดในปีนี้จะเป็นก้าวแรกในการเปิดโอกาสให้นักออกแบบเจ้าของผลงาน ทั้ง 10 ราย/ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ร่วมเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานไปพร้อมกับนักออกแบบรุ่นพี่ รวมถึงทายาทช่างศิลปหัตถกรรมทั้ง 10 ท่าน ที่ให้เกียรติร่วมแลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ เพื่อให้ได้ 10 ผลงาน ที่ตอบโจทย์ความเป็น INNOVATIVE HERITAGE CRAFT ได้อย่างน่าชื่นชม ได้แก่  

1.ผลงาน เก้าอี้กนก นักออกแบบ นายสหรัฐ ศรีสมร แนวคิดจากการหลอมรวมการหลอมรวมระหว่าง ศิลปะไทยดั้งเดิม และ งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย ผ่านการตีความลวดลาย กนกเปลวไทยใหม่ ให้อยู่ในรูปแบบของโครงสร้างที่อ่อนช้อยมีมิติและใช้งานได้จริง 

2.ผลงาน โคมระย้าอัมพวา Amphawa Chandelier นักออกแบบ อภิเษก นรินท์ชัยรังษี แนวคิดจากการออกแบบเครื่องประดับตกแต่งบ้านร่วมสมัยจากเศษวัสดุเครื่องถ้วยเบญจรงค์ โดยนำเศษเครื่องถ้วยเบญจรงค์ที่ชำรุดเสียหาย บิ่น แตก หัก หรือไม่สมบูรณ์แบบจากกระบวนการผลิต มาสร้างสรรค์ให้เกิดคุณค่าและลดทรัพยากรที่สิ้นเปลือง 

3.ผลงาน ต้มยำกุ้ง (เพอรานากัน) นักออกแบบ ช่อฟ้า หงษ์สิทธิชัยกุล แนวคิดการผสมสานงานหัตถศิลป์ ได้แก่ การประดับมุก เปรียบเสมือนน้ำต้มยำ และประดับตกแต่งด้วยอัญมณี (พลอยเนื้ออ่อน) สีเขียว-เหลือง-ส้ม-แดง เป็นแทนสีสันของวัตถุดิบปรุงรส และผสมผสานการปักดิ้นโบราณ 

4.ผลงาน วาบุลัน นักออกแบบ อัรกาน หะยีสาเมาะ ใช้เทคนิค การเหลา การขึงเชือกและการฉลุแกะลายกระดาษมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ 

5.ผลงาน วิถีใต้ นักออกแบบ สุจิตรา พาหุการณ์ , ขนิฐา นารา, เพชรน้ำหนึ่ง เจริญภูมิ ลวดลายรดน้ำ ลายกำมะลอและลายประดับมุขแบบโบราณนำมาคลี่คลายดัดแปลงวิธีการและปรับเปลี่ยนวัสดุในการสร้างสรรค์ผลงานขึ้นใหม่เพื่อแสดงถึงทัศนคติส่วนตัว ผ่านเรื่องราวในวิถีชีวิตของชาวประมงและเพื่อเป็นการสืบทอดเทคนิคที่สำคัญบางประการของช่างไทยโบราณ 

6.ผลงาน เหลี่ยม/ทอ/ประกาย นักออกแบบ ภัทรบดี พิมพ์กิ ออกแบบเป็นเครื่องประดับที่มุ่งหวังนำเสนอความงดงามและเชิดชูคุณค่าของงานหัตถกรรม “เสื่อกกจันทบูร” ซึ่งเปรียบเสมือนอัญมณีน้ำงามอีกเม็ดหนึ่งที่อยู่คู่กับชาวจันทบุรีมากว่า 120 ปี   

7.ผลงาน ฮูปแต้ม นักออกแบบ รัฐพล ทองดี, วัชรพล คำพรมมา จากการถ่ายทอดวิถีชีวิตพื้นบ้านผ่านศิลปะแห่งความศรัทธา ด้วยเทคนิคการเพ้นท์สีครามธรรมชาติ สีประดู่ สนิมเหล็ก ในรูปแบบสิมอีสาน เพิ่มมิติให้ภาพด้วยการปักมือด้วยเส้นฝ้าย 

8.ผลงาน Light Hitting Water นักออกแบบ ศรัณย์ เหมะ, เหมวรรณ ศรีสุวรรณ์ จากการสะท้อนความเชื่อ ความศรัทธา ประเพณีอันงดงามของชาวล้านนา ผ่านผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์โคมไฟที่สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมจักสานผักตบชวา 

9.ผลงาน พาราคราฟท์ นักออกแบบ ถากูร เชาว์ภาษี โดยการใช้รูปร่างของ LICHEN (ไลเคน) ที่สามารถพบได้ทั่วไปในบริเวณผิวของต้นยางพาราซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณ

10.ผลงาน Under the Sea นักออกแบบ ปัทวี เข็มทอง ขยะในท้องทะเลคือขวดพลาสติก ได้นำขยะจากขวดพลาสติกที่เก็บมาจากในทะเล และนำมาผ่านการแปรรูปเป็นเส้นใย Recycled มาสร้างสรรค์ผลงาน





ที่สำคัญโครงการ I.CCA.2025 ครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกแบบ อาทิ ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ , ผศ.ดร.วิทวัน จันทร , คุณเพลินจันทร์ วิญญรัตน์, คุณจิตต์สิงห์ สมบุญ, คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ซึ่งคณะกรรมการฯ แต่ละท่านมีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ การต่อยอดทางศิลปะ รวมถึงการต่อยอดทางการตลาด เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน 

ซึ่งทำให้ผู้ประกวดได้มุมมองการออกแบบ การวิเคราะห์โจทย์ให้สอดคล้องกับแนวคิดในหัวข้อการประกวด และแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบรูปแบบร่วมสมัยใหม่ๆซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับนักออกแบบเป็นอย่างมากและเป็นการผลักดันศักยภาพให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้อีกด้วย


ผลงานชนะเลิศ 

ชื่อผลงาน Light Hitting Water 

ชื่อนักออกแบบ : ศรัณย์ เหมะ, เหมวรรณ ศรีสุวรรณ์

“Light Hitting Water แสงกระทบผิวน้ำ” สะท้อนความเชื่อ ความศรัทธา ประเพณีอันงดงามของชาวล้านนา ผ่านผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์โคมไฟที่สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมจักสานผักตบชวา ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ นำมาผสานกับเทคนิคและภูมิปัญญาท้องถิ่นจนเกิดเป็นโคมไฟดีไซน์ร่วมสมัย รูปทรงของโป๊ะโคมไฟได้แรงบันดาลใจ 


ผลงานรองชนะเลิศ

ชื่อผลงาน วิถีใต้ 

ชื่อนักออกแบบ  : 

สุจิตรา พาหุการณ์, ขนิฐา นารา, เพชรน้ำหนึ่ง เจริญภูมิ 

แรงบันดาลใจ ข้าพเจ้าคิดเห็นว่างานศิลปกรรมไทยโบราณโดยเฉพาะงานจิตรกรรมลายรดน้ำ ลายกำมะลอ และลายประดับมุขนั้นเป็นงานช่างชั้นสูงและเปรียบเสมือนศิลปกรรมประจำชาติของไทยที่กำลังจะสูญหายไปตามกาลเวลาอาจด้วยเหตุที่กรรมวิธีกระบวนการในการสร้างสรรค์มีความซับซ้อน





สำหรับผู้สนใจเชิญเข้าร่วมชมนิทรรศการแสดงผลงานโครงการประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระหว่างประเทศ (International Craft Creation Concept Award 2025: I.CCA. 2025) ในธีม “Innovative Heritage Craft: หัตถศิลป์แห่งมรดกหัตถกรรม” ทั้ง 10 ผลงาน สถานที่ หน้าหอเกียรติยศ อาคารพระมิ่งมงคล สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ชั้น 2 ในวันที่ 17 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป
เวลา 10.00 – 16.00 น.

26 กันยายน 2567

กรมการท่องเที่ยว (DOT) โชว์ผลงานดึงกองถ่ายหนังต่างชาติเข้าไทย สร้างรายได้กว่า 2,800 ล้านบาท


กรมการท่องเที่ยว (DOT) เปิดเผยตัวเลขยอดเงินคืนกองถ่ายทำหนังต่างประเทศ จากมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย (Incentive Measures) ปีงบประมาณ 2567 กว่า 509 ล้านบาท จากภาพยนตร์ 15 เรื่อง ซึ่งสร้างรายได้ให้ประเทศไทย 2,876 ล้านบาท เกิดการจ้างงานบุคลากรในธุรกิจภาพยนตร์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง มากกว่า 43,000 ราย



นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า “มาตรการ Incentive เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศในการนำเงินเข้ามาลงทุนถ่ายทำในประเทศไทย ที่ผ่านมาหลายประเทศทั่วโลกคิดค้นมาตรการจูงใจในรูปแบบต่างๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้สร้างภาพยนตร์เข้ามาลงทุนในประเทศของตน เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ไอซ์แลนด์ อินเดีย กรีซ ที่มีมาตรการในรูปแบบ Cash Rebate หรือฮังการี ฝรั่งเศส ที่จัดทำในรูปแบบ Tax Rebate และออสเตรเลีย สเปน อังกฤษ ที่มีมาตรการในรูปแบบ Tax Credit สำหรับประเทศไทย กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ (TFO Thailand Film Office) หน่วยงานที่มีภารกิจส่งเสริมและสนับสนุนการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักร ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างแรงจูงใจให้กับกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ด้วยมาตรการ Incentive ร้อยละ 15 - 20 ซึ่งปัจจุบันมาตรการดังกล่าวได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่ามีความน่าเชื่อถือ จ่ายเร็ว และจ่ายจริง” 




มาตรการ Incentive ของประเทศไทยในรูปแบบ Cash Rebate ประกาศใช้เมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่ามีประสิทธิภาพ ไม่ซับซ้อน กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศที่ประสงค์ขอรับสิทธิประโยชน์การคืนเงินจากมาตรการดังกล่าว จะต้องมีค่าใช้จ่ายในประเทศไทย ซึ่งจ่ายให้กับบุคคลหรือนิติบุคคลไทยตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป และเข้าเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่กำหนด สามารถรับเงินคืนสูงสุดร้อยละ 20 โดยจำกัดวงเงินคืนไม่เกิน 150 ล้านบาทต่อเรื่อง สำหรับปี 2567 นี้ มีภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงได้รับเงินคืนแล้ว อาทิ ภาพยนตร์ไซไฟโลกอนาคต The Creator ซีรีส์ภาคต่อชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา S.W.A.T. season 6 ภาพยนตร์ฉลามยักษ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วโลก Meg 2 : The Trench ภาพยนตร์โรแมนติกคอมมาดี้ที่ถ่ายทอดความสวยงามของเมืองภูเก็ต Mother of the Bride และมินิซีรีส์ดราม่าตลกแนวประวัติศาสตร์ The Sympathizer 

อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ขณะนี้ยังมีภาพยนตร์ต่างประเทศและซีรีส์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้ยื่นความประสงค์ขอรับเงินคืนตามมาตรการ Incentive อีกจำนวนกว่า 22 เรื่อง คาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้มากกว่า 7,053 ล้านบาท ถือเป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยมีศักยภาพ มีความพร้อมในการรองรับกองถ่ายทำภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่มีเงินลงทุนถ่ายทำสูง และเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ในระดับภูมิภาค”

กรมการท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมมาตรการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย (Incentive Measures) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้มากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางเศรษฐกิจ สร้างงานให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง สามารถกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่น รวมถึงผลักดัน Soft Power วัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยไปสู่สายตาผู้ชมภาพยนตร์ทั่วโลก และเกิดการท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่อไป

28 กรกฎาคม 2567

สายมูห้ามพลาด! พบกับหมอดูไฮโซ อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม

ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ร่วมกับ องค์กรส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และชมรมปันน้ำใจ อุ่นไอรัก จัดงาน “รวมพล คนสายมู ๒๐๒๔” 

วันนี้แวะมาเสริมดวง เสริมความปัง พร้อมช้อปสินค้ามูเตลู ในงาน พบกับ หมอดูไฮโซ อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม ชื่อดังอีกมาสน ที่หลายท่านเค้ารีวิวกันเพียบว่าไปดูแล้วตรงจริง เป็นลักษณะพูดคุยและเปิดไพ่ไปดวง ส่วนท่่านใดไม่ได้มาในงาน สายมู  ใครมีคำถามค้างคาใจมานาน ล็อกคิวให้ตรงกับอาจารย์มงคลส่วนท่านใดมีคำถามค้างคาใจมานาน ล็อกคิวให้ตรงกับอาจารย์มงคลได้เลยคะ
ทัก FACE BOOK : อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม


พิธีมอบโล่ห์รางวัล  “มูเตลู  ไทยแลนด์ 2024”  สาขารางวัล โหราพยากรณ์ดีเด่น


อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม รับรางวัล สาขารางวัล โหราพยากรณ์ดีเด่น

สวนเรื่องค่าครูแล้วแต่ศรัทธา  ไม่มีคำว่ากำหนด ในเมื่อชาวบ้านเดือนร้อน อยากดูกับอาจารย์ เขียนคำถาม 3 คำถามที่อยากจะรู้ ส่งมาในเมสเซนเจอร์  ข้อความ แล้วผมจะเสี่ยงทายไพ่ 5 ใบ  โดยอาจารย์ตอบคำถามให้เป็นไฟล์เสียง  แบบสั้นๆ แต่ได้ใจความ หรือเขียนข้อความบอก  ในยุคที่คนลำบาก ผมให้เขาโอนเงินค่าครูแล้วแต่ศรัทธามาที่ อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม 


บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ 0282823931 
อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม

FB : อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม
FB : https://www.facebook.com/mongkolhoroscope/?locale=th_TH


 ขอแสดงความยินดีกับ หมอดูไฮโซ อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรร  รับรางวัล สาขารางวัล โหราพยากรณ์ดีเด่น  ในงาน “รวมพล คนสายมู ๒๐๒๔”  

ภายในงาน พบกับอาจารย์ชื่อดัง วิทยากรสายมูชั้นนำและคนบันเทิงสายมู ได้แก่ ตูตู้พยากรณ์ อาจารย์ตู้ นฤพนธ์ อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม อาจารย์โจ้อี้ โหรฮวงจุ้ย อาจารย์พิทักษ์ โค้ววันชัย รวมทั้ง "ซีตรอง" วลาสุระ ณ ลำปาง แชมป์รายการ MasterChef Thailand Season 6 ซึ่งเป็นเชฟสายมูเตลู ประวัติศาสตร์ด้านอาหารไทย รวมทั้งช้อปสินค้าเสริมดวง เสริมชีวิตปังอย่างจุใจ อีกทั้งศาสตร์ Tattoo
เสริมดวง ศาสตร์ตัวเลข กิจกรรมเสริมดวง เสริมสิริมงคล บูชาองค์เทพ และบริษัททัวร์สายมู เป็นต้น เรียกว่ารวมความปังไว้งานนี้ในที่เดียว


#ParadisePark #พาราไดซ์พาร์ค #LIVINGINHARMONY 

#กินดีอยู่ดีสุขภาพดี #LIVESTRONGLIFESTRONG 

#จัดเต็มกับชีวิตที่ชอบ #PDPEVENT 

#รวมพลคนสายมู #สายมู #toptotravel