แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสังคม สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสังคม สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

09 กันยายน 2569

กทม. ผนึกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ต่อยอด BKK Housing Matching Platform ขยาย “บ้านใกล้งาน”


กทม. ผนึกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ต่อยอด BKK Housing Matching Platform ขยาย “บ้านใกล้งาน” สู่ประชาชน ชูโมเดล “เช่า–ออม” เตรียมสู่ Expo ครั้งที่ 2

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากการดำเนินงาน BKK Housing Matching Platform และ BKK Housing Expo ครั้งที่ 1 หลังได้รับการตอบรับจากทั้งผู้ต้องการ ที่อยู่อาศัยและภาคเอกชน พร้อมขยายแพลตฟอร์มจากกลุ่มข้าราชการและบุคลากรกรุงเทพมหานครสู่ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะคนทำงานและคนรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับทำเลและกำลังซื้อ ควบคู่กับการเพิ่มทางเลือก “เช่า–ออม” สำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้านแต่ยังไม่พร้อมด้านการเงิน และเตรียมจัด BKK Housing Expo ครั้งที่ 2 เพื่อขยายโอกาสด้านที่อยู่อาศัยให้คนเมืองในวงกว้างมากยิ่งขึ้น



นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของคนเมือง โดยเฉพาะการช่วยให้คนทำงานสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและอยู่ใกล้กับสถานที่ทำงาน ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยในระยะยาว

“ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนา BKK Housing Matching Platform เพื่อเป็นช่องทางเชื่อมโยงผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยกับโครงการที่เหมาะสม ทั้งในด้านทำเลและระดับราคา ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราเห็นถึงความสนใจและความต้องการของประชาชนที่มีต่อแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาของการขยายการให้บริการจากกลุ่มข้าราชการและบุคลากรของกรุงเทพมหานครไปสู่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนทำงานและคนรุ่นใหม่ เพื่อให้คนกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงข้อมูลและทางเลือกด้านที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับตนเองได้มากขึ้น”

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งแนวทางที่กรุงเทพมหานครต้องการผลักดันคือการเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้านแต่ยังไม่พร้อมด้านการเงิน ผ่านแนวคิด “เช่า–ออม” ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นจากการเช่าที่อยู่อาศัย พร้อมวางแผนและพัฒนาความพร้อมทางการเงิน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในอนาคต สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มุ่งสร้างโอกาสให้คนเมืองมีทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานะและความพร้อมของตนเอง

สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา BKK Housing Expo ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8–9 พฤษภาคม 2569  ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย–ญี่ปุ่น มีผู้เข้าร่วมงาน 2,152 ราย พร้อมผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 18 บริษัท ธนาคาร 2 แห่ง และหน่วยงานภาคี 3 หน่วยงาน สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงินในการร่วมกันเพิ่มทางเลือกด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน 



ขณะที่ BKK Housing Matching Platform มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 2 กันยายน 2569 มีผู้ใช้งาน 3,912 ราย ผู้ประกอบการ 50 บริษัท และโครงการที่อยู่อาศัยบนแพลตฟอร์ม 289 โครงการ นอกจากนี้ ยังเกิดผลลัพธ์จากการจับคู่ระหว่างผู้ต้องการที่อยู่อาศัยกับโครงการที่เข้าร่วม โดยมีรายการจองผ่านแพลตฟอร์มรวม 60 ยูนิต แบ่งเป็นยอดจอง 56 ยูนิต และโอนกรรมสิทธิ์แล้ว 4 ยูนิต

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยกับกรุงเทพมหานครในการพัฒนา BKK Housing Matching Platform เป็นการนำศักยภาพของภาครัฐและภาคเอกชนมาเชื่อมต่อกัน เพื่อสร้างช่องทางที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็สามารถนำเสนอที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงกลุ่มมากขึ้น

“จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราเห็นว่า BKK Housing Matching Platform สามารถเชื่อมโยงความต้องการของผู้บริโภคเข้ากับโครงการที่อยู่อาศัยได้จริง โดยมีทั้งผู้ใช้งาน ผู้ประกอบการ และโครงการเข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังเกิดการจองและการโอนกรรมสิทธิ์จริง สะท้อนถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มในการนำความต้องการด้านที่อยู่อาศัยไปสู่การตัดสินใจซื้อได้อย่างเป็นรูปธรรม”


นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยกล่าวต่อว่า จากการดำเนินงานยังพบว่า ผู้ที่ต้องการมีบ้านจำนวนหนึ่งอาจยังไม่มีความพร้อมทางการเงินในการซื้อบ้านได้ทันที จึงจำเป็นต้องมีทางเลือกที่หลากหลายมากกว่าการซื้อหรือเช่าเพียงอย่างเดียว โดยโมเดล “เช่า–ออม” เป็นอีกแนวทางที่ช่วยให้ผู้ที่ยังไม่พร้อมเป็นเจ้าของสามารถเริ่มต้นจากการเช่าที่อยู่อาศัย พร้อมใช้ช่วงเวลาในการเตรียมความพร้อมและวางแผนทางการเงิน เพื่อก้าวไปสู่การมีบ้านในอนาคต 

 ทั้งนี้ BKK Housing Matching Platform เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถค้นหาที่อยู่อาศัยตามทำเล งบประมาณ และความต้องการ พร้อมตรวจสอบและประเมินความสามารถในการกู้ เพื่อเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับความพร้อมทางการเงินของแต่ละคน หากยังไม่พร้อมซื้อ ก็สามารถเข้าสู่ทางเลือก “เช่า–ออม” เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวไปสู่การมีบ้าน

สำหรับก้าวต่อไป กรุงเทพมหานครและสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยเตรียมขยายการเข้าถึง BKK Housing Matching Platform “บ้านใกล้งาน สู่ประชาชน” ผ่านการจัด BKK Housing Expo ครั้งที่ 2 โดยชูโมเดล “เช่า–ออม” เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัย และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้พบกับโครงการจากผู้ประกอบการ รวมถึงข้อมูลด้านสินเชื่อและการวางแผนทางการเงินในพื้นที่เดียวกัน

BKK Housing Expo ครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย–ญี่ปุ่น) เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเลือกชมโครงการที่อยู่อาศัยจากผู้ประ กอบการที่เข้าร่วม พร้อมรับข้อมูลด้านสินเชื่อ การวางแผนทางการเงิน และทางเลือก “เช่า–ออม” เพื่อค้นหา ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับทำเล งบประมาณ และความพร้อมของตนเอง ตอกย้ำแนวคิด “บ้านใกล้งาน” และการสร้างโอกาสให้คนเมืองเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

04 กันยายน 2569

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ส่งต่อประสบการณ์จริง จุดประกายทักษะภาษาผ่านโครงการ “Junior Guide”

สนับสนุนเยาวชนสวมบทบาท “มัคคุเทศก์น้อย” ต้อนรับทัวริสต์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย


จากห้องเรียนสู่ประสบการณ์จริง ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ (MBK Center) เปิดพื้นที่ให้นักเรียนจาก 7โรงเรียนในพื้นที่เขตปทุมวัน ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่จริงในการต้อนรับและให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติภายในศูนย์การค้าฯ หลังผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้นในโครงการ “มัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center” ตลอดระยะเวลาระหว่างเดือนมิถุนายน – กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยมี นายเอกกร อัมบัส กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมด้วย นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบหมวกและเข็มกลัด “มัคคุเทศก์น้อย” ให้แก่เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจและความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่จริง

ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ณ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เด็ก ๆ ได้นำความรู้และทักษะด้านภาษาที่ได้รับจากการอบรมมาประยุกต์ใช้ผ่านประสบการณ์จริง ฝึกใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศ นับเป็นการสร้างการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ผสานทั้งความรู้ ความกล้าแสดงออก และการเปิดมุมมองสู่โลกกว้างผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุกและแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง


น้องกี้ และ น้องอั่งเปา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนปลูกจิต เล่าถึงประสบการณ์จากการสวมบทบาทมัคคุเทศก์น้อยว่า “สนุกมาก ๆ จนรู้สึกไม่อยากให้กิจกรรมจบลงเลยค่ะ/ครับ ก่อนลงพื้นที่จริงได้มีการเตรียมตัวทำความเข้าใจประเด็นสำคัญ เพื่อให้การสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติและใช้ความรู้ที่ได้รับจากที่ได้เข้าอบรมมัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center โดยได้ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย อาหารไทย และของฝากยอดนิยมอย่างเช่น กางเกงช้าง ยาดม และพวงกุญแจ”

ด้าน น้องมาตังค์ และ น้องฟิน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนวัดดวงแข เล่าว่า “สนุกมาก ๆ ค่ะ อยากมาลงพื้นที่มัคคุเทศก์น้อยอีก กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้ได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติจริง ทั้งการแนะนำตัว การสนทนาเบื้องต้น และเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาทักษะการฟังเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับในอนาคตค่ะ”



ขณะที่ ครูพี่ปาร์ค นายธุวพัส จิวรพันธ์ นิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ร่วมออกแบบหลักสูตรและดูแลการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเยาวชนในโครงการ มัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center ซึ่งได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามและให้คำแนะนำแก่นักเรียนตัวแทนจาก 7 โรงเรียน ที่นำความรู้จากการอบรมมาปฏิบัติหน้าที่จริงในการต้อนรับนักท่องเที่ยว กล่าวว่า “น้อง ๆ แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความตั้งใจในการทำหน้าที่เป็นอย่างมาก มีความมุ่งมั่นและพลังในการเรียนรู้อย่างเต็มเปี่ยม นอกจากนี้ยังสามารถนำความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในช่วงแรกเด็ก ๆ จะรู้สึกตื่นเต้นและเกร็งกับการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เมื่อได้ลงมือปฏิบัติจริงก็สามารถปรับตัวและสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว จนได้รับคำชื่นชมจากนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับทักษะภาษาอังกฤษที่ดีครับ”

สำหรับ โครงการ “มัคคุเทศก์น้อย : Junior Guide@MBK Center” นับเป็นอีกกิจกรรมที่สะท้อนบทบาทของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจดูแลชุมชนและสังคม ภายใต้แนวคิด MBK Care ซึ่ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำนักงานเขตปทุมวัน จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและการเป็นมัคคุเทศก์ ส่งเสริมศักยภาพเยาวชนผ่านการสร้างประสบการณ์จริง

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

24 กรกฎาคม 2569

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น


บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น  ช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย

นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น  การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย



เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้ชื่องาน "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมและมอบสิ่งของแก่ประชาชนในพื้นที่ตลอดทั้งวัน


ในโอกาสนี้ นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารในนามบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนสิ่งของเพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ ต.กกสะทอน ประกอบด้วย สมาร์ทโปรเจคเตอร์ สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและการอบรม รวมทั้ง ผ้าอ้อมอนามัยสำหรับเด็ก ,พัดลม ,หม้อหุงข้าว,และเตาไมโครเวฟ

แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “สิ่งของดังกล่าวจะถูกนำไปมอบให้แก่โรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ตำบลกกสะทอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและถุงยังชีพที่จัดขึ้นตลอดเส้นทาง ตั้งแต่บ้านห้วยมุ่น บ้านหมากแข้ง ไปจนถึงบ้านหมันขาว”



“นอกจากการมอบสิ่งของแล้ว บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่นำเทคโนโลยี Eyetronix (อายทรอนิค)ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ลงพื้นที่ตำบลกกสะทอนเป็นครั้งแรก เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองและฟื้นฟูสมองแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ ในพื้นที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการต่อยอดพันธกิจของบริษัทฯ จากการบริจาคสิ่งของพื้นฐาน สู่การส่งมอบองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ทันสมัยให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างแท้จริง” แพทย์หญิงธีรธร กล่าว
การร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ในการมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม และแบ่งเบาภาระของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้รับความชื่นชมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

15 ธันวาคม 2568

การประชุมวิชาการ 10th ABLS in AEC Symposium

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมแพทย์เลเซอร์ผิวหนังและชะลอวัยในอาเซียน (ABLS in AEC) จัดการประชุมวิชาการประจำปีครั้งที่ 10 เพื่ออัปเดตองค์ความรู้ด้านเลเซอร์ เวชศาสตร์ชะลอวัย และนรีเวชเพื่อความงาม โดยรวมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและระดับอาเซียนมาร่วมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีล่าสุดและมาตรฐานความปลอดภัยในการรักษา

นายแพทย์สถาพร จินารัตน์  ผู้อำนวยการจัดงานกล่าวว่า "การสัมนาครั้งนี้มุ่งเน้น 4 สาขาหลัก ได้แก่ หัตถการเลเซอร์ผิวหนัง, การชะลอวัย, นรีเวชเพื่อความงาม, และ การเพิ่มศักยภาพทางเพศ ผ่านหัวข้อบรรยายที่ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีปัจจุบัน งานวิจัยใหม่ และแนวทางการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ





ไฮไลต์เนื้อหาวิชาการ

-เลเซอร์ผิวหนัง (Laser Skin Procedures)

อัปเดตการเลือกใช้เลเซอร์ที่เหมาะกับผิวชาวเอเชีย การดูแล before/after treatment ลดความเสี่ยงการเกิดรอยดำ–รอยขาว พร้อมเทคนิคเปรียบเทียบระหว่าง fractional, ablative และ non-ablative รวมถึงการรักษารอยแผลเป็น คีลอยด์ รอยสิว และการกำจัดขนอย่างปลอดภัย

-เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging Medicine)

เจาะลึกกลไกระดับเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับผิวเสื่อมวัย การใช้หัตถการกึ่งบุกรุก เช่น ร้อยไหม, Microneedling, RF, HIFU ตลอดจนความปลอดภัยของฟิลเลอร์และโบทูลินัมท็อกซิน นอกจากนี้ยังนำเสนอเทรนด์ใหม่ เช่น สเต็มเซลล์ เอ็กโซโซม และเปปไทด์

 -นรีเวชเพื่อความงาม (Aesthetic Gynecology)

ครอบคลุมการฟื้นฟูช่องคลอดด้วยเลเซอร์ CO₂, Er:YAG, RF และ HIFU การศัลยกรรมตกแต่งอวัยวะเพศ เทคนิคผ่าตัดและไม่ผ่าตัด การเลือกผู้ป่วย รวมถึงการแก้ปัญหาภาวะฝ่อและการกระชับอุ้งเชิงกรานแบบสหสาขา"



งานประชุม 10th ABLS in AEC Symposium ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการพัฒนาทักษะ อัปเดตนวัตกรรม และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการรักษาคนไข้ในยุคที่เทคโนโลยีการแพทย์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

31 กรกฎาคม 2568

พม.หนุนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ

พม. หนุนองค์กรชุมชนทั่วประเทศขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยจากฐานราก 


ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ วานนี้ (31 กรกฎาคม 2568) นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดนิทรรศการและหมู่บ้านวัฒนธรรมชุมชน 5 ภาค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมวิถีพลังไท 3 "พลังองค์กรชุมชน เปลี่ยนประเทศไทย" (Community Power : Transforming Thailand)จัดโดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
หรือ พอช. ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2568 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี)
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ 




ภายหลังจากเปิดงาน นายธเนศพลได้เยี่ยมชมนิทรรศการและหมู่บ้านวัฒนธรรมชุมชน 5ภาค จากนั้นได้มอบนโยบายสำคัญในหัวข้อ “รัฐบาลกับการสนับสนุนความเข้มแข็งองค์กรชุมชนสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศไทย” ต่อผู้แทนองค์กรชุมชนกว่า 300,000 แห่งทั่วประเทศที่เข้าร่วมแสดงผลงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน และเสริมความเข้มแข็งของประชาธิปไตยให้มีความเข้มแข็งโดยมีชุมชนท้องถิ่นคือหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้เป้าหมายเหล่านี้เป็นจริงได้ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเข้มแข็งจากภายใน การพัฒนาศักยภาพของคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม เพื่อเน้นย้ำบทบาทขององค์กรชุมชนในฐานะพลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน





“กระทรวงพม. ให้ความสำคัญกับการสร้าง “สังคมที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และเป็นธรรม” โดยมีนโยบายหลักที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส นโยบายเหล่านี้ครอบคลุมหลายมิติ ผ่านการแก้ไขปัญหาวิกฤตประชากรโดยชุมชนจะมีส่วนร่วมสำคัญในการพัฒนาทุกมิติ เพื่อให้ทุกนโยบายที่วางไว้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง เป้าหมายของเราคือการสร้าง “สังคมที่คนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับการคุมครองและมีหลักประกันทางสังคมอย่างทั่วถึง มีส่วนร่วมในการพัฒนาและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ตลอดไป” นายธเนศพล กล่าว  





ด้านนายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า พอช. เป็นองค์กรที่สนับสนุนการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคมในการสร้างความเข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาสังคม เพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชน โดยมีเป้าหมาย "ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง เต็มพื้นที่ประเทศไทย" โดย พอช. มีการขับเคลื่อน ชุมชนเข้มแข็งจนเกิดพื้นที่ต้นแบบและรูปธรรมการดำเนินงานและเพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาส ด้วยการเข้าถึงบริการสวัสดิการและอาชีพ และส่งเสริมทุนมนุษย์ ให้ทุกวัยสามารถพึ่งพาตนเอง เสริมความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชน เป็นรากฐานการพัฒนาบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน รัฐ เอกชน และภาคประชาชน ซึ่ง พอช.มีการหนุนเสริมการทำงานร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ “ผลงานเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อชุมชนมีความเข้มแข็งและได้รับการสนับสนุนอย่างถูกจุด ชุมชนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ การจัดงานมหกรรมวิถีพลังไทในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพ แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และขยายผลสู่การพัฒนาในระดับประเทศ เป็นแรงบันดาลใจโดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ให้เห็นคุณค่าของการทำงานเพื่อสังคม” นายกฤษดากล่าว

ขณะที่ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า ตลอดกว่า 25 ปีที่ผ่านมา องค์กรชุมชนได้ขับเคลื่อนงานพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี พอช. เป็นกลไกหลักที่ร่วมมือกับทุกภาคส่วน ผลักดันนโยบายที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง







“การจัดงานครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เวทีแสดงผลงาน แต่คือจุดเปลี่ยนของประเทศ ที่สะท้อนถึงพลังของคนตัวเล็กที่ลุกขึ้นมาสร้างระบบใหม่จากบริบทของตนเอง ชุมชนไม่ได้รอความช่วยเหลือจากใคร แต่ลงมือเอง เพื่ออนาคตที่มั่นคงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ดร.กอบศักดิ์กล่าว

งานมหกรรมวิถีพลังไท 3ฯ จึงไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังชุมชนทั่วประเทศ แต่ยังเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ขับเคลื่อนจากฐานราก สู่เป้าหมายของประเทศที่ประชาชนมีส่วนร่วม อยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี และมีความสุขอย่างยั่งยืน