26 ธันวาคม 2565

SUSUNN กระตุ้นผู้ประกอบการและ พัฒนาจุดจอดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาด

ตอกย้ำแนวคิด วิถีชีวิตเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

SUSUNN (ซูซัน) ขับเคลื่อนแนวคิด ให้บริการการพัฒนาสถานีชาร์จไฟ ที่จะเตรียมรองรับรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานสะอาด เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยความยั่งยืนให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบพัฒนาอสังหาฯ และนิคม เพื่อรองรับปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ปัญหาระดับโลก ในงานเสวนาความรู้ในหัวข้อเรื่อง “เทคโนโลยีการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ในโรงงานอุตสาหกรรมด้วยระบบ Solar Cell และมาตรการอนุรักษ์พลังงาน โดย SUSUNN” ในงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2565 ที่ผ่านมา 

SUSUNN by SCG Ceramics ผู้ให้บริการด้านพลังงานครบวงจร โดยนายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูซันน์ สมาร์ทโซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ กระแสการตอบรับจากยอดการจองรถยนต์ไฟฟ้า ของงาน Motor Show 2022 เติบโตสูงขึ้นกว่า 13.6% จากปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการณ์ของภาครัฐที่ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยเทรนด์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ประกอบวิกฤตราคาน้ำมัน ล้วนผลักดันให้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้ธุรกิจที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ขยับตัวเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะสถานีบริการชาร์จ หรือ จุดจอดรถตามอาคาร สถานที่ให้บริการต่าง ๆ ที่ปรับปรุงพื้นที่หรือ เพื่อรองรับการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังออกสู่การใช้งานบนท้องถนนเพิ่มมากขึ้น ตามแผนของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานได้วางเป้าหมายไว้ว่า ภายในปี 2573 จะต้องมีสถานีชาร์จสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 567 แห่ง เป็น 1,304 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่นับรวมกับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน หรือในส่วนภาคเอกชนอื่น ๆ ที่อาจทำให้ยอดรวมสถานีชาร์จ เพิ่มสูงเกินกว่า 2,000 สถานี” นายนำพลกล่าว 

และเพิ่มเติมว่า การเปิดตัวบริการ SUSUNN Solar Carport and EV Charging Solution หรือ โรงจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับนักลงทุน หรือ ผู้ประกอบการที่มองหาผู้ให้บริการพัฒนาสถานี ด้วยบริการแบบครบจบที่เดียว การให้บริการของ SUSUNN ดำเนินการโดยทีมวิศวกรผู้ชำนาญการของ SUSUNN ที่พร้อมให้คำแนะนำ ออกแบบ ติดตั้ง บำรุงรักษา และให้บริการขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุก 


โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษา หรือใช้บริการได้ที่ SUSUNN Solar Carport and EV Charging Station นิคมอุตสาหกรรมหนองแค ซึ่งประกอบด้วยระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขนาด 6 kWp ที่สามารถช่วยลดค่าไฟได้ถึง 30,000 บาทต่อปี และช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 4,400 kgCO2 ต่อปี สามารถจอดรถได้ 2 คัน ซึ่งระบบ Solar Carport ออกแบบให้ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว และมีระบบป้องกันน้ำรั่วซึมระหว่างแผงเป็นอย่างดี ส่วน EV Charger มีทั้งรุ่น DC Fast Charge ขนาด 100 kW ที่สามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้จนเต็มภายในระยะเวลา 30-45 นาที และรุ่น AC Charger ขนาด 22 kW รองรับหัวชาร์จประเภท CCS2, CHAdeMO และ AC Type 2 ซึ่งครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อที่มีจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน” นายนำพลกล่าวปิดท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนเพื่อความยั่งยืนในอนาคต ด้วยการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด สามารถติดต่อทีมงาน SUSUNN หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โทร 065-982-9040 หรือเยี่ยมชมการให้บริการต่าง พร้อมผลงานที่น่าสนใจได้ที่  website : www.susunn.scgceramics.com 
Facebook: https://www.facebook.com/susunnenergy
และ Line AO: https://page.line.me/?accountId=561hxsul

การันตีสุดยอดฝีมือ แพทย์หญิง รุ่งไพลิน รัตนชีวร รับรางวัล“เซเลบริตี้ดาวรุ่งแห่งปี”

หมอแยม แพทย์หญิง รุ่งไพลิน รัตนชีวร รับรางวัล “เซเลบริตี้ดาวรุ่งแห่งปี” ในงานประกาศผลรางวัล Thailand digital Awards 2022 ครั้งที่ 4

หมอแยม คุณหมอเจ้าของ Thomas Clinic (ตั้งอยู่ที่ Fifty Fifth Thonglor ทองหล่อ2) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและศาสตร์ชะลอวัย รวมไปถึงการดูแลปัญหาต่างๆ ของร่างกาย และการรักษาสุขภาพแบบองค์รวม ฝีมือและประสบการณ์ของคุณหมอที่ฉีดถือเป็นข้อสำคัญมาก  ช่วยดูแลปัญหาเกี่ยวกับหน้าตา ผิวพรรณและบุคลิกภาพ การเสริมความงามก็เป็นศาสตร์ในแขนงหนึ่งทางการแพทย์ หมอจะเป็นด่านแรกในการปรึกษา เพื่อการรักษาที่ตรงจุด ไม่มีพนักงานขายของ เพื่อประโยชน์ของคนไข้มากที่สุด ทั้งเรื่องของการได้รับผลลัพธ์ทันที และไม่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ” เรียกว่าเป็นนิยามของ หมอแยม หรือ พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร



โดยรางวัลดังกล่าวถือเป็นรางวัลสร้างสรรค์ผลงานสุดยอดบุคคลในวงการบันเทิง วงการนางงาม รวมไปถึงวงการธุรกิจดีเด่น และองค์กรเกี่ยวกับดิจิทัลในประเทศไทยงาน Thailand Digital Awards 2022 (ครั้งที่ 4) 

จัดโดยคณะกรรมการโครงการพัฒนานักบริหารภาครัฐและภาคเอกชนสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ(บริษัท Ceo Eye's Standard ได้ลิขสิทธิ์จัดงานเพื่อยกระดับมาตรฐานของรางวัลเกียรติยศ)

จัดขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม เมื่อ เร็วๆ นี้ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพ

Fortune Town สานต่อพลังการทำความดีเพื่อสังคมที่ยั่งยืน จัดการประกวดเขียนแนวคิด

หากขอพรได้ 1 ข้อ  กับน้องกระต่าย ลัคกี้  คุณอยากให้ฟอร์จูนทาวน์ ทำอะไรเพื่อสังคม ชิงเงินรางวัลรวม 10,000 บาท  


Fortune Town ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำย่าน รัชดา-พระราม 9 หนึ่งในธุรกิจของบริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND สานต่อพลังการทำความดีเพื่อสังคมที่ยั่งยืน  จัดกิจกรรม  “Make A Wish with Lucky”   ประกวดเขียนแนวคิดภายใต้คอนเซ็ปต์  “หากขอพรได้ 1 ข้อ  กับน้องกระต่าย ลัคกี้  คุณอยากให้ฟอร์จูนทาวน์ ทำอะไรเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมในย่านรัชดาภิเษก”  เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ชุมชนและบริเวณโดยรอบฟอร์จูนทาวน์   จึงขอเชิญชวนทุกท่าน  ร่วมเขียนแนวคิดที่มีคุณค่า สร้างสรรค์ แปลกใหม่และน่าสนใจ  ที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดขึ้นจริงได้ เกิดคุณค่า และเกิดประโยชน์ กับชุมชนและสังคม ชิงเงินรางวัลรวม 10,000 บาท   โดยทุกท่านสามารถเขียนและส่งแนวคิดประกวดได้ที่ “น้องกระต่ายลัคกี้”  บริเวณลานฟอร์จูนสตรีท (หน้าอาคาร)  ฟอร์จูนทาวน์ ได้ตั้งแต่วันที่ 23 -31 ธันวาคม 2565    และสามารถติดตามการประกาศผลในวันที่ 12  มกราคม  2566    ผ่านช่องทาง  www.fortunetown.co.th  และ Facebook Fanpage : Fortune Town 

เงื่อนไขการประกวด :

1. ผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ยกเว้น พนักงานบริษัทซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ  ไม่สามารถเข้าร่วมประกวดได้

2. ผู้เข้าร่วมประกวดต้องเขียนแนวคิด “คุณอยากให้ฟอร์จูนทาวน์ ทำอะไรเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมในย่านรัชดาภิเษก”  

3. นำแนวคิดที่เขียนประกวดติดไว้ บริเวณ น้องกระต่าย ลัคกี้ ลานฟอร์จูนสตรีท (หน้าอาคาร) ฟอร์จูนทาวน์  พร้อมระบุ ชื่อ-นามสกุล  และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ 

4. ร่วมประกวดได้ ตั้งแต่วันที่ 23 - 31 ธันวาคม 2565   บริเวณลานฟอร์จูนสตรีท (ด้านหน้าอาคาร)  ฟอร์จูนทาวน์ 

5. แนวคิดที่เข้าร่วมประกวด จะต้องเป็นแนวคิด ภายใต้กรอบที่มีคุณค่าและสามารถนำไปพัฒนาต่อยอด ให้สามารถเกิดขึ้นจริงได้ และไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น

6. ลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นจากการประกวดถือเป็นของศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์

7. การตัดสินการประกวด จะพิจารณาโดยคณะกรรมการของฟอร์จูนทาวน์ โดยให้ถือเป็นที่สิ้นสุด 

8. ผู้ที่รับรางวัลมูลค่าเกิน 1,000 บาท จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าของรางวัลทันที

เกณฑ์การตัดสิน 

1. เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาด้าน สิ่งแวดล้อมในย่านรัชดาภิเษก ที่มีคุณค่า สร้างสรรค์ แปลกใหม่และมีความน่าสนใจ 

2. แนวคิดสามารถนำมาพัฒนาหรือต่อยอดให้สามารถเกิดขึ้นจริง  

3. แนวคิดมีคุณค่า และเกิดประโยชน์ กับชุมชน / สังคม ทั้งในระยะสั้นและส่งผลในระยะยาว

รางวัล

1. รางวัลละ 1,000   บาท  จำนวน  10 รางวัล   

ติดตามข่าวสารกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.fortunetown.co.th ,

FB : fortunetown , IG : fortunetown , Youtube : fortunetown , Line : FortuneTown หรือ https://lin.ee/tNWLAG , Application : Fortune Town

#ITLifestyleMall #FortuneTownrama9 #FortuneTown #TheBestITLifestyleMall #ITLifestyleMallrama9 #MakeAwish #FortuneTownMakeAWish #MakeAWish2023 #contest #Newyear2023

“กลัฟ -โบว์” ร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ รณรงค์ เชิญชวนร่วมบริจาคสมทบทุนสร้างอาคารใหม่

กลัฟ “คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์” และ โบว์ “เมลดา สุศรี” สองนักแสดงช่อง 3 เชิญชวนผู้มีจิตกุศลร่วมบริจาคทุนทรัพย์เพื่อสร้างอาคารรองรับผู้ป่วย ใน“โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี” โดยวางเป้าหมายเน้นการเพิ่มศักยภาพและคุณภาพของการให้ริการทางการแพทย์เพื่อให้มีมาตรฐานทางการแพทย์ให้พร้อมรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโรคในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาโรคที่ซับซ้อนเป็นต้นแบบของการรักษา



โดยในปัจจุบันอาคารเดิมของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดให้บริการทางการแพทย์และเป็นที่บ่มเพาะบุคลากรการแพทย์ในฐานะโรงเรียนแพทย์ได้ใช้งานมามากกว่า 50 ปีนั้นมีสภาพทรุดโทรมและแออัด โครงสร้างเดิมของอาคารและระบบสาธารณูปโภคเสื่อมสภาพและมีข้อจำกัดด้านการปรับปรุงซ่อมแซม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริการทางการแพทย์ต่อผู้ป่วยนอกที่มาใช้บริการทุกอาคาร ซึ่งปีหนึ่งมีจำนวนประมาณกว่า 2.4 ล้านคน ซึ่งครั้งนี้ หนุ่มกลัฟและสาวโบว์ ได้ร่วมถ่ายทำสปอตและโปสเตอร์ เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์พร้อมกับเชิญชวนผู้มีจิตกุศลร่วมบริจาคทรัพย์เพื่อสร้างอาคารแห่งใหม่ ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้เต็มศักยภาพของอาคารเดิม แต่มีประสิทธิภาพมากกว่า อีกทั้งให้ความสำคัญกับแนวคิดการทำงานแบบบูรณาการสหสาขาวิชาชีพของทุกภาควิชา และการคิดถึงใจผู้ป่วยว่าต้องการอะไร ตามแนวคิด “เข้าใจเขา เข้าใจเข้าใจเรา เข้าใจทุก(ข์)คน เพื่อให้บริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุดโดยอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งใหม่ สูง 25 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ส่วนหนึ่งของด้านหน้าองค์การเภสัชกรรม

ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการดำเนินการเตรียมก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2571 ดังนั้นคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคกับมูลนิธิรามาธิบดี โดยโอนเงิน ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี
ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 090-3-50015-5 ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 879-2-00448-3
ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 026-3-05216-3 โทรศัพท์ 0-2201-1111

มูลนิธิรามาธิบดี “คำว่าให้ ไม่สิ้นสุด”

รมว.สุชาติ มอบ ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ เป็นประธานและสักขีพยาน MOU สปส.กับ รพ.10 แห่ง

เพิ่มประสิทธิภาพผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือทำหัตถการนำร่องในกลุ่ม 5 โรค


วันที่ 26 ธันวาคม 2565 เวลา 09.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการให้บริการทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษาของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม โดยมี นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม รวมทั้งผู้บริหารสถานพยาบาลทั้ง 10 แห่ง พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมให้การต้อนรับ ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 


นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลและเข้าถึงการให้บริการรักษาทางการแพทย์ของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบนโยบายในเรื่องการจัดการและพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์  ซึ่งสำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยงานหลักที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนโดยมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์พร้อมการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ในการเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที ในวันนี้
ตนรู้สึกยินดีที่ได้รับมอบหมายจากท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มาเป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานการทำบันทึกข้อตกลงการให้บริการทางการแพทย์ ระหว่างสำนักงานประกันสังคมกับสถานพยาบาลทั้ง 10 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเข้าถึงการรักษาให้กับผู้ประกันตน ด้วยการผ่าตัดหรือทำหัตถการนำร่องในกลุ่ม 5 โรค “นับเป็นของขวัญปีใหม่ชิ้นหนึ่งที่รัฐบาล และกระทรวงแรงงาน

โดยสำนักงานประกันสังคม มอบให้ผู้ประกันตนในกรณีเจ็บป่วยและมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือทำหัตถการกับโรงพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ผมมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการทำบันทึกข้อตกลงในวันนี้ สามารถทำให้ผู้ประกันตนได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ในระบบประกันสังคม ซึ่งเป็นการลดระยะเวลาการรอคอย ลดภาวะแทรกซ้อน ไม่ให้อาการของโรคมีความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้ง ช่วยลดระยะเวลาในการพักฟื้น ส่งผลให้ผู้ประกันตน สามารถกลับไปทำงานได้อย่างรวดเร็ว และดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงนับได้ว่าเป็นหนึ่งในโครงการที่สามารถช่วยเหลือผู้ประกันตนอย่างแท้จริง” 

ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวถึง การทำบันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานประกันสังคม กับ สถานพยาบาลที่มีศักยภาพตามมาตรฐานที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือทำหัตถการนำร่องในกลุ่ม 5 โรค ในวันนี้ มีสถานพยาบาลในระบบประกันสังคมจำนวน 10 แห่ง ร่วมบันทึกข้อตกลงฯ ให้บริการรักษาให้กับผู้ประกันตนตามความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีดังนี้

สถานพยาบาลให้บริการรักษาด้านหัตถการโรคหัวใจและหลอดเลือด จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค กรุงเทพฯ, โรงพยาบาลเทพธารินทร์ กรุงเทพฯ, โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม กรุงเทพฯ, โรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพฯ, โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล  จังหวัดนนทบุรี, โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ จังหวัดสมุทรปราการ

สถานพยาบาลให้บริการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ สถาบันประสาทวิทยา กรุงเทพฯ

สถานพยาบาลให้บริการผ่าตัดนิ่วในไตและถุงน้ำดี จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

สถานพยาบาลให้บริการผ่าตัดมะเร็งเต้านม จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลบางปะกอก 8 กรุงเทพฯ

สถานพยาบาลให้บริการผ่าตัดก้อนเนื้อที่มดลูก จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลบางปะกอก 8 กรุงเทพฯ และโรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพฯ 

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์โดยตรงกับสถานพยาบาลที่ทำบันทึกข้อตกลง โดยผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรับบริการแต่อย่างใด สำหรับระยะเวลาดำเนินการเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2566 ทั้งนี้ เมื่อดำเนินโครงการแล้ว สำนักงานประกันสังคมจะติดตามและประเมินผล เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดการบริการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อผู้ประกันตนต่อไป ซึ่งคาดว่า จะมีผู้ประกันตนมาใช้บริการ ทั้งสิ้นจำนวน 7,500 คน สำนักงานประกันสังคม ยังคงมุ่งมั่น และทุ่มเทการทำงาน โดยยึดหลักการดำเนินงานภายใต้แนวทางของรัฐบาล และ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ให้ความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน ด้านการให้บริการทางการแพทย์ ลดความเหลื่อมล้ำ โดยบูรณาการงานด้านบริการทางการแพทย์อย่างเหมาะสม เท่าเทียม มีคุณภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ท็อปส์ เปิดตัว “ลูกแพร์ริโค” และ "แอปเปิ้ลพิงค์เลดี้” ส่งตรงความสด อร่อย สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

จากออสเตรเลีย ในงาน “Tops x Apple & Pear Australia – Grown in Good Nature”



ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำภาพตัวจริงฟู้ดรีเทลที่มีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรสินค้าจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดจากทั่วโลก ร่วมกับ Horticulture Innovation Australia และ สำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย จัดงาน “Tops x Apple & Pear Australia – Grown in Good Nature” เทศกาล “ลูกแพร์ริโค” และ "แอปเปิ้ลพิงค์เลดี้ ส่งตรงความสด อร่อย ในช่วงฤดูกาลที่ดีที่สุดจากประเทศออสเตรเลีย พร้อมวางจำหน่ายเฉพาะที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด และ ท็อปส์ คลับ โดยภายในงานได้รับเกียรติจากคุณเดวิด ไวส์ ข้าหลวงพาณิชย์ สำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย พร้อมผู้บริหารท็อปส์ ได้แก่ คุณพิริยะ กมลเดชเดชา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดซื้อสินค้าอาหารสด และ คุณเจริญศรี โอสถานุเคราะห์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ร่วมงาน ณ ท็อปส์ สาขาเซ็นทรัล เวสเกต                          




ออสเตรเลีย ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งเพาะปลูกสินค้าสำคัญทางการเกษตร ที่ส่งออกไปทั่วโลกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยประสบการณ์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นของชาวสวนออสเตรเลีย รวมไปจนถึงวิวัฒนาการที่ได้รับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการเกษตร ทำให้ แอปเปิ้ล และ ลูกแพร์ จากออสเตรเลีย ได้รับการปลูกและบำรุงเลี้ยงโดยผู้ปลูกมืออาชีพ ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและอุดมสมบูรณ์ที่สุด แห่งหนึ่งของโลก ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผลผลิตที่นำเข้ามาจากออสเตรเลีย จะเป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และที่สำคัญมีรสชาติอร่อย อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ถูกใจคนรักผลไม้และสายรักสุขภาพ 

เพื่อให้ลูกค้าได้ค้นพบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกวันตามแนวคิด Every Day DISCOVERY “ท็อปส์”ฟู้ด รีเทล รายเดียวของไทย ที่เป็นผู้นำเข้าตรง “ลูกแพร์ริโค” และ “แอปเปิ้ลพิงค์เลดี้ ออสเตรเลีย” สำหรับลูกแพร์ริโค เป็นแพร์สายพันธุ์ดีที่สุดจากออสเตรเลีย ผสมผสานระหว่างสายพันธุ์คลอเรลลาและสายพันธุ์ดูเยนเน่ ดูกอมมิส  ทำให้มีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง คือ มีผิวเรียบ เปลือกสีแดงระเรื่อ  โดดเด่นด้วยรสชาติหวานฉ่ำ เนื้อแน่น และมีกลิ่นที่หอมละมุน อัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ สารโพลีฟีนอล ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย นอกจากนั้นภายในงานยังมีลูกแพร์สายพันธุ์อื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในออสเตรเลีย ได้แก่ ลูกแพร์เขียว สายพันธุ์แพ็กแฮม มีรสหวาน เนื้อแน่น, ลูกแพร์แดงสายพันธุ์คลอเรลลา ที่มีความหวานและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์  รวมถึง แอปเปิ้ลพิงค์เลดี้ ออสเตรเลีย มีสีแดงระเรื่อมชมพูสวยงาม รสหวานอมเปรี้ยว เนื้อฉ่ำ กรอบและหอมกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คัดสรรคุณภาพรสชาติความอร่อย มั่นใจด้วยสติ๊กเกอร์รับรอง Pink Lady ที่เป็นรูปหัวใจสีชมพู 

ค้นพบกับความสด อร่อย ที่ดีต่อสุขภาพกับลูกแพร์และแอปเปิ้ลส่งตรงจากออสเตรเลียได้แล้ววันนี้ที่ ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด และ ท็อปส์ คลับ หรือช้อปสะดวกทุกที่ผ่านช่องทางออนไลน์ www.tops.co.th และบริการผู้ช่วยช้อปส่วนตัว Personal Shopper เพียงแอดไลน์ @TopsThailand 

#Tops #EveryDayDISCOVERY

เมเช่ โกเรอา ดีไซน์เนอร์ชื่อก้องจากเปรู ออกแบบเสื้อผ้าชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัย

นำมาโชว์อย่างอลังการ สวยงดงามในงานแฟชั่นวีคผ้าไหมไทยนานาชาติ ครั้งที่3 

เมเช่ โกเรอา ดีไซน์เนอร์ชื่อก้องจากประเทศเปรู หนึ่งในดีไซน์เนอร์ชั้นนำจากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
ได้รับเกียรติให้ร่วมออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าชุดผ้าไหมร่วมสมัย โดยใช้ผ้าไหมไทยจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมแสดงในงานแฟชั่นวีคผ้าไหมไทยนานาชาติ ครั้งที่ 3 ปี 2565 นับเป็นการขยายความร่วมมือสัมพันธภาพมิตรไมตรีที่ดีทางการทูตระหว่างไทยและเปรู ผ่านผ้าไหมไทย โดยมีนางแบบสาวสวยชาวไทยและต่างประเทศ สวมใส่เสื้อผ้าชุดผ้าไหมร่วมสมัยจำนวน 12 ชุด ผ่านการเดินแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่อลังการ ให้ผู้เข้าชมในงานได้ประจักษ์เห็นถึงความสวย งดงาม และความประณีตของเสื้อผ้าชุดผ้าไหมร่วมสมัย ผลงานการดีไซน์จาก
ดีไซน์เนอร์ชื่อดังของเปรู สู่สายตาชาวไทยและชาวโลก ณ พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน



คุณเมเช่ โกเรอา ดีไซน์เนอร์ชื่อดังจากประเทศเปรู เปิดเผยว่า ได้รับแรงบันดาลใจในการคิดและดีไชน์มาจากมรดกทางวัฒนธรรม ผลงานที่ผ่านมาได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับนานาชาติว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “ความหรูหราที่ยั่งยืน” แสดงถึงปรัชญาในการดำเนินชีวิตอย่างมีจริยธรรมและมีความรับ
ผิดชอบ อนุรักษ์และดูแลโลกของเรา โดยผลงานในแต่ละคอลเลคชั่น มีแรงบันดาลใจจากประเทศเปรู  

“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญเป็นหนึ่งในดีไซน์เนอร์ชั้นนำจากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ร่วมออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าชุดผ้าไหมร่วมสมัย มาโชว์ในงานแฟชั่นวีคผ้าไหมไทยนานาชาติ ครั้งที่ 3 ปี 2565 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ซึ่งผลงานที่ได้ดีไซน์มาร่วมงานที่ประเทศไทยในครั้งนี้  ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกกล้วยไม้ จินตนาการภาพประเทศไทยเป็นสวนดอกไม้เพราะว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศมีความโดดเด่นเรื่องของกล้วยไม้ที่สวยงามมาก และเปรูเองก็มีพันธุ์กล้วยไม้ที่สวยงามมากเช่นกัน” คุณเมเช่ กล่าวเพิ่มเติม 


ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เซซิเลีย กาลาเรตา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย, คุณเอริค อาปอนเต หัวหน้าสำนักงานพาณิชย์เปรู ประจำประเทศไทย, ดร.สุมาลี อุทัยเฉลิม รองประธานกรรมการจัดงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เวทีโลก และ คุณเอ็ดเวิร์ด กิตติ ผู้ก่อตั้งสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย มอบช่อดอกไม้ และถ่ายรูปร่วมกันเพื่อเป็นการแสดงความยินดี และนอกจากนี้ยังมีนางเอกสาวสวย คุณมิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง ให้เกียรติมาร่วมชมแฟชั่นโชว์และมอบช่อดอกไม้ร่วมยินดีกับคุณเมเช่ โกเรอา อีกด้วย

สำหรับเสื้อผ้าชุดผ้าไหมร่วมสมัยที่ออกแบบ และนำมาโชว์ในครั้งนี้มีจำนวน 12 ชุด โดยมีนางแบบสาวสวยชาวไทยและต่างประเทศได้สวมใส่ และเดินแฟชั่นโชว์ให้แขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าชมงานได้ให้เห็นถึงความสวยงดงาม และความประณีตในการตัดเย็บเสื้อผ้าแต่ละชุด เพื่อเผยแพร่ความสวยงามและเพิ่มมูลค่าของผ้าไหมไทยสู่สายตาชาวโลก และเป็นการขยายความร่วมมือทางการทูตที่ดีของไทยและเปรูผ่านผ้าไหมไทยอีกด้วย

สามารถติดตามและชมผลงานต่างๆ ของคุณเมเช่ โกเรอา
ได้ที่ Facebook : MecheCorreaPeru, IG : mechecorreaoficial
เว็บไซต์ https://www.mechecorrea.com