26 มิถุนายน 2566

"Klean&Kare ตอกย้ำความมั่นใจคนรักสุขภาพ”

นวัตกรรมน้ำเกลือคุณภาพ ปราศจากเชื้อ ที่ครองใจคนไทยมากว่า 35 ปี เตรียมรุก
ขยายตลาด พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนแรก “นาย ณภัทร เสียงสมบุญ”

Klean&Kare (คลีนแอนด์แคร์) ผลิตภัณฑ์น้ำเกลือสุขภาพที่ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าผู้ใส่ใจสุขภาพ ชูกลยุทธ์รุกตลาดต่อเนื่อง พร้อมจัดงาน “Klean&Kare ใส่ใจดูแลให้มากกว่าทุกวัน Make Everyday Moments” เพื่อตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครองใจผู้บริโภค และส่วนแบ่งการตลาดผลิตภัณฑ์น้ำเกลือขวดปลายแหลมอันดับ 1 ในประเทศไทย ก้าวขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มเวชภัณฑ์น้ำเกลือปราศจากเชื้อ เตรียมขยายฐานผู้บริโภคในต่างประเทศ พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ลุคคลีนมาดแคร์ คนแรกและครั้งแรกของแบรนด์ Klean&Kare “นาย ณภัทร เสียงสมบุญ” 

จากความสำเร็จที่ Klean&Kare เน้นย้ำถึงการรักษาคุณภาพและใส่ใจการผลิตโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญต่อเนื่องกว่า 35 ปี ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมถึงมอบความห่วงใยผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย ให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในยุคที่ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 รวมถึงค่าฝุ่น PM 2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ด้วยน้ำเกลือที่มีจุดเด่นด้านนวัตกรรมและความปราศจากเชื้อ (Sterile) มีตัวยา 0.9% โซเดียมคลอไรด์ผลิตด้วยเกลือจากประเทศนิวซีแลนด์ สมดุลกับน้ำในร่างกายทำให้ไม่เกิดการระคายเคือง ใช้ได้ในทุกเพศทุกวัย เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนสำคัญในการใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถพกพาไว้ติดตัว ติดกระเป๋า ด้วยคุณสมบัติการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกในการใช้งาน อาทิ ล้างทำความสะอาดบาดแผล ล้างโพรงจมูก กลั้วปากกลั้วคอ ล้างคอนแทคเลนส์ ล้างตา เช็ดทำความสะอาด ฯลฯ เน้นย้ำถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้า รวมถึงตอบโจทย์ของผู้บริโภคที่ต่างตอบรับและยอมรับในคุณภาพของ Klean&Kare  โดย พันตรี สมิทธิ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้จัดการ A.N.B. LABORATORIES CO., LTD   และ รองประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจที่นอกเหนือจากโรงพยาบาล (Non Hospital) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเชื่อมั่นกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย พร้อมขยายฐาน Klean&Kare สู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น คาดจะสร้างยอดขายทั้งในและต่างประเทศให้เติบโต 25%
ในปีนี้ 


โดย พันตรี สมิทธิ์ ปราสาททองโอสถ  เผยว่า  A.N.B. LABORATORIES CO., LTD.  ได้เปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2498 ด้วยประสบการณ์กว่า 60 ปี ทางบริษัทมุ่งมั่นตั้งใจผลิตยาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปัจจุบัน A.N.B. LABORATORIES CO., LTD. ยังคงมุ่งมั่นผลิตยาและเวชภัณฑ์ ทั้งชนิด Sterile และ Non Sterile  ด้วยกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ภายใต้มาตรฐานหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice, GMP) และหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการจัดเก็บและขนส่ง (Good Storage and Distribution Practices, GSDP) รวมถึง ISO 9001, ISO 13485 และ ISO 17025 ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเน้นเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงแก่ผู้บริโภค บริษัท เอ.เอ็น.บี.ฯ ได้รับความเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีการส่งออกไปในหลายประเทศ อาทิ กัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เอธิโอเปีย ฮ่องกง เนปาล ศรีลังกา และเยเมน  โดยยึดถือคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ส่งถึงผู้บริโภคมีประสิทธิภาพในการรักษา 


การจัดงานครั้งนี้ของ Klean&Kare เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยสื่อถึงผลิตภัณฑ์แห่งผู้นำตัวจริงด้านน้ำเกลือขวดปลายแหลม โดยเป้าหมายระยะแรกของ Klean&Kare คือแนะนำแบรนด์กับผู้บริโภคเป้าหมายอย่างกลุ่มผู้รักสุขภาพ ได้รู้จักกับ Klean&Kare ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเกลือ ส่วนเป้าหมายระยะยาว คือ การเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคใช้น้ำเกลือในชีวิตประจำวัน ซึ่ง Klean&Kare สามารถใช้ได้ในทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่เฉพาะกับการล้างแผลเพียงเท่านั้น โดยเราตั้งเป้าหมายจะสร้างผลประกอบการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นครองใจลูกค้า 4 กลุ่มหลัก คือ โรงพยาบาล ร้านขายยาชั้นนำ ร้านค้าชั้นนำ และลูกค้าช่องทางออนไลน์ โดยมีแผนเชิงรุกตลาดทั้งในและต่างประเทศเพิ่มเติม ร่วมพัฒนาคุณภาพสินค้าภายในองค์กรอย่างใส่ใจเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของผู้บริโภค โดยปัจจุบันน้ำเกลือแบรนด์ Klean&Klare มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ 7-11, Save Drug, Dr.Pharma, Watsons, Boots, Big C, Lotus’s ร้านขายยาชั้นนำและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศรวมถึงช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada, BeDee แอปพลิเคชัน เป็นต้น 

สำหรับงาน "Klean&Kare ใส่ใจดูแลให้มากกว่าทุกวัน Make Everyday Moments” จัดขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ "นาย ณภัทร เสียงสมบุญ" หนุ่มลุคคลีนมาดแคร์ มาร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่จะทำให้คุณใส่ใจสุขภาพใน

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ : Klean&Kare

น้ำเกลือฉลากเขียว ปราศจากเชื้อ (Sterile) มีความสมดุลกับน้ำในเซลล์ร่างกายเหมาะสำหรับใช้สวนล้าง ชะล้างและทำความสะอาด

รายละเอียด :

• น้ำเกลือคุณภาพปราศจากเชื้อ

• ผลิตด้วยเกลือจากนิวซีแลนด์

• อ่อนโยน ไม่แสบ

• ตัวยาโซเดียมคลอไรด์ 0.9%

• ปากขวดปลายแหลม 

โดยปัจจุบันน้ำเกลือแบรนด์ Klean&Kare มีช่องมีทางการจัดจำหน่ายที่ 7-11, Save Drug, Dr.Pharma, Watsons, Boots, Big C, Lotus’s ร้านขายยาชั้นนำและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศรวมถึงช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada, BeDee แอปพลิเคชัน เป็นต้น

หากต้องการข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมติดต่อได้ที่ www.kleanandkare.co.th

23 มิถุนายน 2566

แถลงข่าวโครงการ “โอโซนชิลล์ รินน้ำใจให้อนาคตน้อง”


บริษัท อิลีท แกร๊นซ์ จำกัด ,บริษัท เวฬาดี 1919 จำกัด , บริษัท เอชดับบิวซี ไซเอินซ์ เทค จำกัด ,โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ และ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดงานแถลงข่าวโครงการ “โอโซนชิลล์ รินน้ำใจให้อนาคตน้อง”โดยจะหักรายได้จากการจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ OzoneShield (โอโซนชิลล์) ทุก 1 เครื่องจำนวน 5,900 บาท มอบให้กับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อใช้เป็นทุนจัดซื้อ ข้าวสาร และอาหารสามมื้อ รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนต่างๆ





เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน 2566 เวลา 14.00 น. คุณสมโภช รัตนพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร และ ผู้ก่อตั้ง บริษัท อิลีท แกร๊นซ์ จำกัด พร้อมด้วย คุณสายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ ,คุณธัญญพัทธ์ สายศิริวิทย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เวฬาดี 1919 จำกัด และ คุณขวัญเรือน เหลียวตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรม ดิเอมเมอรัล แถลงข่าวโครงการ “โอโซนชิลล์ รินน้ำใจให้อนาคตน้อง” ณ ห้องแกรนด์พาโนรามา ชั้น 14 โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดาภิเษก โดยมีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานมากมาย อาทิ คุณเฌอฌญา มาระศรี หุ้นส่วนผู้จัดการ บริษัท เอชดับบิวซี ไซเอินซ์เทค จำกัด,คุณเอกพงษ์ อยู่สำราญ ประธานฝ่ายปฏิบัติการและรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท อิลีท แกร๊นซ์ จำกัด,คุณภูวสิษฐ์ รัชดิษฐ์บวรชัย ประธานฝ่ายกลยุทธ์เทคโนโลยี บริษัท อิลีท แกร๊นซ์ จำกัด,คุณธนัชทัศน์ บุญช่วย ประธานฝ่ายการตลาด บริษัท อิลีท แกร๊นซ์ จำกัด ฯลฯ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณโจนัส แอนเดอร์สัน นักร้อง และ คุณปอ-ปุณยวีร์ สุขกุลวรเศรษฐ์ พิธีกรและผู้ประกาศข่าวรับหน้าที่เป็นพิธีกรในงาน

คุณสมโภช รัตนพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร และ ผู้ก่อตั้ง บริษัท อิลีท แกร๊นซ์ จำกัด กล่าวว่า “ปณิธานของบริษัทเราให้ความสำคัญของการช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด และโดยเฉพาะ เด็กด้อยโอกาส บริษัทมีความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่เปิดโอกาสให้น้องๆเหล่านี้ ได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าสู่ระบบการศึกษาไทยอย่างเท่าเทียมกับเด็กทั่วๆไป เพราะพวกเขาเหล่านี้จะเติบโตกลายเป็นเยาวชนของชาติที่เพิ่มพูนไปด้วยความรู้ ความสามารถ ศักยภาพ ในการพัฒนาชาติไทยในอนาคต 

ทางบริษัทฯ เล็งเห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมากๆ ที่ให้โอกาสเด็กๆ จึงตัดสินใจว่า เราจะนำผลิตภัณฑ์ ที่เรามี และตอบโจทย์คือต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะด้านสุขภาพ
ให้กับผู้คน มาเป็นส่วนหนึ่ง ในการร่วมสนับสนุนโครงการนี้ เราจึงนำเครื่องฟอกอากาศ OzoneShield
(โอโซนชิลล์) ที่มีประสิทธิภาพในการดูแลทุกๆลมหายใจได้อย่างดีเยี่ยม มาจำหน่าย

โดยทุกๆ 1เครื่อง เราจะร่วมบริจาคเงิน จำนวน ห้าพันเก้าร้อยบาท ให้กับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อใช้เป็นทุนจัดซื้อ ข้าวสาร และอาหารสามมื้อ รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนต่างๆให้กับน้องๆในโรงเรียน โดยเราจะเริ่มจำหน่ายเครื่องฟอกอากากาศ OzoneShield (โอโซนชิลล์) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ จะมอบใบเสร็จเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้จำนวนสองเท่าให้กับผู้ซื้อเครื่องฟอกอากาศ OzoneShield (โอโซนชิลล์) ทุกท่าน ”



ด้านคุณสายสม  วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่า “สำหรับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา เดิมชื่อ โรงเรียนร่วมน้ำใจ เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ มีตนเป็น ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ ร่วมกับกรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ท่านอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเด็กหญิงกำพร้าที่บิดา มารดา เสียชีวิตจากโรคเอดส์ เด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูรวมถึงเด็กด้อยโอกาสจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่จบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 เป็นโรงเรียนประจำกินนอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ ประมาณ 22-23 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวได้มาจากผู้มีจิตเมตตาบริจาคทั้งสิ้นและทางโรงเรียนยังได้รับพระเมตตาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานความช่วยเหลือแก่เด็กที่น่าสงสารเหล่านี้มาโดยตลอด ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น 250 คน โดยมีครูและบุคลากรทั้งสิ้น 40 คน ด้วยกัน”




ส่วนคุณธัญญพัทธ์ สายศิริวิทย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เวฬาดี 1919 จำกัด กล่าวถึงเครื่องฟอกอากาศ OzoneShield (โอโซนชิลล์) ว่า “ด้วยแนวคิดของบริษัท เราคิดเสมอว่าจะทำอย่างไรให้เราสามารถก้าวนำหน้าผู้อื่นทั้งการบริหารธุรกิจ และ การสนับสนุนต่อสังคม ในเชิงธุรกิจเพื่อสุขภาพเราระดมความคิดร่วมกับกับนักพัฒนา ทีม R&D คิดค้นเพื่อผลิตสินค้าที่ยังไม่มีใครสามารถผลิตได้ ณ ปัจจุบันหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของเราที่ยังไม่มีใครมีนวัตกรรมนี้คือ “เครื่องฟอกอากาศ OzoneShield (โอโซนชิลล์)”หากเรา ต้องเผชิญความเสี่ยงกับมลพิษ ทั้งฝุ่น ควัน ไอระเหย และเชื้อโรคในทุก ๆ วัน การมองหานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกับตัวเราและครอบครัวนั้นมีความสำคัญ ซึ่งเราขอเสนอเครื่องฟอกอากาศ OzoneShield (โอโซนชิลล์) นวัตกรรมการฟอกอากาศ ที่ผสมผสานเทคโนโลยีการกรอง ดูดซับ ดักจับ และฆ่าเชื้อ พร้อมการออกแบบที่สวยงามและทันสมัย คุ้มค่ากับจัดการความเสี่ยงทั้งฝุ่น ควัน ไอระเหย และเชื้อโรคได้ในเครื่องเดียว และยังสามารถควบคุมผ่านแอพพลิเคชั่น บนมือถือได้หากเราขาดอากาศ เพียง 3-5นาที ก็ทำให้หัวใจหยุดทำงานและสมองขาดออกซิเจนจนเสียชีวิตได้และถึงแม้ว่า เราจะมีอากาศหายใจ แต่หากปนเปื้อนด้วยมลพิษ ทั้งฝุ่น ควัน สารระเหย และเชื้อโรคเป็นภัยร้ายที่บันทอนคุณภาพชีวิตของเราไม่แพ้กัน ทั้งการเจ็บป่วย เช่น โรคมะเร็ง และเสียชีวิตประเทศไทย พบว่า มีผู้เสียชีวิต เฉพาะจาก PM 2.5 สูงถึง 4 เท่าของการเสียชีวิต ผลกระทบจาก PM 2.5 มีทั้งผลระยะสั้น ได้แก่ ระคายเคืองตา คอ และจมูก หัวใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะ ไอ แน่นหน้าอก เหนื่อย โรคหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกำเริบ หลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบผลระยะยาว ได้แก่ การเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหืด ภูมิแพ้ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ปอดเป็นพังผืด มะเร็งปอด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เด็กคลอดก่อนกำหนด ผลต่อการเจริญเติบโตของปอดในเด็ก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในอนาคต โดยปกติ ปอดมนุษย์จะพัฒนาเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 25 ปี หากมีสารพิษกระทบในช่วงเจริญเติบโตของปอดจะส่งผลเสียต่อสมรรถภาพการทำงานของปอดในระยะยาว”





คุณขวัญเรือน เหลียวตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรม ดิเอมเมอรัล ในฐานะผู้สนับสนุนโครงการดังกล่าว เผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ ที่ผ่านมาก็ได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมการกุศลช่วยเหลือมูลนิธิฯ ที่อยู่ภายใต้การดูแลหลายครั้งเสมอมา สำหรับในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่ทางโรงแรมฯจะมีส่วนช่วยเหลือน้องๆในโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘พรรษาฯ ให้ได้รับอาหารและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ครบถ้วน เราคนไทยที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีนิสัยโอบอ้อมอารีมีน้ำใจในการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากทุกๆท่าน ช่วยกันบอกต่อและร่วมกันซื้อเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งนอกจากจะได้ใช้ประโยชน์แล้วยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบริจาค”



ทางด้าน น้องบุ๋ม – อลิษา พวงพลอย อดีตนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่า ขอบพระคุณคุณแม่สายสม และผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ช่วยกันหารายได้ให้โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ ด้วยการขายเครื่องฟอกอากาศ OzoneShield (โอโซนชิลล์) ตนทราบดีว่าเด็กๆที่อยู่ในโรงเรียนทุกคนล้วนเป็นคนที่มาจากศูนย์ ไม่มีอะไรเลย การได้เรียนหนังสือถือเป็นที่สำคัญต่อชีวิตทุกคน การเปิดโอกาสให้พวกเราได้เรียนถือเป็นการทำกุศลที่ยิ่งใหญ่ของทุกท่าน พวกเราอาจจะมีความสามารถในการเรียนไม่เท่ากัน แต่อย่างน้อยเมื่อเราจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 บางคนก็ยังมีอาชีพติดตัวไปทำงานหารายได้เลี้ยงตัวเอง บางคนก็มีโอกาสไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น”

​น้องบุ๋ม กล่าวต่อว่า ตนมาจากครอบครัวยากจน พ่อแม่หย่าร้างกัน มีพี่น้อง 4 คน แต่ทุกคนต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง สำหรับตนก่อนจะได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ฯ ตนเรียน กศน.ที่อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี พร้อมกับเรียนรำไทยกับคุณแม่ เพทาย ลีละกุล ประธานกลุ่มเยาวชนพี่สอนน้องละครหุ่นคนเพทาย หน้าโรงเรียนบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี  ในระหว่างที่ไปออกบูทในงานนิทรรศการเอดส์ที่โรงเรียนบ้านลาด ทางคุณแม่สายสมไปพบตนพร้อมกับเพื่อนๆอีก 4 คน เลยรับตนและเพื่อนมาเรียนที่โรงเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6  เมื่อจบการศึกษาเพื่อนๆ ต่างแยกย้ายไปเรียนที่อื่น ส่วนตนสอบเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรี ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนาศิลป์ได้ แต่ยังไม่ทันเรียนจบก็ต้องหยุดเรียนต่อในชั้นปีที่ 4 เพราะระหว่างที่ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปเติมน้ำมันที่ปั้ม ได้เกิดอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชน ทำให้ตนต้องพักการเรียน 1 เดือนเต็มเพื่อรักษาตัวเอง บวกกับตนต้องหารายได้เลี้ยงตัวเองคนเดียว ทั้งค่าที่พัก ค่าเทอม ค่ากิน ค่าอุปกรณ์ ทำให้ไม่มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว ตนจึงต้องหยุดเรียนต่อและไปรับจ้างรำตามงาน รวมทั้งเป็นแอดมินขายสินค้าผ่านออนไลน์ให้ร้านเสื้อผ้าที่ศาลายา จังหวัดนครปฐม

​โชคยังเข้าข้างเมื่อตนถูกคุณแม่สายสมโทรศัพท์ให้มาช่วยรำฉุยฉายพราหมณ์ในงานแถลงข่าวคุณแม่สายสมทราบว่าตนกำลังจะหมดสภาพนักศึกษา เลยให้ตนไปพบท่านรองอธิการบดีของสถาบันฯ เพื่อติดต่อขอรักษาสภาพการเป็นนักศึกษาและท่านพร้อมช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษา ค่าที่พักและค่าใช้จ่าย พร้อมกับเอ่ยปากว่าหากตนเรียนจบจะเข้ารับเป็นครูสอนรำไทยให้กับน้องๆ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ ตนรู้สึกปลื้มปิติ กับความโชคดีในครั้งนี้เป็นอย่างมากเลยค่ะ”


เครื่องฟอกอากาศ OzoneShield (โอโซนชิลล์) วางจำหน่ายทั่วไป ในราคาเครื่องละ 25,900 บาท
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.096-849-7089 หรือ ID LINE:Tanyapat07

หากท่านประสงค์อยากร่วมบริจาคเครื่องอุปโภค - บริโภค อาทิ ข้าวสาร สิ่งของ เครื่องใช้ เสื้อผ้า ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือบริจาคเป็นทุนทรัพย์ ท่านสามารถบริจาคเงินโดยวิธีการโอนเข้าบัญชี

• “มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์” ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสุขุมวิท 23 เลขที่ 204-1-09259-5

• โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางกะปิ เลขที่ 105-4-71544-4

• โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา (เงินบริจาค) ธนาคารกรุงไทย สาขาลำพูน เลขที่ 511-0-47135-5

หรือท่านสามารถติดต่อบริจาคได้ที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เลขที่ 5 หมู่ 9 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000 โทรศัพท์ 053-092444 โทรสาร 053-092444 ขอได้รับความขอบคุณอย่างสูง


กระทรวงพาณิชย์ ประกาศผลผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 100 ลำดับแรกของประเทศ

จากโครงการ From Gen Z to be CEO ประจำปี 2566   


นางอารดา เฟื่องทอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ต้องขอแสดงความยินดีกับคนเก่ง TOP 100 ที่สามารถทำคะแนนสูงสุด 100 อันดับแรกจากผู้เข้าร่วมโครงการทั้งประเทศกว่า 23,700 ราย ด้วยนะคะทราบมาว่าปีนี้ข้อสอบของเราไม่ง่ายเลย ดังนั้น น้องๆ ที่ผ่านด่านเข้ามาได้ต้องเก่งมากๆ วันนี้น้องได้พิสูจน์แล้วว่าหากมีความตั้งใจและความพยายาม ทุกคนสามารถทำได้ และเราภูมิใจในตัวน้องๆ มากค่ะ”  

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (สถาบัน NEA)  ได้ดำเนินโครงการ From Gen Z to be CEO ประจำปี 2566 จัดอบรมให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนาศักยภาพด้านการค้าระหว่างประเทศให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อสร้างให้เป็นแม่ทัพทางการค้าของประเทศในอนาคต โดยดำเนินโครงการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม – มิถุนายน 2566 และได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งรายเดิมที่สนับสนุนโครงการมาตั้งแต่ปีแรก ประกอบด้วย Huawei  Bitkub EXIM Bank P&G และพันธมิตรน้องใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพในปีนี้ SPVi SVOA BOL และDHL เพื่อน้องๆ TOP 100 จะได้มีโอกาสเลือกสถานที่ฝึกงานเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถเลือกไปฝึกงานในต่างประเทศกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ ณ ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย 

สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ทำแบบทดสอบของโครงการได้คะแนนสูงสุด “100 ลำดับแรก” และผู้ที่ได้ “500 ลำดับแรก” มีดังนี้ 

ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 100 ลำดับแรก (TOP 100) 

- ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมเตรียมความพร้อมในการสมัครงาน จัดโดย P&G 

- ได้รับเชิญเข้าร่วมพิธีสรุปผลโครงการ พร้อมรับประกาศนียบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในวันอังคารที่ 19 กันยายน 2566 ณ อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค (West) สุขุมวิท 101 

- ได้รับสิทธิ์ในการพิจารณาเข้าร่วมฝึกงานกับหน่วยงานพันธมิตรของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้แก่ True,  Huawei Bitkub EXIM Bank P&G SPVi DHL SVOA BOL รวมถึงสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานในต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ ณ ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก  

นอกจากนี้ ผู้ที่สามารถทำคะแนนสอบได้สูงที่สุดจากผู้เข้าอบรมทั่วประเทศกว่า 23,700 ราย จะได้รับเลือกให้เป็น “Gen Z Ambassadors” ซึ่งนอกจากสิทธิประโยชน์ที่กล่าวไปแล้วยังได้รับรางวัลสุดพิเศษจากพันธมิตรอีกด้วย 

ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 500 ลำดับแรก (TOP 500) 

 - ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมอบรมหลักสูตรต่อยอดองค์ความรู้ที่จัดโดยสถาบัน NEA กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพเชิงลึกด้านการค้าระหว่างประเทศ 

 - ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมอบรมหลักสูตร กลยุทธ์การนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดสำหรับสตาร์ทอัพ “Go-to-Market Strategies for Startup” จัดโดย True LAB 

สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 100 ลำดับแรก (TOP 100) ได้แล้ววันนี้ใน Facebook Page : สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือคลิกลิงก์: https://www.facebook.com/nea.ditp/

คอตโต้ตอบรับเทรนด์นิยมการ Mix & Match แบบน้อยแต่มากของบ้านสไตล์ลักซัวรี่

เปิดตัว คอตโต้ อิตาเลีย คอลเลคชั่นใหม่ เติมเต็มความเรียบหรู พร้อมสัมผัสถึงธรรมชาติอย่างมีระดับ 

การตกแต่งบ้านมักจะทำตามโจทย์ของวิถีการใช้ชีวิต ตามความชอบของผู้อยู่อาศัยหรือตามเทรนด์ของยุคสมัย  ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภค เห็นได้ชัดจากสไตล์การตกแต่งบ้านที่เป็นที่นิยมและความใฝ่ฝันของใครหลายคนที่ชื่นชอบความหรูหราที่ดูเรียบง่าย มีระดับ ในแบบ Luxury Style (ลักชัวรี่สไตล์) ก็นับเป็นสไตล์การตกแต่งที่มีการจัดวางองค์ประกอบอย่างเห็นได้ชัด และดูจะสอดรับกับความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเลือกใช้วัสดุอย่างกระเบื้องปกปิดพื้นผิว และผนังภายในบ้าน ที่มักจะเลือกใช้กระเบื้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อลดรอยต่อของกระเบื้อง พร้อมเน้นดีไซน์ ที่ช่วยขับความโดดเด่นให้พื้นที่พักอาศัยสวยงามพร้อมคุณสมบัติของวัสดุปกปิดผิวที่สามารถตอบสนองต่อกิจกรรมระดับ Luxury Style ได้อย่างลงตัวผสมผสานกับการเลือกใช้โทนสีที่ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก อาทิ โทนสีขาว ดำ หรือเอิร์ธโทน  พร้อมเลือกการผสมผสานกับความมันวาวของโลหะ  หรือเพิ่มความอบอุ่นให้ความหรูด้วยงานไม้ และเติมเต็มความละมุนด้วยงานผ้า พร้อมเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ และสามารถใช้งานได้จริงมากกว่าจำนวนที่อาจส่งผลให้พื้นที่ดูแน่นขนัดโดยไม่จำเป็น  มาเป็นองค์ประกอบในการตกแต่งที่ยังคงเน้นความหรูหรา ทันสมัยในแบบฉบับ Luxury Style แต่ดูสง่างาม สัมผัส หรือใช้งานได้จริง เพิ่มมากขึ้น 

COTTO ITALIA COLLECTION หนึ่งในผลิตภัณฑ์ของบริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน)  คอลเลคชั่นกระเบื้องที่มีนวัตกรรมการผลิตจากประเทศอิตาลี ด้วยคุณสมบัติของกระเบื้องพอร์ซเลนขนาดแผ่นใหญ่พิเศษทำให้ดูสวยงามแบบไร้รอยต่อ มีความแข็งแรงทนทานด้วยความหนา 6 และ 12 มิลลิเมตร เหมาะกับงานปูพื้นและผนัง ให้ความหรูหรามีเสน่ห์น่าหลงใหลด้วยลวดลายอันหลากหลายของลายหินอ่อน ลายหินธรรมชาติ   ขอแนะนำ HERITATE LUXE SERIES  ได้ถูกรังสรรค์ด้วยลวดลายหินอ่อนที่สวยสง่างาม นำพาเราเดินทางในจินตนาการเพื่อค้นพบมรดกทางศิลปะและสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมอันประเมินค่าไม่ได้  ลวดลายและเฉดสีที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนภาพวาดธรรมชาติ  มีให้เลือกถึง 3 ดีไซน์




ความเรียบหรูที่ให้สัมผัสถึงสีสันความงดงามของธรรมชาติ แบบ Heritage Emerald 

จากความงดงามของแลนด์สเคปที่ปกคลุมไปด้วยพื้นหญ้าตามเนินเขาลูกคลื่นของไอร์แลนด์ที่ได้นำมาถ่ายทอดผ่านงานดีไซน์  ลวดลายของสายแร่สีน้ำตาลและสีขาวรวมกันบนพื้นผิวดูเหมือนสีเขียวมรกต ที่ไล่เฉดสีตั้งแต่สีเข้มไปจนถึงถึงสีเขียวอ่อน  พร้อมเพิ่มความหรูด้วยผิวหน้า Glossy ให้ดูวาววับ ขับพื้นที่ให้ดูงามสง่า แต่สดชื่นแบบไร้รอยต่อด้วยกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 120x240 cm. ได้อย่างน่าอัศจรรย์ 

Heritage Cloud งานดีไซน์ที่สอดรับแนวคิดความหรูหรา แบบเรียบง่ายกับสีเทา สุดคลาสิก 

นับเป็นงานดีไซน์ ที่นำเสนอการผสมผสานงานกราฟิกกับสี พร้อมขับพื้นผิวให้ดูโดดเด่นด้วยลายเส้นสีเทาที่แตกต่างกัน กราฟิกนี้สามารถจับคู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบกับวัสดุสีโทนร้อนและสีเย็น  ทำให้ลวดลายดูสวยบางเบาเหมือนปุยเมฆ   พื้นห้องดูสวยงามแบบไร้รอยต่อด้วยกระเบื้องไซส์พิเศษ 120 x 120 cm.  เพิ่มความสวยเนียนของพื้นผิวด้วย Comfort Surface ที่มีค่า R10 ตอบสนองวิถีชีวิตแบบเรียบหรู ตามสไตล์ ลักชัวรี่ แนวใหม่ ที่อิงแอบโทนอบอุ่น ละมุนละไมแบบแพง ๆ ได้ดีทีเดียว 

Heritage Aqua ความงดงามที่ลงตัวของเส้นสี และกราฟิกอาร์ต ธรรมชาติที่ดูแพง

นับเป็นงานดีไซน์พื้นผิวที่เกิดจากการตัดกันของเฉดสีระหว่างสีฟ้าอมเขียว ผสมผสานด้วยเส้นสีส้มที่ละเอียดอ่อนอยู่บนพื้นสีขาวเงางาม  สร้างเส้นสีและลวดลายให้สวยงามราวกับภาพศิลปะขนาดใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์บนกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 120x240 cm. 

HERITAGE LUXE SERIES นับเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่พิเศษ ที่ดีไซน์เนอร์ผสมผสานกราฟิกดีไซน์กับสีสัน สะท้อนถึงความงดงามของธรรมชาติในมิติต่างๆ ผ่านนวัตกรรมการผลิตและเทคโนโลยีอันทันสมัย บ่งบอกความงดงามได้อย่างชัดเจน ช่วยขับให้พื้นที่บริเวณที่ตกแต่งดูงดงาม หรูหรา ส่งผลให้นักตกแต่งบ้านสามารถเลือกนำไปใช้ตกแต่งได้ตามจินตนาการ เพื่อเนรมิตให้ห้องทุกห้องมีความสวยงามแตกต่างกันไป ด้วยงานศิลปะบนผนังโดยไม่ต้องมีภาพวาดใด ๆ  

สำหรับผู้ที่สนใจ  สามารถเลือกชมคอลเลคชั่นอื่นๆ ได้ที่   เว็บไซต์ https:/www.cottolife.com/ หรือ COTTO Life  ทั้ง 3 สาขา กรุงเทพ  เชียงใหม่   ขอนแก่น   และคอตโต้สตูดิโอ โคราช  สำหรับช่องทางการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/cottoofficial/   
หรือ Line Official Account : COTTO ITALIA https://bit.ly/2Xwr7du และ
WEBSITE : COTTO Italia https://bit.ly/2R7S7cP

ท่องเที่ยวต่อยอดชุมชนยลวิถีกะเหรี่ยงคอยาวบ้านห้วยปูแกง

ทีมแม่ฮ่องสอนท่องเที่ยวพลัส บูรณาการหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อยอดชุมชนยลวิถีกะเหรี่ยงคอยาวบ้านห้วยปูแกง สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 


วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2566 เวลา 10.00 น. ทีมแม่ฮ่องสอนท่องเที่ยวพลัส นำโดยนายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยว่าที่ ร.ต. ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน, นางเบญมาส บุญเทศ วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน, นางสาวหน่อแก้ว อุตโน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแ่ฮ่องสอน, นายชีวิน ศรัทธา ประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน, นายวิรัตน์ วงศ์มา แรงงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน, นายณรงค์ฤทธิ์ คงปาน ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่สำรวจทดสอบสินค้าการสร้างประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวชุมชลยลวิถี  “ชุมชนกะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยปูแกง” อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 



ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การดำเนินงานดังกล่าวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน ได้ร่วมกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อยอดส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน โดยกำหนดเป้าหมายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  (Sustianable Tourism Goal) ตามนโยบายของนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่สอดรับกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Develope,ent Goal : SDG) โดยเน้นบรรลุเป้าหมาย 3 เรื่อง ได้แก่ 

1.) ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสนับสนุนผลิตภัณฑ์และเศรษฐกิจท้องถิ่น
Building sustainable carees and supporting local Economies in tourism. 

2.) ความยั่งยืนและน่าอยู่ของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน
Sustainable tourism destinations and local Communities. 

3.) การคำนึงถึงความปลอดัยในภาคการท่องเที่ยว Safty and Security in tourism.

โดยมีแนวทางดำเนินการร่วมกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงานแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมช พร้อมรับฟังสภาพปัญหา และร่วมหาแนวทางปรับปรุง บนพื้นฐานการรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน และไม่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และร่วมกับพันธมิตรจัดกิจกรรมเสนอขายเชิงประสบการณ์ (Sustainable Travel Experience) และส่งเสริมการตลาดในรูปแบบ Low Carbon และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนสินค้าจากชุมชนและต่อยอดการจำหน่ายสินค้าชุมชนผ่านการตลาด และกิจกรรมการท่องเที่ยว กิจกรรมเชิงกีฬา เช่น นำตุ๊กตาไม้แกะสลักรูปกะเหรี่ยงคอยาว เป็นของที่ระลึก หรือเป็นถ้วยรางวัลการแข่งขันกีฬาเชิงท่องเที่ยว อาทิ วิ่งเทรล วิ่งมาราธอน อีกทั้งยังร่วมกับชุมชนในการรักษาความเป็นเจ้าบ้านที่ดีช่วยดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในทุกมิติ เช่น การเดินทางปลอดภัย อาหารปลอดภัย 


"บ้านห้วยปูแกง" เป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism) มีการพัฒนาทักษะฝีมือของสมาชิกในชุมชนเรื่องการทำผลิตภัณฑ์ เพื่อนำมาวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงมีการส่งเสริมสภาวะแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อนักท่องเที่ยวและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยในปี 2565 ""บ้านห้วยปูแกง"" ได้รับมอบประกาศเป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก ประจำปี 2022 (Top 100 Destination Sustainability Stories 2022) ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ซึ่งจัดโดย Green Destinations Foundation หน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไรระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมจากประเทศเนเธอร์แลนด์" 


สำหรับชุมชนกะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยปูแกง นักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์แหล่งท่องเที่ยวชุมชนกะเหรี่ยงคอยาวที่ยังคงดำรงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้มากที่สุด นั่งเรือข้ามฟากและเดินชมชุมชนที่สะอาด ไม่มีขยะ ไปเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนด้วยการมีส่วนร่วมทำที่ระลึกจากฝีมือเราเอง หรือช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวด้วยการอุดหนุนสินค้าชุมชน อาทิ ทำงานหัตถกรรมตุ๊กตาไม้แกะสลักจากเศษไม้เป็นรูปชาวกะเหรี่ยงคอยาว การทอผ้าด้วยมือตามแบบภูมิปัญญาโบราณ ร่วมรักษาชุมชนโดยไม่ทิ้งอะไรไว้ (เก็บขยะที่เราผลิตออกมาจากชุมชน) จิบกาแฟสดตามสไตล์ชุมชนที่อาจมีรูปแบบการชงที่แตกต่างจากที่อื่นในรูปแบบเรียบง่ายแต่ลงตัว ถ่ายภาพสวย ๆ กับชาวกะเหรี่ยวคอยาว (กะยัน หรือประด่อง หรือ ปั๊ดตอง) แล้วแชร์ประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวที่มีความหมาย Meaningful Travel ผ่านโลกออนไลน์

ททท. ร่วมเปิดงาน WBC Amazing MuayThai World Festival 2023

ณ Palasport Arsenale เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี พร้อมผลักดัน Soft Power สู่จุดขายทุกกลุ่ม 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสภามวยโลก (World Boxing Council: WBC)
เดินหน้าส่งเสริม Thailand Soft Power - มวยไทย สู่ตลาดโลก ด้วยการแข่งขันรายการ WBC AMAZING MUAYTHAI WORLD FESTIVAL ณ เมืองเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี

ประเทศไทย โดยสภามวยโลกมวยไทย (WBC MuayThai) ร่วมส่งนักมวยเยาวชนเข้าแข่งขัน จำนวน 8 คน ร่วมกิจกรรมระหว่าง 22 – 25 มิถุนายน 2566 เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม และเชื่อมสัมพันธ์ไทย-อิตาลี 155 ปี โดยจะได้พบปะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Soft Power ของประเทศไทยร่วมกับนักมวยไทยจาก 60 ประเทศ กว่า 600 คนทั่วโลก



จากการจัดกิจกรรมดังกล่าว ททท. และ WBC ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยดีจาก H.E. Mr. Paolo Dionisi เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย Mr. Mauricio Sulaiman ประธานสภามวยโลก WBC นายธนพล ภักดีภูมิ ประธาน WBC MuayThai 

ซึ่ง ททท. คาดหวังว่ารูปแบบการส่งเสริม Thailand SoftPower นี้จะได้รับการผลักดันและต่อยอดร่วมกับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวไทย ในการออกแบบกิจกรรมเพื่อสร้างความประทับใจ สร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจของประเทศ ทั้งยังอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทยและสร้างประสบการณ์เดินทางที่มีคุณค่า สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ททท. ในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็น Top of Mind



#WBCAmazingMuaythaiWorldFestival2023

#AmazingThailand 

#WBC

#สภามวยโลก

#MuayThai

“ลาวญวน” Re-Positioning พลิกกลยุทธ์ใหม่ สร้างแบรนด์โดดเด่นจากตัวตนที่แท้จริง

เตรียมพร้อมลุยขยายธุรกิจ รับเทรนด์ผู้บริโภค ทั้งไทยและต่างประเทศ


ลาวญวน ร้านอาหารสไตล์อินโดจีน ในเครือ บริษัท เซ็นคอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็น กรุ๊ป ประกาศ Re-Positioning วางจุดยืนและออกแบบกลยุทธ์แบรนด์ใหม่ ชูไฮไลท์ครึ่งปีหลัง เน้นจุดขายเรื่องการมอบประสบการณ์ใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Art of Mixing’ (วิถีอินโดจีน) ถ่ายทอดทุกเรื่องราวของแบรนด์ผ่านวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของ 3 ประเทศเพื่อนบ้าน ไทย-ลาว-เวียดนาม ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครพนม ให้ผู้บริโภคเห็นภาพชัดยิ่งขึ้น รวมถึงการสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับแบรนด์ผ่าน Storytelling และการปรับโฉม Store Experience ใหม่ในทุกองค์ประกอบ เตรียมพร้อมลุยขยายแฟรนไชส์ทั้งไทยและต่างประเทศ 



คุณศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจแบรนด์ไทย บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เดิมลาวญวน ต่อยอดมาจากตำมั่ว โดยมีการเพิ่มเมนูญวนเข้าไป แต่ความจริงแล้วเราพัฒนามาจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่จริง ๆ ของคนในพื้นที่จังหวัดนครพนม และผู้คนริมน้ำโขง ซึ่งมีแนวทางการรับประทานอาหารที่ผสมผสานและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา เราได้รับการตอบรับอย่างดี มีลูกค้า  Brand Royalty ที่เหนียวแน่น แต่ปีนี้เราอยากให้ภาพแบรนด์ชัดขึ้น เน้นสื่อสารผ่านวัฒนธรรมแบบลูกผสมนี้ อีกทั้งยังมีการวางแผนขยายอีก 7 สาขา ภายในสิ้นปี 66 ด้วย” 

“ในส่วนกลยุทธ์การขยายแฟรนไชส์ยังคงมุ่งเน้นการเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ตามหัวเมืองใหญ่ที่เป็น Landmark สำคัญของแต่ละภาค อีกทั้งยังมีแผนจะขยายสาขาไป Hyper Market ในไทย และมองหาโอกาสที่จะขยายไปยังต่างประเทศในโซนฝั่งยุโรป รวมถึงการวางรูปแบบสาขาเป็น Stand Alone ด้วย”

คุณมยุรี จิตรกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ลาวญวนจะมีการพลิกกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดใหม่ ด้วย The New Storytelling with New Experience ที่สื่อสารบนหัวใจสำคัญของแบรนด์ที่จะพาลูกค้าเดินทางครั้งใหม่ไปพร้อมกัน และร่วมลิ้มรสชาติที่คุ้นเคยกับความรู้สึกใหม่ 

ด้าน Store Experience ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการตกแต่งร้าน ด้วยการย่อบรรยากาศและสถาปัตยกรรมจากจังหวัดนครพนมมาไว้ที่ร้าน ลาวญวน เพราะที่นั่นคือศูนย์รวมวัฒนธรรม ทั้งไทย ลาว และญวน เพิ่มเติมด้วยการนำรูปแบบอาคารสไตล์ยุโรปมาปรับใช้กับคู่สีใหม่ สีเขียวเหลือง, หมวกชาวญวน และ Landmark ต่าง ๆ ของบ้านเมือง ก็ได้ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งด้วย นอกจากนี้ยังมีการออกแบบยูนิฟอร์มพนักงานใหม่ โดยมีแรงบันดาลใจที่ดึงเอาสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดนครพนมมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

Dining Experience ด้วยเมนูใหม่ที่พาให้คุณรู้จักการทานแบบวิถีอินโดจีนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น แหนมเนืองโรล (สด), เมนูขายดีตลอดกาลอย่าง ปากหม้อญวน, เมี่ยงปลาทับทิมทอด, หมูยอทรงเครื่อง, ตำลาวสูตรแม่น้อย, ไก่ต้มริมโขง (โลว์ยูริก), ปอเปี๊ยะทอด, ผัดหมี่มั่ว (จาน) และเมนูอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เสิร์ฟมาในจานชามและบรรยากาศบนโต๊ะอาหารแบบใหม่


“สิ่งที่ลาวญวนตัดสินใจ Re-Positioning ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงปรับให้ลุคดูทันสมัยเท่านั้น แต่เป็นการแสดงจุดยืนครั้งสำคัญ อีกทั้งยังบอกเล่าเรื่องราวผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อทำให้แบรนด์มีความโดดเด่นและแตกต่างจากแบรนด์

อื่น ๆ ในตลาดกลุ่มเดียวกัน พร้อมทั้งเน้นการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น และยังคงคาดหวังว่า ลาวญวน จะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้านึกถึงและจดจำได้อยู่เสมอ” คุณศิรุวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย


ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นได้ที่
https://www.facebook.com/laoyuanByTummour
หรือ Line @ZENGroupTH