28 ตุลาคม 2566

ทัพศิลปินขนเพลงบุกเวที “ไทยนิยม” เหล่านางงามบุกบ้าน “Hollywood Game Night” วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 ทางช่อง3


ไทยนิยม: ​ส่งท้ายเดือนตุลาคม เริ่มต้นรายการกับ คุณชมพู ฟรุตตี้ หรือ คุณสุทธิพงษ์ วัฒนจัง ศิลปินดัง
ในตำนานที่ครั้งนี้หยิบเพลง “ครวญถึงเจ้า” มาขับร้องในช่วง “เพลงดังข้ามเวลา” แท็กทีมมากับวง SLAPKISS ศิลปินรุ่นน้องจากค่าย LOVEiS Entertainment กับเพลงใหม่ล่าสุด “ไปกันใหญ่” ที่ฮิตไม่แพ้เพลงแฟนเก่าคนโปรด ช่วง “ไทยนิยม” และปิดท้ายรายการด้วยช่วง “ไทยแสดง” พบกับ ดนตรีไทยรีไซเคิล น้องๆจากโรงเรียนสิงห์บุรีติดตามรายการ “ไทยนิยม” เวลา 16.45 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดู มือถือกด 3Plus



Hollywood Game Night TH: ​เจ้าบ้านอารมณ์ดี “วิลลี่ แมคอินทอช” เปิดบ้านต้อนรับทีมนางงาม และทีมหนุ่มมาดเข้ม ที่แต่งตัวจัดเต็มในธีมฮาโลวีน พร้อมโชว์สกิลเล่นเกมสุดมัน นำโดย “อิงฟ้า-วราหะ, ชาล็อต-ออสติน, เชียร์-ฑิฆัมพร” ปะทะกับ “แทค-ภรัณยู, ป๋อง-กพล, โก๊ะตี๋”  ทีมไหนจะโชว์ฝีมือเล่นเกมเรียกเสียงหัวเราะ พร้อมคว้าชัยชนะไปได้  ติดตามรายการ“Hollywood Game Night Thailand” เวลา 18.20 น.
ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดู มือถือกด 3Plus

27 ตุลาคม 2566

เซียงเพียวร่วมส่งใจเชียร์ 'แอนโทเนีย โพซิ้ว'

บินคว้ามงฯ สาม มิสยูนิเวิร์ส 2023 ณ  ประเทศเอลซัลวาดอร์


เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 คุณมีนา อัครพงศ์พิศักดิ์ ผู้ช่วยประธานบริหารด้านการตลาดบริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์เซียงเพียว (SIANGPURE) ได้มอบช่อดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับ “แอนโทเนีย โพซิ้ว” ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมเดินทางเข้าร่วมเก็บตัวกับกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2023 ณ ประเทศเอลซัลวาดอร์ 





โดย “เซียงเพียว” ในฐานะผู้สนับสนุนหลักเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ขอเชิญชวนชาวไทยมาร่วมส่งแรงใจ แรงเชียร์ และให้กำลังใจ “แอน-แอนโทเนีย โพซิ้ว” ที่จะเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการไปแสดงศักยภาพและความสามารถของผู้หญิงไทยแบบไร้ขีดจำกัด เพื่อคว้ามงฯ 3 มาฝากชาวไทยทุกคน ทั้งนี้เซียงเพียวได้มอบผลิตภัณฑ์ “ยาหม่องน้ำ และ ยาดมเซียงเพียว” เพื่อเป็นของฝากจากประเทศไทยให้กับสาวงามจากทุกประเทศในการเข้าร่วมประกวดประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2023 ครั้งที่ 72  ซึ่ง “แอนโทเนีย โพซิ้ว” จะเข้ารายงานตัวที่กองประกวด Miss Universe ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ สำหรับการประกวดในรอบ Preliminary Competition จะจัดขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน และรอบ Final Competition จะจัดขึ้นในวันที่ 18 พฤศจิกายน (19 พฤศจิกายน , 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ทุกคนสามารถเข้าไปร่วมโหวตให้กับ “แอนโทเนีย โพซิ้ว” Miss Universe Thailand 2023 ได้ทาง Miss Universe App โหลดแอปได้ทาง Apple Store และ Play Store

26 ตุลาคม 2566

อสมท เปิดตัว NFT Collection “9 Cartoon The collection”บนแพลตฟอร์ม Bitkub NFT


อสมท เดินหน้า “MCOT NFT” ร่วม บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ดัน“ดิจิทัล อาร์ต”ที่ได้แรงบันดาลใจจากเสียงนักพากย์รายการ ช่อง 9 การ์ตูน สู่สินทรัพย์ดิจิทัล เปิดตัวคอลเลคชั่นแรก “9 Cartoon The collection” บนแพลตฟอร์ม Bitkub NFT 

นายผาติยุทธ ใจสว่าง รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)     กล่าวว่า “อสมท พร้อมเดินหน้าโครงการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัล  MCOT NFT ยกระดับสินทรัพย์ อสมท นำมา   ต่อยอดนวัตกรรมและพัฒนาสู่สินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบ NFT (Non – Fungible Token) โดยร่วมกับ Bitkub แถลงข่าวเปิดตัวศิลปะรูปแบบดิจิทัล “9 Cartoon The collection” ซึ่งเป็นชิ้นงาน ที่ผสมผสานระหว่างการออกแบบของศิลปิน “อิสระ กวง”  ผู้ได้รับแรงบันดาลใจจาก รายการ “ช่อง 9 การ์ตูน” กับเสียงของนักพากย์การ์ตูนที่เป็นเอกลักษณ์ของรายการ เพื่อเอาใจ  นักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะและเสียงพากย์จากรายการ ช่อง 9 การ์ตูน ซึ่งนอกเหนือจากการเป็น Digital Product แล้ว ผลงานภายใต้โครงการฯ ยังสามารถพัฒนา  ต่อยอดให้เป็น Physical Product เช่น Art Toys และสินค้าหมวด Lifestyle จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ใน Project นี้กลายเป็น “Phygital Product” ที่ผสมผสานโลกจริงและโลก Web 3.0 เข้าด้วยกัน พร้อมสร้างประสบการณ์ ใหม่ๆ  ให้กับนักสะสม และกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และนำเอา Legacy ขององค์กร เช่น อุปกรณ์ การผลิตและออกอากาศรายการโทรทัศน์ตั้งแต่ยุคจอขาวดำ ภาพวิดิทัศน์ที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญในอดีต และแผ่นเสียง Vintage จากสถานีวิทยุ อสมท เป็นต้น มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทางด้านดิจิทัลเพิ่มเติมในอนาคต”

นายภาสกร  ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท  บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบัน เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจและทำการศึกษาอย่างกว้างขวางทั้ง      ในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นเทคโนโลยีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยเป็นระบบจัดการฐานข้อมูล     ที่ยากต่อการแก้ไข ดัดแปลง และสามารถตรวจสอบได้ ในขณะเดียวกัน Non-Fungible Token หรือ NFT        คือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ ที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ ซึ่งข้อมูลจะถูกบันทึกไว้บนระบบบล็อกเชน NFT จึงไม่ใช่เพียงแค่ภาพวาดเสมอไปแต่อาจเป็นชื่อเสียงหรือสิ่งของรอบตัวในชีวิต ประจำวัน แต่ NFT ในรูปแบบภาพวาดหรือผลงานศิลปะ เป็นรูปแบบที่นิยมมากสุดในปัจจุบัน อีกทั้งการเปิดตัว NFT 9 Cartoon The Collection ยังเป็นการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับ Bitkub NFT แพลตฟอร์มศูนย์รวม NFT (Non-Fungible Token) ในรูปแบบของตลาดแรก (Primary Market) ซึ่งในปัจจุบันนับว่าเป็นตลาด NFT ที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย”  

จากรายการ “ช่อง 9 การ์ตูน” แรงบันดาลใจสู่ดิจิทัล อาร์ต  “9 Cartoon The collection” 9 Cartoon The Collection ได้รับแรงบันดาลใจ และเป็นการย้ำเจตนารมณ์ของศิลปิน “อิสระ กวง - ณภพ เชาวนพูนผล” 
ที่มีความชื่นชอบและมีความสนใจในการ์ตูนตั้งแต่วัยเด็ก และยังเป็นแฟนตัวยงของ    ซีรีส์การ์ตูนต่าง ๆ เช่น ช่อง 9 การ์ตูน และ โมเดิร์นไนน์ การ์ตูน นอกจากนี้ยังมีความสนใจทางด้านของแอนิเมชัน 2 มิติและ 3 มิติ รวมถึงการวาดภาพการ์ตูนและอื่น ๆ ซึ่งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผลงานทางศิลปะในปัจจุบัน    ในผลงานจะเห็นได้ถึงสัญลักษณ์ที่ใช้ซึ่งเป็นดวงตาใน Character ของการ์ตูนที่เรียกว่า “เอ็มบริโอ” เปรียบเสมือนเด็กที่ใช้จินตนาการในการสํารวจเรื่องราวของโลกภายนอก โดยความพิเศษคือ ตัว NFT จะมีเสียงของนักพากย์การ์ตูนช่อง 9 ระดับตำนาน 8 ท่าน อาทิ “น้าต๋อย เซมเบ้”  “พี่นิด” ศันสนีย์ วัฒนานุกูล (พากย์เสียงโนบิตะ), “พี่ผึ้ง” ศรีอาภา  เรือนนาค (พากย์เสียงชิซูกะ) มาลงเสียงใน Digital Art จำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Bitkub NFT และ Collection จะถูกแบ่งออกตามระดับความหายาก เช่น  Normal, Rare และ Exclusive ผู้ที่สะสม Collection ได้ครบตามที่กำหนด จะสามารถนำไปแลกของรางวัล ไม่ว่าจะเป็นของพรีเมียม งาน NFT ชิ้นพิเศษ และ Art Toy บนแพลตฟอร์ม Bitkub NFT ได้  ซึ่งฟีเจอร์การรับรางวัลจะเป็นการพัฒนาระยะถัดไปหลังจากการเปิดตัว NFT Collection

คอตโต้ชวนช้อปกับไอเดียแต่งบ้านแบบ COTTO {Home} cation ให้ทุกวันที่บ้าน เป็นวันสุข ด้วยบรรยากาศบ้านพักตากอากาศ

พร้อมรับสุดยอดดีลที่พลาดไม่ได้  ภายในงานบ้านและสวนแฟร์ 27 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2566นี้


บริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องภายใต้แบรนด์ “คอตโต้” (COTTO) ผู้นำเทรนด์ ด้วยนวัตกรรมที่มาพร้อมโซลูชั่น เพื่อยกระดับ การใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบเปิดพื้นที่ความสุขแบบให้ COTTO {Home} cation  ให้ผู้ที่กำลังมองหาวัสดุปูพื้น ผนัง และ วัสดุ อุปกรณ์ติดตั้ง สำหรับตกแต่งบ้าน หรือซ่อมแซมบ้านมา เติมเต็มความสุขให้ทุก ทุกวันที่บ้าน  ด้วยบรรยากาศบ้านสไตล์บ้านพักตากอากาศ ที่ COTTO คัดสรรสุดยอดงานดีไซน์ที่หลากหลาย เติมไอเดียบ้านให้สนุกขึ้นไปกับทุกพื้นที่ ด้วยสินค้า กระเบื้อง สุขภัณฑ์และก๊อกน้ำ ด้วยการจัดกลุ่มสินค้าเพื่อตอบรับกิจกรรม HomeCation ของลูกค้าที่แตกต่างออกไป อาทิ พื้นที่ริมสระน้ำ COTTO Play เติมเต็มกิจกรรมภายในบ้านด้วยความน่ารักสดใสจากการเลือกใช้สีสันของสินค้า ทั้งกระเบื้องสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำ เพื่อให้มีมุมใหม่ๆเกิดขึ้นภายในบ้าน หรือจะตอบความเรียบเท่แบบ CAMPING กับสินค้ากลุ่ม COTTO Architecture ที่ตอบโจทย์ความเรียบเท่ สไตล์แคมปิ้งที่กำลังได้รับความสนใจว่าการเป็นกิจกรรมแห่งยุค อีกทั้งสินค้าที่สร้างให้พื้นที่สุดพิเศษสำหรับของทุกคนในครอบครัว อย่าง COTTO Masterpiece ที่ขนความสวยงามอันเป็นเอกสัษษณ์มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษที่ทราบกันดี การยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย กระเบื้องฟอกอากาศ ค่ากันลื่นของR11 ที่ยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติพิเศษๆให้ลูกค้าที่แต่งบ้านได้สนุกด้วยคุณสมบัติครบครันด้วย รวมถึงผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านอีกมากมายจากคอตโต้ ที่มาร่วมเปิดตัวในงานครั้งแรก อย่างสินค้าในห้องน้ำชุด Black Magic Bathroom ที่ยกทัพมนต์สเน่ห์แห่งสีดำมาครบทั้งชุด พร้อมร่วมสนุกกับ COTTO Life Room Viewer แอปพลิเคชันสุดว้าว !! ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองแต่งพื้นและผนัง แบบเห็นแบบกระเบื้องปูห้องก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ง่ายเพียงสัมผัสปลายนิ้วใน 3 ขั้นตอนรายแรกในไทย 

นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจ ยังสามารถค้นหาหลากหลาย Home Gadget แบบจัดเต็ม ที่ COTTO คัดสรรมาเตรียมไว้ พร้อมสุดยอดดีล ดี ดี ตามยอดซื้อ อาทิ BRAD RETRO RECORD PLAYER   Naturehike Village 6.02  สำหรับ Top spender ผู้ที่มียอดซื้อสูงสุดในงาน รับ Dyson Supersonic™ hair dryer HD15  และส่วนลดพิเศษอีกมากมายให้ลูกค้าได้สนุกสุดคุ้ม  เมื่อซื้อสินค้าคอตโต้ภายในงานบ้านและสวนแฟร์ วันที่ 27 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2566 นี้ ที่ บูธ  COTTO  อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ ประกาศความพร้อมงาน PHOTO FAIR 2023 มหกรรมกล้องและอุปกรณ์การถ่ายภาพที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี


สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ ประกาศความพร้อมงาน PHOTO FAIR 2023 มหกรรมกล้องและอุปกรณ์การถ่ายภาพที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ระหว่างวันที่ 9 – 12 พฤศจิกายน 2566 ณ ชั้น 5 รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กับคอนเซปต์ “Real Life – Real Images” พร้อมเปิดมิติใหม่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในวงการถ่ายภาพ ยกขบวนสินค้าและเทคโนโลยีถ่ายภาพจากแบรนด์ดัง ตอบทุกโจทย์ ครบทุกสไตล์ ภายในงานพบกับบูธแบรนด์กล้องจากทุกแบรนด์ชั้นนำ  สินค้าเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์การถ่ายภาพ โดรน และเลนส์ ขาตั้งกล้อง อุปกรณ์จัดไฟ และเครื่องปริ้นเตอร์พิมพ์ภาพ นอกจากนี้ ยังมีโซนกล้องมือสอง กล้องฟิล์มหายาก อุปกรณ์ไลฟ์สดสำหรับนักขายออนไลน์มาให้ได้สัมผัสทดลองก่อนเลือกซื้อ พบกับโปรโมชั่นอุปกรณ์ถ่ายภาพจากทุกแบรนด์ได้ครบจบในงานเดียว พร้อมกันนี้พบกับนิทรรศการภาพถ่าย “10 ช่างภาพ 100 เรื่องราว” จากศิลปินแห่งชาติ และช่างภาพมืออาชีพชื่อดัง ยังมีกิจกรรมการให้ความรู้ Workshop การถ่ายภาพจากช่างภาพระดับมืออาชีพ  และแนะนำเทคนิคการทำ Content ใน Social Medial จากเหล่า Influencer ชื่อดัง





พบกับความอลังการของขบวนพาเหรด Cosplayในชื่อ Cosarena 2023 กับการทำ Workshop ถ่ายภาพ “Creative Studio Lighting แสงสวยเสริมมิติกับ Cosplay” โดยช่างภาพมืออาชีพ คุณวีรพงศ์ ชปารังษี จาก Shutter V Studio บริเวณชั้น 4 SCBX NEXT TECH พร้อมกิจกรรมประกวดการถ่ายภาพและประกวด TikTok ในหัวข้อ Real Life – Real Images ชิงเงินรางวัลการประกวดมูลค่ารวม 100,000 บาท  พิเศษสุดในงานพบกับกิจกรรมโปรโมชั่นแจก Voucher ส่วนลดในงาน  และยังมีดอกเบี้ยผ่อน 0% ร่วมกับธนาคารชั้นนำ พร้อมพบโปรปัง Flash Sale กับกล้องดิจิตอล และอุปกรณ์เสริมด้านการถ่ายภาพจากแบรนด์ชั้นนำทุกวัน และลุ้นรับของรางวัลกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพ
อีกมากมาย




นายสวัสดิ์ ปฏิภาณประเสริฐ ประธานจัดงาน PHOTO FAIR 2023 เปิดเผยว่า “ทางสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ จัดงาน PHOTO FAIR 2023 ภายใต้คอนเซปต์ “Real Life – Real Images” ซึ่งเป็นงานมหกรรมกล้องและอุปกรณ์การถ่ายภาพที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ระหว่างวันที่ 9 - 12 พฤศจิกายน 2566 ณ ชั้น 5 รอยัลพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน  ในงานพบกับบูธแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในวงการถ่ายภาพ พร้อมบูธแสดงสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ กล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์การถ่ายภาพ ให้สัมผัสทดลอง ก่อนเลือกซื้อ และพบกับโปรโมชั่นอุปกรณ์ถ่ายภาพจากทุกแบรนด์ได้ครบจบในงานเดียว พร้อมกันนี้




พบกับนิทรรศการภาพถ่าย “10 ช่างภาพ 100 เรื่องราว” จากศิลปินแห่งชาติ และช่างภาพมืออาชีพชื่อดัง ยังมีกิจกรรมพิเศษให้ความรู้และเทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับการถ่ายภาพจากช่างภาพมืออาชีพ และเหล่า Influencer ชื่อดัง เช่น พ่อมดติ๊กต๊อก และเพจ Lazy Coup เที่ยวเป็นคู่ เป็นต้น และยังมีกิจกรรมประกวดการถ่ายภาพและประกวด TikTok ในหัวข้อ Real Life – Real Images มูลค่ารวม 100,000 บาท พบกับขบวนพาเหรด Cosplay กับการทำ Workshop การถ่ายภาพ และประกวดถ่ายภาพ Cosplay ภายในงานยังมีกิจกรรมโปรโมชั่นแจก Voucher ส่วนลดในงาน และยังมีดอกเบี้ยผ่อน 0% ร่วมกับธนาคารชั้นนำ พร้อมพิเศษสุดพบโปรโมชั่น Flash Sale ทุกวัน ลุ้นรับของรางวัลกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพ อีกมากมาย และในปีนี้ทางสมาคมฯ ได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณาในแนวคิด “Real Life – Real Images”  









เพื่อการประชาสัมพันธ์งานและส่งเสริมการขายอีกด้วย ผมขอเชิญชวนผู้ที่รักการถ่ายภาพพบกันในงาน PHOTO FAIR 2023 ระหว่างวันที่ 9 - 12 พฤศจิกายน 2566  ณ ชั้น5 รอยัล พารากอน  ฮอลล์  ศูนย์การค้าสยาม พารากอน ตั้งแต่เวลา 10.30 น.- 21.00 น. สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดสามารถติดตามได้ในเพจ Facebook สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ” นายสวัสดิ์ กล่าว

25 ตุลาคม 2566

รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงาน ตามภารกิจของ รฟฟท.

ายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงาน ตามภารกิจของ รฟฟท. เดินหน้านโยบาย Quick Win สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ

วันที่ 25 ตุลาคม 2566 นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงานของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Quick Win “คมนาคม เพื่อความอุดมสุขของประชาชน” โดยมี นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ คณะผู้บริหาร และพนักงานให้การต้อนรับ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์



นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 20 บาท ซึ่งถือเป็นโครงการ Quick Win ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีการนำร่องด้วยรถไฟฟ้า 2 สาย คือ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 2 เส้นทาง ได้แก่ สายธานีรัถยา ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีรังสิต และสายนครวิถี ช่วงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีตลิ่งชัน รวมระยะทาง 41 กิโลเมตร มีสถานีทั้งหมด 13 สถานี กับ รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) รวมระยะทาง 23 กิโลเมตร มีสถานีทั้งหมด 16 สถานี และเร็วๆนี้ มีแผนต่อยอดนโยบายดังกล่าว ซึ่งผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงของ รฟม. สามารถเดินทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงของ รฟฟท. ได้ที่สถานีบางซ่อน โดยใช้บัตร EMV Contactless ใบเดียวกันในการชำระค่าโดยสาร และเปลี่ยนถ่ายระบบภายในระยะเวลา 30 นาที โดยชำระค่าโดยสารทั้งสองสายรวมกันสูงสุดเพียง 20 บาท ซึ่งจะเริ่มดำเนินการหลังจากธนาคารกรุงไทยพัฒนาเชื่อมต่อระบบ EMV Contactless แล้วเสร็จ คาดว่าจะเริ่มในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้


นอกจากนี้ นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายการดำเนินงานให้แก่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง โดยเล็งเห็นว่า ระบบขนส่งทางรางในปัจจุบัน มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศเป็นอย่างมาก โดยได้รับมอบหมายจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เป็นผู้กำกับดูแลหน่วยงานด้านระบบรางทั้งหมด เพื่อเร่งผลักดันนโยบาย Quick Win “คมนาคม เพื่อความอุดมสุขของประชาชน”เพิ่มศักยภาพระบบขนส่งทางราง  ของประเทศ ส่งเสริมในการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้กับการดำเนินภารกิจของหน่วยงานอย่างสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เป็นองค์กรที่มีความทันสมัย สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชน รวมถึงเป็นฟันเฟืองหลักในการพัฒนาระบบขนส่งทางราง ให้สามารถแข่งขันกับอาณาอารยประเทศได้ตามยุทธศาสตร์ ของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นให้ระบบขนส่งทางราง มีความทันสมัย และคล่องตัว อีกทั้งยังได้เน้นย้ำให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ให้บริการประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รวมถึงมีความซื่อตรง โปร่งใส ตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล มีการส่งเสริมให้บุคลากรนำหลักคุณธรรม และจริยธรรมมาใช้ในการดำเนินงาน และได้มอบหมายให้ รฟฟท. คำนึงถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ เนื่องจากบุคลากรในองค์กรนั้น มีความสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด พร้อมขานรับนโยบาย Quick Win โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญแบ่งออกเป็น  2 ด้าน ได้แก่

ด้านที่ 1 ด้านการให้บริการประชาชน
โดยดำเนินงานตามหลักการ “Smile Service and Safety for Railway” คือ การให้บริการด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้ม สร้างความสุขให้แก่ผู้ใช้บริการ เอาใจใส่ผู้ใช้บริการทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม รวมถึงมีการพัฒนามาตรฐานงานบริการ ควบคู่กับความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสากล เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการ ของประชาชนได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว ซึ่งโครงการดังกล่าว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในด้านงานบริการให้แก่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด อีกทั้งจะเป็นการช่วยส่งเสริมให้ผู้โดยสารเกิดความประทับใจ และเลือกมาใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเพิ่มมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษา และออกแบบจัดทำโครงการเชื่อมต่อการเดินทางเพื่อเพิ่มการเข้าถึง (Feeder) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ สามารถเดินทางเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้อย่างสะดวก โดยมีการดำเนินโครงการที่สำคัญ ดังนี้

1. โครงการเชื่อมต่อการเดินทางเพื่อเพิ่มการเข้าถึง (Feeder) รองรับผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถไฟทางไกลจากจังหวัดนครปฐมสู่ใจกลางเมือง ด้วย Feeder ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ณ สถานีชุมทางตลิ่งชัน มายังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และสามารถเดินทางต่อในเส้นทางสายธานีรัถยา ไปถึงสถานีรังสิตได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว

2. จัดทำแผนการดำเนินงานสนับสนุนการเดินทางด้วยระบบการขนส่งรอง ด้วยระบบ Feeder เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง โดยจัดแผนการรองรับ 6 เส้นทาง ดังนี้

1. สถานีตลิ่งชัน –  ถนนบรมราชชนนี 

2. สถานีตลิ่งชัน – บางหว้า 

3. สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – ตลาดนัดจตุจักร 

4. สถานีหลักสี่ – ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 

5. สถานีหลักหก – มหาวิทยาลัยรังสิต 

6. สถานีรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

ทั้งนี้ รฟฟท. ยังคงเดินหน้าพัฒนาการเดินทางระบบการขนส่งรอง ด้วยระบบ Feeder อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 13 สถานี ได้อย่างสะดวก และปลอดภัย

ด้านที่ 2 ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม
รฟฟท. มีแผนการติดตั้งระบบตรวจวัดอัจฉริยะแบบฝังตัวในขบวนรถไฟฟ้าเพื่อการบำรุงรักษาแบบแม่นยำสำหรับทางวิ่งและระบบไฟฟ้า (Embedded Smart Monitoring and Diagnostic System in On-Service Train for Predictive Maintenance of Redline Track and OCS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีความทันสมัย ซึ่งร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยมีการฝังอุปกรณ์ตรวจวัดไว้ภายในขบวนรถไฟฟ้าที่ให้บริการ เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลด้านการสั่นสะเทือนของตัวรถ และนำมาเป็นข้อมูลสำหรับวางแผนการซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันท่วงที ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเชื่อมั่นได้ว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีระบบการควบคุมการเดินรถที่มีความปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ พันธกิจและค่านิยมขององค์กร ที่มุ่งเน้นเรื่องการเดินรถไฟฟ้าที่มีความปลอดภัยในระดับสูงสุด



อีกทั้ง รฟฟท. ยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาโครงการ “Station Accessibility Development” เป็นการวางแนวทางการรองรับการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น และการรองรับสังคมผู้สูงวัยที่กำลังจะเกิดขึ้น ตลอดจนกลุ่มผู้พิการที่ควรให้การดูแลเป็นพิเศษ และมุ่งแก้ไขในการรับมือกับปัญหาที่ส่งผลเสียต่อผู้โดยสารจากการขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง การศึกษาในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล จากแบบโครงสร้างของสถานี และจำนวนผู้โดยสาร ที่เข้าใช้บริการจากภาพเคลื่อนไหวของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การดูแลผู้พิการตลอดการเดินทาง  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินทาง พร้อมเสนอข้อแนะนำในการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สำหรับผู้โดยสารที่ใช้รถเข็นให้มีศักยภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ รฟฟท. ยังมีแผนดำเนินโครงการลดผลกระทบในด้านเสียง และการสั่นสะเทือนที่แหล่งกำเนิดที่มีต่อประชาชน ด้วยนวัตกรรม Green Damper จากยางพารา เนื่องจากเส้นทางการให้บริการรถไฟฟ้าถูกออกแบบให้วิ่งผ่านเขตเมือง หรือชุมชน ทำให้เกิดปัญหามลพิษทางเสียงต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า โดยในปัจจุบัน บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในการพัฒนา Green Damper ที่ใช้ยางพาราเป็นส่วนประกอบร่วมกับวัตถุดิบในประเทศ 100 % ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองติดตั้งจริง โดยคาดการณ์ว่านวัตกรรมดังกล่าว จะช่วยลดความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้ทันที อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าการเกษตรในประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากการมอบนโยบายดังกล่าวแล้ว บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด จะรายงานความก้าวหน้าของแผนการดำเนินงานด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯจะมุ่งมั่น พัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองได้อย่างยั่งยืน

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีคิวเอ็ม มอบเงินบริจาค สมทบทุน "ศิริราชเพื่อผู้สูงวัย" โรงพยาบาลศิริราช

บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) โดย ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท (ลำดับ  ที่ 3 จากซ้าย) และ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ลำดับที่ 2 จากซ้าย) มอบเงินบริจาค จำนวน 500,000 บาท สมทบทุน "ศิริราชเพื่อผู้สูงวัย" เพื่อสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

โดยมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล (ลำดับที่ 4 จากซ้าย) คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ ศ.นพ.ธวัชชัย อัครวิพุธ (ลำดับที่ 1 จากซ้าย) รองคณบดี คนที่ 1 และผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ ศิริราช เป็นผู้แทนรับมอบ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566 ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช