25 มกราคม 2567

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ สิงคโปร์ ชี้ช่องผู้ประกอบการอาหารเครื่องดื่มไทย

ร่วมงาน FHA-Food & Beverage 2024 สิงคโปร์ เป็นประตูสร้างโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมต่อตลาดโลก

นางสาวเจนิส ลี ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมด้านการบริการ อาหาร และเครื่องดื่ม - สิงคโปร์ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงาน FHA-Food & Beverage (FHA-F&B 2024) สิงคโปร์ กล่าวถึงความสามารถของประเทศไทยในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มว่า ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพซึ่งเป็นที่ยอมรับในตลาดโลกมากมาย โดยมาจากข้อได้เปรียบหลายประการทั้งการมีความหลากหลายของวัตถุดิบ การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตและแปรรูป รวมถึงความสามารถของผู้ประกอบการที่มีความคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จนเป็นที่ต้องการของตลาดโลก


ซึ่งในปี 2567 คาดว่าผลิตภัณฑ์อาหารจากประเทศไทยจะสร้างรายได้ถึง 71.79 พันล้านเหรียญ และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีกราว 5.04% ต่อไปจนถึงปี 2571 การเติบโตดังกล่าวเกิดจากแรงหนุนในหลายปัจจัยทั้งจำนวนประชากร รายได้ที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของเมือง การมีประชากรอายุน้อยกลุ่มใหม่ที่ต้องการนวัตกรรมอาหารใหม่ๆ อีกด้วย




ด้านตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องดื่มของไทยก็อยู่ในช่วงการเติบโตเช่นกัน โดยคาดว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มของไทยจะมีมูลค่าเติบโตแตะ 6.74 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2568 แต่ส่วนใหญ่มาจากการบริโภคภายในประเทศถึง 79% ส่วนแนวโน้มของตลาดเครื่องดื่มนั้น มีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลต่ำหรือไม่มีน้ำตาล เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่มคอมบูชาและเครื่องดื่มชาเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์นมจากพืช รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีต้นแบบหรือได้รับแรงบันดาลใจจากประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าประเทศไทยรวมถึงผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทยจะมีความสามารถในด้านการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และมีผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพแล้ว แต่ก็จำเป็นต้องมีช่องทางการตลาดที่เหมาะสม ซึ่งจะพาผลิตภัณฑ์เหล่านั้นให้ประสบความสำเร็จในตลาดโลกได้

โดยงาน FHA-Food & Beverage เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่สำคัญของเอเชีย เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญและเป็นประตูบานใหญ่ที่สร้างโอกาสเชื่อมต่อกับผู้ค้าทั่วโลกได้ดีที่สุดทางหนึ่ง งาน FHA-Food & Beverage มีจุดเด่นด้านการเป็นศูนย์รวมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากทั่วโลก เป็นแหล่งรวมความรู้ของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ทิศทางของนวัตกรรมและเทคโนโลยี แนวโน้มธุรกิจ และเป็นศูนย์กลางการสร้างเครือข่ายกับผู้ซื้อ ผู้จัดจำหน่าย ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม นักลงทุน หน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศที่มีความสำคัญ

สำหรับจัดงาน FHA-Food & Beverage 2024 ในปีนี้ มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 เมษายน 2564 ณ Singapore EXPO มีพื้นที่จัดแสดงงานกว่า 65,000 ตารางเมตร พร้อมพาวิลเลี่ยนนานาชาติมากถึง 70 แห่ง จากประเทศผู้ค้าสำคัญ อาทิ ออสเตรเลีย เบลเยียม จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน ภูมิภาคไต้หวัน ไทย ตุรกี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ฯลฯ สำหรับในส่วนของพาวิลเลี่ยนของไทยมีบริษัทตอบรับเข้าร่วมจัดแสดงงานแล้วกว่า 25 แห่ง ส่วนบริษัทที่จะเข้าร่วมจัดแสดงงานนั้นมีมากถึง 1,500 แห่ง โดย 70% เป็นผู้ผลิตโดยตรง และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานถึง 60,000 คน จากกว่า 50 ประเทศทั่วทุกภูมิภาคของโลก

ภายในงานนอกจากจะมีการจัดแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจที่จะช่วยพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจ อาทิ FHA Beer Awards 2024, FHA Ultimate Meat Challenge for Meat Innovation, Young Talents Escoffier – Singapore Selection, Sustainable Food Future, Halal Food Seminar ฯลฯ พร้อมทั้งยังจัดงานร่วมกับงาน ProWine Singapore อีกด้วย

สำหรับผู้สนใจรายละเอียดงาน FHA-Food & Beverage 2024
สามารถติดตามได้ที่ https://fhafnb.com/bkkpc.




สายกรีนห้ามพลาด!! เริ่มวันแรกพรุ่งนี้ งาน “สังคมสุขใจ ครั้งที่ 9”

ช้อปจุใจ 9 ไฮไลท์กิจกรรม ทั้ง ความรู้ สินค้าเกษตรอินทรีย์จากทั่วประเทศ มัดรวมไว้ในงานเดียว ตั้งแต่ 26-28 มกราคม 2566 ที่สวนสามพราน จ.นครปฐม

หนึ่งปีมีครั้งเดียวเท่านั้น!! ไม่ควรพลาดกับ งานสังคมสุขใจครั้งที่ 9 “รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์” โดยมูลนิธิสังคมสุขใจร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดขึ้นอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่

เอาใจสายสุขภาพ สายเที่ยวรักษ์โลก ในงานเตรียมพบกับ ความรู้ เวิร์คช็อป เครือข่าย และสินค้าเกษตรอินทรีย์จากเกษตร ทั่วประเทศ นับ 1,000 รายการ ขนมาให้ช้อปกันจุใจ รวมถึง กิจกรรมดีๆ อีกมากมาย งานเดียวเที่ยวได้ทั้งครอบครัว 26-28 มกราคมนี้ ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม เช้างานฟรี!! ตลอด 3 วัน สนุกกับ 9 ไฮไลท์กิจกรรม ได้แก่
1. ช้อปสินค้าเกษตรอินทรีย์คุณภาพดีจากเกษตรกรเครือข่ายทั่วประเทศกว่า 200 บูธ ทั้ง ข้าว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล อาหารปรุงสด สินค้าแปรรูป ผลิตภัณฑ์ชุมชน และงาน Art & Craft เก๋ๆ
2. กิจกรรม Workshops ดีๆ หมุนเวียนกันมาให้สนุกทุกวัน เช่น การย้อมผ้าจากใบไม้ การทำน้ำยาบ้วนปากสมุนไพร การทำเส้นบุก การทำเครื่องดื่มแห่งกายะ การทำน้ำอ้อยแฟนซี เป็นต้น
3. กิจกรรม Kids zone โซนสนุกของวัยซนกับกิจกรรม DIY ถุงผ้าจากสีธรรมชาติ อโรม่าออย ยาดมสมุนไพร ตะลุยแปลงนา ดำนา ฝัดข้าว สีข้าว เรียนรู้วิถีชาวนาไทย
4. กิจกรรม “อังเคิลรีย์แก๊ง” อร่อยกับสำรับ โอมากาเห็ด × สังคมสุขใจ เมนูเด็ดจากเห็ดมิลกี้ การเลี้ยงไส้เดือนและหนอนทหารดำ หรือหนอนแมลงวันลาย และ Workshop Rethink & Upcycling พลาสติกแปลงเป็นของ ใช้ในบ้าน (เฉพาะ วันศุกร์ 26 มกราคม 2567 วันเดียวเท่านั้น)
5. กิจกรรม Business Matching จับคู่ธุรกิจ ส่งเสริมผู้ประกอบการไมซ์ ซื้อสินค้าอินทรีย์ตรงจากเกษตรกร กว่า 50 ราย
6. กิจกรรม Zero Food Waste ถ่ายทอดความรู้พร้อมสาธิตการจัดการขยะอาหาร ด้วยนวัตกรรมเครื่องย่อยเศษอาหารเป็นปุ๋ยภายใน 24 ชั่วโมง
7. คลินิกเกษตรครบวงจร ให้คำปรึกษาฟรี โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
8. นิทรรศการตามเทรนด์ Amazing Organic ท่องเที่ยววิถีออร์แกนิก ของดีไม่ต้องพ'ยาม แนะนำแหล่งเที่ยววิถีชีวิต เที่ยวตามข้าว กับ ททท. แนะนำแหล่งเที่ยวคาร์บอนต่ำ กับ TEATA และเวทีเสวนาความรู้มิติต่างๆ จากคนต้นแบบวงการเกษตรอินทรีย์ และเกษตรกรคนเก่งที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
9. สะสมคะแนน TOCA Earth Points Promotions แลกรับสิทธิพิเศษมากมายในงาน




นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น โครงการ “วน” เปิดบูธรับบริจาคถุงและฟิล์มพลาสติกยืด โครงการร้านปันกัน ชวนอุดหนุนสินค้ามือสอง ร่วมแบ่งปันรอยยิ้มให้เด็กๆ นอกจากนี้มี สินค้าดีๆ
อีกมากมายให้ซื้อหา และยังมีความรู้ มีเครือข่าย มีพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ จัดมารวมไว้ในงานเดียว เพื่อให้ทุกคน ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย นักช้อป นักท่องเที่ยว คนรุ่นใหม่ ฯลฯ ที่สนใจเกษตรอินทรีย์ และการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืน สามารถมาเที่ยวชม หาความรู้ และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ยั่งยืน
งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 9 “รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2567 ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ในพื้นที่บริเวณรอบๆ ตลาดสุขใจ และหมู่บ้านปฐม ซึ่งมีความร่มรื่น และสวยงาม ชวนให้เดินช้อปชิวๆ มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ทั่วบริเวณงาน




สอบถามข้อมูลการเดินทางได้ที่
โทร 034 322 588-93 หรือติดตามกิจกรรมที่ Facebook:
งานสังคมสุขใจ สวนสามพราน https://www.facebook.com/SangkomSookjai

24 มกราคม 2567

กูรูสุขภาพระดับโลกแนะทางห่างไกลมะเร็ง ด้วยการสร้างสมดุลให้ร่างกาย และกลับคืนสู่วิถีชีวิตธรรมชาติ

พร้อมเปิดตัว OASIS HEALING ASIA ศูนย์ดูแลผู้ป่วยมะเร็งแบบองค์รวมแห่งแรกในประเทศไทย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) คาดการณ์ว่า อัตราการเกิดโรคมะเร็งทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 70% ภายในปี 2030 โดยภูมิภาคเอเชียเป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง Oasis Healing Asia หรือ OHA ศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งแบบองค์รวมแห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้นำแนวทางการรักษาที่พิสูจน์ผลแล้วจากศูนย์รักษาโรคมะเร็งที่ดำเนินมาเกือบ 20 ปีและมีชื่อเสียงระดับโลกจากสหรัฐอเมริกามาสู่เอเชีย รวมถึงคิดค้นพัฒนาแนวทางการฟื้นฟู และการหยุดมะเร็งแบบผสมผสาน เพื่อมุ่งรับมือกับวิกฤติโรคมะเร็งที่จะส่งผลต่อประชากรกว่า 3.5 พันล้านคนในอนาคตทั้งในประเทศไทยไทยและทั่วภูมิภาคเอเชีย ด้วยแนวทางการรักษารูปแบบใหม่ที่อ่อนโยนและทรงประสิทธิภาพ ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านมะเร็งยาวนานกว่า 38 ปีของ นายแพทย์โทมัส โลดี้ (Dr. Thomas Lodi, MD, MD(H)) ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งแบบองค์รวมระดับโลก

ในฐานะ หัวหน้าที่ปรึกษาด้านมะเร็งแบบองค์รวมและเวชศาสตร์ของ โอเอซิส ฮีลลิ่ง เอเชีย ดร. โทมัส โลดี้ แพทย์ผู้ปฏิวัติวงการมะเร็งด้วยปรัชญา "หยุดสร้างมะเร็ง" ได้แชร์มุมมองใหม่ว่า ในขณะที่การรักษามะเร็งในปัจจุบันของโลกการแพทย์ต่างมุ่งเน้นไปที่ "การต่อสู้โรค" ทว่าเขากลับมองว่า "โรค" ไม่ใช่ศัตรูภายนอก แต่เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย บอกเล่าถึงความเสียสมดุลภายในที่เกิดจากการละเมิดกฎธรรมชาติ จากชีวิตที่หลีกห่างจากอาหารตามธรรมชาติ ขาดการออกกำลังกาย นอนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม ล้วนส่งผลต่อการทำงานของร่างกายและจิตใจนั่นเอง โดยยืนยันว่า การฟื้นฟูสุขภาพมิใช่แค่การกำจัดโรค แต่อยู่ที่การสร้างสมดุลให้ร่างกาย กลับคืนสู่วิถีชีวิตที่สอดคล้องกับกฎธรรมชาติ เหมือนกับต้นไม้ที่เจริญเติบงดงามได้เมื่อได้รับแสงแดด น้ำ และดินอย่างพอเหมาะ การเลือกอาหารที่สะอาด ปรุงอย่างเรียบง่าย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ จัดการความเครียด จะกลายเป็น "ยา" อันทรงพลัง

ทั้งนี้ อ้างอิงจากผลลัพธ์ที่ ดร. โลดี้ สร้างไว้ที่ An Oasis of Healing ศูนย์ดูแลผู้ป่วนมะเร็งแบบองค์รวมในอาริโซนา สหรัฐอเมริกานั้น มีผู้ป่วยมากมายฟื้นฟูสุขภาพและมีชีวิตยืนยาว โดยลดการพึ่งพายาเคมีและการฉายรังสี เน้นการปรับพฤติกรรม เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา

“ปรัชญาของเราคือการเคารพกฎแห่งชีวิตและอาศัยพลังธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตในการรักษา ร่างกายมีความสามารถในการรักษาตัวเองโดยกำเนิด และเป้าหมายของเราคือการช่วยพัฒนาศักยภาพนี้ผ่านความสมดุลระหว่างร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ” ดร.โทมัส โลดี้ กล่าว

นอกเหนือจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงห่างไกลจากมะเร็งแบบองค์รวม ยังรวมถึง “ไลฟสไตล์” หรือการใช้ชีวิตที่ดีอย่างแท้จริง ทั้งด้านจิตใจ และการโภชนาการเป็นสำคัญ

โดย อาจารย์ซานจีฟ จาตุรเวที (Master Sanjiv Chaturvedi) หัวหน้าแผนกสุขภาพจิตและอาจารย์สอนโยคะบำบัดของ โอเอซิส ฮีลลิ่ง เอเชีย ได้แบ่งปันประสบการณ์อันล้ำค่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างสมดุลและปราศจากโรคมะเร็งว่า "โยคะและสมาธิมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพโดยรวม ด้วยการสร้างสมดุลระหว่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ผู้คนจึงสามารถเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเครียด และสร้างสภาพแวดล้อมภายในร่างกายให้ไม่เอื้อต่อการเกิดโรคมะเร็ง"

ด้าน เชฟเบน ฟลาวเวอร์เดย์ (Chef Ben Flowerday) หัวหน้าเชฟของ โอเอซิส ฮีลลิ่ง เอเชีย ย้ำถึงความสำคัญของเรื่องโภชนาการไว้ว่า "อาหารที่เรารับประทานเป็นปัจจัยพื้นฐานของสุขภาพ การเลือกสรรอาหารออแกนิกและยั่งยืน รวมถึงการรับประทานอาหารมังสวิรัติ ไม่เพียงส่งเสริมสุขภาพกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความแจ่มใสของจิตใจและความสมดุลทางอารมณ์อีกด้วย นี่คือรากฐานสำคัญในการป้องกันและเอาชนะความท้าทายด้านสุขภาพ รวมถึงโรคมะเร็ง"

โอเอซิส ฮีลลิ่ง เอเชีย กำลังจะเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2567 นี้ ซึ่งนับเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งแบบองค์รวมแห่งแรกในประเทศไทยและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร บนถนนกรุงเทพกรีฑา นำเสนอแนวทางการรักษารูปแบบใหม่ที่อ่อนโยนและทรงประสิทธิภาพ ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำเข้ากับทีมผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล นักบำบัด นักโภชนาการ ปรมาจารย์โยคะและการนั่งสมาธิ ผ่านหลักการสำคัญ 3 ประการที่มุ่งแก้ไขปัญหาแก่นของโรคมะเร็งและปูทางสู่การเยียวยาอย่างสมบูรณ์ ประกอบด้วย หยุดการเติบโตของมะเร็ง (Stop Making Cancer) การโจมตีเซลล์มะเร็ง (Target Cancer) และ การเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน (Enhance the Immune System)

คุณวศิน ดลรึเดช ผู้ร่วมก่อตั้ง โอเอซิส ฮีลลิ่ง เอเชีย กล่าวว่า “การเปิดตัว โอเอซิส ฮีลลิ่ง เอเชีย นับเป็นก้าวสำคัญของการรักษาโรคมะเร็งในภูมิภาค ไม่เพียงแค่สำหรับประเทศไทย แต่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกทั่วทั้งเอเชีย โดยเป็นการนำเสนอแนวทางการรักษาแบบปฏิวัติ ผ่านศาสตร์ที่เคารพภูมิปัญญาของธรรมชาติ และเสริมพลังให้ผู้ป่วยควบคุมสุขภาพของตนเอง เรามองเห็นอนาคตที่โรคมะเร็งไม่ใช่ ‘ศัตรูที่น่าหวาดกลัว’ แต่เป็นความท้าทายในการทำความเข้าใจ และเคารพกฎของธรรมชาติที่ก่อให้เกิดโรค และการรักษามะเร็งจะไม่ใช่การต่อสู้ที่เจ็บปวดเสมือนการสู้รบในสนามรบอีกต่อไป แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะกลับไปสู่ธรรมชาติ”

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.oasishealingasia.com

22 มกราคม 2567

นายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย รมว. กก. และ ผู้ว่าการททท. ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดระนอง

พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน


บ่ายวันนี้ (22 มกราคม 2567) นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะผู้ทำงานจากททท. ได้ร่วมติดตามท่านนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ในการลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดระนอง โดยเริ่มต้นการสัญจรที่ บ้านไร่ ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ ในอำเภอเมืองระนอง ซึ่งเป็นฟาร์มสเตย์พื้นที่แห่งรักอันอบอุ่น จากนั้น ได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ตำบลม่วงกลวง (วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวตำบลม่วงกลวง) ที่อำเภอกะเปอร์ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ จากชาวชุมชนและรับชมการสาธิตผลิตภัณฑ์ชุมชนที่โดดเด่น จากนั้นเดินทางโดยรถสองแถวไม้ไปยังท่าเรือคลองลัดโนด เพื่อร่วมกิจกรรมปล่อยปูดำคืนสู่ธรรมชาติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบยั่งยืนบนฐานการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเชื่อมโยงสามด้าน (BCG)



ต่อมา ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการฯ ผู้ว่าการททท. และคณะทำงาน ได้ออกเดินทางไปยังบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน ในอำเภอเมืองระนอง ซึ่งเป็นบ่อน้ำแร่ร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดที่มีการชูอัตลักษณ์ชุมชน โดยได้เยี่ยมชมการบริหารจัดการและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  ซึ่งรัฐบาลจะผลักดันจังหวัดระนองสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชั้นนำของโลก (Wellness City) ต่อยอดพัฒนาการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างจุดแข็งและนำรายได้เข้าประเทศ





#ครมสัญจร #สุขทันทีที่เที่ยวระนอง

#ระนองสดชื่น #ททท

18 มกราคม 2567

Future Trends จับมือ JITTIPONG Loespradit และ SC Asset


ประกาศความพร้อมเตรียมจัดงาน Marketing Technology & Innovation Expo 2024

มหกรรมเทคโนโลยีการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

 

Future Trends จับมือ JITTIPONG Loespradit (จิตติพงศ์ เลิศประดิษฐ์) นายกสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด (MarTech Association) ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีในองค์กรชั้นนำ และ SC Asset ตอกย้ำความเป็นผู้นำการจัดมหกรรมเทคโนโลยีการตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ประกาศความพร้อม เตรียมจัดงาน Marketing Technology & Innovation Expo 2024 ภายใต้แนวคิด Marketing x Technology to Extend Possibility พบกับการรวมตัวครั้งสำคัญของผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศกว่า50 คน มาร่วมอัปเดตเจาะลึกเทรนด์เทคโนโลยี นวัตกรรมการตลาดพร้อมเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรด้วยเครื่องมือและโซลูชันจากผู้ประกอบการดิจิทัลชั้นนำทั้งในและต่างประเทศกว่า 100 บูธ ที่จะนำเสนอความล้ำหน้าของเทคโนโลยีการตลาดที่ทันสมัย ครบ จบทุกความต้องการ กับโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงานนี้เท่านั้น พิเศษ!! กับหัวข้อเสวนากว่า 50 session ที่จะตอบโจทย์ทุกธุรกิจในยุคดิจิทัล ร่วมเติมเต็ม  จุดแข็งต่อยอดความร่วมมือในมิติต่างๆ ในกิจกรรม Business Matching & Networking การเปิดตัวสินค้าและบริการรองรับความต้องการของตลาดกับเวที MARTECH Product Launch Stage และอีกหลากหลายกิจกรรมส่งเสริม Martech Ecosystem ของประเทศไทยให้ครบวงจรและสมบูรณ์แบบ เพื่อยกระดับสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ ภิรัช คอนเวนชั่น เซนเตอร์ ไบเทค บางนา ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี! พร้อมรับสิทธิพิเศษ ได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/3S1tqxL


ธนโชติ วิสุทธิสมาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลค์มี จำกัด และ ผู้ก่อตั้ง Future Trends กล่าวว่าจากความสำเร็จของการจัดงาน Marketing Technology & Innovation Expo ในครั้งที่ผ่านมา ด้วยจำนวนตัวเลขผู้เข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน ตอกย้ำให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตลาดหรือ Marketing Technology (MarTech) มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่เป้าหมาย

“พฤติกรรมของผู้บริโภคและลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โจทย์สำคัญของภาคธุรกิจ คือ การกำหนดแผนงานทางการตลาดให้ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงทั้งในวันนี้และในอนาคต เทคโนโลยีการตลาด ได้กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่ธุรกิจนำมาใช้เพื่อสร้างกลยุทธ์ทางการตลาด ตั้งแต่การรวบรวมวิเคระห์ข้อมูล เพื่อให้สามารถเข้าใจ Customer Journey จนถึงการออกแบบสร้างสรรค์แคมเปญต่างๆเพื่อเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมใน ทุกมิติ การพัฒนาเทคโนโลยีการตลาดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเครื่องมือ แพลตฟอร์ม และโซลูชันทางการตลาดที่ซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น การจัดงาน Marketing Technology & Innovation Expo 2024 จึงมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้เป็นพื้นที่ของการรวบรวมเทคโนโลยีนวัตกรรมการตลาด รวมถึงเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนำเสนอความก้าวหน้าของเครื่องมือทางการตลาดให้กับภาคธุรกิจได้นำไปใช้กำหนดกลยุทธ์และแผนงานทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดระสิทธิผลอย่างสูงสุด ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ มีแนวคิดหลัก คือ Marketing x Technology to Extend Possibility ที่เน้นให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีการตลาด โดยมีไฮไลท์ คือ การรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีการตลาดกว่า 50 คน มาร่วมอัปเดตและพูดคุยแบบเจาะลึกในประเด็นที่หลากหลายและครอบคลุม อาทิ ดิเรก ตยาคี, พชร ทวีกิจชัยบดี, กล้า ตั้งสุวรรณ, สโรจ เลาหศิริ, วีร์ สิรสุนทร,     บุรินทร์ เกล็ดมณี, นารีรัตน์ แซ่เตียว, สุธีรพันธุ์ สักรวัตร เป็นต้น รวมทั้งยังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร่วมออกบูธกว่า 100 บูธ โดยจะมานำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการตลาด รวมถึงสินค้า ผลิตภัณฑ์และบริการที่จัดมาแบบครบครัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมกับมอบสิทธิพิเศษ แพคเกจโปรโมชั่นต่างๆ แบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงานนี้เท่านั้นนอกจากนี้ยังได้จัด กิจกรรมเสวนา ในหัวข้อที่น่าสนใจกว่า 50 session ครอบคลุมทั้งด้าน เทรนด์เทคโนโลยี, Success Case, การวางแผนกลยุทธ์การตลาด, โอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการMarTech กับการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ เป็นต้น กิจกรรม Business Matching & Networking ที่มุ่งให้เกิดความร่วมมือ การเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ การขยายการลงทุนต่อยอดในอนาคตและยังได้เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการใหม่ได้แนะนำสินค้า ผลิตภัณฑ์และบริการออกสู่ตลาดผ่านการนำเสนอบนเวที MARTECH Product Launch Stage อีกด้วย



ทางด้าน จิตติพงศ์ เลิศประดิษฐ์ นายกสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด (MarTech Association) และ ผู้ก่อตั้ง Marketing Tech Thailand ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีในองค์กรชั้นนำ ที่มีประสบการณ์ด้านMarTech มากกว่า 20 ปี เผยว่า งาน Marketing Technology & Innovation Expo นับเป็นการจัดงานด้านเทคโนโลยีการตลาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตอกย้ำให้เห็นถึงการเติบโตของผู้ให้บริการด้านMarTech ของไทย ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความต้องการใช้งานของภาคธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการเกิดการตื่นตัวและเร่งพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลดีต่อวงการ MarTech ของประเทศ การจัดงานครั้งนี้ ที่ได้รวบรวมผู้ประกอบการดิจิทัลทั้งในประเทศและต่างประเทศ มั่นใจว่าจะเกิดการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม ระหว่างผู้ประกอบการไทยและนานาชาติ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน MarTech Ecosystem ของไทยให้ครบวงจรและสมบูรณ์แบบได้อย่างแน่นอน



ขณะที่ สมยศ วรวุฒิยานนท์ Deputy Head of Innovative Digital Marketing บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการจัดงานได้ขึ้นกล่าวในหัวข้อ นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาชีวิตและที่อยู่อาศัยผ่าน รู้ใจ Living Solution Provider กล่าวว่า เอสซี แอสเสท ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้งานเพื่อยกระดับที่อยู่ศัยรวมถึงคุณภาพชีวิตของลูกบ้านมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ รู้ใจ Living Solution Provider นับเป็นหนึ่งในต้นแบบแพลตฟอร์มที่เราได้นำมาใช้งานให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกบ้าน เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกในบริบทของการอยู่อาศัยที่หลากหลาย อาทิ ด้านความปลอดภัย บริการด้านอุปโภคบริโภค บริการหลังการขาย เป็นต้น การร่วมสนับสนุนการจัดงาน Marketing Technology & Innovation Expo 2024 ในครั้งนี้ จะเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่านวัตกรรมได้เข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม และเอสซี แอสเสท ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการตลาดร่วมกับพันธมิตร เพื่อกำหนดกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมุ่งสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในทุกรูปแบบ

 


นอกจากนี้ ภายในงานแถลงข่าวการจัดงาน Marketing Technology & Innovation Expo 2024 ยังได้จัดเสวนาในหัวข้อ Martech สำคัญกับธุรกิจยุคใหม่อย่างไรบ้าง? โดยมี รางวัล ดุษฎีสุรพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Rocket Digital และ สิริวัฒน์ ธนุรเวท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิริซอฟต์ จำกัด(มหาชน) ร่วมพูดคุยกับ  ธัญพร เฮงวัฒนาอาภา ในประเด็นบทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีการตลาดต่อการดำเนินธุรกิจ การลงทุนเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม คุ้มค่า และตอบโจทย์กับธุรกิจ ซึ่งนับเป็นการแชร์มุมมองที่สามารถเป็นแนวทางให้กับองค์กรธุรกิจต่างๆ ได้เป็นอย่างดี


“เราคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน Marketing Technology & Innovation Expo 2024 ครั้งนี้ กว่า 10,000 คน และคาดหวังว่าจะสามารถตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งเสริมให้เกิดการคิดค้น พัฒนาเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และโซลูชันการตลาดของผู้ประกอบการไทย ให้สามารถรองรับความต้องการของตลาดและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติต่อไป” ธนโชติ กล่าว

 

เตรียมพบกับมหกรรมเทคโนโลยีการตลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ในงาน Marketing Technology & Innovation Expo 2024 ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลา 09.00 น เป็นต้นไป ณ ภิรัช คอนเวนชั่น เซนเตอร์ ไบเทค บางนา ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี! พร้อมรับสิทธิพิเศษต่างๆ ได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/3S1tqxL 


ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของการจัดงานได้ที่ https://themartechexpo.com และ https://www.facebook.com/ThaiMartechExpo

17 มกราคม 2567

โปรโมชั่นห้องพักฉลองตรุษจีน ที่โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย แอนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย แอนด์ คอนเวนชั่นขอเชิญท่าน และครอบครัวมาฉลองตรุษจีน ที่เชียงราย
ด้วยห้องพักสุดหรู ท่ามกลางธรรมชาติ วัฒนธรรมภาคเหนือ และเที่ยวงานเทศกาลฉลองตรุษจีน และวาเลนไทน์ของจังหวัดเชียงราย  เริ่มต้นห้องดีลักซ์ไม่รวมอาหารเช้า 1,899 บาท 
สำรองห้องพักได้ที่ ▶️ https://bit.ly/3eCYMKY  


โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเท็ล แอนด์ คอนเวนชั่นถูกออกแบบอย่างหรูหราได้มาตรฐานตามระดับสากล รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งสะท้อนถึงศิลปะ วัฒนธรรมล้านนา มีล็อบบี้ต้อนรับอันโอ่โถง ล็อบบี้เลาจน์ ออกแบบล้านนาร่วมสมัยด้วยภาพวาดสีสะท้อนถึงศิลปะพื้นบ้านของชาวเชียงราย ห้องอาหารนานาชาติ ศูนย์ออกกำลังกาย และสระว่ายน้ำที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ รวมถึงพื้นที่สีเขียวเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง  พร้อมติดตั้งเครื่องไบโอโซน (BIOZONE ระบบ Photoplasma Technology) ภายในโรงแรมฯ ซื่งสามารถฆ่าเชื้อโรค PM2.5 และกำจัด ไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ได้ถึง 99.99% และยังถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาทางด้านมลพิษใน 


จองวันนี้ เข้าพักช่วง 9-12 ก.พ. 67 สำหรับการจองตรงผ่านโรงแรมหรือเว็บไซต์โรงแรมเท่านั้น  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองห้องพัก กรุณาโทร 052 055 888 หรือ www.heritagechiangrai.com

โตชิบา ร่วมบ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร (กลาง) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ EARLY YEARS PROJECT #7: A change in the paradigm ในโอกาสที่โตชิบา ไทยแลนด์ ให้การสนับสนุนหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการบ่มเพาะและสร้างเครือข่ายศิลปินรุ่นใหม่ เพื่อเปิดพื้นที่และผลักดันศิลปินรุ่นใหม่สามารถแสดงออกแนวความคิด ประเด็นทางศิลปะร่วมสมัย ซึ่งนิทรรศการครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ภายใต้หัวข้อ “A change in the paradigm” โดยมีนายสิงห์ ลิ้มพิรัตน์ (ซ้ายสุด) รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว (สวท.) ร่วมด้วยนายฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที รองประธานกรรมการมูลนิธิหอศิลป กรุงเทพฯ และนางสาวอดุลญา ฮุนตระกูล ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมเปิดงาน ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

นิทรรศการ EARLY YEARS PROJECT #7: A change in the paradigm  เปิดให้ชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 21 เมษายน 2567 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เวลา 10:00 น. – 20:00 น. (ปิดวันจันทร์)