แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกษตรกรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกษตรกรรม แสดงบทความทั้งหมด

09 กรกฎาคม 2569

บ้านท่ามะปรางค์-บ้านคลองเพล เที่ยวได้ทั้งวัน ทำกิจกรรมสร้างสรรค์จากวัฒนธรรมและวิถีชุมชน

“พันชนะ” นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชวนปักหมุดแหล่งเที่ยวใหม่ “ท่ามะปรางค์” พร้อมปลุกกระแสแคมเปญ ลดทั้ง หุบเขา#2 

สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่  ร่วมด้วยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่ามะปรางค์ คลองเพล ชวนฮีลใจด้วยบรรยากาศสีเขียวเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่อเนื่อง พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวใช้สิทธิในแคมเปญ ลดทั้ง หุบเขา#2 


นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ เปิดเผยว่า ในฤดูฝนปีนี้เพื่อไม่ให้เงียบเหงา เรามีแพคเกจสุดพิเศษ บ้านท่ามะปรางค์-บ้านคลองเพล เที่ยวได้ทั้งวัน ทำกิจกรรมสร้างสรรค์จากวัฒนธรรมและวิถีชุมชน แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ได้เล่นน้ำลำตะคองโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเลย โดยวิสาหกิจชุมชนท่ามะปรางค์ บ้านคลองเพล นอกเหนือจากนั้นการท่องเที่ยวชุมชนนั้นยังมีการปั่นจักรยาน ดูเขาลูกช้าง นอกจากจะมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แล้ว ก็จะมีที่บ้านคลองเพลเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่อยากแนะนำ และการร่วมแคมเปญ ใช้สิทธิลดทั้งหุบเขา ซึ่งเราได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขาสำนักนครราชสีมา มีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมาณ 30 ราย ใช้สิทธิ ละ 200 บาท สามารถดูรายละเอียดได้ที่เพจ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ และประชาสัมพันธ์ทั่วไป

เนื่องจากเดือนสิงหาคมนี้ มอเตอร์เวย์ M 6 เปิดใช้บริการศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สามารถมาใช้บริการกันได้ จะทำให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ ย่นระยะจากสองชั่วโมงนิดๆ เหลือ หนึ่งชั่วโมง ไม่ใกล้ไม่ไกล มาฮีลใจกันด้วยบรรยากาศสีเขียว”ขณะที่ นายประทีป มุ่งยอดกลาง ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่ามะปรางค์ บ้านคลองเพล สองหมู่บ้านที่ได้จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนขึ้นมาเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือน บริเวณอาณาเขตเขาใหญ่  กิจกรรมของเราจะมีการเรียกว่า “ดีท็อกซ์ปอด กอดเขาใหญ่” เข้าไปที่แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนของสองหมู่บ้าน กิจกรรมหลักคือ ปั่นจักรยานเพื่อลดคาร์บอนไดออกไซด์ในหมู่บ้านของเราทั้งสองหมู่บ้าน เป็นเส้นวงกลม 

นอกจากนั้นมีอีกหลายกิจกรรม เช่นนำนักท่องเที่ยวไปที่วัดท่ามะปรางค์เพื่อไหว้ หลวงพ่อใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ มีอายุนับร้อยปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะทางอีสานที่ชาวชุมชนให้ความเคารพนับถือ 

หลังจากนั้นขี่จักรยานต่อไปชมวิวเขาลูกช้างที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และต่อไปยังมีสวนผลไม้ของชาวบ้าน สวนทุเรียนสวนแรกของท่ามะปรางค์ สวนสำเภาทอง มีทุเรียนหมอนทอง  ทุเรียนชะนี มังคุดละมุดและผลไม้อื่นๆ อีกหลากหลาย 

เราจะพานักท่องเที่ยวปั่นจักรยานไปชมสวนผักออแกนิคส์อยู่ในชุมชน ปลูกผักไร้สารพิษ และเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมและทำกิจกรรมตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บผักหรือเก็บไข่ไก่ ต่างๆ เพื่อนำกลับไปประกอบอาหารได้

นอกจากนั้น เราเดินข้ามสะพานลำตะคอง เข้าสู่หมู่บ้านคลองเพล หลังจากนั้นมายังบริเวณท่าน้ำลำตะคองนี้ จะมีกิจกรรม หลากหลาย เช่น การเพ้นท์สีจากใบไม้ การประกอบอาหารต่างๆ 

นายวินัย ขันทีท้าว อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 17 ตำบล หมูสี เสริมว่า การท่องเที่ยวของเราเพื่อลดภาวะโลกร้อนและชี้แนะให้นักท่องเที่ยวได้เห็นว่าชุมชนของเราเป็นชุมชนที่ปราศจากมลพิษ เพราะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งยกฐานะเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2548 

บ้านท่ามะปรางค์-บ้านคลองเพล บ้านคลองเพล เป็นชุมชนเล็กๆ ติดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่มีสายน้ำลำตะคองไหลผ่าน เปิดบ้านต้อนรับนักเดินทางที่ต้องการฮีลใจผ่านความสงบเรียบง่ายสไตล์วิถีคนพื้นถิ่น พร้อมแจกจ่ายประสบการณ์ท่องเที่ยวเขาใหญ่แบบใหม่ไม่ต้องแบ่งกับใคร มาปั่นจักรยานไปตามถนนในชุมชน หายใจรับอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด เที่ยวเล่น สบายๆ ทำกิจกรรมสนุกๆ แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อม  เที่ยวได้ทั้งวัน ทำกิจกรรมสร้างสรรค์จากวัฒนธรรมและวิถีชุมชน กิจกรรมเกี่ยวกับการทำอาหารพื้นบ้าน ซึ่งวัสดุดิบต่างก็หาจากท้องถิ่น เช่นหน่อไม้ กล้วย หรือพืช ผักตามธรรมชาติต่าง ๆ ลำธารแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถเข้ามาเล่นน้ำลำตะคองได้เป็นอย่างดี เพราะถือเป็นหมู่บ้านแรกที่รับน้ำมจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จึงมีความสะอาด นั่นทำให้เราคิดกิจกรรม นักสืบจากสายน้ำด้วย เพื่อให้เยาวชนหรือคนที่สนใจลองใช้กระชอนช้อนภายในสายน้ำที่ไหลมานั้นว่ามีสัตว์อะไรบ้าง 





นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดูนก ในชุมชนแห่งนี้มีนกมากกว่า 38 ชนิด ปัจจุบันนักท่องเที่ยวก็สนใจกิจกรรมนี้มาก แต่ทางชุมชนเราบริการได้เพียงบางส่วน เพราะขาดอุปกรณ์ด้านการใช้กล้อง การดูนกมีในพื้นที่หมู่บ้านและพื้นที่ของททท. หากมีนักท่องเที่ยวเกินหนึ่งร้อยคนขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีการชวนนักท่องเที่ยวขยายพันธ์พืช โดยใช้หนังสติ๊กยิง เช่นเมล็ดมะค่า






จุดตรงนี้จะเป็นเซนเตอร์จุดหนึ่ง รองรับนักท่องเที่ยวเพื่อมาเล่นน้ำลำตะคอง ซึ่งถือเป็นหมู่บ้านแรกที่รับน้ำมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีความสะอาดมาก

ทำความรู้จักของดีโคราช ทุเรียน GI ที่สวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส

สวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส จำหน่าย ทุเรียนคุณภาพสูง ชิมแล้วอร่อย...เกรด AA

สวนบ้านไร่ภูฟ้าใสเป็น 1 ใน 39 สวนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)การรับรองได้รับใบอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาประวัติสวน ประสบการณ์การทำสวนทุเรียนในพื้นที่ปากช่องมายาวนาน ท้าทายสภาพแวดล้อมเพื่อผลิตผลไม้คุณภาพสูง เนื้อแห้ง เนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่แรง หอมกลิ่นดอกไม้ หอม อบอวน ในรสสัมผัส หวานพอดี เนียนละมุนลิ้น ต้องบรรยาย ด้วยรสสัมผัส จริงๆ ในการรับประทาน ต้องลอง จะได้ อรรถรส ที่ไม่เคย ได้สัมผัสมาก่อนทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ที่มีเนื้อสัมผัสเนียน แน่นหนีบ แห้ง ละเอียด เส้นใยน้อย มีสีเหลืองอ่อนสม่ำเสมอทั้งผล กลิ่นหอม อ่อน รสชาติหวาน มัน ปลูกในเขตพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา




นายวาที ทองสัมฤทธิ์ เจ้าของสวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส เป็นหนึ่งในสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและพืชสวน อำเภอปากช่อง คุณน้ำเงิน ยศสูงเนิน เป็นประธาน ข้อดีของทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ เนื่องจากพื้นที่อากาศเป็นมรสุมเขตร้อน ฝนตกดี ประกอบกับเป็นดินที่เป็นป่าเก่า ดงพญาเย็นทำให้ปลูกผลไม้ทุกชนิดอร่อย ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อแห้งเนียนนุ่ม เส้นใยละเอียด และกลิ่นหอมอ่อน  มีประสบการณ์การทำสวนทุเรียนในพื้นที่ปากช่องมายาวนาน ท้าทายสภาพแวดล้อมเพื่อผลิตผลไม้คุณภาพสูงเปิดสวนต้อนรับทุกท่าน มาแบบครบจบในที่เดียว  แต่ตอนนี้เมื่อปลูกทุเรียนแล้วเด่นขึ้นมาเพราะเนื้อสัมผัส เนื้อแห้ง ละมุนลิ้น กลิ่นไม่แรงและมีเนื้อหอมของดอกไม้อ่อนๆ  ขณะที่เราทานอย่าเพิ่งรีบเขาจะมีกลิ่นหอมของดอกไม้ขึ้นจมูก ตรงนี้เป็นลักษณะพิเศษ บ พวงมณี ก้านยาว หลงลับแล รสชาติอร่อยที่สุดของสวนผมเอง คือ ทุเรียนนกหยิบ จะมีลักษณะพิเศษห๊อมหอม ทุเรียนเบญจพรรณ เป็นทุเรียนที่ไม่ใช่หมอนทองเป็นทุเรียนอะไรก็ได้ ทั้งกระดุม นกหยิบ พวงมณี ที่มาใหม่ สวนนี้ปลูก สามไร่ ทั้งหมด 120 ต้น เฉพาะสวนผมเองทำให้ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ได้ส่งล้ง ก็จะขายตรง ขายออนไลน์และไปออกงานเทศกาล ๆ ปัจจุบันเปิดร้านอยู่ที่หน้าร้านธรรมชาติ 

นายวาที ทองสัมฤทธิ์ เจ้าของสวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส




คุณน้ำเงิน ยศสูงเนิน กล่าวถึง ทุเรียนปากช่องโดดเด่นคือ เนื้อแห้ง เนียนละมุนลิ้น กลิ่นไม่แรง ซึ่งได้รับการรับรองเป็น GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งในปีนี้เราจะมีการจัดงานทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ GI  เป็นครั้งที่ 5 ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา กระทรวงพาณิชย์ส่วนหนึ่งและจากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองน้ำแดง ในการอนุเคราะห์สถานที่และอำนวยความสะดวก ในงานการออกร้าน 40 สวนและมีสินค้าเกษตรจากโคราชมา มีของกินดีดีของเขาใหญ่และใกล้เคียง เน้นอาหารการกินที่เป็นของเขาใหญ่และปากช่องโดยตรง ซึ่งเราได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและคนพื้นถิ่นก็มาร่วมงาน เราจัดต่อเนื่องครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 

โดยทุก ๆ ปี จังหวัดนครราชสีมา โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับอำเภอปากช่องและผู้ประกอบการทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ จัดงาน “เทศกาลทุเรียน GI ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ Durian GI Festival Pakchong Khaoyai” เป็นประจำปี โดยได้จัดติดต่อเนื่องจากวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและพืชสวนอำเภปากช่อง


คุณน้ำเงิน   ยศสูงเนิน 

ขอเชิญชวนมาชิมทุเรียนปากช่องของเราระหว่าง วันที่ 24  28 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น.จัดที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองน้ำแดง  ตำบลหนองน้ำแดง เส้นทางถนนธนรัชต์ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เชิญชวนมาชิมทุเรียนปากช่อง

ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย คือ เกษตรกรชาวสวนตัวจริงมาจำหน่าย ไม่ได้ผ่านพ่อค้าคนกลาง เสน่ห์คือ พ่อค้าแม่ขายอาจจะปลอกเก่งบ้างไม่เก่งบ้าง แต่เป็นชาวสวนแท้ๆ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับทุเรียน เราแปรรูปมีทุเรียน กวน ทุเรียนทอด ไอศครีม ผลไม้อื่นๆ เช่น อโวคาโด แก้วมังกร อินทผลัม สะตอ ของที่อยู่ในสวนจะนำออกมาจำหน่าย และได้ชิมของดีเส้นทางเขาใหญที่มาออกร้านกับเรา เป็นงานชม ชิม ช็อป อย่าลืมนะคะ งานทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ GI นอกจากนี้ยังมีดนตรี ศิลปินนักร้องมาแสดง มานั่งฟังรับประทานทุเรียนเคล้าเสียงดนตรี 



เชิญทุกคนมาสัมผัสเสน่ห์ของทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ รสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยเป็นสินค้า GI สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ปลูกเฉพาะในพื้นที่อำเภอปากช่อง (สมบัติพิเศษหรือ
มีลักษณะเฉพาะที่เกิดจากอิทธิพลสิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์) เหตุผลที่ทุเรียนจากแถบเขาใหญ่ (หรือ ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่) ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการอย่างมาก เกิดจากความพิเศษของสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทุเรียนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เริ่มต้น การจำหน่าย ต้นฤดูกาล ด้วยทุเรียนเบญจพรรณ นกหยิบ กระดุม พวงมณี ก้านยาว มูซานคิงส์ ฯล

สวนทุเรียนบ้านไร่ภูผาฟ้าใส สายทุเรียนห้ามพลาด หรือชาวโคราชที่อยากลองอยากชิมความอร่อย
"ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่" ของดีของชาวโคราชที่ต้องไปหาลองกันให้ได้นะคะ

สนใจติดต่อ​ ทุเรียน​ GI​ ทุเรียนเขาใหญ่ปากช่อง​
FB : สวนทุเรียน บ้านไร่ภูผาฟ้าใส

 

19 มิถุนายน 2569

วช. ผนึก 11 ภาคีเครือข่าย Big Brothers ขับเคลื่อน

“ชันโรง” สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจชุมชน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมการประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเครือข่าย Big Brothers ระยะที่ 3 “Big Brothers…สร้างป่า... สร้างเศรษฐกิจเพื่อสังคม...ด้วยชันโรง” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานในการเปิดงาน และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเครือข่าย Big Brothers ระยะที่ 3 กับ 11 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร

ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว กล่าวว่า การขับเคลื่อนเครือข่าย “สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจ เพื่อสังคมชันโรง” ระยะที่ 3 เป็นการสานพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับการเลี้ยงชันโรงและผลิตภัณฑ์จากชันโรงให้เป็นเศรษฐกิจฐานรากที่มีมูลค่าสูง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่กำลังได้มีการจัดทำ โดยอาศัยองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนและส่งต่อเป็นอาชีพสู่คนรุ่นต่อไป


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวประกาศเจตนารมณ์ว่า “วช. มีความมุ่งมั่นในการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาสนับสนุนเครือข่ายชุมชนผู้เลี้ยงชันโรง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมขยายผลสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้แก่ชุมชนอย่างเข้มแข็ง รวมทั้งใช้การเลี้ยงชันโรงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหา PM2.5 ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการสร้างป่า โดย วช. พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง” และภาคีเครือข่าย 11 องค์กร ที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด กลุ่มบริษัท ดาวประเทศไทย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา ระยอง  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตร และ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี


นอกจากนี้  ยังมีการเสวนาทางวิชาการในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

- สถานการณ์การเลี้ยงชันโรงในประเทศและต่างประเทศ และประโยชน์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ดวงภักดี ประธานภูมิภาคเอเชียสมาคมผึ้งโลก Apimondia ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและอุตสาหกรรม หัวหน้าศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

- นโยบายภาครัฐกับการยกระดับชันโรงไทยสู่เกษตรมูลค่าสูงและมาตรฐานสากล โดย นางสาวนริศรา วายนต์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมแมลงเศรษฐกิจ กรมส่งเสริมการเกษตร

- ประสบการณ์การเลี้ยงชันโรงในพื้นที่ป่า โดย นายอิสราพงษ์ วรผาบ นักกีฏวิทยาชำนาญการพิเศษ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กลุ่มงานวิจัยกีฏวิทยาและจุลชีววิทยาป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

- ประสบการณ์การเลี้ยงชันโรงในสวน โดย คุณยอดขวัญ รุจะวาที วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงชันโรงบ้านวัดยางงาม ราชบุรี

- ประสบการณ์การพัฒนาฟาร์มชันโรงที่ได้มาตรฐาน GAP รายแรกของจังหวัดขอนแก่น โดย คุณอารยา เกิดดี ผู้ดูแลฟาร์มชันโรงนา 3 ดี

- การพัฒนาตลาดของผลิตภัณฑ์ชันโรง โดย คุณศุภสิทธ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจชีวภาพ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์กรมหาชน)

และดำเนินการเสวนา โดย ดร.จักราวุธ ไม้ทิพย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายอุตสาหกรรมสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง





การประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเครือข่าย Big Brothers ระยะที่ 3 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคชุมชน ในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการเลี้ยงชันโรงและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักสำคัญอันจะส่งผลกระทบไปสู่ทรัพยากรด้านอื่น อาทิทรัพยากรน้ำ ความสมบูรณ์ของดิน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ รวมทั้งการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว กล่าวว่า การขับเคลื่อนเครือข่าย “สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจ เพื่อสังคมชันโรง” ระยะที่ 3 เป็นการสานพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับการเลี้ยงชันโรงและผลิตภัณฑ์จากชันโรงให้เป็นเศรษฐกิจฐานรากที่มีมูลค่าสูง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่กำลังได้มีการจัดทำ โดยอาศัยองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนและส่งต่อเป็นอาชีพสู่คนรุ่นต่อไป


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวประกาศเจตนารมณ์ว่า “วช. มีความมุ่งมั่นในการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาสนับสนุนเครือข่ายชุมชนผู้เลี้ยงชันโรง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมขยายผลสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้แก่ชุมชนอย่างเข้มแข็ง รวมทั้งใช้การเลี้ยงชันโรงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหา PM2.5 ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการสร้างป่า โดย วช. พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง” และภาคีเครือข่าย 11 องค์กร ที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด กลุ่มบริษัท ดาวประเทศไทย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา ระยอง  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตร และ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี


นอกจากนี้  ยังมีการเสวนาทางวิชาการในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

- สถานการณ์การเลี้ยงชันโรงในประเทศและต่างประเทศ และประโยชน์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ดวงภักดี ประธานภูมิภาคเอเชียสมาคมผึ้งโลก Apimondia ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและอุตสาหกรรม หัวหน้าศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

- นโยบายภาครัฐกับการยกระดับชันโรงไทยสู่เกษตรมูลค่าสูงและมาตรฐานสากล โดย นางสาวนริศรา วายนต์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมแมลงเศรษฐกิจ กรมส่งเสริมการเกษตร

- ประสบการณ์การเลี้ยงชันโรงในพื้นที่ป่า โดย นายอิสราพงษ์ วรผาบ นักกีฏวิทยาชำนาญการพิเศษ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กลุ่มงานวิจัยกีฏวิทยาและจุลชีววิทยาป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

- ประสบการณ์การเลี้ยงชันโรงในสวน โดย คุณยอดขวัญ รุจะวาที วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงชันโรงบ้านวัดยางงาม ราชบุรี

- ประสบการณ์การพัฒนาฟาร์มชันโรงที่ได้มาตรฐาน GAP รายแรกของจังหวัดขอนแก่น โดย คุณอารยา เกิดดี ผู้ดูแลฟาร์มชันโรงนา 3 ดี

- การพัฒนาตลาดของผลิตภัณฑ์ชันโรง โดย คุณศุภสิทธ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจชีวภาพ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์กรมหาชน)

และดำเนินการเสวนา โดย ดร.จักราวุธ ไม้ทิพย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายอุตสาหกรรมสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง


การประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเครือข่าย Big Brothers ระยะที่ 3 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคชุมชน ในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการเลี้ยงชันโรงและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักสำคัญอันจะส่งผลกระทบไปสู่ทรัพยากรด้านอื่น อาทิทรัพยากรน้ำ ความสมบูรณ์ของดิน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ รวมทั้งการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

26 มีนาคม 2569

ปฏิวัติวงการไข่ไก่ไทย! “ชัยพรฟาร์ม” ทุบกรงตับ สู่ “เคจฟรีฟาร์ม”


ปฏิวัติวงการไข่ไก่ไทย! “ชัยพรฟาร์ม” ทุบกรงตับ สู่ “เคจฟรีฟาร์ม” ทรานส์ฟอร์มอาณาจักร 200 ไร่ สู่ฟาร์มไก่ไม่ขังกรงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!

[สุพรรณบุรี] – ปิดตำนานฟาร์มไก่คอนโด! เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการปศุสัตว์อย่าง “ชัยพรฟาร์ม” ประกาศก้องความมุ่งมั่นครั้งประวัติศาสตร์ ตัดสินใจยุติการเลี้ยงไก่แบบกรงตับ (Battery Cage) เพื่อส่งไม้ต่อให้ “บริษัท เคจฟรีฟาร์ม จำกัด” เนรมิตพื้นที่กว่า 200 ไร่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้กลายเป็นสรวงสวรรค์ของไก่ไข่ภายใต้ระบบ “ไม่ขังกรง” (Cage-Free) ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย!

ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ระดับโลก นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนวิธีเลี้ยง แต่คือการ “ปลดปล่อย” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์ (Animal Welfare) อย่างแท้จริง เคจฟรีฟาร์มประกาศโรดแมปสุดท้าทาย เริ่มต้นเดินเครื่องเลี้ยงไก่ไม่ขังกรงเฟสแรก 200,000 ตัว ภายในปี 2569 และปักธงพุ่งทะยานสู่เป้าหมายมหาศาลที่ 1,000,000 ตัว ภายในปี 2570 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในระบบการเลี้ยงแบบไร้กรงของไทย

ฟาร์มสีเขียว พลังงานสะอาดเพื่อโลกที่ยั่งยืน
โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่นี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่สวัสดิภาพสัตว์ แต่ยังมุ่งเน้นการเป็น “Smart & Green Farm” ด้วยการผสานพลังงานจากธรรมชาติเข้ากับระบบการผลิต:


Solar Power Revolution: เตรียมติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เต็มรูปแบบ เพื่อใช้พลังงานสะอาดในการบริหารจัดการฟาร์ม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

Circular Economy: การจัดการของเสียจากฟาร์มจะถูกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฟองไข่จากที่นี่ คือผลผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด

“เราไม่ได้แค่ผลิตไข่ แต่เราสร้างมาตรฐานใหม่ให้โลกจำ”
คุณชัยพร สีถัน ผู้ก่อตั้ง ชัยพรฟาร์ม เผยว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้คือการตอบสนองต่อเสียงเรียกของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการอาหารที่ปลอดภัยและมีที่มาอย่างมีจริยธรรม การเปลี่ยนจากระบบกรงตับสู่ระบบไม่ขังกรงบนพื้นที่ 200 ไร่ จะทำให้ไก่ได้ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ มีความสุข และส่งต่อความสุขนั้นผ่าน “ไข่ไก่คุณภาพพรีเมียม” ถึงมือคนไทยทุกคน

นับจากนี้เป็นต้นไป ชื่อของ “เคจฟรีฟาร์ม” จะไม่ใช่แค่ฟาร์มไก่ แต่คือสัญลักษณ์แห่งการปฏิรูปเกษตรกรรมไทยสู่เวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ!

สำหรับบริษัท ผู้ซื้อ และธุรกิจอาหารที่สนใจจัดหาไข่ไก่ cage-free Happy Egg Connect
เป็นสะพานเชื่อมระหว่างฟาร์มที่ผ่านการรับรอง กับผู้ซื้อทั่วประเทศไทยและเอเชีย
ติดต่อเราได้ที่ info@catalystintercorp.org

23 กุมภาพันธ์ 2569

งานส่งเสริมและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไท–ยวนสระบุรี “ตานก๋วยสลาก ย้อนตำนาน 222 ปี ไท–ยวน สระบุรี”


งานส่งเสริมและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไท–ยวนสระบุรี “ตานก๋วยสลาก ย้อนตำนาน 222 ปี ไท–ยวน สระบุรี” ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ วัดพระยาทด อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี
จังหวัดสระบุรี โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี ร่วมกับอำเภอเสาไห้ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเครือข่ายชุมชนไท–ยวน แถลงข่าวการจัดงานส่งเสริมและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไท–ยวนสระบุรี “ตานก๋วยสลาก ย้อนตำนาน 222 ปี ไท–ยวน สระบุรี” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ วัดพระยาทด อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวไท–ยวนในพื้นที่




นางสาวพัชรศรี สมบัติทวีพูน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า จังหวัดสระบุรีมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) โดยนำ “ทุนทางวัฒนธรรม” มาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา Soft Power ของพื้นที่ การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายจังหวัดในการส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่น งานประเพณี และภูมิปัญญาชุมชน โดยเฉพาะวัฒนธรรมของชาวไท–ยวนในอำเภอเสาไห้ ซึ่งเป็นรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัด และมีความเชื่อมโยงกับการตั้งถิ่นฐานของชุมชนมายาวนานกว่า 222 ปี นายสุรเดช สร้อยอุทา นายอำเภอเสาไห้ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในครั้งนี้ อำเภอเสาไห้ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อออกแบบกิจกรรมให้ครอบคลุมทั้งมิติ “ศาสนา วัฒนธรรม วิถีชีวิต และเศรษฐกิจชุมชน” โดยมุ่งให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง พร้อมทั้งผลักดันให้ประเพณีตานก๋วยสลากเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ด้านนางนิตยา เมธีวุฒิกร รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ททท. ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในฐานะกลไกขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศ โดยมุ่งเน้นการเล่าเรื่องราวอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้กลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมาย สำหรับงาน “ตานก๋วยสลาก” ถือเป็นเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่ สามารถพัฒนาเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวของภาคกลาง และเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวด้านศาสนา ธรรมชาติ และชุมชนในจังหวัดสระบุรีได้อย่างลงตัว ขณะที่นางกฤษณา พิทยาบุตร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเสาไห้ ได้กล่าวถึงความสำคัญของประเพณี “ตานก๋วยสลาก” ว่า เป็นพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาที่มีรากฐานจากวัฒนธรรมล้านนาและชุมชนชาวไท–ยวน สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มีความหมายลึกซึ้งในเชิงจิตวิญญาณ เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษและผู้ล่วงลับ รวมถึงสร้างสิริมงคลแก่ผู้ให้ทาน ลักษณะเด่นคือการจัดเครื่องไทยทานใส่ “ก๋วย” หรือภาชนะตามภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้วถวายพระสงฆ์ด้วยวิธีการจับสลาก สะท้อนคติความเชื่อเรื่องการให้ทานโดยไม่เจาะจงผู้รับ อันเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และความเสมอภาคทางพระพุทธศาสนา ประเพณีตานก๋วยสลากของชาวไท–ยวนในอำเภอเสาไห้ ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นศูนย์รวมความศรัทธา ความสามัคคี และอัตลักษณ์ของชุมชน ทั้งในด้านภาษา การแต่งกาย อาหารพื้นถิ่น ดนตรี และศิลปหัตถกรรม ซึ่งล้วนสะท้อนรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมากว่า 222 ปี การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นการ “ย้อนตำนาน” เพื่อนำเรื่องราวประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญา มาถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่และสาธารณชนได้เรียนรู้และเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น


ภายในงานตลอด 3 วัน จะมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีขบวนแห่ก๋วยสลากจากชุมชนต่าง ๆ พิธีถวายทานสลากภัตตามขนบธรรมเนียม การแสดงศิลปวัฒนธรรมไท–ยวน การจำหน่ายสินค้าชุมชนและอาหารพื้นถิ่น บูธสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น งานผ้าพื้นเมืองและหัตถศิลป์ รวมถึงกิจกรรมประกวดและการแสดงสร้างสรรค์ เพื่อเชื่อมโยงมิติของศรัทธาทางศาสนาเข้ากับการมีส่วนร่วมของเยาวชนและประชาชนทุกช่วงวัย การจัดงาน “ตานก๋วยสลาก ย้อนตำนาน 222 ปี ไท–ยวน สระบุรี” จึงไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์ประเพณีอันทรงคุณค่า แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้จังหวัดสระบุรีในฐานะเมืองแห่งอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และสื่อมวลชนทุกแขนง ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งศรัทธา เรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรม และเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานมรดกไท–ยวน ในงาน “ตานก๋วยสลาก ย้อนตำนาน 222 ปี ไท–ยวน สระบุรี” ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ วัดพระยาทด ตำบลพระยาทด อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ร่วมกันสืบสานคุณค่าแห่งอดีต สร้างพลังแห่งปัจจุบัน และส่งต่อวัฒนธรรมอันงดงามสู่อนาคตอย่างยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี และที่ว่าการอำเภอเสาไห้ #ย้อนตำนาน๒๒๒ปีไทยวนสระบุรี #ตานก๋วยสลากสระบุรี #ไทยวนสระบุรี #เสาไห้

27 สิงหาคม 2568

สยามโกลเด้น เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส เผยนวัตกรรมสร้างสรรค์ออกมาเพื่อใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า

นับเป็นครั้งแรกที่ทีมงาน Toptotravel มีโอกาส เยี่ยมชมธุรกิจ ผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ทำให้ทุกคนได้เห็นภาพองค์กรใหญ่อย่างบริษัท สยามโกลเด้น เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด พร้อมเผยผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “เชือกทองคำ” เชือกเกษตร ชูศักยภาพ ผลิตโดยคนไทยเพื่อคนไทย  ทนทาน ราคาถูกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม




บริษัท สยามโกลเด้น เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ชมนวัตกรรม และเทคโนโลยีเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับการแปรรูปที่ทันสมัย และบรรจุภัณฑ์อาหาร การรักษาสภาพอาหาร และวัสดุสิ้นเปลือง และอีกหลากหลายชนิด สยามโกลเด้นเซลส์ แอนด์เซอร์วิส ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี  บ.สยาม โกลเด้น เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จก. ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบรรจุภัณฑ์ โรงงานผลิตสายรัดพลาสติก ระบบบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติในสายการผลิต ภายใต้การบริหารงานของ นายปราการ พรสกุลไพศาล และนายวสุโรจน์ ทายาทที่ขยายปีกและเติบโตอย่างมั่นคง รองรับผู้บริโภคตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงธุรกิจระดับอุตสาหกรรม โดยการพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์ออกมาเพื่อใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่ามากขึ้น ส่งผลกระทบกับธรรมชาติให้น้อยลง ล่าสุด เปิดตัว เชือกเกษตร ผลิตภัณฑ์ใหม่รองรับตลาดเกษตรอย่างเต็มตัว ภายใต้ชื่อ แบรนด์ “เชือกทองคำ” สินค้าจากฝีมือคนไทยเพื่อคนไทย ที่สำคัญเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมพลังงานครบวงจร เห็นภาพรวมและแนวทางขององค์กรชัดเจนมากยิ่งขึ้น






คุณปราการ พรสกุลไพศาล ประธานกรรมการ บริษัท สยามโกลเด้น เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2532 ก้าวสู่การเป็นผู้จำหน่ายเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์และวัสดุสิ้นเปลือง และวันนี้เรายังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ธุรกิจที่ผลิตวัสดุหรืออุปกรณ์สำหรับห่อหุ้ม ป้องกัน และนำเสนอสินค้า เพื่อให้สินค้ามีความสมบูรณ์ ปลอดภัยและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดย บ. สยามโกลเด้น เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จก. และบริษัทในเครือ ซึ่งได้แก่ บริษัท เรืองนครแพคเซอร์วิส จำกัด และ บริษัท ปราการอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ จำกัด

คุณปราการ พรสกุลไพศาล ประธานกรรมการ บริษัท สยามโกลเด้น เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด


ปราการ พรสกุลไพศาล ประธานกรรมการ  กล่าวถึง เชือกเกษตร แบรนด์ “เชือกทองคำ” ว่า เชือกเกษตร เป็นสินค้าใหม่ที่บริษัทตั้งใจในการผลิตขึ้น เป็นการทำเชือกฟางครบวงจร ภายใต้ชื่อ เชือกทองคำ สามารถนำไปใช้งานด้านเกษตรเพื่อห่อหุ้มผลไม้ได้ทุกชนิด  ซึ่งผลิตจากเม็ดพลาสติกเม็ดใหม่ มีความทนทาน เหนียว ไม่เจ็บมือ ใส่ยูวีทำให้สีไม่จืดไม่ลอก รวมถึงสินค้าอีกตัวหนึ่งคือ สายรัด PP  ก่อนหน้านี้ขายเป็นกิโล ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเป็นขายความยาว 1 เมตร ต้นทุนที่ลูกค้าซื้อไปเท่ากับ 25 - 30 สตางค์ เมื่อก่อน 1 เมตรจะอยู่ที่ 50 – 80 สตางค์ต่อ 1 เมตร ที่เด่นคือ ใช้เม็ดพลาสติกเม็ดใหม่ เมื่อเกษตรกรตัดผลไม้แล้ว เชือกฟางที่ไม่ใช้แล้ว สามารถนำกลับมาที่โรงงาน ทางเราจะรับซื้อกลับมาเพื่อหลอมใหม่ โดยหลายนวัตกรรมสร้างสรรค์ออกมาเพื่อใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่ามากขึ้น ส่งผลกระทบกับธรรมชาติให้น้อยลง ซึ่งเราดำเนินการ กระบวนกาผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ถือเป็นหนึ่งนวัตกรรมที่ทำให้เชือกนี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีราคาไม่แพงและทนทานกว่าที่มีอยู่ในท้องตลาดทั่วไป เป็นความแตกต่างที่คุ้มค่าสำหรับคนไทย ที่สำคัญเป็นสินค้าแบรนด์ไทยที่ผลิตโดยคนไทยเพื่อคนไทย 




นายวสุโรจน์ พรสกุลไพศาล รองประธานกรรมการ สยามโกลเด้นเซลส์ แอนด์ เซอร์วิส  เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจของ สยามโกลเด้น ฯ  เป็นบริษัทในเครือ โกลเด้นกรุ๊ป มีธุรกิจ 3 อย่าง


1. ตัวแทนนำเข้าเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ จากประเทศจีนและไต้หวัน

2 เซอร์วิสโพรไวเดอร์ ( ผู้ให้บริการ ) แนะนำโซลูชั่น โพรดักส์ แพคเกจจิ้งหรือบรรจุภัณฑ์ วัสดุที่ใช้สำหรับห่อหุ้มสินค้าเพื่อป้องกันความเสียหาย รักษาคุณภาพและอำนวยความสะดวกในการขนส่ง เครื่องจักรสำหรับบรรจุภัณฑ์สำหรับลูกค้า ตั้งแต่ธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีความต้องการและพัฒนาอย่างไรให้เข้าอยู่ในบรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ 

3 ผู้ผลิตวัสดุสิ้นเปลือง  ที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ เช่นสายรัดพีอีที่ใช้ในการรัดขนส่งและปัจจุบันมีเชือกเกษตร
ใช้ในการเกษตรเช่น เชือกโยงทุเรียน เชือกเกษตรทำหน้าที่ในการปกป้องผลผลิตไม่ให้เสียหาย นอกเหนือจากการให้บริการแก่กลุ่มผู้ประกอบการเป็นหลัก ยังยึดแนวคิด Consumer Centricity โดยการคำนึงถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ 

นายวสุโรจน์ พรสกุลไพศาล รองประธานกรรมการ สยามโกลเด้นเซลส์ แอนด์ เซอร์วิส 




นายวสุโรจน์ กล่าวต่อว่า  ในส่วนแรกด้าน เครื่องจักร  อาทิเช่นเมื่อเรามีสินค้าตัวหนึ่งออกมา ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ แต่บริษัทฯ ทำหน้าที่เป็นคู่คิดตอบโจทย์ลูกค้าด้านบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร โดยได้มีการออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์และบริการที่หลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าอีกกด้วยธูรกิจหลัก และตลาดของเราจะมีสองกลุ่ม ถ้าเป็นตลาดกลุ่มใหญ่ จะเป็นโรงงานขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ เช่น โรงงานขนาดใหญ่ก็มีโอกาสได้ให้บริการกับซีพี อภิวัน น้ำยาปรับผ้านุ่ม กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสัตว์หรือโรงงานแปรรูปอาหารทะเล หรือโรงงานทำสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ OTOP ทำโรงสีข้าว ค่อนข้างหลากหลายเพราะธุรกิจทุกอย่างแม้กระทั่งร้านค้า ร้านอาหาร หรือหน้าร้าน จะต้องมีการใช้บรรจุภัณฑ์ ซึ่งเมื่อมีการใช้บรรจุภัณฑ์เข้ามาเกี่ยวก็ช่วยเราหลายๆอย่าง หนึ่งเลยคือเรื่องความสะอาด เรื่องการเก็บรักษาก็ช่วยได้ หรือโรงงานอุตสาหกรรมก็บรรจุเพื่อขนส่ง  ซึ่งหากท่านใดสนใจไม่ต้องกลัว เราวางเครื่องจักรในส่วนของการให้คำปรึกษา ตั้งแต่ต้นจนจบ” 





นอกจากนี้ยังให้บริการด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ และ ล่าสุดบริษัทฯ ได้ผลิต เชือกโยงการเกษตรคุณภาพดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมลงตลาดเป็นเจ้าแรกของไทย
จากมุมมองทางธุรกิจที่เห็นถึงความต้องการของเกษตรกรระดับรากหญ้าของไทยและการเป็นส่วนหนึ่งของพลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

นายวสุโรจน์ กล่าวเสริมศักยภาพของเชือกทองคำ ด้วยเหตุผลที่ ว่าด้วยลักษณะการใช้งานไม่แตกต่างกัน  ความแข็งแรงไม่เหมือนกัน ต้องแยกดูเรื่องสูตรในการผลิต ปัจจุบันคนค่อนข้างแอนตี้พลาสติก ต้องบอกว่าพลาสติกไม่เชิงว่าเป็นผู้ร้ายเสียทีเดียว ขึ้นอยู่กับการจัดการมากกว่า 

การดำเนินธุรกิจของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องจักร หรือในส่วนของการผลิตสินค้าพลาสติก จะเห็นได้จากนวัตกรรมจะคำนึงถึง Bio - Circulation - Green Industry  มีการทำ circulate ของผลิตภัณฑ์ภายในโรงงาน รวมถึงเมื่อเราส่งสินค้าให้ลูกค้าแล้ว มีการรับซื้อกลับมา นอกจากเรามีโรงงานผลิต เรามีโรงหลอมด้วย ของที่ส่งกลับมาสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ปรับปรุงขึ้นมาได้ เป็นงานรีไซเคิลร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อลดมลภาวะเป็นพลังงานสะอาด ตอนนี้ที่โรงงานในการผลิตใช้ไฟฟ้าเยอะมาก เราก็ใช้โซลาเซลส์ด้วย 


นายวสุโรจน์ ทายาท สยามโกลเด้นฯ กล่าวต่อว่า “จริง ๆ ถ้าสนใจ ไม่ต้องกลัว จะเป็น SME สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้ เรายินดีให้คำแนะนำให้คำปรึกษา เพราะที่นี่มีเครื่องจักรในหลากรูปแบบ เช่น ระบบบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติในสายการผลิต เช่นเครื่องบรรจุซองแนวนอนอัตโนมัติ ที่เหมาะสำหรับบรรจุสินค้าที่เป็นชิ้น รูปทรงกลม สี่เหลี่ยม วงรี ใส่กล่องหรือถาด เช่นขนมปังกรอบ เบเกอรี่ เป็นต้น 

เรียกได้ว่า เครื่องบรรจุซองแนวตั้งอัตโนมัติ เครื่องรัดสายพลาสติกเครื่องรัดอัตโนมัติใช้กับสายรัดพลาสติกชนิด PP หรือ PET เครื่องรัดกึ่งอัตโนมัติ เครื่องพันฟิล์มพาเลท/เครื่องรัดพาเลท เครื่องจัดเรียงสินค้าบนพาเลท เครื่องปิดเทปกาวโอพีพี เครื่องขึ้นรูปกล่อง เครื่องแพ็คซีลสูญญากาศ ใช้สำหรับแพ็คสินค้าประเภทอาหาร อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ อะไหล่รถยนต์ เครื่องติดฉลากสติกเกอร์ เครื่องซีลปิดปากถุงพลาสติก และยังมีสินค้าที่เหมาะกับในหลากหลายผลิตภัณฑ์ เครื่องอัตโนมัติขนาดเริ่มต้นก็ได้ ใช้คนกรอกก็ได้ เครื่องอัตโนมัติเริ่มต้นราคาหลักหมื่น ไปจนถึงหลักล้าน ซึ่งตรงนี้สามารถคุยกันได้


บริษัท สยามโกลเด้น เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.siamgoldengroup.com
E-mail  siamgolden@siamgoldengroup.com
Line ID : @goldenpack

โทรศัพท์: 02 878 1371-5, 02 878 0342-3
โทรสาร: 02 476 8802