แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fashion แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fashion แสดงบทความทั้งหมด

23 กรกฎาคม 2568

ททท. จับมือ สดร. ดำเนินโครงการ สู่ปีที่ 4


AMAZING DARK SKY IN THAILAND  ททท. จับมือ สดร. ดำเนินโครงการ สู่ปีที่ 4 พร้อมประกาศแหล่งท่องเที่ยวดูดาวแห่งใหม่ของเมืองไทย 16 โลเคชั่นใหม่ล่าสุด ประจำปี 2568


วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) แถลงข่าวเปิดโครงการ AMAZING DARK SKY IN THAILAND #Season 4 โดยมี นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. และ ผศ. ดร.วิภู รุโจปการ รองผู้อำนวยการ สดร. ร่วมเป็นประธานในพิธี ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 



เผยลิสต์ 16 พื้นที่ดูดาวแห่งใหม่ทั่วประเทศ พร้อมมอบโล่เพื่อประกาศแก่พื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย เพื่อปลุกกระแสการเดินทางมิติใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวความสนใจพิเศษที่ต้องการเดินทางสัมผัสความงดงามของธรรมชาติยามค่ำคืน ณ ห้องประชุมจารุวัสตร์ ชั้น 10 อาคาร ททท.

​นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า โครงการ “AMAZING DARK SKY IN THAILAND #Season 4” หรือ โครงการเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ททท. และ สดร. ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบ Dark Sky Tourism กิจกรรมยอดนิยมในหมู่ผู้สนใจดาราศาสตร์ตลอดจนกลุ่มนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ ชื่นชอบการตั้งแคมป์ และกิจกรรมกลางแจ้ง โดย ททท. เล็งเห็นประโยชน์ของการต่อยอดประชาสัมพันธ์

เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพดังกล่าว พร้อมยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยสุดประทับใจ (Grand Moment) ให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางไปรับความสุขท่ามกลางธรรมชาติสัมผัสความสวยงามของท้องฟ้าประเทศไทย ตื่นตาตื่นใจท้องฟ้าในยามค่ำคืน ณ สถานที่ดูดาวทั่วทุกภูมิภาค อีกทั้งยังสะท้อนศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวไทยที่มีกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย ตอบโจทย์ความสนใจของนักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์  

ผศ. ดร.วิภู รุโจปการ รองผู้อำนวยการ สดร. กล่าวว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติในฐานะหน่วยงานหลักด้านดาราศาสตร์ของประเทศไทย ได้ดำเนินกิจกรรมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ในหลายมิติ 








โดยหนึ่งในโครงการสำคัญอย่าง AMAZING DARK SKY IN THAILAND #Season 4 นับเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกับ ททท. ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 เพื่อรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงผลกระทบจากมลภาวะทางแสง อนุรักษ์ความมืดของท้องฟ้า และให้ความสำคัญในการประหยัดพลังงานและปรับพฤติกรรมการใช้แสงไฟ โดยใช้ดาราศาสตร์มากระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้มีการประกาศรายชื่อพื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดของประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 48 พื้นที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย และในปี 2568 ได้มีการขึ้นทะเบียนอีก 16 พื้นที่เพิ่มเติม เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวดูดาวแห่งใหม่ของประเทศไทย นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเปิดมิติใหม่ให้กับการท่องเที่ยวไทย ด้วยเสน่ห์ของท้องฟ้ายามค่ำคืนและความงดงาม

ของดวงดาว พร้อมจุดประกายให้นักท่องเที่ยวหันมาสนใจการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์มากขึ้น ทั้งนี้ หวังว่าโครงการดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์และเป็นสถานที่ถ่ายภาพสำหรับกลุ่มนักดาราศาสตร์สมัครเล่น นอกจากนี้ในอนาคต สดร. ยังตั้งเป้าผลักดันให้เกิดเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อให้ดาราศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์ที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

​สำหรับ 16 พื้นที่ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและได้ขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทยประจำปี 2568 ภายใต้โครงการ AMAZING DARK SKY IN THAILAND เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวดูดาวแห่งใหม่ และแหล่งการเรียนรู้ดาราศาสตร์เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมดาราศาสตร์ในการประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจ มีรายละเอียดดังนี้

อุทยานท้องฟ้ามืด (Dark Sky Park) จำนวน 5 พื้นที่ ได้แก่ ทุ่งโนนป่าก่อ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน     จังหวัดมุกดาหาร, อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ, อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย จังหวัดเลย, อุทยานภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก และอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จังหวัดลำพูน

เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ส่วนบุคคล (Dark Sky Properties) จำนวน 9 พื้นที่ ได้แก่ โกลเด้น คลิฟ บีช รีสอร์ท จังหวัดตราด, ดารกะ เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่, ดารา ควิซีน ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต, บ้านไร่นายเขียว จังหวัดขอนแก่น, ฟาวน์เท่นทรีรีสอร์ท จังหวัดนครราชสีมา, ภูพร้อมดาว ฟาร์มสเตย์ จังหวัดชัยภูมิ, วนธารา รีสอร์ท  จังหวัดพิษณุโลก, สวนป่าแม่ละเมา(ออป) จังหวัดตาก และสวนแม่ฟ้าหลวง โครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย

เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ชานเมือง (Dark Sky Suburbs) จำนวน 2 พื้นที่ ได้แก่ คชอาณาจักร 

จังหวัดสุรินทร์ และ สวนวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

ทั้งนี้ หน่วยงาน โรงแรม รีสอร์ท ชุมชน ศูนย์วิทยาศาสตร์ หรือพิพิธภัณฑ์ ทั่วประเทศที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครเพื่อขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทยได้ที่ https://darksky.narit.or.th/ หรือฝสามารถดาวน์โหลดหนังสือคู่มือการท่องเที่ยวดูดาวในรูปแบบ e-book ได้ที่ https://shorturl.at/CC75X


18 มีนาคม 2568

สศท.โชว์สุดยอด 10 ผลงานสร้างสรรค์ศิลปหัตถกรรมร่วมสมัย

การประกวด International Craft Creation Concept Award 2025 หรือ I.CCA.2025    


17 มีนาคม 2568 เวลา 13.00-15.30 น. : สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. จัดงานตัดสินรอบชิงชนะเลิศ และพิธีเปิดนิทรรศการโครงการประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระหว่างประเทศ (International Craft Creation Concept Award 2025: I.CCA. 2025) ณ อาคารพระมิ่งมงคล ชั้น 2 (บริเวณหน้าหอเกียรติยศ) สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ผลนักออกแบบ จ.พะเยา  คว้ารางวัลชนะเลิศ จากผลงาน Light Hitting Water 






ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) เปิดเผยถึงการประกวด International Craft Creation Concept Award 2025: I.CCA.2025) ถือว่าเป็นการจัดการประกวดเพื่อสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ ให้มีเวทีแสดงความสามารถในการออกแบบ โดยนำงานหัตถกรรมดั้งเดิม มาประยุกต์สู่การสร้างสรรค์ให้เกิดความร่วมสมัย และแสดงศักยภาพผลงานนวัตศิลป์ที่มีความน่าสนใจ อีกทั้งยังแสดงอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล เป็นการต่อยอดจากการประกวดที่นักออกแบบของไทยต่างให้ความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง       

การจัดประกวดปี 2568 ดำเนินการจัดขึ้นเป็นปีที่สอง เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลทั่วไปที่ผลิตงานศิลปหัตถกรรม นักออกแบบ นักสร้างสรรค์ นิสิต นักศึกษา ที่มีความสามารถด้านการออกแบบสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรม นำเสนอแนวคิด “Innovative Heritage Craft: หัตถศิลป์แห่งมรดกหัตถกรรม” การสร้างสรรค์นวัตกรรมงานศิลปหัตถกรรมไทยจากเดิม อาทิ เครื่องไม้ เครื่องสาน เครื่องดิน เครื่องทอ เครื่องโลหะ เครื่องหนัง เครื่องกระดาษ เครื่องแก้ว หรือเครื่องหิน ตลอดจนถึงปัจจุบันในกลุ่มผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่เกิดจากการผสมผสานวัสดุ เทคนิคเชิงช่าง กระบวนการที่คิดค้นขึ้นใหม่ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาประยุกต์ในการพัฒนารูปแบบผลงานประกวด

สศท. มีพันธกิจหลักในด้านการสืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม งานศิลปหัตถกรรมไทยทั่วประเทศให้สามารถเผยแพร่และต่อยอดองค์ความรู้เชิงช่าง สู่การเป็นผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่ร่วมสมัย ที่ขยายผลงานสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์ทั้งในระดับประเทศและสากล โดยการประกวดในปีนี้จะเป็นก้าวแรกในการเปิดโอกาสให้นักออกแบบเจ้าของผลงาน ทั้ง 10 ราย/ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ร่วมเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานไปพร้อมกับนักออกแบบรุ่นพี่ รวมถึงทายาทช่างศิลปหัตถกรรมทั้ง 10 ท่าน ที่ให้เกียรติร่วมแลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ เพื่อให้ได้ 10 ผลงาน ที่ตอบโจทย์ความเป็น INNOVATIVE HERITAGE CRAFT ได้อย่างน่าชื่นชม ได้แก่  

1.ผลงาน เก้าอี้กนก นักออกแบบ นายสหรัฐ ศรีสมร แนวคิดจากการหลอมรวมการหลอมรวมระหว่าง ศิลปะไทยดั้งเดิม และ งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย ผ่านการตีความลวดลาย กนกเปลวไทยใหม่ ให้อยู่ในรูปแบบของโครงสร้างที่อ่อนช้อยมีมิติและใช้งานได้จริง 

2.ผลงาน โคมระย้าอัมพวา Amphawa Chandelier นักออกแบบ อภิเษก นรินท์ชัยรังษี แนวคิดจากการออกแบบเครื่องประดับตกแต่งบ้านร่วมสมัยจากเศษวัสดุเครื่องถ้วยเบญจรงค์ โดยนำเศษเครื่องถ้วยเบญจรงค์ที่ชำรุดเสียหาย บิ่น แตก หัก หรือไม่สมบูรณ์แบบจากกระบวนการผลิต มาสร้างสรรค์ให้เกิดคุณค่าและลดทรัพยากรที่สิ้นเปลือง 

3.ผลงาน ต้มยำกุ้ง (เพอรานากัน) นักออกแบบ ช่อฟ้า หงษ์สิทธิชัยกุล แนวคิดการผสมสานงานหัตถศิลป์ ได้แก่ การประดับมุก เปรียบเสมือนน้ำต้มยำ และประดับตกแต่งด้วยอัญมณี (พลอยเนื้ออ่อน) สีเขียว-เหลือง-ส้ม-แดง เป็นแทนสีสันของวัตถุดิบปรุงรส และผสมผสานการปักดิ้นโบราณ 

4.ผลงาน วาบุลัน นักออกแบบ อัรกาน หะยีสาเมาะ ใช้เทคนิค การเหลา การขึงเชือกและการฉลุแกะลายกระดาษมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ 

5.ผลงาน วิถีใต้ นักออกแบบ สุจิตรา พาหุการณ์ , ขนิฐา นารา, เพชรน้ำหนึ่ง เจริญภูมิ ลวดลายรดน้ำ ลายกำมะลอและลายประดับมุขแบบโบราณนำมาคลี่คลายดัดแปลงวิธีการและปรับเปลี่ยนวัสดุในการสร้างสรรค์ผลงานขึ้นใหม่เพื่อแสดงถึงทัศนคติส่วนตัว ผ่านเรื่องราวในวิถีชีวิตของชาวประมงและเพื่อเป็นการสืบทอดเทคนิคที่สำคัญบางประการของช่างไทยโบราณ 

6.ผลงาน เหลี่ยม/ทอ/ประกาย นักออกแบบ ภัทรบดี พิมพ์กิ ออกแบบเป็นเครื่องประดับที่มุ่งหวังนำเสนอความงดงามและเชิดชูคุณค่าของงานหัตถกรรม “เสื่อกกจันทบูร” ซึ่งเปรียบเสมือนอัญมณีน้ำงามอีกเม็ดหนึ่งที่อยู่คู่กับชาวจันทบุรีมากว่า 120 ปี   

7.ผลงาน ฮูปแต้ม นักออกแบบ รัฐพล ทองดี, วัชรพล คำพรมมา จากการถ่ายทอดวิถีชีวิตพื้นบ้านผ่านศิลปะแห่งความศรัทธา ด้วยเทคนิคการเพ้นท์สีครามธรรมชาติ สีประดู่ สนิมเหล็ก ในรูปแบบสิมอีสาน เพิ่มมิติให้ภาพด้วยการปักมือด้วยเส้นฝ้าย 

8.ผลงาน Light Hitting Water นักออกแบบ ศรัณย์ เหมะ, เหมวรรณ ศรีสุวรรณ์ จากการสะท้อนความเชื่อ ความศรัทธา ประเพณีอันงดงามของชาวล้านนา ผ่านผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์โคมไฟที่สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมจักสานผักตบชวา 

9.ผลงาน พาราคราฟท์ นักออกแบบ ถากูร เชาว์ภาษี โดยการใช้รูปร่างของ LICHEN (ไลเคน) ที่สามารถพบได้ทั่วไปในบริเวณผิวของต้นยางพาราซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณ

10.ผลงาน Under the Sea นักออกแบบ ปัทวี เข็มทอง ขยะในท้องทะเลคือขวดพลาสติก ได้นำขยะจากขวดพลาสติกที่เก็บมาจากในทะเล และนำมาผ่านการแปรรูปเป็นเส้นใย Recycled มาสร้างสรรค์ผลงาน





ที่สำคัญโครงการ I.CCA.2025 ครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกแบบ อาทิ ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ , ผศ.ดร.วิทวัน จันทร , คุณเพลินจันทร์ วิญญรัตน์, คุณจิตต์สิงห์ สมบุญ, คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ซึ่งคณะกรรมการฯ แต่ละท่านมีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ การต่อยอดทางศิลปะ รวมถึงการต่อยอดทางการตลาด เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน 

ซึ่งทำให้ผู้ประกวดได้มุมมองการออกแบบ การวิเคราะห์โจทย์ให้สอดคล้องกับแนวคิดในหัวข้อการประกวด และแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบรูปแบบร่วมสมัยใหม่ๆซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับนักออกแบบเป็นอย่างมากและเป็นการผลักดันศักยภาพให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้อีกด้วย


ผลงานชนะเลิศ 

ชื่อผลงาน Light Hitting Water 

ชื่อนักออกแบบ : ศรัณย์ เหมะ, เหมวรรณ ศรีสุวรรณ์

“Light Hitting Water แสงกระทบผิวน้ำ” สะท้อนความเชื่อ ความศรัทธา ประเพณีอันงดงามของชาวล้านนา ผ่านผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์โคมไฟที่สืบสานภูมิปัญญาหัตถกรรมจักสานผักตบชวา ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ นำมาผสานกับเทคนิคและภูมิปัญญาท้องถิ่นจนเกิดเป็นโคมไฟดีไซน์ร่วมสมัย รูปทรงของโป๊ะโคมไฟได้แรงบันดาลใจ 


ผลงานรองชนะเลิศ

ชื่อผลงาน วิถีใต้ 

ชื่อนักออกแบบ  : 

สุจิตรา พาหุการณ์, ขนิฐา นารา, เพชรน้ำหนึ่ง เจริญภูมิ 

แรงบันดาลใจ ข้าพเจ้าคิดเห็นว่างานศิลปกรรมไทยโบราณโดยเฉพาะงานจิตรกรรมลายรดน้ำ ลายกำมะลอ และลายประดับมุขนั้นเป็นงานช่างชั้นสูงและเปรียบเสมือนศิลปกรรมประจำชาติของไทยที่กำลังจะสูญหายไปตามกาลเวลาอาจด้วยเหตุที่กรรมวิธีกระบวนการในการสร้างสรรค์มีความซับซ้อน





สำหรับผู้สนใจเชิญเข้าร่วมชมนิทรรศการแสดงผลงานโครงการประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระหว่างประเทศ (International Craft Creation Concept Award 2025: I.CCA. 2025) ในธีม “Innovative Heritage Craft: หัตถศิลป์แห่งมรดกหัตถกรรม” ทั้ง 10 ผลงาน สถานที่ หน้าหอเกียรติยศ อาคารพระมิ่งมงคล สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ชั้น 2 ในวันที่ 17 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป
เวลา 10.00 – 16.00 น.

18 มิถุนายน 2567

อิมแพ็คฯ ชวนเปิดโลกใหม่ไปกับเหล่าน้องหมานักเวทย์ ที่พร้อมจะร่ายเวทมนตร์สะกดทุกสายตาใน งาน มหกรรมคนรักสุนัขอันดับ 1 ของประเทศไทย

SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22 


กลับมาอีกครั้งกับงานมหกรรมคนรักสุนัขอันดับ 1 ของประเทศไทยประจำปี 2567 SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22 ภายใต้ธีม “ดินแดนเวทมนตร์แห่งโลกอนาคต”  ที่มาพร้อมกับการจัดงานภายใต้แนวคิด B2B2C  ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 4 – 7 กรกฎาคม 2567 

คุณกุลวดี จินตวร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับ
งาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show 2024 ปีนี้ เดินทางมาเป็นครั้งที่ 22 โดย บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมมือกับพันธมิตรที่เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในไทยให้แข็งแกร่ง ได้แก่ สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย), สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย (TPIA), บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด, ชมรมพัฒนาช่างตัดแต่งขนสุนัขแห่งประเทศไทย, Ultimate Dog Club & Weight Pull Thailand รวมถึงผู้สนับสนุน ผู้ร่วมแสดงงานและหน่วยงานพันธมิตรอื่น ๆ จากทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมกันจัดงานในปีนี้ขึ้น ที่รวบรวมสินค้าและบริการสัตว์เลี้ยงทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยสินค้ากว่า  250 บูธ และมากกว่า 500 แบรนด์ บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ในครั้งนี้มาพร้อมกิจกรรมที่ต่อยอดและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจสัตว์เลี้ยงแบบ B2B2C (Business to Business to Customer) หรือ การจัดงานที่เชื่อมระหว่างธุรกิจสู่ธุรกิจจนถึงผู้บริโภค เข้าด้วยกันในงานเดียว ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทย  โดยธีมของงานปีนี้จะช่วย Connect ระหว่างโลกของ B2B และ B2C เข้าด้วยกัน นั้นก็คือ ‘ดินแดนเวทมนตร์แห่งโลกอนาคต’ ผสมผสานความสนุกในมุมของ โลกแห่งเวทมนตร์ ที่เหล่าสุนัขและเจ้าของสามารถแต่งตัวมาร่วมงานเป็นแม่มด หรือพ่อมดได้ รวมถึงการตกแต่งภายในงาน ที่จะทำให้ทุกท่าน เพลิดเพลินไปในดินแดน เวทมนตร์ในครั้งนี้ แต่ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นธุรกิจ   ที่เราต้องการพัฒนาและร่วมกำหนดทิศทางตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยให้ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งเวทมนตร์ เปรียบเสมือนลูกค้าและผู้ประกอบการ จะเป็นตัวช่วยกำหนดทิศทางอนาคตของตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยนั่นเอง”  


นอกจากนี้ยังมีการจัดสัมมนาหัวข้อ “How to Win-Win ในตลาดสัตว์เลี้ยง” ที่จะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้การทำธุรกิจในตลาดสัตว์เลี้ยง,การประกวดสุนัขสวยงามนานาชาติทุกสายพันธุ์ชิงแชมป์ประเทศไทย, การคัดเลือกสอบวัดระดับหาสุดยอด Groomers ระดับนานาชาติชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 4, การประกวดบูลลี่กล้ามสวย และ การแข่งขันพิทบูลจอมพลังลากน้ำหนักชิงแชมป์ประเทศไทย, การแข่งขันสนุก ๆ ที่จะร่วมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ได้แก่ การแข่งขันหมาเลีย,วิ่งแข่งสุนัขมาหาแม่มา และกิจกรรมใหม่ “ชั่งเถอะนะ”   และกิจกรรมอีกมากมายตลอดการจัดงาน 4 วัน   





คุณศุภกฤต อัศวชัยพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท เพอร์เฟค  คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ไม่ว่ายุคไหน ๆ ผู้บริโภคที่เลี้ยงสุนัขทุกคนต่างก็ต้องการอาหารที่ดีและมีประโยชน์สำหรับสุนัขของเขาซึ่งอาหารที่ดีนั้นคืออาหารที่ทำให้สุนัขมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และสะท้อนออกมาภายนอก คือ ขนที่สวย ผิวหนังที่มีสุขภาพดี รวมถึงอารมณ์ที่ดีของสุนัขด้วย ดังนั้น ตลอดระยะเวลากว่า      20 กว่าปี อาหารสุนัข SmartHeart และอาหารสัตว์เลี้ยงที่ผลิตโดย  บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด ผ่านการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้สินค้ามีคุณภาพและมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยในแต่ละปีเรามีสินค้าใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด เพื่อให้ทันกระแสความต้องการของผู้บริโภคในประเทศ และทันกับกระแสต่างชาติ ซึ่งในปีนี้เราก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์ของการเลี้ยงแบบ Humanization หรือเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัวยังเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคต้องการ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือการสร้างอาหารสุนัขให้มีความ Premium มากขึ้น ดูแลสุขภาพเฉพาะทางมากยิ่งขึ้น และให้อาหารมีความน่ากินใกล้เคียงอาหารคนมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทาง SmartHeart ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และจะพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป อย่างในปีนี้เราได้เปิดตัว SmartHeart Signature ซึ่งเป็นอาหารสุนัขชนิดเปียกแบบซอง (Pouch) ที่ทำจากเนื้อไก่ล้วนและมีความน่าทานมากจากการใส่ผักต่าง ๆ ลงไปในสูตรอาหาร ไม่ว่าจะเป็นฟักทอง แครอท มันฝรั่ง หรือแม้กระทั่งปลาทูน่า ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีมาก ๆ ภายใต้ราคาที่จับต้องได้  

สำหรับกิจกรรมของทาง SmartHeart ในปีนี้ก็จัดยิ่งใหญ่เหมือนทุก ๆ ปี ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชั่น          ลด แลก แจก แถม เราได้เตรียมให้ลูกค้าที่เดินเที่ยวงานปีนี้ได้ซื้อสินค้าราคาพิเศษติดไม้ติดมือกลับไปบ้านกัน  ทุกท่านอย่างแน่นอนครับ และที่สำคัญทุกท่านจะได้พบกับ Presenter ของ SmartHeart คุณเจมส์ จิรายุ  ในวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2567 ด้วยครับ” 

คุณสุธีศักดิ์ ภักดีเทวา รองนายกสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) กล่าวถึงการประกวดภายในงานปีนี้ว่า “ที่งาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show เป็นสนามแห่งเดียวที่มีการแข่งขันระดับสากลใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดขึ้นเพียงปีละครั้ง จึงกลายเป็นสนามที่เหล่าผู้เข้าประกวดตั้งตารอ เพื่อเตรียมความพร้อมและวางแผนในการดูแลสุนัขของผู้เข้าประกวดได้เข้ามารับการตัดสินจากกรรมการระดับโลก ที่ไม่ได้มีโอกาสแบบนี้ที่ไหน ยกเว้นที่นี่เท่านั้น ทำให้การประกวดของเรามีความน่าเชื่อถือและเป็นที่รอคอยของเหล่า 


ผู้เข้าประกวด และยังเป็นเวทีที่จะผลักดันสุนัขจากสนามการแข่งขันในไทยสู่การแข่งขันสนามระดับโลก ซึ่งงาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show เอง ก็มีส่วนที่ทำให้การประกวด ฯ ประสบความสำเร็จ มาโดยตลอด ทั้งในเรื่องของสถานที่ การอำนวยความสะดวก รวมถึงการโปรโมท จนทำให้สนามนี้เป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จขึ้นในทุก ๆ ปี ในการประกวดครั้งนี้ มีการเชิญคณะกรรมการจาก
8 ประเทศ จำนวน 9 ท่าน มาร่วมตัดสิน ซึ่งผมคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมอยู่ที่ 5,000 กว่าท่านตลอดงาน
ทั้ง 4 วัน โดยสมัครมาจากรอบโลก สำหรับท่านใดที่สนใจเข้าประกวดพันธุ์สุนัขสวยงามชิงแชมป์ประเทศไทย สามารถติดตามรายละเอียดที่สมาคม พัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) ได้ที่เว็บไซต์ของสมาคม https://kathailand.org/ https://kathailand.org/ 

คุณนิติพงศ์ เลาหวิศิษฏ์ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย กล่าวว่า “ผู้บริโภคตอนนี้ใส่ใจสุขภาพสุนัขมากขึ้น โดยเริ่มมองหาสินค้าอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น ทำให้เทรนด์อาหารสำเร็จรูปโตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ด หรืออาหารแช่แข็ง หรืออาหารอุ่นไมโครเวฟของสุนัข โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 พบว่ามีการเติบโตของจำนวนสุนัขเป็นอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่บ้านมากขึ้น ทำให้มีเวลาดูแลสุนัข 

มากขึ้น มีเจ้าของธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่วงการสัตว์เลี้ยงโดยตรง เช่น วงการเครื่องสำอาง หรือค้าขายสัตว์เลี้ยง เป็นต้น ได้เข้ามาในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์สินค้าใหม่ หรือร้านค้าใหม่ สำหรับประเทศไทยตอนนี้ในวงการสัตว์เลี้ยง ถึงแม้จะมีธุรกิจประเภทหนึ่งที่มีการแข่งขันสูง อย่างอาหารและขนมสัตว์เลี้ยง แต่ธุรกิจที่ยังมีโอกาสเติบโตในตลาดสัตว์เลี้ยงต่อไปได้ คือ ธุรกิจที่เป็นการให้บริการด้านตัดขนและอาบน้ำสัตว์เลี้ยง ธุรกิจเกี่ยวกับคลินิกสัตว์เลี้ยง และโรงพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น” 










การเที่ยวชมกิจกรรมภายในงาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22 นี้ มีค่าเข้าชมท่านละ 20 บาท (สัตว์เลี้ยงและเด็ก เข้าชมฟรี)  โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะร่วมบริจาคช่วยเหลือสัตว์จรจัดใน “โครงการ 1 บาทเพื่อเจ้าตูบที่หิวโหย”  และมีโอกาสลุ้นเป็นผู้โชคดีรับ Apple iPad Air 13 (M2) และรางวัลอื่น ๆ มูลค่ากว่า 1 แสนบาท นอกจากนี้ ยังมีโซนน้องหมาหาบ้าน ที่เปิดโอกาสให้ให้น้องหมาไร้บ้านจากมูลนิธิต่าง ๆ ได้มีโอกาสหาบ้านและผู้อุปการะไปเลี้ยงดู และยังมีกิจกรรม “1 น้ำใจ รับไป 1 ถุง” เพียงแค่คุณบริจาคให้กับโครงการฯ คุณจะได้รับของที่ระลึกและความอิ่มใจกลับบ้านกันอีกด้วย 

งานมหกรรมคนรักสุนัขอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี 2567 SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 7 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่ 10.00 น. - 20.00 น.    ณ อาคาร 5 - 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยปีนี้มีเปิดให้ลงทะเบียนฟรีสำหรับเข้าร่วมงานสัมมนา ผู้เข้าชมงาน  เพื่อธุรกิจ และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามความเคลื่อนไหวของงานผ่าน https://thailand-dogshow.com/
หรือ Facebook : @ThailandInternationalDogShow หรือ LINE Official : @Dogshow