27 กันยายน 2564

พาณิชย์สานฝันคนรุ่นใหม่ ปั้น Design Service Sandbox

ชูความคิดสร้างสรรค์ผนวกเทคโนโลยีสร้างธุรกิจใหม่สู่ตลาดสากล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวกิจกรรม Design Service Sandbox (สนามทดลองแนวคิดธุรกิจ) ขึ้นเป็นครั้งแรก สานฝันคนรุ่นใหม่ระดมความคิดสร้างสรรค์นำเทคโนโลยี พัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้านการพัฒนาศักยภาพทางการตลาดของ SMEs และ Micro SMEs ให้สามารถปรับตัว แสวงหาโอกาส สามารถนำความรู้ด้านการออกแบบและเทคโนโลยีดิจิทัล มาพัฒนาธุรกิจให้เป็นที่ยอมรับในสากล ล่าสุดจัดกิจกรรม Design Service Sandbox : DEMO Day เปิดเวทีให้นักออกแบบนักพัฒนาเทคโนโลยี ดิจิทัล และ SMEs ที่เป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ลงสนามทดลองแนวคิดธุรกิจ (Sandbox) สร้างนวัตกรรมสินค้าและบริการตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และขยายโอกาสเติบโตสู่ระดับสากล

หม่อมหลวงคฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ  เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมบริการออกแบบ หรือ Design Service Society 2021 ดำเนินงานโดยสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งในปีนี้ มุ่งเน้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการออกแบบ (Design Service) และนักพัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ Tech Startup/ SMEs ในคอนเซ็ป “Tech Innovation x Design Creativity” เพื่อดึงศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อผลักดันภาคธุรกิจให้พร้อมรับมือความท้าทายและการแข่งขันในอนาคตของประเทศไทยและในตลาดโลกด้วย Digital Transformation ซึ่งสอดรับกับนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้านการพัฒนาศักยภาพทางการตลาดของ SMEs และ Micro SMEs สามารถนำความรู้ด้านการออกแบบและเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจสู่สากล

ม่อมหลวงคฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ 

โครงการ Design Service Society 2021 มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมบริการออกแบบ หรือ Design Service ให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ช่วยสนับสนุน ยกระดับ ผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัว เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยกิจกรรมภายใต้โครงการ ประกอบด้วย  

- กิจกรรมสัมมนาส่งเสริมความรู้ด้านการออกแบบเพื่อการพัฒนาธุรกิจ (Webinar) ภายใต้หัวข้อ “The future of business: transformation through design and technology” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 ซึ่งกรมได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในวงการมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการออกแบบและเทคโนโลยีอาทิ เช่น เรื่อง Business Transformation by Design / Design Service / Design-Driven Enterprise และ Digital Solution for Business ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก มีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 600 ราย

- กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการออกแบบและพัฒนาผลงานต้นแบบ “Design Service Sandbox” ในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง นักออกแบบ กับ นักพัฒนาเทคโนโลยี Startup หรือ SMEs ในการขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจใหม่ที่สามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมของประเทศได้ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากนักออกแบบ นักพัฒนาเทคโนโลยีและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ตลอดการรับสมัครโครงการ โดยกิจกรรมดังกล่าวมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 200 ราย ซึ่งมีผู้ผ่านคัดเลือกเข้าร่วมทั้งสิ้น 44 ราย โดยผู้เข้าร่วม 44 ราย ได้แบ่งเป็น 10 ทีม เพื่อร่วมกันพัฒนาผลงานต้นแบบตลอดระยะเวลา 1 เดือน ภายใต้ 4 โจทย์หลัก ได้แก่ Thailand: Kitchen of the World (สรรสร้างนวัตกรรมอาหาร บรรจุภัณฑ์ หรือ บริการ ดันครัวไทยสู่ครัวโลก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต), Agricultural Transformation (ปั้นเกษตรอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีและดิจิทัล คิดค้น Solution ที่ช่วยยกระดับภาคการเกษตรของไทย ให้มีมูลค่าเพิ่มสู่สากล), Innovation Solutions to for a Renewable-Powered Future (ค้นหาคำตอบ สำหรับแหล่งพลังงานทางเลือก สร้างโอกาส ปั้นธุรกิจ รับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต) และ Innovation solution for New Normal (คิดค้นนวัตกรรมสินค้าและบริการใหม่ ๆ แก้ปัญหาธุรกิจ คาดการณ์เทรนด์สินค้าในยุค New Normal)

- กิจกรรมแสดงผลงานต้นแบบ “Demo Day” ซึ่งจัดขึ้น เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2564 เพื่อเฟ้นหาสุดยอดไอเดียจากไอเดียของผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะเป็นการนำเสนอผลงานและรับฟังคำแนะนำจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชน เช่น ผู้บริหารจาก DITP, DEPA, THAI BISPA, SCG Adventure, Banpu และ RISE เป็นต้น จากนั้นกรมจะมีการประชาสัมพันธ์ผลงานต้นแบบให้เป็นที่รู้จัก เพื่อให้เกิดการรับรู้ถึงศักยภาพอุตสาหกรรมบริการออกแบบให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและสากล โดยกลุ่มผู้ประกอบการและนักพัฒนาเทคโนโลยีสามารถนำความรู้และคำแนะนำไปต่อยอดไอเดียทางธุรกิจในอนาคตได้ รวมถึงมีการผลักดันเหล่านักออกแบบให้สามารถแสดงศักยภาพในเวทีการประกวดระดับนานาชาติ อาทิ DEmark, G-Mark ซึ่งเป็นเวทีประชันฝีมือของบรรดานักออกแบบฝีมือดีและเป็นประตูสู่การแข่งขันในระดับสากลอีกด้วย 


ซึ่งผลงานที่ชนะรางวัล Design Service Sandbox “Demo Day” ในปีนี้ ได้แก่

รางวัลที่ 1  UPCYDE: แนวคิด Startup ผลิตภัณฑ์รองเท้าจากขยะทางการเกษตร   

Solution ที่ช่วยแก้ปัญหาขยะทางการเกษตรที่มีปริมาณมาก พร้อมสามารถสร้างมูลค่าเพื่มเติมให้กับขยะทางการเกษตร โดยแปรรูปขยะทางการเกษตร โดยเลือกผลิตรองเท้า (หนังเทียม Vegan Leather) ที่ทำมาจากขยะทางการเกษตร เช่น สับปะรด และ ทุเรียน สนับสนุนให้เกิด Sustainability Society มากยิ่งขึ้น และสนับสนุน circular economy และ waste transformation

รางวัลที่ 2 Happy meal : นวัตกรรมอาหาร Future Food โปรตีนจาก “ไข่ผำ”

ต่อยอดวัตุดิบของไทยจับกระแสอาหาร Plant-based จาก "ไข่ผำ" พืชน้ำในประเทศไทย แหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ อัดแน่นด้วยโภชนาการ ผ่านสินค้าต้นแบบอาทิ Green Pearl Protein Bar หลากหลายรสชาติ

รางวัลที่ 3 GachaThani : แนวคิด Art Toy และ AR Guide tour ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี

จับเทรนด์การเติบโตของ Art Toy มาสร้างโอกาสเพื่อพัฒนา Gallery platform เชื่อมโยง community ของผู้ซื้อ-ผู้ขายในประเทศไทยผ่านเว็บไซต์ ต่อยอดสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าโดยการนำเทคโนโลยี AR ร่วมถึงเกมเข้ามาใช้งานเพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมหรือกิจกรรมดี ๆ ของสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้ที่ www.ditp-design.com และwww.facebook.com/DitpValueCreation/

"จุรินทร์" มอบ DITP เดินหน้าช่วยผู้ประกอบการอาหาร/เครื่องดื่ม จัด"“THAIFEX - Virtual Trade Show”

 


กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประกาศความพร้อมจัดการเจรจาธุรกิจออนไลน์ Virtual - Online Business Matching สำหรับสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ในวันที่ 29 กันยายน - 3 ตุลาคมนี้ ตั้งเป้ากระตุ้นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของไทยให้ขยายตัวหลังจากเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งตอบโจทย์ผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าจากต่างประเทศ ให้สามารถเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทยได้จากทุกมุมโลก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า     Virtual - Online Business Matching หรือ V-OBM เป็นกิจกรรมพิเศษที่จะจัดขึ้นในงานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง THAIFEX - Virtual Trade Show (THAIFEX-VTS) ซึ่ง DITP จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทย รวมถึงธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอสินค้า บริการ และร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าจากต่างประเทศได้สะดวกและง่ายขึ้น ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com

โดยในการเข้าร่วมกิจกรรม V-OBM นั้น ผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าสามารถเลือกผู้ประกอบการตามหมวดหมู่     ชื่อบริษัท หรือสินค้าที่สนใจ เพื่อทำการนัดหมายเจรจาธุรกิจผ่านระบบ โดยเลือกช่วงเวลานัดหมายตามวันเวลาที่เหมาะสมกับไทม์โซนที่ต่างกันของแต่ละประเทศ

“การจับคู่เจรจาธุรกิจ V-OBM ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นจำนวนมาก  มีผู้ประกอบการสินค้าอาหารกลุ่มใหม่ๆ เข้าร่วมเพิ่มจากเดิม ได้แก่ สินค้าอาหารฮาลาล, สินค้าอาหารออแกนิกส์ และสินค้าอาหารแห่งอนาคต (Future Food) รวมถึงสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI Products) สะท้อนให้เห็นการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากผู้ค้าอย่างกว้างขวาง เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถจัดงานในรูปแบบออฟไลน์ได้ตามปกติจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 การจัดงานแบบออนไลน์จึงเป็นช่องทางที่จะทำให้ผู้ขายได้พบกับผู้ซื้อ/ผู้นำเข้า โดยมีผู้ประกอบการไทยสมัครเข้าร่วมการเจรจาธุรกิจออนไลน์แล้วจำนวน 368 บริษัท มีผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าลงทะเบียนเข้าชมงานและนัดหมายเพื่อเจรจาธุรกิจล่วงหน้ากว่า 1,433 ราย จาก 99 ประเทศ เราตั้งเป้าหมายว่างานนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทยได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น สามารถนำเงินเข้าประเทศได้กว่า 830 ล้านบาท” นายจุรินทร์ กล่าว

นอกจากกิจกรรม V-OBM แล้ว ผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าที่ลงทะเบียนร่วมงาน THAIFEX – VTS บนแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ยังสามารถเข้าชมงานและเยี่ยมชมบูธที่สนใจได้เสมือนกับการเดินงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในสถานที่จริง สามารถดูรายละเอียดสินค้าแบบ 360 องศา รวมทั้งพูดคุยกับผู้ประกอบการที่จัดแสดงสินค้าผ่าน   V-OBM และการ VDO Call หรือทางข้อความได้ 24 ชั่วโมงผ่านการ Chat มากกว่านั้น ยังมีระบบกระดานสนทนาสำหรับประกาศซื้อ-ขายให้ติดต่อกลับได้ รวมถึงระบบแนะนำสินค้าและบริษัทให้กับผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าสามารถค้นหากันได้ง่ายขึ้น จึงนับได้ว่า THAIFEX – VTS เป็นงานที่มีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ส่งออกของไทยที่กำลังมองหาผู้ซื้อต่างประเทศ และ www.thaifex-vts.com ก็นับเป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคตของสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ที่พร้อมสำหรับการเจรจาธุรกิจได้เต็มศักยภาพ

ผู้ประกอบการที่สนใจธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สามารถลงทะเบียนเข้าชมงาน THAIFEX – VTS ได้ที่ www.thaifex-vts.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)       โทร. 1169 หรือ www.ditp.go.th

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จับมือ ปลัดพม.ลงพื้นที่ ลำพูน ลำปาง และตาก

มอบหน้ากากอนามัยให้กลุ่มเปราะบางและเด็กป้องกันโควิด-19 พร้อมมอบถุงยังชีพ
และเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือชาวบ้านเดือดร้อนจากน้ำท่วมใน 3 อำเภอ จ.ลำปาง 

วันนี้ (27 ก.ย. 64) นางพัชรี  อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้ส่งผล
กระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องและ
มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น กระทรวง พม. จึงมีความห่วงใยกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน ผู้ป่วยติดเตียง พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว และผู้ด้อยโอกาส ทั้งนี้ ในเบื้องต้น จึงจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19  

ซึ่งวานนี้ (26 ก.ย. 64) นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสังคม พร้อมด้วยตน และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ได้บูรณาการร่วมกันลงพื้นที่จังหวัดลำพูน  ลำปาง และตาก เพื่อมอบหน้ากากอนามัยสำหรับผู้ใหญ่ จังหวัดละ  10,000 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 30,000 ชิ้น  และหน้ากากอนามัยสำหรับเด็ก จังหวัดละ 2,000 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 6,000 ชิ้น ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อส่งต่อให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางสำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกทั้งได้มอบนมผงสำหรับเด็ก "พม. ปันสุข"  เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ขาดแคลน โดยเฉพาะครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว ทั้งนี้ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่จะช่วยแจกจ่ายอย่างทั่วถึงต่อไป  




นางพัชรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดลำปาง ได้มีการมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ที่จำเป็น จำนวน 500 ชุด ให้ผู้ประสบปัญหาและได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเถิน สบปราบ และแม่พริก ณ ศาลาการเปรียญ วัดแม่ปะดอย อำเภอเถิน รวบทั้งได้มอบเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 10 รายๆ ละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 20,000 บาท ทั้งนี้ หากกลุ่มเปราะบางและประชาชนประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของโควิด-19 สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่  ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และ อาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ (อพม.)ในพื้นที่

26 กันยายน 2564

อว. ชวนชมสุดล้ำนิทรรศการเสมือนจริงบนยานอวกาศ แสดงผลงานโดยฝีมือคนไทย

พร้อมดึงกูรูปลุกไอเดียสร้างสรรค์ผู้ประกอบการไทยผ่าน BCG โมเดล
รวมสร้างนวัตกรรม คิดต่อยอด ฝ่า “โควิด-19” ผ่านงาน ‘TechnoMart 2021’

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าจัดงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย ประจำปี 2564 หรือ “TechnoMart 2021” ผ่านรูปแบบนิทรรศการออนไลน์เสมือนจริง หรือ Virtual Exhibition ภายใต้แนวคิด  STI for New Normal ระหว่างวันที่ 27 - 29 กันยายน 2564 โดยจำลองยานอวกาศ (อว.TOS) เสมือนผู้เข้าชมได้ท่องไปในโลกเสมือนจริง เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และตื่นตาไปกับผลงานวิจัย ผลงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของคนไทย ผ่าน BCG โมเดล   พร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมกระตุกต่อมความความคิดสร้างสรรค์ผู้ประกอบการไทยร่วมเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสสู่ Thailand NEXT Normal ภายใต้ข้อจำกัดของโรคระบาดที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ด้วยการเสวนา การอบรมเชิงปฏิบัติการ ฟรี !!!! ตลอดงาน  รวมถึงนิทรรศการที่รวมหลากหลายเรื่องราวน่ารู้ กับผลงานการสร้างสรรค์กว่า 200 ผลงานจากนักประดิษฐ์ไทย อาทิ ผลงานด้านสาธารณสุขที่คิดค้นขึ้นโดยนักวิจัยไทย เช่น หุ่นยนต์บนรถเข็นควบคุมทางไกล เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มระยะห่างระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ติดเชื้อ และ “หุ่นยนต์ปิ่นโต 2” ที่ใช้งานง่ายผ่านการควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล มีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานติดต่อกันได้นาน 8 - 9 ชั่วโมง 24 ชม. พร้อมกันนี้ ในงานยังแสดงสินค้า OTOP และสินค้าชุมชมที่ได้รับการพัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม กิจกรรมเล่นเกมชิงรางวัล กิจกรรมการประกวดต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าเยี่ยมชมตลอด 24 ชั่วโมง

รองศาสตราจารย์พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า “งาน TechnoMart มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเผยแพร่ผลงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของหน่วยงานกระทรวง หน่วยงานเครือข่าย และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ กระทรวงฯ พร้อมผลักดันให้เกิดการเจรจาธุรกิจ การพัฒนาผลงานให้ตรงตามความต้องการของตลาด นำไปสู่การสร้างรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน 

และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (COVID-19) ในปีนี้ จึงมีการปรับรูปแบบการจัดงานเป็นการจัดนิทรรศการเสมือนจริง ในรูปแบบออนไลน์ ภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย และคุโณปการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ของในหลวงรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10  และผลงานของกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 80 หน่วยงาน มีผลงานจัดแสดง มากกว่า 200 ผลงาน ”


ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า “ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ เป็นโอกาสดี ที่จะได้เห็นการนำศักยภาพการพัฒนาวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีด้านต่างๆ มาใช้อย่างจริงจัง และจับต้องได้มาร่วมจัดแสดงภายในงานครั้งนี้ ตัวอย่างเช่น ห้องแยกโรคความดันลบ สำหรับโรงพยาบาลสนาม ที่เป็นนวัตกรรม เพื่อลดความเสี่ยงในการทำงานภาคสนาม หุ่นยนต์ปิ่นโต 2 เครื่องผลิตละอองไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์สำหรับฆ่าเชื้อ นวัตกรรมวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 และชุดตรวจโควิด 

การพัฒนาผลงานสู่เชิงพาณิชย์ โดยผลงานด้านต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ทำให้มองเห็นอนาคตที่จะเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทย และนำไทยทะยานสู่อนาคตใหม่ที่ยั่งยืน    ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม 

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ แสดงถึงพระอัจฉริยภาพ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของพระมหากษัตริย์ไทย อันได้แก่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) ขณะเดียวกันยังมีนิทรรศการที่สร้างสรรค์ เพื่อสอดรับกับแนวคิด “BCG Model” ที่เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม โดยมุ่งขับเคลื่อนประเทศด้วยรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตแบบองค์รวม ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ” ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์กล่าวและเพิ่มเติมว่า


“ทั้งนี้ ยังมีพิธีมอบรางวัลสิ่งประดิษฐ์รอบชิงแชมป์ ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นกิจกรรมการประกวดสิ่งประดิษฐ์
ที่มุ่งเน้นการสนับสนุน ส่งเสริมให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้นสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์จากองค์ความรู้ กระบวนการวิจัยและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  นำไปสู่ผลงานที่มีประโยชน์ สามารถใช้งานได้จริง
โดย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เครื่องช่วยแช่ข้าวและบ่มข้าวด้วยวิธีการนึ่ง เพื่อทำข้าวฮางงอก โดย วิทยาลัยสารพัดช่างอุบลราชธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เครื่องผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารจากกาบหมากระบบกึ่งอัตโนมัติ โดยวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่ เครื่องอบกระเทียมดำประหยัดพลังงานเพื่อชุมชน โดย วิทยาลัยเทคนิคลำปาง และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ เตาด้วยไอน้ำอบโอ่งและรมควันปลาเม็งระบบอัตโนมัติ โดย วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี   

ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมงานยังได้พบกับผลงานจากผู้เข้าประกวดแข่งขันในหัวข้อต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วม เช่น การประกวดคลิปรีวิวสินค้า  “Techno MeeDee”, ประกวดวีดิโอประชาสัมพันธ์ชวนคนที่ใช่ ไปออนไลน์ที่ TechnoMart 2021 โครงการประกวดออกแบบอินโฟกราฟิก STI for New Normal กิจกรรมสัมมนา การอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อต่างๆ ที่
จะนำมาประยุกต์ใช้ได้ในปัจจุบัน การจำหน่ายสินค้าที่พัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการร่วมสนุกกับเกมและกิจกรรมต่างๆ เพื่อร่วมลุ้นรางวัลอย่างมากมาย”ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์กล่าวสรุป

ประธานรัฐสภาร่วมกับคณะผู้บริหารพม. ลงพื้นที่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน

มอบหน้ากากอนามัยช่วยกลุ่มเปราะบางและเด็กป้องกันโควิด-19 พร้อมมอบนมผงสำหรับเด็ก

ประธานรัฐสภาร่วมกับคณะผู้บริหารพม. ลงพื้นที่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน มอบหน้ากากอนามัย
ช่วยกลุ่มเปราะบางและเด็กป้องกันโควิด-19 พร้อมมอบนมผงสำหรับเด็ก "พม. ปันสุข"  

วันนี้ (26 ก.ย. 64) นางพัชรี  อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น กระทรวง พม. จึงมีความห่วงใยกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน ผู้ป่วยติดเตียง พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว และผู้ด้อยโอกาส ทั้งนี้ ในเบื้องต้น จึงจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19  


นางพัชรี  อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)

ซึ่งวานนี้ (25 ก.ย. 64) นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสังคม พร้อมด้วยตน และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ได้บูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน เพื่อมอบหน้ากากอนามัยสำหรับผู้ใหญ่ จังหวัดละ10,000 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 30,000 ชิ้น  และหน้ากากอนามัยสำหรับเด็ก จังหวัดละ 2,000 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 6,000 ชิ้น ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อส่งต่อให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางสำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 

อีกทั้งได้มอบนมผงสำหรับเด็ก "พม. ปันสุข"  เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ขาดแคลน โดยเฉพาะครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว ทั้งนี้ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่จะช่วยแจกจ่ายอย่างทั่วถึงต่อไป  

นางพัชรี กล่าวเพิ่มเติมว่า หากกลุ่มเปราะบางและประชาชนประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของโควิด-19 สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่  ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน
พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และ
อาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ (อพม.) ในพื้นที่

วันนี้ (26 ก.ย. 64) นางพัชรี  อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น กระทรวง พม. จึงมีความห่วงใยกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน ผู้ป่วยติดเตียง พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว และผู้ด้อยโอกาส ทั้งนี้ ในเบื้องต้น จึงจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19  

ซึ่งวานนี้ (25 ก.ย. 64) นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสังคม พร้อมด้วยตน และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ได้บูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน เพื่อมอบหน้ากากอนามัยสำหรับผู้ใหญ่ จังหวัดละ  10,000 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 30,000 ชิ้น  และหน้ากากอนามัยสำหรับเด็ก จังหวัดละ 2,000 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 6,000 ชิ้น ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อส่งต่อให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางสำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 

อีกทั้งได้มอบนมผงสำหรับเด็ก "พม. ปันสุข"  เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ขาดแคลน โดยเฉพาะครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว ทั้งนี้ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่จะช่วยแจกจ่ายอย่างทั่วถึงต่อไป  

นางพัชรี กล่าวเพิ่มเติมว่า หากกลุ่มเปราะบางและประชาชนประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของโควิด-19 สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่  ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และ อาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ (อพม.) ในพื้นที่

25 กันยายน 2564

La Verda BNG คุณภาพชีวิตที่ดีเริ่มต้นได้จากการมีสุขภาพที่ดี

ลาเวอร์ด้า บีเอ็นจี (La Verda BNG) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แก้ง่วง เสริมความจำ ลดความเบลอ เพื่อตอบโจทย์ สายนอนดึก สายตื่นเช้า สายเรียน สายกิจกรรม สายทำงาน สายพรีเซ็นท์ สายเอ็กซ์ตรีม ไอเทมที่ขาดกันไม่ได้ในยุคนี้

จุดเด่นผลิตภัณฑ์ เป็นน้ำมันคริลล์ สารสกัดนำเข้าจากประเทศนอร์เวย์ ช่วย “เพิ่มความจำ” และ “บำรุงระบบประสาทและสมอง” และมีสารสกัดใบชาเขียว มีคาเฟอีนตามธรรมชาติ ช่วย “แก้ง่วง” และ “ลดอ่อนเพลีย” แล้วยัง “ไม่ทำให้ใจสั่น” และ “กลางคืนหลับสบายปกติ” อีกด้วย และมีวิตามินบี12 และ ทอรีน ช่วยให้ “สมองไม่เบลอ” ทำให้ “คิดอะไรก็ออก” ส่วนสารสกัดทุกชนิด ผลิตจาก “ธรรมชาติ 100%” มั่นใจ “ไม่สะสม” ในร่างกาย




ซึ่งแบรนด์ ลาเวอร์ด้า ริเริ่มจากความเชื่อที่ว่า คุณภาพชีวิตที่ดีเริ่มต้นได้จากการมี "สุขภาพที่ดี" ของคุณศรัญญา พัทธยากร ผู้บริหารบริษัท ซึ่งมีประสบการณ์ด้านงานการตลาดมาอย่างยาวนาน ส่วนผลิตภัณฑ์มีให้เลือก 2 ขนาดบรรจุ คือ แบบแผงพกพา บรรจุ 10 เม็ดซอฟท์เจล ราคาเริ่มต้น 290 บาท และแบบขวด บรรจุ 25 เม็ดซอฟท์เจล ราคาเริ่มต้น 699 บาท


 ช่องทางติดต่อ : La Verda BNG

- Line: @laverdalife

- Website: https://laverdalife.com/

- Lazada: https://bit.ly/3mifU7o

- Shopee: https://bit.ly/37HDXIU

 - Facebook: https://www.facebook.com/laverda.life

- Instagram: @laverda.life

Call center : 093 626 2282

รมว.พม. ประชุม ทีม One Home จ.พิษณุโลก เร่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้ชาวบ้านเดือดร้อนจากโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่

วันนี้ (26 ก.ย. 64) นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์       (รมว.พม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานการขับเคลื่อนตามภารกิจกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของจังหวัดพิษณุโลก ครั้งที่ 2/2564 ร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวง พม. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และหัวหน้าหน่วยงาน ทีม One Home พม. จังหวัดพิษณุโลก ว่า ที่ประชุมมีการรายงานเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ตามแผนการพัฒนาระบบรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งคาดว่าจะทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในแนวเขตที่ดินการรถไฟจังหวัดพิษณุโลกทั้งสองฝั่งของทางรถไฟรวม 11 สถานี ได้รับผลกระทบ จำนวน 11 ชุมชน รวม 1,907 หลังคาเรือน 

ซึ่งขณะนี้ กระทรวง พม. โดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้ดำเนินกระบวนการสำรวจพบผู้เดือดร้อน จำนวน 261 หลังคาเรือน และใช้กระบวนการขับเคลื่อนแบบมีส่วนร่วมกับผู้เดือดร้อน เพื่อแก้ไขปัญาหาที่อยู่อาศัยดังกล่าว ทั้งนี้ มีการเตรียมแผนรองรับไว้ช่วยเหลือแล้ว โดยใช้รูปแบบของโครงการบ้านมั่นคงของ พอช. และโครงการบ้านเคหะสุขประชาของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ซึ่งแบ่งออกเป็น 1) ทำสัญญาเช่าบนที่ดินเดิมกับการรถไฟฯ ระยะยาว 30 ปี และ 2) ย้ายไปยังที่ดินใหม่ ไม่ไกลจากที่ดินเดิมภายในระยะทาง 5 กิโลเมตร ทั้งนี้ ได้กำชับให้ พอช. เร่งสำรวจผู้เดือดร้อนเพิ่มเติม ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการและผลกระทบที่เกิดขึ้น และหาแนวทางข้อเสนอการปรับปรุงที่อยู่อาศัยร่วมกับชุมชน

นายจุติ กล่าวต่อไปว่า เรื่องการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างมีประสิทธิภาพ จะใช้ข้อมูลจากสมุดพกครอบครัวที่มีข้อมูลในมิติต่างๆ ของกลุ่มเปราะบาง อาทิ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง แม่เลี้ยงเดี่ยว และคนด้อยโอกาส ทำให้ทราบปัญหาและความต้องการ เพื่อให้ความช่วยเหลือต่างๆ อย่างเร่งด่วน โดยคาดว่าจะสามารถเก็บข้อมูลทั้งจังหวัดพิษณุโลกภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 สำหรับกลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวจะให้การส่งเสริมอาชีพทักษะพิเศษที่หุ่นยนต์ทำไม่ได้ อาทิ Hair Specialist ที่เป็นมากกว่าช่างทำผม แต่มีความสามารถทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผมจากพืชสมุนไพรเพื่อมูลค่าเพิ่ม โดยจะส่งเสริมให้กลุ่มเปราะบางในนิคมสร้างตนเองปลูกพืชสมุนไพรเป็นวัตถุดิบ 

จากนั้น จะส่งให้ พอช. นำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงาม แล้วจะส่งขายไปยังตลาดของ กคช. ที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนหลายแสนครอบครัวในโครงการต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ จะสนับสนุนอาชีพ เชฟ (Chef) ทำอาหาร โดยจะเปิดสอนหลักสูตร Master Chef จำนวน 2 รุ่น ภายในปี 2564 และอีก 5 รุ่น ในปี 2565 รวมทั้งเปิดสอนหลักสูตรบาร์เทนดี้    

นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องการช่วยเหลือเด็ก โดยเฉพาะเด็กชาติพันธุ์จะสนับสนุนให้มีโอกาสได้เข้าเรียนในกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักการเกษตรสมัยใหม่ และช่างสมัยใหม่ สำหรับเด็กออทิสติก จะให้ อปท. ทุกแห่ง ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลครอบครัวเด็กออทิสติก เพื่อทำแผนที่ทางสังคมสำหรับให้ความช่วยเหลือต่างๆ ต่อไป  อีกทั้งสำรวจจำนวนครูที่มีความพร้อม เป็นครูจิตวิทยาที่สามารถดูแลเด็กออทิสติกได้ ในโรงเรียนร่วมทั้ง 461 แห่ง นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้ทุกตำบลมีห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ โดยดึงสภาเด็กและเยาวชนเข้ามาช่วยด้วย