แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IT แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IT แสดงบทความทั้งหมด

30 พฤษภาคม 2569

“สายสีแดง” เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ชำระผ่านแอป “เป๋าตัง” เริ่มวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานซึ่งเกิดจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง พร้อมเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งรัฐบาลจะร่วมจ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชนชำระเอง 40% โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ สามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารผ่านทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 4 เดือน โดยมีเงื่อนไขสำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการที่สำคัญ ดังนี้

- ต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

- ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

- ต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกเฟสที่ผ่านมาในอดีต

- สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส" ใช้ได้สำหรับการซื้อเหรียญโดยสารเท่านั้น

- ไม่สามารถขอคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ (Refund)

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส โทรหมายเลข. 0 2111 1122 (กด 2 สำหรับประชาชน และกด 3 สำหรับร้านค้า) ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

24 ธันวาคม 2568

SHEEP หนุนพลังวัยรุ่น ร่วมสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ผู้นำเชียร์แห่งจุฬาฯ รุ่นที่ 76 เชื่อมต่อ ไลฟ์สไตล์ Gen Z

 


“SHEEP”เคสสัญชาติไทย ผู้ผลิตและออกแบบแก็ดเจ็ตที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของสินค้าและคำนึงถึงภาพลักษณ์การใช้งานของผู้ใช้ ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าไทยจากร้านAppleSheep แหล่งรวมสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์และไอที เดินหน้าสานต่อบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ล่าสุด ร่วมเป็นสปอนเซอร์หลัก ในการจัดกิจกรรม คัดเลือกผู้นำเชียร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่76    กิจกรรมสำคัญที่สะท้อนพลัง ความมั่นใจ และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ของนิสิตจุฬาฯ พร้อมตอกย้ำแนวคิดของแบรนด์ที่ต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่                        

นายอภินันท์ ตรีรัตน์พิจารณ์ (คุณตุ่ย)  Founder&CEO บริษัท  ชีพ แก็ดเจ็ต จำกัด กล่าวว่า “SHEEP เป็นแบรนด์โดยคนไทย ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าและการออกแบบ ควบคู่ไปกับการพาแบรนด์เข้าไปเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เราเชื่อว่ากิจกรรมคัดเลือกผู้นำเชียร์ลีดจุฬาฯ เป็นพื้นที่ที่สะท้อนพลัง ความมั่นใจ และตัวตนของคนรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับดีเอ็นเอของแบรนด์ SHEEP”                           



การร่วมสนับสนุนกิจกรรมการเฟ้นหาผู้นำเชียร์ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการสื่อสารแบรนด์ที่มุ่งเชื่อมโยง SHEEP เข้ากับชีวิตประจำวันของกลุ่ม Gen Z ผ่านกิจกรรมที่มีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมของรั้วมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะกิจกรรมเชียร์แห่งจุฬาฯ ซึ่งแบรนด์ SHEEP สนับสนุนความกล้าแสดงออก ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีมของนิสิต  

โดยกิจกรรมคัดเลือกผู้นำเชียร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 76 ครั้งนี้ SHEEPได้ร่วมเป็นสปอนเซอร์หลัก นอกจากนั้นยังได้สนับสนุนอุปกรณ์แก็ดเจ็ตลไอเทมจากแบรนด์ อาทิเคสไอโฟน,เคสไอแพค ,แมคบุ๊คเคส ฯลฯ เพื่อให้นักศึกษาได้นำไปใช้งานจริงตลอดกิจกรรม ช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านความพร้อม ความคล่องตัว และความมั่นใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้งานจริง ซึ่งช่วยต่อยอดการจดจำแบรนด์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ” นายอภินันท์ กล่าวทิ้งท้าย                         




สำหรับกิจกรรมคัดเลือกผู้นำเชียร์ลีดเดอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 76 จัดขึ้นที่ศาลาพระเกี้ยว ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก ภายในบริเวณงานแบรนด์ SHEEP ยังได้ร่วมออกบูธนำสินค้าคอลเลคชั่นใหม่มาร่วมโชว์และจำหน่าย สำหรับผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายจำนวนทั้งสิ้น 35คน ประกอบด้วยหลากหลายรอบการแข่งขัน อาทิ รอบเดินแบบ รอบการนำเชียร์ รอบตอบคำถาม และรอบการแสดงโชว์คะแนน ซึ่งสะท้อนทั้งบุคลิกภาพ ความสามารถ และศักยภาพของผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างครบถ้วน                      

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการ ร่วมตัดสินและให้คำแนะนำ สร้างสีสันและแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างใกล้ชิด โดยผลการตัดสินมีผู้ที่ได้เป็นผู้นำเชียร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 76 มีทั้งสิ้น 15 คน และผู้ที่ได้ SUPERVOTE  by SHEEP ได้แก่ A06 ฮันนี่- ธยาดา หัตถเจริญกิจคณะพาณิชย์ศาสตร์ และการบัญชี ชั้นปีที่ 2 จะได้มาร่วมงานถ่ายแบบคอลเลคชั่นใหม่กับแบรนด์อีกด้วย โดยมีนายอภินันท์ ตรีรัตน์พิจารณ์ (คุณตุ่ย) Founder & CEO บริษัท ชีพ แก็ดเจ็ต จำกัด เป็นผู้มอบรางวัล SUPERVOTE  by SHEEP   เพื่อเป็นกำลังใจและแรงผลักดันให้กับนักศึกษาในการพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อไป  ทั้งนี้ผู้ชนะทั้ง15 คน จะได้เป็นผู้นำเชียร์ฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้านี้ 

การร่วมเป็นสปอนเซอร์หลักการจัดกิจกรรมการคัดเลือกผู้นำเชียร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 76 ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของแบรนด์SHEEP ในการสร้างความใกล้ชิดกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมที่มีความหมาย และสะท้อนจุดยืนของแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับไลฟ์สไตล์ของ Gen Z อย่างแท้จริง

 

28 พฤศจิกายน 2567

บมจ. เออาร์ไอพี เปิดงาน “COMMART TECHXPRO” มหกรรมสินค้าไอที ส่งท้ายปี

ครบจัดเต็ม พบกัน 28 พ.ย. – 1 ธ.ค. 67 ที่ไบเทค บางนา  

เริ่มแล้ว! มหกรรมสินค้าไอทีส่งท้ายปี 2567 “COMMART TECHXPRO” ครั้งที่ 66 โดย บมจ.เออาร์ไอพี และพันธมิตรแบรนด์และผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที ชวนสัมผัสสินค้าเทคโนโลยี AI PC เจนใหม่ และบูธสินค้าไอทีกว่า 200 ร้านค้า จัดเต็มสินค้าและโปรโมชั่น และการเซลล์ใหญ่ครั้งสุดท้ายส่งท้ายปี พร้อมด้วยความร่วมมือสุดเอ็กคลูซีฟ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดโซนพิเศษในธีม Tech Tiew Thai by TAT  แสดงผลงานสร้างสรรค์คีย์แคปจากฝีมือคนไทย ตอบรับนโยบาย Thailand Soft Power ผ่านกิจกรรมประกวดออกแบบคีย์แคปตามโจทย์ TECH TIEW THAI CONTEST โดยจะมีการมอบรางวัล พร้อมจัดแสดง 9 ผลงานออกแบบที่ได้รับรางวัลในโซนเทค เที่ยวไทย และผลงานที่ชนะเลิศและเข้ารอบจะนำไปผลิตจริงเพื่อทูลเกล้าถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย พบกันวันที่ 28 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา 






นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เออาร์ไอพี กล่าวว่า “ในฐานะผู้จัดงานมหกรรมแสดง
สินค้าและเทคโนโลยี ไอซีที “คอมมาร์ต” ต่อเนื่อง 24 ปี นอกจากจะมีแบรนด์สินค้าไอทีจากหลากหลายแบรนด์ต่างประเทศแล้ว ก็ยังมีแบรนด์สินค้าคุณภาพจากไทยเข้าร่วมออกบูธด้วย ในครั้งนี้จึงเกิดแนวคิดที่จะนำแบรนด์ไอทีสัญชาติไทย มานำเสนอผลงานในโซนกิจกรรมพิเศษ Tech Tiew Thai by TAT โดยชูไฮไลต์กับผลงานสร้างสรรค์จากฝีมือคนไทย และเนื่องจากกระแสความนิยม “จัดโต๊ะคอม” ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้คนหันมาสนใจอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ปรับแต่งได้ อย่าง “คัสตอมคีย์บอร์ด” ที่เกิดจากการออกแบบและใส่ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทย อาทิ คีย์แคปสายมู เซ็ตเมาส์ แผ่นรองเมาส์ และที่รองข้อมือลวดลายที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในกลุ่มคนไอทีที่มางานคอมมาร์ต รวมถึงคนทั่วไป  และเพื่อเปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ได้มีเวทีแสดงความสามารถด้านการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การผลิตจริง สื่อสารเรื่อง 5 Must ของ Thailand’s Soft Power สู่ Awareness และ Activities กระตุ้นคนมาทำกิจกรรม จึงได้จัดโครงการประกวดเพื่อเฟ้นหาสุดยอดผลงาน ภายใต้โจทย์ “TECH TIEW THAI CONTEST ให้ความเป็นไทยอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว” โดยเป็นการจัดการประกวดออกแบบคีย์แคปเซ็ต ตามโจทย์ Soft Power ของไทย โดยคาดหวังที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับคนทั่วไปเมื่อได้เห็นหรือใช้คีย์บอร์ดที่ออกแบบโดยนักสร้างสรรค์ชาวไทย แล้วเกิดความต้องการอยากสัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร หรือต้นกำเนิดวัฒนธรรมไทย ถือเป็นสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกทำให้ผู้คนมองเห็นความน่าสนใจและความเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มา กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการเดินทาง ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสถานที่ท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่าย โดยซื้อของที่ระลึก ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตามพันธกิจหลักของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อีกด้วย”

“รวมทั้ง งานคอมมาร์ต ครั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสมาคมไทยไอโอที และบริษัท AiTAN Technology เปิดโซนพิเศษ Smart Home Solutions ที่ให้ผู้ร่วมงานสัมผัสและทดลองใช้งานอุปกรณ์จริงในห้องจำลองด้วยเทคโนโลยี IoT สุดล้ำ ที่นำมาจัดแสดง และมาพร้อม Smart Home package ที่สามารถเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ซึ่งมีส่วนทำให้งาน “COMMART  TECHXPRO” มีความโดดเด่นและน่าสนใจ โดยเฉพาะแฟนคลับคอมมาร์ตต่างรอแหแหนเข้าร่วมงาน อีกทั้งบรรยากาศในงานปีนี้ ยังมีโปรสุดคุ้ม ตลอด 4 วัน ผู้บริโภคได้สินค้าครบจัดเต็ม ทั้งโน๊ตบุ๊ค, คอมพิวเตอร์ DIY, สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, สมาร์ตโฮม, เกม, แกดเจ็ต, พริ้นเตอร์ ซอฟต์แวร์ และสินค้าไอที Rare Item  ต้องมา “COMMART  TECHXPRO”  28 พ.ย. – 1 ธ.ค. 67 ณ Hall 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา” นายบุญเลิศ นราไท กล่าวในตอนท้าย




นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บมจ. เออาร์ไอพี กล่าวว่า “COMMART  TECHXPRO”  ผู้บริโภคจะได้ Update เทคโนโลยีใหม่ๆ ก่อนใคร โดยเฉพาะการมาของ AI PC ในช่วงกลางปีต่อเนื่องมาจนถึงปลายปี จะเห็นว่าการพัฒนาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง งาน “COMMART TECHXPRO ” ระหว่างวันที่ 28 พ.ย. – 1 ธ.ค. 67 จะเป็นงานที่ทุกคนจะได้พบกับดีลที่ดีที่สุดส่งท้ายปี 2567 โดย คอมมาร์ตร่วมกับพันธมิตรได้เตรียมข้อเสนอ โปรโมชั่นและกิจกรรมพิเศษไว้มากมาย ประกอบด้วย

• ลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้า รับฟรี ถุงผ้า Pixma X Commart ดีไซน์ใหม่ ที่ต้องตามสะสม

• Commart Big Bonus ช้อปครบทุก 3,000 บาทได้สิทธิ์ลุ้น Big Bonus ของรางวัลสุดปัง แถมได้สิทธิ์ลุ้นโชค 2 ต่อ ต่อแรก ลุ้นจับรางวัล UPS และเครื่องปรับแรงดันไฟฟ้า, iPhone 16 Pro, การ์ดจอ RTX4070 และ PlayStation 5 Pro จับแจกทุกวันตลอดทั้ง 4 วัน ต่อที่ 2 อัปโหลดใบเสร็จ ผ่าน LINE COMMART ได้ลุ้น Apple AirPods Pro 4 จำนวน 5 รางวัล

• Commart On Top ช้อปครบ 50,000. - แลกคูปองส่วนลดเพิ่ม 500.- (เฉพาะวันพฤหัส – ศุกร์)

• คอมมาร์ตช่วยจ่ายค่าจอดรถ เพียงซื้อสินค้าในงานคอมมาร์ตครบ 30,000.- รับสิทธิ์จอดรถฟรี 3 ชั่วโมง

• คอมมาร์ตอยากแจก สมัครปั๊บรับสิทธิ์ลุ้นฟรี คอมมาร์ตกาชาปอง ลุ้นคูปองส่วนลด สูงสุด 10,000 บาท และของรางวัลอีกมากมาย แค่มางานก็รับไปเลย

• Commart Passport สะสมสแตมป์ครบ รับสิทธิ์ลุ้นฟรี ของรางวัลสุดเซอร์ไพรส์

งาน “COMMART TECHXPRO”  จัดโดย บมจ.เออาร์ไอพี พร้อมด้วยพันธมิตรธุรกิจคับคั่ง อาทิ ACE, AMD, BaNANA, E-Quip, EPSON, iStudio by SPVI, Intel, IT CITY, J.I.B, MSI, SPEED Computer, Studio7, ASUS, Ascenti, Apple Sheep, BeWell, Cougar, Cricut by RTB, Ergotrend, Gamerlab, Lexar, Secretlab, TTRacing Gaming Chair, VEXXO และ เครดิตบูโร 

ร่วมด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) , Loga, สมาคมไทยไอโอที, AiTAN Technology และ Media Partner ได้แก่ Business+, eLeader, techhub, Beartai, ExtremeIT, iT24Hrs., Notebookspec, Overclockzone และชอบโปร เข้าชมงานฟรี! เดินทางสะดวกด้วย รถไฟฟ้า BTS สถานีบางนา  พบกัน 28 พ.ย. – 1 ธ.ค. 67  เวลา 10.00 น. – 21.00 น. ณ EH 98 - 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  

ติดตามข่าวสารโปรโมชั่นและกิจกรรม หรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.commartThailand.com, www.facebook.com/commartThailand , Line:@Commart, และ twitter.com/Commart

08 มิถุนายน 2566

SEAL M SEA อัปเดตใหญ่ครั้งแรก ‘ฉลองเพิ่มคอนเทนต์ใหม่’

Playwith อัปเดตใหญ่ SEAL M SEA ครั้งแรก วันที่ 8 มิถุนายนนี้ ขยาย Max level เป็น 60 พร้อมเปิดแผน
ที่ใหม่ “Western Laywook Forest” อีกทั้งยังเพิ่ม Party Dungeon ใหม่ด้วย เพิ่มระบบพัฒนาตัวละครใหม่ ระบบ ‘Collection’ ระบบหลักใหม่สำหรับการพัฒนาตัวละคร อัปเกรดความสนุกไปด้วยกิจกรรมกิลด์ Guild Mission, Guild Research, Guild Collection

หลังจากที่ Playwith เปิดตัว SEAL M SEA ไปได้ 4 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ความสนุกจางหายไป เราจึงดำเนินการอัปเดตใหญ่ครั้งแรก ซึ่งการอัปเดตครั้งนี้ จะมีการเพิ่มคอนเทนต์เพื่อพัฒนาตัวละครที่หลากหลาย ที่เหล่าผู้เล่นเฝ้ารอคอยกันมา โดยเน้นไปที่การพัฒนาตัวละครด้วยหลากหลายวิธีและตรงกับความต้องการของผู้เล่น โดยเฉพาะในการอัปเดตครั้งนี้จะดึงดูดให้ผู้เล่นสนุกกับการเล่นมากขึ้น ผ่านกิจกรรมกิลด์ที่หลายหลาย ซึ่งจะให้สมาชิกกิลด์สามารถเข้าร่วมทำภารกิจได้ด้วย



นอกจากการขยายเลเวลสูงสุดไปถึง 60 แล้ว ยังเปิดแผนที่ใหม่ “Western Laywook Forest”โดยจะมีหมู่บ้านของชาวยิปซีอยู่ที่ใจกลางแผนที่ใหม่นี้ ซึ่งในที่แห่งนี้เราจะต้องช่วย Tristan และเหล่าอัศวินต่อสู้กับพวกเบล (หรือมอนสเตอร์นั่นเอง) เพื่อปกป้องหมู่บ้าน รวมถึงการเพิ่ม Party Dungeon ใหม่ “Debussy”

ซึ่งจะแตกต่างจากดันเจี้ยนอื่น โดยบรรยากาศจะเป็นแบบลึกลับ น่าค้นหา แต่เหล่านักผจญภัย จะต้องระมัดระวังให้ดี เพราะเหล่ามอนสเตอร์จะหลั่งไหลเข้ามาในแบบที่อาจคาดไม่ถึงที่ “Debussy” จะมีโอกาสได้รับวัตถุดิบในการสร้างอุปกรณ์ในตำนานได้อีกด้วย ดังนั้นดันเจี้ยนนี้จะเป็นที่ดึงดูดของเหล่านักผจญภัยให้เข้ามาท้าทายกันอย่างล้มหลามแน่นอน



อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ จุดที่โดดเด่นที่สุดในการอัปเดตครั้งนี้ก็คือ กิลด์ ซึ่งจะแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่มีเพียงฟังก์ชั่นการเช็กชื่อเพื่อรับเหรียญเท่านั้น จากนี้จะมี Mission และ Research ที่กิลด์จะต้องทำในส่วนของ Mission นั้น เมื่อทำสำเร็จจะได้รับรางวัลและรวมถึงค่าประสบการณ์ของกิลด์ นอกจากนี้ยังสามารถทำการ Research โดยใช้กองทุนกิลด์เพื่อจะได้รับบัฟที่เป็นประโยชน์ได้อีกด้วย


18 พฤษภาคม 2566

อันดับ 1 บน Google Play และ App Store


ข่าวดีสำหรับแฟนเกม MMORPG ทั่วไปและแฟนเกม Seal M โดยเฉพาะ! ภายหลังจากเปิดให้บริการเพียงไม่กี่วัน ทุกคนคงได้เห็นความสำเร็จแบบถล่มทลาย อย่างมาก โดยมียอดการดาวน์โหลด Seal M สูงสุดจาก Google Play Store และ App Store ในประเทศไทย แบบที่เกมไหนๆไม่เคยเป็นมาก่อน! เจอแบบนี้ไม่สามารถหยุดความตื่นเต้นของคุณได้อีกแล้ว

 

ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2566, Seal M ได้รับความนิยมจากผู้เล่นเกม mmorpg หลายรายมาก หรือจะเรียกว่าความคิดถึงคงทำงานแบบต่อเนื่อง ซึ่งทำให้มีการดาวน์โหลด Seal M ใน Google Play Store และ App Store สูงสุดถึงร้อยละ 90 เมื่อเทียบกับเกมอื่นๆในประเทศไทย อ่านแล้วอาจงง แต่มันแปลว่าเกม Seal M มีคนเล่นมากที่สุดตอนนี้ยังไงล่าาาา

นอกจากนี้ การรับรองจากผู้เล่น Seal M ยังได้รับการยืนยันโดยการติดตั้งและรีวิวบน Google Play Store และ App Store ทั้งสองได้รับคะแนนเต็มจากผู้เล่นทั่วโลก ซึ่งเป็นได้แก่ความพึงพอใจในเกมและความน่าสนใจของระบบเกมที่คุณภาพสูง  ด้วยความสำเร็จที่มากขึ้นเรื่อยๆ คงไม่ต้องแปลกใจ Seal M 
จะเป็นหนึ่งในเกม MMORPG ที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยในในตอนนี้และอนาคตอันใกล้แน่นอน!

VDO : [SEAL M SEA] The secret of Kingdom Shiltz (Thailand) และขออนุญาต พูดถึงสิ่งที่ทุกๆท่านจะได้รับผลประโยชน์ ตอบแทนที่ทุกท่านให้ความรักกับเราฟังนะ



“
นักผจญภัยทุกๆท่าน ทีมงาน SealM อยากขอขอบพระคุณเพื่อนๆสำหรับการสนับสนุน”

“ตอนนี้ SealM ของเราเป็นอันดับ 1 ใน Google Play Store และ App Store เรียบร้อยแล้ว”

“เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะอันดับ 1 ทางทีมผู้พัฒนาได้มีของขวัญมาแจกนักผจญภัยทุกคน”

 

🎁ของขวัญจากเรา

👍 Sapphire x1000

👍 Equipment Enhancement Stone x10

👍 Ooparts Summon Ticket x10

👍 HP Potion (M) x1000

👍 MP Potion (M) x1000

👍 Brown Tiger Fat Cat (Guarder) x1

 

สามารถรับของรางวัลได้ตั้งแต่ตอนนี้ ไปจนถึง วันที่ 22 พ.ค. เวลา 23:59 น.
อย่าลืมออกเกมและเข้ามาใหม่เพื่อรับของรางวัล


ทีมงานผู้พัฒนาทุกๆท่านขอขอบพระคุณเพื่อนๆทุกคนสำหรับการสนับสนุนที่มีให้มาโดยตลอดอีกครั้ง


ขอบพระคุณมาก

“Seal M เซิร์ฟเวอร์ไทยได้รับความนิยมอย่างสูงจนทำให้มียอดการดาวน์โหลดสูงสุดในประวัติศาสตร์ของเกมออนไลน์ในไทย ณ ขณะนี้”

 

เท่านั้นยังไม่พอทีมงาน Seal M ยังแจกไอเทมโค๊ดพิเศษ เพื่อขอบคุณแฟนเกม ให้ไปเติมไอเทมโค๊ดนี้ที่หน้าเว็บอีกด้วย (โค้ดใช้ได้จนถึง 10 มิ.ย.นี้)


ดาวน์โหลดเกมที่นี่ ▶ https://bit.ly/41UWZF3

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

Website ▶ https://sea.sealm.com/th

Discord ▶ https://discord.com/invite/sealmsea

Youtube ▶ https://www.youtube.com/@playwiththailand6789ii

16 กุมภาพันธ์ 2566

คิดอะไรไม่ออก นึกถึง ToKo SuperApp ครบจบทุกด้านในAppเดียว

TOKO เชื่อมโยงเข้าถึงทุกพื้นที่ ช่วยสร้างเครือข่ายชุมชน ตั้งปณิธานพัฒนาการท่องเที่ยวเข้มแข็งและยั่งยืน

คุณทศพร จุลโพธิ์ CEO บริษัท ทอส ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง เกิดที่โรงพยาบาลปากช่องนานา ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เรียนจบการศึกษาปริญญาตรีสาขาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรุงเทพฯ แล้วมีความตั้งใจอยากกลับไปทำธุรกิจที่บ้านเกิด ผู้พลิกชีวิตจากนักพนันตัวยง เพราะเจอกับวิกฤติชีวิตความป่วยไข้จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนตั้งจิตอธิษฐานขอกลับตัวกลับใจ ไปสาบานต่อหน้าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ว่า..จะเลิกเล่นการพนันโดยเด็ดขาด จะทำประโยชน์ให้กับสังคม และชุมชน

TOKO แปลว่า ... " มาจากภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่าไร้ขีดจำกัด " " ผมตั้งชื่อนี้เพราะว่า เรียกง่ายติดหูและบังเอิญคำนำหน้าตรงกับชื่อของผมที่ขึ้นต้นด้วยตัว T เช่นกันครับ "


คุณทศพร หรือคุณทศ เล่าให้ฟังว่า " เริ่มต้นจากการทำเดลิเวอรี่ปากช่อง ทำกัน 3 คน พอเรียนจบที่กรุงเทพฯก็กลับบ้านที่ปากช่อง อยากทำส่งของจะทำอย่างไรดี คนอยากสั่งของแต่ไม่ต้องมาจะทำอย่างไร มีคนแนะนำให้ทำเป็นเดลิเวอรี่ ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร เริ่มต้นอย่างแรกตั้งเพจเดลิเวอรี่ มีทีมงาน ช่วยกัน 4 คน และลูกน้อง ปัญหาที่เกิดกับเพจคือตอบแชทไม่ได้ ต่อจากนั้นเลือกใช้บริการ LINE@ ก็ยังไม่ตอบโจทย์ อยากให้ลูกค้าเห็นรายละเอียดมากกว่านั้น สามารถเรียกดูได้ตลอด 24 ชั่วโมง อยากให้เป็นแบบ " ลูกค้าคิดอะไรไม่ออก นึกถึงเดลิเวอรี่ปากช่อง " เลยเป็นขั้นตอนของการทำเว็บต่อมา และเช่า App ใช้เวลาในการให้บริการอยู่ประมาณ 4 ปี ผลตอบรับจากลูกค้าใช้บริการดีมาก

ต่อมา เวลาคนมาเที่ยวเขาใหญ่จะได้ยินคำถามมาว่า น้อง..แถวนี้มีอะไรทานบ้าง มีรถมั้ย แล้วพี่เอาข้อมูลมาจากไหน ทางโรงแรมบอกมาว่าที่นี้มีเดลิเวอรี่ จึงได้เก็บข้อมูลทั้งหมด และเป็นที่มาของการทำ ToKo SuperApp จึงเกิดขึ้น ซึ่งเราก็มีฐานข้อมูลร้านค้า และผู้ให้บริการเดิมอยู่บ้างแล้ว เอาปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้นมาปรับแก้ไข ใช้งบประมาณการลงทุนเกือบ 50 ล้าน โดยมีโจทย์ที่ตั้งไว้คือ จะทำอย่างไรให้ทุกอย่างมันมารวมกันได้หมดใน Appเดียว ที่สำคัญที่สุดคือระบบการเงิน เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประกาศให้ใช้ API ( Application Programming Interface เป็นตัวกลางที่จะทำให้คอยรับคำสั่งต่าง ๆ ประมวลผลและกระทำข้อมูลส่งกลับคืนไปยังคนสั่งโดยอัตโนมัติ ) เลยทำเรื่องขอ กว่าจะผ่านขั้นตอนทั้งหมด ใช้เวลาปีกว่า คุยกับโปรแกรมเมอร์อยากมีกระเป๋าเงิน ( wallet ) ขาจ่าย-ขารับด้วย

API ของ SCB หมายความว่า ลูกค้าจ่ายเงินเข้าทางร้านเลย โดยมาผ่านตัวกลาง ที่App หลังเที่ยงคืนธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชี โดยที่ไม่ต้องมีพนักงานบัญชี ระบบจะตัดอัตโนมัติ และระบบไปผูกกับธนาคารทั้งหมด นี่คือหัวใจหลัก โจทย์ก็ได้มาแล้วว่า ได้ระบบการเงิน ต้องการทำเดลิเวอรี่ และต้องการทำให้เร็วที่สุด โชคดีที่มีโควิดเข้ามา ทำให้พฤติกรรมคนเปลี่ยนชั่วพริบตา แต่ถ้าไม่มีโควิดธุรกิจนี้ก็เหนื่อยหรืออาจจะไม่รอดด้วยซ้ำไป

" ToKo SuperApp " เป็นApplication ที่สามารถบริการด้วยตัวเองได้ ด้วยการผูกลิงก์กับดาวเทียม มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร คือ

1. Real time เป็นการประมวลผลแบบทันที

2. ลูกค้าจ่ายเงินให้กับร้านค้าโดยตรง และร้านค้าจะได้รับเงินหลังเที่ยงคืน โดยธนาคารจะโอนเข้ามายัง App ร้านค้าสามารถถอนเงินได้ตลอด 24 ชม ด้วยระบบด้านการเงินของ SCB

3. ค่า GP ( Gross Profit เป็นค่าบริการระบบที่ร้านจ่ายให้กับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ในจำนวนหรืออัตราที่แตกต่างกัน ) ถูกมากๆ

4.วิธีการใช้งานง่าย มีรายละเอียด แยกเป็นประเภท อาหาร ที่พัก รถยนต์ การบริการ ร้านค้า ตลาด

ต่อจากนี้..คนที่มาท่องเที่ยวจะเห็นว่าบริเวณนี้มีอะไรหรือว่ามีร้านค้าร้านผู้ประกอบการเล็กๆ SME จะเห็นหมดเลยว่าอยู่ตรงไหนแล้วมันก็จะพาไป แม้แต่ร้านขายของชำก็ไปถึงได้ ร้านค้าต่างๆก็สามารถเปิดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ร้านค้าต่างๆสามารถสมัครเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในTo Ko SuperAppได้

ในเรื่องของรถ คนที่ไม่มีงานหรืออยากได้พาร์ทไทม์อยากได้รายได้เสริมสามารถวิ่งได้ จอดรถได้ที่บ้านของตัวเอง เพราะลูกค้าจะเห็นรถของคุณจากดาวเทียม ลูกค้าจะเรียกจากที่บ้านแล้วคุณออกมารับลูกค้า คุณก็จะได้เงินตั้งแต่คุณบิดและไปส่งถึงจุดหมาย ลูกค้าจะเห็นรถที่จะให้บริการแต่ละประเภท เช่น รถยนต์ กระบะ รถตู้ รถหกล้อ และ มอเตอร์ไซค์บนดาวเทียมเพราะเป็นระบบเรียลไทม์ทั้งหมด ซึ่งจะมีบริการที่จะให้ลูกค้าเลือก3ประเภท ขนส่ง ราคาเหมา และฝากซื้อของ ที่แรกในประเทศไทย

" To Ko SuperApp " พร้อมเปิดใช้งาน สามารถดาวน์โหลดกันได้แล้ว ปัจจุบันเน้นบริการในเขตพื้นที่ปากช่อง-เขาใหญ่ และจะขยายออกไปทั่วประเทศในอนาคตข้างหน้า ร้านค้าหรือผู้สนใจเข้าร่วม สามารถสมัครได้ฟรี โดยเข้าไปที่ To Ko SuperApp จะมีรูปแบบการสมัคร คลิกเข้าไปได้เลย "

" คิดอะไรไม่ออก นึกถึง To Ko SuperApp "

คุณทศ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า " อยากให้ทุกคนได้ใช้ To Ko SuperApp คือผมตั้งใจทำเต็มที่ สามารถแก้ไขปัญหารายละเอียดหรือปัญหาภายในร้านหรือยิบย่อยในการบริหารจัดการภายในร้านได้หมด อยากให้หันมาใช้แอปคนไทยเยอะๆ ผมมั่นใจว่าถ้าคุณได้เริ่มใช้ คุณจะรู้สึกแฮปปี้ตอนแรกอาจรู้สึกว่ามันยากแต่ใช้ไปแล้วคุณติดใจแน่นอนครับ "

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ทอส ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

29/1 ถนนเทศบาล 26 ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130

10 มกราคม 2566

TRAViZGO (ทราวิซโก) ชวนทุกคนหาเรื่องเที่ยวกับดีลสุดคุ้ม ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

ตอบรับทุกการเดินทางท่องเที่ยวด้วย TRAViZGO SuperApp 

เพิ่งผ่านปีใหม่ได้ไม่กี่วัน หลายคนน่าจะได้วาง New Year’s Resolutions ว่าปีนี้จะตั้งเป้าหมายใหม่ให้กับตัวเองอย่างไรบ้าง ซึ่งในปี 2023 นี้อยากชวนทุกคน #หาเรื่องเที่ยว ทำเป็น Journey’s Resolutions แอดเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวเข้าไปในปณิธานปีใหม่ เพื่อปลดปล่อยพันธนาการ หลังจากเก็บตัวพักผ่อนกันมานานกว่า 3 ปี ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะก้าวออกจากบ้าน ออกไปสู่โลกกว้าง เปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งการสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามที่ได้พักฟื้นมาเต็มที่ และเรียนรู้วิถีชีวิตที่แตกต่างในแต่ละพื้นที่ เมื่อโลกเปิด เราต้องปรับ ชีวิตจะได้เปลี่ยน เข้าสู่ ปี 2023 ทั้งที จะปล่อยให้ชีวิตนิ่งอยู่กับที่ได้ไง มา #หาเรื่องเที่ยว กันได้แล้ว และใครที่ยังไม่ได้วางแผนท่องเที่ยว หรือมีตัวเลือกในใจแล้วแต่ยังตัดสินใจไม่ได้สักที ขอแนะนำ #TRAViZGOSuperApp ที่มาพร้อมกับ #TRAViZGOBigBonus ที่เค้าจัดหนัก แจกกันจริง ๆ ลดกันจุก ๆ สูงสุด 15,000 บาท ทั้งการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก แพ็คเกจทัวร์ ที่จะช่วยให้ทุกคน #หาเรื่องเที่ยว ได้อย่างคุ้มค่าตลอดปี



แม้ว่าชื่อ #TRAViZGOSuperApp อาจจะยังใหม่สำหรับหลาย ๆ คน แต่เจ้าของผู้ที่ทำการพัฒนา คือ บริษัท ทราวิซโก อินโนเทค จํากัด (TRAViZGO INNOTECH LTD.) หรือ “TRAViZGO” (ทราวิซโก) ภายใต้การบริหารงานของ คุณณัฐเศรษฐ วงศ์วัฒนากานต์ CEO นั้น ไม่ได้เป็นหน้าใหม่ในเรื่องการบริการด้านการท่องเที่ยว แต่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริการด้านการท่องเที่ยวมามากกว่า 20 ปี ผู้ขับเคลื่อนธุรกิจบนพื้นฐานความเชี่ยวชาญ ผ่านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นเต็มรูปแบบที่ ‘ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (User Centric)’ เพื่อ ‘ค้นหา’ และ ‘ตอบสนอง’ ทุกความต้องการท่องเที่ยวในแต่ละไลฟ์สไตล์ของลูกค้า #TravelandLifestyle ที่ให้บริการโดยทีมงานมืออาชีพแบบ #OnlineToOffline โดยใช้ทั้งดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและอำนวยความสะดวก และสนับสนุนด้วยผู้ชำนาญการด้านการท่องเที่ยว (Travel Specialist) ในการตอบสนองความต้องการเฉพาะด้าน ทำให้สามารถตอบโจทย์ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับการยอมรับในคุณภาพและมาตรฐานการบริการยืนหนึ่งในใจลูกค้าอย่างต่อเนื่องมาตลอด 22 ปี จนเติบโตเป็นสตาร์ทอัพดาวรุ่งระดับ #เซนทอร์ #Centaur สถานะเป็น Travel Tech Startup อันดับ 1 ของไทย และในวันนี้เราได้ทรานส์ฟอร์มไปเป็นซุปเปอร์แอป ด้วย #TRAViZGOSuperApp จะยิ่งทำให้ #ทราวิซโก มีความพร้อมที่รับการระดมทุนรอบถัดไปเพื่อก้าวสู่การเป็น #ยูนิคอร์น ด้านการท่องเที่ยวตัวแรกของประเทศไทย (The First Thailand Travel Tech UNICORN) และพร้อมทะยานสู่ท็อป 100 ของบริษัทเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Top 100 Tech Company in ASIA) ด้วยเป้าหมาย 5 ล้านดาวน์โหลด ภายในสิ้นปี 2566 และ 10 ล้านดาวน์โหลด ภายในปี 2570  คาดการณ์รายได้ 3,500 ล้านบาท ในปี 2566 และทะลุ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเรื่องท่องเที่ยวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทยและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไม่ต่ำกว่า 28,000 ล้านบาท ในปีนี้



#TRAViZGOSuperApp มาพร้อมกับดีลที่โดนใจ มัดใจทุกไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยว ด้วยความคุ้มค่าในทุกข้อเสนอ พร้อมตอบโจทย์และสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมแก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก ด้วยบริการที่หลากหลายครบถ้วน อาทิ การจองตั๋วเครื่องบิน (Air Ticket) แพ็คเกจทัวร์และการจัดทัวร์ตามความต้องการ (Package Tour & Incentive Tour) โรงแรมที่พัก (Accommodation) กิจกรรมนันทนาการและสุขภาพ (Recreation Activities & Wellness) รถเช่า (Car Rental) เรือสำราญ (Cruise) รถไฟ (Train) บริการวีซ่า (VISA Services) ประกันภัยการเดินทาง (Travel Insurance Services) และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ

#TRAViZGO มอบความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นให้กับสมาชิก #ทราวิซโก ด้วยแคมเปญ #หาเรื่องเที่ยว แอปเดียวครบ จบที่ทราวิซโก พร้อมจัดหนักแจกจริง #TRAViZGOBigBonus แบบจุก ๆ สูงสุดมูลค่า 15,000 บาทต่อคน เพื่อขอบคุณทุกความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับบริษัทมาตลอด 22 ปี และต้อนรับสมาชิกใหม่ #ทราวิซโก เพื่อให้ทุกคน #หาเรื่องเที่ยว ได้อย่างสบายใจ คุ้มค่าตลอดทั้งปี

โดยเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา #ทราวิซโก ได้จัดงานเปิดตัว #TRAViZGOSuperApp Grand Opening สุดยิ่งใหญ่ ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แบบเรียกเสียงกรี๊ดสนั่นจนห้างแตก #ทราวิซโก ได้นำ 2 คู่จิ้นสุดฮอตแห่งยุค #ซีนุนิว ซี-พฤกษ์ พานิช / นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ และ #แจมฟิล์ม แจม-รชตะ หัมพานนท์ / ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ  มาจัดกิจกรรม FanMeet อย่างใกล้ชิดกับแฟน ๆ แบบจิ้น ยกกำลังสอง ต๊าซสุด ฟินจิกหมอน โดยในงานเปิดตัวนี้ #TRAViZGO ยังจัดหนักแจกจริง แจกให้ก่อนใคร 5,000 #TRAViZGOBigBonus (เทียบเท่ามูลค่า 5,000 บาท) รับไปเต็ม ๆ พร้อมของที่ระลึกสุดพิเศษ แถมรางวัลแพ็คเกจทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก รวมมูลค่ากว่าแสนบาท สำหรับผู้ที่มาร่วมงานเปิดตัวดังกล่าว


สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสร่วม FanMeet กับ 2 คู่จิ้นสุดฮอต #ซีนุนิว และ #แจมฟิล์ม ในงานเปิดตัว #TRAViZGOSuperApp Grand Opening ไม่ต้องเสียใจไป #ทราวิซโก ใจดี ชวนแฟนคลับทุกคน #หาเรื่องเที่ยวเมืองไทย กับโปรแกรมสุดพิเศษ #TRAViZGOxZeeNuNew ทราวิซโกพาล่องเรือยอร์ชสุด Exclusive 2 วัน 1 คืน และร่วมกิจกรรม FanMeet แบบใกล้ชิดกับ #ZeeNuNew นอกจากนี้ #ทราวิซโก ยังใจดีมากขึ้นด้วยการชวน #หาเรื่องเที่ยวเปิดประสบการณ์สู่โลกกว้าง กับโปรแกรมสุดพิเศษ #TRAViZGOxJamFilm ทริปในฝันโตเกียว โอซาก้า ภูเขาไฟฟูจิ ชมซากุระ 6 วัน 4 คืน พร้อมโอกาสร่วมกิจกรรม FanMeet แบบใกล้ชิดกับ #JamFilm เพียงทำตามเงื่อนไขง่าย ๆ ชวนเพื่อนดาวน์โหลดและสมัครเป็นสมาชิก #TRAViZGOSuperApp ตามเงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้น ก็มีสิทธิลุ้นไปร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟแล้ว จิ้นใครชอบใคร เลือกทริปได้เลย



ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่มี #TRAViZGOSuperApp อยู่ในมือถืออยู่แล้ว หรือยังไม่ได้ดาวน์โหลด ให้ทุกคนเตรียมโหลดแอปให้พร้อม เพราะวันที่ 17 มกราคม 2566 จะเป็นวันดีเดย์ ที่ #TRAViZGO จัดหนัก แจกจริง วันเดียวเท่านั้น ไม่จำกัดจำนวนดาวน์โหลดและลงทะเบียน แล้วจะได้รับ 10,000 #TRAViZGOBigBonus กันแบบจุก ๆ  (เทียบเท่ามูลค่า 10,000 บาท) !!!! แบบนี้เรียกว่าพลาดไม่ได้แล้ว เพื่อให้ทุกคน #หาเรื่องเที่ยว ได้อย่างคุ้มค่าตลอดทั้งปี เฉพาะสมาชิก #TRAViZGO เท่านั้น

สำหรับช่องทางโซเชียลมีเดียของ TRAViZGO 

Website  : https://www.TRAViZGO.com/

LINE Official: @TRAViZGO

Facebook : https://www.facebook.com/TRAViZGO/ 

Instagram : https://www.instagram.com/TRAViZGO/ 

Twitter : https://www.twitter.com/TRAViZGO/ 

TikTok : @TRAViZGO

#TRAViZGO

#TRAViZGOSuperApp

#TRAViZGOBigBonus 

#หาเรื่องเที่ยวกับTRAViZGO 

#TRAViZGOxZeeNuNew 

#TRAViZGOxJamFilm

26 พฤศจิกายน 2565

Blockchain Thailand Genesis2022 : Road to Web3” เปิดประตูสู่โลกอนาคต หวังสร้างโอกาสทองเศรษฐกิจไทย

ยิ่งใหญ่ ล้ำสมัย  สมชื่องานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย


ยิ่งใหญ่ ล้ำสมัย !! สมเกียรติที่ได้ชื่อว่าเป็นงานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยกับงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022” ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 ภายใต้ธีม “Road to Web3” ที่งานนี้นับว่าเป็นการสร้างโอกาสให้กับคนไทยได้เรียนรู้โลกยุคใหม่ กับยุควิวัฒนาการ Web 3.0 อนาคตโลกอินเตอร์เน็ตที่ไร้ตัวกลาง โดยคาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นการสร้างโอกาสทองครั้งสำคัญสำหรับคนไทย ธุรกิจไทย เพื่อความมั่นคง ยั่งยืน และดีขึ้นของเศรษฐกิจไทยไทยให้ก้าวขึ้นเป็นอันดับต้นของอาเซียน 

นายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย กล่าวว่า สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เป็นองค์กรหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่แห่งสินทรัพย์ดิจิทัล โดยคาดหวังให้สมาคมฯ เป็น

ส่วนหนึ่งในการให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจในวงการ Cryptocurrency (สินทรัพย์ดิจิทัล) ได้เข้าใจถึงเทคโนโลยี Blockchain (บล็อกเชน) อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการในประเทศไทยได้มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ 

นายศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ 

ดังนั้น สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และ เครือบริษัท Cryptomind จึงเกิดการร่วมมือเพื่อจัดงานบล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย Blockchain Thailand Genesis ขึ้นเป็นปีที่ 5 ภายใต้ชื่องาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 – presented by 100X and Bitazza” ระหว่างวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งงานในปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ทั้งพื้นที่การจัดงานที่ใหญ่ขึ้น รูปแบบของงานที่หลากหลาย การรวบรวมเหล่าคนดังในวงการ Cryptocurrency และ Blockchain ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 80 ท่านมาร่วมพูดคุย เสวนา และให้ความรู้มากกว่า 30 Session บนเวทีทั้ง 3 เวทีภายในงาน  และการร่วมกิจกรรมสนุกๆ ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย รวมถึงห้ามพลาดกับ Workshop อีกกว่า 11 Sessionที่คัดสรรคุณภาพมาอย่างดีและรับประกันความรู้อัดแน่น นอกจากนี้ยังมีบริษัทชั้นนำที่น่าสนใจมาร่วมออกบูธอีกกว่า 40 บูธตลอดทั้ง 2 วัน



สำหรับปีนี้งาน Blockchain Thailand Genesis 2022 จัดขึ้นภายใต้ธีม Road to Web3 โดย Web 3.0 หรืออนาคตโลกอินเตอร์เน็ตที่ไร้ตัวกลาง คือแนวคิดรูปแบบของเว็บไซต์ในอนาคตที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นยุคใหม่ของอินเทอร์เน็ต ที่มีความฉลาดมากขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ รวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้ในเครือข่ายเพื่อเป็นแหล่งเก็บข้อมูลของโลกที่ไร้ตัวกลาง เปิดให้ทุกคนช่วยกันดูแลข้อมูล (Blockchain) และเป็นรากฐานสำคัญของ Cryptocurrency, DeFi, Metaverse และ NFT


นายสัญชัย ปอปลี 

นายสัญชัย ปอปลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด และที่ปรึกษาสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ในฐานะผู้จัดงานหลักของงาน Blockchain Thailand Genesis กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2021 มูลค่าตลาดรวมของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เคยสูงถึงราวๆ 3 ล้านล้านดอลลาร์ มีโปรเจคคริปโตถูกพัฒนาและต่อยอดขึ้นมาใหม่มากมาย ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกมีแนวโน้มสนใจในการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Cryptocurrency ที่มากขึ้น รวมไปถึงเม็ดเงินจากสถาบันการเงินต่างๆ ก็ไหลเข้ามาสู่อุตสาหกรรมสินทรัพย์เช่นกัน ดังนั้นอะไรที่จะทำให้ Blockchain  เกิด Mass Adoption ที่มากขึ้น ทิศทางของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในปีนี้และปีหน้าจะเป็นอย่างไร มาร่วมหาคำตอบได้ภายในงาน “Blockchain Thailand Genesis 2022 : Road to Web3 – presented by 100X and Bitazza” 




โดยตลอดวันงานทั้ง 2 วันนั้น เราได้ยกผู้มีประสบการณ์ และวิทยากรระดับโลกมาให้กับคนไทยกว่า 100 ท่าน ไม่ว่าจะเป็น คุณศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, คุณสัญชัย ปอปลี จาก Cryptomind Group, คุณจรินทร ฐิตะดิลก จาก GuildFi , คุณกานต์นิธิ ทองธนากุล จาก Merkle Capital, ดร.นที เทพโภชน์ จาก Block Mountain, คุณอดิรุจ นิธิเลิศวิวัฒน์ จาก 100X, คุณกวิน พงษ์พันธ์เดชา จาก Bitazza, คุณสิทธิณัฐ หาเรือนพืชน์ จาก Inspex, คุณพุทธิพร หงษ์สุรกุล จาก Bitkub Chain, คุณธนศักดิ์ กฤษณะเศรณี จาก XSpring Digital, คุณกัมปนาท วิมลโนท จาก KX Venture Investment, คุณอภิญญา เรืองทวีคูณ จาก Kubix Digital Asset, คุณพุฒิกานต์ เอารัตน์ จาก InnovestX, คุณพรรณธร ลออรรถวุฒิ, CFA จาก Vuca Digital, อ.พิริยะ สัมพันธารักษ์ จาก Chaloke.com และ คุณพลากร ยอดชมญาณ จาก Kulab  และ Speaker ระดับโลก เช่น Sean Hwang จาก MARBLEX, Minh Ho จาก Coin98, Giang Tran จาก Aura Network และ Kris Kay จาก CGame (Meta Utopia) 



และที่ห้ามพลาดเลยสำหรับงานนี้ คือ 11 Workshops คุณภาพ กับผู้เชี่ยวชาญที่มาจะถ่ายทอดเคล็ดลับแบบหมดเปลือก เกี่ยวกับ Blockchain, Digital Asset, NFT, Metaverse ไปจนถึงการวางแผนลงทุน แบบ Step by Step สุดใกล้ชิด และ Exclusive จากบริษัท รวมถึง Community ชั้นนำ อาทิเช่น Bitazza, Merkle Capital, Inspex, TokenX, Crown Token, Local Bitcoin Thailand Community, Bitkub Chain, Coral และ Cryptomind Advisory  

โดยผู้จัดงานได้จัดเต็มกับของรางวัลจากบูทผู้สนับสนุนการจัดงานอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น iPhone 14 Pro Max, iPad Pro, Apple Watch Series 8, Airpods Pro 2, Paragon Gift Voucher เท่านั้นไม่พอ ยังมีไอเท็มเด็ดที่ชาวคริปโตต้องมีอย่าง Hardware Wallet, KASIKORN X Powerbank, KUB Coin, หนังสือ The Bitcoin Standard พร้อมลายเซ็น อาจารย์พิริยะ และ คุณหาญ พีรพัฒน์, หนังสือ Cryptomind Research, GuildFi Notebook รวมถึงเหรียญและของรางวัลอื่นๆ ให้ตามล่าอีกมากมาย นายสัญชัย กล่าวปิดท้าย

เปิดประตูสู่โลกอนาคต หวังสร้างโอกาสทองเศรษฐกิจไทย