25 กันยายน 2567

GIT จับมือภาครัฐและเอกชน ร่วม "ปลุกยักษ์"

GIT จับมือภาครัฐและเอกชน ร่วม "ปลุกยักษ์" ฟื้นเศรษฐกิจถนนสายอัญมณี เครื่องประดับ บางรัก สัมพันธวงศ์ พระนคร

25 กันยายน 2567 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกับ “เทศกาล BANGKOK JEWELRY WEEK 2024 by GIT” งานพัฒนาต่อยอดเครื่องประดับเพื่อการท่องเที่ยวชุมชนเก่าแก่เชิงสร้างสรรค์บนถนนสายอัญมณีและเครื่องประดับในกรุงเทพมหานคร (บางรัก สัมพันธวงศ์ พระนคร) ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ภายใต้ธีม “ปลุกยักษ์” โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายในถนนสายอัญมณีและเครื่องประดับ ในพื้นที่บางรัก สัมพันธวงศ์ และพระนคร เตรียมจัดงาน BANGKOK JEWELRY WEEK 2024 by GIT ที่แสดงถึง Soft Power ด้านการท่องเที่ยวและอัญมณีและเครื่องประดับ ณ Jewell Hall ชั้น 2 ศูนย์การค้าจิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์



โดยในการแถลงข่าวทางสถาบันได้จัดงานเสวนา “ปลุกยักษ์” โดยมี ยักษ์ใหญ่ในวงการอัญมณีและเครื่องประดับ ดังนี้

• คุณพรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล ประธานกลุ่ม บริษัท บิวตี้เจมส์ กรุ๊ป

• คุณปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) 

• คุณบุญเลิศ สิริภัทรวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออสสิริส จำกัด

• คุณเคนาดี้ โฮ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีศาสตร์ ผู้คร่ำหวอดในวงการอัญมณี
และเครื่องประดับไทย และระดับอาเซียน 

• คุณปิติพงษ์ เตียสุวรรณ์ ทายาทรุ่นที่ 2 บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) 

• คุณสิริน ศรีอรทัยกุล ทายาทGEN Z บริษัท บิวตี้เจมส์ กรุ๊ป มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางความร่วมมือในการผลักดันและสร้างความคึกคักให้แก่ถนนสายอัญมณีและเครื่องประดับ

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ หรือ GIT กล่าวว่า โครงการ BANGKOK JEWELRY WEEK 2024 by GIT เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันระหว่างสถาบันร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมถึงภาคีเครือข่ายพันธมิตรในถนนสายอัญมณีและเครื่องประดับ อาทิ สมาคมผู้ค้าทองคำ สมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย สมาคมเพชรพลอยเงินทอง สมาคมการค้าอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียน ผลักดันให้กิจกรรมที่สำคัญที่เกิดขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและส่งเสริมสินค้าของที่ระลึกอัญมณีและเครื่องประดับพร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจร่วมเฉลิมฉลองวัฒนธรรมความสร้างสรรค์เพื่อแบ่งปันความรู้ด้านการออกแบบ การทำตลาด ตลอดจนนำทีม “ยักษ์ใหญ่” ในวงการ มาร่วมแชร์ประสบการณ์และกลยุทธ์การทำธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน 

โดยการจัดงาน BANGKOK JEWELRY WEEK 2024 by GIT แบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมด้วยกัน ระหว่างวันที่ 25 -27 กันยายน 2567 เป็นการอบรมให้ความรู้ด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ที่ได้รับเกียรติจากยักษ์ใหญ่ในวงการที่หลากหลายมาร่วมถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ ให้ผู้ที่สนใจ อาทิ

• สะกิดยักษ์: ค้นพบแรงบันดาลใจ และอัปเดทเรื่องราวที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับจากยักษ์ใหญ่ในวงการ

• ยักษ์ส่องประกาย: ตำนานแหล่งพลอยย่านมเหสักข์สู่ศูนย์กลางธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ

• ยักษ์ Soft Power: มาเรียนรู้พลังของนวัตกรรมที่จะมาช่วยให้พัฒนาโลกอัญมณีและเครื่องประดับ

• ยักษ์ Trade: เรียนรู้เทคนิคการค้าทองคำจากผู้เชี่ยวชาญ

• ยักษ์ยั่งยืน: จากรุ่นสู่รุ่น...

ร่วมสร้าง และต่อยอดอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไปด้วยกันและวันที่ 19-25 ตุลาคม 2567 จะเป็นการจัดงานลักษณะเทศกาลท่องเที่ยว BANGKOK JEWELRY WEEK 2024 ที่แสดงอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่อันเป็น Soft power ที่โดดเด่นมาเล่าเรื่องราว และ สร้าง Story ให้กับผู้ที่สนใจ และนักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสจริง พร้อมกิจกรรม Workshop ต่างๆ ที่น่าสนใจ  การร่วมสนุก Passport เดินทางท่องเที่ยว ตลอดเส้นทางสายอัญมณีและเครื่องประดับทั้ง 3 เขต  และโปรโมชั่นสุดคุ้มที่ให้ทุกท่านได้เลือกซื้ออัญมณี ทองคำ รวมถึงเครื่องประดับต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ ผ่านการรับรองจาก GIT และการเข้าร่วมเป็นสมาชิกในโครงการซื้อด้วยความมั่นใจ (Buy With Confidence)


ทั้งนี้  สถาบันฯ คาดหวังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในถนนสายอัญมณีและเครื่องประดับ บางรัก, สัมพันธวงศ์ และพระนคร มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมงานและเลือกซื้อสินค้า เกิดประสบการณ์ท่องเที่ยวชุมชนที่กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างการรับรู้ด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาความเป็น “Thailand: Land of Jewel” เครื่องเงิน เครื่องทอง เครื่องเพชร มีช่างที่มีความชำนาญมานานกว่า 100 ปี ในบริบทพื้นที่สังคมพหุวัฒนธรรม ที่มีวิวัฒนาการการเติบโตเปลี่ยนจากย่านชุมชนเก่าแก่สู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ 

เทศกาล BANGKOK JEWELRY WEEK 2024 by GIT จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-25 ตุลาคม 2567 พร้อมกิจกรรมพิเศษมากมาย ส่วนจะมีผลงานอะไรน่าสนใจ ย่านไหนไม่ควรพลาด รอติดตามภาพตัวอย่างหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fan page : Bangkok Jewelry Week

ทีเค.พาเลซ ฯ มาตรฐานโรงแรมสีเขียวสู่ความยั่งยืน


โรงแรมทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ยกระดับมาตรฐานการบริการ การจัดการสิ่งแวดล้อม สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน โดยสามารถผ่านการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง ล่าสุดกับรางวัล Green Hotel ระดับ “เหรียญทอง”

โรงแรมทีเค.พาเลซฯ มุ่งมั่นในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เริ่มดำเนินเป็นนโยบายต้นปี 2565 โดยเริ่มจากทำความเข้าใจกับพนักงานเพื่อการมีส่วนร่วมพัฒนางานบริการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะร่วมรักษ์โลก โดยกำหนดนโยบายเพื่อการปฏิบัติลงมือทำอย่างจริงจัง ทางโรงแรมมีนโยบายร่วมอนุรักษ์พลังงาน สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยความร่วมมือจากทุกแผนก โดยเริ่มจากประหยัดพลังงาน ตั้งเวลาเปิดและปิดแอร์ รวมทั้งตั้งอุณภูมิของแอร์ให้อยู่ที่ 25 องศา เพื่อประหยัดพลังงานไฟฟ้า มีการทำตารางการซื้อของ การลดการใช้น้ำมัน การทำความสะอาดและตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ การรณรงค์เดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์   



นอกจากนี้ ทางโรงแรมได้เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟฟ้า LED เพื่อประหยัดพลังงาน 100 %  และลดการใช้ไฟฟ้า โดยใช้แสงสว่างจากภายนอกแทนการเปิดไฟในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ  รวมทั้งใช้ร่มเงาจากต้นไม้รอบๆ บริเวณโรงแรมเพื่อลดความร้อน ในส่วนของการจัดการขยะ นอกจากการแยกขยะแต่ละประเภท ซึ่งโรงแรมจะมีห้องแยกขยะเป็นขยะเปียก ขยะรีไซเคิล ขยะทั่วไปและขยะอันตราย เพื่อง่ายต่อการจัดการ นอกจากนี้ยังรณรงค์ให้ผู้ที่ใช้บริการร่วมกันรับประทานอาหารไม่เหลือทิ้ง (Food Waste) ลดการเกิดขยะจากเศษอาหารให้น้อยที่สุด ทีเค.พาเลซ ฯ ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม เราได้มีรณรงค์ให้ผู้ที่เข้าพัก ร่วมกันประหยัดพลังงาน เมื่อต้องการซักผ้าปูที่นอน วางป้ายที่นอน หรือการเก็บฝาขวดน้ำอลูมิเนียมเพื่อนำไปบริจาคทำขาเทียม 

นอกจากนี้ทางโรงแรมยังร่วมกับชุมชน โดยการจ้างคนในชุมชน ให้มีงานทำ ทำกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เช่น ปลูกต้นไม้ อุดหนุนสินค้าชุมชน การบริจาคสิ่งของที่ไม่ได้ใช้แล้วให้กับหน่วยงานที่ต้องการเพื่อไปใช้ประโยชน์ต่อไป  

จากความร่วมมือของทุกฝ่ายเราสามารถเข้าร่วมกับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและผ่านการรับรองในปี 2566  ที่ผ่านมา ได้แก่ Sustainable Tourism Acceleration Rating (STAR) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) , ต้นแบบที่พักเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (กรมการท่องเที่ยว) , HUG EARTH SUSTAINABLE 2023 , Thailand Sustainable Event Management Standard (TSEMS) และในปี 2567 นี้ โรงแรมผ่านการประเมินโครงการ Green Hotel ได้ระดับเหรียญทอง


ทั้งนี้ ทางโรงแรมให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป

“ออมรอน เฮลธแคร์” เปิดตัว เครื่องวัดความดัน OMRON รุ่น Complete

เครื่องวัดความดันโลหิตและวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ครบจบในเครื่องเดียว พร้อมส่งหนังสั้น "The Sound of AFib" เพื่อสร้างการรับรู้และตระหนักถึง โรคหลอดเลือดสมองในประเทศไทย

ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) ปฏิวัติวิธีการตรวจสอบสุขภาพหัวใจและก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจสุขภาพด้วยตนเอง เปิดตัว OMRON Complete เครื่องวัดความดันโลหิตและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เครื่องแรกที่สามารถตรวจวัดความดันโลหิตและคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ในเครื่องเดียว ใช้งานง่าย และ ส่งภาพยนตร์สั้นที่มีชื่อว่า "The Sound of AFib" ภาพยนตร์สารคดีสั้นที่จะช่วยกระตุ้นการรับรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงของสัญญาณการเกิดโรคจากเสียงหัวใจเต้นผิดปกติ เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักถึงวิธีการลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคสโตรก พร้อมเผยข้อมูลระบุ ผู้ป่วยที่เป็นความดันโลหิตสูงและมีภาวะหัวใจห้องบน  สั่นพลิ้ว (AFib) ร่วมด้วย เสี่ยงสูงกว่ากลุ่มโรคอื่นและเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้นถึง 5 เท่าจากภาวะปกติ รวมถึงเสี่ยงเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวสูงได้มากถึง 2-3 เท่าอีกด้วย

นายยูซุเกะ กาโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทชั้นนำด้านอุปกรณ์การแพทย์สำหรับการตรวจวัดและดูแลสุขภาพเบื้องต้นที่บ้านจากประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า สำหรับการวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เป็นการตรวจจับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดโรคหลอดเลือดสมอง  โดยปกติ ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) มักจะตรวจพบได้ยากและไม่แสดงอาการเนื่องจากไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา การตรวจสุขภาพเป็นครั้งคราวจึงทำให้แพทย์ยากที่จะวินิจฉัยอาการป่วยของผู้ป่วยได้ OMRON Complete จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยผู้ป่วยที่มีอาการสามารถตรวจวัดค่าความดันโลหิตและบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ ซึ่งการตรวจวัดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) เป็นประจำ มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจาก สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือด (โรคสโตรก) และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ล่าสุดบริษัทฯ ได้จัดงานเปิดตัว OMRON Complete เครื่องวัดความดันโลหิตและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เครื่องแรกของออมรอน ที่สามารถตรวจวัดความดันโลหิตและคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ในเครื่องเดียว ใช้งานง่าย ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติวิธีการตรวจสอบสุขภาพหัวใจและก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจสุขภาพด้วยตนเอง ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าใจและเข้าถึงสุขภาพหัวใจของตนเองได้จากที่บ้าน


เครื่องวัดความดัน OMRON Complete จึงเป็นสิ่งสำคัญในการตรวจสุขภาพหัวใจที่บ้านสำหรับจุดเด่นของเครื่องวัดความดัน OMRON Complete  ได้นำเสนอการผสมผสานคุณสมบัติการวัดที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ OMRON Complete แตกต่างจากเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดั้งเดิม เพราะนอกจากการวัดความดันโลหิตโดยทั่วไปแล้ว OMRON Complete ยังสามารถวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และตรวจจับการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ รวมถึงภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ผสานกันนี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรึกษากับแพทย์ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการรักษาของผู้ป่วยได้ดีขึ้นและนี่คือสิ่งที่ทำให้ Complete แตกต่าง

ฟังก์ชั่นคู่: ไม่ใช่แค่การวัดความดันโลหิตขั้นพื้นฐาน แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยี ECG ขั้นสูง เพื่อพัฒนาการตรวจจับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ได้ดีขึ้น พร้อมกับการตรวจวัดความดันโลหิตที่ได้รับการรองรับเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้จาก OMRON สิ่งนี้ทำให้ เครื่องวัดความดัน OMRON Complete สามารถตรวจจับได้ทั้งการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ รวมถึงภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว  (AFib) ที่อาจเป็นความเสี่ยงที่อันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งการตรวจจับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ได้ตั้งแต่ช่วงแรกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสัญญาณที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (โรคสโตรก) เป็นอย่างมาก การใช้งานง่าย: ด้วยการออกแบบและระบบหน้าจอที่ใช้งานง่ายของ เครื่องวัดความดัน OMRON Complete จะช่วยแนะนำผู้ใช้งานในแต่ละขั้นตอนของการวัด เพื่อช่วยให้วางใจว่าการอ่านค่ามีความถูกต้องและการตีความผลลัพธ์ชัดเจน



การเชื่อมต่อแบบไร้สาย: เครื่องวัดความดัน OMRON Complete สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน OMRON Connect ได้อย่างง่ายดายผ่าน Bluetooth  ซึ่งสิ่งนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพหัวใจของตนได้ตลอดเวลา ตรวจสอบแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้น และสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรึกษากับแพทย์ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการรักษาต่อไปในอนาคตการรับรองความถูกต้อง: เครื่องวัดความดัน OMRON Complete สามารถวางใจได้ว่าจะได้ค่าความดันโลหิตและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) จากเครื่องวัดความดัน OMRON Complete ที่จะแสดงค่าผลลัพธ์ที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจของคุณ

พร้อมกันนี้ OMRON Healthcare มุ่งมั่นเพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักเกี่ยวกับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ที่เกิดจากการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ทางบริษัทฯ จึงได้ทำการเปิดตัวภาพยนตร์สั้นที่มีชื่อว่า "The Sound of AFib" ภาพยนตร์สารคดีสั้นที่จะช่วยกระตุ้นการรับรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงของสัญญาณการเกิดโรคจากเสียงหัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งสิ่งนี้เป็นแนวคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อช่วยส่งเสริมการตระหนักรู้ถึงภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดและเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักถึงวิธีการลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคสโตรก

เครื่องวัดความดัน OMRON Complete จึงเป็นสิ่งสำคัญในการตรวจสุขภาพหัวใจที่บ้านสำหรับจุดเด่นของเครื่องวัดความดัน OMRON Complete  ได้นำเสนอการผสมผสานคุณสมบัติการวัดที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ OMRON Complete แตกต่างจากเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดั้งเดิม เพราะนอกจากการวัดความดันโลหิตโดยทั่วไปแล้ว OMRON Complete ยังสามารถวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และตรวจจับการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ รวมถึงภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ผสานกันนี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรึกษากับแพทย์ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการรักษาของผู้ป่วยได้ดีขึ้นและนี่คือสิ่งที่ทำให้ Complete แตกต่าง

ฟังก์ชั่นคู่: ไม่ใช่แค่การวัดความดันโลหิตขั้นพื้นฐาน แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยี ECG ขั้นสูง เพื่อพัฒนาการตรวจจับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ได้ดีขึ้น พร้อมกับการตรวจวัดความดันโลหิตที่ได้รับการรองรับเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้จาก OMRON สิ่งนี้ทำให้ เครื่องวัดความดัน OMRON Complete สามารถตรวจจับได้ทั้งการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ รวมถึงภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว  (AFib) ที่อาจเป็นความเสี่ยงที่อันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งการตรวจจับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ได้ตั้งแต่ช่วงแรกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสัญญาณที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (โรคสโตรก) เป็นอย่างมาก การใช้งานง่าย: ด้วยการออกแบบและระบบหน้าจอที่ใช้งานง่ายของ เครื่องวัดความดัน OMRON Complete จะช่วยแนะนำผู้ใช้งานในแต่ละขั้นตอนของการวัด เพื่อช่วยให้วางใจว่าการอ่านค่ามีความถูกต้องและการตีความผลลัพธ์ชัดเจน


การเชื่อมต่อแบบไร้สาย: เครื่องวัดความดัน OMRON Complete สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน OMRON Connect ได้อย่างง่ายดายผ่าน Bluetooth  ซึ่งสิ่งนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพหัวใจของตนได้ตลอดเวลา ตรวจสอบแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้น และสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรึกษากับแพทย์ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการรักษาต่อไปในอนาคตการรับรองความถูกต้อง: เครื่องวัดความดัน OMRON Complete สามารถวางใจได้ว่าจะได้ค่าความดันโลหิตและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) จากเครื่องวัดความดัน OMRON Complete ที่จะแสดงค่าผลลัพธ์ที่ถูกต้องและชัดเจนเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจของคุณพร้อมกันนี้ OMRON Healthcare มุ่งมั่นเพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักเกี่ยวกับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ที่เกิดจากการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ทางบริษัทฯ จึงได้ทำการเปิดตัวภาพยนตร์สั้นที่มีชื่อว่า "The Sound of AFib" ภาพยนตร์สารคดีสั้นที่จะช่วยกระตุ้นการรับรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงของสัญญาณการเกิดโรคจากเสียงหัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งสิ่งนี้เป็นแนวคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อช่วยส่งเสริมการตระหนักรู้ถึงภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดและเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักถึงวิธีการลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคสโตรก



ดร.สุรพันธ์ สิทธิสุข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ  กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยความสามารถในการตรวจวัดความดันโลหิตและคลื่นไฟฟ้าหัวใจในอุปกรณ์เดียว นวัตกรรมนี้กำลังส่งเสริมให้ผู้คนหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพหัวใจของตนเองมากขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้วจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน และความเสี่ยงดังกล่าวมีสาเหตุมาจากระดับความดันโลหิตของแต่ละบุคคลและโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น เบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง หรือโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ป่วยที่เป็นความดันโลหิตสูงมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ร่วมด้วยจะยิ่งส่งผลให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคมากกว่ากลุ่มอื่น นอกจากนี้ผู้ที่มีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้นถึง 5 เท่าจากภาวะปกติ และทำให้เกิดความเสี่ยงของภาวะหัวใจล้มเหลวสูงได้มากถึง 2-3 เท่าอีกด้วย ดังนั้นการสร้างความตระหนักรู้และรณรงค์ในการตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ


นางสาวปฐมา บุญรัตน์  ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต่อว่า ทางบริษัทฯ ได้จัดทำภาพยนตร์สั้นแนวสารคดี "The Sound of AFib": เสียงดนตรีที่ทำให้คนตระหนักถึงภาวะหัวใจห้องบน สั่นพลิ้ว (AFib) เป็นสิ่งที่ถูกวินิจฉัยผิดและเข้าใจผิดบ่อยครั้ง OMRON จึงได้ทำการสำรวจเสียงหัวใจที่มีการเต้นผิดจังหวะซึ่งทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดในภาพยนตร์สั้น "The Sound of AFib"

ที่แสดงให้เห็นว่าเสียงที่เกิดขึ้นสามารถแสดงให้เห็นถึงภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ได้อย่างไร ซึ่งนับเป็นภาพยนตร์สั้นแนวสารคดีที่มีแนวคิดสร้างสรรค์และน่าสนใจ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อจุดประกายประเด็นเกี่ยวกับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib)  และได้ผสมผสานทำนองจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ มาร่วมถ่ายทอดผ่านนักแต่งเพลง โดยใช้โน้ตดนตรีเข้ามาสร้างสรรค์และถ่ายทอดให้เห็นว่าภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib)  กำลังมีปฏิกิริยาอย่างไรกับจังหวะ การเต้นของหัวใจในผู้ป่วย ผลลัพธ์ได้ที่คือ เราได้ข้อมูลที่มีคุณค่าอย่างมากในการทำความเข้าใจว่าภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) สามารถทำอะไรกับจังหวะการเต้นของหัวใจของคุณได้บ้าง สิ่งนี้คือวิธีการตรวจสอบและฟังเสียงหัวใจของคุณที่ช่วยแจ้งเตือนคุณให้ทราบถึงภาวะความเสี่ยงสูงของโรคหลอดเลือดสมอง  จากปัจจัยของอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุทั่วโลก ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ส่งผลให้อัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก2 ทำให้ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง (โรคสโตรก) เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้การวิจัยแสดงให้เห็นว่า 40% ของผู้ป่วยภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) จะไม่แสดงอาการ3 และผู้ป่วยเหล่านี้ไม่เคยมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ในชีวิตประจำวัน และอาจจะไม่ทราบถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพหัวใจที่กำลังเผชิญอยู่ในทุกวัน  ทั้งนี้ องค์กรสุขภาพระดับโลกยังได้มีการกล่าวถึงความสำคัญในการเพิ่มการรับรู้และการสนับสนุนให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) พร้อมทั้งกระตุ้นให้ผู้ที่อาจมีภาวะนี้ดูแลและตรวจสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงของตนเอง4

นอกจากนี้จากการสำรวจยังระบุเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดปกติที่พบมากที่สุดทั่วโลก การวินิจฉัยนี้พบว่าภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) มีความอันตราย และเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่า 5 เท่า5 แต่กลับเป็นเรื่องที่ถูกมองข้าม เพราะความผิดปกติดังกล่าวเป็นสิ่งที่ตรวจจับได้ยาก แต่หากผู้ป่วยทราบถึงความสำคัญของการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น และการมีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่ช่วยในการตรวจวัดสุขภาพ ซึ่งจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการดูแลสุขภาพและการวางแผนการรักษาโรคได้ดีที่สุด สิ่งนี้จึงเป็นจุดมุ่งเน้นที่ OMRON อยากให้ผู้คนตระหนักถึงภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือ AFib จากสารคดีหนังสั้นเรื่องนี้

“OMRON Complete เครื่องวัดความดันโลหิตและวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ในเครื่องเดียว สามารถบันทึกข้อมูลสำคัญเพื่อช่วยให้แพทย์วินิจฉัยภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) และประเมินวิธีการรักษาที่เหมาะสม เข้าชมสารคดีหนังสั้นเรื่อง ‘The Sound of AFib’ และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ OMRON’s The Sound of AFib Awareness Campaign website OMRON อยากให้ทุกคนมีสุขภาพดี ตรวจวัดเป็นประจำ รู้เท่าทันโรคร้าย ” นางสาวปฐมา  บุญรัตน์  กล่าวทิ้งท้าย

24 กันยายน 2567

พิธีเปิดงาน "สายน้ำแห่งกาญจน์เวลา" ณ โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี


ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) นำโดยคุณวรางคณา สุเมธวัน ประธาน ช.ส.ท. พาสมาชิกสื่อมวลชนกว่า 30 คน เดินทางร่วมพิธีเปิดงาน "สายน้ำแห่งกาญจน์เวลา" ณ โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อค่ำวันที่ 22 กันยายน 2567ด้วยการสนับสนุนการเดินทางจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)



ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และนางรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) ร่วมเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยพลุตระการตา พร้อมด้วยแสง สี เสียง และ 3D Projection Mapping บนอาคารโรงงานกระดาษ สถาปัตยกรรมอายุกว่า 80 ปี การแสดงโดรนแปรอักษรกับภาพความพิเศษสำหรับงานนี้กว่า 500 ลำเหนือน่านฟ้าสุดอลังการ

“สายน้ำแห่งกาญจน์เวลา (The River of Time)” โชว์เสน่ห์ไทยยิ่งใหญ่ที่ไม่เหมือนใคร ของแสง สี เสียง ครั้งยิ่งใหญ่ อัดแน่น 9 วัน 9 คืน ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบความพิเศษจัดเต็มครั้งยิ่งใหญ่ โครงการมหกรรมเสน่ห์ไทย 5 ภูมิภาค กับ ภาคกลาง “สายน้ำแห่งกาญจน์เวลา (The River of Time)” ระหว่างวันที่ 22-30 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา เวลา 16.00-23.00 น. ณ โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี



รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยว และชุมชนใกล้เคียง จังหวัดกาญจนบุรี ที่รวบรวมความพิเศษเอาใจนักท่องเที่ยวเตรียมเติมความสุข เพิ่มสีสันประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างจุใจ โชว์แสง สี เสียง ครั้งยิ่งใหญ่ 9 วัน 9 คืน อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมไฮไลต์กับนวัตกรรมใหม่โชว์ Mapping บอกเล่าเรื่องราวของสายน้ำแห่งความทรงจำของกาญจนบุรี ที่พร้อมโชว์ความพิเศษมากมายที่ชวนให้นักท่องเที่ยวมาเข้าชมและร่วมกิจกรรมฟรี แบบสุดฟินที่ทุกคน Must DO
นอกจากแสง สี เสียง และ 3D Projection Mapping บนอาคารโรงงานกระดาษ สถาปัตยกรรมอายุกว่า 80 ปี นักท่องเที่ยวสามารถชมความมหัศจรรย์ของการประดับไฟยามค่ำคืน @Skywalk Kanchanaburi ชมการแสดงแพไฟ การตกแต่งแสง สี ในแพของจังหวัดกาญจนบุรี และย้อนวันวานชมหนังกลางแปลงในบรรยากาศเก่าๆ ที่หลายคนคิดถึง ในวันที่ 27-29 กันยายน 2567 และที่พลาดไม่ได้กับความสนุกที่นำมามอบให้ชาวกาญจนบุรีแบบจัดเต็มกับ THE RIVER OF TIME Festival คอนเสิร์ตเหนือกาลเวลา ที่คับคั่งไปด้วยศิลปินชื่อดังมากมายหลากสไตล์ที่มามอบความสนุกในทุกๆ วันแบบอัดแน่น ไม่ว่าจะเป็น F.HERO, INDIGO, GETSUNOVA, J JETRIN, PALMY, NO ONE ELSE, MEAN, SLOT MACHINE, AOF PONGSAK และ FELLOW FELLOW


นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษที่ต้องห้ามพลาด ที่ทุกท่านมาเยือนกาญจนบุรีที่งานนี้แล้วจะต้องติดใจกับการโชว์เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ทั้งสุดเจ๋ง สุดเท่ พร้อมมาสัมผัสวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาด มาให้นักท่องเที่ยวเติมเต็มประสบการณ์ความสนุกที่แปลกใหม่สุดประทับใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ชวนมาร่วมสนุกกับกิจกรรม SUP Station เปิดประสบการณ์ร่วมสนุกกับกิจกรรม SUP Board และ Activities ทางน้ำสุดมันส์ที่พร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติ ชิม ช้อปสุดมันส์ไปกับร้านอาหารมากกว่า 100 ร้านค้า ที่รวบรวมความพิเศษ ทั้งร้านอาหาร 5 ภาค ร้านอาหารมิชลิน ร้านดังจากโซเชียล และร้านดังกาญจนบุรี แถมภายในงานยังเอาใจสาย GREEN ด้วยผักผลไม้สดใหม่จากไร่ของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ (Fresh From Farm) ช้อปสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดกาญจนบุรี แหล่งรวมสินค้างานวินเทจ แฟชั่น ของสะสมสุดชิค และงานศิลปะ Koff & Craft ที่สวยงาม เพลิดเพลินกับกิจกรรม One Day Trip “เที่ยวไปด้วยกาญจน์” ที่ชวนทุกท่านมาท่องเที่ยวเช็กอินแลนด์มาร์กสำคัญ และการท่องเที่ยว “ทริปสายมู” พร้อมชาร์จพลังดวงให้ปัง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมศรัทธามหามงคล เสริมพลังบวกและสิริมงคลให้กับชีวิต และการจัดนิทรรศการย้อนรอยประวัติศาสตร์ พร้อมชวนมา “จิบกาแฟ แลประวัติศาสตร์” กับการตกแต่งสุดเก๋ในสไตล์แคมป์ปิ้งที่ทุกคนต้องมา


ห้ามพลาดกับกิจกรรมสุดฟินที่ทุกคน MUST DO แถมเข้าชมและร่วมกิจกรรมฟรี! แล้วมาล่องผ่านสายน้ำแห่งความทรงจำ ไหลผ่านกระแสของความสนุกสุดหรรษาในรูปแบบใหม่ๆ ไปด้วยกัน
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : Amazing Thailand และ Facebook Page : สายน้ำแห่งกาญจน์เวลา

ดีป้า มอบอุปกรณ์ดิจิทัล มุ่งยกระดับ 1,500 โรงเรียนทั่วประเทศ สู่โรงเรียน “โค้ดดิ้ง”

ภายใต้โครงการ Coding for Better Life  สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ดำเนินการส่งมอบอุปกรณ์ดิจิทัล ให้กับ 1,500 โรงเรียน ภายใต้โครงการ Coding for Better Life สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย  โดยมุ่งยกระดับโรงเรียนทั่วประเทศ
สู่โรงเรียน “โค้ดดิ้ง” เป้าหมายพัฒนากำลังคนดิจิทัล  ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาส และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้ครู นักเรียน  ได้เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ในการจัดการเรียนรู้ โค้ดดิ้ง  ซึ่งเป็นทักษะสำคัญแห่งอนาคต

ภายใต้โครงการ Coding for Better Life จะช่วยสร้างเมล็ดพันธุ์ดิจิทัลที่มีความพร้อมต่อการสร้างรากฐานอนาคตของประเทศ สอดรับเป้าหมายการเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัล (Human Capital) ตามเครื่องยนต์ที่สามของนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของ กระทรวงดีอี หรือ  The Growth Engine of Thailand

รายละเอียดติดตามได้ที่ เฟซบุ๊ก : CodingThailand by depa https://web.facebook.com/codingthailandbydepa

 และ https://codingforbetterlife.com/

ทีเค.พาเลซ ฯ จัดงาน Wedding Show Case ครั้งที่ 8 ลดสูงสุด 25 %


เริ่มต้นการเดินทางของชีวิตคู่ ด้วยแพ็คเกจที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ตามความต้องการของคู่บ่าวสาว โรงแรมทีเค. พาเลซ & คอนเวนชั่น ขอเชิญชวนคู่รักหรือท่านที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงาน WEDDING  SHOWCASE ครั้งที่ 8   พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลดสูงสุดถึง 25%  ให้คุณเลือกแพ็กเกจแต่งงาน ที่เหมาะกับคู่ของคุณ เพื่อทำให้เป็นวันพิเศษที่น่าจดจำ  เราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรังสรรค์ และเนรมิตงานเฉลิมฉลองที่สมบูรณ์แบบ ด้วยทีมงานผู้มากประสบการณ์ 

ที่พร้อมสร้างความสุข และความประทับใจให้กับคุณ และคนที่คุณรัก “แต่งงานกับเรา” 

 รายละเอียดการจัดงาน Wedding Show Case ครั้งที่ 8 

• วันที่ 23 - 24 พฤศจิกายน 2567 

• เวลา 10.00 – 17.00 น.  

• ห้องเยอบีร่า 1 - 3  ชั้น 3  อาคารล็อบบี้ โรงแรม ทีเค. พาเลซ & คอนเวนชั่น

• สิทธิพิเศษส่วนลดสูงสุด 25% หรือส่วนลดมูลค่ากว่า 100,000 บาท  (ตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด)

• Promotion  นี้สามารถเริ่มจอง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567  เป็นต้นไป (รับสิทธิส่วนลดในการจองเท่ากับวันงาน)

• ภายในงานมีการจำลองรูปแบบการจัดงานในพิธีเช้า เช่น

- พิธีสงฆ์  - ชุดขันหมากเอก  - พิธีหลั่งน้ำพุทธมนต์

• ในส่วนของงานฉลองมงคลสมรส 

- ซุ้มหน้างาน  - แกลลอรี่    - โต๊ะเค้ก และอื่นๆ 

• นอกจากนี้ทางโรงแรมฯ ได้จัดเตรียมอาหารว่าง และเครื่องดื่มไว้รับรองท่านที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เงื่อนไขพิเศษสุดจองวันงาน 

* ซื้อ Package พิธีเช้า จากปกติราคา 59,000 บาท  รับทันทีส่วนลด 10%  

 *การวางมัดจำ ชำระค่ามัดจำ 30%  ของยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมดภายในงาน   

   (โดยไม่ต้องระบุวันจัดงานก็สามารถวางได้)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 02 5741588 , www.tkpalace.com

23 กันยายน 2567

"วราวุธ" มอบโล่ “CSR Award 2024” ยกย่อง 76 ภาคธุรกิจ ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม



เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 กันยายน 2567 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณรางวัลส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (CSR Award 2024) พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณฯ จำนวน 76 องค์กร แบ่งเป็น
4 ประเภท ได้แก่ 1) องค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่น ส่วนกลาง จำนวน 3 องค์กร  2) องค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจระดับจังหวัดดีเด่น จำนวน 64 องค์กร 3) ศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดดีเด่น จำนวน 3 องค์กร และ 4) ศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดระดับชมเชย จำนวน 6 องค์กร โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวรายงาน และคณะผู้บริหารกระทรวงเข้าร่วมงาน ณ ห้อง Sapphire 204 - 205 อาคาร Impact Forum ชั้น 2 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี



นายวราวุธ กล่าวว่า การมอบโล่ประกาศเกียรติคุณรางวัลส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (CSR Award)นี้ถือเป็นครั้งแรกที่กระทรวงพม. โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ได้มอบรางวัลนี้ ซึ่งการดำเนินงานขององค์กรภาคธุรกิจและศูนย์ CSR จังหวัด ได้แสดงให้เห็นถึงพลังและคุณค่าที่เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่ร่วมงานกับกระทรวง พม. ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้นกับสังคมของเราทุกคนได้ในวันนี้ ซึ่งการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน เพราะการพัฒนาสังคม หัวใจหลัก คือ การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพให้ผู้คนในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้ จึงจะเกิดความยั่งยืนของการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์อย่างแท้จริง
 

นายวราวุธ กล่าวว่า ในปัจจุบัน CSR ถือเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจและความสำคัญจากหน่วยงานภาครัฐในการส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคธุรกิจตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสมดุลที่เป็นพื้นฐานของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายใต้สามเสาหลักแห่งการพัฒนา ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในสังคม ดังนั้น การดำเนินกิจกรรมด้าน CSR จึงไม่ใช่เพียงแค่การทำตามหน้าที่หรือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรเท่านั้น แต่เป็นการดำเนินงานที่เสริมสร้างการเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาชุมชน สังคม ท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การเติบโตและความยั่งยืนของสังคมมนุษย์ได้

นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานด้าน CSR ที่ประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมานั้น เกิดขึ้นได้เพราะแรงสนับสนุน พร้อมด้วยความร่วมมือขององค์กรภาคธุรกิจและศูนย์ CSR จังหวัด ที่ร่วมกันดำเนินกิจกรรมและโครงการ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือการสนับสนุนช่วยเหลือคนกลุ่มเปราะบาง ซึ่งคุณค่าที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมเหล่านี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากใครคนใดคนหนึ่งเพียงลำพัง แต่เกิดจากความพยายามความร่วมมือกันของทุกฝ่าย เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้กับสังคมของเรา แม้ว่าการดำเนินงานของศูนย์ CSR จังหวัดนั้น จะเริ่มจัดตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2559 ที่จังหวัดราชบุรี และสามารถจัดตั้งครบ 76 จังหวัดได้ในปี 2565 แต่เราในฐานะผู้ทำงานเพื่อความอยู่ดีมีสุขและความมั่นคงของมนุษย์ในประเทศไทยนั้น ตนเชื่อมั่นเสมอว่า การก้าวเดินบนเส้นทางสายการพัฒนาสังคม ร่วมกับการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของทุกฝ่าย จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ และแก่นแท้ของการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน คือการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leaving no one behind) 








นายวราวุธ กล่าวว่า การมอบรางวัล CSR Award 2024 ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวง พม. ในฐานะหน่วยงานหลักในการผลักดันการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (CSR) ด้านการจัดสวัสดิการสังคมร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จะได้ประกาศเกียรติคุณ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่องค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่นและศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดดีเด่น และระดับชมเชย รวมทั้งสิ้น 76 รางวัล ขอขอบคุณและเชิดชูเกียรติให้แก่ทุกท่าน ทุกองค์กร รวมถึงภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ที่ได้สละทั้งกำลังทรัพย์ กำลังกาย และจิตใจ ในการเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ตลอดมา และยังเชื่อเสมอว่าความร่วมมือของพวกเราทุกคนจะเป็นกำลังสำคัญต่อการขับเคลื่อนงานด้าน CSR ของประเทศไทยตลอดไป 

#ข่าวพม #พม #ศรส #esshelpme #1300 #วราวุธรับฟังทำจริง
#พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม #พมหนึ่งเดียว
#csraward2024 #2024 #csr #พส #กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ