23 ธันวาคม 2567

บลูช็อป จับมือ น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช จัดโปรพิเศษส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2025

เมื่อ “บลูช็อป” จับมือ “น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช” จัดโปรพิเศษส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2025 กับน้ำปลาร้า ในร้านบลูช๊อปฉลองครบรอบ 12 ปี 19 สาขา ในราคาเพียง 19 บาท แทนคำขอบคุณและเติมกำลังใจให้ทุกครอบครัวในห้วงเวลาสำคัญ ปีใหม่นี้ แซ่บนัวถึงใจกันถ้วนหน้า! 



นางชนานาถ ดลมินทร์ หรือ (เจ้เพ็ญ) ผู้บริหารบลูช็อป พร้อมด้วย นางไพลิน โตอิ้ม หรือ แม่ไพลิน
ผู้บริหาร บริษัท จ่าวิรัชฟู้ดส์ จำกัด และเจ้าของธุรกิจ น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช  แถลงข่าวความร่วมมือครั้งสำคัญ ในการจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อเป็นการมอบของขวัญแทนคำขอบคุณลูกค้า ‘ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2025’ โดย ‘แม่ไพลิน’ ได้นำน้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช จัดแคมเปญ น้ำปลาร้าปันสุขกับบลูช็อป จัดจำหน่ายในร้านบลูช็อปทั้ง 19 สาขา ในราคาสุดพิเศษ เพียง 19 บาท จำนวนทั้งสิ้น 50,000 ขวด ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้ของ น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช กับ บลูช็อป มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบน้ำปลาร้าได้ซื้อไปรับประทานกันในราคาประหยัด ที่สำคัญ ยังเป็นการลดต้นทุนให้กับพ่อค้า แม่ค้า ที่ใช้น้ำปลาร้า ในการประกอบอาหารจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่อีกด้วย 


โดย ‘เจ้เพ็ญ’ เจ้าของบลูช็อป กล่าวว่า โดยปกติแล้ว บลูช็อป เป็นร้านที่จัดจำหน่ายสินค้าในราคาประหยัดให้กับผู้บริโภคอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ติดต่อคุณแม่ไพลิน ขอขายในราคานี้ คุณแม่ไพลินท่านตอบตกลงให้เป็นพิเศษเฉพาะที่บลูช็อปเท่านั้น  โดยนำน้ำปลาร้า มาจัดจำหน่ายในราคาต้นทุน เพื่อคืนกำไรให้กับลูกค้า

บลูช็อป จึงต้องขอขอบคุณ ทาง บริษัท จ่าวิรัชฟู้ดส์ จำกัด เข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจใน และเห็นใจผู้บริโภค จึงได้ให้ราคาสุดพิเศษกับบลูช็อป นอกจากนี้ ยังทำให้บลูช็อปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวดีๆ  โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ผู้คนต้องเดินทางกลับไปหาครอบครัว สามารถนำน้ำปลาร้าดีๆ กลับไปทำอาหารรับประทานกันร่วมกันภายในครอบครัวอย่างมีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำปลาร้ามีราคาสุดประหยัดเพียง 19 บาท รสชาติอร่อยถูกใจคนในครอบครัว ถือว่าเป็นการเติมกำลังใจให้คนไทยด้วยกันในช่วงเวลาปีใหม่




ด้าน ‘แม่ไพลิน’ ระบุว่า  ร่วมกับบลูช็อปทั้ง 19 สาขา นำน้ำปลาร้า แม่ไพลิน มาวางจำหน่าย ซึ่งปลาร้าของ จ่าวิรัช แม่ไพลิน กำเนิดมา 100 กว่าปีแล้ว โดยได้คัดสรรปลาคุณภาพอย่างดีมาเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตน้ำปลาร้า ทำให้มีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อย สามารถนำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ ยำ แกงอ่อม ลาบ น้ำพริก โดยมี 4 สูตรด้วยกัน ได้แก่ สูตรอีสาน แซ่บคูณสอง ทรงเครื่อง และสูตรดั้งเดิม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเมนูใด รับรองว่า มีรสชาติอร่อย สะอาด ถูกหลัก ได้มาตรฐานอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพอื่นๆ อีกมากมายภายใต้แบรนด์ของจ่าวิรัชอีกด้วย ทั้งนี้ การร่วมมือกับบลูช็อปครั้งนี้ นับเป็นการจัดโปรโมชั่นครั้งใหญ่ที่รับรองว่า ราคาถูกที่สุดแน่นอน น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช ปันสุข น้ำปลาร้าปรุงสุก สะอาด ปลอดภัย อร่อย แซ่บนัว น้ำปลาร้าที่ผลิตด้วยโรงงานที่ผ่านมาตรฐานสากล ในเครือ บริษัท จ่าวิรัชฟู้ดส์ จำกัด


“แม่เข้าใจว่า ทุกคนต้องลำบากในการทำมาหากิน ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าหลายคน คนหาเช้ากินค่ำ หมดทุน ท้อแท้ หมดกำลังใจ บางครอบครัว ไม่ค่อยได้กลับบ้าน รับประทานอาหารด้วยกันเพราะต่างต้องต่อสู้ดิ้นรน ทำมาหากิน ครอบครัวแม่เองก็ทำปลาร้าขายมานานหลายรุ่นแล้ว เรามีอยู่มีกินได้ เพราะปลาร้า แม่เลยคิดที่อยากจะช่วยคนที่รักในการกินปลาร้าและคนที่ทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับปลาร้า ได้ลดค่าใช้จ่าย ทางบลูช็อปติดต่อมา จึงนำน้ำปลาร้า แม่ไพลิน by จ่าวิรัชปันสุข มาจำหน่ายในราคา 19 บาทอีกครั้ง จากปกติ 35 บาท เพื่อปันสุขให้กับทุกคน โดยทางบลูช็อป จัดทำโครงการน้ำปลาร้าปันสุขให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่ใช้น้ำปลาร้าเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร หรือคนที่ชอบกินปลาร้า ได้ซื้อไปกินกันในช่วงเทศกาลแบบนี้ แม่ไพลิน อยากแบ่งปันและให้กำลังใจกัน ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ได้รับประทานน้ำปลาร้าดีๆ ราคาประหยัด หวังอย่างยิ่งว่า จะช่วยให้คนรักปลาร้า ชอบกินปลาร้า แบบแม่ไพลินมีความสุข อีกทั้งความร่วมมือกับบลูช็อปในการร่วมจัดจำหน่าย โดยไม่หวังกำไร ยิ่งรู้สึกดีใจและชื่นชมอย่างยิ่ง”
-แม่ไพลิน กล่าว




สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาร้า ชอบกินปลาร้าแบบปรุงสุก สะอาด ปลอดภัย อร่อย แซ่บนัว ผลิตด้วยโรงงานที่ผ่านมาตรฐานสากล ต้องห้ามพลาดกับโปร “ปลาร้าปันสุขกับบลูช็อป” กับ “น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช ปันสุข” ได้ที่บลูช็อปทุกสาขา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปลาร้า สนใจสินค้าอื่นๆของบริษัท จ่าวิรัชฟู้ดส์ ติดตามและสั่งซื้อสินค้าได้ที่
TikTok shop :jawiratfood.officia

“สุรพงษ์” ส่งมอบความสุข ขยายเวลาให้บริการสายสีแดง ถึง ตี 2


ขยายเวลาให้บริการสายสีแดง ถึง ตี 2 ในคืนเคานต์ดาวน์ เป็นของขวัญปีใหม่มอบให้แก่ประชาชนนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ส่งมอบความสุข ขยายเวลาเปิดให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ถึง ตี 2 คืนวันที่ 31 ธ.ค. 67 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่มอบให้แก่ประชาชน    

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้ให้ความสำคัญต่อการให้บริการประชาชนในระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท เพื่อเพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 ที่จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก กระทรวงคมนาคม จึงได้กำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง รวมถึงมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือในการเชื่อมโยงการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานส่งมอบความสุขให้แก่ประชาชน เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ด้วย


ทางด้าน นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 นี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด พร้อมขานรับนโยบายของกระทรวงคมนาคม เพื่อให้การเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆได้อย่างสะดวกสบายและมีความปลอดภัย จึงได้ขยายเวลาเปิดบริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 67 โดยให้บริการจนถึงเวลา ตี 2 เพื่อเป็นการส่งมอบความสุขแทนคำขอบคุณมายังประชาชนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมาโดยตลอด พร้อมกับเตรียมของขวัญเนื่องในเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ เพื่อมอบให้กับผู้ใช้บริการ โดยในเทศกาลคริสต์มาส วันที่ 25 ธันวาคม 2567 จะมอบแก้วอเนกประสงค์ RED LINE MUG จำนวน 2,568 ชิ้น ให้กับผู้ใช้บริการบนขบวนรถไฟฟ้า โดยเหล่าซานต้า Influencers ชื่อดัง พร้อมรับฟังการบรรเลงเพลงคริสต์มาสจากวงไอดอล และในเทศกาลปีใหม่ ยังเตรียมของขวัญสุดพิเศษ ยาดมสมุนไพร ตรารถไฟฟ้าสายสีแดง เพื่อความสดชื่นต้อนรับปีใหม่ ให้แก่ผู้ใช้บริการ จำนวน 2,568 ชิ้น ในวันที่ 1 มกราคม 2568 ซึ่งผู้โดยสารสามารถติดต่อขอรับได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี ตั้งแต่เวลา 05.30 น. - 24.00 น. หรือจนกว่าของจะหมด บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ใช้บริการทุกท่านจะได้รับความสุข ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยตลอดการเดินทางในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้

นอกจากนี้ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เตรียมเอาใจคนรักสัตว์ โดยตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2568 เป็นต้นไป รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดแคมเปญ Pet Friendly Train Weekend Service (เฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์) เพื่อให้การเดินทางของท่านเป็นการเดินทางอันแสนพิเศษไปพร้อมกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก โดยสามารถนำสัตว์เลี้ยง ร่วมเดินทางไปท่องโลกกว้างได้อย่างมีความสุข ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด



สำหรับด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสุนัขทหาร K9 ตรวจตราในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงจุดที่มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุก่อการร้าย หรือเหตุวินาศกรรม พร้อมกำชับกวดขันเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คอยสอดส่องและระมัดระวังเหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆทุกสถานี นอกจากนี้ยังมีการเฝ้าระวังพื้นที่ผ่านระบบ CCTV โดยควบคุมการปฏิบัติงานผ่านวิทยุสื่อสาร หากเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายขึ้นภายในสถานีรถไฟฟ้า จะสามารถดำเนินการเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ขอขอบคุณในทุกการสนับสนุน และจะมุ่งมั่น พัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองได้อย่างยั่งยืน

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม
Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET”

หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ ...ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

อนันตราเชียงใหม่รีสอร์ท เปิดตัวเรือ เอกลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของภาคเหนือ


อนันตราเชียงใหม่รีสอร์ท เปิดตัวเรือลำใหม่สุดตระการตา พร้อมเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของภาคเหนือประเทศไทย เพื่อนำแขกเข้าสู่ประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษ โดยเรือชื่อ "ทิพยานจิต" หรือที่แปลว่า "เรือแห่งสรวงสวรรค์" ได้รับการออกแบบโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติผู้มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะผู้สร้างสรรค์ “วัดร่องขุ่น” ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่าล้านคนจากทั่วโลกในแต่ละปี

อาจารย์เฉลิมชัยเป็นหนึ่งในศิลปินร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของประเทศไทย และได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็นศิลปินแห่งชาติในปี พ.ศ. 2554 เพื่อยกย่องผลงานตลอดชีวิตของท่าน ผลงานล่าสุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดภาพวาดที่มีชื่อว่า “ทิพยานจิต” โดยการออกแบบเรือบรรยายถึงการเดินทางจากโลกนี้สู่โลกหน้า และส่วนหัวเรือได้รับการแกะสลักด้วยมือเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ในตำนาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการพามนุษย์ล่องแม่น้ำสู่สรวงสวรรค์

“ทิพยานจิต เป็นเรือที่เกิดจากความฝันของศิลปิน เรือที่มีคุณค่าทางสุนทรียศาสตร์อย่างล้ำลึก ผมอยากสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นสมบัติของชาติ ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อโรงแรม แต่ต้องเป็นสิ่งที่พิเศษจริง ๆ” อาจารย์เฉลิมชัยกล่าว “ผมหลงใหลในเรือของอยุธยาสมัยโบราณ โดยเฉพาะเรือที่มีดีไซน์แปลกและพิเศษ และสนุกกับการศึกษาเรือเหล่านี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการทำงาน ผลงานของผมเกี่ยวกับสรวงสวรรค์อยู่แล้ว จึงตัดสินใจออกแบบเรือ 'ทิพยานจิต' โดยนำแรงบันดาลใจจากเรือในสมัยอยุธยามาผสมผสานกับสไตล์ของผม เป็นเรือที่พาผู้คนล่องไปสู่โลกแห่งสรวงสวรรค์ การวาดเรือเป็นความฝันส่วนตัวที่ผมหลงใหลมาโดยตลอด”

เรือลำนี้มีความพิเศษเปรียบดังศิลปะลอยน้ำ โดยจะรองรับแขกสูงสุดเพียง 18 ที่นั่งเท่านั้น แขกบนเรือจะได้สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารไทยชั้นเลิศ ซึ่งเมนูจะเปลี่ยนทุกฤดูกาลโดยเชฟที่ได้รับดาวมิชลินหรือมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับชั้นนำของประเทศไทย สำหรับเมนูเปิดตัวได้รับการสร้างสรรค์โดย เชฟปิยชาติ พุทธวงศ์ หรือเชฟบอย จากร้านอาหารเสน่ห์จันทน์ในกรุงเทพฯ

เชฟบอยเติบโตในครอบครัวที่มีอาชีพทำอาหาร และเริ่มมีชื่อเสียงจากการเข้าร่วมรายการ Iron Chef ความเชี่ยวชาญของเขาอยู่ที่ขนมไทยแบบดั้งเดิม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตำรับขนมชาววังหายากที่เขารวบรวมมาตลอดหลายปี แขกที่ขึ้นเรือทิพยานจิตจะได้ลิ้มลองเมนู 7 คอร์สของอาหารไทยคลาสสิก ที่จับคู่ไวน์อย่างลงตัวจาก Monsoon Valley ไร่องุ่นชั้นนำของประเทศไทย ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 ถึงปลายเดือนมีนาคม 2568


“ที่อนันตราเชียงใหม่ ชีวิตริมน้ำคือหัวใจสำคัญของประสบการณ์ในรีสอร์ท” นายพิทักษ์ นรเทพกิตติ ผู้จัดการทั่วไปของอนันตราเชียงใหม่ รีสอร์ทกล่าว “แม่น้ำปิงคือสายใยชีวิตของเมืองเชียงใหม่มาแต่ยาวนานนับหลายร้อยปี การได้เห็นชีวิตที่ดำเนินไปตามสองฝั่งแม่น้ำ คือการสัมผัสจิตวิญญาณของจุดหมายปลายทางนี้อย่างแท้จริง และเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับศิลปินระดับโลกอย่างอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษนี้ให้แก่แขกของเรา”

ทิพยานจิต เปิดให้บริการอาหารเย็นทุกวัน เวลา 17:30 น. จากท่าเรือส่วนตัวของอนันตราเชียงใหม่ รีสอร์ท โดยเหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตกและจิบค็อกเทล ระหว่างมื้ออาหาร แขกจะได้เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีไทย และสามารถยืมชุดไทยเพื่อถ่ายภาพเก็บความทรงจำอย่างเต็มอิ่ม 


ราคาอาหารเย็นท่านละ 6,999++ บาท และเพิ่มอีก 1,999++ บาท สำหรับไวน์แพริ่ง เรือทิพยานจิตพร้อมให้บริการในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสำรองที่นั่ง
โทร +66 (0) 53 253 333
อีเมล chiangmai@anantara.com หรือ LINE @Anantarachiangmai

22 ธันวาคม 2567

ประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพและงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนนครสวรรค์ ประจำปี 2568

ประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพและงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนนครสวรรค์ ประจำปี 2568 วันที่ 22 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 (รวม 12 วัน 12 คืน) จังหวัดนครสวรรค์

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. ได้ให้ข่าวว่า ททท.นครสวรรค์ โดย ผอ.สุชารัตน์ แสงอรุณ ได้ร่วมเชิญชวนนักท่องเที่ยวเที่ยวงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ปี 2568 ภายใต้แนวคิด “109 ปี สืบสานประเพณีวิถีแห่งศรัทธา” เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา นำโดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ (บดินทร์ เกษมศานติ์) / รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ (เชิดพันธุ์ มีศรี) / นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ (จิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ) / ประธานมูลนิธิส่งเสริมงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ สมัยที่ 30 (ณัฐวุฒิ หลินภัทรชัย) / ประธานคณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ประจำปี 2567-2568 (ศิริลักษณ์  อภิชิตชาติ) และ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. (สมชาย  ชมภูน้อย) ได้ร่วมกันแถลงข่าวประเพณีแห่ เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพและงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนนครสวรรค์ ประจำปี 2568 และร่วมพิธีเปิดไฟตกแต่งเมืองในเทศกาลตรุษจีนนครสวรรค์


เทศกาลตรุษจีน ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ และชาวจีนโพ้นทะเล  ทั่วโลกพร้อมกับมีการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่สำหรับในเมืองไทยหากเอ่ยถึงเทศกาลตรุษจีนต้องนึกถึงงานตรุษจีนที่จังหวัดนครสวรรค์ เมืองต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยามีชื่ออีกชื่อที่คนทั่วไปรู้จักคือ "ปากน้ำโพ" จังหวัดนครสวรรค์นับว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือ มีจุดเด่นที่อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียง 239 กิโลเมตร จัดเป็นศูนย์กลางทางการค้า เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด ชาวจีนหลายเชื้อสายที่อพยพเข้ามา   ตั้งรกรากทำมาหากินจะอาศัยอยู่ตามริมแม้น้ำน่าน เรียกว่า "แควใหญ่" และบริเวณ "ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา"
คือตลาดปากน้ำโพ ซึ่งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตก บรรพบุรุษของชาวจีนนับถือเทพเจ้า เมื่อมาตั้งรกรากที่ใด
ได้อัญเชิญเอาเทพเจ้าที่ตนนับถือติดตัวมาด้วย ชาวจีนในตลาดปากน้ำโพก็เช่นกัน พากันนับถือ เจ้าพ่อเทพารักษ์ – เจ้าพ่อกวนอู – เจ้าแม่ทับทิม - เจ้าแม่สวรรค์ เป็นจุดรวมของสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมชุมชน
ที่แสดงให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานที่มีชาวจีนอาศัยอยู่

การจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ และ งานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน จังหวัดนครสวรรค์ และในปี 2568 ได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 รวม 12 วัน 12 คืน ภายใต้แนวคิด 109 ปีสืบสานประเพณีวิถีแห่งศรัทธา พร้อมทั้งเนื่องในโอกาส 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน ปี2568 พบกับความพิเศษ “Nakhonsawan Wonder Land” การจัดงานปีนี้มีความมหัศจรรย์พิเศษ มากถึง 5 Wonder คือ

1.Wonder Food วันเดอร์แลนด์แดนนี้มีแต่ของอร่อย สวรรค์ของนักกิน ได้รวมร้านอร่อยขึ้นชื่อในนครสวรรค์ /ลานอาหารและขนมยอดนิยมใน Tiktok / อาหารในตำนานอร่อยในปากน้ำโพ / คาราวานร้านขนมและอาหารมาตั้งอยู่ในงานกว่า 150 ร้านค้า

2.Wonder Faith วันเดอร์แลนด์ดินแดนแห่งศรัทธา สวรรค์ของความเชื่อและศรัทธา  สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวปากน้ำโพมานับร้อยปี / ลานแก้ชง ที่ผ่านพิธีกรรมอย่างถูกวิธีจากพระภิกษุจากวัดเล่งเน่ยยี่ เพื่อปัดเป่าสิ่งร้ายและอัปมงคล / ลานบุญ รวมทวยเทพมาสร้างเป็นศิลปะขนาดใหญ่ให้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของนักท่องเที่ยว

3.Wonder Five วันเดอร์แลนด์แดนชาวจีนห้าชาติพันธุ์ สวรรค์ของดี5ชนเผ่า ชมการแสดงเสือและสิงโต ของชาวจีนไหหนำ กว๋องสิว ฮากกา ฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว และการแสดงคณะมังกรทอง จ้าวพ่อ~จ้าวแม่ปากน้ำโพ การแสดงรำถ้วยไหหนำ การแสดงคณะเอ็งกอ พะบู๊ เจ้าพ่อ เจ้าแม่ปากน้ำโพ พร้อมการแสดงส่งตรงมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

4.Wonder Fun วันเดอร์แลนด์แดนมหาสนุก สวรรค์ของความสนุกทุกวันกับการแสดงจากคณะเสือ สิงโต เอ็งกอ และวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน 5 ชาติพันธุ์ / ฟรีคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดังทุกค่ำคืน / มุมถ่ายภาพประทับใจทั่วเมือง /มหกรรมความสนุกกับเกมส์และงานออกร้าน เซอร์ไพรส์กับของดี ราคาประหยัด

5.Wonder Fest วันเดอร์เฟสติวัล สวรรค์ของความตื่นตาตื่นใจกับขบวนแห่งานตรุษจีน ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย รางวัลในระดับโลก Pinnacle Award 2023 ชมขบวนแห่กลางวัน-กลางคืน สีสัน และพลุตระการตา จากลูกหลานชาวปากน้ำโพ นักแสดงกว่า 1,200 คน ขบวนแห่เจ้าพ่อ เจ้าแม่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อวยพรสร้างความเป็นสิริมงคลรับขวัญปีใหม่จีนแก่ผู้ที่มาเยือนและท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์ 


พิกัด 3 ศาลเจ้า แก้ชง เสริมสิริมงคล "หัวมังกร ท้องมังกร หางมังกร" ไหว้ครบจบที่จังหวัดนครสวรรค์“มังกร” เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของคนจีน ซึ่งชาวจีนเชื่อกันว่าคือสัตว์ที่ทรงพลังและศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าและดิน เป็นตัวแทนของพลังที่ยิ่งใหญ่แห่งธรรมชาติ พลังอำนาจสูงสุดของโลก ทั้งยังกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ ความดีงาม และอำนาจบารมี จนถือได้ว่า “มังกร” เป็นสัญลักษณ์แทนความโชคดีสูงสุดก็ว่าได้ ดังนั้นผู้คนจึงนิยมไปไหว้พระขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ

กิจกรรมส่งเสริมการตลาดช่วงปีใหม่และตรุษจีนของ ททท.สำนักงานนครสวรรค์ Grand Moment  เที่ยวสิริมงคล "หัวมังกร ท้องมังกร หางมังกร" ไหว้ครบจบที่จังหวัดนครสวรรค์“ โดยไหว้พระขอพร ต้อนรับปีใหม่ ถิ่นมังกร นคร...(สวรรค์)...มงคล” กิจกรรม Passport check in   

-  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์ ได้นำเสนอเส้นทางสายศรัทธาเมืองมังกร 3 ศาลเจ้า เพื่อเสริมสิริมงคล ส่งมอบความสุข ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (เฮง เฮง เฮง ต้นปี..... ลา ล่า ล่า ล๊า ล๊า เฮง เฮง ท้ายปี.....)  

📍กติการง่ายเพียง 📍
- นักท่องเที่ยวผู้ร่วมกิจกรรมต้องรับประทานอาหารและเครื่องดื่มจากร้านที่เข้าร่วมโครง ครบ 500 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ร้าน/ 1 ใบเสร็จ  มีสิทธิ์ได้รับ Passport 1 เล่ม 

- นักท่องเที่ยวผู้ร่วมกิจกรรมต้องสะสมตราประทับ ให้ครบทั้ง 3 ศาลเจ้า (ศาลเจ้าหน้าผา ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม เเละศาลเจ้าพ่อมังกรท้อง) เพื่อแลกรับของที่ระลึกจาก ททท.นครสวรรค์

** หมายเหตุ ขอสงวนสิทธิ์ ตราประทับจะต้องครบตามจำนวนรวมอยู่ใน Passport check in 1 เล่ม เพื่อแลกของรางวัลได้ 1 สิทธิ์

คาดการณ์นักท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีน อัตราการเข้าพักในช่วงการจัดงาน มากกว่า 80% เฉลี่ยวันพัก 2.90 คืน มีทั้งแบบนอนโรงแรม รีสอร์ท  บ้านญาติ จึงทำให้คาดว่าจะมีเยี่ยมเยือนและร่วมงาน กว่า 900,000 คน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนภาพรวมทั้งทางตรงและทางอ้อมในจังหวัดนครสวรรค์ ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท 

สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครสวรรค์ เลขที่ 1045/2 หมู่ที่ 10 ถนนนครสวรรค์-พิษณุโลก ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมือง  จังหวัดนครสวรรค์
โทรศัพท์ 056221811  เพจ ททท.สำนักงานนครสวรรค์-พิจิตร

19 ธันวาคม 2567

Alexander & James จับมือ Chic Republic เปิดพื้นที่โชว์รูมใหม่ รุกตลาดภูเก็ต

Alexander & James เนรมิตพื้นที่รวม 100 ตรม. ในโซนห้าง Home Fashion เฟอร์นิเจอร์สโตร์ Chic Republic สาขาภูเก็ต จัดเต็มชุดโซฟารุ่นใหม่และรุ่นคลาสสิค กว่า 15 รุ่น ให้ผู้ที่ชื่นชอบโซฟาสไตล์อังกฤษได้สัมผัสและทดลองนั่งแล้ววันนี้

จากความสำเร็จของ Alexander & James แฟล็กชิปโชว์รูมในย่านเอกมัย ส่งตรงถึงโชว์รูมแห่งแรกในต่างจังหวัดคุณปิยพร พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทแม่ของ Alexander & James เปิดเผยว่า “การท่องเที่ยวของประเทศไทยกำลังค่อยๆ ฟื้นคืน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็กำลังเติบโตขึ้น โดยเฉพาะในแถบภูเก็ต มีกำลังซื้อสูงขึ้นมากจากลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า GDP ของจังหวัดภูเก็ต จะเติบโตเกือบ 20% เรียกว่าสูงกว่าภาพรวมของทั้งประเทศ เราได้เริ่มมองหาทำเลที่จะสามารถนำเสนอสินค้าของเราให้ลูกค้าที่สนใจ โดยไม่ต้องเดินทางมาถึงโชว์รูม Alexander & James ที่กรุงเทพฯ ประจวบกับ Chic Republic มีแผนจะเปิดStand Alone Store แห่งใหม่ บนพื้นที่หน้ากว้างมากกว่า 160 เมตร บนถนนใหญ่ในทำเลที่ดีมาก โดย Chic Republic เป็นลูกค้าของเรามาอย่างยาวนาน ตั้งแต่วันแรกที่เรามาเปิดแฟล็กชิปโชว์รูมในกรุงเทพ พร้อมทั้งซัพพอร์ตเราด้วยดีเสมอมา ทำให้เราตัดสินใจนำเสนอสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ของเราบนพื้นที่นี้ร่วมกัน”


“โซฟาของ Alexander & James มีเอกลักษณ์ของตัวเองที่ชัดเจน ส่งเสริมการตกแต่งบ้านในสไตล์ traditional หรือสไตล์ mix & match ที่นิยมกันในปัจจุบัน ซึ่งคอนเซปต์หลักของโชว์รูมนี้คือ First & Only home Fashion Store เป็นการนำเสนอเฟอร์นิเจอร์หลากหลายสไตล์ จำลองการตกแต่งห้องในบรรยากาศต่างๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านให้ลูกค้าของเรา การมาเปิดโชว์รูมที่ภูเก็ตแน่นอนว่า จะขาดแบรนด์ Alexander & James ไปไม่ได้เลย” คุณกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการบริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน) กล่าว




คอลเลคชั่นที่นำมาโชว์มีทั้งแบบคลาสสิค และคอลเลคชั่นใหม่ Resort style ซึ่งจะมีขายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 30% “คอลเลคชั่นดั้งเดิมที่เป็นที่นิยมส่วนใหญ่จะทำจากหนังและผ้าเกรดพรีเมียม  ซึ่งแบบที่นำมาโชว์จะมีทั้งแบบยอดนิยมตลอดกาลและแบบใหม่ที่ทำจากผ้าลินินผสม เพื่อให้เข้ากับบ้านพักตากอากาศในโซนภูเก็ตที่ให้ลุคผ่อนคลาย นั่งสบาย โดยที่ยังคงคุณสมบัติกันลามไฟตามมาตรฐานอังกฤษของเรา ซึ่งเชื่อมั่นว่าการเป็นพาร์ทเนอร์กับชิครีพับลิคในครั้งนี้ จะสามารถนำเสนอแบรนด์ Alexander & James ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น” คุณปิยพร กล่าวปิดท้าย

สัมผัสโซฟาแบรนด์ Alexander & James ได้ด้วยตัวคุณเองแล้ววันนี้ที่ Chic Republic สาขาภูเก็ต บนถนนเทพกษัตรี ขาเข้าเมืองภูเก็ต เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 น.- 21:00 น. สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่โชว์รูมภูเก็ต เบอร์โทร 076-510-990 หรือนัดหมายเพื่อเข้าชมตัวอย่างได้ที่อเล็กซานเดอร์ แอนด์ เจมส์ แฟลกชิปสโตร์ ถนนเอกมัย เบอร์โทร 092-350-8988
Facebook Alexander & James Thailand

Thailand Halal Assembly 2024 โชว์ศักยภาพฮาลาลไทยในยุคเทคโนโลยีดิจิตอล


"Thailand Halal Assembly 2024" โชว์ศักยภาพฮาลาลไทยในยุคเทคโนโลยีดิจิตอล หวังสร้างโอกาสที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมฮาลาลไทย

มื่อโลกก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิตอล ทิศทางฮาลาลจะเป็นอย่างไร พร้อมค้นพบโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจและ เทคโนโลยีฮาลาลที่ตอบโจทย์อนาคตได้ กับงานฮาลาลที่ดีที่สุดในไท“ThallandHalalAssembly2024 " ภายใต้แนวคิด "Toward Halal Trust Through Digital Technology 2 AIs" หรือ "ความไว้วางใจด้านฮาลาล ผ่านเทคโนโลยี ดิจิทัลสองเอไอ” หวังสร้างโอกาสที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมฮาลาลไทย อีกทั้งช่วยให้ประเทศ ไทยได้ขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในเศรษฐกิจฮาลาลโลก โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 20 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมอัลมีรอช กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน

รศ.ดร.วินัย ตะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธาน จัดงาน Thailand Halal Assembly 2024 กล่าวว่า # ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ( #ศวฮ.) เป็น เจ้าภาพหลักในการจัดงาน "Thailand Halal Assembly 2024 ( #THA2024 )" การประชุมวิชาการด้าน วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมฮาลาลนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ ความรู้ใหม่และนวัตกรรมใหม่ๆ ในโลกฮาลาล ให้กับมุสลิมด้วยกันเอง และผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมที่มีความสนใจใน อุตสาหกรรมสาลาล โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Toward Halal Trust Through Digital Technology 2 AIs" หรือ “ความไว้วางใจด้านฮาลาลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลสองเอไอ" ซึ่งปฏิเสรไม่ได้ว่าปัจจุบันโลกของเราก้าวสู่การ เป็นโลกแห่งเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับ #2AIs ที่ต้องการนำเสนอในงานครั้งนี้ได้แก่ เลโอที่ หนึ่ง คือ Actual Implementation ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานผ่านการอัพสกิล ฝึกปฏิบัติด้วยหนึ่งสมองสองมือในการ ทำงาน เช่น งานการมาตรฐานฮาลาล, การวางระบบ HAL-Q. งานห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาล, งานพัฒนา นวัตกรรม, งานพัฒนาฐานข้อมูล H numbers, การตัดสินทางศาสนา (ฟุตวา) เพื่อให้มนุษย์หรือคนยังคงสภาพผู้นำ โดยมีเครื่องจักรและเอไอเป็นผู้ตาม และเอไอที่สอง คือ Artificial Intelligence โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อบริหาร จัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต และช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ฮาลาล"


ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ อาทิ งาน IHSATEC (International Halal Science and Technology Conference) ครั้งที่ 11 และงาน HASIB (Halal Science, Industry and Business) งานประชุมวิชาการ ฮาลาลนานาชาติ ครั้งที่ 17 โดยมีหัวข้อการประชุมหลัก คือ “2 AIs for Thailand's Halal Trust & Confidence" และหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ สาสาลกับสุขภาพและความงาม, ฮาลาลกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวัตกรรม และ Halal Route Workshop ซึ่งทั้งสองงานประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการจัดการประชุมระดับ นานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม และธุรกิจฮาลาล โดยมีผู้เข้าร่วมจากมากกว่า 40 ประเทศ บทความวิชาการที่นำเสนอในการประชุม จะได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการนานาชาติ JHASIB หรือ Journal of Halal Science, Industry and Business ซึ่งจะเผยแพร่ปีละสองฉบับ เพื่อส่งเสริม งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สา ลาลในระดับสากล


รวมถึง โซน SMEs ฮาลาล การจัดแสดงศักยภาพผู้ประกอบการในการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ร่วม พัฒนาโดยศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีพัฒนาการทั้งกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์ และ การตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยผู้ประกอบการที่นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกิจกรรมนี้ ซึ่งได้รับการคัดเลือก จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่ามีความพร้อมและมีศักยภาพที่จะได้รับรางวัลนวัตกรรม SMEs ฮาลาล รวม 18 สถานประกอบการ จากผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร เช่น Suwirun Tea Shop Thailand Premium Organic Tea, Madi Kombucha, Vanapan Vegan Nail Care และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย และที่ห้ามพลาดกับ นิทรรศการ "Halal Trust Through Digital Technology 2AIs" ที่ผสานการนำไปปฏิบัติจริงกับปัญญาประดิษฐ์ (Al) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าและอุตสาหกรรมฮาลาลในประเทศไทย เกิดความน่าเชื่อถือและเสริมสถานะ บนเวทีโลก ซึ่งการประชุมในครั้งนี้คาดว่าจะมี ประโยชน์ อย่างยิ่งต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และธุรกิจ ฮาลาล ช่วยให้ประเทศไทยขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในเศรษฐกิจฮาลาลจากมูลค่าปัจจุบัน 6.1 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐ โดยไม่รวมการท่องเที่ยวฮาลาล ยา และโลจิสติกส์ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในขณะนี้


สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลและนวัตกรรมฮาลาล ค้นพบโอกาสใหม่ๆ ทาง ธุรกิจและเทคโนโลยีฮาลาลที่ตอบโจทย์อนาคต รวมถึงติดตามข่าวสารต่างๆ ของงานเพิ่มเติมได้ที่ www.Thailandhalalassembly.com, Facebook: Thailand Halal Assembly โทร. 02-218-0618 

17 ธันวาคม 2567

เครือโรงพยาบาลพญาไท - เปาโล พร้อมขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ชุมชน ใกล้คุณ”

ภายใต้แนวคิด “ใกล้ที่ทำงาน ใกล้บ้าน ใกล้คุณ”


การพัฒนาบริการทางการแพทย์เพื่อส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีในการรักษาถือเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาการเข้าถึงรักษาในทุกมิติ เพื่อเชื่อมโยงประสิทธิภาพของ Healthcare Network ที่สามารถประสานงานผ่านโครงข่ายที่มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้รับบริการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว จนปัจจุบันมีจำนวนคลินิกมากกว่า 20 สาขาทั้งในอาคารสำนักงานและชุมชน โดยมีเป้าหมายขยายจำนวนสาขาต่อไป



นพ.ดุสิต ปัญญาประเสริฐ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปาโล เกษตร กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ของโรงพยาบาลเปาโล เกษตร ที่นำร่องรูปแบบบริการดังกล่าวก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 ของการจัดตั้งคลินิกเวชกรรมสู่ชุมชนและอาคารสำนักงานขององค์กรพันธมิตร โดยโรงพยาบาลใช้ทรัพยากรทางการแพทย์และความเชี่ยวชาญตอบโจทย์ความต้องการเรื่องสุขภาพอย่างยั่งยืน ร่วมตอบสนองความต้องการของผู้เช่าในอาคารที่เสมือนมีสถานพยาบาลคอยดูแลใกล้ชิด ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยและรักษา ส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน บริการกายภาพบำบัดฟื้นฟู โดยกำหนดผลลัพธ์คุณภาพตามมาตรฐาน HA Quality of Patient Care ต่อยอดบริการด้วยการตรวจเชิงป้องกัน ชะลอความเสื่อม ฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะบุคคล และรองรับการสนับสนุนบริการให้คำปรึกษาทางการแพทย์สำหรับการตรวจสุขภาพหมู่คณะ



สำหรับความร่วมมือองค์กรพันธมิตรสำคัญ ปัจจุบันนี้โรงพยาบาลเปาโล เกษตร มีคลินิกเวชกรรมและสหคลินิก ที่ตั้งในอาคารสำนักงานซันทาวเวอร์ และ อาคารสำนักงานสิงห์ คอมเพล็กซ์ ของกลุ่ม บมจ.สิงห์ เอสเตท ซึ่งนับเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนระดับสากล ที่เรามีความตั้งใจสร้างประสบการณ์สุขภาพเข้าถึงพื้นที่ในองค์กรที่หลากหลาย


คุณโอฬาร วัยอุดมวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและการพาณิชย์ บริษัท สิงห์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ได้ร่วมให้ข้อมูล กลุ่มบริษัทสิงห์ เอสเตท ให้ความสำคัญกับแนวคิดเรื่อง Work-Life Integration หรือการใช้ชีวิตแบบไร้รอยต่อทั้งชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งรวมทั้งการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีด้วย โดยเราต้องการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนทำงาน เพื่อให้คนที่มาทำงานที่นี่มีสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวันในมิติของความ “เป็น อยู่ ดี และยั่งยืน” ดังนั้นเราจึงมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพการให้บริการและการบริหารจัดการอาคารที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานและชุมชนโดยรอบให้ดีขึ้น การที่โรงพยาบาลเปาโลมาจัดตั้งคลินิกในพื้นที่อาคารด้วยแนวคิด “Healthcare Connect to Workplace” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการบริหารงานของสิงห์ เอสเตท ถือเป็นความร่วมมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการพัฒนาคุณภาพชีวิต ช่วยให้ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้รับความสะดวกในการเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลที่ดีและมีคุณภาพอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เพราะมีคลินิกเวชกรรมและสหคลินิกเครือโรงพยาบาลพญาไท - เปาโล มาให้บริการถึงออฟฟิศ นับเป็นการเพิ่มคุณค่า ให้กับพื้นที่อาคารสำนักงานของ สิงห์ เอสเตทที่จะมีส่วนช่วยส่งเสริมการเข้าถึงการรักษา และส่งเสริมการขยายเข้าถึงกลุ่มลูกค้าออฟฟิศ ของคลินิกเวชกรรมและสหคลินิกเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  



นพ.ดุสิต กล่าวเพิ่มเติมว่า เครือโรงพยาบาลพญาไท - เปาโล ยังนำความโดดเด่นของนวัตกรรมทางการแพทย์มาเพิ่มประสิทธิภาพ และส่งมอบประสบการณ์การรักษาสุขภาพวิถีใหม่ อาทิ Health Up เป็น Digital Health Platforms ช่วยจัดการข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงบริการ Telemedicine การแพทย์ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถทำนัดหมายแพทย์ ดูผลการตรวจสุขภาพ และแม้แต่ส่งยาถึงบ้านได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งโปรแกรม Healthy Together Model การดูแลสุขภาพระดับองค์กรเพื่อร่วมสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้บริการของเราทุกระดับมั่นใจได้ถึงมาตรฐานการรักษา ที่สะดวกรวดเร็ว ลดข้อจำกัดเรื่องการเดินทางเข้ามายังโรงพยาบาล



คลินิกเวชกรรมและสหคลินิกเครือโรงพยาบาลพญาไท - เปาโล จึงพัฒนาบริการทางการแพทย์เข้าถึงพื้นที่ด้วยระบบเครือข่าย “ใกล้ที่ทำงาน ใกล้บ้าน ใกล้คุณ” ส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีในการรักษา ร่วมสร้างความยั่งยืนเติบโตไปพร้อมกันกับพันธมิตรและชุมชน