27 เมษายน 2566

โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 "50 ครัวเรือนเปราะบางบันนังสตา เฮ รับมอบวัสดุซ่อมบ้านชายแดนใต้ "
      เมื่อวันที่ 25 เมษายน เวลา 09.00 น. ณ  ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา นายมนตรี เสฏฐปัญโญ นายอำเภอบันนังสตา/ผอ.ศปก.อ.บันนังสตา  พร้อมด้วยนายสมใจ  บุญอาจ  ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา ส่วนราชการในพื้นที่ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบลบาเจาะ เจ้าหน้าที่ปกครองประจำตำบล หน่วยกำลังในพื้นที่ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น บัณฑิตอาสาฯ และเจ้าหน้าที่นิคมฯ ลงพื้นที่ส่งมอบวัสดุซ่อมแซมบ้านให้แก่กลุ่มเป้าหมายตามโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2566 ราษฎรครอบครัวยากจนที่ตกเกณฑ์ด้านที่อยู่อาศัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดรายตัวชี้วัด ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ระดับอำเภอ ปี 2565 

     นายสมใจฯ  กล่าวว่านิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา ดำเนินงานโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยดำเนินการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจำนวนทั้งสิ้น 156 หลัง ในพื้นที่อำเภอบันนังสตา จำนวน 50 หลัง อำเภอกรงปินัง จำนวน 23 หลัง และอำเภอเมือง จำนวน 83 หลัง  โดยใช้จ่ายจากเงินงบประมาณปี พ.ศ. 2566 ตามยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการพัฒนาพื้นที่ตามศักยภาพของพื้นที่ กิจกรรมหลัก  ตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน กิจกรรมย่อย สนับสนุนแก้ไขปัญหาบ้านเรือนราษฎรที่ยากจนและด้อยโอกาสในจังหวัดชายแดนภาคใต้




     นายมนตรีฯ  กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของอำเภอบันนังสตา ในปีนี้ได้รับจัดสรรจำนวนทั้งสิ้น 50 หลัง ประกอบด้วย 

1.ตำบลบาเจาะ จำนวน 4 หลัง

2.ตำบลตลิ่งชัน จำนวน 13 หลัง

3.ตำบลเขื่อนบางลาง จำนวน 8 หลัง

4.ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ จำนวน 7 หลัง

5.ตำบลถ้ำทะลุ จำนวน 3 หลัง

6.ตำบลบันนังสตา จำนวน 15 หลัง

     ซึ่งในวันนี้ได้ส่งมอบวัสดุ ในตำบลบาเจาะ จำนวน 3 หลัง ประกอบด้วยหลังที่ 1 นาง เอ นามสมมุติ อายุ 69 ปี  ไม่มีอาชีพรายได้มาจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600 บาท/เดือน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 300 บาท/เดือน มีสมาชิกอยู่อาศัยจำนวน 7 คน สภาพบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียวครึ่งปูนครึ่งไม้ มีสภาพห้องครัวทรุดโทรม ไม่มีห้องน้ำ มีความต้องการซ่อมแซมห้องครัว

หลังที่ 2 นาง บี นามสมมุติ อายุ 57 ปี สถานภาพ หม้าย มีสมาชิกอาศัยอยู่ จำนวน 3 คน ตนเองไม่ได้ประกอบอาชีพ รายได้มาจากบุตรชายซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป 300บาท/วัน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 300 บาท/เดือน สภาพบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียว แต่ไม่มีห้องครัว มีห้องน้ำใช้ มีความต้องการต่อเติมห้องครัว

หลังที่ 3 นาง บี นามสมุติ อายุ 83 ปี สถานะภาพ หม้าย มีสมาชิกอาศัยอยู่ จำนวน 6 คน ตนเองไม่ได้ประกอบอาชีพ รายได้มาจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600 บาท/เดือน  สภาพบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ หลังคารั่วชำรุดทรุดโทรม มีห้องน้ำใช้ มีความต้องการซ่อมแซมหลังคาบ้านซึ่งในวันนี้ในส่วนของอำเภอบันนังสตา ได้นำถุงยังชีพไปมอบให้กับครัวเรือนเปราะบางสามครัวเรือนเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น 




     นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา พร้อมจะส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ให้สมาชิกนิคมฯ และประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับสิทธิที่พึงได้รับอย่างเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนมีที่อยู่อาศัยและอาชีพที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ต่อไป นายสมใจ กล่าวในตอนท้าย

#นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้จังหวัดยะลา #พมช่วย24ชั่วโมง #ช่วย24ชั่วโมง

26 เมษายน 2566

โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ก้าวสู่ปีที่ 30ทุ่ม 600 ล้าน รีแบรนด์ครั้งใหญ่ รพ.ธนบุรี 2

โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ก้าวสู่ปีที่ 30ทุ่ม 600 ล้าน รีแบรนด์ครั้งใหญ่ รพ.ธนบุรี 2 เปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา  ก้าวสู่ปีที่ 30 พัฒนาเป็นโรงพยาบาลตติยภูมิ

ยกระดับเป็นผู้นำด้านการตรวจวินิจฉัยสุขภาพที่แม่น ยำ มีประสิทธิภาพ "รพ.ธนบุรี 2" รีแบรนด์เป็น "ธนบุรี ทวีวัฒนา" พร้อมปรับปรุงพื้นที่ให้บริการเป็นศูนย์ตรวจสุขภาพที่ทันสมัย รองรับชาวกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก เขตตลิ่งชัน , เขตทวีวัฒนา และปริมณฑล 



ในโอกาสสำคัญที่โรงพยาบาลธนบุรี 2 ครบรอบ 30 ปี  นายเฉลิมกุล  อภิบุณโยภาส  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา  กล่าวว่า  จากนี้ไปโรงพยาบาลของเรา ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ในท้องที่เขตทวีวัฒนา   จะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา" เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงและจดจำภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลได้ง่ายขึ้นรวมทั้งทราบถึงสถานที่ว่าตั้งอยู่ตรงไหน  และ นอกจากชื่อใหม่ในวาระก้าวสู่ปีที่ 30 นี้ เรามีเป้าหมายจะพัฒนาเป็นโรงพยาบาลตติยภูมิ  หมายถึง ความสามารถที่จะรักษาโรคที่ซับซ้อนได้มากขึ้น โดยได้ทยอยรับแพทย์เฉพาะทางเข้ามาดูแลลูกค้า ขณะเดียวกัน

โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ได้พัฒนาศูนย์ตรวจสุขภาพ Wellness Center ให้มีความพร้อมในการให้บริการด้านการตรวจสุขภาพ  อำนวยความสะดวกและสร้างความประทับใจพึงพอใจในการเข้ารับบริการ  โดยมีการปรับปรุงพื้นที่ภายในศูนย์ตรวจสุขภาพ  Wellness Center ให้มีความกว้างขวาง สะดวกสบาย มีความสวยงามและทันสมัย  รองรับการให้บริการทุกด้าน  


นายเฉลิมกุล  กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราไม่เคยหยุดยั้งการพัฒนา การให้บริการต่อลูกค้า โดยได้ลงทุนเครื่อง CT Scan 443 Slide เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และปีที่แล้วได้ให้บริการเครื่อง MRI ส่วนต้นปีนี้ให้การดูแลผู้ป่วยที่ต้องการฟอกไตหรือแผนกไตเทียม   ขณะนี้ทางโรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ได้เริ่มการก่อสร้างอาคารใหม่เป็นตึก 3 ชั้น ให้บริการทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยใช้งบลงทุน 600 ล้านบาท จะให้บริการลูกค้าใน Q4 ของปีหน้า เพื่อเป็นการรองรับการเติมเต็มของธุรกิจ นอกจากนี้ได้เสริมให้มีทีมแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลผู้สูงอายุ เช่น แพทย์ทางระบบประสาทที่ดูแลรักษาทั้งหลอดเลือดตีบตัน , โรคสมองเสื่อม (Alzheimer’s) แพทย์ทางกระดูกและข้อและแพทย์ทางด้านหัวใจ ตลอดจนแพทย์ที่ดูแลทางด้านเบาหวาน ซึ่งที่กล่าวมานี้ส่วนใหญ่จะเจอในวัยผู้สูงอายุ ทั้งนี้โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา ยังมีโรงพยาบาล ในเครือของ THG ที่สามารถรับส่งต่อดูแลคนได้ทั้งติดเตียงและไม่ติดเตียง อีกด้วยในปี 2566 นี้ กลุ่มเป้าหมายของโรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา จะเป็นกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหญ่ เนื่องจากโรงพยาบาลของเราเป็นโรงพยาบาลทั่วไป ที่ให้บริการดูแลทั้งเด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ โดยมีแพทย์ในสาขาต่างๆ ตลอดจนแพทย์เฉพาะทาง เช่น แพทย์ทางสมอง หัวใจ กระดูก หู คอ จมูก ตา ภูมิแพ้ ผิวหนัง หากประชาชนจะมาใช้บริการ ก็จะมีภาพจำว่า มาโรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา จะมีแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ดูแลตลอด 24 ชม. เช่น อายุรกรรม ศัลยกรรม เด็ก สูตินรีเวช ตลอดจนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลลูกค้าที่ได้มาตรฐาน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยไม่ต้องขับรถเข้าไปในตัวเมืองที่มีปัญหาการจราจรติดขัด 





เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา  ได้มีพิธีเปิดศูนย์ตรวจสุขภาพ  Wellness Center อย่างเป็นทางการ  โดยผู้บริหารของโรงพยาบาลและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน ประกอบด้วย คุณเฉลิมกุล อภิบุณโยภาส ผู้อำนวยการ, คุณเรวดี ไผ่เกาะ ผู้อำนวยการสายบริหาร, คุณบุญโสม  อภิบุณโยภาส ผู้อำนวยการสายบัญชีและการเงิน , คุณสุรัฐติกาล ผู้อำนวยการสายการพยาบาล  และ นพ.ไชยยันต์  ประชาศิลป์ชัย รองผู้อำนวยการแพทย์

ภายในงานมีการมอบทุนการศึกษาแก่โรงเรียนในชุมชนใกล้เคียงโรงพยาบาลจำนวน 3 แห่ง และมีการจัดเสวนาบนเวที หัวข้อ : "เคล็ดไม่ลับกับการดูแลสุขภาพทุกช่วงวัย  และป้องกันภัยร้ายจาก ฮีทสโตรก"  โดย นพ.เอกพล อัจฉริยะประสิทธิ์   แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมโรคเลือด และ  นพ.ศิโรตม์  เหลืองศุภบูลย์   แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมหัวใจ  พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

สำหรับโกาสพิเศษครบรอบ 30 ปี โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา  มีข้อเสนอแพ็กเกจดีดีราคาพิเศษ เพื่อบริการดูแลสุขภาพแก่ผู้สนใจ สามารถเข้ามาดูกันได้ในสื่อต่างๆ ของโรงพยาบาลทุกแพลตฟอร์ม



“สุขภาพดี ชีวิตดี มีให้คุณทุกวัน ที่ธนบุรี ทวีวัฒนา”

ติดต่อ  Hot LINE 1645 กด 2 หรือ โทรศัพท์  0-2487-2100 (เปิดบริการทุกวัน)

#ThonburiThawiwatthana #Thonburi2 #HealthyTogether #สุขภาพดีไปด้วยกัน #ครบรอบรอบ30ปี

25 เมษายน 2566

โอเอซิสสปาร่วมสืบสานประเพณีปีใหม่เมือง

จัดกิจกรรมสระเกล้าดำหัวขอสุมาคาราวะผู้บริหาร ประจำปี 2566 

พนักงานโอเอซิสสปาและคาเฟ่ เดอ โอเอซิส แอนด์ โทบี้ พิซซ่า กว่า 60 คน ร่วมกิจกรรมสุขสันต์วันสงกรานต์ มาร่วมรักษาประเพณีอันดีงาม ร่วมกิจกรรมสระเกล้าดำหัว ขอสุมาคาราวะ ประธานกรรมการผู้จัดการ คุณภาคิน พลอยภิชา และ คุณโทบี้ อัลแลน พร้อมทั้งขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บุคลากรในองค์กร เนื่องในโอกาสปีใหม่เมืองประจำปี 2566 

ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องตลอด 20 ปี เพื่อแสดงความเคารพ และร่วมอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรม ประเพณีล้านนาให้สืบทอดและคงอยู่ต่อไป 

ณ สำนักงานใหญ่บริษัท เดสทินี่เอ็นเตอร์ไพร์ซ
จังหวัดเชียงใหม่

สงกรานต์หรรษาหยุดยาวปีนี้ เชิญมาพักผ่อนทำสปา ที่โอเอซิส ทุกสาขาเปิดทุกวัน
ตั้งแต่10.00 -22.00 นไม่มีวันหยุด•••สอบถามข้อมูลการจอง

ทักไลน์ (LINE messenger) @oasisspa
หรือโทร...ได้ที่ 02 262 2122
We are open everyday during Songkran Festival(12 o'clock) 10.00 -22.00

Open Daily. (phone)RSVN 02 262 2122

ณ สำนักงานใหญ่บริษัท เดสทินี่เอ็นเตอร์ไพร์ซ
จังหวัดเชียงใหม่

24 เมษายน 2566

สัมผัสอเมริกันสไตล์ ‘คริส-คราฟท์’ ล่องเรือระดับลักชัวรี่

เติมเต็มประสบการณ์เคล้าสุนทรีย์เหนือผืนน้ำ ครั้งแรกในเมืองไทยและอาเซียน  

ทอดอารมณ์แล้วปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามสายนที ความสุนทรีย์บนเรือลักชัวรี่อเมริกันสไตล์ ‘คริส-คราฟท์’ เอกสิทธิ์เหนือระดับที่บริษัท เอ็มจีซี มารีน แอนด์ ชาร์เตอร์ (เอเชีย) จำกัด ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายเรือสัญชาติอเมริกัน อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยและอาเซียน มอบพิเศษสำหรับผู้พิสมัย ความสำราญทางน้ำ พร้อมเผยโฉมสถาปัตยกรรมเด่นสะดุดตา โชว์รูมแห่งแรกพร้อมศูนย์บริการครบวงจร ณ โครงการ ริเวอร์เดล มารีน่า ปทุมธานี ที่ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ อินเทรนด์และสมบูรณ์แบบ แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา 

ฯพณฯ โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค, เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดตัวแบรนด์ คริส-คราฟท์ โชว์รูมแห่งแรกพร้อมศูนย์บริการครบวงจร อย่างเป็นทางการในวันนี้ ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการร่วมมือของสองพันธมิตรที่แข็งแกร่ง คือ เอ็มจีซี-เอเชีย ผู้ให้บริการด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้แบบครบวงจร และ คริส-คราฟท์ แบรนด์ระดับไอคอนของชาวอเมริกัน กับชื่อเสียงด้านความหรูหราและรายละเอียดสุดประณีตมากว่า 149 ปี และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก อีกทั้งยังนับเป็นโอกาสดี ที่จะได้ทำตลาดในอาเซียน ซึ่งอุดมไปด้วยหมู่เกาะ ชายฝั่งทอดยาว รวมถึงแม่น้ำ เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมทางน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขอแสดงความยินดีกับบริษัท เอ็มจีซี มารีนฯ, เอ็มจีซี-เอเชีย และ คริส-คราฟท์ สำหรับจุดเริ่มต้นเพื่อก้าวไปสู่อนาคตอันสดใส”

มร. สตีเฟน เอฟ. ฮีสส์, ประธานและซีอีโอ คริส-คราฟท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “คริส-คราฟท์ เปรียบเสมือนไอคอนที่แท้จริงของวัฒนธรรมอเมริกัน เป็นแบรนด์ระดับตำนานที่ชาวอเมริกันภาคภูมิใจ โดยเรือแต่ละรุ่นสะท้อนความเป็นงานฝีมือคุณภาพสูง หรูหรา และมีรสนิยม สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้ชื่นชอบการล่องเรือ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ระดับลักชัวรี่ไม่เหมือนใคร และวันนี้ชาวไทยจะได้สัมผัสความหรูหรา ล้ำสมัย ที่มาพร้อมนวัตกรรมของเรืออเมริกันสไตล์ การได้ เอ็มจีซี มารีนฯ มาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ช่วยขยายตลาดให้กับเรือ คริส-คราฟท์ จากประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจในกลุ่มลักชัวรี่ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญและเติบโตเร็วที่สุด นับเป็นการพลิกโฉมไลฟ์สไตล์การเดินทาง และกิจกรรมสันทนาการทางน้ำ ครั้งสำคัญของภูมิภาคนี้” 


ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) เผยว่า “ตลาดเรือเพื่อสันทนาการ มีอัตราการเติบโตที่สูงมาก หลังจากวิกฤต โควิด-19 ผ่านพ้นไป พิสูจน์ได้จากไลฟ์สไตล์ของคนมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการทำกิจกรรมสันทนาการทางน้ำ ที่มีอัตราการเติบโตอย่างสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจมารีน เป็นตลาด blue ocean ที่ยังมีโอกาสในการเติบโตสูง ด้วยความพร้อมในระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์แบบของ MGC-ASIA ผสานกับประสบการณ์ในการดูแลลูกค้ามาอย่างยาวนาน พร้อมพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง  อาทิ ริเวอร์เดล มารีน่า ปทุมธานี และ โอเชียน มารีน่า พัทยา ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเรือ เพื่อสันทนาการและท่องเที่ยว เราพร้อมสร้างการเติบโตอีกหนึ่งยูนิเวอร์ส เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำ ในประเทศไทยและอาเซียน ภายใต้ MGC-ASIA Lifestyle Mobility Ecosystem

ด้วยวิสัยทัศน์ของเรา เรามองไปถึงการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากอาเซียนเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด กับจำนวนประชากรรวมกว่า 700 ล้านคน ผสานพื้นที่ชายฝั่งยาวกว่า 170,000 กิโลเมตร และแม่น้ำสายสำคัญจำนวนมาก ซึ่งเอื้อต่อการทำกิจกรรมทางน้ำได้อย่างสะดวกสบาย ขณะเดียวกันโชว์รูมเรือต้นแบบแห่งแรกในภูมิภาค พร้อมศูนย์บริการครบวงจรของเรา ตั้งอยู่ที่ ริเวอร์เดล มารีน่า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ได้รับการขนานนามว่า ‘The Venice of The East’ พร้อมแผนการสร้างศูนย์ฝึกอบรมครบวงจร (Marine Training Center) ในอนาคต โดยผมรู้สึกภูมิใจ ที่ คริส-คราฟท์ ได้มอบความไว้วางใจให้ เอ็มจีซี-เอเชีย เป็นผู้จำหน่ายเรือ คริส-คราฟท์ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในไทยและอาเซียน” 



ว่าด้วยเรือ คริส-คราฟท์ แบรนด์อเมริกันที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวอันน่าทึ่งกว่า 149 ปี ก่อตั้งช่วงปี ค.ศ. 1874 โดย คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส สมิธ (Christopher Columbus Smith) เจ้าของและผู้สร้างประวัติศาสตร์ ได้นำเสนอความมุ่งมั่น ทุ่มเท และความประณีต ผ่านการต่อเรือด้วยวัสดุที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยงานไม้สักแท้ ที่บรรจงตกแต่งลำเรืออย่างประณีตดุจงานศิลปะ พร้อมสเตนเลสเกรดคุณภาพสูง ผสมผสานกับการดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ลงตัวเป็นความเรียบหรูสง่างาม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทางน้ำที่ไม่หยุดนิ่ง 

ขณะที่แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์อาคารจัดแสดงเรือ ถูกออกแบบให้มีความรู้สึกเสมือน เข้ามาถึงภายในโรงต่อเรือ ด้วยโถงสูงเปลือยโครงสร้าง และแสงธรรมชาติที่เปิดออกเป็นแนวเอียง สร้างเป็นรูปทรงที่โดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มองเห็นได้จากแม่น้ำ สามารถจัดแสดงเรือได้สูงสุด 6 ลำ หลังคาสูงโปร่ง ตกแต่งอย่างหรูหรา ชั้นล่างเป็นเลาจ์นต้อนรับลูกค้าในบรรยากาศผ่อนคลายมีการจัดเตรียมพื้นที่สามารถอาบน้ำและแต่งตัว เพื่อคืนความสดชื่น หลังจากลูกค้านำเรือกลับเข้ามา ก่อนผ่านโถงบันไดเวียน เพื่อไปยังห้องรับรองพิเศษ ที่เพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกระดับ พร้อมแพลตฟอร์มที่ยื่นออกไป ให้สามารถชมเรือได้ทั้งหมดจากชั้นบน รวมถึง ‘Sunset Balcony’ ทางทิศตะวันตกที่เหมาะกับการสังสรรค์หรือดินเนอร์แสนโรแมนติก พร้อมชมอาทิตย์อัสดง และวิวแม่น้ำที่ฉาบด้วยสีสันการเดินเรือน้อยใหญ่ อีกทั้งวิถีชุมชนริมน้ำชานเมือง 



นอกจากนี้ ยังพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยท่าเทียบเรือที่มีความกว้างถึง 100 เมตร ผสานทีมงานมืออาชีพที่พร้อมบริการนำเรือลงและขึ้นจากน้ำ ก่อนล้างทำความสะอาดเพื่อนำไปเก็บในช่องจอดที่มีบริการให้เช่าถึง 50 ลำ อุ่นใจกับบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ กับศูนย์บริการมาตรฐาน เป็นอาคารขนาดใหญ่สองชั้นแยกอิสระจากโชว์รูม ติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการบำรุงรักษาเรือครบครัน อาทิ เครน และเครื่องมือพิเศษ ผสานบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการฝึกอบรมจาก Mercury Marine ประเทศสิงคโปร์  น่าสนใจว่า ณ จุดนี้ คือศูนย์กลางการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ ซึ่งสามารถล่องเรือไปทางเหนือชมวิถีชีวิตริมน้ำ ที่พักและร้านอาหารสุดชิค ไปจนถึงพระนครศรีอยุธยา ชมอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก และหากล่องไปทางใต้ นนทบุรี-กรุงเทพมหานคร ก็เปี่ยมด้วยสีสัน ตั้งแต่เกาะเกร็ดไปจนถึงเกาะรัตนโกสินทร์ ตื่นตากับวัดวาอาราม แลนด์มาร์คสำคัญต่างๆ และแหล่งช็อปปิ้งระดับโลก เลือกความสุนทรีย์ไปกับเรือ คริส-คราฟท์ 3 รุ่นหลัก คือ Launch Series, Catalina Series และ Calypso Series โดยมีรุ่นย่อยแบ่งตามขนาดและลักษณะของเรือ อย่าง Launch Series เป็นเรือดีไซน์คลาสสิก เรียกว่า ‘Bow Rider’ แบ่ง 2 รุ่นย่อย คือ Launch และ Launch GT ขณะที่ Catalina Series เป็นเรือแบบ Dual Console ที่ยกตำแหน่งผู้ขับให้สูงขึ้น ส่งผลดีต่อทัศนวิสัย เหมาะสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว ปิดท้ายกับ Calypso Series เรือแบบ Center Console ที่ตำแหน่งผู้ขับอยู่กลางลำเรือ จึงมีทางเดินด้านข้างสองฝั่ง ผู้โดยสารสามารถเดินรอบเรือได้สะดวก นับเป็นประสบการณ์ล่องเรือเพื่อความสำราญ ที่คนรักเรือควรมีโอกาสได้สัมผัสสักครั้ง

ด้วยภูมิศาสตร์สายน้ำที่มีเส้นทางเชื่อมต่อไปยังจุดหมายต่างๆ พร้อมวิถีชีวิตริมน้ำที่ได้รับความนิยมทุกยุคสมัย การหลีกหนีความวุ่นวาย และแออัดจากชีวิตในเมือง ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวส่วนตัว ด้วยเรือระดับลักชัวรี่ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการพักผ่อนท่ามกลางผืนน้ำอันกว้างใหญ่ ทว่ารู้สึกอุ่นกายสบายใจ และเป็นอิสระในพื้นที่ส่วนตัว อย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คริส-คราฟท์ ประเทศไทย โทร. 02-430-6688

Facebook: www.facebook.com/chriscraft.th
Instagram: www.instagram.com/chriscraft.th

LINE: @chriscraft.th https://lin.ee/XWp05ah

ททท. มั่นใจ การท่องเที่ยวทางน้ำเติบโตรับกระแสการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์

โดยมีภาคเอกชนพร้อมเดินหน้า เสริมศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวทางน้ำเต็มสูบ 

ในวันนี้ (24 เมษายน 2566) ฯพณฯ โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วย คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. คุณสตีเฟน เอฟ ฮีสส์ ประธานและซีอีโอ คริส-คราฟท์ คอร์ปอเรชั่น ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวคริส-คราฟท์ ประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานโดยบริษัท เอ็มจีซี มารีน แอนด์ ชาร์เตอร์ (เอเชีย) จำกัด  ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย ต่อยอดธุรกิจ Marine Business Ecosystem หลังประสบความสำเร็จกับการเป็นผู้จำหน่ายเรือยอชท์ อะซิมุท (AZIMUT) อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทยมานานกว่า 8 ปี 

ส่งผลให้วันนี้ ทางบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจาก ‘คริส-คราฟท์’คอร์ปอเรชั่น (Chris-Craft Corporation) ผู้ผลิตเรือชั้นนำระดับโลกสัญชาติอเมริกัน ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 149 ปี ให้เป็นผู้ดูแลการขยายตลาดประเทศไทยและอาเซียนอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว จัดงานฉลองเปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกพร้อมศูนย์บริการครบวงจร ผสานสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ เพื่อสนับสนุนศักยภาพการท่องเที่ยวทางน้ำของไทย อย่างสมบูรณ์แบบ ณ โครงการ ริเวอร์เดล มารีน่า จังหวัดปทุมธานี 










#chris-Craft
#amazingthailand
#marinetourism

ค้นหาเวทมนตร์แห่งฤดูใบไม้ผลิครั้งใหม่จากงาน Roku Spring Experience 2023

Rediscover The Magic of Spring with The Roku Spring Experience 2023

โรกุ จิน (Roku Gin) ทำให้เครื่องดื่มคอกเทลช่วงฤดูใบไม้ผลิหลากหลายแบบ กลายเป็นที่รู้จักที่กันตามบาร์อันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน ถึง 26 พฤษภาคม 2023

สิ่งที่ต่างจาก craft gin อื่นๆ ก็คือ โรกุ จิน (Roku Gin) เป็นการเฉลิมฉลองในช่วงฤดูใบไม้ผลิอย่างแท้จริง โดยเป็นการนำเอาพฤษศาสต์ที่มีเฉพาะในญี่ปุ่น 6 ชนิดมาผสมผสานกันอย่างลงตัวและประณีต อันได้แก่ ดอกซากุระ ใบซากุระ เปลือกส้มยูสุ ชาเซนฉะ (ชาเขียว) ชาเกียวคุโระ (ชาเขียวระดับพรีเมี่ยมที่ปลูกในร่ม) และพริกไทยซันโจ (sanshō pepper) ซึ่งพฤกษศาสตร์ดังกล่าวนี้ แต่ละชนิดจะถูกเก็บเกี่ยว หมัก และกลั่นด้วยคุณภาพสูงสุด จนแน่ใจว่า รสชาติและความสดของวัตถุดิบอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมที่สุด โดยในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกแนวคิดนี้ว่า shun ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็คือ จิน (gin) ที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร ซึ่งถูกรังสรรค์ขั้นมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เป็นเครื่องดื่มที่เข้ากันได้กับทุกฤดูกาล

การกลั่นที่สุดแห่งฤดูใบไม้ผลิในคอกเทล 3 แบบ
เมื่อฤดูใบไม้ผลิได้เข้ามาสัมผัสเรา Roku Gin จึงเป็นเครื่องดื่มที่เฉลิมฉลองฤดูกาล โดยที่บาร์อันดับต้นๆ บางแห่งในกรุงเทพฯ จะมีเมนูคอกเทล Roku Spring Cocktail อยู่น้อยชนิด บาร์แต่ละแห่งจะมีการนำเสนอคอกเทล Roku Spring cocktails ที่ต่างกัน 3 แบบ ซึ่งเป็นเปิดสัมผัสกลิ่นอายและรสชาติของช่วงฤดูใบไม้ผลิด้วยรูปแบบที่ไม่คาดคิดและแปลกใหม่ โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากส่วนผสมหนึ่งอย่างที่ถูกเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ตามแนวคิด shun อีกทั้ง คอกเทลแต่ละชนิด ยังถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อมอบพรแห่งฤดูกาลแก่แขก ช่วยให้พวกเขาค้นพบแนวคิด ของตัวเอง shun หรือค้นพบตัวเองในแบบที่ดีที่สุดอีกด้วย



บาร์ The House on Sathorn: เมนู The Honeyed Richness of Mango
ด้วยกลิ่นที่หอม รสชาติที่หวานแบบเฉพาะตัวและเนื้อสัมผัสนวลเนียน ทำให้มะม่วงของไทยเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และเพื่อให้ได้มะม่วงที่มีรสชาติที่ดีเยี่ยมมากที่สุด จึงทำการเลือกมะม่วงในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดของปี ตามแนวคิด shun ซึ่งก็คือช่วงเดือนมีนาคม ถึงพฤษภาคม อันเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ประเทศญี่ปุ่นมีการเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิ

สำหรับคุณปกรณ์ จาธินัย หัวหน้านักออกแบบเครื่องดื่มที่ The House of Sathorn แล้ว เขามองว่า มะม่วงกับ Roku Gin ทำให้ได้คอกเทลที่มีส่วนผสมที่เข้ากันได้อย่างลงตัว โดยกล่าวว่า “มะม่วงเป็นหนึ่งในผลไม้ที่นิยมรับประทานกันมากที่สุดในประเทศไทย พบในครัวไทยทุกหนทุกแห่ง รวมถึงศิลปะและงานเฉลิมฉลองต่างๆ ของไทย เป็นผลไม้เมืองร้อน ให้รสชาติความเป็นผลไม้ ซ่อนโน๊ตกลิ่นของดอกไม้และซิตรัสเอาไว้ ทำให้เข้ากันได้ดีเยี่ยมกับโน๊ตและกลิ่นหอมที่ละเอียดอ่อนของ Roku Gin จนได้คอกเทลที่มีความลงตัวและเฉพาะตัวออกมา”

บาร์ Lennon’s: The Tropical Hit of Pineapple
ฟิลิปโป ซันชิ (Filippo Sanchi) Bar Director ที่ Rosewood Hotel ได้เลือกสัปรดซึ่งเป็นผลไม้เมืองร้อนที่ให้รสชาติหวาน เปรี้ยว เป็นส่วนประกอบดาวเด่นในคอกเทล 3 แบบที่เขารังสรรค์ขึ้น “ที่ผมเลือกสัปรด ก็เพราะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติที่ชัดเจนและเข้มข้น ที่แสดงให้เห็นถึงความสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างไร้ที่ติ และไม่เพียงแค่นั้น โน๊ตกลิ่นดอกไม้ของสัปรดยังช่วยเติมเต็มรสชาติของ Roku Gin ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ผมอยากกระตุ้นความสงสัย ความอยากรู้ในรสชาติที่ซับซ้อน มีชีวิตชีวาแห่งฤดูใบไม้ผลิจากแขกของเรา ด้วยฝีมือการรังสรรค์คอกเทลของผม”

Waldorf Astoria Bangkok: The Sweetness of Peach
“ด้วยความที่เป็นผลไม้ที่ให้รสชาติที่เข้มข้น ฉ่ำ และรสหวานที่ชัดเจน ทำให้พีชเป็นผลไม้สุดโปรดของผม” Michele Montauti ผู้จัดการฝ่ายเครื่องดื่ม (Beverage Manager) ที่ Waldorf Astoria Bangkok ได้กล่าวไว้ “ผมรู้จักคุ้นเคยกับพีชนับตั้งแต่เริ่มทำงานนี้ในอิตาลี และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงได้คิดค้นวิธีการนำเสนอความเป็นพีชที่ยอดเยี่ยมที่สุดขึ้นมา 3 วิธี นั่นคือ เครื่องดื่มที่ให้รสหวานและเปรี้ยว highball ที่ให้ความสดชื่น และ martini ที่แสดงถึงพลังแห่งรสชาติของพีชไปพร้อมกับรักษารสชาติของความเป็นพีชให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

Mahaniyom: The Lusciousness of Strawberry
ไม่มีผลไม้ชนิดใดที่บ่งบอกถึงความเป็นฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่นได้ดีไปกว่าสตอเบอร์รี่ ทำการเก็บเกี่ยวในช่วงที่ดีที่สุดในฤดูใบไม้ผลิ จะทำให้ได้สตอเบอร์รี่ที่ให้กลิ่นหอมหวานฉ่ำ และเข้มชัดแก่คอกเทล ธิรวัฒน์ บาร์เทนเดอร์ที่ Mahaniyom กล่าวไว้ว่า “ที่ Mahaniyom หลักปรัชญาของเราก็คือ การทำให้ส่วนผสมทุกชนิดที่เรานำมาใช้ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อเป็นการให้เกียรติธรรมชาติและรสชาติที่มีมาแต่กำเนิดของส่วนผสม และทำให้แขกของเราร่วมดื่มด่ำความสุขจากส่วนผสมเหล่านี้ของเรา ซึ่งทีมงานของเราต้องการที่จะนำรสชาติของฤดูใบไม้ผลิอันโด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น นั่นก็คือ สตรอเบอร์รี่ที่หอมหวาน มาผสมผสานเข้ากับ Roku Gin เพื่อให้ได้อารมณ์และความรู้สึกของฤดูใบไม้ผลิ และแบ่งปันความรู้สึกนี้ให้กับแขกของเรา”

Sinnerman: The Simplicity of Grape
Guiseppe Carneli ทำงานเป็นที่ปรึกษาที่ Sinnerman Bangkok เขาเชื่อว่า องุ่นจับคู่กับ Roku Gin ที่ให้รสชาติละเอียดอ่อนได้อย่างไร้ที่ติ “องุ่นทำให้คอกเทลมีรสชาติหวานและฝาดที่ผสมผสานกันได้อย่างเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และด้วยความหลากหลายและแตกต่างนี้ ทำให้องุ่นเป็นผลไม้ที่เหมาะอย่างมากที่จะนำมาใช้นำแสนอรสชาติที่หลากหลายรูปแบบ 

Guiseppe เสริมด้วยว่า “ผมอยากถ่ายทอดความรู้สึกถึงช่วงเวลาในฤดูใบไม้ผลิแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อนให้แขกของผมได้สัมผัส ผ่านคอกเทลของผม” “ผมเชื่อเหลือเกินว่า สิ่งที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน ก็คือ คอกเทลที่ให้รสชาติที่ดีที่สุด และผมอยากที่จะพาแขกของผมเดินทางไปตามถนนของญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิด้วยคอกเทล Roku Spring ของผม”

บาร์ 5 แห่ง คอกเทล Roku Spring cocktails ตามฤดูกาลที่ยากจะลืมเลือน 15 แบบ
Roku Spring Experience 2023 ตั้งแต่ 3 เมษายน ถึง 26 พฤษภาคม 2023