เที่ยวทั่วไทย อร่อยทั่วโลก อัพเดทข่าวรายวัน Lifestyle บันเทิง ทันทุกกระแสข่าว!

31 มีนาคม 2567

ทอล์คโชว์การกุศล “โครงการหมอสะอาด ทำดี ได้ดี”


เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 เวลา 14:00 น ถึง 16:00 น ที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่บพิตรพิมุขมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ  โครงการหมอสะอาด จัดกิจกรรมทอล์คโชว์การกุศล “โครงการหมอสะอาด ทำดี ได้ดี “ โดย “พระอาจารย์สุโชติปฺชโชโต” ประธานโครงการหมอสะอาดสำนักสงฆ์ป่ามะขาม ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานจัดงาน  โดยมีวิทยากรนักพูดในตำนาน อ.จตุพล ชมพูนิช กับอาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ  ในงานนี้ได้มีกิจกรรมหลากหลาย อาทิเช่น การแสดงดนตรีของกลุ่มเยาวชนศิลปินน้องเพชรและเพื่อนๆ กิจกรรมการแยกขยะจำลองบนเวที 



PETCH เพชร Petty Rock  มือกีตาร์ชาวไทย ที่ปัจจุบัน เซ็นต์สัญญาออกเพลงกับค่ายเพลงระดับโลกอย่าง River Man  ที่ดูเเลวง อย่าง Deep Purple , Alice Cooper , Placebo เเละในอดีตเคยดูแลวง Nirvana  น้องเพชร เริ่มเล่นกีตาร์ตอน 5 ขวบ จนก้าวสู่ระดับโลกและกำลังจะไปทัวร์คอนเสิร์ตกับ Deep Purple เร็วๆนี้   ซึ่งกำลังจะเดินทางไปโชว์ตัวใน 6 ประเทศ 

โดยมีผลิตภัณฑ์เสื้อยี่ห้อ haas  ได้มอบทุนสนับสนุนเป็นค่าเดินทางเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท    ในงานนี้ “พระอาจารย์สุโชติ” ประธานโครงการหมอสะอาดได้เล่าถึงที่มาของโครงการหมอสะอาดอันมีประวัติความเป็นมา น่าสนใจและได้กล่าวถึง “นิตยา ลักษณวิสิษฐ์”  ซึ่งเป็นผู้ติดทองหลังพระให้การสนับสนุนโครงการหมอสะอาดจนทำให้มีวันนี้

นอกจากนี้ยังจัดให้มีกิจกรรมคืนสู่เหย้าของกลุ่มยุวทูตน้อยหมอสะอาด ซึ่งมีเยาวชนหมอสะอาด อาทิเช่นน้องเจสสิก้าคิง  ยุวทูตน้อยหมอสะอาดคนแรกของโครงการ ทูตวัฒนธรรมหมอสะอาดคนแรกของประเทศไทยน้องพู่กัน เด็กชาย  สมาวรรธน์ เพชรประสิทธิ์  ดารานักแสดงรุ่นเยาว์วัยรุ่นซึ่งเป็นยุวทูตรุ่นแรกๆของโครงการและยังมี “น้องจัส” นักเรียนพระราชทานจากโรงเรียนมหาไถ่ขอนแก่นพร้อมเพื่อนๆ
TJ Dance อาทิเช่นน้องนิโคลน้องกีวีและเหล่าผองเพื่อนในงานที่เป็น เยาวชนจิตอาสาหมอสะอาด  และ
ในงานนี้ยังมีการร่วมรุ่นคืนสู่เหย้าของเหล่ายุวทูตน้อยหมอสะอาด รุ่นแรก  ของโครงการตั้งแต่ปี 2560
อีกด้วย


ในงานมีจัดเลี้ยงเย็นตาโฟ  2 สี  ผู้ร่วมรับประทานอาหารได้ ร่วมกิจกรรมเคาน์เตอร์แยกขยะ  จุดส่งคืนบรรจุภัณฑ์  ที่จัดเตรียมไว้ โดยมีเหล่า จิตอาสาหมอสะอาด  คอยให้บริการแนะนำ  ซื่งจุดส่งคืนบรรจุภัณฑ์ ถือเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น หนึ่งเดียวในโลกของ โครงการหมอสะอาด  


นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม ให้แขกผู้มีเกียรติ ร่วมกิจกรรม เคาน์เตอร์แยกขยะจำลองบนเวที นำโดยหม่อมหลวงสุธีเทพ จรูญโรจน์ ,  ซิสเตอร์ ดร. ชวาลา เวชยันตต์  จากโรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง โรงเรียนต้นแบบศูนย์เรียนรู้โครงการหมอสะอาดสากล  , บาทหลวงชิตชนนท์ แสงประดับ ผู้จัดการ โรงเรียนดรุณาราชบุรีวิเทศศึกษา , บาทหลวงพงศ์ศิระ คำศรี ผู้จัดการ โรงเรียนเซนต์ยอแซฟยานนาวา , ซิสเตอร์ซิสเตอร์พรทิพย์ กันทู โรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง, พระมหาวรา โชติวโร ผู้อำนวยการหน่วยเผยแผ่ศีลธรรมกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม วัดป่าสุนทรธรรมาราม จังหวัดชุมพร  คณะภิกษุสงฆ์และแขกผู้มีเกียรติ
ขึ้นร่วมกิจกรรมเคาน์เตอร์แยกขยะจำลองบนเวที



ในงานนี้มีผู้ใหญ่ที่ให้การสนับสนุนโครงการหมอสะอาดเข้าร่วมงานจำนวนมากจากหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งเป็นทั้งเครือข่ายเก่าที่มีอยู่แล้วและเครือข่ายใหม่ที่เข้ามาตลอดงานอย่างอบอุ่น  สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน ในกิจกรรมทอล์คโชว์ของ อาจารย์เสน่ห์ศรีสุวรรณ และ อาจารย์จตุพร
ได้รับความประทับใจ เสียงหัวเราะ และความประทับใจเป็นอันมาก ถือว่าการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการรวมพลทำให้เกิดแรงบันดาลใจและความเข้าใจต่อเนื่อง ซึ่งจะเกิดกิจกรรมต่อไปในภายภาคหน้า

30 มีนาคม 2567

ททท.หวังส่งเสริม ร่วมมือ การสร้างความสะดวกสบายในการเชื่อมโยงเข้าสู่สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองต่าง

ททท. ร่วมกับ Grab ชวนเที่ยวเมืองรอง-โปรโมท Unseen Thailand
เปิดตัวแคมเปญ “สุขทันที…ที่เที่ยวกับ Grab”


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ แกร็บ ประเทศไทย ขานรับนโยบายรัฐบาล ผลักดันทุกเมืองให้เป็นเมืองท่องเที่ยวได้ทั้ง 365 วัน “มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน” ชวนคนไทยเที่ยวทั่วไทย สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในเมืองรอง ผ่านแคมเปญ “สุขทันที…ที่เที่ยวกับ Grab” ดึงอินฟลูเอนเซอร์ดัง  พาเที่ยวแลนด์มาร์กใหม่แบบ Unseen อวดซอฟต์พาวเวอร์ไทย ภายใต้คอนเซปต์ “ชิม-มู-ช้อป” ผ่านการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย มั่นใจไปกับแกร็บ พร้อมเตรียมเซอร์ไพรส์ใหญ่เอาใจเหล่านักเดินทาง จัดเต็มด้วยส่วนลดค่าบริการเรียกรถและกิจกรรมพิเศษลุ้นรางวัลใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 35 ล้านบาท ตั้งแต่ 1 เมษายน - 30 มิถุนายน 2567 



#เทศกาลเที่ยวเมืองไทยครั้งที่42 #TTF2024 #มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน
#UnseenThailand 
#AmazingThailand
#สุขทันทีที่เที่ยวกับGrab

29 มีนาคม 2567

ป่าน วงวีทรีโอ ผุดธุรกิจเพื่อสุขภาพ “Wenzel Organic Farm Khao Yai”

แลนด์มาร์กสุขภาพดี๊ดีแห่งใหม่ของเขาใหญ่


คุณกัญภัส ศรีณรงค์ ชยานุวัฒน์ หรือ ป่าน วงวีทรีโอ  หนึ่งในเจ้าของธุรกิจโรงเรียนวีมุส แตกไลน์ธุรกิจเพื่อสุขภาพออแกนิคแบบยั่งยืน  นำที่ดินครอบครัว 9 ไร่ ในเขาใหญ่ เนรมิตเป็นฟาร์ม ภายใต้ชื่อ Wenzel Organic Farm Khao Yai   เกิดจาแรงบันดาลใจของป่านและสามี (แชมป์ - นพพล ชยานุวัฒน์) ช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด  จึงเกิดไอเดียเมื่อเราใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งสามีป่านเป็นหัวเรือใหญ่ลงแรง ศึกษาองค์ความรู้ด้านการปลูกอย่างจริงจังและนำโนฮาวน์มาใช้ให้เหมาะสมในการปลูกแต่ละฤดูบริเวณที่ดินเขาใหญ่  ต้องการให้เกิดความยั่งยืนด้านสุขภาพจริงๆ ค่ะ 


คุณกัญภัส ศรีณรงค์ ชยานุวัฒน์ หรือ ป่าน วงวีทรีโอ  หนึ่งในเจ้าของธุรกิจโรงเรียนวีมุส แตกไลน์ธุรกิจเพื่อสุขภาพออแกนิคแบบยั่งยืน  นำที่ดินครอบครัว 9 ไร่ ในเขาใหญ่ เนรมิตเป็นฟาร์ม ภายใต้ชื่อ Wenzel Organic Farm Khao Yai   เกิดจาแรงบันดาลใจของป่านและสามี (แชมป์ - นพพล ชยานุวัฒน์) ช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด  จึงเกิดไอเดียเมื่อเราใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งสามีป่านเป็นหัวเรือใหญ่ลงแรง ศึกษาองค์ความรู้ด้านการปลูกอย่างจริงจังและนำโนฮาวน์มาใช้ให้เหมาะสมในการปลูกแต่ละฤดูบริเวณที่ดินเขาใหญ่  ต้องการให้เกิดความยั่งยืนด้านสุขภาพจริงๆค่ะ

จุดเริ่มต้นเล็กๆของเราสองคน  จากการปลูกถั่วงอก ปลูกผักง่ายๆ  รวมระยะเวลากว่า 4 ปี และวางแผนการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ต่อยอดด้วยการยกระดับถมดินขึ้นเพื่อทำเป็นร้านอาหารรองรับในฟาร์ม และเปิดโซนใหม่ AI fresco Dining Experience ซึ่งลูกค้าที่มาใช้เป็นบริการเป็นกลุ่มครอบครัว หรือคู่รัก ที่ชื่นชอบวิถีธรรมชาติ อาหารที่ไม่ปรุงแต่ง โต๊ะอาหารอยู่ท่ามกลางฟาร์มผัก ได้บรรยากาศที่สุด Exclusive เพราะมีแค่โต๊ะเดียว รวมถึงได้สูดอาการสดชื่นที่โอบล้อมไปด้วยภูเขารอบด้าน  เปิดให้บริการในช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ และอังคาร เท่านั้น ช่วงเวลา 17.00 น.เป็นต้นไป 

ขณะนี้ส่วนร้านอาหารของฟาร์มยังรองรับจำนวนลูกค้าจำกัด จึงทำให้ลูกค้าต้องโทรจองล่วงหน้าเพื่อความสะดวกแน่นอนความตั้งใจของป่านเพื่อให้ลูกค้าเห็นวิวสวย พระอาทิตย์ตก นั่งรับประทานอาหารที่ดีต่อร่างกายสูดอากาศบริสุทธ์ใกล้ชิดธรรมชาติ มีความสุขและอิ่มใจที่ได้รับการตอบรับอย่างดี ”



“สำหรับป่าน วันนี้มีฐานลูกค้าที่เป็นลูกค้าประจำ ยังคงสั่งสินค้าจากฟาร์มสม่ำเสมอ ธุรกิจผักที่เราปลูกล้วนคุณภาพ  เช่น ไข่ไก่ โดยเราได้ไปศึกษาข้อมูลการเลี้ยงไก่จากประเทศญี่ปุ่น มาผสมผสานในสไตล์ฟาร์มเราค่ะ ไม่กักขัง เลี้ยงด้วยการปล่อยให้เดินเป็นธรรมชาติ ไก่เราจะอารมณ์ดีและมีความสุข  เราเองลองผิดลองถูก จนได้สูตรน้ำหมักส่งต่อความปลอดภัยไปยังลูกค้าทุกท่าน ทุกการใส่ใจผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผลิตผลผัก อาทิ กวางตุ้ง ขึ้นฉ่าย ต้นหอม ตะไคร้ ขิง ข่า ผักชี ใบกระเพรา ให้ได้คุณภาพ รวมถึงได้ทราบว่าฤดูใดควรปลูกอะไรที่เหมาะสมตามฤดูกาลอีกด้วย 




ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมาย เน้นกลุ่มรักษ์สุขภาพ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก หรือลูกๆ พาคุณพ่อคุณแม่มารับประทาน นับว่าการตอบรับได้ดีมากขึ้น กลยุทธ์ ปากต่อปาก  กลุ่มสินค้าขายดีอันดับ 1 ไข่ไก่ สีส้มสดสวย เราไม่มีหน้าร้านจึงเปิดให้จองพรีออเดอร์คะ  นอกจากนี้ยังมีไส้กรอกโฮมเมด , ผักสลัด  เคล็ดลับระหว่างลูกค้ากับทางเราคือใส่ใจและก็จดจำลูกค้าได้คะ ไม่ให้มีช่องว่าง ป่านต้องขอขอบคุณลูกค้าที่เข้าใจผลิตภัณฑ์ผักที่ปลอดสารพิษออแกนิค ใบไม่ได้สวยเป๊ะ มีรอยรูบ้างก็ยังคงซื้อสม่ำเสมอ ทุกการซื้อสินค้าหรือมาอุดหนุนเป็นกำลังใจให้แก่ป่านและสามี รวมถึงทีมที่ทำงานฟาร์มค่ะ”

อย่างไรก็ตามธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพกำลังมาแรง หลังไวรัส-19 ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพตัวเองมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย ภาพรวมในต่างประเทศก็คึกคัก การเติบโตในปี 2024 นี้ คาดว่าฟาร์ม Wenzel Organic Farm Khao Yai   จะมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์จากการประชาสัมพันธ์และการแอคทีฟการออนไลน์

สามารถติดตามผ่าน FB : Wenzel Organic Farm Khao Yai
หรือแอปพลิเคชั่น Line : @wenzelfarm และ  IG : wenzel.organic.farm

งานจบยังช็อปต่อได้ สินค้าโอทอปนิยามใหม่กระแสไม่ลด

ใครที่พลาดชมและช็อปในงาน STYLE Bangkok 2024 ซึ่งนำสินค้าโอทอปมาแปลงกาย ใส่ความคิดสร้างสรรค์สุดล้ำ ต่อยอดมรดกวัฒนธรรมและงานฝีมือท้องถิ่นให้ก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจ โชว์ศักยภาพของนักคิด นักออกแบบไทยในอุตสาหกรรมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ลองมาดูบางตัวอย่างสินค้า OTOP ที่รวบรวมไว้ในบูธ OTOP Marche ว่ามีอะไรบ้างและน่าสนใจขนาดไหน 

Pheangjai เพียงใจ จากกำแพงเพชร นำเศษโฟมยางพาราที่เหลือจากโรงงานผลิตหมอนยางพารามาออกแบบตัดเย็บใหม่ โดยนำแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาการเย็บที่นอนและหมอนโบราณมาออกแบบรูปทรงสมัยใหม่ เป็นรูปใบไม้และใบบัว ต่อยอดธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน  

Thansuda ธัญสุดา ผู้ผลิตเครื่องหนังจากนนทบุรี นำเศษหนังที่ย่อยสลายยาก มาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วต่อกันเป็นรูปทรงใหม่ของสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สวยเก๋สะดุดตาเช่น กระเป๋า โคมไฟ พวงกุญแจ                                                                                                                                                                                                 NERA by Natipong ลูกปัดมโนราห์ จากสงขลา นำอัตลักษณ์ของชุมชน ผสานกับศักยภาพของช่างฝีมือที่มีอยู่แล้ว มาต่อยอดเป็นของใช้ของตกแต่งที่ทำจากลูกปัดมโนราห์ เช่น กระเป๋า เครื่องประดับ และสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ 

                                                                                                                                                                     Indie-Go กลุ่มแปรรูปผ้าย้อมสีธรรมชาติจากสกลนคร นำเศษผ้าย้อมครามซึ่งเป็นสินค้า GI ของจังหวัดมาตัดต่อสไตล์ patchwork ขึ้นรูปกระเป๋า โดยบรรจงคัดสรรคู่สีและเสริมความแข็งแกร่งด้วยผ้าแคนวาส ผ้ายีนส์ และหนัง กลายเป็นงานฝีมือที่ละเอียดประณีต

                                                                                                                                                                       AMPHAN จากแม่สอด ผลิตถ่านดูดกลิ่นรูปทรงทันสมัย โดยนำเศษเมล็ดปาล์มที่เหลือจากการเผาในโรงสีมาต่อยอดด้วยดีไซน์ ผสมกับงานปั้นด้วยมือ 

Hin Din Zign ผู้ผลิต Art Toy จากเซรามิก ภายใต้แบรนด์หินดินทราย โดยนำพุทธศิลป์มาเป็นแรงบันดาลใจ แต่ละชิ้นเป็นงานปั้นมือ นำเสนอคอลเลคชั่นล่าสุุด ชื่อ กองทัพธรรม ผสมผสานพระพุทธรูปกับหุ่นยนต์ เพื่อให้โดนใจนักสะสม Art Toy

Silathip ศิลาทิพย์ครกหิน จากตาก คิดนอกกรอบโดยนำหินแกรนิตมาออกแบบและแปรรูปให้กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและมีประโยชน์ใช้สอย ทั้งของใช้ในบ้าน ในสำนักงานและเครื่องประดับ  

Vichaikul Lacquerware วิชัยกุลเครื่องเขินจากเชียงใหม่ นำภูมิปัญญาเทคนิคการทำเครื่องเขินที่สืบทอดมาเป็นรุ่นที่ 6 ผสานกับเทคโนโลยีทันสมัยในการเคลือบผิวให้เกิดความทนทาน หยิบลวดลายโบราณมาลดทอนให้เกิดความร่วมสมัย กลายเป็นสินค้าของใช้ประจำวัน เช่น กระเป๋า เคสโทรศัพท์ พวงกุญแจ

Phet Ploy Jewelry จากจันทบุรี รับประกันว่าพลอยทุกเม็ดผ่านพิธีกรรมเป็นพลอยสายมูโดยแท้้ นำเสนอเครื่องประดับที่ออกแบบสำหรับปีนักษัตรนี้ด้วยมังกรทองกับนพเก้า 

Primapearl ผลิตเครื่องประดับไข่มุกในภูเก็ตมาเป็นรุ่นที่ 3 รีแบรนด์เป็นพรีม่าเพิร์ล และนำวัสดุอื่น เช่น เปลือกหอยมุกมาประยุกต์เป็นเครื่องประดับตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

Worlacha ชุมชนทุ่งบัวหลวง ปทุมธานี ภายใต้แบรนด์วรชา นำก้านดอกบัวหลวงมาทำเป็นเส้นใย ผลิตเสื้อ กระโปรง กางเกง และผลิตภัณฑ์จากผ้าที่มีนวัตกรรม ทันสมัยและรักษ์โลก





นอกจากนี้ ยังมีโอทอปอีกหลายแบรนด์ เช่น Panitan ปณิธาน ห้องเสื้อที่เน้นเส้นใยธรรมชาติ, Piyasila
ปิยสีลา ผลิตสินค้าแปรรูปจากเส้นใยกัญชง,  V ve Jewelry วีเว่ จิวเวลรี่ เครื่องประดับพลอยสไตล์มินิมอล, Paper Art Thai เปเปอร์อาร์ตไทย นำกระดาษมาแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูเหมือนเซรามิก Mae Ing Shibori and Ingtara แม่อิงชิโบริ และอิงตารา วิสาหกิจชุมชนผ้ามัดย้อมชิโบริสีธรรมชาติ, Maka Design มาฆะ ดีไซน์ ปั้นหนังเป็นดอกรักแล้วนำมาร้อยเป็นพวงมาลัย Luxses รักษ์เศษ นำเศษผ้ามาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ Pawana Design ภาวนาดีไซน์ เน้นเสื้อผ้าจากวัตถุดิบธรรมชาติ ForFun Studio เซรามิกทำมือภายใต้แบรนด์ฟอฟัน Yayee แบรนด์ผ้าปาเต๊ะยาหยี นำสถาปัตยกรรม Sino-Portuguese ที่โด่งดังของภูเก็ตมาพิมพ์บนผ้าและตัดเย็บเป็นชุดที่มีเอกลักษณ์ เป็นต้น

ผู้สนใจสามารถติดตามและเข้าไปชมผลงานของนักออกแบบไทยเหล่านี้เพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com หรือ Facebook/Instagram/TikTok : Style Bangkok Fair
หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169 หรือสั่งซื้อสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของแต่ละแบรนด์

28 มีนาคม 2567

กรมการท่องเที่ยวหนุนแผนปฏิบัติการพร้อมส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน

สร้างความยั่งยืนบนฐานเศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ


กรมการท่องเที่ยว ต่อยอดงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนให้มีศักยภาพ พร้อมพัฒนาแนวทางการดำเนินการเพื่อสร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว ให้เกิดความยั่งยืนบนฐานเศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการตามประกาศปฏิญญาเกาะเต่า เพื่อการท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในระหว่างวันที่ 26 - 27 มีนาคม 2567 ณ โรงแรมบรรจงบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีเป้าหมายที่สำคัญในการประชุมในครั้งนี้ คือ การมีแผนปฏิบัติการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของภาคเครือข่ายที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และการได้เริ่มลงมือทำตามแผนปฏิบัติการที่วางไว้แบบค่อยเป็นค่อยไปตามศักยภาพและบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งพัฒนาและยกระดับให้เกิดความต่อเนื่อง รวมถึงการสื่อสารคุณค่าของสิ่งที่ทำให้สังคมและสาธารณชนได้รับรู้อย่างกว้างขวาง และสามารถประยุกต์ใช้ในการขยายผลในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป




ทั้งนี้ ในการประชุมอธิบดีกรมการท่องเที่ยวได้เสนอแนะข้อคิดเห็นในภาพรวมสู่การบรรลุผลการท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืน โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1. ร่วมกันสนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชน บนฐานการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ทรัพยากรในท้องถิ่น 

2. ร่วมกันพัฒนาความร่วมมือกับกรมการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาระบบมาตรฐานการท่องเที่ยวเกาะ และการผลิตมัคคุเทศก์การท่องเที่ยวชุมชน

3. ร่วมกันสนับสนุนการยกร่างแผนปฏิบัติการด้านการท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทั้ง 21 เกาะของไทย เพื่อบูรณาการร่วมกับคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ รวมถึงการถ่ายทอดแผนสู่การปฏิบัติ

4. การพัฒนาการท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืนเป็นงานเชิงบูรณาการหลายภาคส่วน และเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน จึงควรมีการประสานการทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อย่างใกล้ชิด และใช้กลไกทางนโยบายในการประสานความร่วมมือที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการต่อไป 

5. ร่วมกันพัฒนาศักยภาพและความพร้อมของเครือข่ายองค์กรพัฒนาการท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืน ผ่านหลักสูตรการเสริมสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงในงานการท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นกลไกการยกระดับการทำงานภายใต้หุ้นส่วนการพัฒนาที่หลากหลาย

นายกรัฐมนตรีเปิดงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2567” ชวนรับความสุขทุกมิติของท่องเที่ยวไทย

ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. - 1 เม.ย. 2567 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 


วันนี้ (28 มีนาคม 2567) นายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 42 ประจำปี 2567” โดยมีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ชวนแกะกล่องความสุขเปิดรับเมนูประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยทุกมิติ ภายใต้แนวคิด “สุขทันที ที่งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย” ยกทัพ Soft Power เชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละภูมิภาคสะท้อนให้เห็นภายใน 9 โซนกิจกรรม พร้อมตอกย้ำเป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 1 เมษายน 2567 ณ ฮอลล์ 1-4 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์



นายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและได้ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว” หรือ “Tourism Hub” โดยจะต่อยอดพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน เพื่อให้พร้อมรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ  ยกระดับเมืองรองให้เป็นเมืองหลักด้านการท่องเที่ยว ขยายโอกาสในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในทุกพื้นที่ ด้วยศักยภาพของ Soft Power of Thailand ที่ทรงพลังและแข็งแกร่งในหลายสาขาที่สามารถชูเป็นจุดขายได้ และการจัดงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย” นับเป็นโอกาสดีที่จะสะท้อนภาพการท่องเที่ยวไทยให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศได้สัมผัส ด้วยหัวใจหลักที่คำนึงถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และดำรงรักษารากเหง้าของวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว เพื่อร่วมกันส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุข รอยยิ้ม และความหมายแก่นักท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ 


นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยครั้งนี้ว่า ปีนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. มุ่งเน้นให้เกิดการสร้างพลังของ Soft Power และ Sub-Culture หรือ วัฒนธรรมย่อย มาเป็นจุดขายสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นและแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละภูมิภาค ควบคู่กับการนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งในเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรอง รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้ถึงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบผ่านการจัดงานในรูปแบบ ลดโลกเลอะ Zero Waste to Landfills พร้อมผนวกเทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาเป็นเครื่องมือในการส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและความหมาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางรับความสุขทันที ที่เที่ยวไทย ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรแบบครบวงจร 360 องศา ภายในงานฯ จะแบ่งเป็น 9 โซนกิจกรรมสำคัญ ดังนี้

       โซนที่ 1  Amazing Thailand : พบแคมเปญท่องเที่ยวของ ททท. สร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยวผ่านเทคโนยีสมัยใหม่ทั้ง LED Box, VR Dome, แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวโดยน้อง VISTA Virtual Influencer ของ ททท., ร่วมถ่ายรูปเส้นทางท่องเที่ยวของไทย ในรูปแบบ Green Screen และ Hologram จากนั้นช้อปสินค้าของที่ระลึกสุดเก๋ใน TAT Shop,  อสท. Traveller Bar and Space, พักชิลล์สไตล์แคมป์ปิงกับกาแฟ Showcase รักษ์โลก และพบข้อมูลท่องเที่ยวจาก เคาน์เตอร์ 1672 Travel Buddy เพื่อนร่วมทาง

      โซนที่ 2 หมู่บ้านภาคตะวันออก : ‘Colorful Burapha’ นำเสนอสีสันของภาคตะวันออก ในแนวทาง 

“ยืนหนึ่งสายกิน สุดฟินเรื่องเที่ยว เต็มเหนี่ยวสายศรัทธา (มู) เรียนรู้เรื่องรักษ์” พบจอ LED ขนาดใหญ่พาเที่ยวตะวันออก, อาหารซีฟู้ดสด ๆ และผลไม้จากท้องถิ่น, ผ่อนคลายกับสมุนไพรและโซนนวด, เลือกซื้ออัญมณีสุดเก๋เสริมมงคล

       โซนที่ 3 หมู่บ้านภาคกลาง : สนุกไปกับบรรยากาศสงกรานต์มนต์รักลูกทุ่ง ภายใต้คอนเซปต์ 'กลางบุรี' เมืองแห่งความสุข สนุกสนาน ทั้งบ้านเรือนไทย เกมงานวัด ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน บ้านผีสิง ตลาดบกและตลาดน้ำ

       โซนที่ 4 หมู่บ้านภาคเหนือ : ยกเมืองเหนือมาให้สัมผัสผ่านการเล่าเรื่อง ' Faithival ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง' พบกิจกรรมทำบุญปี๋ใหม่เมือง สรงน้ำพระ ปักตุงมงคล เสริมสิริมงคลรับปี๋ใหม่เมือง พร้อมจำลองบรรยากาศขี่มอเตอร์ไซด์ชมวิวธรรมชาติภาคเหนือ และคอกาแฟห้ามพลาดกับบูธ “365 Days of Coffee at North”

      โซนที่ 5 หมู่บ้านภาคใต้ : ต้อนรับกลับปักษ์ใต้อย่างอบอุ่นกับ Southern Village '#หลบใต้ บ้านเรา' 

พาสัมผัสเสน่ห์ของพหุวัฒนธรรม ผสมผสานไปกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จัดเต็มของอร่อย ของดี และงาน Craft ภาคใต้ พร้อมสนุกไปกับเวทีหรอยเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และลานรำวงเวียนครก

      โซนที่ 6 หมู่บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ชวนลัดเลาะม่วน ๆ แซ่บ ๆ กับคอนเซปต์ ‘Isan Festi "เว้า" #เล่าเรื่องเมืองอีสาน’ พบกับไฮไลต์บั้งไฟตะไลล้านจากบ้านกุดหว้า จ.กาฬสินธุ์ ผสานเทคโนโลยีสื่อผสมสุดล้ำ พร้อมเพิ่มดีกรีความม่วนกับไฮไลต์ ISAN Soft Power 4 เรื่องเล่า ทั้งอาหารอีสาน เรื่องสินค้าและผลิตภัณฑ์ การแสดงเชิงวัฒนธรรม และภาพยนตร์ไทยอีสานที่ได้รับความนิยม

     โซนที่ 7 หน่วยงานพันธมิตรและห้างททท. :  ช้อปดีลพิเศษจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว และกิจกรรมพิเศษจากพันธมิตรของ ททท.

      โซนที่ 8 เวทีกลาง : เสิร์ฟความสุขสนุกสนานแบบจัดเต็มตลอด 5 วันจัดงาน ทั้งการแสดงทางวัฒนธรรม และการแสดงร่วมสมัย ลิเก โขน โนรา เพลงฉ่อย ตลกหลวง กลองยาว แตรวง หมอลำ ล้านนาโชว์ และเพลิดเพลินกับศิลปินชื่อดังครบทุกแนว อาทิ 4EVE , Tilly Birds , POLYCAT , FELLOW FELLOW , INDIGO ,  มอส ปฏิภาณ , อะตอม ชนกันต์ , แว่นใหญ่ , กลัฟ คณาวุฒิ , ต่อ ธนภพ , วง DICE, THE PALACE , สุนทราภรณ์ , ศรราม น้ำเพชร + ดำดง , ต่าย อรทัย , แอน อรดี , ไรอัล กาจบัณฑิต , นัน อนันต์ , ปรีชา ปัดภัย ฯลฯ

     โซนที่ 9 Sustainable Tourism Goals : ตอกย้ำหมุดหมายของการขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน (Sustainable Tourism) ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์การเดินทางอย่างรับผิดชอบในโลกแห่งจินตนาการสุดพิเศษ ไปกับ ต้นไม้ Mindcraft ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด STGs สู่ Net Zero Carbon Tourism

ทั้งนี้ พิธีเปิดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ททท. ได้จัดการแสดงต้อนรับชุด “เสน่ห์ความสุขไทย”
นำความสุขจากการละเล่นไทยมาสร้างสีสันบรรยากาศชวนท่องเที่ยวผ่านรอยยิ้มของเด็ก ๆ สร้างแรงบันดาลใจสู่การเดินทางออกไปสัมผัสวิถีชีวิตและรับความสุขทันที ที่เที่ยวไทย โดย ททท. คาดหวังว่า งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย จะเป็นแรงส่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศตลอดทั้งปี 365 วัน
และเป็นส่วนหนึ่งในแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน และคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานตลอด 5 วันจัดงานกว่า 150,000 คน สร้างการรับรู้ 20 ล้านคนครั้ง และสร้างรายได้ต่อเนื่องจากการเดินทางท่องเที่ยว 1,400-1,500 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ในวันที่ 1 เมษายน 2567 ททท. เตรียมส่งสัญญาณด้วยกิจกรรมสำคัญเพื่อเริ่มต้นเดือนแห่งเทศกาล “มหกรรมเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ชวนสัมผัสเสน่ห์ของประเพณีไทยผ่านการแสดงขบวนแห่สงกรานต์จาก 5 ภูมิภาค ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงเถลิงศกปีใหม่ไทยก่อนใคร พร้อมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวตามแนวคิด “ศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว” รับความเป็นสิริมงคลในเทศกาลปีใหม่ไทย

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 42 ประจำปี 2567” วันที่ 28 มีนาคม - 1 เมษายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เข้าร่วมงานฟรี โดยสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, 

เดินทางโดยรถแท็กซี่ ณ จุดบริการรับ - ส่ง ชั้น G บริเวณฝั่งทะเลสาบ, รถประจำทาง สาย 4, 45, 47 74 136 และ 185 ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center 1672 Travel Buddy

“Crystal Home” ย้ำแนวทาง Eco-Friendly ส่งต่อสุขภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงภายใต้ความหรูหราที่ยั่งยืน ที่ทุกคนเข้าถึงได้


“Crystal Home” ธุรกิจจัดจําหน่ายสินค้าตกแต่งห้องน้ำหรูและบริการครบวงจร ตอกย้ำการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเพื่อความยั่งยืน โดยอาศัยแนวคิด Luxury & Eco-Friendly Bathroom เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสความหรูหราที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีแบรนด์สุขภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ที่ประหยัดน้ำและเน้นใช้วัสดุรีไซเคิล อาทิ Villeroy & Boch, AXOR, Hansgrohe และแบรนด์สุขภัณฑ์ชั้นนำมากมายเข้าร่วม ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะให้ Crystal Home เป็นจุดเริ่มการเปลี่ยนแปลงสู่ความหรูหรา เหนือระดับ ตอบโจทย์ความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม 

นางสุทธิภา สวัสดิ์-ชูโต กรรมการบริษัท ลักซ์เซอรี แอท ลีฟวิง จำกัด เผยว่า Crystal Home เกิดจากแนวคิด Leading Luxury Bathroom Company ที่ใส่ใจในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า โดยเราได้มีการคัดสรรรนวัตกรรมที่หรูหราและเหนือระดับ แต่ยังคงคำนึงถึงองค์ประกอบที่ตอบโจทย์แนวคิดความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน เพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจึงผสมผสานทั้งความหรูหราและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลายเป็นความลงตัวแบบ Luxury & Eco-Friendly Bathroom ซึ่งทาง Crystal Home มุ่งหวังจะสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าได้จินตนาการถึงพื้นที่ส่วนตัว ด้วยแนวคิดที่ว่าทุกสัมผัสของความหรูหรานั้นเชื่อมโยงกับความยั่งยืนได้ โดยยังคงตอบโจทย์เรื่องของความสะดวกสบาย รวมถึงสไตล์แบบที่เป็นตัวเอง 



ในพื้นที่ของ Crystal Home จึงมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมทั้งความหรูหราและความยั่งยืนไว้อย่างหลากหลาย ซึ่งเมื่อรวมกับแนวทางของ Crystal Home ที่ต้องการให้การแต่งบ้านเป็นเรื่อง ‘ง่ายและคุ้มค่า’ ด้วยแล้ว ทำให้การออกแบบห้องน้ำของ Crystal Home ถูกสะท้อนออกมาภายใต้แบรนด์สุขภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ ที่มีทั้งรูปลักษณ์ทันสมัย และฟังก์ชันการใช้งานที่เป็นมิตรต่อทั้งผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม รวมถึงราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่มลูกค้า

เช่นแบรนด์ Villeroy & Boch แบรนด์สุขภัณฑ์คุณภาพจากประเทศเยอรมนี ซึ่งมีประวัติอันยาวนานกว่า 275 ปีที่ได้ประสบความสำเร็จและโด่งดังจากการพัฒนาคุณสมบัติ CeramicPlus เทคโนโลยีพิเศษที่ช่วยส่งเสริมสุขอนามัยที่เหมาะสมต่อผู้ใช้งานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยลดการสะสมสิ่งสกปรกและหินปูน ทำให้ของเหลวไหลรวมตัวเป็นหยดน้ำออกสู่ท่อระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงช่วยลดการใช้น้ำและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดได้ถึง 90%

โดยแบรนด์ Villeroy & Boch ได้นำเสนอคอลเลกชันของความยั่งยืนโดยการันตีด้วยรางวัลการออกแบบระดับโลกอย่าง ‘Reddot Winner 2023’ และ ‘iF Design Award 2023’ กับ ANTAO คอลเลกชันสุขภัณฑ์ที่ออกแบบโดยสองดีไซเนอร์แห่งสตูดิโอ ‘kaschkasch’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหยดน้ำค้างในยามเช้า และได้สร้างสรรค์ออกมาเป็นรูปทรงของหยดน้ำผสานโทนสีแห่งธรรมชาติดูเรียบง่ายแต่สวยงาม รวมทั้งนำเอาเทคโนโลยี CeramicPlus สารเคลือบผิวเซรามิกอันเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของแบรนด์มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน นอกจากนี้สุขภัณฑ์แขวนผนังจากคอลเลกชัน ANTAO ยังได้มีการออกแบบรวมเอา CeramicPlus เข้ากับเทคโนโลยี TwistFlush ทำให้สามารถประหยัดน้ำได้สูงสุดถึง 19,700* ลิตรต่อปี 

นอกจากนี้ แบรนด์ Villeroy & Boch ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นที่ส่งเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นคอลเลกชันก๊อกน้ำ METTLACH ที่ให้ประสิทธิภาพอัตราการไหลสูงสุด 3.5 ลิตรต่อนาที รับประกันการประหยัดน้ำ มาพร้อมกับฟังก์ชัน Cold Start เปิดใช้งานครั้งแรกด้วยน้ำเย็นเสริมเรื่องการประหยัดพลังงาน รวมไปถึงงานดีไซน์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์หรูหรา จากการออกแบบด้ามมือจับก๊อกน้ำให้มีความโดดเด่นด้วยลวดลายกระเบื้องโมเสกอันขึ้นชื่อจากเมือง Mettlach ประเทศเยอรมนี

Crystal Home ยังมีแบรนด์สุขภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีจุดเด่นเรื่องความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมอีกมากมาย อาทิเช่น ก๊อกน้ำ AXOR Massaud ที่นำเทคโนโลยี Flood-jet เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าโดยมีอัตราใช้น้ำเพียง 4 ลิตรต่อนาที, คอลเลกชัน Pulsify Planet Edition จาก Hansgrohe ที่ให้ความสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน จากการนำวัสดุรีไซเคิลพลาสติกมาเป็นส่วนประกอบในฝักบัวและสายฝักบัว, ก๊อกน้ำ Kohler คอลเลกชัน Taut และ Kumin ที่มีกระบวนการผลิตที่ช่วยลดสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม รับประกันด้วยรางวัล ‘ฉลากเขียว’ แสดงถึงคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, สุขภัณฑ์ Neorest LS จาก TOTO ที่ได้รางวัล reddot winner 2022, iF Design Award 2022 และ Green Good Design Awards 2023 จากการใช้ระบบฟลัชน้ำสองทิศทาง Hybrid Ecology System มาเสริมประสิทธิภาพการชำระล้างได้อย่างเต็มที่, คอลเลกชัน STONE จาก Decor Walther ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ผลิตภัณฑ์ในระยะยาวโดยใช้วัสดุคุณภาพสูงและรีไซเคิลได้ 100% 

“จะเห็นได้ว่า Crystal Home ไม่เพียงแต่สนับสนุนกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่เรายังคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการร่วมมือกับแบรนด์คู่ค้าที่ให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง เพราะ Crystal Home มุ่งมั่นที่จะให้ทุกแง่มุมธุรกิจของเราเป็นจุดเริ่มการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความหรูหราที่ยั่งยืน ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้”

ร่วมค้นหาไอเดียตกแต่งห้องน้ำท่ามกลางแรงบันดาลใจความหรูหราที่ยั่งยืน พร้อมบริการครบวงจรได้ที่ Crystal Home Concept Store ณ CDC ชั้น 1 อาคาร D หรือสามารถเข้าชมภาพและข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.crystalhomebkk.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-101-5123

Crystal Home ตอบโจทย์ห้องน้ำหรูด้วยสินค้าและบริการอย่างมีระดับ 

Website: www.crystalhomebkk.com/th 

Instagram : https://bit.ly/3N60iUT  

Line OA : https://lin.ee/xNVp1KIo 

Tel. : 02-101-5123 

#crystalhome #crystalhomebkk #showroomcrystalhome


เปิดงานเฉลิมฉลอง "Design Day 2024”


มิส เปาลา กุยด้า ข้าหลวงพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงานเฉลิมฉลอง “Italian  Design Day 2024” ด้วยโชว์เครื่องประดับงดงาม ซึ่ง คุณสรีนา ธีระวิทยภิญโญ แห่ง Scintilla Gioielli อิตาเลียน  แห่ง Scintilla Gioielli อิตาเลียน  ไฟน์จิวเวลรีบูตีค จัดขึ้น ณ โชว์รูมเมื่อเร็วๆ นี้