แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ lifestyle แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ lifestyle แสดงบทความทั้งหมด

14 กันยายน 2569

ผู้ว่าเมืองชลฯ ไฟเขียวนายกพัทยาจัดเต็ม อะเมซิ่งไทยแลนด์พัทยามาราธอน 2026 บาย มาม่า

นักวิ่งไทย-เทศ 2.1 หมื่นจาก 58 ประเทศแห่สมัครพัทยามาราธอน2026 ผู้ว่าเมืองชลฯ ไฟเขียวนายกพัทยาจัดเต็ม คาดเงินสะพัดแตะ 300 ล้าน

ผู้ว่าฯ ชลบุรี ควงนายกเมืองพัทยา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และไทยแลนด์ไตรลีก นำทีมแถลงข่าวประกาศความพร้อมแบบเต็มร้อยการจัดแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ครั้งที่ 33 ประจำปี 2569 รายการ อะเมซิ่งไทยแลนด์พัทยามาราธอน 2026 บาย มาม่า กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26-27 กันยายน 2569 โดยมีจุดปล่อยตัว-เส้นชัย ณ เทอมินอล 21 พัทยา ถนนพัทยาเหนือ จังหวัดชลบุรี นายกเมืองพัทยาเผยยอดผู้สมัครทะลุเป้า คาดสร้างรายได้เข้าเมืองพัทยาไม่น้อยกว่า 290 ล้านบาท ด้านผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน รายงานสรุปยอดผู้สมัครแข่งขันทั้งสิ้น 21,727 คน จาก 58 ประเทศ ทำสถิติสูงสุดในรอบ 33 ปี หลังจากเปิดระบบรับสมัครภายใน 2 ชั่วโมงเท่านั้น ด้านตำรวจภูธรภาค 2 เตรียมออกข้อบังคับปิดการจราจร 100% ในช่วงแข่งขันทั้งสองวัน



เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ณ ห้องนภาลัย D โรงแรมดุสิตธานีพัทยา นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานแถลงข่าวความพร้อมในการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวนานาชาติ รายการ Amazing Thailand Pattaya Marathon 2026 presented by MAMA โดยมีนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, นายไพรวัลย์ อารมณ์ชื่น ประธานสภาเมืองพัทยา, นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา, นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา, พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พันตำรวจเอก เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา, นายวีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขันฯ บริษัท ไตรลีก (ประเทศไทย) จำกัด, สมาชิกเมืองพัทยา, กลุ่มผู้สนับสนุนภาครัฐและภาคเอกชน แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน ที่มาร่วมในงานแถลงข่าวอย่างคับคั่ง

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า “พัทยามาราธอน ถือเป็นมหกรรมกีฬามวลชนที่ยิ่งใหญ่ มีการจัดงานอย่างต่อเนื่องมาแล้วถึง 33 ปี ตนถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานประเพณีประจำปีของจังหวัดชลบุรี ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเทศกาลวันไหลหรือเทศกาลวันปีใหม่ โดยในปีนี้ ถือเป็นปีที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนายกเมืองพัทยาได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า จะทำการยกระดับมาตรฐานของการแข่งขันไปสู่ระดับโลกให้ได้ โดยตั้งเป้าหมายให้พัทยามาราธอน เป็นหนึ่งในมาราธอนที่มีนักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาร่วมการแข่งขันมากที่สุดในประเทศไทย ดังนั้น ตนจึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทุกภาคส่วนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนให้เมืองพัทยามีขีดความสามารถในการจัดงานสูงสุด และด้วยองค์ประกอบต่างๆ ของเมืองพัทยา ที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งโรงแรม ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และระบบสาธารณูปโภคที่ดีที่สุดในภูมิภาคตะวันออก ประกอบกับความตั้งใจของผู้บริหารเมืองพัทยาที่ต้องการจะยกระดับของการแข่งขันจากระดับประเทศไปสู่ระดับโลกให้ได้นั้น จังหวัดชลบุรีจึงมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ว่า "พัทยามาราธอน จะได้รับการยอมรับจากนักวิ่งทั่วโลก ว่าเป็นหนึ่งในการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า “ปีนี้ พัทยามาราธอนจัดล่าช้ากว่าปกติ เพราะติดการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาในช่วงแข่งขันพอดี จึงมีการเลื่อนจัดงานมาเป็นช่วงเดือนกันยายนแทน ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศผลการเลือกตั้ง ปรากฎว่าตนได้รับตำแหน่งนายกเมืองพัทยาเป็นสมัยที่สอง ก็ถือว่าสามารถเข้ามาสานต่อการทำงานจากท่านปลัดฯ ได้ทันที โดยหลังจากเข้ามารับตำแหน่งตนก็กำชับให้ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินงานเต็มที่ ซึ่งเมื่อได้รับทราบว่า เมืองพัทยาได้ผู้จัดเป็นทางไทยแลนด์ไตรลีก ซึ่งถือว่าเป็นผู้จัดอันดับหนึ่งของประเทศ มีความเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์ทำงานกับเมืองพัทยามายาวนาน ทำให้ตนมีความสบายใจมากขึ้น และจากรายงานสรุปความพร้อมในด้านต่างๆ จากผู้อำนวยการจัดงานฯ หรือ Race Director ทำให้ทราบว่ามีผู้สนใจแห่สมัครกันอย่างคับคั่ง และทราบว่า “Sold Out” ไปภายในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยมียอดจำนวนผู้สมัครทั้งสิ้น 21,727 คน จาก 58 ประเทศทั่วโลก และด้วยองค์ประกอบในความพร้อมด้านต่างๆ ของเมืองพัทยา อาทิ จำนวนห้องพักที่มีจำนวนมาก, ระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน, แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ฯลฯ ทำให้เป็นปัจจัยสำคัญที่นักวิ่งจำนวนมากตัดสินใจมาร่วมแข่งขันในรายการนี้ ทำให้ปัจจุบัน “พัทยามาราธอน” นั่งแท่นเป็นมหกรรมวิ่งอันดับ 1 ของภาคตะวันออกอย่างเต็มตัว”
“ในโอกาสนี้ ตนใคร่ขอความร่วมมือจากชาวเมืองพัทยาทุกท่าน ให้เกียรติร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ในการต้อนรับนักวิ่ง จำนวน 2 หมื่นกว่าคน และผู้ติดตามอีกกว่าเท่าตัว เป็นจำนวนร่วม 4 หมื่นคน ที่จะเดินทางเพื่อมาร่วมการแข่งขันจากทั่วประเทศ และอีก 58 ประเทศทั่วโลก ในช่วงสุดสัปดาห์ของวันที่ 26-27 กันยายน ที่จะถึงนี้ ตน
มั่นใจว่าการแข่งขันรายการนี้ จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่เมืองพัทยาเป็นอย่างมาก และจะเป็นการตอกย้ำในศักยภาพด้านการจัดงานระดับ World Event ของเมืองพัทยาได้เป็นอย่างดี” นายกเมืองพัทยากล่าวทิ้งท้าย




พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า “ตนได้รับการมอบหมายจาก พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ให้มาร่วมในงานแถลงข่าวพร้อมด้วย พ.ต.อ. เอนก สระทอง ผู้กำกับ สภ.เมืองพัทยา ซึ่งท่านรองผู้บัญชาการฯ เห็นว่าการจัดการแข่งขันรายการนี้ เป็นงานมาราธอนในระดับโลก ที่จะสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศและเมืองพัทยา อีกทั้งยังสร้างรายได้ให้การท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ได้กำชับตนให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลนักวิ่งและประชาชนทั่วไปในด้านความปลอดภัยและการจราจรช่วงการแข่งขัน ทั้งนี้คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ได้มีการประชุมกับ สภ.เมืองพัทยา เพื่อซักซ้อมและทำความเข้าใจในส่วนของการบริหารจัดการด้านการจราจรบนพื้นที่แข่งขันในโซนต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง จนมีความมั่นใจว่าจะสามารถกำกับดูแลการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงนำเรียนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เพื่อทราบ และได้ขออนุมัติออกข้อบังคับปิดการจราจร ในช่วงการแข่งขัน ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 04:00 น. ถึงเวลาประมาณ 09:00 น. บนเส้นทางแข่งขันของระยะ 10 กม. และ 4.5 กม. และในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 00:00 น. ถึงเวลาประมาณ 11:00 น. บนเส้นทางแข่งขันของระยะมาราธอน 42.195 กม. และระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. โดยรายละเอียดทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเมืองพัทยาจะแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไป ตนจึงขอความร่วมมือจากทุกท่าน โปรดหลีกเลี่ยงการจราจรบนเส้นทางแข่งขัน ในวันและเวลาที่กำหนด”

นายวีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมืองพัทยา มีศักยภาพและความพร้อมในทุกๆ ด้าน เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของทวีปเอเชีย มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีคุณภาพ มีจำนวนห้องพักมากกว่า 100,000 ห้อง ทำให้เมืองพัทยาสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติได้เป็นจำนวนมากตลอดทั้งปี ททท. ขอชื่นชมเมืองพัทยาที่สามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่องในตลอดทุกๆ สัปดาห์ จนทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และจากการคำนวณตัวเลขด้านการท่องเที่ยว ตนคาดว่าการแข่งขัน “อะเมซิ่งไทยแลนด์ พัทยามาราธอน” ในครั้งนี้ จะสร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวแก่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี ได้มากกว่า 288 ล้านบาท ตนเชื่อมั่นว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ จังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และหวังว่าผู้เข้าแข่งขันและผู้ร่วมงานจำนวน 4 หมื่นคน จะได้รับความสุขและความประทับใจจากการต้อนรับของชาวเมืองพัทยาและชาวจังหวัดชลบุรีในครั้งนี้

นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยแลนด์ไตรลีก ในฐานะผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า “จากยอดผู้สมัครทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เต็มจำนวน 21,727 คน เป็นนักวิ่งชาย จำนวน 13,470 คน นักวิ่งหญิง จำนวน 8,257 คน หลังจากเปิดระบบรับสมัครไปเพียง 2 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างเซอร์ไพรส์มากๆ เพราะปีนี้ พัทยามาราธอนได้เลื่อนการจัดงานจากกลางเดือนกรกฎาคม ไปเป็นช่วงปลายเดือนกันยายน ทุกๆ คนก็คาดว่า นักวิ่งจะมาสมัครกันน้อย แต่ที่ไหนได้ เมื่อตนเปิดระบบรับสมัคร จำนวนสลอตกลับเต็มอย่างรวดเร็ว (ภายใน 2 ชั่วโมงเพียงเท่านั้น) ก็ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเมืองพัทยา ที่มีผู้สมัครมากกว่า 21,000 คน เป็นรายการวิ่งที่มีผู้สมัครมากที่สุด เป็นอันดับที่ 3 ประเทศ และเป็นอันดับ 1 ของภาคตะวันออก”
“เส้นทางแข่งขันของปีนี้ จะเหมือนปีที่ผ่านๆ มา โดยนักวิ่งทุกคน จะได้มีโอกาสวิ่งเลียบชายหาดของเมืองพัทยา, วิ่งผ่าเมือง และวิ่งเลียบชายหาดจอมเทียน ซึ่งถือว่าเป็นรายการวิ่งมาราธอนที่ได้วิ่งเลียบชายหาดที่ยาวที่สุดของประเทศ นอกจากนี้ ยังกำหนดจุดปล่อยตัวและเส้นชัยอยู่ ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ถนนพัทยาเหนือ ซึ่งสามารถรองรับนักวิ่งเป็นจำนวนมากได้ อีกทั้งยังมีความพร้อมในเรื่องที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ มากมาย”



“การจัดการแข่งขันครั้งนี้ จะจัดขึ้น 2 วัน คือวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 69 เป็นการแข่งขันระยะ 10 กม. และ 4.5 กม. มีผู้แข่งขันในวันแรก (เสาร์ที่ 26 กย) จำนวน 10,964 คน และวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 69 เป็นการแข่งขัน ระยะ 42.195 กม. และระยะ 21.1 กม. อีกจำนวน 10,763 คน จากข้อมูลของการรับสมัคร มีจำนวนนักวิ่งและผู้ติดตามเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้มากถึง 39,323 คน จาก 58 ประเทศทั่วโลก โดยจะเปิดให้รับอุปกรณ์และเบอร์แข่งขันได้ตั้งแต่วันพฤหัสที่ 24 กันยายน 69 เป็นต้นไป ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ถนนพัทยาเหนือ รายละเอียดของการแข่งขันศึกษาได้ทาง www.pattayamarathon.go.th” นายกอบเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย

07 กันยายน 2569

ทริป ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ลุยไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ


ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2569 อธิบดีกรมการท่องเที่ยวมอบหมายให้ กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว จัดกิจกรรม FAM Trip “10+10 MICE Adventure : Work Hard x Play Smart” เส้นทางที่ 10 กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ นำสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบและประชาสัมพันธ์เส้นทาง MICE Adventure Route เติมเต็มความสนุก ความท้าทาย ธรรมชาติ วิถีชุมชน วัฒนธรรม และไนท์ไลฟ์รวมไว้ในเส้นทางเดียว





เริ่มต้นสักการะหลวงพ่อโต รอดประตูเฮง ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ลัดเลาะชุมชน และทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ที่กลุ่มกิจการเพื่อสังคมย่านกุดีจีน 

กิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวลัดเลาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี และเรียนรู้ทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ถือเป็นเส้นทาง MICE Adventure และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ครบรสทั้งสายบุญ สายวัฒนธรรม และสายกินปั่นจักรยานรับลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาเส้นทางปั่นริมน้ำเริ่มต้นแถบ วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร มีทางปั่นแยกเป็นสัดส่วนเรียบไปตามโค้งแม่น้ำ ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง

ลัดเลาะเสน่ห์ชุมชนหลากวัฒนธรรมเส้นทางนี้ผ่าน ชุมชนกะดีจีน ย่านเก่าแก่ที่มีความย่อยผสมผสานของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ (พุทธไทย, พุทธจีน, คริสต์, อิสลาม) ตรอกซอยเล็กๆ เหมาะกับการปั่นจักรยานชมบ้านเรือนไม้โบราณ สถาปัตยกรรมคลาสสิค 




เวิร์กช็อปทำขนมฝรั่งกุฎีจีนสูตรโบราณ ไฮไลต์สำคัญคือการลงมือทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมโบราณตกทอดตั้งแต่สมัยอยุธยาผสมผสานศิลปะการทำขนมแบบโปรตุเกส ใช้วัตถุดิบเพียง ไข่ แป้ง และน้ำตาล โรยหน้าด้วยลูกชิด ลูกเกด และฟักเชื่อม อบด้วยเตาถ่านแบบดั้งเดิม ได้สัมผัสเนื้อขนมที่กรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมกลิ่นอบถ่าจากเตาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งการออกกำลังกาย เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ลงมือทำ workshop ขนมโบราณหาทานยาก เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวชุมชนที่ทั้งสนุก อิ่มท้อง และได้ซึมซับประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน




ชมวิถีชุมชนคลองบางหลวง บ้านศิลปิน นั่งเรือโดนัท ที่ชุมชนเก่าแก่ย่านฝั่งธน คลองบางหลวง และย่านการค้าวังบูรพา การท่องเที่ยวลัดเลาะย่านเก่าแก่ฝั่งธนบุรีจนถึงย่านการค้าวังบูรพา มอบเสน่ห์แห่งการเดินทางที่ผสมผสานวิถีชีวิตคลาสสิกริมน้ำกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์การค้าของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัวสัมผัสวิถีชีวิตและศิลปะที่คลองบางหลวง




เดินชิลย่านชุมชนเก่าแก่บรรยากาศริมคลองบางหลวงเต็มไปด้วยความสงบ เรือนไม้โบราณตลอดสองฝั่งคลองยังคงสะท้อนวิถีชีวิตชาวฝั่งธนแบบดั้งเดิม เดินรับลม ชมวิถีชาวบ้านริมน้ำ และรอยยิ้มที่เป็นกันเองของคนในชุมชนสร้างสรรค์งานศิลป์ที่บ้านศิลปิน จุดแวะพักสำคัญคือบ้านไม้โบราณริมน้ำที่อบอวลไปด้วยงานศิลปะ มีทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อปทำร้อยลูกปัด วาดภาพ และมุมนั่งจิบเครื่องดื่ม ขนมอร่อย ชมทัศนียภาพริมน้ำ พร้อมเสพงานศิลป์ในบรรยากาศสบายๆ




ล่องเรือโดนัทชมเมืองกิจกรรมไฮไลต์สุดชิค คือการนั่ง "เรือโดนัท" ลอยลำไปตามสายน้ำ มอบมุมมองใหม่ในการชมเมืองและวิถีชีวิตริมคลองบางหลวงอย่างใกล้ชิด ได้ทั้งความสนุก ถ่ายรูปสวย และสัมผัสความ
สโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง ย้อนวันวานย่านกรค้าคลาสสิก วังบูรพาสัมผัสเสน่ห์ศูนย์กลางการค้าในอดีตจากฝั่งธนฯ ข้ามมาสู่ย่านวังบูรพา ศูนย์กลางความบันเทิงและย่านการค้าสุดฮิปในยุค 2500 ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza) สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทย: ตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ



ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza) สถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมไทยตัวอาคารโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค สวยงาม คลาสสิก และเดินทางสะดวกสบายด้วยเครื่องปรับอากาศฉ่ำๆ

ลานขนมไทย (ชั้น 1): ศูนย์รวมขนมไทยโบราณและหาทานยาก ทำสดใหม่ทุกวัน เช่น ขนมครก ขนมเบื้องไทย คลองแครง เผือกทอด ขนมทองม้วนสด และทองหยอดฝอกทอง
โซนผ้าไทยและเครื่องประดับ: แหล่งรวมผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องประดับทอง เงิน และชุดไทยหลากหลายสไตล์ เหมาะสำหรับการเลือกซื้อหัตถศิลป์ไทย
โซนร้านค้าและอาวุธปืน: ย่านการค้าดั้งเดิมที่มีทั้งร้านทอง ร้านอาหาร และร้านขายอุปกรณ์กราบไหว้/วัตถุมงคล
ห้างดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza)
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน 09:00 – 20:00 น.
ที่อยู่: 12 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (เดินทางสะดวกด้วย MRT สถานีสามยอด)





ร้าน THAINIQUE
“ชมภิญญ์” น้ำมันหอมระเหยจากพืช เริ่มต้นจากการบำบัดร่างกายและจิตใจหลังพบวิกฤตใหญ่ในชีวิต ชมภิญญ์ น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จากพืช 100% เริ่มต้นจากการทำใช้เองหลังป่วยมะเร็ง พร้อมทั้งธุรกิจโรงงานเครื่องหนังล้มลง จึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่จะมาช่วยบำบัดทั้งร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น แต่จะต้องปลอดภัยต่อร่างกาย

ในช่วงที่เริ่มต้นสร้างแบรนด์ “ชมภิญญ์” ตนเองก็ได้ไปเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติม ในหลากหลายหลักสูตร เพื่อมาใช้ในการพัฒนาแบรนด์ จนทำให้ปัจจุบันสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น IMMORTELLE BOOSTER ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ที่ช่วยทดแทนการใช้เซรั่ม, รอบดวงตา, ไนท์ครีม, เดย์ครีม, Breathe Cool 100 % Pure Essential Oil Blend เบลนด์น้ำมันหอมระเหย, Deep Sleep Pillow Mist สเปรย์น้ำมันหอมระเหยฉีดหมอน 



THAINIQUE ห้องเลขที่ C3-24 (ตรงข้ามร้านกับภูเก็ต)
ชั้น 3 ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า



ล่องเรือดินเนอร์กับ เจ้าพระยาปริ้นเซส  Chao Phraya Princess

….ในค่ำคืนวันนั้น……ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น ลุยไม่หวั่นไนท์ไลฟ์ เส้นทางกรุงเทพฯสมุทรปราการ เป็นประสบการณ์ที่ปิดท้ายทริป ก้าวย่าง อย่างยั่งยืน 10+10 MICE ADVENTURE ล่องเรือ กินปู ตะลุยปั่น
ได้อย่างประทับใจ การได้ทานอาหารอร่อย ๆ สนุกสนานกับเคล้าเสียงเพลง ดนตรีสดตลอดการเดินทาง ดื่มด่ำบรรยากาศในค่ำคืนพิเศษ ตื่นตาตื่นใจ พร้อมกับชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืน ที่มีแสงไฟจากโบราณสถาน สะพานพระราม 8 และวัดอรุณราชวราราม เป็นภาพที่สะท้อนเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด การันตีความพิเศษ ด้วยมาตรฐานเรือภัตตาคาร ที่นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับบุฟเฟต์นานาชาติและซีฟู้ดแล้ว การบริการและความปลอดภัยยังอยู่ในระดับมืออาชีพ ทำให้บรรยากาศบนเรือทั้งหรูหราโรแมนติก และอบอุ่น เหมาะกับการเฉลิมฉลองความสำเร็จของทริปที่ทำกิจกรรมสนุก ๆ มาด้วยกันตลอดทั้งวันให้ความรู้สึกครบทุกรสชาติ ทั้งความบันเทิงจากโชว์ดนตรีสด รสชาติอาหารที่อร่อยหลากหลาย และการได้สัมผัสความงามยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เหมาะสำหรับทั้งการมาเที่ยวกับครอบครัว แก๊งเพื่อน หรือดินเนอร์สุดโรแมนติกกับคนพิเศษ















ปิดท้ายด้วยการชมทัศนียภาพยามค่ำคืนและแสงสีเสียงสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และย่านอาหารที่ไม่มีวันหลับไหล ไชน่าทาวน์ เยาวราช โรงแรม อาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์  


“อาศัย” เกิดจากความตั้งใจที่อยากให้แขกผู้มาเยือนได้เข้าถึงวิถีชุมชนอย่างแท้จริงแบบ Live Local หากคุณได้เข้าพักที่นี่ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอย ค้นหาร้านอร่อยทั้งแบบคาเฟ่ อาหารร่วมสมัย อาหารไทยหรืออาหารจีนดั้งเดิม  ถือเป็นตัวเลือกการพักผ่อนที่ตอบโจทย์ชีวิตเมืองและสายกิน-เที่ยวอย่างลงตัว ด้วยตำแหน่งที่ตั้งใจกลางย่านประวัติศาสตร์ ทำให้เดินทางสะดวกและเข้าถึงเสน่ห์ของย่านนี้ได้อย่างง่ายดายไซน์ร่วมสมัย ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่สอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย-จีนไว้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ให้ความรู้สึกผ่อนคลายจากความวุ่นวายภายนอก




เช็คอินพักผ่อนที่ โรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ (ASAI Bangkok Chinatown)
ด้วยทำเลสุดสะดวกใจกลางย่านนี้ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร ทำให้การเดินทางสะดวกมาก และสามารถเดินเชื่อมต่อไปยัง street food บนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว ดีไซน์ร่วมสมัยกลมกลืนกับชุมชน ตัวโรงแรมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่สอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย-จีนไว้อย่างลงตัว บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ผ่อนคลายจากความวุ่นวายภายนอก



การปิดทริปด้วยบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ นับเป็นการเติมเต็มความสุขที่สมบูรณ์แบบ ทั้งแสงสีริมน้ำ ความครึกครื้นของสตรีทฟู้ดระดับโลก และการพักผ่อนในโรงแรมที่มีสไตล์สัมผัสแสงสีและความมีชีวิตชีวา ยามค่ำคืน ทานอาหารค่ำที่ เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะถูกเนรมิตให้สว่างไสวด้วยแสงไฟจากสถานที่สำคัญ ทั้งพระปรางค์วัดอรุณฯ สะพานพระราม 8 และสถาปัตยกรรมร่วมสมัย แสงสีริมน้ำสร้างบรรยากาศคลาสสิก ปนความโรแมนติกได้อย่างลงตัว  ปิดท้ายมื้อค่ำประสบการณ์ล่องเรือรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษบน เรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส (Chao Phraya Princess) ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและบรรยากาศตระการตาริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน

ห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกห้องพักออกแบบ เน้นการใช้งานจริงและเตียงนอนนุ่มสบาย มีฟิตเนส พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง (Lobby & Courtyard) โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม หรือทำงานเบาๆการเข้าพักที่นี่ช่วยเติมพลังได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งรสชาติอาหารจากสตรีทฟู้ดรอบๆ วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน และการพักผ่อนที่สบายใจกลางย่านไชน่าทาวน์ ทำเลสะดวกสบาย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ติดกับสถานี MRT วัดมังกร สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสตรีทฟู้ดชื่อดังบนถนนเยาวราชได้ภายในไม่กี่ก้าว

ASAI Bangkok Chinatown
https://maps.app.goo.gl/UV16osyrFskWXRdr8
MRT วัดมังกร (มีที่จอดรถ)
โทร : 022208999 

รับเช้าวันใหม่ ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการ ปั่นจักรยานชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทำสปา เพ้นท์กะลามะพร้าว ที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ต.บางกระเจ้า ที่บริหารจัดการโดยคนในชุมชนท้องถิ่นเอง

ล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิต ตก ตัก มัด ปูทะเลเลี้ยง ที่บ้านคลองนาเกลือ สมุทรปราการการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและธรรมชาติต่างเมืองใกล้กรุงเทพฯ ที่ บ้านคลองนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ มอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่สะท้อนเสน่ห์ชุมชนชายฝั่งทะเลได้อย่างมีเอกลักษณ์






สัมผัสธรรมชาติและวิถีประมงพื้นบ้านล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต: ชิลไปกับการนั่งเรือหางยาวรับลมเย็นๆ สองฝั่งคลองล้อมรอบด้วยป่าชายเลนอันสมบูรณ์ เห็นนกน้ำและวิถีชีวิตชาวบ้านที่ผูกพันกับสายน้ำอย่างใกล้ชิด

เรียนรู้วิถีปูทะเล และไฮไลต์สำคัญคือการเข้าชมฟาร์ม/วังปูทะเล เรียนรู้สาธิตขั้นตอนตั้งแต่การ ตก ปูด้วยเครื่องมือพื้นบ้าน การ ตัก ปูขึ้นจากกระชังอย่างถูกวิธี ไปจนถึงการ มัด ปูทะเลด้วยเชือกอย่างชาญฉลาดโดยไม่ถูกหนีบลิ้มรสปูทะเลสด จบกิจกรรมด้วยการชิมปูทะเลสดใหม่ เนื้อหวาน แน่น ไข่เต็มกระดอง นำมานึ่งร้อนๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ได้รสชาติความสดแท้ๆ จากแหล่งผลิต






กิจกรรมล่องเรือ ชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต ชมสาธิตและทดลอง "ตกปู ตักปู มัดปู" ปูทะเลเลี้ยงเส้นทางล่องเรือชมบรรยากาศคลองสรรพสามิต เป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำในเขตอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ที่เน้นการสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนประมงพื้นบ้านและธรรมชาติป่าชายเลนอย่างใกล้ชิด

กิจกรรมตามเส้นทาง นั่งเรือหางยาวชมวิวสองฝั่งคลอง ล่องเรือรับลมเย็นๆ สัมผัสทัศนียภาพสองฝั่งที่รายล้อมด้วยป่าชายเลนอันสมบูรณ์ นกน้ำ และวิถีชีวิตชาวบ้านที่ผูกพันกับสายน้ำ เยี่ยมชมฟาร์ม/วังปูทะเล สาธิตและทดลองทำกิจกรรม "ตกปู ตักปู มัดปู" ปูทะเลเลี้ยง ด้วยเครื่องมือพื้นบ้านอย่างถูกวิธี

มื้อกลางวัน ชิมปูทะเลสดใหม่ ลิ้มลองรสชาติปูทะเลสดๆ เนื้อหวานแน่น ไข่เต็มกระดอง นึ่งร้อนๆ คู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด รสจัดจ้านจากแหล่งผลิตโดยตรง


กิจกรรมปั่นจักรยาน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ศีกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค
กิจกรรมปั่นจักรยานรับลม ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ (คุ้งบางกระเจ้า) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายชิลและสายอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยไฮไลต์สำคัญคือการปั่นจักรยานลัดเลาะศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ป่า 3 ยุค ที่สะท้อนการพัฒนานิเวศป่าชายเลนและป่าพรุริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสมบูรณ์

สัมผัสเส้นทางธรรมชาติป่า 3 ยุค เรียนรู้ระบบนิเวศป่าไม้ที่จำลองและรักษาไว้ ทั้งป่าดั้งเดิม ป่าฟื้นฟู และป่ารุ่นใหม่ พร้อมซึมซับอากาศบริสุทธิ์ของ "ปอดกรุงเทพฯ"

หอชมเมือง/หอดูนก จุดแวะพักยอดฮิตสำหรับปั่นจักรยานขึ้นไปชมวิวป่าไม้จากมุมสูง ถ่ายรูปสวย และดูนกธรรมชาติต่างๆ ปั่นจักรยานชมสวนสาธารณะเส้นทางปั่นปลอดภัย ร่มรื่นด้วยทิวไม้ตลอดทาง สูดอากาศสดชื่นและออกกำลังกายอย่างเพลิดเพลิน


กิจกรรม สปาเท้า / เพ้นท์ กะลามะพร้าว / ตำส้มตำลูกจาก
กิจกรรมชุมชน บ้านริมน้ำ วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น

สปาเท้าสมุนไพรผ่อนคลายความเมื่อยล้าหลังจากการเดินทางหรือปั่นจักรยาน ด้วยการแช่เท้าในน้ำสมุนไพรท้องถิ่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและคืนความสดชื่น

เวิร์กช็อปเพ้นท์กะลามะพร้าวปลดปล่อยจินตนาการและสร้างสรรค์งานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติ นำกะลามะพร้าวที่เป็นวัตถุดิบท้องถิ่นมาประดิดประดอยและระบายสีเป็นของระลึก D.I.Y. ชิ้นเดียวในโลก

ตำส้มตำลูกจากเปิดประสบการณ์ทำอาหารเมนูสุดพิเศษ นำ "ลูกจาก" พืชท้องถิ่นเอกลักษณ์แถบป่าชายเลนมาปรุงเป็นส้มตำรสแซ่บ ได้ความกรุบกรอบ หวานกลมกล่อมแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร





ทริปท่องเที่ยวสไตล์ MICE Adventure ที่รวมเสน่ห์วิถีชีวิต ชุมชน ธรรมชาติ วัฒนธรรม และแสงสีเสียงยามค่ำคืน ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ เป็นทริปสั้นๆ ใกล้กรุงเทพฯ  ที่ตอบโจทย์ทั้งสายชิลและสายกิน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านแบบครบสูตร อิ่มเอมกับธรรมชาติบริสุทธิ์ และประทับใจกับความน่ารักเป็นกันเองของคนในชุมชนเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ได้ทั้งสุขภาพจากการปั่นจักรยาน เติมความสุขให้สายกินด้วยปูสดและสตรีทฟู้ดชื่อดัง พร้อมซึมซับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชนอย่างใกล้ชิด