แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ lifestyle แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ lifestyle แสดงบทความทั้งหมด

24 กรกฎาคม 2569

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น  ช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย

นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น  การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย



เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้ชื่องาน "บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี" โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมและมอบสิ่งของแก่ประชาชนในพื้นที่ตลอดทั้งวัน


ในโอกาสนี้ นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารในนามบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนสิ่งของเพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ ต.กกสะทอน ประกอบด้วย สมาร์ทโปรเจคเตอร์ สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและการอบรม รวมทั้ง ผ้าอ้อมอนามัยสำหรับเด็ก ,พัดลม ,หม้อหุงข้าว,และเตาไมโครเวฟ

แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “สิ่งของดังกล่าวจะถูกนำไปมอบให้แก่โรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ตำบลกกสะทอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและถุงยังชีพที่จัดขึ้นตลอดเส้นทาง ตั้งแต่บ้านห้วยมุ่น บ้านหมากแข้ง ไปจนถึงบ้านหมันขาว”

“นอกจากการมอบสิ่งของแล้ว บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่นำเทคโนโลยี Eyetronix (อายทรอนิค)ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ลงพื้นที่ตำบลกกสะทอนเป็นครั้งแรก เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองและฟื้นฟูสมองแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ ในพื้นที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการต่อยอดพันธกิจของบริษัทฯ จากการบริจาคสิ่งของพื้นฐาน สู่การส่งมอบองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ทันสมัยให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างแท้จริง” แพทย์หญิงธีรธร กล่าว

การร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ในการมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม และแบ่งเบาภาระของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้รับความชื่นชมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก




22 กรกฎาคม 2569

“ธนาคารกรุงเทพ” จับมือ “ไทยแอร์เอเชีย” และ “แอร์เอเชียรีวอร์ด” ยกระดับ “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ


“ธนาคารกรุงเทพ” จับมือ “ไทยแอร์เอเชีย” และ “แอร์เอเชียรีวอร์ด” ยกระดับ “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สานต่อความสำเร็จบัตร Co-Brand ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป... ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย”

ธนาคารกรุงเทพ ไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด เปิดตัว “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ตอกย้ำความร่วมมือและสานต่อความสำเร็จ ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป... ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย” ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ที่จะเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายให้คุ้มค่าและสนุกยิ่งขึ้นกับ AirAsia points ทั้งแลกเที่ยวบินและสิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย ด้วยบัตรโฉมใหม่ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการความคุ้มค่าและใส่ใจสิ่งแวดล้อม เริ่มให้บริการวันแรก! 1 สิงหาคม 2569


นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพ สายการบินไทยแอร์เอเชีย และ แอร์เอเชียรีวอร์ด ได้สานต่อความร่วมมือพร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์บัตร Co-Brand “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สู่ปีที่12 ภายใต้คอนเซปต์ “อัปทุกทริป... ให้ชีวิต Smart กว่าที่เคย” ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากความต้องการของลูกค้าปัจจุบันและฐานข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นความสะดวกและความคุ้มค่าเป็นหลัก ดังนั้นบัตรใหม่นี้ จึงไม่ใช่บัตรเครดิตที่ทำหน้าที่เพียงชำระเงิน แต่จะเป็นเครื่องมือเปิดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับทุกทริปของการท่องเที่ยว ด้วยสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นกว่าบัตรเดิมอย่างชัดเจน ทั้งการสะสมคะแนนเพื่อใช้แลกเที่ยวบินแอร์เอเชียหรือแลกสิทธิประโยชน์อื่น ๆ การผ่อนชำระบัตรโดยสาร 0% รวมทั้งการใช้สิทธิประโยชน์ในสนามบินและบนเที่ยวบิน โดยครั้งนี้ “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ได้ปรับโฉมหน้าบัตรใหม่ในสไตล์ “Be Unique and Travel On” ที่มีความทันสมัย มีเอกลักษณ์ และผลิตจากวัสดุรีไซเคิล (rPVC หรือ Recycled PVC) ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ ลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนในกระบวนการผลิต โดยที่บัตรยังคงมีความแข็งแรง ทนทาน และอายุการใช้งานเทียบเท่ากับบัตรพลาสติกแบบเดิม ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและความยั่งยืนได้พร้อมกัน สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของธนาคารกรุงเทพ ที่มุ่งมั่นธุรกิจสีเขียวอย่างแท้จริง

“ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ได้รับการตอบรับจากลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทาง เป็นอย่างดี จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ธนาคารและพันธมิตรไม่เคยหยุดนิ่งพัฒนาและยกระดับสิทธิประโยชน์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม การสานต่อความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำว่าธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ ‘ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค’ ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ยังเป็นพันธมิตรที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์การใช้งาน ทั้งสิทธิประโยชน์และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการใช้งานด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานขั้นสูงที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของธนาคารในทุกครั้ง” นายโชค กล่าว

นางสาวธันย์สิตา อัครฤทธิภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า สำหรับไทยแอร์เอเชีย เราไม่ได้เน้นการเติบโตจากจำนวนผู้โดยสารหรือจำนวนเที่ยวบินเท่านั้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ซึ่ง “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดี ด้วยการเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เรามีลูกค้าที่เดินทางกับแอร์เอเชียแบบประจำมากขึ้น รวมทั้งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ผ่านการใช้จ่าย การสะสมสิทธิประโยชน์ และการวางแผนการเดินทางครั้งต่อไป ช่วยขับเคลื่อนให้เราเเละลูกค้าเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

“ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้าง Loyalty Ecosystem ของไทยแอร์เอเชีย ที่จะสร้างทุกทริปการเดินทางของลูกค้าให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยสิทธิประโยชน์แบบ VIP จากแอร์เอเชีย ตั้งแต่การเช็กอิน การเลือกที่นั่ง น้ำหนักกระเป๋า การขึ้นเครื่อง บริการบนเครื่องบิน และการรับกระเป๋า รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ทำให้ในวันที่ไม่ได้เดินทาง ผู้ถือบัตรก็ยังได้รับความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่านโปรโมชัน Cashback และการสะสมคะแนนต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดการใช้บริการและเดินทางซ้ำ (Repeat Travel) ลูกค้าจะรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ไทยแอร์เอเชียมากยิ่งขึ้นในทุกการใช้จ่าย” นางสาวธันย์สิตา กล่าว

นางสาวแชนนอน ลิว หัวหน้าฝ่ายบริหารโปรแกรมสมาชิกแอร์เอเชียรีวอร์ด กล่าวว่า AirAsia rewards ไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับการเดินทางอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นไลฟ์สไตล์อีโคซิสเต็มที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถสะสมและใช้คะแนนได้ในทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเปิดตัว“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” โฉมใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเดินทางดังกล่าว โดยช่วยให้สมาชิกสามารถเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นได้อย่างไร้รอยต่อ

“นอกเหนือจากการสะสมคะแนนจากการเดินทางแล้ว ผู้ถือบัตรยังสามารถสะสม AirAsia points จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และนำคะแนนไปแลกรับสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับสถานะสมาชิก Platinum โดยอัตโนมัติ เพื่อเตรียมพร้อมรับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมที่กำลังจะเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นสิทธิแลกเที่ยวบินด้วยคะแนนในอัตราคงที่ (Fixed Points) และสิทธิ Companion Pass ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มค่า ความพิเศษ และความสะดวกสบายที่เหนือกว่าให้แก่ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพในการยกระดับนิยามของโปรแกรมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก และทำให้ทุกการใช้จ่ายสร้างคุณค่าและความคุ้มค่าได้มากกว่าที่เคย” นางสาวแชนนอน กล่าว

“บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” กับสิทธิประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้น ได้แก่

รับคะแนนสะสมง่าย ๆ

• ทุกการใช้จ่าย 20 บาท ผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ”รับ 1 AirAsia points

• รับคะแนนสูงสุด 10 เท่าจากการจองและเดินทางกับสายการบิน AirAsia

• การผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือนสำหรับการใช้จ่ายที่แอร์เอเชีย หรือดอกเบี้ย 74% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป

ยกระดับทุกการเดินทาง

• บริการระดับ VIP ได้แก่ Priority Check-In / Priority Boarding / Priority Baggage / Priority Booking

• บัตรกำนัลโหลดสัมภาระ 2 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่ง Hot Seat 1 ใบ / บัตรกำนัลเลือกที่นั่งมาตรฐาน 1 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่มมูลค่า 60 บาท 3 ใบ / บัตรกำนัลเครื่องดื่ม santan มูลค่า 120 บาท จากปกติ 3 ใบ รับเพิ่มอีก 4 ใบ (รวม 7 ใบ) รวมรับบัตรกำนัลทั้งหมด 14 ใบในปีแรก

• รับบัตรกำนัล 10 ใบ ในปีถัดไป เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5000 บาท และรับเป็น 20 ใบ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 2 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 10000 บาท

โปรแกรมสะสมคะแนนสุดพิเศษ

• รับสิทธิเป็นสมาชิกระดับ Platinum ของ AirAsia ทันทีในปีแรก และรักษาสถานะในปีต่อไปเมื่อใช้จ่าย 1 แสนบาทและมียอดที่แอร์เอเชีย 5,000 บาท

• ใช้คะแนนแทนเงินสดเป็นส่วนลดค่าบัตรโดยสารแอร์เอเชีย / โรงแรม / SNAP หรือ แลกเป็น Voucher ใน Rewards Deals

พิเศษยิ่งขึ้น

• เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่าน “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” ณ ร้านค้าในต่างประเทศ ด้วยสกุลเงินต่างประเทศ ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน รับ AirAsia points 5 เท่า (จำกัดรับคะแนนสูงสุด 3,000 AirAsia points ต่อลูกค้าต่อเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70)

• โปรแกรมการแลกคะแนน Exclusive Rewards Deals โดยแลกคะแนนเพียง 50% รับ e-voucher จากร้านค้าที่คัดสรรพิเศษทุกเดือน 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70

• โปรโมชันสมัครบัตรสำหรับผู้สมัครบัตรรายใหม่ เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิต ครบทุก 5,000 บาท ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันอนุมัติบัตร รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 200 บาท 1 ส.ค. 69 – 31 ก.ค. 70

• รับเครดิตเงินคืน 2% ที่ปั๊มน้ำมัน Caltex และบางจาก และส่วนลดต่างๆ ที่ร้านอาหาร โรงพยาบาล คลินิก ที่ร่วมรายการ

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16%

บุคคลทั่วไปที่สนใจสมัคร “บัตรเครดิตแอร์เอเชีย แพลทินัม มาสเตอร์การ์ด ธนาคารกรุงเทพ” หรือผู้ที่ถือบัตรเดิมและต้องการเปลี่ยนเป็นบัตรเครดิตแบบใหม่ สามารถติดต่อได้ที่ส่วนบริการสมาชิกบัตร ธนาคารกรุงเทพ โทร 0 2638 4000 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขาธนาคารกรุงเทพทั่วประเทศ หรือ เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ www.bangkokbank.com และ เว็บไซต์ของแอร์เอเชีย www.airasia.com ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป

21 กรกฎาคม 2569

The Heritage Chiang Rai ชวนสัมผัส Green Season เปิดโปรห้องพักเริ่ม 1,700 บาท พาเที่ยว 4 จุดชมธรรมชาติห้ามพลาด

เชียงราย – The Heritage Chiang Rai Hotel & Convention เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดเชียงรายในช่วง Green Season ฤดูกาลที่ธรรมชาติสวยงามที่สุดของปี เมื่อสายฝนเติมชีวิตให้ผืนป่าและขุนเขาเขียวชอุ่ม อากาศสดชื่น พร้อมทะเลหมอกที่ปกคลุมยอดดอย เหมาะสำหรับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

โรงแรมแนะนำ 4 จุดหมายท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ดอยช้าง ดินแดนแห่งกาแฟและทะเลหมอกยามเช้า, ดอยแม่สะลอง กับไร่ชาสีเขียวสุดสายตา, ดอยผาฮี้ หมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีชื่อเสียงด้านกาแฟคุณภาพ และ ดอยช้างมูบ จุดชมวิวแนวภูเขาสลับซับซ้อนที่งดงามในช่วงหลังฝน
พร้อมกันนี้ โรงแรมได้เปิดตัวโปรโมชั่น Green Season Deal มอบข้อเสนอห้องพัก Deluxe พร้อมอาหารเช้า ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,700 บาทสุทธิ/ห้อง/คืน พร้อมสิทธิพิเศษ อัปเกรดเป็น Executive Suite ฟรี (ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องว่าง) และรับเครื่องดื่มฟรีสูงสุด 2 แก้วต่อห้องต่อคืน สำหรับผู้ที่จองตรงกับโรงแรม
โปรโมชั่นสำหรับลูกค้า FIT เปิดให้เข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569





The Heritage Chiang Rai Hotel & Convention พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้ได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสมผสานความสะดวกสบายเข้ากับเสน่ห์ของเชียงราย ทั้งการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นในช่วงเวลาที่จังหวัดเชียงรายเขียวชอุ่มและสวยงามที่สุดของปี
สอบถามรายละเอียดและสำรองห้องพักได้ที่ www.heritagechiangrai.com/special-offers หรือ Line Official: @335tkcsv และโทร. 052 055 888

15 กรกฎาคม 2569

เที่ยวเขาใหญ่ แวะ คาเฟ่โทนเมดิเตอร์เรเนียน มายอร์ก้า


ทริปนี้เราอยู่ที่ เขาใหญ่ คาเฟ่เขาใหญ่ บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย  ชาวเมืองทั้งหลายคงอยากย้ายตัวออกไปเที่ยวใกล้กรุงเทพกันในช่วงวันหยุด และหนึ่งในลิสต์ที่ดีและไปง่ายคงหนีไม่พ้น  ที่เขาใหญ่ คาเฟ่น่ารัก น่ารัก ขนมอร่อย ชื่อร้าน Mallorca (มายอร์ก้า) ที่นี่ให้ฟีลยุโรปเห็นครั้วแรกรู้สึกเหมือนในต่างประเทศ วิวภูเขาล้อมรอบ บรรยากาศที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติร่มรื่นของสวนและบ่อน้ำพุ ในแบบที่หลายคนชื่นชอบ  ที่มองแล้ว สร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเหมือนหลุดเข้าไปในบรรยากาศยุโรป รายล้อมด้วยสวนสีเขียวขจี มองแล้วสบายตา ร่มรื่น รวมไปถึงมีมุมถ่ายรูปใกล้ชิดธรรมชาติ  เหมาะกับการนั่งจิบกาแฟหอมกรุ่นพร้อมละเลียดขนมเค้กโฮมเมดแสนหวาน

Mallorka ไลฟ์สไตล์คาเฟ่สุดเก๋ที่เต็มไปด้วยมู้ดสบายๆ ในสวนสวยในแบบฉบับเดียวกับร้านสูท Jin Vondervic ของผู้เป็นเจ้าของร้านเดียวกัน โดยในส่วนของ Mallorka แห่งนี้นั้น มาพร้อมความโดดเด่นด้านการตกแต่งร้านที่ให้กลิ่นอายบรรยากาศเรียบง่าย  สบายๆ ผ่านเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋หลากหลายวัสดุ ทั้งงานไม้ เครื่องหนัง โลหะ ซึ่งคุมโทน สร้างคาแร็กเตอร์ร้านแบบสไตล์ยุโรปได้ราวกับยกคาเฟ่ ตึกรามบ้านช่องของชาวตะวันตกมาไว้ที่นี่เลยทีเดียว

สำหรับที่นี่ เครื่องดื่มหลัก ๆ จะเน้นเสิร์ฟเมนูกาแฟคลาสสิก ที่ดื่มง่าย สามารถดื่มได้ทุกวัน ควบคู่ไปกับเมนูเบเกอรีที่หลากหลาย วางเรียงรายให้เลือกสั่งมารับประทานคู่กับกาแฟ การเสิร์ฟคู่ความอร่อยตามแบบวิถีของชาวยุโรปที่แท้มาให้เหล่าบรรดานักชิมและคาเฟ่ฮอปเปอร์ชาวไทยได้สัมผัสวัฒนธรรมการกินดื่มท่ามกลางบรรยากาศที่ได้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศจริง ๆ





เมนูกาแฟสุดพิเศษ  ที่ถูกรังสรรค์โดยบาริสต้าของที่ร้าน ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงเมนูขนมของว่างต่างๆ ที่ร้านก็มีครบให้คุณเลือกทานได้อีกหลากหลายเมนู รับรองว่าถูกปากถูกใจทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่ามาที่นี่แฮปปี้กันได้ทั้งครอบครัวเลย

Mallorka Khaoyai เป็นคาเฟ่ผสมผสานความสวยงามของสถาปัตยกรรมสไตล์สเปนเข้ากับธรรมชาติของเขาใหญ่ คาเฟ่ที่มีทั้งกาแฟ อาหาร และขนมไว้ในที่เดียว ต้องตามมาเช็คอิน ครอบครัวไหนเป็นสายชิล หรืออยากหาที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุด ร้านถูกล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวแสนร่มรื่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบ ที่ร้านมีที่นั่งทั้งโซน outdoor และ indoor ให้คุณสามารถนั่งจิบกาแฟชิลได้ทั้งวัน นั่งชิลจิบกาแฟหอมๆ ท่ามกลางขุนเขา อากาศบริสุทธิ์สดชื่น 


เมนูต่าง ๆ และของหวาน กาแฟ มีให้เลือกทั้งแบบคลาสสิก (ลาเต้, คาปูชิโน) และ Signature พิเศษ เช่น Tiramisu Latte ​เครื่องดื่ม Non-Coffee มีหลากหลาย ทั้งมัทฉะ ชาผลไม้ และอิตาเลียนโซดา ขนมหวานในตู้โชว์น่าทานมาก ๆ มีทั้ง Tiramisu, Mousse Cake, Panna Cotta, และเบเกอรี่อย่าง Scones, Croissant แถมในเมนูยังมี French Toast ที่เสิร์ฟพร้อมผลไม้สดอร่อยมาก

เมนูกาแฟสุดพิเศษที่ถูกรังสรรค์โดยบาริสต้าของที่ร้าน ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงเมนูขนมของว่างต่างๆ ที่ร้านก็มีครบให้คุณเลือกทานได้อีกหลากหลายเมนู รับรองว่าถูกปากถูกใจทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่ามาที่นี่.....แฮปปี้กันได้ทั้งครอบครัวเลย





สายคาเฟ่คนไหนมาเที่ยวเขาใหญ่ แนะนำ Mallorka Khaoyai ที่ซ่อนตัวอยู่ในเขาใหญ่
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/hRmsvN1nBFHcLY5j8
ที่อยู่ : ตำบล หมูสี อำเภอปากช่อง นครราชสีมา

ร้านเปิดบริการ : 08.30 - 17.30 น.
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Mallorka Khaoyai

#MallorcaKhaoyai #toptotravel
#Mallorka #MallorkaKhaoyai
#คาเฟ่เปิดใหม่เขาใหญ่ 
#CafeKhaoya #ชัญญ่าว่าดี


14 กรกฎาคม 2569

ลิ้มลองความอร่อยระดับจักรพรรดิ ณ ห้องอาหารจีนดรากอน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

ที่ห้องอาหารจีนดรากอน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ที่พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยบรรยากาศหรูหราผสานความร่วมสมัยอย่างลงตัว กับเซตเมนู เริ่มต้นเปิดต่อมรับรสด้วย “ออร์เดิร์ฟสามสหาย” รสสัมผัสกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ ตามด้วย “ซุปหูฉลามทะเลหลวง” ร้อนระอุ หอมละมุนจากการเคี่ยววัตถุดิบธรรมชาติจนเข้มข้น ไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดคือ

“เป็ดปักกิ่ง” หนังบางกรอบสีสวย ทานคู่แป้งนุ่มและซอสสูตรพิเศษอร่อยจนหยุดไม่ได้ เสริมทัพด้วย
“ปูนิ่มทอดพริกเกลือ” กรอบอร่อยทานได้ทั้งตัว หอมกระเทียมพริกไทย และ “เนื้อผัดซอสฮ่องกงคะน้าเห็ดหอม” เนื้อนุ่มละมุนลิ้นชวนฟิน ฟินต่อเนื่องกับ
“ปลานึ่งซีอิ๊วสไตล์ฮ่องกง” โชว์ความสดของเนื้อปลาหวานฉ่ำ และ “ผัดบะหมี่ฮกเกี้ยนกุ้ง” เส้นเหนียวนุ่มเครื่องแน่นเต็มคำ ก่อนปิดท้ายมื้อสุดประทับใจด้วยของหวานล้างปากอย่าง
“สาคูแคนตาลูปเย็น” หอมหวานสดชื่นชื่นใจ




สำหรับมื้อครอบครัวหรือโอกาสพิเศษ มีห้องส่วนตัวบริการถึง 6 ห้อง เปิดมื้อเที่ยง 11.30-14.30 น. และมื้อเย็น 17.30-22.00 น. สำรองที่นั่งความฟินได้เลยที่ 02-5755599

SACIT ก้าวสู่ปีที่ 6 สืบสานภูมิปัญญา สู่เศรษฐกิจงานศิลปหัตถกรรมที่ยั่งยืน

เดินหน้าผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยมและหัตถกรรมที่เกี่ยวข้องอัตลักษณ์ชาติ” สู่เวทีโลก

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ก้าวสู่ปีที่ 6 พร้อมเดินหน้าบทบาทการเป็นนักปั้น ขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นองค์กรหลักในการ สืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างครบวงจร มุ่งยกระดับทุนทางวัฒนธรรม ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาคน องค์ความรู้ ผลิตภัณฑ์ และตลาด ควบคู่กับการสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด Sustainable Craft Business Model พร้อมจัดเสวนา "ราชพัสตราสู่สากล" ถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมในฐานะต้นแบบการต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่เวทีโลก



ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ของ SACIT ถือเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญในการตอกย้ำบทบาทขององค์กรในฐานะหน่วยงานหลักด้าน   การส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทย โดย SACIT มุ่งขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของการสืบสานภูมิปัญญา การพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือไทย การต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ร่วมสมัย และการเปิดโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของงานศิลปหัตถกรรมทั้งระบบ โดยมองว่างานหัตถศิลป์มิใช่เพียงรักษา สืบสานคุณค่าองค์ความรู้ให้คงอยู่ แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศได้ในระยะยาว

“SACIT จึงทำหน้าที่เป็น 'นักปั้น' ที่ร่วมขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยผ่าน 3 ภารกิจสำคัญ ได้แก่ การสืบสาน องค์ความรู้และภูมิปัญญาของครูศิลป์ ครูช่าง และช่างฝีมือไทยสู่คนรุ่นใหม่ การสร้างสรรค์ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐาน ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้งานหัตถศิลป์ และ การส่งเสริม ผู้ประกอบการ ช่างฝีมือ และชุมชนหัตถกรรม ผ่านการสร้างโอกาสทางการตลาด ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

นอกจากนี้ ยังมีภารกิจสำคัญที่ได้ดำเนินการไปแล้วในปีนี้ และต่อยอดไปสู่ปี 2570 คือการเดินหน้าขับเคลื่อน Sustainable Craft Business Model ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Craft Value Chain) โดยมุ่งพัฒนา "คน ผลิตภัณฑ์ และตลาด" ควบคู่กับการอนุรักษ์องค์ความรู้ดั้งเดิม การยกระดับมาตรฐานการสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ   ให้แก่ช่างฝีมือและผู้ประกอบการ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว



“ภารกิจของ SACIT ไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้อยู่ในความทรงจำ แต่คือการทำให้งานหัตถศิลป์ไทยมีชีวิต มีผู้สืบทอด มีผู้ใช้ มีตลาด และมีพื้นที่ให้แสดงศักยภาพในเวทีโลก โดยยังคงรักษารากเหง้าและคุณค่าของภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับงานหัตถกรรมอย่างแท้จริง” ผศ.ดร.อนุชา กล่าว

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวต่อว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายสถาปนาครบรอบปีที่ 5 ก้าวสู่ปีที่ 6 ครั้งนี้ ยังได้จัดเสวนา “ราชพัสตราสู่สากล” ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนการนำทุนทางวัฒนธรรมของไทยมาต่อยอดสู่การรับรู้ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะ “ชุดไทยพระราชนิยม” ซึ่งมิได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย หากแต่เป็นภาพแทนของภูมิปัญญาด้านศิลปหัตถกรรมไทยจากหลากหลายแขนง ทั้งการทอผ้า การย้อมสี การปัก การทำเครื่องประดับ งานโลหะ และงานหัตถศิลป์อีกหลายสาขา ที่หลอมรวมกันจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของชาติและได้รับการยอมรับในระดับสากล แนวคิดดังกล่าวได้สะท้อนเป็นรูปธรรมผ่านนิทรรศการ "La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity" ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่ง SACIT ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และพิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมและงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของ ภูมิปัญญา งานช่าง และอัตลักษณ์ไทยในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม และการทูตวัฒนธรรม จนได้รับกระแสตอบรับอย่างกว้างขวาง และสะท้อนศักยภาพของไทยในการสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ของประเทศในระดับสากล



“สำหรับ SACIT การส่งเสริมชุดไทยพระราชนิยมไม่ได้หมายถึงการเผยแพร่ความงดงามของเครื่องแต่งกายไทยเพียงอย่างเดียว แต่คือการผลักดันคุณค่าของระบบนิเวศงานศิลปหัตถกรรมไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ช่างผู้สร้างสรรค์ ชุมชนผู้ผลิต องค์ความรู้ดั้งเดิม ไปจนถึงการออกแบบร่วมสมัย เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมของไทยสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก"