06 มีนาคม 2567

Amazing Thai Massage Festival ที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

มหกรรมนวดไทยเพื่อสุขภาพ รวมศาสตร์การนวด 4 ภาค ใน Amazing Market Zone ชั้น 4 โซนA 

สายนวดถูกใจสิ่งนี้ !! รวมทุกศาสตร์การนวดให้คุณผ่อนคลายสบายตัวในงานมหกรรมนวดไทยเพื่อสุขภาพ Amazing Thai Massage Festival ตั้งแต่วันนี้ – วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2567 บริเวณ Amazing Market Zone ชั้น 4 โซน A ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ 


ภายในงานพบกับนิทรรศการที่รวบรวมศาสตร์การนวดแผนไทย และสัมผัสการนวดจากมรดกภูมิปัญญาไทย 4 ภูมิภาค อาทิ ภาคเหนือพบกับการนวดตอกเส้น พื้นบ้านกับหมอล้านนา ภาคกลางพบกับต้นตำรับแห่งนวดไทย การนวดแบบราชสำนัก การนวดแบบเชลยศักดิ์ ภาคอีสานพบกับศาสตร์การนวดผ้าขาวม้า การนวดขิดเส้น ภาคใต้พบกับการนวดน้ำมันลังกาสุกะ และศาสตร์การนวดบำบัดแบบโบราณอีกมากมายที่รวบรวมมาไว้ครบครันให้ทุกท่านได้ลองสัมผัส โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดเฉพาะทาง พร้อมด้วยกิจกรรมความรู้สุดยอดสมุนไพร ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่พัฒนาจากพืชสมุนไพรท้องถิ่น





สิทธิพิเศษ!! เมื่อช้อปภายในร้านค้าโซน Amazing Market ชั้น 4 โซน A นำใบเสร็จรวม 500 บาทขึ้นไป รับฟรี! ทดลองนวดตอกเส้นประมาณ 10 นาที พร้อมตรวจธาตุเจ้าเรือน และ จิบชาสมุนไพรก่อนนวด (จำกัด 30 สิทธิ์ / วัน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://mbk-center.co.th/ หรือเฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth
อินสตาแกรม mbkcenter

เศษด้ายสร้างมูลค่าจากขยะในโกดังสู่ผืนผ้าใหม่สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์และแบรนด์เสื้อผ้า

เพราะตระหนักถึงความสำคัญของแนวคิด Sustainability ทายาทรุ่น 3 แห่ง SC GRAND จึงได้ต่อยอดธุรกิจของครอบครัวโดยนำขยะเศษด้ายที่มีอยู่ในโกดังของโรงงาน ผสมผสานนวัตกรรมใหม่                      สร้างเส้นใย ได้สีใหม่ตามธรรมชาติจากเป็นวัสดุรีไซเคิลที่นำมาใช้ในงานออกแบบผ้าสำหรับเฟอร์นิเจอร์ สร้างแบรนด์ใหม่พร้อมติด QR ให้ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ ได้ภาคภูมิใจไปกับการเป็นส่วนหนึ่ง                      ของการรักษา โลกใบนี้ด้วยการลดมลภาวะในขั้นตอนกระบวนการผลิต โดยเมื่อลูกค้าสแกน QR จะได้รับข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้ช่วยประหยัดน้ำ ช่วยเพิ่มออกซิเจน ลดคาร์บอนไดออกไซด์ในสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

พบกับนวัตกรรมใหม่ในการสร้างผลงานผ้าจาก SC GRAND ได้ในงาน STYLE Bangkok 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ภายใต้ธีม “ChicNature” แสดงพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทยเต็มที่  โชว์ศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs พร้อมต่อยอดความยั่งยืน รวมสินค้า ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และงานคราฟต์มีดีไซน์มาไว้ครบจบในที่เดียว เป็นเวทีให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออกและดีไซเนอร์ไทยได้เจรจาการค้าและสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับนักธุรกิจจากทั่วโลกระหว่างวันที่ 20-24 มีนาคม 2567 นี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

จัดใหญ่อีกครั้ง! KICE ผนึกกำลัง หอการค้าจังหวัดขอนแก่น และ TCEB ประกาศความพร้อมงาน BEYOND FOOD EXPO 2024 ปีที่ 2

@ KICE ขอนแก่น ดัน Soft Power อาหารไทย ดังไกลสู่ตลาด GMS

6 มีนาคม 2567, ขอนแก่น – ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ จังหวัดขอนแก่น หรือ KICE ภายใต้การบริหารของบริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดขอนแก่น และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ประกาศความพร้อมในการจัดงาน BEYOND FOOD EXPO 2024 งานแสดงสินค้าด้านอาหาร เครื่องดื่ม และเทคโนโลยีใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสาน จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “ Taste for Tomorrow ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่จะช่วยยกระดับสินค้าและอุตสหกรรมด้านอาหารของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในวงการอาหาร พร้อมต่อยอดและผลักดัน Soft Power อาหารไทย สู่ตลาดกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS อันได้แก่ ไทย ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม และจีน-ยูนนาน-กวางสี พร้อมขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดนานาชาติ โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 19 – 22 กันยายน 2567 ณ ฮอลล์ 2-3 ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ จังหวัดขอนแก่น หรือ KICE คาดมีผู้สนใจเข้าชมงานกว่า 5,000 ราย


นายปรมัตถ์ พูลสมบัติ ผู้อำนวยการศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น หรือ KICE ขอนแก่น ในฐานะผู้จัดงาน BEYOND FOOD EXPO 2024 เปิดเผยว่า แนวโน้มของตลาดอาหารแห่งอนาคตจะมีอัตราการเติบโตถึง 12.11% ภายในปี 2571 และภายในปี 2568 ตลาดอาหารแห่งอนาคตของโลกจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 3.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ* ผนวกกับประเทศไทยที่เป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 12 ของโลก ในปี  2566** ปรับตัวดีขึ้น 3 อันดับ จากอันดับที่ 15 ของโลกในปี 2565 ด้วยเหตุนี้คณะผู้จัดงานได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหาร โดยจัดงาน BEYOND FOOD EXPO ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแฟลตฟอร์มที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มของไทย ผลักดัน Soft Power ไทยฟู้ด เชื่อมโยงสู่กับนักธุรกิจจากอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 6 ประเทศ หรือ GMS ผ่านกิจกรรมภายในงานและกระตุ้นเศษฐกิจในระดับภูมิภาค

งาน BEYOND FOOD EXPO 2024 เป็นงานแสดงสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม และเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่  2 โดยมีเป้าหมายที่จะรวบรวมผู้ประกอบการกว่า 150 บริษัทและแบรนด์ มาร่วมจัดแสดงสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ อาหารแปรรูป อาหารแช่แข็ง ขนมและของหวาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมไปถึงเทคโนโลยีในการผลิต บรรจุ และแปรรูปอาหาร นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ สัมมนาเชิงวิชาการและเชิงธุรกิจ เวิร์กช็อป การประกวด และการแข่งขันด้านอาหารและเครื่องดื่ม

นายภาคภูมิ พัฒนเศรษฐานนท์ รองประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดที่มีร้านอาหารมากที่สุดในภาคอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น และอุดรธานี ตามลำดับ ซึ่งร้านอาหารส่วนใหญ่มักกระจุกตัวอยู่ตามเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว ซึ่งในขอนแก่นมีร้านอาหารมากกว่า 3,700 ร้าน นับเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของงาน BEYOND FOOD EXPO 2024 ซึ่งทางหอการค้าเองได้ช่วยในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ข่าวสารไปยังกลุ่มสมาชิก เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างงานสร้างรายได้ในจังหวัดของแก่นและจังหวัดอื่นๆในภาคอีสานเติบโตไปด้วยกัน



นางสาวกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดไมซ์ในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวว่า การสนับสนุนงาน BEYOND FOOD EXPO 2024 อยู่ภายใต้การสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ (Domestic Exhibition) โดย TCEB จะสนับสนุนในเรื่องกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business matching) ให้คำปรึกษาร่วมวางกลยุทธ์การขยายตลาด ขยายกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเจรจาธุรกิจและพัฒนาศักยภาพการจัดงานแสดงสินค้าให้ได้มาตรฐาน ดึงดูดผู้เข้าชมงานจากเมืองรอบข้าง อีกทั้งตั้งเป้าหมายให้เป็นการจัดงานในรูปแบบมาตรฐานที่เรียกว่า B2B  โดยคาดว่าตลอดระยะเวลา 4 วันของการจัดงาน จะมีผู้เข้าร่วมชมงานไม่ต่ำกว่า 5,000 ราย และมีมูลค่าซื้อขายภายในงานไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

สำหรับผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่มที่สนใจต่อยอดธุรกิจ หาโอกาสทางการค้าพร้อมกับสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ งาน BEYOND FOOD EXPO 2024 พร้อมแล้วที่จะเป็นเวทีแห่งการค้าที่จะเชื่อมโยงทุกองค์ภาคีด้านอุตสาหกรรมอาหารสู่การขยายตลาดในระดับโลกต่อไป โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 19 - 22 กันยายน 2567 ณ ฮอลล์ 2-3 ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ จังหวัดขอนแก่น 

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมออกบูธ สามารถติดต่อไปที่ 

เบอร์โทรศัพท์  093-794-4644 

อีเมลล์ beyondfood@kice-center.com 

Website : https://www.beyondfoodexpo.com/

Facebook : https://www.facebook.com/beyondfoodexpo

#ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น #KhonkaenInternationalConventionandExhibitionCenter #MICE #Meeting #Convention #Exhibition #Concert #ศูนย์ประชุม #งานจัดแสดงสินค้า #งานสัมมนา #นิทรรศการ # BEYONDFOODEXPO 2024 #อาหาร #เทคโนโลยี #CPLAND #ซีพีแลนด์ #AccessibleCommunitiesForLife #ซีพีแลนด์คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต

แหล่งข้อมูล: 

*ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงเทพ

**สถาบันอาหาร

รฟฟท.จัดกิจกรรม CSR ตอกย้ำความรับผิดชอบต่อสังคม เชื่อมสัมพันธ์องค์กรสู่ชุมชน

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสังคม เชื่อมสัมพันธ์องค์กรสู่ชุมชน เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 13 ปี การก่อตั้งบริษัทฯ

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดกิจกรรม CSR ให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสังคม เชื่อมสัมพันธ์องค์กรสู่ชุมชน เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 13 ปี การก่อตั้งบริษัทฯ

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันครบรอบการก่อตั้งของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา ถือเป็นวันสำคัญที่ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินกิจการในฐานะผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า โดยเริ่มจากการบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานกรุงเทพมหานคร หรือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จนมาถึงการได้รับภารกิจสำคัญในการบริหารการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถและซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ ควบคู่กับการรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร เพื่อมุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านการบริการและการมีส่วนร่วมของชุมชน ส่งเสริมความสามัคคีและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน




ทั้งนี้ บริษัทฯ จึงได้จัดกิจกรรม CSR ขึ้น ด้วยการส่งมอบข้าวสารสายพันธุ์หอมมะลิ จำนวน 300 ถุง ให้กับประชาชนภายในชุมชนบ้านคลองรังสิต ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ในวันพุธที่ 6 มีนาคม 2567 เวลา เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือนร้อน และช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแก่ประชาชน และเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วม เชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสวัสดิการชุมชน ด้วยบริษัทฯ มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนต่อสังคมและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของคนในชุมชนด้วย




กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่บริษัทฯให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างชุมชนที่แข็งแกร่ง ซึ่งบริษัทฯ จะมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนผ่านกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน


“มากกว่าการเดินทาง คือ ความพิเศษ”
รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง
ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ www.srtet.co.th

05 มีนาคม 2567

“คนไทยไม่ไร้ที่พึ่ง” พม. ประกาศเจตนารมณ์ พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ศรส. ช่วยเหลือพร้อมกันทั่วประเทศ

วันนี้ (5 มี.ค. 67) เวลา 09.30 น. ที่บริเวณหน้าอาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. สะพานขาว กรุงเทพฯ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดโครงการ “ปฏิบัติการคนไทยไม่ไร้ที่พึ่ง” พร้อมนำ นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และภาคีเครือข่าย ร่วมประกาศเจตนารมณ์การช่วยเหลือคนไร้บ้าน พัฒนาครัวเรือนเปราะบางในภาวะวิกฤต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต อีกทั้งปล่อยขบวนรถศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) ออกปฏิบัติการ “ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง” พร้อมกัน 77 จังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ วันนี้ เวลา 17.00 น. มีการจัดกิจกรรม “เดินเท้าเข้าหา พาคนเปราะบางพ้นวิกฤติ” นำโดย นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และนักสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่ “เดินเท้าเข้าหา” พาคนไร้บ้านเข้าสู่สิทธิสวัสดิการ ณ บริเวณลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม ถนนราชดำเนินใน เขตพระนคร กรุงเทพฯ


นายธเนศพล กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะของกระทรวง พม. ร่วมกับภาคีเครือข่าย พบว่าในปี 2566 มีผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ จำนวน 2,499 คน ซึ่งพบมากที่สุดในกรุงเทพฯ และมีครัวเรือนเปราะบางอยู่ในภาวะวิกฤตจำนวนกว่า 362,437 ครัวเรือน  สำหรับ “ปฏิบัติการคนไทยไม่ไร้ที่พึ่ง” ในวันนี้ มีเจตนารมณ์มุ่งที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายให้สามารถดำรงชีวิตด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน ด้วยปฏิบัติการ “เชิงรุก” ลงพื้นที่พูดคุย ดูแล ถามสารทุกข์สุกดิบ ประเมินสุขภาพกายและจิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดภาวะที่จะเป็นอันตรายต่อตนเองและสังคม พร้อมทั้งมีการวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งมอบสวัสดิการตามสิทธิ โดยมีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 77 แห่งทั่วประเทศ เป็นตัวเชื่อมประสานกับทุกภาคส่วน อีกทั้งพร้อมเป็นสื่อกลางในการประสานความช่วยเหลือ โดยมี ศรส. มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์สายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง


นายธเนศพล กล่าวว่า ปฏิบัติการวันนี้ ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ที่เน้นย้ำการทำงานไม่เหมือนเดิม จากการที่รอรับเรื่อง ณ ที่ตั้ง แต่วันนี้เราจะเป็นฝ่ายเดินเข้าหาคนไร้ที่พึ่งหรือคนไร้บ้าน ซึ่งนโยบายที่พยายามลงถึงปัญหาไม่ใช่รอปัญหากลับมา อย่างน้อยที่สุดเราจะได้เข้าไปเห็นสภาพปัญหาและข้อเท็จจริง เพื่อจะได้แก้ปัญหาในพื้นที่ โดยจำนวนของกลุ่มคนไร้ที่พึ่งหรือกลุ่มคนไร้บ้านมีอยู่ประมาณ 2000 กว่าคน วันนี้ หน่วยงานของกระทรวง พม. ทั่วประเทศลงไปทำหน้าที่ชนกับปัญหาและจัดการในกลุ่มคนไร้ที่พึ่งให้ไปสู่สถานที่หรือไปในทิศทางที่อยากเป็น เพราะฉะนั้น ถ้าพูดถึง พ.ร.บ. หรือกฎหมาย ซึ่งเราไม่สามารถไปจับกุมเขาเหล่านี้ได้ จึงต้องใช้ความสมัครใจซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจากพูดคุย เกิดจากความต้องการ เพราะฉะนั้น วันนี้ทิศทางการทำงานของกระทรวง พม. เป็นทิศทางใหม่ และเป็นการแก้ไขการทำงานในเชิงรุก ก่อให้เกิดผลดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ซึ่งวันนี้ เรามีทีม พม.หนึ่งเดียว ลงไปสู้กับปัญหาหรือเผชิญกับปัญหาไม่ต้องรอให้ปัญหาเข้ามา เราจะได้เห็นมิติในมุมมองใหม่ๆ และจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องของคนไร้ที่พึ่งได้ต่อไป 



นายธเนศพล กล่าวว่า วันนี้ ไม่ใช่อีเวนท์ แต่เป็นการดำเนินการเพื่อเกิดความร่วมมือร่วมใจทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น วันนี้คนไร้ที่พึ่ง จำนวน 2,499 ราย กรุงเทพมหานครมีจำนวนมากที่สุด รองลงมาเป็น จังหวัดชลบุรี และเชียงใหม่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจังหวัดอื่นไม่ได้มีคนไร้ที่พึ่งหรือคนไร้บ้าน แต่ทุกจังหวัดเราจะมีทีม พม.หนึ่งเดียว ทั้ง 76 จังหวัด ลงไปแก้ไขปัญหา ซึ่งเราไม่คาดหวังให้คนไร้ที่พึ่งเพิ่มขึ้น แต่เราจะทำให้เขาได้กลับไปสู่ครอบครัว กลับสู่สังคม ให้เร็วที่สุดและดีที่สุด ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข จิตเวช เป็นต้น อย่างน้อยที่สุดเราจะทำให้เขาสมบูรณ์ที่สุดในการส่งเขากลับคืนสู่สังคม

นายอนุกูล กล่าวว่า สำหรับปัญหาด้านสุขภาพที่พบมากในกลุ่มคนไร้บ้านหรือคนไร้ที่พึ่งนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องจิตเวช มีสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 70 ในคนไร้ที่พึ่งหรือคนไร้ที่บ้านรายเก่า แต่ถ้าเป็นกลุ่มคนไร้ที่พึ่งรายใหม่ก็จะมีจำนวนเล็กน้อย ทั้งนี้เราทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้มีการทำ MOU ร่วมกันเมื่อปี 2566 เพื่อให้กลุ่มคนไร้บ้านเหล่านี้ได้เข้าสู่การรักษา  ดังนั้นสิ่งแรกที่ให้คนเหล่านี้ได้เข้าถึงคือการดูแลสุขภาพเบื้องต้น


นางจตุพร กล่าวว่า ทั้งนี้ การดูแลคนไร้ที่พึ่ง เราจะดูแลคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข ความเป็นอยู่ อาชีพ การศึกษา รายได้ และการมีงานทำ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญ และสิ่งหนึ่งคือคนไร้ที่พึ่งบางคนออกไปจากสังคมนานแล้ว เรื่องทักษะชีวิตในการเตรียมความพร้อมกลับเข้าสู่สังคมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เป็นสิ่งที่กระทรวง พม. คำนึงถึง

#ข่าวพม #esshelpme #วราวุธรับฟังทำจริง #พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม
#พมหนึ่งเดียว #ศรส #ปฏิบัติการคนไทยไม่ไร้ที่พึ่ง #คนไร้ที่พึ่ง #คนไร้บ้าน

เดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ หนุนกิจกรรมแรลลี่รักษ์โลก

Prachachuen news :Let's Go Low Carbon for Charity Rally 2024 สู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2567 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ฟุคส์ ลูบริแคนท์ส, บอร์เนียว เทคนิเคิล,
พอลาเนอร์  จัดโดย ประชาชื่นนิวส์  จัดกิจกรรม แรลลี่เพื่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ชื่อ Prachachuen news :Let's Go Low Carbon for Charity Rally 2024 โดยมีพันธมิตรกว่า 45 องค์กร  


นายสมชาย ชมภูน้อย  ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และตีธงปล่อยคาราวานแรลลี่ พร้อมด้วย Mr.Stephan Lenz, Regional Business Development Manager & Southeast Asia บริษัท ฟุคส์ ลูบริแคนท์ส (ประเทศไทย) จำกัด, นายณัฐพล โสวัญณะ Business Unit Manager Automotive Aftermarket Divisionบริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล จำกัด, นางกานต์พิชชา คงสมบัติ ประธานกรรมการ บริษัท โพลว์ อินเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเบียร์ พอลาเนอร์ ประเทศไทย, เอิร์ธ สายสว่าง -โอเอซิสปา, ชาตรี นุ้ยประสิทธิ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเดอะพาร์คไนน์สุวรรณภูมิ, สาธร ลีลาขจรจิต บรรณาธิการบริหารประชาชื่นนิวส์และผู้ร่วมแข่งขันกว่า 80 คน ณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่




ท่องเที่ยวเปิดมุมมองใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ พร้อมกิจกรรมรักษ์โลกที่สนุกสนาน ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs (Sustainable Development Goals)  ทั้ง 36 องค์กรชั้นนำของประเทศ ต่างร่วมใจสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรม ปลูกจิตสำนึก รณรงค์รักษ์สิ่งแวดล้อม มอบความรัก ความห่วงใย ด้วยการมอบพันธุ์กล้าไม้ ที่ศูนย์การเรียนรู้พระเจดีย์กลางน้ำระยอง พร้อมสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ผ่อนคลายไปกับเสียงคลื่นริมหาดแสงจันทร์ 


นายชาตรี นุ้ยประสิทธิ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเดอะพาร์คไนน์ ร่วมสนับสนุนกิจกรรมแรลลี่รักษ์โลก สู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สู่ความยั่งยืนมักเชื่อมโยงกับการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความยั่งยืนของธุรกิจ และเชื่อมโยงกับการพัฒนาธุรกิจในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เส้นทางกรุงเทพฯ – ระยอง เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก และองค์กรต่าง ๆ ทางด้านเศรษฐกิจ โดย Prachachuen news :Let's Go Low Carbon for Charity Rally 2024 สู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ณ โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์ บีช ระยอง  ในวันเสาร์ที่ 2 และ วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2567 
 



ติดต่อสอบถามหรือจองห้องพักได้ที่ 

โทร 033 683 322 /  064 585 9948           

https://www.fortunehotelgroup.com/th/      

 🆔คลิ๊ก Line : @fortunehotelgroup |https://line.me/R/ti/p/%40fortunehotelgroup   

#สุขทันทีที่เที่ยวภาคตะวันออก #ระยอง #prachachuennews #LetGoLowCarbonforcharityRally2024

03 มีนาคม 2567

โอเอซิสสปา หนุนกิจกรรมแรลลี่รักษ์โลก


Prachachuen news :Let's Go Low Carbon for Charity Rally 2024 สู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมPrachachuen news :Let's Go Low Carbon for Charity Rally 2024  ดิโอเอซิส สปา (ประเทศไทย)  ร่วมจัด กิจกรรมแรลลี่เพื่อสิ่งแวดล้อม
 



โดยมีพันธมิตรกว่า 45 องค์กร  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ฟุคส์ ลูบริแคนท์ส, บอร์เนียว เทคนิเคิล, พอลาเนอร์  จัดโดย ประชาชื่นนิวส์ จัดกิจกรรม แรลลี่เพื่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ชื่อ Prachachuen news :Let's Go Low Carbon for Charity Rally 2024 

โดยมี นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และตีธงปล่อยคาราวานแรลลี่ พร้อมด้วย Mr.Stephan Lenz, Regional Business Development Manager & Southeast Asia บริษัท ฟุคส์ ลูบริแคนท์ส (ประเทศไทย) จำกัด, นายณัฐพล โสวัญณะ Business Unit Manager Automotive Aftermarket Divisionบริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล จำกัด, นางกานต์พิชชา คงสมบัติ ประธานกรรมการ บริษัท โพลว์ อินเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเบียร์ พอลาเนอร์ ประเทศไทย, เอิร์ธ สายสว่าง -โอเอซิสปา, ชาตรี นุ้ยประสิทธิ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเดอะพาร์คไนน์สุวรรณภูมิ, สาธร ลีลาขจรจิต บรรณาธิการบริหารประชาชื่นนิวส์และผู้ร่วมแข่งขันกว่า 80 คน ณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่


ท่องเที่ยวเปิดมุมมองใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ พร้อมกิจกรรมรักษ์โลกที่สนุกสนาน ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs (Sustainable Development Goals)  ทั้ง 36 องค์กรชั้นนำของประเทศ ต่างร่วมใจสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรม ปลูกจิตสำนึก รณรงค์รักษ์สิ่งแวดล้อม มอบความรัก ความห่วงใย ด้วยการมอบพันธุ์กล้าไม้ ที่ศูนย์การเรียนรู้พระเจดีย์กลางน้ำระยอง พร้อมสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ผ่อนคลายไปกับเสียงคลื่นริมหาดแสงจันทร์ ณ โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์ บีช ระยอง  ในวันเสาร์ที่ 2 และ วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2567

#สุขทันทีที่เที่ยวภาคตะวันออก #ระยอง #prachachuennews #LetGoLowCarbonforcharityRally2024