05 สิงหาคม 2569

'กรมเจรจา' เดินหน้า FTA Club รุ่น 4 ติดอาวุธความรู้ สร้างเครือข่ายรับมือการค้าโลก

กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าสร้างเครือข่ายผู้นำด้านการค้าเสรีจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และสื่อมวลชน ผ่านหลักสูตร “การค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้บริหารยุคใหม่” (New International Commerce Course for Executives : NIC2E) ภายใต้โครงการ “การสร้างความเข้าใจประโยชน์ของ FTA สร้างเครือข่าย FTA Club รุ่นที่ 4” ยกระดับองค์ความรู้ด้าน FTA เสริมศักยภาพการรับมือความท้าทายของการค้าโลก และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ โดยเปิดเผยว่า ประเทศไทยใช้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาด และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ปัจจุบันไทยมี FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้ว 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศคู่ค้า และอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขยายโอกาสทางการค้าไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผ่านโครงการ FTA Club ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการมาแล้ว 3 รุ่น เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ FTA และขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศของไทย

โครงการ FTA Club รุ่นที่ 4 กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ต่อยอดการดำเนินงานจากการสร้าง "ผู้รับรู้" สู่การสร้าง "ผู้ขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์" โดยคัดเลือกผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และสื่อมวลชนที่มีบทบาทหรือเกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ กว่า 40 คน เข้าร่วมพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรม Boot Camp และศึกษาดูงาน เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ณ จังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2569 เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่หลักสูตร โดยเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน FTA แนวโน้มการค้าโลก การกำหนดยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI ตลอดจนการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศของไทย และเข้าสู่หลักสูตร “การค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้บริหารยุคใหม่” รุ่นที่ 4 (New International Commerce Course for Executives : NIC2E) ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม - 7 กันยายน 2569 ซึ่งมุ่งพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และวิสัยทัศน์ด้านการค้าระหว่างประเทศ ผ่านการบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา รวมกว่า 30 ชั่วโมง

ครอบคลุมเนื้อหาที่เข้มข้น อาทิ “โอกาสของธุรกิจไทยกับความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA)”, “กอบกู้ผู้ประกอบการไทยไปกับกองทุนพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ”, “ธุรกิจเติบโตด้วยเทคโนโลยีและ นวัตกรรม” และ “การถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จทางธุรกิจ” ตลอดจนการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหน่วยงานชั้นนำ เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์พัฒนาศักยภาพ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง

กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่า "โครงการ FTA Club รุ่นที่ 4 จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้าน FTA ผ่านแนวคิด Train the Trainer ที่มุ่งให้ผู้เข้าร่วมนำองค์ความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอด ถ่ายทอด และขยายผลสู่หน่วยงานและองค์กรของตนเอง เพื่อสร้างความเข้าใจด้าน FTA ในวงกว้าง พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของการค้าและระเบียบโลกใหม่ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจการค้าเสรีอย่างมั่นคงและยั่งยืน" นายเอกฉัตร กล่าว

04 สิงหาคม 2569

ก้าวแรกของผู้หญิงที่กล้าฝัน...สู่ Miss Wellness 2 Samut ปี 2026 พร้อมส่งต่อสู่ เวที Miss Wellness World Thailand 2026

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569  คุณพรณรัตน์ อัครฐานิชนัน  Production Dirctor 2 Samut ร่วมกับพันธมิตร จัดการประกวดคัดเลือก Miss Wellness 2 Samut เพื่อเป็นตัวแทนสาวงาม สู่เวที Miss Wellness World Thailand 2026 ภายใต้ความตั้งใจอยากเห็นสาวไทยที่มีสุขภาพกาย ใจ จิต เพื่อสะท้อนเสน่ห์แห่งภูมิปัญญา ผู้มีความมุ่งมั่นจากภายใน ในการเป็น "ทูตสุขภาพ" เพื่อส่งต่อพลังบวกให้ผู้อื่นได้อย่างงดงาม มีสุขภาพที่ดี เป็นต้นแบบของสุขภาพองค์รวม ทั้งด้าน ร่างกาย ใจ จิตวิญญาณ สะท้อนคุณค่าของผู้หญิงที่เติบโตอย่างสง่างามในทุกมิติของชีวิต   




โดยทั้งนี้ มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.เก่งพงษ์ ตั้งอรุณสันติ CEO Cherey home International และ ประธานสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุ คุณพีบงค์ภัค ธนมาประสิทธิ์ Co-Founder / CEO บริษัท วิคตัส เอเธอนั่ม จำกัด ผู้จัดจำหน่าย CartiZol ,  หุ่นยนต์ฝึกเดิน Free Walk ,Nimbo  และ ตำแหน่ง  เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม , คุณพรณรัตน์ อัครฐานิชนัน ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด Chereyhome และ ที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์

ซึ่งสาวงามทั้งหมด ผ่านกิจกรรมการเก็บตัว จาก SkyBird lake View Resort Khaoyai และกิจกรรมที่ บ่อดิน อินไซต์เอ้าท์ นครปฐม ก่อนจะคัดเลือกเหลือเพียง 9 คน เพื่อเข้าสู่รอบไฟนอลและประกาศผลผู้คว้าตำแหน่งภายในวันนี้ 






สาวงามที่ได้รับตำแหน่งและเป็นตัวแทนของเขต PD 2 สมุทร ได้แก่ น้ำฝน - นางสาว กมลชนก อร่ามศรี Miss Wellness ตัวแทนจังหวัดสมุทรสาคร ใบเฟิร์น - นางสาว นัทรดา ดำชุม Miss Wellness จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดไปร่วมประกวดบนเวทีระดับประเทศต่อไป




MISS Wellness World Thailand 2026 เวทีที่พร้อมเปิดโอกาสให้สาวสวยที่มั่นใจในความสวย พร้อมรูปร่าง และสุขภาพที่ดีของตนเอง เพื่อก้าวขึ้นสู่เวทีระดับประเทศ และขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักทุกท่านที่ได้สนับสนุนเวที Miss wellness 2 samut ในครั้งนี้

กรมการท่องเที่ยวโชว์ตัวเลขครึ่งปี 69 ตรวจทัวร์–ไกด์เถื่อน กว่า 3,000 ราย

กรมการท่องเที่ยวโชว์ตัวเลขครึ่งปี 69 ตรวจทัวร์–ไกด์เถื่อน กว่า 3,000 ราย สร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 กรมการท่องเที่ยวได้เร่งรัดตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาทัวร์-ไกด์ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ตามนโยบายของนายสุรศักดิ์ พันธเจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 3,187 ราย เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัย รวมถึงคุณภาพการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว 


จากการตรวจสอบบริษัทนำเที่ยว จำนวน 1,962 ราย พบว่าดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย 68 ราย ความผิดที่พบ 3 ข้อหาใหญ่ ได้แก่ 1) การประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต (ทัวร์เถื่อน) 2) การประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่ตรงตามคุณสมบัติในมาตรา 17 (1) ของกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ซึ่งกำหนดให้ทุนของบริษัทไม่น้อยกว่า ร้อยละ 51 ต้องเป็นของบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย และกรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และ 3) การไม่จัดให้มีมัคคุเทศก์ไปกับนักท่องเที่ยว ส่วนการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์ จำนวน 1,225 ราย พบการกระทำผิด 129 ราย โดยความผิด 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1) การไม่ติดบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ตามที่กฎหมายกำหนด 2) ไม่มีหรือไม่แสดงใบสั่งงาน (Job Order) การปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาต (ไกด์เถื่อน)



อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับครึ่งปีหลังนี้ จะกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และมุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบริษัทนำเที่ยวต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ยังไม่หมดอายุหรือต่ออายุใบอนุญาตให้เรียบร้อย ซึ่งดำเนินการล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุได้ 30 วัน รวมทั้งจัดให้มีมัคคุเทศก์เดินทางไปกับนักท่องเที่ยวทุกครั้ง ขณะที่มัคคุเทศก์ควรตรวจสอบวันหมดอายุของใบอนุญาต โดยสามารถยื่นต่ออายุล่วงหน้าก่อนวันสิ้นอายุได้ 120 วัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการประกอบอาชีพ

กรมการท่องเที่ยวขอขอบคุณประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการกระทำผิดของบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กกรมการท่องเที่ยว หรือทางอีเมล tgtcenter@tourism.go.th และ DOT-TGIS@tourism.go.th  ซึ่งมีส่วนช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การกำกับดูแลบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เป็นไปอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น