05 พฤศจิกายน 2568

Benz BKK Group จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “3 Days 2 Nights Praycation in Hong Kong”

มอบประสบการณ์เหนือระดับให้ลูกค้า Mercedes-Benz Certified

กรุงเทพฯ – 5 พฤศจิกายน 2568 — Benz BKK Group ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มาตรฐานระดับโลก ครอบคลุม 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ได้แก่ บางนา, วิภาวดี และกาญจนาภิเษก เดินหน้าสานต่อความสัมพันธ์กับลูกค้าคนพิเศษ ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Benz BKK Exclusive Trip: 3 Days 2 Nights Praycation in Hong Kong” เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ออกรถยนต์ Mercedes-Benz Certified ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา


ทริปพิเศษครั้งนี้  จัดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์แห่งความประทับใจ ให้ลูกค้าสัมผัสเสน่ห์ของฮ่องกง ตลอด 3 วัน 2 คืน พร้อมกิจกรรมไหว้พระเสริมสิริมงคล ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ชื่อดัง อาทิ วัดแชกงหมิว, วัดหวังต้าเซียน, วัดเจ้าแม่กวนอิมรีพัลส์เบย์, วัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ, และวัดเจ้าแม่กวนอิมซีซ้าน รวมถึงการนั่งกระเช้า Crystal Cable Car สู่พระใหญ่แห่งเกาะลันตา เพื่อสัมผัสทัศนียภาพสุดอลังการจากมุมสูงของเกาะฮ่องกง ลูกค้ายังได้ดื่มด่ำกับมื้ออาหารระดับ พรีเมียม อาทิ Duck Victoria, ห่านย่างสูตรต้นตำรับ, และติ่มซำร้านดัง พร้อมเข้าพักในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวใจกลางเมือง ซึ่งสะท้อนความใส่ใจในทุกรายละเอียด ตามปรัชญา “The Best or Nothing” ที่ Benz BKK Group ยึดถือมาโดยตลอด

ภายในทริปได้รับเกียรติจาก ดร.สุภา ลิขิตพฤกษ์ รองกรรมการ และ คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ ร่วมเดินทางและดูแลลูกค้าทุกท่านอย่างอบอุ่นตลอดทั้งทริปสะท้อนถึงความตั้งใจ ของ Benz BKK Group ที่มุ่งเน้นการดูแลลูกค้าแบบใกล้ชิด และสร้างความผูกพันระยะยาว ในฐานะครอบครัวเดียวกัน “เราต้องการให้ลูกค้าของ Benz BKK Group รู้สึกถึงความพิเศษตั้งแต่ วันที่รับรถไปจนถึงทุกประสบการณ์หลังการขาย ทริปนี้จึงไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยวแต่เป็นการขอบคุณ และสร้างความทรงจำร่วมกัน ในแบบที่สะท้อนจิตวิญญาณของ Mercedes-Benz อย่างแท้จริง” — คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์, กรรมการผู้จัดการ Benz BKK Group


Benz BKK Group ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโปรแกรมดูแลลูกค้า และจัดกิจกรรมพิเศษต่อเนื่อง เพื่อมอบ ประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้ใช้รถยนต์ Mercedes-Benz Certified มั่นใจได้ทั้งในด้านคุณภาพ ความคุ้มค่า และบริการหลังการขายที่ดีที่สุด

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น ร่วมโครงการ “เที่ยวดี มีคืน”


โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น ร่วมโครงการ “เที่ยวดี มีคืน” #ชวนสัมผัสลมหนาว... เที่ยวเชียงรายอย่างคุ้มค่า พร้อมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 เท่า!

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น ร่วมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ “เที่ยวดี มีคืน” ระหว่างวันนี้ – 15 ธันวาคม 2568 เชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสบรรยากาศลมหนาวแห่งล้านนา พักผ่อนอย่างมีสไตล์ ท่ามกลางความสะดวกสบายครบครัน พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสุดพิเศษดังนี้


สิทธิ์สำหรับบุคคลธรรมดา รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุด 1.5 เท่า (รวมไม่เกิน 30,000 บาท) เมื่อใช้บริการห้องพักหรือห้องอาหารภายในโรงแรม และสิทธิ์สำหรับบริษัท, ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล รับสิทธิลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า สำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดอบรม สัมมนา หรือกิจกรรมภายในโรงแรม เพียงแจ้งขอ e-Tax Invoice ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้ทันที! (*เป็นไปตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังและหน่วยงานภาครัฐกำหนด)
โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น พร้อมต้อนรับทุกท่านด้วยบริการระดับพรีเมียม ทั้งห้องพักกว้างขวาง ห้องอาหารบรรยากาศอบอุ่น และห้องประชุมสัมมนาทันสมัย ครบเครื่องทั้งการพักผ่อนและการทำงาน เติมเต็มทริปเชียงรายของคุณ... ด้วยความสบาย คุ้มค่า และสิทธิประโยชน์เต็มรูปแบบจาก “เที่ยวดี มีคืน”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองห้องพักได้ที่
โทร.052 055 888
อีเมลreservation@heritagechiangrai.com
เว็บไซต์ www.heritagechiangrai.com

พม. จับมือราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ–ศิริราช รณรงค์ตรวจมะเร็งปากมดลูก เสริมสุขภาพหญิง พม.

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ร่วมกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ภาควิชาสูติศาสตร์–นรีเวชวิทยา และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัด “โครงการรณรงค์ให้ความรู้การตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง เพื่อเป็นสวัสดิการสำหรับสตรี พม.” โดยมี นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์วิทยา ถิฐาพันธ์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 2 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ





นางสาวแรมรุ้ง กล่าวว่า ตามนโยบายของนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มุ่งเน้น “พัฒนาคนทำงานด้านสังคม พัฒนาคน พัฒนาสังคม” ผ่านแนวคิด “HEAL ใจ” กระทรวงจึงให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากรให้มีทั้งสุขภาพกายและใจที่ดี เพื่อพร้อมปฏิบัติงานดูแลประชาชนอย่างเต็มศักยภาพจากข้อมูลของกรมการแพทย์พบว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 4 ของผู้หญิงทั่วโลก และเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ การส่งเสริมให้สตรีรู้จัก “ตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง” จึงเป็นอีกแนวทางสำคัญในการเฝ้าระวังสุขภาพ

นางสาวแรมรุ้ง กล่าวต่อไปว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่บุคลากรหญิงในสังกัด พม. เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง เสริมสร้างความเข้าใจในการดูแลสุขภาพ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค นอกจากนี้ ยังเป็นการ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยสุขภาพของพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ผ่านโครงการตามพระราชดำรินานัปการ เช่น หน่วยแพทย์พระราชทาน โครงการหมอหมู่บ้าน และมูลนิธิสายใจไทยฯ ซึ่งสอดคล้องกับพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2531 ที่ว่า “เรื่องสุขภาพอนามัยนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล... หากประชาชนมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์ ก็จะมีสติปัญญาเล่าเรียน ประกอบสัมมาอาชีพ สร้างสรรค์ความเจริญต่าง ๆ ให้บ้านเมือง”





ภายในงานมีบุคลากรสตรีจากส่วนราชการในสังกัด พม. ส่วนกลาง เข้าร่วมกว่า 150 คน โดยกิจกรรมประกอบด้วย
1) การบรรยายให้ความรู้เรื่อง “มะเร็งปากมดลูกและแนวทางป้องกัน” โดย ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์วิทยา ถิฐาพันธ์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย
2) การสาธิต “วิธีตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง” โดยนักศึกษาแพทย์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
3) การอบรมเชิงปฏิบัติการ “HPV Self-Collected Test” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกเก็บตัวอย่างด้วยตนเองอย่างถูกวิธีการจัดโครงการครั้งนี้ไม่เพียงส่งเสริมให้บุคลากรสตรีของ พม. มีความรู้ด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงในการสร้าง “คนทำงานสังคมคุณภาพ” ที่มีทั้ง สุขภาพดี จิตใจเข้มแข็ง และพร้อมแบ่งปันความห่วงใยสู่สังคมอย่างยั่งยืน นางสาวแรมรุ้งกล่าวในตอนท้าย

04 พฤศจิกายน 2568

คณะอาจารย์และนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ เข้าเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ประพาสต้น บ้านจีนกั๊ก

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา คณะอาจารย์และนักศึกษา คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดโครงการศึกษานอกสถานที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิชา ศ.383 เศรษฐศาสตร์เชิงวัฒนธรรมในระดับปริญญาตรี โดยมี ผศ.สิทธิกร นิพภยะ ผู้รับผิดชอบวิชา นำนักศึกษามาศึกษาการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์เอกชน ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและชุมชนตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี  ได้เข้าเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ประพาสต้น บ้านจีนกั๊ก ตลาดบางลี่ จำนวนกว่า 80 คน โดยคุณกรองแก้ว ดารายน สันตะบุตร และคุณ จริย์วัฒน์ สันตะบุตร ให้การต้อนรับและบรรยายประวัติความเป็นมา 





พิพิธภัณฑ์ประพาสต้น บ้านจีนกั๊ก ตลาดบางลี่ ตั้งอยู่บริเวณหน้าเทศบาลเมืองสองพี่น้อง ถือเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งมีความสำคัญต่อชุมชน เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางการเสด็จประพาสต้นครั้งที่ 1 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้เสด็จฯ ขึ้นบ้านจีนกั๊กเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2447 (ร.ศ. 123) เรื่องราวของเหตุการณ์สำคัญในครั้งนั้นได้ถูกถ่ายทอดสู่ลูกหลานโดยนางนวลศรี ดารายน ลูกสาวของจีนกั๊ก ผู้อยู่ในเหตุการณ์สำคัญนั้น  เรื่องราวได้ถูกสืบค้น เรียบเรียง และจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ประพาสต้น บ้านจีนกั๊ก ตลาดบางลี่ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าภาคภูมิใจของชาวอำเภอสองพี่น้อง ตลอดจนเป็นประโยชน์ต่อการสืบค้นทางประวัติศาสตร์ต่อไป


ตรงซุ้มประตูจีนซึ่งเป็นประตูทางเข้าตัวเรือนบ้านจีนกั๊ก ตลาดบางลี่ จะพบภาพที่เก่าที่สุดของตัวบ้านประมาณแปดสิบปีที่แล้ว เป็นภาพขาวดำของคุณยายกุยเฮียง ลิ้มมาลัย ลูกสะใภ้จีนกั๊ก ยืนพิงรั้วหน้าบ้าน  บ้านจีนกั๊กมีส่วนหนึ่งของบ้านเป็นห้องแถว ติดกับตลาดบางลี่ เป็นพื้นที่ที่คึกคักไปด้วยการค้าขาย แต่ยังคงวิถีชีวิตเรียบง่ายของเมืองสองฤดูในอดีต ซึ่งน้ำท่วมปีละห้าเดือน บ้านเรือนในตลาดจะมีลักษณะเป็นเรือนยาวใต้ถุนสูง มีระเบียงเชื่อมต่อกันเอาไว้สัญจรในหน้าน้ำ



คุณกรองแก้ว ดารายน สันตะบุตร เหลนของจีนกั๊กเล่าว่า ก๋งกั๊ก แซ่ลิ้ม เป็นชาวจีนจากอําเภอเหยี่ยวเพ็งในเมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ที่มาตั้งรกรากในตลาดบางลี่ อําเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี จีนกั๊กหรือนายกั๊กนี้เป็นผู้นำของชุมชนชาวจีนในพื้นที่ตลาดบางลี่ในยุคแรก เมื่อร้อยยี่สิบปีที่แล้ว ตลาดบางลี่และอำเภอเมืองมีความเจริญทัดเทียมกัน บางลี่เป็นที่รวมของคนหลายเผ่าพันธุ์ และเป็นชุมชนจีนขนาดใหญ่ ก๋งกั๊กเป็นเสมือนนายอำเภอจีนในยุคนั้น มีภรรยาคือย่าทวดสุ่นที่เป็นคนไทยเชื้อสายญวน และยังมีภรรยาชาวจีนที่ก๋งให้คนไปรับมาจากเมืองจีน เมื่อท่านตั้งตัวได้แล้วในประเทศไทย ทั้งก๋งกั๊กและย่าทวดสุ่นต่างเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน เมื่อชาวจีนเสื่อผืนหมอนใบที่เพิ่งเดินทางจากประเทศจีนมาสร้างตัวที่บางลี่ จึงมักจะมาพึ่งพิงที่บ้านหลังนี้ และเป็นบ้านที่ต้อนรับแขกคนสําคัญจากตัวจังหวัดและจากต่างบ้านเรือน เข้ามาอาศัยพักแรมเป็นประจํา โดยเฉพาะเจ้าเมืองสุพรรณบุรีในหลายยุค เช่น พระยาสุนทรสงคราม (อี้ กรรณสูต) ซึ่งมีความสนิทสนมมาอย่างยาวนาน




ด้านจุดเริ่มต้นของการเป็นพิพิธภัณฑ์ประพาสต้น บ้านจีนกั๊ก วิถีชุมชนเก่าแก่ ตลาดบางลี่ คุณกรองแก้ว เล่าถึงที่มาว่า มาจากแรงบันดาลใจตั้งแต่เด็กที่คุณย่านวล ดารายน จะพูดตลอดว่า รัชกาลที่ 5 เสด็จขึ้นบ้านเรานะ จนคุณย่าเสียชีวิตไปเมื่อสามสิบปีที่แล้ว แต่เพราะโดยอาชีพที่เป็นคู่สมรสของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องเดินทางไปประจำการในหลายๆประเทศ กว่าที่จะได้มาตามสิ่งที่คุณย่าพูดถึง  เมื่อสามีเกษียณและกลับมาอยู่ที่เมืองไทย จึงได้เริ่มลงมือสืบค้นประวัติอย่างจริงจัง พบว่าสิ่งที่คุณย่าพูดตรงกับการเสด็จประพาสต้นครั้งที่ 1 ปี 2447 ขณะที่คุณย่ามีอายุ 7 ปี จากสิ่งที่คุณย่าเล่าซึ่งปรากฏในหนังสืองานศพของคุณย่านวล ดารายน ซึ่งเสียชีวิตเมื่อ 30 กว่าปี โดยใช้เป็นข้อมูลตั้งต้น เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ และจากกรมศิลปากร จึงได้ข้อมูลและพบว่าศิลปะวัตถุหลายชิ้นในบ้านมีความน่าจะเป็นว่าเป็นสิ่งของพระราชทาน ประกอบกับปลวกขึ้นรูปก๋ง จึงตัดสินใจทำพิพิธภัณฑ์ขึ้น และลงมือบูรณะบ้านในเชิงอนุรักษ์ทันที ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ประพาสต้น บ้านจีนกั๊ก ตลาดบางลี่ ทันในโอกาสวันครบรอบ 120 ปี ของการเสด็จประพาสต้น เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567




จากวันเปิดพิพิธภัณฑ์จนบัดนี้ ล่วงมาหนึ่งปีกว่า ยังมีการสืบค้นทางประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง  ภายในบ้านทรงไทยหลังคาปั้นหยาและมีเก๋งจีนเป็นสัญลักษณ์บนหน้าชาน  ได้จัดแสดงสิ่งของสำคัญเอาไว้หลายสิ่ง ทั้งมรดกตกทอดในบ้านเท่าที่พบในปัจจุบัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้แนะว่าน่าจะเป็นของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ พระราชทานแก่ “เพื่อนต้น ”อาทิ กล่องจุลจอมเกล้าของพระราชทานผู้ได้รับเครื่องราชจุลจอมเกล้า ขวดยานัตถุ์เงิน รศ. 127 กล่องไม้ มีตรา จปร.บนฝากล่อง ไม้เท้าสีดำ 3 ต่อคั่นด้วยงากลึง ไม้เท้าจากเขาสัตว์และเขี้ยวของหมูป่าเขี้ยวต้น 

ปัจจุบัน ได้มีการปรับปรุงพื้นที่แบ่งสัดส่วนสำหรับทำโรงแรมที่พักชื่อ บ้านจีนกั๊ก มีเพียง 8 ห้องและร้านกาแฟอยู่ชั้นหนึ่ง ซึ่งเปิดให้บริการเพื่อหล่อเลี้ยงค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ โดยห้องพักแต่ละห้องมีการออกแบบตกแต่งให้แตกต่างกันและเรียกขานชื่อห้องตามเรื่องราวของตำบลต่างๆของอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ทุกห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซี่งหลังจากการบรรยายและเยี่ยมชมภายในพิพิธภัณฑ์แล้ว คณะอาจารย์และนักศึกษาได้ เดินทางศึกษาสำรวจวิถีชีวิตชุมชน ตลาดบางลี่ ชุมชนตำบลต้นตาล และตลาดน้ำสะพานโค้ง ชุมชนญวณ และทำเวิร์คช็อปการทำบัวลอยญวน อีกด้วย 





ทั้งนี้ ทางพิพิธภัณฑ์ยังได้รับเกียรติจากท่านเลขาธิการสภากาชาดไทย เตช บุนนาค และครอบครัว มาพักผ่อนที่โรงแรมบ้านจีนกั๊ก ซึ่งคุณกรองแก้วเล่าว่าท่านเตชเป็นผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์

03 พฤศจิกายน 2568

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” บำรุงผิว เสริมความแข็งแรงข้อเข่า-กระดูก

จัดโปรคุ้มค่าทั้งราคาและคุณภาพ 1 แถม 1 ซอง เพียง 39 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

ทำไมต้องเลือกคอลลาเจนที่ดีและแตกต่าง? เพราะคอลลาเจนแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน หากเลือกคอลลาเจนที่ดีจะทำให้ได้ผลลัพธ์จากการรับประทานที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องการบำรุงผิวพรรณสดใส และลดอาการปวดเข่า ช่วยให้ข้อเข่าแข็งแรงขึ้นได้ นอกจากนี้แหล่งที่มาของคอลลาเจนก็มีส่วนสำคัญ ควรเลือกรับประทานคอลลาเจนจากแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ มีนวัตกรรมเพื่อให้มีประสิทธิภาพเห็นผลลัพธ์ดีที่สุด

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่มองหาตัวช่วยในการดูแลทั้งผิวพรรณและข้อเข่าอย่างครบวงจร บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ได้จัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ขนาดซองบรรจุ 7,200 มิลลิกรัม ซื้อ 1 ซอง แถมฟรีอีก 1 ซอง ในราคาพิเศษเพียง 39 บาท (จากปกติราคา 78 บาท) สมาชิก All Member ลดเพิ่มอีก 1 บาท โปรโมชั่นคุ้มค่าทั้งราคาและคุณภาพนี้ห้ามพลาด! มีจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ – 23 พฤศจิกายน 2568 ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ใกล้บ้านท่าน


“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” ขั้นสุดของคอลลาเจนที่ดี ดูแลได้มากกว่าแค่ผิว เพราะผสาน 5 คุณประโยชน์เน้นๆ นำโดย คอลลาเจนไดเปปไทด์จากปลา 7,000 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่จากประเทศญี่ปุ่น ที่มีขนาดโมเลกุลเล็กที่สุด (สกัดเฉพาะคู่ PO และ OG) ทำให้สามารถ ดูดซึมได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงที่สุด เมื่อเทียบกับคอลลาเจนทั่วไป นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยสารสกัดจากซีบัคธอร์น, สารสกัดจากว่านหางจระเข้, วิตามินซี  และวิตามินอี ทำงานร่วมกันเพื่อ บำรุงผิวให้สวยเนียนใส ตึงกระชับ ลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ปกป้องผิวจากแสงแดด และทำให้เส้นผมนุ่มสลวย เงางาม พร้อมกับ เสริมสร้างข้อเข่าให้แข็งแรง เพิ่มมวลกระดูก และช่วยลดอาการปวดเข่าจากข้อเข่าอักเสบได้อย่างตรงจุด

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส” เป็นคอลลาเจนแท้จากปลา เกรดพรีเมี่ยม นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยจากสารปนเปื้อนต่างๆ จุดเด่นของ บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส คือ ละลายง่าย ไม่คาว ไม่ใส่สี ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งรส ไม่มีไขมัน และไม่เติมน้ำตาล มั่นใจได้ในความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย เหมาะสำหรับคนทุกวัยตั้งแต่หนุ่มสาวที่ต้องการดูแลผิวไปจนถึงคนอายุ 40+ ที่ต้องการบำรุงทั้งผิวพรรณและช่วยบรรเทาปัญหาข้อเข่าเสื่อม ให้กลับมาแข็งแรงและเดินได้อย่างมั่นคง

สะดวกง่ายต่อการรับประทาน เพียงวันละ 1 ซอง ก่อนอาหารเช้า สามารถผสมกับเครื่องดื่มและอาหารได้หลากหลายตามที่ต้องการ เช่น น้ำเปล่า, ชา, กาแฟ, นม, น้ำผลไม้ หรือเติมปรุงในอาหารต่างๆ เช่น ซุป, โยเกิร์ต, น้ำสลัด โดยไม่ทำให้รสชาติของอาหารเปลี่ยนแปลง

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมของ “บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส”
ซึ่งจัดจำหน่ายโดย บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด
ได้ที่ https://bshine.co.th/DipeptideCollagenPlus/ FB : B Shine และ Line : @Bshine

#บีไชน์ไดเปปไทด์คอลลาเจนพลัส #คอลลาเจน #บีไชน์
#ผิวสวยใส #ลดอาการปวดเข่า #ข้อเข่าแข็งแรง

“เจสซิก้า บรูเซลาส” จากบราซิล คว้ามงกุฎ Miss Wellness World คนแรกของโลก!

z

“เจสซิก้า บรูเซลาส” จากบราซิล คว้ามงกุฎ Miss Wellness World คนแรกของโลก!
เวทีแห่งพลังความงามจากสุขสภาพ จุดประกายความหวังใหม่ให้โลกยุคใหม่

กรุงเทพฯ, 26 ตุลาคม 2568 – เวที Miss Wellness World 2025 ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ณ Calypso Cabaret, เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนต์ท่ามกลางบรรยากาศแห่งพลัง ความงดงาม และแรงบันดาลใจจากผู้หญิงทั่วโลกพร้อมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เมื่อ “เจสซิก้า บรูเซลาส” (Jessica Bruselas) จากประเทศบราซิลคว้ามงกุฎ Miss Wellness World คนแรกของโลกอย่างสง่างามและทรงพลัง



การประกวดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Beauty with Wellness – ความงามจากสุขสภาพ”  โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานการประกวด Miss Wellness World และประธานสถาบันการสร้างชาตินานาชาติ (NBII) คุณศกุณา โรจนพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิส เวลเนส เวิลด์ จำกัด คุณพิราวรรณ ปัสยามาตร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร กองประกวด Miss Wellness World Thailand 2025 คุณลัญฉกร บุตรวงษ์ Producer และ Creative Director คุณธรินทร์ญา สนิทใจ Event Manager ร่วมกับ คุณนพฎรรณ หัสดินทร ณ อยุธยา VIP Guest Reception Manager เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของงานระดับโลกครั้งนี้


ก่อนเริ่มการประกวด ผู้เข้าร่วมจาก 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมผู้มีเกียรติทั้งห้องประชุม ได้ร่วมยืนถวายอาลัยและแสดงความเคารพต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้การประกวดในค่ำคืนนี้สะท้อนภาพของ “ผู้หญิงยุคใหม่ที่งดงามทั้งกาย ใจ จิต” ในรอบ Wellness Talk ที่แต่ละประเทศถ่ายทอดแนวคิดการดูแลสุขสภาพ รอบ Wellness Performance ที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจและรอบ Evening Gown ที่สาวงามเปล่งประกายความสง่างามในทุกย่างก้าว บนเวทียังมีโชว์พิเศษจากลอนดอล ณดล ศิลปินและนักแสดงจากช่อง 7HD ร่วมกับวง DeadKat – IDOL Girl Bandol Group วงแรกของไทย มอบความสุขให้ผู้ชมด้วยเพลง “สวยสร้างสุข (Beauty Creates Joy)” เวอร์ชันสากลเติมเต็มค่ำคืนแห่งพลังบวกและความสุขบนเวทีแห่งความงามอย่างสมบูรณ์แบบและอีกหนึ่งไฮไลต์สุดประทับใจ คือการแสดงชุดพิเศษจาก  “องศาศิลป์” (Ongsa Silp Performing Arts) ที่นำเสนอโชว์กลองศิลป์ร่วมสมัยอันทรงพลัง ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง “Wellness Energy” ผ่านจังหวะ เสียง และการเคลื่อนไหวที่สะท้อนสมดุลระหว่าง “พลังภายใน” และ “ความงามภายนอก”


สร้างบรรยากาศเปิดเวทีอย่างสง่างามและยิ่งใหญ่ สมกับเวทีระดับโลกอย่างแท้จริง สำหรับเวที Miss Wellness World 2025 คือ “ที่สุดของพลังความงามด้านสุขสภาพ” ที่ทั่วโลกจับตามอง โดยประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ได้ถ่ายทอดความเป็นผู้นำด้าน Wellness อย่างสง่างาม สร้างภาพจำใหม่ให้โลกเห็นว่า “ความงามที่แท้จริง เริ่มต้นจากสุขภาพกาย ใจ และจิตที่สมดุล” Miss Wellness World 2025 เวทีแห่งความงามด้านสุขสภาพที่จะอยู่ในความทรงจำของแฟนนางงามทั่วโลกไปอีกนาน