13 พฤศจิกายน 2568

CGH Wellness Talk “ใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ด้วยอาหารดี และห่างไกลออฟฟิศซินโดรม”


CGH Wellness Talk x Grandprix | ยกระดับสุขภาพชีวิต พิชิตออฟฟิศซินโดรมด้วยอาหารดี
โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพคนทำงาน จัดกิจกรรม CGH Wellness Talk x Grandprix ให้ความรู้เรื่องการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ภายใต้หัวข้อ “Living Your Best Life with Healthy Food and Staying Free from Office Syndrome” หรือ “ใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ด้วยอาหารดี และห่างไกลออฟฟิศซินโดรม” เพราะ “สุขภาพที่ดี เริ่มต้นได้จากอาหารและการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง” 


กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นที่ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยได้รับเกียรติจาก
พญ.เพชรลดา พุทธพงษ์ศิริพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช
ร่วมบรรยายและแบ่งปันความรู้ พร้อมเคล็ดลับสุขภาพง่าย ๆ ที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน



ไฮไลต์ในงาน CGH Wellness Talk
แนวทางการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยเสริมพลังระหว่างวัน
การจัดสรรมื้ออาหารให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนทำงาน
วิธีการป้องกันออฟฟิศซินโดรมด้วยเทคนิคง่าย ๆ
ความรู้เรื่องโภชนาการเพื่อชะลอวัย ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
พญ.เพชรลดา เน้นย้ำว่า “อาหารเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพที่ดี การรับประทานอาหารให้ครบหมู่ ลดหวาน มัน เค็ม 
และเลือกอาหารสดใหม่ จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้เต็มที่ และลดโอกาสเกิดโรคที่พบบ่อยในคนวัยทำงาน เช่น ออฟฟิศซินโดรม หรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ”

ร่วมสร้างสุขภาพดีในองค์กร
กิจกรรม CGH Wellness Talk ไม่เพียงแค่ให้ความรู้ แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของ CGH Group ที่ต้องการเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) และส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสมดุล


หากองค์กรใดสนใจร่วมกิจกรรมหรือจัดบรรยายด้านสุขภาพ
สามารถติดต่อ โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธินผ่านทางเว็บไซต์: www.cgh.co.th
หรือโทร. 02-552-8777

#CGHWellnessTalk #สุขภาพดีเริ่มที่เรา #ออฟฟิศซินโดรม
#อาหารสุขภาพ #Grandprix #CGHพหลโยธิน #เวชศาสตร์ชะลอวัย
#โภชนาการเพื่อสุขภาพ

CGH Wellness Talk x Grandprix | ยกระดับสุขภาพชีวิต พิชิตออฟฟิศซินโดรมด้วยอาหารดี

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน จัดกิจกรรม CGH Wellness Talk x Grandprix ให้ความรู้เรื่องการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพคนทำงาน

โรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธิน เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพคนทำงาน จัดกิจกรรม CGH Wellness Talk x Grandprix ให้ความรู้เรื่องการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ภายใต้หัวข้อ “Living Your Best Life with Healthy Food and Staying Free from Office Syndrome” หรือ “ใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ด้วยอาหารดี และห่างไกลออฟฟิศซินโดรม” เพราะ “สุขภาพที่ดี เริ่มต้นได้จากอาหารและการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง” 

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นที่ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยได้รับเกียรติจาก พญ.เพชรลดา พุทธพงษ์ศิริพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร กลุ่มโรงพยาบาลซีจีเอช ร่วมบรรยายและแบ่งปันความรู้ พร้อมเคล็ดลับสุขภาพง่าย ๆ ที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

พญ.เพชรลดา เน้นย้ำว่า “อาหารเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพที่ดี การรับประทานอาหารให้ครบหมู่ ลดหวาน มัน เค็ม และเลือกอาหารสดใหม่ จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้เต็มที่ และลดโอกาสเกิดโรคที่พบบ่อยในคนวัยทำงาน เช่น ออฟฟิศซินโดรม หรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ”

กิจกรรม CGH Wellness Talk ไม่เพียงแค่ให้ความรู้ แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของ CGH Group ที่ต้องการเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) และส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสมดุล... 


หากองค์กรใดสนใจร่วมกิจกรรมหรือจัดบรรยายด้านสุขภาพ
สามารถติดต่อโรงพยาบาลซีจีเอช พหลโยธินผ่านทางเว็บไซต์: www.cgh.co.th
หรือโทร. 02-552-8777

12 พฤศจิกายน 2568

บางกอกแอร์เวย์ส ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 กำไรสุทธิ 1,046 ล้านบาท

บางกอกแอร์เวย์ส ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 กำไรสุทธิ 1,046 ล้านบาทขนส่งผู้โดยสาร 1.04 ล้านคน   

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมซึ่งมาจากรายได้ค่าบัตรโดยสารเป็นหลัก อยู่ที่ 6,460 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 7% มาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงรักษาเครื่องบินที่ลดลง

ในไตรมาส 3 บริษัทฯ ให้บริการผู้โดยสารรวม 1.04 ล้านคน มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Passenger Load Factor) อยู่ที่ 76% ผู้โดยสารในเส้นทางสมุยยังมีอัตราการเติบโตที่ 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 19,990 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน 4,765 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 3,138 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.48 บาทบริษัทฯ ให้บริการผู้โดยสารรวม 3.2 ล้านคน ลดลง 2% โดยลดลงจากจุดขายบัตรโดยสาร (Point-of-Sales) จากภูมิภาคเอเชียและออสเตรเลีย ขณะที่จุดขายบัตรโดยสารยุโรปยังมีการเติบโต โดยเฉพาะประเทศเยอรมนีและสหราชอาณาจักรที่เพิ่มขึ้น 15% และ 11% ตามลำดับ

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในไตรมาสนี้ ได้แก่

• บริษัทฯ ได้ดำเนินการโอนสิทธิใบรองสนามบินสาธารณะสนามบินสมุย ให้แก่ บริษัท กรุงเทพบริหารสนามบิน จำกัด (BAM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)

• บริษัทฯ ทำสัญญาสั่งซื้อเครื่องบิน ATR 72-600 จำนวน 10–12 ลำ เพื่อทดแทนฝูงบินเดิมและเพิ่มจำนวนเครื่องบินเอทีอาร์ 72-600 ที่มีอยู่เดิม โดยมีแผนในการรับมอบเครื่องบินดังกล่าวในไตรมาสที่ 4 ปี 2569 จำนวน 2 ลำ และในปี 2570-2571 จำนวน 8-10 ลำ 


• บริษัฯ ได้รับ รางวัลด้านความยั่งยืนระดับประเทศ ได้แก่

o ดาวแห่งความยั่งยืน ระดับ 5 ดาว (ต่อเนื่อง) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้โครงการ Sustainable Tourism Acceleration Rating (STAR) 

o EIA Monitoring Awards 2025 ระดับ “ยอดเยี่ยม” ให้กับสนามบินสุโขทัย จากการดำเนินงานที่โดดเด่นตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)

o รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หรือรางวัลกินรี ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 รางวัลดีเด่น ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน สาขาองค์กรภาคเอกชน และ รางวัลแห่งความยั่งยืน ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมด้านนักลงทุนสัมพันธ์ได้ที่เว็บไซต์ https://investor.bangkokair.com/th/

07 พฤศจิกายน 2568

โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ เปิดตัวห้องดีลักซ์ซูพีเรียร์ใหม่ พร้อมขยายพื้นที่จัดประชุมสุดล้ำใจกลางกรุงเทพฯ

7 พฤศจิกายน 2568, กรุงเทพฯ – โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ บริหารโดย AVANI ในเครือ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวห้องพักดีไซน์ใหม่ “ดีลักซ์ซูพีเรียร์” ต่อเนื่องจากการปรับโฉมล็อบบี้ใหม่ภายใต้แนวคิดไลฟ์สไตล์ตามแบบฉบับแบรนด์อวานีห้องพักประเภทใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ ด้วยการผสมผสานระหว่างดีไซน์ร่วมสมัย สีสันสดใส และฟังก์ชันที่ครบครัน มอบประสบการณ์การเข้าพักที่สะดวกสบาย เหมาะทั้งสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการพักผ่อน 

พร้อมกันนี้ โรงแรมฯ ยังได้ขยายศักยภาพด้านการจัดประชุมและอีเวนต์ ด้วยการเปิดตัว พื้นที่จัดประชุมโซนใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับแขกได้สูงสุดถึง 1,200 คนในเวลาเดียวกัน เสริมความแข็งแกร่งให้กับโรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการจัดงานในย่านรัชดา–พระราม 9

 พื้นที่จัดงานใหม่อย่าง มัลติฟังก์ชันฮอลล์ นี้ ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลาย รองรับทั้งงานประชุม สัมมนา และงานสังสรรค์ มีพื้นที่รวม 500 ตารางเมตร รองรับแขกได้สูงสุด 300 คน สามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ห้องย่อยเพื่อรองรับกลุ่มย่อยตั้งแต่ 30 ถึง 100 คนต่อห้อง โดยใช้ผนังกั้นแบบพับเก็บได้ พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ หน้าจอ LED ขนาดใหญ่ 6 ม. x 2.25 ม. อีกทั้งยังมีแสงธรรมชาติส่องเข้าถึง ช่วยเสริมบรรยากาศที่ปลอดโปร่งและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมประชุม 



การขยายพื้นที่และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของโรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ ในการมอบประสบการณ์ครบวงจรที่ผสานทั้งไลฟ์สไตล์และการทำงาน รองรับความต้องการของทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศอย่างแท้จริง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสำรองห้องพัก หรือวางแผนการจัดงานประชุมครั้งใหม่ของคุณได้ที่
อีเมล sales.vrat@avanihotels.com
โทร +66 2 641 1500 หรือ
 LINE Official Account @avaniratchada

#CPLAND #AccessibleCommunitiesForLife 
#AvaniRatchadaBangkok #AVANI #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต

ชิลีเร่งพัฒนานวัตกรรมผลผลิตเชอร์รี่ ดันส่งออกถึงไทยก่อนฤดูกาล

“City Fresh” สร้างสรรค์เมนูทั้งเตรียมเสิร์ฟในรูปแบบขนมหวานและเครื่องดื่ม  

        ฤดูกาลเชอร์รี่ชิลีปีนี้เริ่มต้นเร็วเป็นประวัติการณ์ “ProChile” กรมส่งเสริมการส่งออกชิลี จับมือ “City Fresh” นำเข้าเชอร์รี่ล็อตแรกถึงไทยแล้วเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เอาใจคนรักเชอร์รี่ด้วยผลไม้นำเข้าสดใหม่ให้เลือกซื้อหา พร้อมบริการส่งถึงบ้าน และเมนูจากเชอร์รี่หลากหลายเสิร์ฟที่ร้าน City Fresh ทุกสาขา

        ชิลีเป็นผู้นำการส่งออกเชอร์รี่ของโลก โดยปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่มายังภูมิภาคเอเชีย มร. ออสการ์ อาริอากาดา ผู้แทนการค้าชิลีประจำประเทศไทย ProChile กล่าวว่า การส่งออกชิลีในฤดูกาลที่แล้วมีมูลค่าเกือบ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงสถานภาพที่แข็งแกร่งของชิลีในฐานะผู้ส่งออกผลไม้สดในเวทีโลก

       “ชิลีมีความได้เปรียบเป็นพิเศษในการผลิตอาหารได้หลากหลายประเภท โดยเฉพาะผลไม้สด เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่มีตั้งแต่เทือกเขาแอนดีส มหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลทรายอาตาคามา ไปจนถึงทวีปแอนตาร์กติกา การมีภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยกับมีสถาบันของรัฐที่เข้มแข็ง ตลอดจนระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัย ทำให้ชิลีสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงไปได้ทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย โดยสามารถรักษามาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับ ความปลอดภัยด้านอาหารและความยั่งยืนได้อย่างเข้มงวด”

      นายออสการ์กล่าวว่า นวัตกรรมและระบบโลจิสติกส์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชิลีสามารถรักษาคุณภาพและความสดของผลิตภัณฑ์ สายพันธุ์เชอร์รี่ที่เก็บเกี่ยวได้เร็วจะขนส่งทางอากาศก่อน จากนั้นสินค้าล็อตหลักจะส่งออกตามมาทางเรือ ประมาณกลางเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งจะทันเวลากับช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ตลาดมีความต้องการสูง

      นอกจากนี้ ชิลียังเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกในอีกหลายประเภทผลไม้ ได้แก่ เชอร์รี่ พลัม และพรุน ในปี 2567 ชิลีส่งออกผลไม้สดมายังอาเซียนเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยเป็นเชอร์รี่อย่างเดียวกว่า 700 ล้านบาท การส่งออกเชอร์รี่มายังไทยเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท




 ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการส่งออกชิลี หรือ ProChile ได้จับมือร่วมกับภาคต่างๆ ของไทยทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงผู้นำเข้า ในการส่งเสริมตลอดจนสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพสินค้าส่งออกกลุ่มอาหารของชิลี ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล ผลไม้ รวมถึงเชอร์รี่ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ หรือภาคบริการต่างๆ

       “City Fresh” ผู้นำเข้าผลไม้รายใหญ่ เปิดฤดูกาลเชอร์รี่ชิลีอย่างสวยงาม ด้วยสินค้าสดใหม่จากผู้ผลิตคุณภาพประเทศชิลี โดยเป็นการนำเข้าในช่วงเวลาที่รวดเร็วกว่าเดิมซึ่งเป็นช่วงเดือนธันวาคม คุณวงศรันย์ ฉัตรอมรวงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท City Fresh เปิดเผยว่า ในปีนี้ บริษัทได้จับมือ Global AG ผู้ผลิตรายใหม่ซึ่งคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถเร่งการออกผลได้เร็วขึ้น

       ทั้งนี้ บริษัท City Fresh เป็นผู้นำเข้าผลไม้จากซัพพลายเออร์อันดับต้นๆ ของชิลี ไม่ว่าจะเป็น Dole หรือ Cope Fruit ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณของสินค้า โดยคัดสรรผลไม้เกรดส่งออกหรือเกรดที่ดีที่สุดเข้ามายังไทย ก่อนที่จะกระจายให้ยี่ปั๊ว Wholesale และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ อาทิ Gourmet Market และอื่นๆ รวมถึงผ่านช่องทางของ City Fresh เองไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายออนไลน์ เดลิเวอรี่ หรือหน้าร้าน

      “หลักสำคัญของเราคือคุณภาพต้องได้ ราคาเป็นเรื่องตามมา เราพยายามคัดสรรซัพพลายเออร์ที่ดี ที่มีการ QC ตรวจสอบคุณภาพแล้วตรงตามเกณฑ์ที่เราได้ตั้งมาตรฐานไว้” คุณวงศรันย์กล่าว พร้อมเปิดเผยอีกว่า บริษัทฯ นำเข้าเชอร์รี่ชิลีทุกปี เนื่องจากเป็นหนึ่งในผลไม้ที่คนไทยชื่นชอบที่สุด รวมถึงความมีคุณภาพ เนื้อแน่น กรอบ รู้สึกถึงความสดใหม่เมื่อรับประทาน และเก็บรักษาได้นาน อีกทั้งอยู่ใน range ราคาที่จับต้องได้

      เชอร์รี่ชิลี ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล จะมีราคาจำหน่ายปลีกในไทยอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,700-1,800 บาทตามแต่ขนาดของผลไม้ มีทั้งไซซ์ 28-30 หรือ 30-32 มิลมิเมตร โดยสำหรับ City Fresh เอง จะนำเข้าอย่างต่อเนื่องให้เพียงพอกับการรอคอยและความต้องการของผู้บริโภคเชอร์รี่ จากการนำเข้าจากแหล่งอื่นๆ ที่ขาดช่วงไปในระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคมที่ผ่านมา


           สำหรับแฟนพันธุ์แท้เชอร์รี่ ที่ City Fresh นอกจากจะจำหน่ายผลเชอร์รี่สดจากชิลีเป็นพระเอกในช่วงปลายปีแล้ว ยังมีการรังสรรค์เมนูสมูตตี้ เค้ก ทาร์ต และพายเชอร์รี่ จำหน่ายที่  Concept Store ภายใต้คอนเซปต์ “Community for fruit lover” หรือสังคมคนรักผลไม้ ตั้งอยู่ที่ซอยปรีดีพนมยงค์ 26 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 8.30-18.00 น. หรือ ที่คาเฟ่ผลไม้สาขา  Central World ชั้น 5 และสาขาที่กำลังจะเปิดเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ที่ สยามพารากอน ชั้น 5 ด้วย

06 พฤศจิกายน 2568

กรมการท่องเที่ยวเดินหน้ารุกตลาดภาพยนตร์สหรัฐฯ ร่วมงาน American Film Market 2025 ปักธงดึงกองถ่ายระดับโลกสู่ประเทศไทย

กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ (Thailand Film Office: TFO) เตรียมเข้าร่วมออกคูหานิทรรศการในงาน American Film Market 2025 (AFM 2025) ระหว่างวันที่ 11 – 15 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม Fairmont Century Plaza นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เพื่อเชิญชวนผู้สร้างภาพยนตร์ระดับโลกเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย โดยนำเสนอ มาตรการคืนเงินกองถ่ายต่างประเทศสูงสุด 30% (Cash Rebate) ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายส่งเสริมการถ่ายทำที่มีความโดดเด่นและแข่งขันได้ในระดับสากล


นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงาน AFM 2025 ครั้งนี้ นอกจากการเข้าร่วมงานตลาดภาพยนตร์ กรมการท่องเที่ยวยังมีนัดหมายเข้าพบเจรจาทางธุรกิจเชิงรุกกับ Motion Picture Association (MPA) และผู้บริหารสตูดิโอชั้นนำ อาทิ Netflix, Paramount Pictures และ Walt Disney Pictures เพื่อเชิญชวนสตูดิโอขนาดใหญ่ให้เข้ามาลงทุนถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย

“กรมการท่องเที่ยวตั้งเป้าดึงกองถ่ายระดับโลกให้เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำมากขึ้น ผ่านการนำเสนอศักยภาพทั้งด้านโลเคชันที่หลากหลาย ทีมงานมืออาชีพ และมาตรการคืนเงินกองถ่ายต่างประเทศสูงสุด 30% ซึ่งได้รับความสนใจจากคนในวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์นานาชาติอย่างต่อเนื่อง” อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าว

ประเทศไทยได้รับความนิยมอย่างมากจากกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งในช่วงเดือนมกราคม - ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา มีกองถ่ายจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาลงทุนถ่ายทำในไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ซึ่งเป็นทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อไทยในฐานะประเทศที่พร้อมรองรับการถ่ายทำภาพยนตร์จากฮอลลีวูด

กรมการท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่า การเข้าร่วมงาน AFM 2025 จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดศักยภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย สร้างรายได้หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ในระดับโลกอย่างแท้จริง

MK GROUP มอบเงินบริจาค 12 ล้านบาท แก่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มอบเงินบริจาค 12 ล้านบาท เพื่อสมทบกองทุน “เพื่อ รพ.ศิริราช” และ “เพื่อ รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์” คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยทางบริษัทฯ มีปณิธานและเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยได้บริจาคกำไรสุทธิทั้งหมดในปี 2567 หลังจากหักค่าใช้จ่ายจากการดำเนินกิจการร้านอาหารทั้ง 4 แบรนด์ ที่ตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาล

ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ คือ เอ็มเค เรสโตรองต์, ยาโยอิ, ฮากาตะ และเลอ เพอทิท เพื่อให้ทางโรงพยาบาลนำไปใช้ในกิจกรรมที่จำเป็นและเกิดประโยชน์สูงสุดกับคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการและสังคมโดยรวม ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้มีการบริจาคอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 รวมแล้วกว่า 150 ล้านบาท 

ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร เป็นผู้รับมอบ ณ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ชั้น 2 เมื่อเร็ว ๆ นี้