27 สิงหาคม 2568

แอนิเมชันซีรีส์ “สติมา เณรน้อยอัจฉริยะ” ร่วมออกบูธงาน สมัชชาคุณธรรมแห่งชา

แอนิเมชันซีรีส์ “สติมา เณรน้อยอัจฉริยะ” ร่วมออกบูธงาน สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 14 บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด นำ “สติมา เณรน้อยอัจฉริยะ” แอนิเมชัน

ซีรีส์ที่นำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นรากฐานของปัญหาหลักต่างๆของสังคมไทยมาสร้าง เป็นแอนิเมชันธรรมะที่เข้าใจง่าย ผ่านตัวละคร และยังได้รับถึง 3 รางวัล จากการประกาศผลรางวัล Thailand Moral Awards 2024 เข้าร่วมงาน สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 14 ที่จัดโดย ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์บอลรูม ศูนย์การประชุมอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 3,000 คน ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถานศึกษา ภาคศาสนา เครือข่ายครอบครัว สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป โดยมีบูธจัดแสดงผลงาน จำนวนถึง 131 บูธ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของภาคีเครือข่ายด้านคุณธรรมจากทั่วประเทศ




ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และองค์กรภาคีร่วมจัดงาน สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 14 ภายใต้แนวคิด “พลังครอบครัวและภาคีเครือข่าย เสริมสร้างนิเวศคุณธรรม สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ได้เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติเป็นเวทีกลางขององค์กรเครือข่ายทางสังคม ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เชื่อมโยงภาคีเครือข่าย และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรมที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) และยุทธศาสตร์ชาติด้านคุณธรรม พร้อมผลักดัน ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านคุณธรรมสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม ได้กล่าวว่า “การจัดงานปีนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านคุณธรรมให้กับครอบครัวและสังคมไทย และช่วยกันขยายผลไปสู่ระดับพื้นที่จังหวัดภูมิภาครวมถึงระดับชาติ” โดยหนึ่งในบูธแสดงผลงานคือบูธแอนิเมชันซีรีส์ “สติมา เณรน้อยอัจฉริยะ” ที่ได้รับถึง 3 รางวัล จากงานประกาศผลรางวัล “Thailand Moral Awards 2024” ได้แก่ รางวัลชมเชย ประเภทสื่อสาขาละคร, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 สาขาบทเพลง ในเพลง “สุขอยู่ในใจเรา” และรางวัลรองชนะเลิศ 2 สาขาบทเพลง ในเพลง “สติ สติมา” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ดาวน์โหลดซีรีส์ จำนวน 13 ตอน ผ่านทาง https://www.youtube.com/@stimathailand เพื่อเข้าชมซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งนักเรียน นักศึกษา และผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

“ทาโร อบกรอบ ส่งกิจกรรม “ทาโร อบกรอบ กรอบสนั่นลั่นโรงเรียน”

 “ทาโร” ตอกย้ำความอร่อยที่มีประโยชน์  เปิดตัวขนมทางเลือกใหม่ เอาใจสายเฮลท์ตี้  “ปลาสวรรค์ ตราทาโร อบกรอบ สูตรลดโซเดียม”  ในรูปแบบสามเหลี่ยม กรอบ อร่อย เต็มคำ มาพร้อม 2 รสชาติ   พร้อมส่งกิจกรรม  “ทาโร อบกรอบ กรอบสนั่นลั่นโรงเรียน” เดินสายปลุกพลังเยาวชนรักษ์โลก ปลูกฝังการแยกขยะอย่างถูกวิธี   พร้อม“พี่หมีครีสปี้”  ออกตระเวนให้ความสุข สนุกสนาน ส่งเสริมการเรียนรู้ 45 โรงเรียน ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

นางสาวรุ่งนภา ดีพยุงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท  พีเอ็ม เอสอี จำกัด บริษัทในเครือ บริษัทพรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า “ทาโร” (TARO)  ผู้นำตลาดขนมขบเคี้ยวที่ทำมาจากเนื้อปลา ภายใต้แนวคิด “ทาโรอบกรอบ โอบกอดทุกฟีล” มุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมการคิดค้นนวัตกรรมของกินเล่นที่มีประโยชน์ อร่อยได้สุขภาพ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่  ล่าสุด ได้เปิดตัว  “ปลาสวรรค์ ตราทาโร อบกรอบ สูตรลดโซเดียม” ขานรับเทรนด์ให้กับคนรักสุขภาพ ด้วยการอบ ไม่ทอด ไม่ใช้วัตถุกันเสีย แต่ยังคงรสชาติความอร่อยได้อย่างเพลิดเพลิน ชูจุดเด่นด้วยสูตรลดโซเดียม มาพร้อม 2 รสชาติ ประกอบด้วย “ทาโร อบกรอบ รสเข้มข้น” สูตรลดโซเดียม 25% อร่อย เคี้ยวเพลิน ด้วยรสชาติเข้มข้นในแบบที่คุ้นเคย และ “ทาโร อบกรอบ รสบาร์บีคิว” สูตรลดโซเดียม 29% รสกลมกล่อม หอมบาร์บีคิว อร่อยจัดจ้าน และนอกจากความอร่อย ทาโรทุกซองยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ด้วยระบบ Traceability เพียงสแกน QR Code ที่หลังซองทาโรทุกซอง ก็จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ อาทิเช่น วัตถุดิบหลักคือซูริมิที่ทำมาปลาเอโสะซึ่งเป็นปลาทะเลที่มาจากแหล่งประมง 4 น่านน้ำ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านการรับรองจากกรมประมง มีเอกสารรับรองการซื้อขาย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงความยั่งยืน และตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งกระบวนการ ผ่านขั้นตอนการผลิตที่มีมาตรฐาน ทีมงานที่ดูแลทุกขั้นตอนการผลิตด้วยความรัก ใส่ใจ และมีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวที่อร่อย มีคุณภาพ และมีประโยชน์ให้ถึงมือผู้บริโภคทุกคน

นางสาวรุ่งนภา กล่าวเพิ่มเติมว่า “บริษัทฯนอกจากพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์สุขภาพแล้ว   ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ล่าสุด ได้จัดกิจกรรม “ทาโร อบกรอบ กรอบสนั่นลั่นโรงเรียน” ตอน ฮาวทูทิ้ง สนุกกับ “พี่หมีคริสปี้” ที่จะร่วมเดินสายไปยังโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อร่วมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการแยกขยะด้วยความสนุกและเพลิดเพลิน รวมทั้งการส่งมอบชุดถังขยะแยกประเภท 4 ประเภท ประกอบด้วย 1.ขยะเปียก 2. ขยะทั่วไป 3. ขยะรีไซเคิล  และ 4. ขยะอันตราย ให้ทางโรงเรียนได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ เสริมสร้างการเรียนรู้ของเด็ก ๆ โดยจะออกตระเวนไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 45 โรงเรียน “ทาโร อบกรอบ สูตรลดโซเดียม” มุ่งสร้างพลังและการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการแยกประเภทขยะ เพื่อให้ได้รับการจัดการและกำจัดอย่างเหมาะสม  ช่วยลดปัญหาภูเขาขยะ ซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ใกล้ตัว ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและน้ำ  การเผาขยะและการย่อยสลายของขยะในหลุมฝังกลบยังทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และมีเทน  อันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ยังมีการปล่อยสารพิษอื่น ๆ เช่น ไดออกซิน ฝุ่น PM2.5 และโลหะหนัก ฯลฯ  การแยกขยะตั้งแต่ตอนทิ้งขยะ จะช่วยให้การจัดการขยะมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะได้ เช่น นำไป Recycle หรือ Reuse รวมทั้งการแปลงสภาพเป็นเชื้อเพลิงขยะเพื่อใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า หรืออุตสาหกรรมผลิตปูนซีเมนต์ 

“หากเราปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาวชน ก็จะทำให้คนรุ่นใหม่มีนิสัยแยกขยะให้ถูกต้อง ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ทาโร อบกรอบ จึงจัดกิจกรรมสนุก ๆ ให้ความรู้กับเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น ในการแยกขยะให้ถูกประเภท ซึ่งได้รับการตอบรับและความร่วมมือด้วยความสนุกสนานจากเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก โดยได้ชวนคนดังมาร่วมทำกิจกรรมกับน้อง ๆ ในโรงเรียน จุดประกายให้เยาวชนได้เรียนรู้ สร้างพฤติกรรม สร้างนิสัยในการจัดการขยะได้อย่างถูกต้อง”  นางสาวรุ่งนภา กล่าวทิ้งท้าย 

ทางด้านนางสาวพัชราภรณ์ ใจวงษา บริษัท แม็กเนติก โกลบอล จำกัด ที่ปรึกษา ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมว่า เด็กๆ วัยประถมอยู่ในวัยที่กำลังเรียนรู้ อยากรู้อยากเห็น และอยู่ในวัยที่กำลังจดจำเรื่องราวต่างๆ  หากเรา Input ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์และเป็นเหตุเป็นผล เค้าก็จะเติบโตด้วยตรรกะที่ถูกต้อง อาทิเช่น เพราะเราไม่แยกขยะเลยทำให้เกิดมลพิษและมลพิษก็ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้นถ้าเราแยกขยะปัญหาตั้งแต่ต้น ก็จะลดมลพิษได้ โลกก็จะร้อนน้อยลง ดังนั้นการแยกขยะใครๆ ก็ทำได้ เด็กๆ ก็ทำได้ เริ่มต้นที่ตัวเราวันนี้เราก็จะช่วยลดโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน ถ้าเด็กๆ เค้าได้รับข้อมูลที่เป็นสารตั้งต้นที่ดีผลลัพธ์ที่ได้มันจะได้รับการส่งต่อกันไปได้ในวงกว้าง

โดยได้จัดกิจกรรม “ทาโร อบกรอบ กรอบสนั่นลั่นโรงเรียน” ตอน ฮาวทูทิ้ง ณ โรงเรียนโชคชัย หทัยราษฏร์  นำทีมโดย “พี่หมีคริสปี้” หมีกริซลี่ที่ช่างเลือก ชอบกินปลาทะเล ที่อร่อย และมีประโยชน์ และ “บอม ธนวัฒน์ หิรัญธรารัศมิ์  ” นักแสดงรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว  ร่วมสร้างความสุข สนุกสนานให้กับเด็ก ๆ พร้อมกิจกรรมสอดแทรกความรู้การแยกขยะผ่านเกมจำลองการทิ้งขยะแต่ละประเภท และได้ร่วมส่งมอบถังขยะ 4 ประเภทให้กับโรงเรียนได้นำไปต่อยอดการแยกขยะได้อย่างยั่งยืน  โดยมี ตัวแทนโรงเรียน โชคชัยหทัยราษฏร์    นางสาว เมตตา นิ่มสนิท รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน และน้องๆ นักเรียน รับมอบถังขยะ



ติดตามรายละเอียดของกิจกรรม พร้อมอัพเดทรสชาติความอร่อยที่หลากหลาย ได้ประโยชน์
กับ “ทาโร” ทาง Facebook/ทาโร กินสนุกดี 


26 สิงหาคม 2568

GIT สร้างปรากฏการณ์ 2 เวทีระดับโลก ดันไทยสู่ศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับสากล

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ประกาศความสำเร็จ 2 เวทีการประกวดระดับโลก ตอกย้ำศักยภาพไทยสู่ศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลกประจำปี 2025 อย่างยิ่งใหญ่ การประกวดออกแบบเครื่องประดับโลก ครั้งที่ 19 (The 19th GIT’s World Jewelry Design Awards 2025) และ การประกวดพลอยเจียระไนโลก (GIT’s World Challenge Gems Faceting Master 2025) การจัดงานทั้งสองไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลอันทรงเกียรติ แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยให้ก้าวสู่ระดับโลกอย่างสง่างาม พร้อมทั้งสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับของโลก โดยมีนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รมช.พาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล นางนันทวัน ศกุณตนาค ประธานคณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ กล่าวรายงานการจัดงาน ณ ลาน Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน 


นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งด้านการสร้างงาน การค้า และการลงทุน โดยมีมูลค่าการส่งออกรวมปีละกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งล้วนมาจากภูมิปัญญาของช่างไทยที่สั่งสมกันมาทั้งความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและความประณีตวิจิตรในการสร้างสรรค์ชิ้นงานจนเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

GIT เป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งเสริมการสร้างนักออกแบบเครื่องประดับรุ่นใหม่ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ผ่านการประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับโลก ปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 19 ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักออกแบบทั่วโลกส่งผลงานเข้าร่วมประกวดและได้ส่งเสริมศักยภาพและทักษะการเจียระไนพลอยของช่างไทย ผ่านการประกวดพลอยเจียระไนระดับโลก 

ซึ่งปีนี้มีพลอยเจียระไนทั้งพลอยเนื้อแข็งและพลอยทั่วไป โดยการจัดประกวดดังกล่าว ถือเป็นการแสดงศักยภาพและสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ “ศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลก” และเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยสู่ระดับสากล”

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ กล่าวว่า จุดประสงค์หลักของการจัดโครงการคือการเปิดให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ผลงานการออกแบบไม่เพียงสร้างรายได้และความแตกต่างทางการแข่งขัน แต่ยังเป็นการเสริมสร้าง “Soft Power” ที่ช่วยเผยแพร่เอกลักษณ์ของแต่ละประเทศออกมาผ่านเครื่องประดับ ในขณะเดียวกันยังเป็นสนามแห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการต่อยอดสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งสองโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีการแข่งขัน แต่คือเวทีแห่งการสร้างสรรค์และการเชื่อมโยง ที่จะผลักดันศักยภาพของไทยให้ก้าวไกลในตลาดโลก




GIT’s World Jewelry Design Awards ในปีนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักออกแบบทั่วโลก โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมมากถึง 899 ผลงาน จาก 37 ประเทศ แบ่งเป็นผลงานจากต่างประเทศ 475 ผลงาน และจากประเทศไทย 424 ผลงาน นับเป็นสถิติที่สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการประกวดในระดับนานาชาติ ผู้ชนะจะได้รับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 7,000 เหรียญสหรัฐ (กว่า 230,000 บาท) พร้อม โล่พระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดในสายอาชีพ

นายสุเมธ กล่าวต่อว่า “ในอีกด้านหนึ่ง การประกวด GIT’s World Challenge Gems Faceting Master 2025 ได้รับผลงานรวม 55 เม็ด แบ่งเป็นพลอยเนื้อแข็ง 18 เม็ด และพลอยทั่วไป 37 เม็ด แต่ละผลงานสะท้อนให้เห็นถึงทักษะ ความวิริยะ และความประณีตที่ทัดเทียมมาตรฐานสากล โดยเวทีนี้ยังเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ระหว่างช่างฝีมือไทยกับช่างจากต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเทคนิคและยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรมการเจียระไนของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ความสำเร็จของการจัดทั้งสองโครงการในปีนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของนักออกแบบและช่างฝีมือไทย แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การผลิต ออกแบบ เจียระไน ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และขยายตลาดระดับโลก GIT จึงตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก ทั้งด้านคุณค่าเชิงศิลปะ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม 

อีกทั้งยังได้รับกับสนับสนุนโดยรัฐบาลไทย ทั้งการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น Gem and Jewelry Hub ของโลก การยกเว้นภาษีนำเข้าอัญมณีบางประเภท การสนับสนุนการสร้างมาตรฐานอัญมณี และการผลักดันให้เกิดการพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการไทยและเชื่อมโยงกับตลาดโลกอีกด้วย”


นอกเหนือจากความสำเร็จในการจัดการประกวดทั้งสองเวทีนี้   ในเดือนกันยายน GIT ยังเตรียมจัดงานระดับนานาชาติที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ งาน Bangkok Gem & Jewelry Fair (BGJF) จะจัดขึ้นในวันที่ 9 – 13 กันยายน 2568 เป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ดึงดูดผู้ซื้อและผู้ผลิตจากทั่วโลก ถือเป็นงานสำคัญที่สร้างมูลค่าการส่งออกมหาศาลและเสริมภาพลักษณ์ไทยในฐานะศูนย์กลางการค้าอัญมณีโลก  

และอีกหนึ่งงานสำคัญอย่าง International Gem and Jewelry Conference (GIT 2025) จะจัดขึ้นในวันที่ 8 – 9 กันยายน 2568 งานสัมมนาวิชาการนานาชาติที่รวมผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้ประกอบการจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ในแวดวงอัญมณีและเครื่องประดับ อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตต่อไป




ด้านผลการประกวดพลอยเจียระไนระดับโลก ภายใต้หัวข้อ “Jewel Mastery” ได้แก่ 

รางวัลชนะเลิศ รางวัลมูลค่า 2,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่รางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้แก่  คุณภูเบศ สินสวัสดิ์  

รางวัลรองชนะเลิศลำดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 1,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ จะเป็นของ คุณวีริศ แว่นไธสงค์

รางวัลรองชนะเลิศลำดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 500 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ คุณจันทร์หอม ปัญญากุล     

รางวัลที่ 4  รางวัลความคิดสร้างสรรค์ในการเจียระไน  ได้รับเงินรางวัล 500 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ คุณเซ​ จึ่งต๊ะ

สำหรับผลการประกวดออกแบบเครื่องประดับครั้งที่ 19 (GIT’s World Jewelry Design Awards 2025) ได้แก่ 

-  รางวัลชนะเลิศ  เงินรางวัลมูลค่า 3,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมพร้อมโล่พระราชทาน จากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี

  Mr. Tan Minghui ผลงานชื่อ In the prime of life ผลิตโดย บริษัท บริษัท บิวตี้เจมส์แฟคตอรี่ จำกัด 

- รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1  เงินรางวัลมูลค่า 2,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ 

Ms. Shirin Kazemi ผลงานชื่อ: Time network ผลิตโดย บริษัท ชายน์นิ่ง โกลด์ จำกัด

-  รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2   เงินรางวัลมูลค่า 1,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ

Mrs. Qiu Linjie ผลงานชื่อ: Tomorrow’s Beauty ผลิตโดยบริษัท บริษัท เทวิกา จิวเวลรี่ จํากัด

- รางวัลชมเชย  เงินรางวัลมูลค่า 500  เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ     

Mr. Hamed Ja’afari นําเสนอผลงานชื่อ: Echo of Eternity ผลิตโดย บริษัท รินญาดา จิวเวลรี่ จํากัด

- รางวัล GIT Popular Design ๒๐๒๕    เงินรางวัลมูลค่า 500  เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ มีผู้ร่วมโหวตผลงานจากทั่วทุกมุมโลก กว่า 300,000 คะแนน คุณพลวัฒน์ ชอบสน กับผลงานชื่อ Giza Mustaqbal ด้วยคะแนนโหวต 123,259 คะแนน



สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ จับมือ THACCA และ OFOS จัดเวิร์ค “พลังแห่งตัวละคร”

สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ จับมือ THACCA และ OFOS เดินหน้ายกระดับนักเขียนบทไทยจัดเวิร์คช็อปการเขียนบทแบบเจาะลึกเพื่อการพัฒนา “พลังแห่งตัวละคร” ถอดรหัสความสำเร็จจาก 4 นักเขียนมืออาชีพครบทุกแพลตฟอร์ม ทั้งละคร ซีรีส์ ภาพยนตร์ และละครเวที

สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ (TSA) ร่วมกับ สำนักงานสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทย (THACCA) และ One Family One Soft Power (OFOS) โดยการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการ “พลังของตัวละคร” (The Power of Characters) การอบรมนักเขียนบทหลักสูตรขั้นสูงสำหรับมืออาชีพ เพื่อขยายศักยภาพของนักเขียนบทไทยผ่านการพัฒนาตัวละคร 


ครั้งแรกกับเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจากนักเขียนบทระดับสุดยอดฝีมือของไทย จากอุตสาหกรรมบันเทิง 4 สาขา รวมเอาไว้ในโครงการเดียว ทั้งละครโทรทัศน์ ซีรีส์ ภาพยนตร์ และละครเวที ได้แก่ 

• คุณทิพย์ธิดา ศรัทธาทิพย์ (ปราณประมูล) นักเขียนบทละครโทรทัศน์
(ปลายจวัก, ทุ่งเสน่หา, บุษบาลุยไฟ)

• คุณอภิรักษ์ ชัยปัญหา นักเขียนบทซีรีส์ (ตะวันตกดิน, เกมรักทรยศ, The Rebound เกมนี้เพื่อนาย)

• คุณนนทรีย์ นิมิบุตร นักเขียนบทภาพยนตร์ (จันดารา (2544), โอเคเบตง, มนต์รักนักพากย์)  

• คุณนิกร แซ่ตั้ง นักเขียนบทละครเวที (ทารกจกเปรต, พระเจ้าเซ็ง, ไร้พำนัก)



ซึ่งจะมาถ่ายทอดเทคนิคการสร้างสรรค์ตัวละครจากประสบการณ์ตรงที่จะช่วยให้นักเขียนบทพัฒนาตัวละครซึ่งเป็นหัวใจหลักของเรื่องให้มีความแข็งแรงและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างมิติให้กับตัวละครจนสามารถเข้าไปจับใจคนดูให้เอาใจช่วยและติดตามเรื่องราวต่อไปจนจบ ซึ่งตัวละครที่ดีจะสามารถเข้าไปอยู่ในสื่อได้ในทุกแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ถึงข้อแตกต่าง ข้อจำกัด ข้อได้เปรียบและธรรมชาติของสื่อแต่ละประเภท ที่จะช่วยเพิ่มพูนทักษะและโอกาสทางวิชาชีพให้กับนักเขียนบทและรองรับการเติบโตอุตสาหกรรมบันเทิงในอนาคต

การเติบโตของแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ๆ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของพฤติกรรมการรับชมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามยุคดิจิทัล คนทำงานเบื้องหลังซึ่งรวมถึงนักเขียนบทจึงมีความจำเป็นจะต้องมีการปรับตัวตามเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมที่มีทางเลือกอันหลากหลาย ซึ่งการพัฒนาทักษะของนักเขียนบทให้มีความชำนาญพร้อมต่อการทำงานได้ในทุกแพลตฟอร์ม ย่อมเป็นการสร้างจุดแข็งให้กับบุคลากรของวงการบันเทิงไทยในการผลิตผลงานส่งออกซอฟท์พาวเวอร์สู่เวทีโลกเพื่อสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

“พลังของตัวละคร” เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาทักษะของสมาคมฯ ที่นอกจากจะช่วยทั้ง Upskill และ Reskill ให้กับสมาชิกนักเขียนบทของสมาคมฯ ยังเปิดกว้างให้กับผู้ที่ทำงานอยู่ในแวดวงบันเทิง รวมทั้งนักเขียนนิยายที่มีความสนใจมาเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อพัฒนาสู่การเป็นนักเขียนบทในอนาคตได้อีกด้วย โดยกิจกรรมจัดขึ้นในวันที่ 23-24 และ 30-31 สิงหาคม 2568 สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ไปไม่ต้องเสียใจ ทางสมาคมฯ จัดทำบทความให้ความรู้จากบทเรียนของวิทยากรในแต่ละสาขาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เฟสบุกแฟนเพจสมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ https://www.facebook.com/TVdramascriptwritersAssociationOfficialpage

25 สิงหาคม 2568

"นิคมฯ ยะลา บรรจุ 38 ราย รับสิทธิสมาชิกนิคมฯ ประจำปี 2568"


วันจันทร์ที่  25 สิงหาคม 2568 เวลา  09.30 น. ณ ห้องประชุมนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา นางสุภาพร วุฒิศาสตร์  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบรรจุสมาชิกนิคมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 

ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าบรรจุเป็นสมาชิกนิคมฯ จำนวน 32 ราย แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

    1.การจัดที่ดินแทนสมาชิกที่ถึงแก่กรรม กรณีราษฎรจัดสรรขอรับมรดก ตามมาตรา 30 จำนวน 11 ราย ที่ดิน 16 แปลง เนื้อที่ 193-0-74 ไร่

  2.การจัดที่ดินแทนสมาชิกนิคมฯที่ถึงแก่กรรม กรณีราษฎรเดิมขอรับมรดก ตามมาตรา 30 จำนวน 21 ราย ที่ดิน 31 แปลง เนื้อที่ 411-1-69.97 ไร่     


ต่อจากนั้นใน เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอธารโต คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าบรรจุเป็นสมาชิกนิคมฯ การจัดที่ดินแทนสมาชิกที่ถึงแก่กรรม กรณีราษฎรจัดสรรขอรับมรดก (ไฟฟ้าจัดสรร) ตามมาตรา 30 จำนวน 6 ราย 10 แปลง เนื้อที่ 116-3-20 ไร่   

นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา พร้อมจะส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ให้สมาชิกนิคมฯ ได้รับสิทธิที่พึงได้รับอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ สมาชิกนิคมฯ ได้ถือครองที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อประกอบอาชีพที่สุจริตและเป็นมรดกตกทอดให้แก่ลูกหลานในอนาคตต่อไป

#นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้จังหวัดยะลา

#พมพอใจ #พมหนึ่งเดียว

#พมพอใจให้ทุกวัยพึงใจในพม

#กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

#กระทรวงพม

Lee ปลุกตำนานยีนส์อีกครั้ง—เมื่อเรื่องราวดีๆ เริ่มต้นจากกางเกงยีนส์ตัวโปรด “The Best Stories Happen in Jeans”

Lee ปลุกตำนานยีนส์อีกครั้ง—เมื่อเรื่องราวดีๆ เริ่มต้นจากกางเกงยีนส์ตัวโปรด “The Best Stories Happen in Jeans” พร้อมดึง Zhang Linghe เป็น Brand Ambassador ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC)

Lee กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในวงการแฟชั่น ด้วยแคมเปญใหม่ “The Best Stories Happen in Jeans” ที่ตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความทรงจำ ความกล้าหาญ และแรงบันดาลใจผ่านกางเกงยีนส์ ไอเท็มคู่ใจที่อยู่เคียงข้างผู้คนในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต พร้อมดึงคอลเลกชัน Lee Riders และยีนส์ รุ่น Zed, Ramone, Chicago ที่เป็น Best Selling Items เสริมทัพความแข็งแกร่ง พร้อมสร้างสีสันด้วย Collaboration คอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับแบรนด์ดังอย่าง Mighty Jaxx, Saucony และ รวมถึงศิลปิน Artist อย่าง Akid from yesterday ที่มอบความแปลกใหม่และความสร้างสรรค์ให้กับแฟชั่นยีนส์อย่างมีเอกลักษณ์

Lee ยังคงเดินหน้าบอกเล่าเรื่องราวหลากหลายผ่านเสื้อผ้าชิ้นสำคัญที่เป็นมากกว่าการแต่งกาย แต่คือสัญลักษณ์ของการเดินทาง ความฝัน และตัวตนของแต่ละคน และเพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ในเอเชีย Lee ได้เปิดตัว Zhang Linghe (จาง หลิงเฮ่อ) นักแสดงหนุ่มสุดฮอตจากจีนในฐานะ Brand Ambassador ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่อย่างมีสไตล์และมั่นใจ พร้อมส่งต่อเรื่องราวผ่านแคมเปญใหญ่นี้ไปยังแฟนๆ 

ภายใต้แคมเปญนี้ Lee นำเสนอคอลเลกชันสุดฮอตอย่าง Lee Riders ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความคลาสสิกของแบรนด์ และพัฒนาให้เข้ากับยุคปัจจุบัน ทั้งรุ่นยอดฮิตอย่าง “Easy Rider 761” ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งด้านดีไซน์และความสวมใส่สบาย รวมถึง Best Selling Items ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Zed ทรง Slim Regular Straight, Ramone ทรง Slim Narrow, Chicago ทรง Regular Straight ที่ครอบคลุมหลากหลายสไตล์ เพื่อตอบสนองแฟนๆ ทุกกลุ่ม

นอกจากนั้น Lee ยังเดินหน้าสร้างความตื่นเต้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจับมือร่วมกับแบรนด์ดังในรูปแบบ Collaboration คอลเลกชันสุดพิเศษ ได้แก่ Mighty Jaxx แบรนด์สุดพิเศษจากสิงคโปร์ที่เน้นงาน Art Toy รวมถึงศิลปินคุณเปาโล  Akid From Yesterday แนววินเทจสุดเท่จากไทย และ Saucony แบรนด์รองเท้าวิ่งสายสปอร์ตระดับตำนานจากอเมริกา




การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Lee ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงการเปิดตัวแคมเปญใหม่ แต่เป็นการยืนยันว่า Lee ยังเป็นผู้นำในวงการยีนส์ที่พร้อมผลักดันวัฒนธรรมและแฟชั่นให้ก้าวไกลไปทั่วโลก เพราะทุกเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นได้ในยีนส์ “The Best Stories Happen in Jeans”

#LeeRiders #LeeJeansTH #LeeThailand #ZhangLinghe #MightyJaxx #AkidFromYesterday #Saucony #Collaboration #ThebeststorieshappeninJeans

“วราวุธ” ชื่นชม 88 อพมส. ดีเด่น - พม. มอบเข็มเชิดชูเกียรติ หลัง อุทิศตนช่วยเหลือผู้สูงอายุ ฝ่าวิกฤตประชากร

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานพิธีเชิดชูเกียรติอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ (อพมส.) ดีเด่น ประจำปี 2568 โดยมอบประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ เสื้อกั๊กปฏิบัติงาน และอาร์มสัญลักษณ์ อพมส. รวมทั้งมอบเข็มเชิดชูเกียรติ จำนวน 88 คน ซึ่งมีนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายธนสุนทร สว่างสาลี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ  คณะผู้บริหารกระทรวง พม. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพมหานคร

นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตโครงสร้างประชากรจากการเปลี่ยนแปลงทางประชากรที่ไม่สมดุล ซึ่งเป็นมิติหนึ่งที่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชากรและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ ขณะนี้ ประเทศไทยได้เปลี่ยนจากสังคมเยาว์วัย เป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ มีสัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว สวนทางกับอัตราการเกิดใหม่ของประชากรวัยเด็ก ประชากรวัยแรงงานมีจำนวนลดลง และอัตราการเกิดน้อยกว่าการตาย เนื่องจากภาวะเจริญพันธุ์ลดลงอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นปัจจัยทำให้สังคมไทยเป็นสังคมสูงวัยรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยในปี พ.ศ. 2567 ประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ มีจำนวนผู้สูงอายุมากถึง 13.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 20.83 ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2568 จะกลายเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอด โดยจะมีจำนวนประชากรสูงอายุ คิดเป็นร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศในการเผชิญกับปัญหาภาวะพึ่งพิงของผู้สูงอายุ ส่งผลกระทบในการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทั้งปัญหาด้านสุขภาพ สังคม เศษฐกิจ และสภาพแวดล้อม นับเป็นความท้าทายที่สำคัญต่อการผลักดันและขับเคลื่อนบทบาทภารกิจของกระทรวง พม. ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากวิกฤตโครงสร้างประชากร 




เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเป็นการสร้างสังคมคุณภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและความเสียสละของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ หรือ อพมส. นับว่ามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการชี้เป้า เฝ้าระวัง และเตือนภัยผู้สูงอายุ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือดูแลและประสานส่งต่อผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาทางสังคม และสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการ สิทธิสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึง ต้องขอแสดงความชื่นชมอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ ที่ได้เสียสละแรงกายและแรงใจในการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ถือเป็นผู้ที่อุทิศตนเพื่อส่วนรวม มุ่งมั่นตั้งใจอำนวยประโยชน์สุขต่อผู้สูงอายุมาโดยตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการปฏิบัติงานเพื่อสังคมของทุกคนจะเป็นแรงผลักดันและเป็นแบบอย่างที่น่าภาคภูมิใจ ให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามาเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ

#ข่าวพม #พม #ศรส #esshelpme #5x5ฝ่าวิกฤติประชากร #พมหนึ่งเดียว #วราวุธศิลปอาชา #ศบปภ #พันธกิจสำคัญ9ด้าน #อพมส #ผู้สูงอายุ #อพม #อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์