05 เมษายน 2565

ครูโอ๊ะ นมัสการ “พระธรรมวัชรบัณฑิต,ศ.ดร.” ในพิธีมหาจุฬา สมัชชาวิถีพุทธ ครั้งที่ 3

พร้อมมอบโล่พระราชทาน โล่ประทาน การประกวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทางพระพุทธศาสนา ครั้งที่ 5และเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มจร และ สพฐ. แนะ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ยึดหลักมีศีล สมาธิ ใช้ปัญญา พินิจ พิเคราะห์ พิจารณา แยกแยะ และทำในสิ่งดีงาม 


เมื่อวันจันทร์​ ที่​ 4​ เมษายน​ 2565 นางกนกวรรณ​ วิลาวัลย์​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ และถวายสักการะ​ในพิธี “มหาจุฬา สมัชชาวิถีพุทธ” ครั้งที่ 3 พิธีมอบโล่พระราชทาน โล่ประทาน การประกวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทางพระพุทธศาสนา ครั้งที่ 5  (5th MCU Contest)  ซึ่งมีพระธรรมวัชรบัณฑิต,ศ.ดร.เป็นประธาน พร้อมกันนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  (มจร ) กับ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) การประชุมภาคีสถานศึกษาวิถีพุทธ และการอบรมผู้ประเมินสถานศึกษาอาชีวศึกษาวิถีพุทธ ระหว่างวันที่ 2 – 4 เมษายน พ.ศ. 2565 ณ อาคารหอประชุม ๔๘ พรรษา มหาวชิราลงกรณ์ มจร อําเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ​ โดยมี พระธรรมวัชรบัณฑิต,ศ.ดร. อธิการบดี มจร เป็นประธานในพิธี​จุดธูปเทียน​นำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ถวายสักการะ พระศรีธรรมภาณี ,ดร. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร มจร กล่าวถวายรายงาน  และมี พระเทพปวรเมธี,รศ.ดร. รองอธิการ สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มจร พระสงฆ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน นักเรียน 

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวนมัสการ พระธรรมวัชรบัณฑิต,ศ.ดร. อธิการบดี มจร พระสงฆ์สมณศักดิ์ทุกรูปด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง และได้เห็นถึงความตั้งใจของท่าน เลขาธิการ กพฐ. ที่เป็นผู้นำในฐานะที่เป็นข้าราชการกำกับดูแลงานโดยตรงของ สพฐ. ซึ่งท่าน เลขาธิการ กพฐ. ได้สะท้อนความคิดที่เป็นเด็กอยู่นบท ทั้งยังยกตัวอย่างเรื่องที่เป็นความจำเป็น และเป็นความสำคัญยิ่งต่อประเทศของเรา เริ่มตั้งแต่ความเข้มแข็งในครอบครัวและในหลักของบวรที่จะทำให้สังคมนั้นได้เริ่มความแข็งแกร่งและมั่นคงตั้งแต่รากหญ้าโดยมีกลไกของการศึกษาเป็นความสำคัญต่อการพัฒนามนุษย์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์ของประเทศก็ดี ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนของยูเนสโกก็ดี ทั้งนี้ทุกๆรางวัลที่นักเรียนทุกคนได้รับ จะเป็นสิ่งที่ต้องทำให้พวกเราทุกคน ได้รักษามาตรฐานและจะทำให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งครูและนักเรียนทุกคนต้องช่วยกัน โดยต้องมีหลักแห่งความรับผิดชอบ และมีหัวใจที่จะปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง  


ครูโอ๊ะกล่าวตอนหนึ่งว่า.......“หากเราสามารถดำรงชีวิตด้วยหลักไตรสิกขา มีศีล สมาธิ​ปัญญา​ เมื่อมีศีลแล้วก็จะไม่ทำความเดือดร้อนให้กับครอบครัว ไม่ทำความเดือดร้อนให้กับสังคม ไม่ทำความเดือดร้อนให้กับประเทศชาติ และเมื่อมีศีลก็จะมีสมาธิ ซึ่งสมาธิ จะทำให้เราดำเนินชีวิตด้วยความรอบคอบ สามารถทำงานหรือประกอบภารกิจ โดยเฉพาะนักเรียนสามารถจะเรียนได้ดีและสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นในการเป็นชีวิตมนุษย์ คือหลักของการใช้ปัญญาในการพินิจ พิเคราะห์ พิจารณา ที่จะแยกแยะและทำในสิ่งที่ดีงาม โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษา ครู เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกท่านจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคมให้กับลูกๆของท่านเองในครอบครัว ให้กับลูกๆนักเรียนที่ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง วันนี้ถือเป็นวันมงคลที่ทุกคนได้รับพรอันประเสริฐ ได้รับสิ่งที่เป็นภูมิรู้ที่จะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และเป็นบุญของชาว ศธ.ที่ได้ มจร เป็นสถาบันการศึกษาทางสงฆ์ ที่เข้ามาหยิบยื่นช่วยเหลือสังคม"

ครูโอ๊ะได้มีโอกาสเข้ามาเป็นนักศึกษาที่ มจร ทั้งยังได้รับโอกาสและความเมตตาในการสัมภาษณ์ ท่าน อธิการบดี มจร ที่กรุณาเป็นคีย์แมนสำคัญที่ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ ทำให้ได้ค้นพบและพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า หลักธรรมในพระพุทธศาสนามากมาย แต่ไตรสิกขา คือ หลักของการดำเนินชีวิตที่จะก่อเกิดประโยชน์สูงสุด และในการทำวิจัยก็ได้เลือกหลักธรรม อิทธิบาทธรรม​ อิทธิบาท 4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ซึ่งจะเป็นหลักธรรมสู่ความสำเร็จ และมีหลักของไตรสิกขา ซึ่ง มจร คือมหาวิทยาลัยที่ทรงเกียรติ ที่บูรณาการสหวิทยาการกับหลักพุทธธรรมอันจะเป็นแนวทางที่ทำให้คนไทยและคนทั่วโลก สามารถดำเนินชีวิตไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 

พระศรีธรรมภาณี ,ดร. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร มจร กล่าวถวายรายงานตอนหนึ่งใจความว่า มจร​ โดยสํานักงานพระสอนศีลธรรม และ สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ. ร่วมกันดําเนินการคัดเลือก และประเมินโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ เพื่อยกย่องประกาศเป็นโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนํารุ่นที่ 12  และโรงเรียนวิถีพุทธพระราชทาน รุ่นที่  4 โดยมีโรงเรียนวิถีพุทธผ่านการประเมินเป็นโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนํารุ่นที่ 12 จํานวน 243 โรง และเป็นโรงเรียนวิถีพุทธพระราชทานรุ่นที่​ 4 จํานวน 43 โรง นอกจากนี้ยังมีส่วนหนึ่งที่ มจร ร่วมกับ สพฐ. และสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)​ จัดมหกรรมส่งเสริมศีลธรรมและประกวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านพระพุทธศาสนา ครั้งที่ 5 โดยมี กิจกรรมการประกวด 5 รายการ ประกอบด้วย 

1.การสวดมนต์หมู่สรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ทํานองสรภัญญะ ประเภททีม 10 คน 3 ระดับ คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อค้นหา Best Practice ทีมที่ดีที่สุดในแต่ละระดับ เข้ารับโล่รางวัลพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 2.การกล่าวคําอาราธนาและคําถวายทานในพุทธศาสนพิธี ประเภททีม 10 คน 3 ระดับ ได้แก่ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อค้นหา Best Practice ในแต่ละระดับ เข้ารับโล่รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 

3.การบรรยายธรรม ประเภททีม 3 คน 2 ระดับ ได้แก่ ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อค้นหา Best Practice ในแต่ละระดับ เข้ารับโล่รางวัลพระราชทานจาก สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 

4.การถกวาที (วาจาสุภาษิต) ประเภททีม 4 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อค้นหา Best Practice เข้ารับโล่รางวัลพระราชทาน จากสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติย ราชนารี  

5.โครงงานคุณธรรมส่งเสริมอัตลักษณ์วิถีพุทธ ประเภททีม 5 คน 3 ระดับ ได้แก่​ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อค้นหา Best Practice ในแต่ละระดับ เข้ารับโล่รางวัลพระราชทาน จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

กิจกรรมทั้งหมดมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพระพุทธศาสนา ผ่านกิจกรรม ส่งเสริมอัตลักษณ์วิถีพุทธที่พระสอนศีลธรรม นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้บริหาร ครูพี่เลี้ยง ได้ร่วมกันคิด ร่วมกันสรรค์สร้างผลงานจากความสามารถทางพระพุทธศาสนา โดยมีกระบวนการดําเนินการรอบคัดเลือกระดับจังหวัด ระดับภาคคณะสงฆ์ 18 ภาค และระดับประเทศ เพื่อค้นหาต้นแบบที่ดีที่สุดใน แต่ละกิจกรรม (The Best Practice) โดยที่ทุก ๆ กิจกรรมใช้กระบวนผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งระบบ โดยทราบผลการประกวด และประกาศเผยแพร่ให้สาธารณะจนทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รฟฟท.ให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ฟรี! 13เมษายน2565

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ใช้บริการ ฟรี! เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เมษายน 2565

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เมษายน 2565 บริษัทจึงมอบสิทธิพิเศษให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ฟรี! ตั้งแต่เวลา 05.30 – 24.00 น.
ในวันที่ 13 เมษายน 2565 ( ผู้สูงอายุต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนแก่เจ้าหน้าที่บริเวณห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร ) 

ทั้งนี้บริษัทยังคงเน้นย้ำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยในการใช้บริการของผู้โดยสาร โดยมีมาตรการต่างๆ ทั้งตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารก่อนเข้าใช้บริการในทุกสถานี , เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสภายในสถานีและภายในขบวนรถไฟฟ้า , เพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในขบวนรถไฟฟ้าก่อนให้บริการ รวมถึงขอความร่วมมือผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T อย่างเคร่งครัด ได้แก่ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลภายในขบวนรถไฟฟ้า และสถานี , สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการ, ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและหลังเข้าใช้บริการ , ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการ และสแกน QR Code ไทยชนะ บริเวณสถานีทุกครั้งเพื่อเป็นประโยชน์ในการสอบสวนโรค 

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

04 เมษายน 2565

คาราวาน คณะสมาคมภัตตาคารไทย และสื่อมวลชน ตามโครงการเที่ยวด้วยกัน

 เที่ยวเมืองปากน้ำโพ แอ่วเมืองแป้ม่วนใจ๋สุขใจได้บุญ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์  ให้การต้อนรับขบวนคาราวาน คณะสมาคมภัตตาคารไทย และสื่อมวลชน ตามโครงการเที่ยวด้วยกัน “เที่ยวเมืองปากน้ำโพ แอ่วเมืองแป้ม่วนใจ๋สุขใจได้บุญ” ระหว่างวันศุกร์ที่ 1 เมษายน 2565 - วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2565


นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย




เมื่อวันที่  (1 เมษายน  2565)  เวลา 13.00 น. นายชยันต์  ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ให้การต้อนรับ  นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย สมาชิกสมาคมภัตตาคารไทย และสื่อมวลชน พร้อม ปล่อยขบวนคาราวาน ตามโครงการเที่ยวด้วยกัน 

“เที่ยวเมืองปากน้ำโพ แอ่วเมืองแป้ม่วนใจ๋สุขใจได้บุญ” ระหว่างวันศุกร์ที่ 1 เมษายน 2565 - วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2565 ณ ปั้มน้ำมัน PT อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์








เผยแพร่ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ประจำปีการศึกษา 2562 - 2564

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี  เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) ประจำปีการศึกษา 2562 – 2564  ระหว่างวันที่ 2 – 3 เมษายน  2565  โดยมีดุษฏีบัณฑิต  มหาบัณฑิต  และบัณฑิตเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจำนวน  6,010 คน  

ในการนี้ พลเอก เชษฐา  ฐานะจาโร  นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  รศ.ดร.บังอร  เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  รศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์  เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง  เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวง  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  พร้อมด้วยคณะ ผู้บริหาร  คณาจารย์  บุคลากร  และนักศึกษาเฝ้ารับเสด็จ  ณ อาคาร Bangkok Thonburi Hall  มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  




โอกาสนี้มีบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติและสาธารณะ สมควรได้รับปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ รวม 4 คน  โดยสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมีมติเอกฉันท์มอบปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษาแก่พระเทพประสิทธิมนต์  สาขาวิชาบริหารธุรกิจแก่ นายลี ยง พัด (H.E.Oknha Ly Yong Phat)สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์แก่ พญ.วันทนีย์  วัฒนะ  และศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการจัดการศิลปกรรมแก่ ศาสตราจารย์ จาง เผิง (Professor Zhang Peng)


 นอกจากนี้ยังมี ดร.ณัชชา  ชัยรุ่งเรือง (เอิร์น)  สำเร็จการศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชาการบริหารการศึกษา  ร่วมด้วย เหล่าดารา ศิลปิน นักร้อง นักแสดง และสื่อมวลชนที่สำเร็จการศึกษา  ได้แก่  ฮาย-อาภาพร  นครสวรรค์ (จันทร์เพ็ญ  คงประกอบ), กิตติคุณ  คำเพราะ (โฟกัส  AF12)  ครูบอย-สมพงษ์  คำแก้ว, กันกัน-ณัฐวัฒน์  ชัยณรงค์โสภณ  สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี  คณะรัฐศาสตร์  ร.ต.หญิง ธัญลักษณ์  โชคธนเดช (พลอยใส  AF12)  แม็กกี้-อาภา  ภาวิไล   แหวด- อรอนงค์  คงประกอบ  ต้อย- วันเพ็ญ  เดชเดชา  สำเร็จการศึกษาปริญญาโท  คณะรัฐศาสตร์  พรฟ้า-ปุณิกา  กุลสุนทรรัตน์  ธนภณ  โอภาสธัญกร (ต้อม  นิรันดร์)  ริช่า-ณราวดี  รัตนโชภาคิญ  ก็อปปี้-จิรัฏฐวัฒน์ศิริบุตร   ตุ๊ก-อัญชลี  พุทธวงษ์  สำเร็จการศึกษาปริญญาโท  คณะบริหารธุรกิจ,เอ็ม-ภูกิจ สุรัติรางคกุล (เอ็ม )สำเร็จการศึกษา รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต(รัฐประศาสนศาสตร์)และ บ๊อบ-จุมพล  โพธิสุวรรณ  สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก  คณะรัฐศาสตร์

 

อโรม่า กรุ๊ป จับมือ ฮาริโอะ แบรนดังจากญี่ปุ่น เปิด‘ฮาริโอะ คาเฟ่’

แฟลกซ์ชิพสโตร์กาแฟสเปเชียลตี้ แห่งแรกในไทย ใจกลางสีลม

อโรม่า กรุ๊ปตอกย้ำผู้นำธุรกิจกาแฟคั่วบด และเครื่องดื่มแบบครบวงจร จับมือ ฮาริโอะ  ผู้นำอุปกรณ์การชงกาแฟแบบ slow bar แบรนด์ดังจากญี่ปุ่น รุกตลาดกาแฟกลุ่ม Specialty ต่อยอดธุรกิจแบบครบวงจร เปิด Hario Café (ฮาริโอะ คาเฟ่) แฟลกซ์ชิพสโตร์เอาใจคอกาแฟครบทุกกลุ่ม ทั้ง Speed Bar, Slow Bar รวมถึงอุปกรณ์ฮาริโอะ ที่นำมาให้เลือกซื้อครบทุกไลน์ ตั้งแต่อุปกรณ์ชงกาแฟ เครื่องครัว และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง พร้อมเมล็ดกาแฟระดับพรีเมื่ยมจากหลายแหล่งผลิตชั้นนำระดับโลกมาให้เลือกมากที่สุด และบาริต้าที่ชำนาญงาน ที่พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำ ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ ใจกลางสีลม  พร้อมดึงกลยุทธ์การแชร์ประสบการณ์ร่วม มั่นใจศักยภาพของฮาริโอะ และความเป็นผู้นำในตลาดกาแฟคั่วบด และเครื่องดื่มแบบครบวงจรของอโรม่า จะช่วยผลักดันฮาริโอะ เติบโตเพิ่มขึ้นอีก 50% และสร้างศักยภาพทางธุรกิจของกลุ่มอโรม่าให้ครอบคลุมกลุ่มสินค้าของตลาดกาแฟในประเทศไทย เพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะสามารถผลักดันยอดขายทั้งหมดของกลุ่มให้เพิ่มมากขึ้น อืกไม่ต่ำกว่า 30% ในปีนี้   โดยฮาริโอะคาเฟ่ จะเป็นส่วนสนับสนุนให้อโรม่าขยายตลาดไปสู่กลุ่มผู้บริโภคได้หลากหลายเพิ่มมากขึ้น แม้โดยภาพรวมทุกธุรกิจจะได้ผลกระทบจากโควิด-19 
นายกิจจา วงศ์วารี กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ อโรม่า กรุ๊ป (Aroma Group) 

นายกิจจา วงศ์วารี กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ อโรม่า กรุ๊ป (Aroma Group) ผู้นำธุรกิจกาแฟคั่วบด และเครื่องดื่มแบบครบวงจร เปิดเผยถึงความร่วมมือกับฮาริโอะ แบรนด์ชื่อดังที่ผลิตเครื่องแก้วทนความร้อน รวมถึงอุปกรณ์การชงกาแฟ แบบ Specialtyระดับเวิรด์คลาส  ที่มีศักยภาพทั้งในด้านสินค้าและบุคคลากรในตลาดมานานกว่า 100 ปี จากประเทศญี่ปุ่น ถึงการเปิดตัว Hario Café ในประเทศไทยว่า “การเข้ามาในตลาดกาแฟแบบ Specialty ของอโรม่า นับเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจมานานแล้ว ในฐานะผู้นำตลาดกาแฟคั่วบด ในประเทศไทย และเห็นพัฒนาการหรือการเติบโตของพฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่มนี้มาอย่างต่อเนื่อง จากการดื่มกาแฟสำเร็จรูปในบ้าน หรือในที่ทำงาน ตามมาด้วยรูปแบบร้านกาแฟสมัยใหม่ ที่ใช้อุปกรณ์การชงที่ทันสมัย สะดวกรวดเร็ว สามารถชงได้ตั้งตั้งแต่ 1 แก้วขึ้นไป จนถึงการตกแต่งพื้นที่ ให้ตอบสนองต่อการเป็นศูนย์กลางของการพบปะ พูดคุยสังสรรค์ หรือทำงานทั้งแบบส่วนตัว หรือเป็นกลุ่มนอกออฟฟิศ และอื่น ๆ อีกมากมาย ในขณะที่ร้านกาแฟในกลุ่ม Specialty  ที่แต่ละร้านจะสรรรหาเมล็ดกาแฟคุณภาพจากแหล่งต่าง ๆ มาคั่วตามกรรมวิธีเฉพาะ พร้อมใช้วิธีการชงแบบคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นแบบ Drip หรือ เพิ่มความพิเศษแบบ Syphon มาเสิร์ฟให้บริการลูกค้า เริ่มก่อตัวขึ้นและเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  รวมถึงความสนใจในการสรรหาซื้ออุปกรณ์การชง หรือเมล็ดกาแฟคุณภาพที่ผ่านการคั่วบดจากร้านกาแฟที่คุ้นเคย ไปลองหัดทำเองที่บ้าน ทั้งหมดนี้ ล้วนสะท้อนให้เห็นการพัฒนาประสบการณ์การดื่มกาแฟของคนไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ที่พร้อมจะเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับการดื่มกาแฟเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบจากวิกฤตของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนอย่างฉับพลัน และผู้บริโภคให้ความสำคัญต่อการแสวงหาวิถีชีวิตคุณภาพภายในที่พักอาศัย  รวมถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งแบบส่วนตัว หรือเป็นกลุ่มเฉพาะภายในบ้าน ส่งผลให้ตลาดกาแฟภายในบ้าน ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น  

ความสำเร็จจากการเปิด Hario Café ในรูปแบบ Slow Bar แบบชิคแอนด์คูลแนวเจแปนนิส สาขาแรกย่านลาดพร้าว เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่สุดพิเศษในคาเฟ่แบบ slow bar พร้อมศิลปะการชงทั้งแบบ drip, syphon, cold brew  มาเสิร์ฟให้ลูกค้า ควบคู่ไปกับการให้ความรู้กับลูกค้าเสมือนเป็น Coffee Community  โดยลูกค้าสามารถพูดคุยสอบถามข้อมูลต่างๆกับบาริสต้า พร้อมแนะนำการใช้อุปกรณ์การชงที่ทันสมัย จากการสร้างสรรค์และพัฒนาโดย Hario ที่บาริสต้าใช้ประจำอยู่ที่ร้าน ให้ลูกค้าสามารถหาซื้อไปใช้ในการรังสรรค์เครื่องดื่มด้วยตัวเองที่บ้านได้อย่างสะดวก ผลักดันให้ผู้บริโภครู้จักการใช้งานเพิ่มมากขึ้น เป็นการสร้างประสบการณ์ร่วมกัน จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก ท่ามกลางภาวการณ์วิกฤตโควิด-19  และส่งผลให้กลุ่มอโรม่าได้รับความสนใจจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ในฐานะของ new entry ในการเข้าสู่ตลาด Specialty และทำให้อโรม่า เข้าถึง consumer ได้เพิ่มมากขึ้น  พร้อมกวาดรายได้ไปกว่า 1,700 ล้านบาท เมื่อปีที่ผ่านมา และ เติบโตขึ้นเกือบ 20%” นายกิจจากล่าวและเพิ่มเติมว่า 

 “การขยาย Hario Café ในรูปแบบ flagship store ที่อาคารธนิยะพล่าซ่าในครั้งนี้ นอกจากจะนับเป็น flagship store ที่ใหญ่ที่สุด ของฮาริโอะด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 30 ล้านบาท บนพื้นที่ใช้สอยถึง 480 ตร.เมตร แล้ว ยังนับเป็นร้านกาแฟที่สอดรับความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็ว ทั้งสำหรับคอกาแฟและที่ไม่ใช่คอกาแฟ จากเมนูเครื่องดื่มที่เข้ามาร่วมสร้างสีสัน ให้ได้สนุกไปกับการดื่มในแนว Speed Bar  หรือผู้ที่นิยมการดื่มกาแฟแนว Specialty ในรูปแบบ Slow Bar ที่พร้อมร่วมสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งประสบการณ์ทางสายตา และการพูดคุย  ในขณะเดียวกัน บาริสต้าก็เลือกที่จะใช้การสื่อสารที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ความรู้ กับผู้บริโภคและทำให้เกิดการพัฒนา เอาประสบการณ์ที่ใช่ให้กับลูกค้าได้ทดสอบ ใช้ได้จริง ทั้งจากเครื่องชงกาแฟแนว Specialty แบบต่าง ๆ จากฮาริโอะ แทนการเปิดพื้นที่ให้นั่งพูดคุยกันเองเพียงอย่างเดียว 

นอกจากนี้ Hario Café Bangkok ที่ธนิยะพลาซ่า ยังนับเป็นแหล่งรวมเมล็ดกาแฟ specialty ที่หลากหลายมากที่สุดในประเทศไทยจากการนำเข้าโดยอโรม่า ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจกาแฟคั่วบดมายาวนานกว่า 70 ปี
ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟพิเศษ หายากตาม Seasonal จากแหล่งผลิตกาแฟที่ดีที่สุดของโลก รวมถึงกาแฟ COE (Cup of Excellence) ที่ทางอโรม่าประมูลมาได้จากหลากหลายประเทศ เช่น โคลัมเบีย คอสตาริก้า นิการากัว มาคอยบริการให้ลูกค้าได้ลิ้มลองเมล็ดพิเศษๆ ใหม่ๆ อยู่เสมอ และพร้อมจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งความร่วมมือกับฮาริโอะ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านเครื่องแก้วที่หลากหลาย  มีการสร้างสรรค์ และพัฒนาสินค้า อุปกรณ์การชงเครื่องดื่มประเภทต่าง ๆ ให้เข้าถึงความต้องการ และสามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับว่า Hario Café สาขาธนิยะพลาซ่า เป็น Community ของคนรักกาแฟที่สมบูรณ์แบบและดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย จึงคาดว่าการเติบโตในปีนี้ของฮาริโอะจะไม่ต่ำกว่า 50 % จากปีที่ผ่าน โดยแบ่งเป็นการขายจากส่วนอุปกรณ์การชง และรายได้จากเครื่องดื่มเมนูต่างๆ  แม้ว่า ในส่วนของ  Hario Café จะไม่เน้นการเร่งขยายสาขา แต่ก็คาดว่า จะมีการขยายสาขา Hario Café เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2-3 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ ” นายกิจจากล่าวสรุป

01 เมษายน 2565

รฟฟท.สวัสดีปีใหม่ไทยผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ส่งมอบความสุข และความห่วงใย ผ่านกิจกรรมการตลาดสุดพิเศษ!

ทั้งในรูปแบบออฟไลน์ และออนไลน์ แจกฟรี! หน้ากากอนามัย KF94 (Korea Design) 100,000 ชิ้น (10,000 ชุด) และบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท 50 รางวัล


บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สวัสดีปีใหม่ไทยผู้โดยสารเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ จัดกิจกรรมการตลาดสุดพิเศษ เพื่อส่งมอบความสุข และความห่วงใยให้แก่ผู้โดยสาร ทั้งรูปแบบออฟไลน์ และออนไลน์ โดยส่งมาสคอต “MR.RED Line” ออกแจกหน้ากากอนามัย KF94 (Korea Design) จำนวน 100,000 ชิ้น (10,000 ชุด) ภายในระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทุกสถานี และแจกบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท 50 รางวัล ให้แก่ผู้โดยสารที่ร่วมสนุกโพสต์ภาพการใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงลงใน Instagram ส่วนตัว และติดแฮชแท็ก #สวัสดีปีใหม่ไทยรถไฟฟ้าสายสีแดง และแท็กมาที่ Instagram red_line_srtet  

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่าเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2565 บริษัทฯถือโอกาสสวัสดีปีใหม่ไทยผู้โดยสาร พร้อมส่งมอบความสุข และความห่วงใยให้แก่ผู้โดยสารด้วยกิจกรรมการตลาดทั้งรูปแบบออฟไลน์ และออนไลน์

โดยกิจกรรมการตลาดออฟไลน์ บริษัทฯส่งมาสคอต “MR.RED Line” เป็นตัวแทนอวยพรปีใหม่ไทยและแจกหน้ากากอนามัย KF94 (Korea Design) จำนวน 100,000 ชิ้น (10,000 ชุด) ภายในระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทุกสถานี ในวันที่ 11 - 12 เมษายน 2565 ระหว่างเวลา 06.00 – 18.00 น.

สำหรับกิจกรรมการตลาดออนไลน์ เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารร่วมสนุกโพสต์ภาพการใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงลงใน Instagram ส่วนตัว และติดแฮชแท็ก #สวัสดีปีใหม่ไทยรถไฟฟ้าสายสีแดง และแท็กมาที่ Instagram red_line_srtet ตั้งแต่วันที่ 13 - 15 เมษายน 2565 โดยผู้ร่วมสนุกกิจกรรมต้องตั้งค่า Instagram ส่วนตัวเป็นสาธารณะ ภาพที่ถูกใจคณะกรรมการรับบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท จำนวน 50 รางวัล ส่งตรงถึงบ้านฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ประกาศผลการร่วมสนุกวันที่ 25 เมษายน 2565 ทั้งนี้การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

บริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้โดยสารจะได้รับความสุข และรู้สึกถึงความปลอดภัยทุกครั้งจากการใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

31 มีนาคม 2565

ร้อนนี้ เพิ่มความสุขให้กับการอาบน้ำแบบอิงแอบธรรมชาติ สุขภาพดีกับคอตโต้ ไฮจีนิกไทล์ ตัวการกำจัดแบคทีเรียเพื่อสุขอนามัยของคนที่รัก

คอตโต้ ตอกย้ำผู้นำเทรนด์ ด้วยนวัตกรรมที่มาพร้อมโซลูชั่น เพื่อยกระดับการใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ของ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ชวนเพิ่มที่แห่งความสุขรับร้อนให้กับ “ห้องน้ำ”แบบเอาใจคนรักธรรมชาติ ด้วยไอเดียการแต่งห้องน้ำสไตล์ทรอปิคอล เรนฟอเรสต์ จาก คอตโต้ ไฮจีนิก ไทล์ (COTTO Hygienic Tile) กระเบื้องยับยั้งแบคทีเรียเหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ด้วยสาร Silver Nano จะช่วยปล่อยประจุบวกออกมาทำปฏิกิริยาในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 90% ภายใน 24 ชั่วโมง และสามารถยับยั้งแบคทีเรียได้ตลอดอายุการใช้งาน   ที่มาพร้อมลวดลายเอาใจคนรักธรรมชาติถึง 2 ซี่รีย์ พร้อมฟังชั่นส์พิเศษช่วยดูแลสุขภาพให้ห่างไกลเชื้อโรคในบ้านได้มากขึ้น  นั่นก็คือ 

แนวการแต่งห้องน้ำสไตล์ทรอปิคอล คือ การเลือกตกแต่งให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ทำห้องน้ำให้โปร่ง โล่ง ให้แสงและลมเข้าได้อย่างเต็มที่  เลือกใช้วัสดุตกแต่งใช้สีสว่าง  เฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์ที่มีรูปแบบเรียบง่าย เลือกพันธุ์ไม้ที่สามารถปลูกในที่ร่มได้ ทนความชื้น และดูแลรักษาง่าย เลือกขนาดพอดีไม่โตจนเกินไป  และเลือกใช้วัสดุกรุผนังด้วยกระเบื้องยับยั้งแบคทีเรีย  (Hygienic Tile)  ลายทรอปิคานาซีรี่ย์ 2 คู่สี จากคอตโต้  คือ 

ลายทรอปิคานา ขาว และลายทรอปิคานา ลีฟ ที่ได้เป็นการนำแรงบันดาลใจจากการนำใบไม้สีเขียวต่าง ๆ ของป่าร้อนชื้น (Tropical Forest ) สามารถใช้ปูคู่กัน โดยการจัดวางในช่องสี่เหลี่ยม อย่างเป็นจังหวะดูเป็นธรรมชาติ  เพิ่มความสวยด้วยการเคลือบขาว  ใช้เทคนิค Emboss Effect สร้างมิติให้สัมผัสได้ถึงความลึก ตื้นของผิวกระเบื้อง เพิ่มเสน่ห์ให้พื้นที่ของการอาบน้ำ ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติรอบตัว 

แนวการแต่งห้องน้ำสไตล์เรนฟอเรสต์ มีรูปแบบเดียวกันกับสไตล์ทรอปิคอล ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเรียกรวมกันว่าสไตล์ทรอปิคอล เรนฟอเรสต์ เป็นรูปแบบการตกแต่งอิงธรรมชาติของป่าร้อนชื้นที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของบ้านเรา โดยเน้นให้พื้นที่มีความเขียวขจีของแมกไม้ให้ความร่มรื่นเชื่อมต่อกับธรรมชาติมากที่สุด จึงเลือกวัสดุตกแต่งเป็นไม้หรือกระเบื้องลายไม้  ใช้สีเอิร์ทโทน เช่นสีเขียว เปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอก ตกแต่งผนังโล่ง ด้วยสีเขียว หรือกระเบื้องที่มีแพทเทิร์นแบบธรรมชาติลวดลายใบไม้อย่างกระเบื้องยับยั้งแบคทีเรีย (Hygienic Tile ) ลายเรนฟอเรสต์ซีรี่ย์จากคอตโต้

กระเบื้องลายเรนฟอเรสต์ซีรีย์  มี 2 คู่สี คือ เรนฟอเรสต์ ลีฟ และ ขาว สามารถใช้ปูคู่กันหรือปูสลับแพทเทิร์นได้ตามความชอบ  ได้รับการออกแบบลวดลายจากใบไม้สีเขียวเป็นหลัก แต่งเติมด้วยไม้ดอกที่อยู่ในป่าร้อนชื้น อาทิ ไม้ตระกูลปาล์ม พืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่มีฟอร์มของใบไม้ที่สวยแปลกตา วางสลับกันในช่องสี่เหลี่ยม เพิ่มสีสันในเฉดสีเขียวอ่อน เข้มที่เข้ากันทำให้มีดีไซน์ที่สวยเก๋ดูไม่เบื่อ  


          

ห้องน้ำเป็นจุดหมายของทุกคนในครอบครัว  เพียงเลือกตกแต่งห้องน้ำด้วยกระเบื้องลายทรอปิคานาซีรี่ย์และเรนฟอเรสต์ซีรี่ย์ก็สามารถเปลี่ยนห้องน้ำธรรมดา   ให้ได้ลุคห้องน้ำกลางป่าช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมนอกบ้าน       

หากต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับห้องอื่น ๆ   สามารถเลือกชมสินค้าที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรีย   เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี เพิ่มเติมได้ที่    https://www.cotto.com/    หรือ  https://www.facebook.com/cottoofficial/   สั่งซื้อสินค้าออนไลน์  หรือติดตาม โปรโมชั่นพิเศษทุก ๆ วันได้ที่  https:/www.cottolife.com / และLine Official Account : @COTTOlife >> http://bit.ly/2D5BeJd หากต้องการสัมผัสพื้นผิวเพื่อความมั่นใจได้ที่ COTTO Life ทั้ง 3 สาขา กรุงเทพ เชียงใหม่  ขอนแก่น