06 มกราคม 2567

พาณิชย์ชวนเที่ยวตลาดต้องชม “ตะลอนเที่ยววิถีไทเลย ตะลุยตลาดถนนคนเดิน วิถีเชียงคาน บ้านไม้เก่าริมโขง”

วันเสาร์ที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ณ ตลาดต้องชม ตลาดถนนคนเดิน วิถีเชียงคาน บ้านไม้เก่าริมโขง จังหวัดเลย


นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะให้เกียรติเยี่ยมชมตลาดเย็นชมวิถีไทเลย ในกิจกรรม พาณิชย์ชวนเที่ยวตลาดต้องชมทั่วประเทศ “ตะลอนเที่ยววิถีไทเลย ตะลุยตลาดถนนคนเดิน วิถีเชียงคาน บ้านไม้เก่าริมโขง” หนึ่งในตลาดต้องชม 251 แห่ง ทั่วประเทศ โดยมีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดเลย ผู้บริหารตลาดให้การต้อนรับพร้อมรับชมการแสดงต้อนรับจากนางรำร้อยปี เอกลักษณ์ของชาวเชียงคาน ชื่อชุดการแสดง “ฟ้อนเบิ่งโขง” พร้อมมอบผ้าฝ้ายทอมือ ผูกเอวให้ท่านรองนายกฯ แสดงถึงความเคารพ และการต้อนรับของชาวบ้านเชียงคานต่อผู้มาเยือนเพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนเที่ยวตลาดต้องชม เน้นให้เห็นถึงเอกลักษณ์ที่แสดงออกในรูปแบบของสินค้าพื้นเมือง การละเล่น และการแสดง รวมไปถึงทรัพยากรที่มีในท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อเป็นการดึงดูดให้กลุ่มคนและนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้เข้ามาสัมผัสท่องเที่ยวพักผ่อน และได้มีโอกาสไปเที่ยวตลาดต้องชมทั่วประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดการ เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ให้กับชุมชนให้มากที่สุด

อีกทั้งมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวร่วมถ่ายภาพ ณ จุด Landmark เช็คอินพร้อมแชร์ผ่านช่องทางสื่อโซเซียลมีเดีย เพื่อรับคูปองชวนช้อป 50 บาททันที จาก DIT GO เมื่อมาเที่ยวตลาดต้องชมทั่วประเทศ ถึงวันที่ 7 มกราคม 2567 กระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องในช่วงปีใหม่ให้ประชาชน เพื่อกระตุ้นการบริโภค สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและคณะคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เดินเที่ยวชม ชิม ช้อป สินค้าตลาดต้องชม “ตะลอนเที่ยววิถีไทเลย ตะลุยตลาดถนนคนเดิน วิถีเชียงคาน บ้านไม้เก่าริมโขง”พร้อมผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดเลย และผู้บริหารตลาด แวะชมนวดยองเส้น ร้านยายคำก้อย แวะชมร้านจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมจากชุมชนเชียงคาน ณ ร้านมักเลาะ แวะชิมร้านมะพร้าวแก้วทำสด น้ำตาลมะพร้าวปั้น ณ ร้านวรรัตน์มะพร้าวแก้ว แวะเยี่ยมชมกิจกรรมการแสดงระหว่างทาง ได้แก่ โปงลาง ชุดผีขนน้ำ  แวะเยี่ยมชม และลงชื่อเป็นที่ระลึกกระเป๋าผ้าฝ้ายดิบของที่ระลึกเชียงคาน แวะชิมร้านผัดไทยห่อใบบัว ณ ร้านเหลียวแล  แวะชิมร้านไอติมบาหยันเสิร์ฟบนผลแคนตาลูปสดทั้งลูก  แวะชิมร้านโรตีผีตาโขน @เชียงคาน แวะร้านขนมบัวลอย ร้านบัวลอยโรจน์เลย และแวะชมร้านเสื้อผ้าพื้นเมือง ร้านนิยมไทย



นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า  รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการดำเนินการด้านการตลาดภายในประเทศ โดยตั้งเป้าให้มีตลาดชุมชนเกิดขึ้นในทุกมุมเมือง เพื่อเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าโดยตรงแก่ประชาชน  กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์จึงได้ดำเนินโครงการตลาดชุมชนเพื่อธุรกิจท้องถิ่นขึ้น ภายใต้ชื่อ “ตลาดต้องชม” ดำเนินการพัฒนาหรือยกระดับตลาดที่จำหน่ายสินค้าเกษตร หัตถกรรม งานศิลปะ สินค้า OTOPs และสินค้าอุปโภคบริโภคของชุมชนที่ผลิตโดยเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน SMEs และคนในชุมชนหรือพื้นที่ใกล้เคียง และส่งเสริมเป็น “ตลาดต้องชม” ที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม มีการจำหน่ายสินค้าที่มีความเที่ยงตรง เที่ยงธรรม โปร่งใส มีการปิดป้ายแสดงราคา เครื่องชั่งเที่ยงตรง และจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพดี ตามเอกลักษณ์พาณิชย์ ควบคู่ไปกับการรักษาศิลปวัฒนธรรมตามอัตลักษณ์วิถีของชุมชน

โดย “ตลาดต้องชม”  นี้ จะเป็นช่องทางหนึ่งในการเพิ่มรายได้ ขยายโอกาสให้กับชุมชน เป็นสถานที่ที่ไม่ว่าจะเป็นคนในท้องถิ่นหรือผู้มาเยือนจากต่างถิ่น ต่างต้องแวะชม แวะเวียนเข้ามาจับจ่ายใช้สอย สัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ศิลปะ วิถีชีวิต อัตลักษณ์และความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งล้วนแล้วเป็นอำนาจแห่งการสรรค์สร้างเศรษฐกิจชุมชน หรือ ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ที่กระจายไปทั่วประเทศ   ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เศรษฐกิจท้องถิ่นมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยประชาชนสามารถ เที่ยวชม ช้อป ชิม สินค้าในตลาดต้องชมได้ โดย “ตลาดต้องชม” ได้แก่

ภาคกลาง 5 จังหวัด 5 ตลาด  

1.จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่  ร้านค้าชุมชนริมคลองพระยาสุเรนทร์

2.จังหวัดนครปฐม ได้แก่ ตลาดน้ำดอนหวาย

3.จังหวัดนนทบุรี ได้แก่ ตลาดน้าไทรน้อย

4.จังหวัดปทุมธานี ได้แก่ ตลาดชุมชนวัดโบสถ์

5.จังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

ภาคเหนือ 4 จังหวัด 6 ตลาด

1.จังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่ ตลาดย้อนยุคนครชุม

2.จังหวัดน่าน ได้แก่ 1)  กาดข่วงเมืองน่าน 2) กาดแลงเมืองปัว มาม๋วนใจ๋ 3) ร้านค้าชุมชนวัดพระธาตุแช่แห้ง

3.จังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ ตลาดวิถีชุมชน ฅนพิษณุโลก

4.จังหวัดพะเยา ได้แก่ ตลาดบ้านบัว

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด 5 ตลาด

1.จังหวัดขอนแก่น ได้แก่ ตลาดสีเขียวขอนแก่น (Green Market)

2.จังหวัดมหาสารคาม ได้แก่ ตลาดสะพานไม้แกดำ

3.จังหวัดสกลนคร ได้แก่ ตลาดย่านเมืองเก่าสกล ถนนผ้าคราม

4.จังหวัดหนองคาย ได้แก่ ตลาดแคมของหนองคาย

5.จังหวัดเลย ได้แก่ ตลาดถนนคนเดิน วิถีเชียงคาน บ้านไม้เก่าริมโขง

ภาคใต้ 4 จังหวัด 4 ตลาด

1.จังหวัดตรัง ได้แก่ ตลาดนาปด

2.จังหวัดพังงา ได้แก่ ถนนวัฒนธรรมเมืองเก่าตะกั่วป่า

3.จังหวัดภูเก็ต ได้แก่ ตลาดนัดวัดเทพ

4.จังหวัดสงขลา ได้แก่ หลาดริมเล @ เกาะยอ 

สามารถเที่ยวชมตลาดต้องชมทั่วประเทศเพิ่มเติมได้ที
https://www.google.com/maps/d/edit?mid=17N84bs45jrrwvC-EgBWWT5tAViy-stw&usp=sharing  

 

สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จาก กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ที่
563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี  11000
โทรศัพท์ : 0 2507 5530 , สายด่วน 1569
ช่องทางออนไลน์: https://www.facebook.com/ditfamilyhomes

“คิตตี้ กิจติพร” รวมพล ครอบครัวMRS. จัดปาร์ตี้ ฉลองปีใหม่

เดินทางมาถึงปีที่สอง มุ่งหน้าเข้าสู่ปีที่สาม แล้ว สำหรับเวที สาวใหญ่  Mrs. Thailand world ตลอด2-3 ปีที่ผ่านมาล้มลุกคลุกคลาน กันมาไม่รู้ว่าเท่าไหร่ แต่บอสใหญ่ อย่าง “คิตตี้ กิจติพร นันท์ตานนท์” ผู้อำนวยการกองประกวด Mrs. Thailand world ยังคงเชื่อมั่นใน ศักยภาพ แม่ๆ ตั้งมั่นเดินหน้า สรรสร้างเวที Mrs. Thailand world ต่อไป ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางให้ได้  ซึงก็เป็นที่น่ายินดี ที่ มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ อย่าง “หมอกี้- อังคนางค์ ชากีร่า” ผู้อำนวยการกองประกวด Mrs. tourism Thailand จับมือร่วมเดินทางไปข้างหน้า ด้วยกันอย่างมั่นคง 






และในวันนี้ ถือว่าเป็นวันดี ได้ฤกษร่วมตัวบรรดาสาวงาม เพื่อนพ้องน้องพี่ รุ่นพี่รุ่นน้อง ทั้งเวที Mrs. Thailand world  และ เวที Mrs. tourism Thailand มาเจอกัน สักที สังสรรค์กันสักเล็กน้อย กับปาร์ตี้ตอนรับปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็น “แม่หมวย รัมณีย์ Mrs. Tourism Universe 2023 ,แม่ก้อย ณัชรัตน์ 1st runner up MRS.THAILAND WORLD 2023, แม่วิว ณธษา 2nd runner up  MRS.THAILAND WORLD2023,แม่ปิ๊ก ภัสภัสสร Elite - MRS.TOURISM  THAILAND2023 ,แม่น้ำมน กมลวรรณ ขวัญใจ Siam Amazing park Best Swimming 2  Mrs. Thailand world ,แม่แนน ปารณีย์ PHOTOGENIC MRS.THAILAND WORLD 2023  , พูกัน ภิชาญา BEST Swimming Suits 1 MRS.THAILAND WORLD 2023   ,บอสส้ม  พิศณุพร 2nd runner up Mrs .Thailand World 2022 และ พลอย-ประพัตรา ” Mrs.Thailand World Photogenic 2022 

โดยปาร์ตี้เล็กๆ ครั้งนี้ จัดขึ้นอย่างอบอุ่น ณ Mekha by SHAN Villas Bangkok อ่อนนุช สุขุวิท 77


เปิดความบันเทิงต้อนรับเดือน มกราคม 2567 ช่อง 3 จัดเต็มละครใหม่ และซีรีส์คุณภาพลงจอ


ช่อง 3 เปิดความบันเทิงก้าวแรกปี 2567 ด้วย 3 ละครใหม่หลากหลายรสชาติ ทั้ง บู๊ รัก และแฟนตาซี โดยเริ่มที่ละครฟีลกู๊ดเรื่อง “รักท่วมทุ่ง” ต่อด้วย “มือปราบมหาอุตม์” และมาแซ่บสะเทือนไปกับ “เรือนทาส” ส่วนในโลกของซีรีส์ก็มีทั้งไทยและต่างประเทศมาให้รับชม อาทิ “ไทม์ ผ่านเวลา” “มนต์รักลูกทุ่ง ๒๕๖๗” และ “สุมาอี้ นักปราชญ์ยอดขุนพล” กับ “ไขรหัสลับล่าปมปริศนา” แล้วมาปิดกันที่ละครดี ๆ “อังกอร์” “ซ่อนกลิ่น”  และ “ลิขิตรัก” มาส่งเข้านอนพร้อมกับ “แชนแนล ทรี มูฟวี่ส์” หนังดังดี ๆ ทุกคืนวันเสาร์



โดยเริ่มต้นกันด้วยละครใหม่ฟีลกู๊ดที่การันตีความฮากับ “รักท่วมทุ่ง” My Love in the Countryside แนวรักโรแมนติก ย้อนยุค ที่ได้นำนักเรียนนอกสุดเฟี้ยว เปรี้ยว ซ่า “สายสมร สวยเสมอ” ให้มาพบกับ “มานะ” หนุ่มปากแข็งผู้คลั่งรักเจ้าของสวนตาลโตนด และความอลเวง วุ่นวาย ของชาวบ้านทุ่งตาลโตนด ที่จะมาสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ สายสมร ได้รู้จักความรักที่แท้จริง จัดโดย “ไก่ วรายุฑ มิลินทจินดา” ค่าย เลิฟดราม่า พร้อมการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของพระนางคู่ขวัญ “ออกัส วชิรวิชญ์” และ “น้ำฟ้า ธัญญภัสร์” มาร่วมกันตามหา “ความฝัน” และพิสูจน์ “รักแท้” ไปด้วยกัน ติดตามทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. เริ่มวันที่ 22 มกราคม 2567 มาต่อกันด้วยเรื่อง “มือปราบมหาอุตม์” The Invincible ละครแนวพีเรียดบู๊แอ็คชั่น ที่เตรียมร่ายคาถาเป่าอาคมสู้กันสุดพลังระหว่างตำรวจกับโจร ซึ่งยังสอดแทรกด้วยเรื่องราวของรักสี่เส้าระหว่าง สันติ, ไม้, กำไล และ จันทรา รวมถึงการตามแก้แค้น “เฮียหาน” เจ้าพ่อตัวร้ายผู้มากไปด้วยวิชาอาคม มาร่วมปราบโจรร้ายไปด้วยกัน ผู้จัดโดย “หงษ์ ธัญนิธิ ฉันท์เอกสิทธิ์” แห่ง บริษัท หก สี่ เอี่ยว จำกัด นำแสดงโดย “เกรท วรินทร” “น้ำตาล พิจักขณา” “เต้ย พงศกร” และ “แพร์ พิชชาภา” ติดตามทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรก 22 มกราคม 2567 และพบกับละครพีเรียดสยองขวัญดราม่าเข้มข้นเรื่อง “เรือนทาส” Mystery of the Spirit กับเรื่องราวความรัก ความแค้น แรงอาฆาต ที่ฝังรากลึกจากอดีตถึงปัจจุบัน และวิญญาณที่ถูกกักขัง เฝ้ารอวันปลดปล่อย ณ ที่แห่งนี้.. “เรือนทาส” นำแสดงโดยสองพระนางคู่ใหม่วัยใส “ตี๋ ธนพล จารุจิตรานนท์” ประกบคู่กับ “อ๊ะอาย กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ” เป็นครั้งแรก ร่วมด้วยนักแสดงคุณภาพคับจอ อาทิ “นุ่น ศิรพันธ์” “บูม สุภาพร” “นก จริยา” “อ้วน รังสิต” ผู้จัดโดย “กฤษณ์ ศุกระมงคล” ค่าย เมคเกอร์ เค จำกัด ติดตามวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. เริ่มวันที่ 24 มกราคม 2567 



และในส่วนละครรีรันสำหรับเดือน มกราคม 2567 ช่อง 3 ได้นำ 3 ละครยอดฮิต “อังกอร์” มาให้ชมกันในช่วง “ละครดังข้ามเวลา” ติดตามทุกเช้าวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.50 น. เริ่มวันที่ 5 มกราคม 2567 ต่อด้วย ละครสายฮาของร่างทรงยุค 5G “ซ่อนกลิ่น” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00 น. เริ่ม 3 มกราคม 2567 และสุดท้ายกับละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “ลิขิตรัก” The Crown Princess ลิขิตแห่งรักที่สวยงามระหว่างเจ้าหญิงอลิซ และนาวาตรีดวิน ทุกวันศุกร์ เวลา 20.30 น. และวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.25 น. เริ่มวันที่ 26 มกราคม 2567 

หลังจากนั้นมาเข้าสู่โหมดซีรีส์ไทยที่ใครหลายคนรอคอย เริ่มจากเรื่อง “ไทม์ ผ่านเวลา” Time The Series เป็นเรื่องราวของคู่รัก “โฟม” กับ “คริส” ที่ต้องมาจากกันโดย “คริส” ถูกตำรวจวิสามัญด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ และเมื่อโชคชะตาได้มอบโอกาสพิเศษให้ “โฟม” ได้ย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ด้วยนาฬิกาที่สามารถเดินทางย้อนเวลาได้ “โฟม” จะกลับไปแก้ไขสิ่งผิดพลาดไปได้หรือไม่ ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 22.45 น. เริ่ม 9 มกราคม 2567 และมาสนุกไปกับซีรีส์ไทยที่ได้นำละครรักระดับตำนานกลับมารีเมคใหม่ในชื่อ “มนต์รักลูกทุ่ง ๒๕๖๗” เรื่องราวความรักและอุปสรรคของพี่ค้าวและทองกวาว โดยยังคงความคลาสสิกและความน่ารักของโครงเรื่องเดิมไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งคอเพลงลูกทุ่งจะได้กลับมาโยกกันอีกครั้งแน่นอน นำแสดงโดยพระเอกดาวรุ่ง “มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์” ประกบคู่ครั้งแรกกับสาวสวยขวัญใจมหาชน “ชาล็อต ออสติน” ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 22.45 น. เริ่มวันที่ 26 มกราคม 2567 


ส่วนทางด้านซีรีส์ต่างประเทศได้นำเรื่อง “ไขรหัสลับล่าปมปริศนา” เรื่องราวของ ซอจองฮู หรือผู้ใช้นามแฝงว่า ฮีลเลอร์ เพื่อปฏิบัติภารกิจลักลอบเจาะข้อมูลลับ ซึ่งหลังจากที่ถูกว่าจ้างให้คอยคุ้มกันนักข่าวสาว 

แชยองชิน ทำให้ต้องเข้าไปพัวพันกับคดีต่าง ๆ จนถูกใส่ร้ายให้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าคนตาย เขาจึงเริ่มสืบหาและตามล่าฆาตกรตัวจริงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ติดตามทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 00.45 น. วันพุธ เวลา 00.15 น. วันพฤหัสบดี เวลา 23.45 น. วันศุกร์ เวลา 00.30 น. เริ่มวันที่ 4 มกราคม 2567 และอีกหนึ่งเรื่องกับ  “สุมาอี้ นักปราชญ์ยอดขุนพล” มาเปิดตำราพงศาวดารสามก๊กให้ค้นประวัติของสุมาอี้สุดยอดกุนซือคนดัง ตั้งแต่เป็นบัณฑิตขี้อาย จนกระทั่งเข้ารับราชการภายใต้อำนาจของตระกูลโจ และต่อมาได้สร้างฐานอำนาจจนกลายเป็นใหญ่ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการขัดแย้งแบ่งเป็นสองขั้วอำนาจในเวลาต่อมา ติดตามทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 02.50 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 02.40 น. เริ่มวันที่ 12 มกราคม 2567

ส่วนคอหนังรอบดึก “แชนแนล ทรี มูฟวี่ส์” คืนวันเสาร์ เดือนมกราคม 2567 เวลา 23.40-01.40 น.
ชวนติดตามภาพยนตร์เรื่องยาว วันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2567 ภาพยนตร์เรื่อง A Chinese Odyssey Part 1- Pandora’s Box: ไซอิ๋ว เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน นำแสดงโดย : โจวซิงฉือ, จูอิน, เจฟฟรี หลิว วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 ภาพยนตร์เรื่อง A Chinese Odyssey Part 2- Cinderella: ไซอิ๋ว เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน 2 นำแสดงโดย: โจวซิงฉือ, อู๋ม่งต๊ะ, ม่อเหวินเว่ย วันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2567 ภาพยนตร์เรื่อง Cat & Mouse: จั่นเจา แมวหลวงสะท้านยุทธภพ นำแสดงโดย : หลิวเต๋อหัว,  จางป่อจือ, หวงซิวเซิน, หลี่ปิงปิง และวันเสาร์ที่ 27 มกราคม 2567 ภาพยนตร์เรื่อง Seoul Raiders: พยัคฆ์สำอางผ่ากรุงโซล นำแสดงโดย : เหลียงเฉาเหว่ย, ริชชี่ เรน, ซูฉี คอภาพยนตร์เรื่องยาวห้ามพลาด #“ดูทีวี กด 33 ดูมือถือ กด 3Plus” 


มูลนิธิสังคมสุขใจ ผนึกกำลังภาคี เตรียมจัดงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 9 รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์

ชูคอนเซ็ปต์ “รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์” ตอบโจทย์เทรนด์โลกสายกรีน 26 – 28 ม.ค.นี้ ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม เข้างานฟรี!!


นครปฐม 6 มกราคม 2567 : มูลนิธิสังคมสุขใจ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ องค์การมหาชน (สสปน.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กลุ่มเซ็นทรัล Rxv Wellness Village PTTGC SCGP สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ภาคีภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ เตรียมจัดยิ่งใหญ่ งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด "รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์” ร่วมผลักดันเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตอบโจทย์เทรนด์โลกสายกรีน ในงานช้อปจุใจ กับ 9 ไฮไลท์สุดปัง ทั้งความรู้ เวิร์คช็อป เครือข่าย และสินค้าเกษตรอินทรีย์ จากเกษตรกรเครือข่ายทั่วประเทศ กว่า 200 บูธ ตั้งแต่ 26-28 มกราคม 2567 ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม เข้างานฟรี!! 






นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่มูลนิธิสังคมสุขใจมุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน สามารถขยายเครือข่ายออกไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย เชื่อมโยงคนทุกกลุ่มตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จนทำให้เรื่องเกษตรอินทรีย์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และกลายเป็นต้นแบบเกษตรยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดนครปฐม  ที่กำหนดให้การเกษตรเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ  มีการส่งเสริม และสนับสนุน ให้เกิดการพัฒนาสินค้าเกษตรที่มีความปลอดภัยเชิงรุก ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ในเรื่องอาหาร แต่ยังเชื่อมโยงเรื่องการท่องเที่ยวยั่งยืนหลากหลายรูปแบบ เช่น ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ  ทางจังหวัดจึงยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีการจัดงานสังคม สุขใจอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่า ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชน  จะได้รับแรง บันดาลใจใหม่ๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์


นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ประธานจัดงานสังคมสุขใจ

นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ประธานจัดงานสังคมสุขใจครั้งที่ 9 กล่าวว่า งานสังคมสุขใจ  จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 เป็นงานที่มีการรวมตัวของคนขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ทั้งห่วงโซ่มากที่สุด ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลาย ที่จะได้มาเจอกันปีละครั้ง เพื่อมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งด้านการผลิต การจำหน่าย การตลาด นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงพันธมิตรใหม่ๆ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจโดยเฉพาะเกษตรกรต้นน้ำ ขณะที่ผู้ประกอบการจะได้พบกับผู้ผลิตที่หลากหลาย ส่วนผู้บริโภคก็จะได้มาเลือกซื้อสินค้าอินทรีย์ที่มีคุณภาพดีจากเกษตรกรตัวจริงที่มาจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในงานยังมีความรู้ดีๆ มากมายให้เลือกช้อป ทั้งรูปแบบของงานวิจัย เวทีเสวนาหัวข้อต่างๆ  จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงนิทรรศการ เรียกว่างานเดียวช้อปได้ครบครัน 

“งานสังคมสุขใจครั้งนี้ เราออกแบบกิจกรรมต่างๆ ให้ตอบโจทย์ Sustainability หรือความยั่งยืน และได้ร่วมผลักดันซอฟท์พาวเวอร์ การกินอยู่แบบวิถีอินทรีย์ ที่ทุกคนจะเห็นความเชื่อมโยงของสังคมอินทรีย์ สังคมแห่ง ความเกื้อกูล อันเป็นวัฒนธรรมไทยที่ดีงามและมีคุณค่า ผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น อาหารไทย และสมุนไพรไทย ที่มีรากฐานมาจากภูมิปัญญาและความเป็นไทย อีกทั้งการสนับสนุน BCG Economy ที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศไทย และกระแสโลก     ที่ให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม”  นายอรุษ กล่าว       


โดยในงานพบกับ 9 กิจกรรมไฮไลท์สุดปัง!!  ได้แก่

1. ช้อปจุใจ สินค้าเกษตรอินทรีย์ จากเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล เครือข่ายเซ็นทรัลทำ เครือข่าย ส.ป.ก. และกลุ่มเกษตรกร จากทั่วประเทศกว่า 200 บูธ ครอบคลุมสินค้า ข้าว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล อาหารปรุงสด สินค้าแปรรูป งาน Art & Craft เก๋ๆ มากมาย

2. เวิร์คช็อปความรู้น่าสนใจหมุนเวียนกันมาให้สนุกทุกวัน เช่น การย้อมผ้าจากเปลือกไม้   การทำน้ำยาบ้วนปากสมุนไพร การทำเส้นบุก การทำเครื่องดื่มแห่งกายะ สาธิตการทำขนมอินทนิล การทำน้ำอ้อยแฟนซี เป็นต้น 

3. Kids zone โซนสนุกของวัยซน กับกิจกรรม DIY ถุงผ้าจากสีธรรมชาติ อโรม่าออย ยาดมสมุนไพร ตะลุยแปลงนา เรียนรู้วิถีชาวนาไทย ดำนา สีข้าว ฝัดข้าว 

4. เปิดประสบการณ์รักษ์โลกกับ ลุงรีย์ “อังเคิลรีย์แก๊ง” กับกิจกรรม โอมากาเสะเห็ด × สังคมสุขใจ เมนูเด็ดจากเห็ดมิลกี้ การเลี้ยง ไส้เดือนและหนอนแมลงวันลาย และ Rethink & Upcycling พลาสติก (**เฉพาะ ศุกร์ 26 มกราคม 2567 วันเดียวเท่านั้น) 

5. Business Matching โครงการ Farm to Functions Plus ร่วมกับ TCEB เปิดพื้นที่จับคู่ธุรกิจ ส่งเสริมผู้ประกอบการไมซ์  ซื้อสินค้าอินทรีย์ตรงจากเกษตรกร กว่า 30 ราย 

6. Zero Food Waste ถ่ายทอดความรู้พร้อมสาธิตการจัดการขยะอาหาร ด้วยนวัตกรรมเครื่องย่อยเศษอาหารเป็นปุ๋ยภายใน 24  ชั่วโมง  

7. คลินิกเกษตรครบวงจร ให้คำปรึกษาฟรี โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

8. นิทรรศการตามเทรนด์ เช่น Amazing Organic ท่องเที่ยววิถีออร์แกนิก ของดีไม่ต้องพ'ยาม แนะนำแหล่งเที่ยววิถีชีวิต แหล่งเที่ยวคาร์บอนต่ำ กับ ททท. และ TEATA และเวทีเสวนาความรู้มิติต่างๆ จากคนต้นแบบวงการเกษตรอินทรีย์ และเกษตรกรกูรูที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง 

9. สนุกกับกิจกรรม TOCA Earth Points Promotions สะสมคะแนนแลกรับสิทธิพิเศษมากมายภายในงาน     




นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมรักษ์โลกอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลากหลายกิจกรรม เช่น โครงการ “วน” เปิดบูธรับบริจาคถุงและฟิล์มพลาสติกยืด เพื่อนำกลับมารีไซเคิล และโครงการร้านปันกัน ของมูลนิธิยุวพัฒน์ ที่ชวนทุกคนร่วมแบ่งปันรอยยิ้มให้เด็กๆ ด้วยการอุดหนุนสินค้ามือสอง อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของใช้  ของตบแต่ง งานแฮนด์เมด และงาน Art & Craft ต่างๆ เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับน้องๆ นักเรียน เรียกว่า งานเดียวช้อปได้ครบครัน นอกจากสินค้าดีๆ มากมาย หลากหลาย ให้ซื้อหา ยังมีความรู้ มีเครือข่าย มีพันธมิตรทางธุรกิจ จัดมารวมไว้ให้ช้อปแบบจุใจ อีกทั้ง พื้นที่จัดงานร่มรื่น ใกล้ชิดธรรมชาติ โอบล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวเย็นตา มีจุดถ่ายรูปสวยๆ ให้เช็คอิน และฟินกับ มุมผ่อนคลาย ทั้ง ตอกเส้น และ นวดเท้า เป็นต้น

ต้องห้ามพลาด!! งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2567
ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ตั้งแต่ เวลา 09.00-17.00 น. ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ข้อมูลการเดินทางสอบถามได้ที่ โทร 034 322 588-93
หรือติดตามกิจกรรมที่ Facebook/งานสังคมสุขใจสวนสามพราน https://www.facebook.com/SangkomSookjai

05 มกราคม 2567

รฟฟท. ชวนสมาชิกทุกคนในครอบครัวร่วมกิจกรรมดีๆต้อนรับปีมังกรทอง


บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ร่วมกับ สภากาชาดไทย ในโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ” ครั้งที่ 2
วันที่ 9 ม.ค. 67 นี้ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 เพื่อมอบความสุขและร่วมสร้างต้นกล้าที่แข็งแรงให้สังคมไทย

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้จัดโครงการบริจาคโลหิต “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ” ไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2566 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการร่วมบริจาคโลหิตเป็นอย่างดี จึงมีกำหนดจัด “โครงการหนึ่งคนให้ หลายคนรับ” ครั้งที่ 2 ขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือที่ดีในการตอกย้ำความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อรักษาปริมาณโลหิตให้เพียงพอสำหรับโรงพยาบาลทั่วประเทศ จึงมีโครงการจัดศูนย์รับบริจาคโลหิตเป็นประจำทุก ๆ 3 เดือน เพื่อร่วมสนับสนุนสภากาชาดไทยในการประชาสัมพันธ์และจัดหาปริมาณโลหิตเพื่อมอบให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในการช่วยรักษาชีวิตของผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน ส่งต่อลมหายใจและชีวิตใหม่ให้กับผู้ขาดแคลนโลหิต ถือเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ซึ่งการบริจาคโลหิต คือการสละโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายยังไม่จำเป็นต้องใช้ให้กับผู้ป่วย ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริจาคโลหิตแต่อย่างใด เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีปริมาณโลหิตประมาณ 17 - 18 แก้วน้ำ ซึ่งร่างกายจะใช้เพียง 15-16 แก้วเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นสามารถบริจาคให้ผู้อื่นได้ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตสำรอง ณ ศูนย์รับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่สภากาชาดไทย ในวันที่ 9 มกราคม 2567 บริเวณหน้าห้องจำหน่ายตั๋ว ประตู 13 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น. (พัก 15.00 – 16.00 น.) โดยผู้บริจาคโลหิตจะได้รับของขวัญจากรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเป็นที่ระลึก 

อีกทั้ง เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ทางบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการบ่มเพาะคุณลักษณะที่ดีรอบด้านให้กับเด็กเพราะการสร้างเด็กของชาติให้มีคุณภาพเพื่อเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต เป็นการเตรียมความพร้อมในการวางรากฐานของชาติให้เกิดความมั่นคงที่จะก้าวไปสู่การการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของผู้ใหญ่ที่ต้องสร้างสรรค์เด็กไทยให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าอย่างสูงสุด จึงเตรียมจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 เพื่อมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต ด้วยการมอบไอศกรีมแบบถ้วย รสชาติแสนอร่อย จำนวน 2,500 ถ้วย จำนวน 10 สถานี ได้แก่ สถานีตลิ่งชัน สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สถานีวัดเสมียนนารี สถานีบางเขน สถานีทุ่งสองห้อง สถานีหลักสี่ สถานีการเคหะ สถานีดอนเมือง สถานีหลักหก และสถานีรังสิต โดยกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 14.00 น.หรือจนกว่าของจะหมด ทั้งนี้ผู้ปกครองสามารถพาน้องๆ มารับไอศกรีมได้ตามวันเวลาดังกล่าว ทางบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กๆ ที่ได้รับความสุขในวันนี้ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในวันข้างหน้า

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองได้อย่างยั่งยืน

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

03 มกราคม 2567

ฉลองรับเดือนแรกแห่งปี 2567 หรือปีมะโรง ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์

 รับเดือนแรกแห่งปีด้วยบุฟเฟต์นานาชาติมื้อเย็นเพียง 1,111 บาท 

ฉลองรับเดือนแรกแห่งปี 2567 หรือปีมะโรง โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญชวนคุณพาครอบครัวหรือนัดก๊วนเพื่อนสนิทมิตรสหายมาสังสรรค์ ทานบุฟเฟต์ดินเนอร์ที่รวมซีฟู้ดและซูชิพรีเมียมไว้กับอาหารนานาชาติได้ไม่อั้นสำหรับมื้อเย็น เมนูพิเศษที่ไม่ควรพลาดคือ ซูชิฟัวกราส์ ซาชิมิกุ้งหวาน ข้าวหน้าเป๋าฮื้อซอสมันปูญี่ปุ่น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวากิว ซุปเห็ดทรัฟเฟิล แซลมอน-กุ้งดองซีอิ๊วเกาหลี และ เทปปันยากิกุ้งแม่น้ำ ที่ห้องดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ ราคาท่านละ 1,700 บาท 





โปรโมชั่นพิเศษ “ตลอดเดือนมกราคมนี้ เหลือเพียงท่านละ 1,111 บาทเท่านั้น” 

บุฟเฟต์มื้อเย็นเปิดบริการเวลา 18.00 – 22.00 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8429-30
หรือ ไลน์ @theemeraldhotel  และ www.facebook.com/theemeraldhotel

02 มกราคม 2567

ททท.เผยเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2567

สุดคึกคัก ดันนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย 28 ล้านคน ทะลุเป้าปี 2566 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ทั่วประเทศไทย สุดครึกครื้น ดันประเทศไทยสู่ Global Countdown Destination พร้อมแย้มข่าวดีนักท่องเที่ยว ต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2566 สูงถึง 28 ล้านคน ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 




นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เผยว่า การจัดงานเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2567 ของพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยในปีนี้มีความคึกคักเป็นอย่างมาก ทั้งในส่วนของกรุงเทพมหานครที่มีการจัดงาน เฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่และวิจิตรตระการตาด้วยการแสดงพลุและแสงสีเสียงในหลายพื้นที่ รวมถึง Amazing  Thailand Countdown 2024 วิจิตร อรุณ ที่มีฉากแลนด์มาร์กอันสวยงามของวัดอรุณราชวราราม ซึ่งได้รับ การถ่ายทอดสดผ่านรายการ“New Year’s Eve Live” ของสถานีโทรทัศน์CNN สู่สายตากว่า 347 ล้านครัวเรือน ทั่วโลก สร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็น Global Countdown Destination อย่างแท้จริง ในขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นงาน Korat Winter Festival & Countdown 2024 จ.นครราชสีมา งาน Amazing Chiang Mai Countdown 2024 จ.เชียงใหม่ งาน AWAKEN KHONKAEN COUNTDOWN  2024 จ.ขอนแก่น รวมทั้งงานเค้าท์ดาวน์ที่จัดขึ้นในจ.นครพนม ร้อยเอ็ด สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต  และสงขลา ต่างมีคนเข้าร่วมงานหนาแน่น ช่วยสร้างสีสัน ดึงดูดการเดินทางท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ ในประเทศ ซึ่ง ททท.ประเมินว่าจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวไทย 54,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 เมื่อเทียบ กับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองนี้ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ในปี 2566 ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจ านวน 28 ล้านคน สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 25 ล้านคน  




โดยมีแรงส่งในช่วงปลายปีจากนโยบายของรัฐบาลในการออกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราให้นักท่องเที่ยว จีน อินเดีย ขยายวันพ านักให้นักท่องเที่ยวรัสเซีย การอ านวยความสะดวกการผ่านแดนนักท่องเที่ยวมาเลเซีย  รวมถึงการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ Thailand Winter Festival ด้วยความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ททท. หน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน จากข้อมูลสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2566 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจ านวน 28,042,131 คน เติบโตร้อยละ 151 เมื่อเทียบกับปี  2565 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1,201,518 ล้านบาท 




โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย จำนวนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 4,563,020 คน จีน 3,519,735 คน เกาหลีใต้ 1,658,688 คน  อินเดีย 1,626,720 คน และรัสเซีย 1,481,878 คน